ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2568
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
22 ตุลาคม 2568
 
All Blogs
 

นิยาย "Must Have คนนี้ฉันจอง" บทที่ 3

 

3

 

ช่วงสายจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการบางตา ต่างจากช่วงเช้าลิบลับ เป็นเวลาพักยกสำหรับเหล่าคนในแผนกครัวให้มีเวลาหายใจหายคอ ได้นั่งพัก บ้างก็คุยเล่น หากใครหิวก็หาอะไรใส่ท้องตามอัธยาศัย

สนิทไปไหมคะ?

เอิงเอยปั้นหน้านิ่ง หลังเดินออกมาเห็นไอลดานั่งคุยกับชายคนหนึ่งอย่างสนิทสนม เธอคิ้วกระตุกแต่ไม่มีสิทธิ์จะพูดอะไร พอกลับเข้าห้องครัว จึงกระซิบถามม่าน จึงรู้ว่าไกด์หนุ่มผู้นี้ชื่อ ‘แซม’ เกือบทุกเดือน เขาจะพาลูกทัวร์ต่างชาติกลุ่มใหญ่มาใช้บริการที่นี่ 

แซมเป็นหนึ่งใน FC ที่เหนียวแน่นของหล่อน แต่บอสสาวไม่เคยคิดเป็นอื่น นอกจากคู่ค้าสำคัญทางธุรกิจ เขาหายหน้าไปช่วงหนึ่งหลังหล่อนคบกับพอล หลายเดือนจึงย้อนกลับมาอีกครั้ง คาดว่าช่วงนั้นคงไปเลียแผลใจ

“นอกจากคุณพอล ก็คุณแซมนี่แหละ ที่ตามจีบบอสของเราหลายปี” ม่านเล่าเสียงแผ่วไม่ต่างจากกระซิบนัก

“เขาก็น่ารักดีนะคะ” เอิงเอยกลั้นใจชมไกด์หนุ่มคนนั้น

แต่จะน่ารักมากขึ้น ถ้าไม่ขายขนมจีบพี่ควีน

“น่ารักแล้วไง ถ้าบอสไม่ชอบซะอย่างก็จบเห่” ลูกสาวป้าอุไรยักไหล่ เคยเห็นหนุ่มมากกว่าสิบรายที่ต้องอกหักรักคุดจากไอลดา แต่นั่นไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของหล่อนลดลงแต่อย่างใด ถึงหล่อนจะมีแฟนแล้ว ก็ยังคงเนื้อหอม มีคนรอต่อคิวตามจีบไม่วายเว้น

คนสวยแบบคุณควีนเลือกได้ ชีวิตดีไปร้อยแปดอย่าง

ม่านคิดแบบนั้น ไม่คิดอิจฉาเจ้านายแต่อย่างใด แค่หวังอยากให้คนรักของหล่อนเป็นคนดีและใจดีกับเหล่าลูกน้องตาดำๆ บ้าง ตนจะได้อานิสงส์โชคดีไปด้วย

...การมีเจ้านายใจดี เป็นลาภอันประเสริฐสุด 

“แปลว่าคุณพอลคือตัวจริง?” เชฟสาวถามอึกๆ อักๆ

ม่านนิ่งไปอึดใจ แล้วส่ายหน้า

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่พี่ว่า...อาจจะไม่แน่”

“ทำไมคิดแบบนั้นคะ?” นัยน์ตาของเอิงเอยเป็นประกายขึ้น เหมือนเจอะเบาะแสสำคัญเข้า

“ลางสังหรณ์มั้ง” ผู้ช่วยสาวหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนมองซ้ายมองขวา เมื่อไม่เห็นคนอื่นอยู่ใกล้ จึงพูดเสียงเบาลง “ช่วงหลังบอสดูไม่มีความสุขหลังออกเดท เมื่อวานก็เหมือนทะเลาะกันด้วย ดูแล้วคล้ายกับตอนใกล้เลิกกับแฟนคนก่อนน่ะ”

ที่แท้ก็แบบนี้

“แย่จัง” แม้ปากเอิงเอยจะพูดแบบนั้น แต่มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น เธอไม่ได้ดีใจที่หล่อนจะเลิกรากับแฟน แค่มองว่าผู้ชายคนนี้ไม่ค่อยเหมาะสมกับไอลดา

เธอมองว่าพอลเป็นพวกขี้เก๊ก ไม่ค่อยจริงใจ คงรักหลงหล่อน เพราะหล่อนสวยมากนั่นแหละ แต่พอเห็นไอลดาดูไม่มีความสุข ก็เป็นไปได้มากว่าความสัมพันธ์นี้คงไม่ราบรื่น 

คนที่เหมาะกับพี่ควีน...ควรจะเป็นฉันไหม?

ยัยน้องอยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง แต่เป็นแค่ความฟุ้งซ่านฝ่ายเดียว สุดท้ายต้องอยู่ที่การตัดสินใจของสาวแสนสวยสง่าผู้นั้นว่า

...เจ้าหล่อนจะเลือกใคร?

แถวนี้มีที่ไหน ‘รับบน’ เรื่องความรักสมหวังบ้าง?

เอิงเอยพลันอยากหาที่ยึดเหนี่ยวทางใจ เข้าใจอารมณ์ที่สาวๆ ส่วนใหญ่แห่ไปไหว้ขอพรที่โน่นที่นี่ เพื่อให้ความรักสมหวังดั่งปรารถนา อย่างน้อยก็ทำให้ชีวิตดูมี ‘ความหวัง’ มากขึ้นอีกหน่อย 

“ถ้าเป็นคุณบอสคงไม่แย่หรอก คนต่อคิวยาวเหยียดเป็นกิโล” ม่านไม่เป็นห่วงไอลดาแม้แต่น้อย ก่อนวกกลับมาที่ตัวเอง “พี่ห่วงตัวเองมากกว่า สงสัยได้เกาะคาน อยู่ให้แม่เลี้ยงไปทั้งชาติ” 

“เฮอะ ไม่ต้องบอก ฉันก็คิดแบบนั้น” ป้าอุไรที่ได้ยินสองสาวคุยกันตั้งแต่ต้นเงยหน้ามาพูด หลังโดนเอ่ยพาดพิงถึงตน 

“โหย ทำไมไม่เชื่อมั่นในตัวลูกสาวเลย” ม่านเบาะปากแบบงอนๆ

“แกน่าเชื่อมั่นตรงไหน บอกฉันสิ” แม่ครัวอาวุโสแค่นเสียงหมั่นไส้

“แม่อ่ะ” ลูกสาวทำหน้ากระเง้ากระงอดกว่าเดิม ราวกับเป็นเด็กตัวน้อยที่พร้อมจะอาละวาด 

นี่ฉันผิดสินะที่เลี้ยงลูกไม่โต

ป้าอุไรส่ายหน้าอ่อนใจ

“ฉันเป็นลูกแม่นะ”

“เออ ฉันจำได้ว่าแกเป็นลูกใคร” คนเป็นแม่เขกมะเหงกลูกสาวหนึ่งหน ม่านร้องโอ๊ยหนึ่งคำ ไม่ทันจะบ่นอะไร ป้าอุไรก็พูดต่อว่า “ข้าวผัดเสร็จแล้ว ตักมาทานสิ”

ลูกสาวยิ้มกว้างเปลี่ยนอารมณ์ชนิดตามไม่ทัน หลังได้ยินคำว่าข้าวผัด พลันลืมเรื่องเถียงกันเมื่อกี้ไปสนิท

“เจ้าค่ะคุณแม่”

เอิงเอยและคนอื่นในครัวมองสองแม่ลูกหยอกล้อก็คิดขำไม่ได้ แต่ไม่กล้าหลุดหัวเราะต่อหน้าม่าน กลัวโดนผู้ช่วยสาวเอาคืนภายหลัง จึงได้แต่ซ่อนยิ้มในหน้า 

เป็นแม่ลูกที่รักกันดีจัง

เธอพลันคิดถึงมารดาของตน และคิดว่าจะวิดีโอคอลคุยกับอรปรียาคืนนี้ สาเหตุที่เอิงเอยไม่ค่อยคุยกับมารดาบ่อยนัก ไม่ใช่ไม่รัก แต่เพราะเกรงจะโดนดุที่ตนทำอะไรตามอำเภอใจ เรียนจบแล้วก็ไม่ยอมกลับบ้านสักที ไม่ยอมช่วยธุรกิจของครอบครัว หลังเธอเลือกจะทำงานเป็นเชฟในร้านอาหารของญาติต่อแบบไม่มีกำหนดกลับ ผัดวันประกันพรุ่งไปเลย จนพ่อแม่อ่อนอกอ่อนใจ 

ถ้าไม่ใช่เพราะเอิ้นนำเรื่องที่พันราตรีรีสอร์ตขาดเชฟมาบอก ยัยน้องคงไม่บินด่วนกลับมาไทยแน่ จากที่เคยตั้งใจว่าจะอยู่ต่างประเทศต่ออีกสักปีสองปี แต่ไม่ได้ติดใจใครเป็นพิเศษที่นั่น

...เพราะหัวใจเธออยู่เมืองไทยต่างหาก 

หากแม่รู้ว่าฉันกลับมาแล้ว มีหวังโดนบ่นหูแฉะ 

ความลับในใจเอิงเอยมีเพียง ‘เอิ้น’ คนเดียวที่ทราบมาตลอด พี่สาวแสนดีก็คอยช่วยสนับสนุนเต็มที่เสมอ ยัยน้องไม่อยากจะยอมรับว่า ไอลดามีอิทธิพลต่อหัวใจของตนมาก...มากไม่ต่างจากสมัยก่อน 

หลายคนบอกว่า ‘กาลเวลาจะช่วยเยียวยาหัวใจ’ แต่เธอเถียงใจขาดดิ้นว่าไม่จริง ขนาดหนีไปไกลสุดขอบโลกตั้งหลายปี หัวใจของเอิงเอยก็ยังคงอยู่ที่เดิม...อยู่ที่ไอลดา 

“มาหนูเอิง มาทานข้าวผัดฝีมือป้ากัน ชิมสิว่าพอไหวไหม” ป้าอุไรหันหน้ามาชวนเด็กใหม่ หลังเอ็นดูอีกฝ่ายไม่ต่างจากลูกหลาน

“งั้นเอิงไม่เกรงใจนะคะ”

“ฉันขอด้วยสิป้า” เชฟป๊อบเอ่ยบ้าง ถือจานเปล่ามาด้วยใบหนึ่ง

“ไปตักเอาเองเลย” ผู้ใหญ่ใจดีบอกชายหนุ่ม ป้าอุไรมักจะมีข้าวผัดบ้างหรือกับข้าวทำเผื่อไว้สำหรับหลายคน คนไหนหิวก็แวะมาฝากท้องได้ ที่สำคัญคืออร่อยมากด้วย

“ขอบคุณครับ” เชฟหนุ่มยิ้มกว้าง เดินไปรอตักต่อคิวถัดจากเอิงเอย นอกจากป๊อบยังมีคนอื่นที่มาขอข้าวทานด้วย มีเพียงเป้ย ผู้ช่วยสาวอีกคนที่ไม่ค่อยจะถูกชะตากับม่าน ที่ไม่มาร่วมสังสรรค์กับคนอื่นนัก

หรือเป้ยจะเป็นพวกสันโดษ? 

เอิงเอยคิดสงสัย หลังสังเกตเห็นพฤติกรรมของเป้ยอยู่หลายวัน ว่าเหมือนไม่มีเพื่อนเอาเสียเลย 

“อย่าไปยุ่งกับมันเลย เดี๋ยวมันกัดเอา” ม่านกระซิบบอกเชฟใหม่ 

“คะ?” ยัยน้องทำหน้างง

พูดปากเปียกปากแฉะ เข้าหูซ้ายทะลุหูหมาหรือไง...ไม่ไหวจริงๆ

ป้าอุไรส่งสายตาเอ็ดลูกสาวที่พูดจาหาเรื่องเพื่อนร่วมงาน ในฐานะผู้ใหญ่อุไรไม่อยากให้เกิดความแตกแยกในที่ทำงาน ไม่ชอบใครก็เลือกจะเก็บไว้ในใจ ไม่ตัดสิน ไม่วิพากษ์วิจารณ์ ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด และเป็นมิตรกับทุกคน

อุไรใจดีกับทุกคน แต่หากอีกฝ่ายไม่ดีตอบ ก็ช่างหัวมัน ไม่คิดใส่ใจ มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ‘ร้อยพ่อพันแม่ ต่างความคิด ต่างจิตต่างใจ’

“กินข้าวไปเลย ไม่ต้องพูดมาก” 

“ง่า ขอโทษค่ะ” ม่านทำหน้าจ๋อย ไม่กล้ากำแหงกับแม่

แสดงว่าเป้ยคนนี้น่าจะเป็นตัวปัญหา

เอิงเอยคิดจดไว้ในใจ แล้วตักข้าวผัดหมูเข้าปาก พอเคี้ยวหมดก็เอ่ยกับแม่ครัวอาวุโสว่า

“อร่อยมากค่ะ”

“จริงนะ?”

“ค่ะ”

“ทานเยอะๆ ลูก” ป้าอุไรยิ้มกว้างหน้าบาน มองออกว่ายัยน้องไม่ได้ป้อยอ แต่ชมด้วยความจริงใจ

ม่านกลอกตามองบนอย่างแอบน้อยใจ

ตกลงฉันใช่ลูกแท้ๆ ของแม่หรือเปล่า?

 

“สำหรับควีนครับ” พอลยื่นกุหลาบสีแดงสดหนึ่งช่อให้ผู้หญิงสวยสง่าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟน ต่อหน้าแซมและหลายคนในห้องอาหารของรีสอร์ต ชนิดโนสนโนแคร์ใคร เหมือนจงใจประกาศว่า ‘หล่อนเป็นของเขา ใครก็ห้ามยุ่งกับผู้หญิงคนนี้’

หืม?

ไอลดาที่กำลังนั่งคุยกับแซมชะงักกึก เอียงหน้ามองพอลแบบงงๆ ไม่คิดว่าเขาจะมาที่นี่ในช่วงเวลางาน น้อยครั้งที่เขาจะมาแบบไม่บอกกล่าวก่อน หล่อนลดสายตาจ้องดอกไม้งามของเขา ยื่นมือไปรับไว้ ทั้งที่ในใจไม่ได้อยากรับสักเท่าใด

“ขอบคุณค่ะ” น้ำเสียงนุ่มฟังดูเป็นทางการ กรอบหน้าสวยหวานมีรอยยิ้มการค้าบางเบา หล่อนแค่ไม่อยากฉีกหน้าพอลต่อหน้าคนอื่น เก็บซ่อนอารมณ์แท้จริงเอาไว้อย่างมิดชิด

มาทำไม?

ความสบายใจของไอลดาบินหายไปไหนไม่รู้ ไม่ค่อยชอบนิสัยหวงก้างของพอลที่บางครั้งล้ำเส้นมากเกินไป โวยวายตัดพ้อต่อว่าหล่อนหลายครั้ง หาว่าปล่อยให้ชายอื่นแจกขนมจีบได้อย่างไร ทำให้เขาเสียหน้า ทั้งที่หญิงสาวคบหากับคนอื่นในฐานะคู่ค้า หรือในฐานะเพื่อนเท่านั้น 

หล่อนยอมรับว่า คนรักกันหึงได้หวงได้ แต่ต้องมีขอบเขต ไม่ใช่งี่เง่ามากมายจนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน 

“ผมนั่งด้วยได้ไหมครับ?” พอลหันไปถามแซมตามมารยาทคาดหวังคำตอบรับ

เจอหมอนี่อีกแล้ว เหม็นหน้าชะมัด!

ไกด์หนุ่มอึดอัดลำบากใจ ไม่ชอบขี้หน้าพอลเอาเสียเลย ที่มองตนเหมือนกำลังแอบตีท้ายครัว แซมไม่คิดว่าตนเองทำผิด เขาไม่ได้ขโมยสมบัติของใคร ไอลดามีแฟนแต่ยังไม่ได้มีสามีสักหน่อย ไว้หล่อนมีเจ้าของก่อน เขาถึงจะยอมยกธงขาวจริงๆ 

ไกด์หนุ่มไม่ยอมเสียมารยาทต่อหน้าหญิงสาวในดวงใจ ปั้นยิ้มแล้วผายมือเชิญศัตรูหัวใจ 

“เชิญครับ”

“ขอบคุณครับ” พอลทรุดนั่งลงเก้าอี้ว่าง แล้วเปิดฉากคุยกึ่งโอ่อวด “ช่วงนี้ลูกค้าทัวร์เยอะไหมครับ?”

การสนทนากึ่งเตะสกัดขาของสองหนุ่มต่อหน้าสาวเจ้าก็เริ่มต้นขึ้น

“พอสมควรครับ ลูกค้าเยอะกว่าปีที่แล้ว” แซมตอบกึ่งรับกึ่งสู้

“ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย ก็บอกนะครับ” พอลพูดเหมือนใจกว้าง แต่จริงๆ คือการข่มว่าตนร่ำรวยกว่าอีกฝ่ายมาก 

“เอ่อ ครับ ขอบคุณครับ” ไกด์หนุ่มหน้าเสีย

“คนกันเองไม่ต้องเกรงใจ” แฟนหล่อนยิ้มกว้างราวกับเป็นผู้ชนะ

“ครับ” แซมก้มหัวยอมรับสภาพ หลังไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง เขามาจากครอบครัวระดับกลาง แต่ภูมิใจที่ขยันขันแข็งทำงานจนก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าไกด์ได้

น่ารำคาญจริง!

ไอลดาทำหน้าเอือมระอา ไม่คิดสนใจสองชายที่ตีขิงกันไปมา ยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟ ชายในชุดพนักงานรีบสาวเท้าไปโต๊ะบอสสาวทันที

“ครับคุณควีน”

“บิลโต๊ะนี้ ลงบัญชีฉันนะ”

“ได้ครับ” เด็กเสิร์ฟรับคำ

เฮ้ย! ได้ไง 

พอได้ยินแบบนั้น สองหนุ่มหันขวับไปทางสาวสวยพร้อมเพรียง

“ควีนครับ เดี๋ยว...” / “คุณควีน...”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ไอลดาโบกมือห้ามแล้วพูดตัดบทขึ้นก่อน “คุยกันไปนะคะ ฉันขอตัวไปทำงานก่อน” พูดจบ หล่อนลุกจากไปทันที ทิ้งให้สองหนุ่มตะลึงงัน

พอลกับแซมหันมองหน้ากัน ก่อนเบือนหน้าไปทางอื่น ทำหน้าเซ็งสุดขีด ใครจะอยากคุยกับศัตรูหัวใจกัน 

สมน้ำหน้า...

พนักงานเสิร์ฟคนเดิมอมยิ้มในหน้า สะใจอย่างบอกไม่ถูก เขาเดินไปยิ้มไปเพื่อแจ้งแคชเชียร์เรื่องที่หล่อนสั่งไว้

พนักงานชายส่วนใหญ่ของรีสอร์ตค่อนข้างเหม็นหน้าพอล หลังอีกฝ่ายแสดงท่าทางอวดเบ่ง วางตัวเป็นเจ้านายชี้นิ้วสั่งคนโน้นคนนี้ ทั้งที่ยังไม่มีสิทธิ์ใด...นอกจากเป็นแฟนหล่อนเท่านั้น

บางคนร้ายกว่านั้น คิดแช่งให้หล่อนทิ้งพอลเร็วๆ ด้วยซ้ำ เพื่อจะได้หาแฟนคนใหม่ที่ดีกว่าผู้ชายที่มีดีแค่เปลือก เหล่าพนักงานพากันมั่นใจแบบนั้น และเชื่อว่า...ทุกอย่างอยู่ที่เวลา

อีตาพอลนั่น ไม่คู่ควรกับ ‘ราชินี’ ของพันราตรีหรอก

 

อะไรกันนักหนา!

ไอลดาส่ายหน้า หลังเดินออกมาจากสองหนุ่มที่นำเรื่อง Toxic มาให้ปวดศีรษะ ไม่ทันขึ้นบันไดไปชั้นสอง พลันชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นเอิงเอยยืนคุยกับเมนิลา หมอสาวที่ช่วยดูแลแขกกับพนักงาน ณ รีสอร์ตแห่งนี้

บอสสาวเห็นยัยตัวเล็กหัวเราะคิกคัก พร้อมยกมือป้องปาก จึงกดคิ้วเรียวอย่างลืมตัว ไม่รู้อะไรดลใจให้หล่อนก้าวเท้าเข้าไปแทรกในวงสนทนานั้นทันที

“อ้าวหมอมี่ วันนี้ว่างเหรอ?” น้ำเสียงเรียบเย็นเป็นทางการ 

“สวัสดีค่ะพี่ควีน มี่มาตั้งแต่เมื่อคืนค่ะ” เมนิลาหันไปตอบบอสสาว

หมอสาวอายุน้อยกว่าไอลดานิดหน่อย ทั้งยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของหล่อนด้วย หลังเรียนจบก็เลือกมาทำงานโรงพยาบาลที่บ้านเกิด พออีกฝ่ายชวนมาช่วยงานพิเศษ เมนิลาก็รับปากแบบไม่คิดมาก การค้างที่นี่กินหรูอยู่สบาย ใกล้ที่ทำงานกว่าบ้าน 

“อ๋อ เหรอ” ไอลดาพยักหน้ารับรู้ ก่อนบุ้ยใบ้ไปทางเอิงเอย “รู้จักกันแล้วเหรอ?”

“เพิ่งเจอกันค่ะ มี่ได้ยินพี่บีมชมน้องเอิงไว้เยอะมาก บอกว่าเชฟคนใหม่ทำอาหารอร่อยมาก แล้วก็น่ารักมากด้วย มี่เลยมาทำความรู้จัก ฝากหัวใจ เอ๊ย ฝากท้อง” เมนิลารีบแก้คำพูดพร้อมยิ้มยียวน

หมอสาวคนนี้หน้าตาสะสวยไม่แพ้ญาติผู้พี่ ทั้งอารมณ์ดีและพูดจาไพเราะชวนฟัง เท่สวยดูดีมีเสน่ห์ จึงกลายเป็นขวัญใจมหาชนได้ไม่ยาก มีสาวเล็กสาวใหญ่กระทั่งหนุ่มๆ ติดตรึมทั้งในและนอกโรงพยาบาล 

ปากหวานจริงๆ คุณหมอคนนี้

เอิงเอยอมยิ้มในหน้า ไม่ได้เคลิ้มตามแม้สักนิด

“คุณหมอชมเอิงมากไปแล้ว เอิงเกือบลอยแล้วนะคะ”

“ไม่ได้ชมค่ะ มี่พูดจริง” เมนิลาบอกย้ำ “ไว้กลางวันจะมาทานอีกนะคะ เที่ยงนี้น้องเอิงจะทำอะไรเหรอคะ?” 

“จานพิเศษวันนี้เป็นพวกมักกะโรนีค่ะ มีคาโบนาร่า เบคอนชีส แล้วก็มักกะโรนีผัดไข่ด้วย” 

“โห น่าทานหมดทุกอย่างเลย เลือกไม่ถูกเลยค่ะ” หมอสาวนัยน์ตาเป็นประกาย “ถ้ามาฝากท้องบ่อยๆ มี่น้ำหนักขึ้นแน่”

“อร่อยก่อน ค่อยลดทีหลังค่ะ” ยัยตัวเล็กพูดสโลแกนที่ตัวเองใช้บ่อยๆ ออกมา 

“มี่ก็ทำเป็นประจำค่ะ” เมนิลาพูดจบก็หัวเราะ

เอิงเอยจึงหัวเราะตามไปด้วย

สองสาวยืนคุยกันอย่างชื่นมื่นถูกคอ บทสนทนาเป็นไปอย่างไหลลื่นประหนึ่งรู้จักกันมานาน และดูเหมือนว่าจะลืม...หัวหลักหัวตอไปเสียสนิท

อย่าบอกนะว่ายัยมี่จะจีบเอิง

ไอลดาคิ้วกระตุก รู้สึกเหมือนตนเป็นคนนอก ไม่ชอบใจเอาเสียเลย จึงกระแอมเบาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจของสองสาว และได้ผล

“พี่ควีนไม่สบายหรือเปล่าคะ?” เมนิลาถามขึ้น ดีเอ็นเอของหมอมักเป็นห่วงคนรอบตัวเสมอ

“เหมือนจะเป็นหวัด” บอสสาวพูดเออออ ก่อนกระแอมอีกครั้ง ดีใจที่เบี่ยงเบนความสนใจของหมอสาวจากยัยน้องได้สำเร็จ

“ไปวัดอุณหภูมิที่ห้องพยาบาลดีไหมคะ? ถ้าบอสใหญ่ไม่สบาย คนแถวนี้จะโวยวายมี่ได้ หาว่าไม่ดูแลพี่ควีน” 

“คนแถวนี้หมายถึงใคร?” คิ้วเรียวโก่งของหล่อนเลิกขึ้นอย่างฉงน 

เมนิลายิ้มอาย หากสังเกตดีๆ จะเห็นวงหน้าสีแดงจางขึ้นเล็กน้อย ก่อนพูดกลบเกลื่อน

“ไปค่ะพี่ควีนขอมี่ตรวจสุขภาพหน่อย” หมอสาวถือวิสาสะควงแขนญาติผู้พี่ ก่อนเอียงหน้ามาทางเอิงเอย พลางหลิ่วตาให้ “เดี๋ยวมี่มานะคะน้องเอิง”

“ค่ะ” เชฟสาวรับคำ ไอลดามองยัยน้องด้วยสายตาดุๆ แต่เธอทำเป็นไม่เห็น ส่งยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย แล้วพูดเสียงหวานเจี๊ยบ “หายเร็วๆ นะคะคุณบอสขา”

“ชิส์” หล่อนกลอกตาอย่างไม่ชอบใจนัก

เมนิลาหลุดขำพรืดออกมา ดึงแขนญาติผู้พี่ให้เดินไปห้องพยาบาลที่อยู่ด้านหลัง ชำเลืองมองไอลดาที่เดินหน้าบึ้งตึง ยิ่งทำให้หมอสาวยิ้มกว้างกว่าเดิม

ดูท่าพี่ควีนจะเจอคู่ปรับตัวจริงซะแล้ว


*เรื่องนี้มี E-book ขายที่ Meb แล้วนะคะ 

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNDkyOTk2IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzk2Mzk2Ijt9




 

Create Date : 22 ตุลาคม 2568
0 comments
Last Update : 22 ตุลาคม 2568 17:53:44 น.
Counter : 142 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


นิ้วนาง-เดียนา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.