ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
เมษายน 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
1 เมษายน 2562
 
All Blogs
 

จุมพิตรัตติกาล My Sweet Vampire บทที่ 4 (Yuri)


 
เช้ามืดวันเสาร์ เกวลินในชุดวอร์มรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ออกไปวิ่งรอบๆ บ้าน เพื่อเรียกเหงื่อให้ร่างกายแข็งแรง คล่องแคล่ว เผาผลาญพลังงาน และยังช่วยไม่ให้อ้วนอีกด้วย โดยใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมง  
หญิงสาววิ่งผ่านไปข้างถนนเป็นที่ดินรกร้าง มีต้นไม้สูงเรียงรายริมทางเป็นระยะ เหงื่อออกท่วมร่างบอบบาง จึงยกชายผ้าที่คล้องคอขึ้นเช็ดหน้าเช็ดตาเป็นระยะ ท้องฟ้ายังคงมืดมิด หลังดวงตะวันยังไม่โผล่ขึ้นมาเสียที 
“เมี้ยว!”     
หืม?
เธอชะลอฝีเท้าลง หลังได้ยินเสียงร้องของสิ่งมีชีวิต แล้วหยุดมองหาต้นเสียง
“อ้าว! ทำไมขึ้นไปอยู่บนนั้นล่ะ” สาวหน้าคมกล่าวกับลูกแมวลายเสือที่อายุไม่กี่เดือน ที่คาดว่าซุกซนปีนขึ้นไป แล้วหาทางลงมาไม่ได้
“เมี้ยว!” มันร้องตอบด้วยคำเดิม
ให้ตายสิ!
ถอนใจเบาๆ นึกใจอ่อนและอ่อนใจ ก่อนตัดสินใจเข้าไปช่วยมัน ด้วยการปีนต้นไม้ ทั้งที่ตนก็ไม่ได้เชี่ยวชาญทักษะการปีนป่ายสักเท่าไหร่
“รอก่อนนะ ฉันจะขึ้นไปช่วย” เธอร้องบอกกับมัน โดยหวังว่ามันจะเข้าใจ ค่อยๆ ใช้สองมือสองเท้ารั้งตัวขึ้นไปบนต้นไม้อย่างระมัดระวัง จนเกือบจะเข้าใกล้ลูกแมว
ใจเย็นไว้ลิน...อีกนิดเดียว
นึกปลุกปลอบใจตัวเอง ก่อนยื่นมือไปหาเจ้าตัวน้อยที่ห่างไม่มาก แต่แล้วเกิดทรงตัวไม่อยู่
“เฮ้ย!”
อุทานออกมา หลับตาปี๋ หลังตัวร่วงลงจากกิ่งไม้ ทว่าเกวลินกลับไม่รู้สึกเจ็บจากการกระแทกแม้แต่น้อย เหมือนมีอะไรมารับร่างของตนไว้ จึงค่อยๆ หรี่ตาขึ้นอย่างช้าๆ
สาวร่างเล็กชะงักเมื่อเห็นสายตาสีฟ้าคู่หนึ่งจ้องอยู่ก่อน
สวย...สวยมาก
เป็นคำอธิบายแรกๆ ที่ผุดขึ้นในสมอง หลังเห็นใบหน้าสวยหวานชัดๆ ในระยะห่างคืบเศษ หลายวินาทีต่อมาสติจึงกลับเข้าร่าง รับรู้ว่าตนถูกสาวฝรั่งแปลกหน้าอุ้มอยู่ ความกระดากอายจึงบังเกิดขึ้น
“ขะ ขอบคุณค่ะ”
“อืม” อารียาขานรับเสียงต่ำๆ ในลำคอ ค่อยๆ วางร่างคนในวงแขนลงอย่างนุ่มนวล เมื่อยืนเทียบกัน เกวลินสูงแค่ใบหูของอีกคนเท่านั้น จ้องหน้าเธอเขม็ง ด้วยใบหน้าสวยคมตรงหน้า ช่างคลับคล้ายกับคนรักเก่าที่ตายไป
ไลล่า...
ครางชื่อผู้หญิงแสนคิดถึงในใจ ผู้ที่หล่อนไม่อาจลืมเลือนไปจากความทรงจำ แม้จะผ่านมานานมากแล้วก็ตาม
ผู้หญิงคนนี้แข็งแรงมาก...แข็งแรงเกินไป
เกวลินอดคิดแบบนั้นไม่ได้ แล้วใจหายวาบหลังสังเกตพบความผิดปกติบางอย่าง สาวฝรั่งไม่กระพริบตาเลย แถมวงแขนบอบบางที่อุ้มตนเมื่อกี้ ไม่มีไออุ่น แต่เย็นมากเหมือนท่อนไม้
หรือว่าจะเป็น...
หัวใจดวงน้อยเต้นแรงผิดจังหวะทันที ความกลัวถาโถมเข้าเกาะกุม จนไม่กล้าขยับตัว...กลัวเหลือเกินว่าตนจะเดาถูก
แวมไพร์สาวยกมือขึ้น หมายจะสัมผัสแก้มเนียนของคนตรงหน้า แต่ยั้งมือไว้กลางอากาศ ก่อนลดมือลงข้างกายตามเดิม
มะ ไม่ใช่ไลล่า...ไลล่าตายไปแล้ว
เฮ้ย! คิดจะบีบคอฉันเหรอ...แย่แล้ว! ไม่ได้เอาลิ่มติดมือมาด้วย
นึกในใจ เมื่อเห็นมือขาวซีดยืดออกมาตรงหน้า เข้าใจว่าจะบีบคอตน แต่พออีกฝ่ายลดมือลง หญิงสาวจึงถอนใจโล่งอก ประดุจตายแล้วเกิดใหม่
ตะ ตกลง ยายนี่เป็นคนหรือผีดูดเลือด?
เธอสับสนกับท่าทางที่สาวสวยแสดงออก ความหวาดกลัวค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไปพอสมควร เพราะหากเป็นผีดิบจริงๆ คงกัดคอดื่มเลือดตนไปแล้ว ไม่มาช่วยกันแบบนี้แน่
ยังไม่ทันหายตกใจ เกวลินเห็นหล่อนหมุนตัว คล้ายจะจากไปจึงรีบเอ่ยเรียกไว้เป็นภาษาอังกฤษที่ไม่ถึงกับแข็งแรงนัก
“คุณ เดี๋ยวก่อน”
อารียาชะงักเท้า เหลียวหน้ามองคนเรียกผ่านหางตา
“ช่วย ช่วยลูกแมวตัวนั้นได้ไหมคะ?” เกวลินทำใจดีสู้ผี อยากทดสอบว่า สาวร่างโปร่งเป็นคนธรรมดาหรือเปล่า?    
หวังว่าเจ้าเหมียวคงไม่โดนดูดเลือดหรอกนะ
ในใจอดเสียวไส้แทนเจ้าตัวน้อยไม่ได้
อีกฝ่ายไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เหลือบมองแมวน้อย
และแล้วเกวลินก็ต้องตาค้าง เมื่อเห็นสาวฝรั่งตาน้ำข้าวกระโดดลอยขึ้นกลางอากาศเหมือนมีปีก เอื้อมมือคว้าเจ้าสัตว์สี่ขา แล้วร่อนลงยืนที่พื้นอย่างนุ่มนวลกว่านักยิมนาสติกทีมชาติเสียอีก
ผีดูดเลือดตัวเป็นๆ...แม่เจ้า!
เธอมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์แล้วว่า หล่อนเป็นตัวอะไร
แต่น่าแปลกที่ความหวาดผวาตอนนี้มีไม่มากเท่าตอนแรก ตาคู่คมมองสาวฝรั่งลูบหัวแมวตัวน้อยเบาๆ อย่างเอ็นดู ไม่ได้มีรังสีของความโหดเหี้ยมแม้แต่น้อย
แถมเจ้านั่นก็ร้องเมี้ยวๆ อ้อนผีดูดเลือดอีกต่างหาก
เจ้าแมวนั่นเพี้ยนเกิน ไม่กลัวตายเลยรึไง
ขณะสาวผมยาวตะลึงงันอยู่นั้น ลูกแมวถูกยื่นมาตรงหน้า เธอจึงหลุดจากภวังค์ความคิด เอื้อมมือไปรับมันมาอุ้มไว้
“ฉันชื่อลิน คะ คุณชื่ออะไร?” หลุดปากถามออกไป
แวมไพร์สาวสบสายตาด้วย ขยับปากจะตอบ แต่แล้วเปลี่ยนใจ หลบฉากจากไปโดยไม่พูดอะไร
“อ้าว! ไปซะแล้ว” เธอมองตามการเคลื่อนไหว ที่ว่องไวเหนือคนหายลับสายตาไปในไม่กี่วินาที
ฉันเจอแวมไพร์ตัวจริง แต่รอดมาได้...ไปเล่าให้คนอื่นฟัง ใครจะเชื่อบ้างเนี่ย
นึกในใจแบบขำๆ ลูบหัวเจ้าสี่ขาตัวน้อย ก่อนวางมันลงกับพื้น
“อย่าไปติดบนต้นไม้อีกล่ะ คราวหน้าฉันไม่มาช่วยแกแล้วนะเจ้าเหมียว” เกวลินตะโกนตามหลังเจ้าแมวที่วิ่งซุกซอนไปตามประสาของมัน ยิ้มบางๆ เงยหน้ามองแสงทองที่โผล่ขึ้นที่ปลายขอบฟ้า แล้วออกวิ่งต่อเพื่อกลับบ้าน จู่ๆ คำถามแปลกๆ ก็ลอยขึ้นในสมอง
ผีดูดเลือดที่ไม่ทำร้ายคนมีด้วยหรือ?  
น่าแปลกที่หลังรู้ว่า สาวฝรั่งไม่ใช่คนธรรมดา แต่ไม่คิดจะปริปากบอกเรื่องนี้กับปู่ย่าหรือพี่ชาย ตั้งใจจะเก็บเอาไว้เป็นความลับ
ทำไมฉันถึงได้คุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้จัง
เกวลินนึกไม่ออกว่า เคยเจอหน้าสวยๆ ที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า แล้วสะบัดความฟุ้งซ่านออกจากหัว หยุดเมื่อถึงหน้าบ้าน ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่เหงื่อไหลท่วม ก่อนเปิดประตูเข้าไป
“กลับมาแล้วค่ะ”
 
อารียาซึ่งคิดจะหาที่ซ่อน หลังใกล้สว่างเต็มทน นึกเปลี่ยนใจอยากรู้เรื่องผู้หญิงหน้าคมผมยาวที่เพิ่งเจอ จึงวิ่งย้อนกลับไปทางเก่าแล้วตามเกวลินไปห่างๆ จนกระทั่งอีกฝ่ายเข้าบ้าน
ที่นี่เหรอ
นัยน์ตาสีฟ้าสงบนิ่ง แม้จะหลบอยู่ใต้ต้นไม้ห่างไปเกือบยี่สิบเมตร แต่ก็ยังสังเกตเห็นสัญลักษณ์ของกลุ่มฮันเตอร์ บนกล่องรับไปรษณีย์ที่รั้วบ้าน...Kris ที่เขียนด้วยอักษรโบราณ
ฝรั่งสาวจึงตัดสินใจล่าถอย ก่อนที่แสงแดดจะแผดเผาร่างให้เป็นเถ้าถ่าน วิ่งออกไปสุดกำลังยังจุดหมายปลายทาง โกดังเก็บข้าวสารร้างซึ่งห่างออกไปหลายกิโลเมตร มีห้องใต้ดินเล็กๆ ในห้องนั้นมีหีบที่มีขนาดใหญ่พอให้เข้าไปนอนได้อย่างสบาย อารียาก้าวเข้าไปนอนโดยไม่ลืมปิดฝาให้สนิท จนไม่มีแสงเล็ดรอดเข้ามา
เป็นลูกสาวตระกูลฮันเตอร์ หัวใจเต้นแรงขนาดนั้น ต้องรู้แล้วว่าฉันเป็นอะไร...แล้วทำไมถึงไม่ลงมือ ไม่โวยวาย?   
อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ ผีดูดเลือดไม่มีโทรจิตในการอ่านใจ แต่อาศัยการฟังเสียงหัวใจเต้นที่เปลี่ยนไป ใช้ในการคาดเดาความรู้สึก กับความคิดของมนุษย์
และแล้วภาพไลล่าคนรักในอดีตก็ผุดขึ้น ตามด้วยภาพของหญิงที่เพิ่งเจอเมื่อกี้ทับซ้อนกันได้เกือบสมบูรณ์ มีเพียงสีผมและสีตาเท่านั้นที่แตกต่าง ทั้งคู่เหมือนกันมาก หากไม่พินิจพิจารณาอย่างละเอียดก็ยากจะแยกออก
“ไลล่า...” ครางชื่อคนรักที่ไม่เคยหลุดปากออกมาแสนนาน ก่อนสะบัดหัวทิ้งความคิดสับสนให้หลุดจากสมอง “ไลล่าตายไปแล้ว...”
แม้หัวใจดวงน้อยจะหยุดเต้นไปนานนับศตวรรษ แต่ความรักยังไม่จางหายไป หล่อนแอบหวังว่าสักวันจะได้เจอกับไลล่าอีก เรื่องที่ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นไปได้
...เรื่องการกลับชาติมาเกิด
ทว่าเมื่อเจอกับหญิงสาวที่เหมือนคนรักเก่า ราวกับหลุดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน แวมไพร์สาวกลับทำอะไรไม่ถูก
...เป็นไม่กี่ครั้งที่หล่อนรู้สึกกังวลและคิดหนักในรอบหลายสิบปี
ฉันควรจะทำยังไงดี?
เมื่อคิดอะไรไม่ออก อารียาจึงหลับตาลงเพื่อพักผ่อน โดยหวังว่าหลังตื่นขึ้นจะคิดวิธีดีๆ ออก
 
เหงา
กาลผ่านพ้นมิลืมเลือน
คิดถึงเหมือนเธอยังอยู่
ร้อยปีล่วงคล้ายชั่วครู่
อดีตกู่ไม่กลับ...เหงาหัวใจ.
 
หลังทานมื้อเช้าเสร็จ เกวลินถูกดิเรกขยิบตา ชวนไปคุยที่ห้องของเขาชั้นสอง  
“มีอะไรคะ?” เธอขมวดคิ้ว หลังพี่ชายทำอะไรลับๆ ล่อๆ  
“มีข่าวจากกลุ่มนักล่า” เขากระซิบ
“ว่าไง?” หญิงสาวถามอย่างกระตือรือร้น เพราะปู่ไม่ค่อยยอมปริปากเล่า กว่าจะรู้เรื่องทุกอย่างก็จบแล้ว
“เมื่อคืนหัวหน้าเชนสั่งให้อาแซมตั้งหน่วยลาดตระเวน เพื่อหาที่ซ่อนของพวกมัน”
“ก็ดีนี่” น้องสาวพยักหน้าเห็นด้วย อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แต่ยังไม่เข้าใจว่าเกี่ยวอะไรกับตน “แล้วไงอีก?”
“พี่ว่าพี่จะไปร่วมด้วย” ดิเรกบอกความตั้งใจออกมา
“อะไรนะ!” คนฟังทำหน้าแตกตื่น “แต่ปู่-”
“หยุดเลย” พี่ชายโบกมือห้ามไม่อยากได้ยินเสียงคัดค้าน “แล้วก็อย่าบอกปู่ย่าด้วย”      
เอาไงดี?
สาวผมยาวนึกลังเล ไม่กล้ารับปาก ด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปู่ย่าสั่งห้ามนักหนา...ไม่อยากให้หลานทั้งสองคนเป็นฮันเตอร์
หากเธอเป็นชายคงดื้อรั้นทำแบบเดียวกับดิเรกแน่ ความจริงแล้วเกวลินยิงหน้าไม้และปืนได้แม่นกว่าพี่ชายเสียอีก แข่งกันทีไรเธอชนะเขามากกว่าแพ้ แต่ใจไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายใดๆ หลังโดนขู่มาเยอะว่า ปีศาจเหล่านั้นหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าซากศพ มีน้ำเลือดน้ำเหลืองไหลเยิ้ม ชวนสะอิดสะเอียน โดยเฉพาะยามแยกเขี้ยวยิงฟัน
แค่เพียงจินตนาการ เธอก็แทบหมดความอยากเป็นคิลเลอร์ ไม่มั่นใจว่า ถ้าตนเผชิญหน้าจะช็อคตาย หรือเป็นลมล้มพับ ก่อนจะทันต่อสู้กับพวกมันหรือเปล่า
หญิงสาวรู้จุดอ่อนตัวเองดี และไม่คิดฝืนทำสิ่งที่ตนไม่สามารถ
...ในสนามรบถ้าดูแลตนเองไม่ได้ ก็ไม่ควรเป็นภาระของคนอื่น เพราะอาจจะทำให้เพื่อนในทีมลำบากหรือตายได้  
พลันคิดถึงแวมไพร์สาวที่เจอเมื่อเช้า ไม่รู้ทำไมเกวลินถึงได้มั่นอกมั่นใจนักว่า หล่อนไม่ทำร้ายตนแน่ ใบหน้าสวยหวานงดงามที่ดูนิ่งเฉยราวรูปสลักของเทพีวีนัส แววตาคู่สีฟ้าที่จ้องเธอนั้นดูอบอุ่นห่วงใย ไม่แข็งกระด้างเหมือนผีดูดเลือดที่เคยได้ยินเลยสักนิด
ทำไมหล่อนต้องเป็นแวมไพร์ด้วยนะ? เป็นมานานเท่าไหร่แล้ว? แวมไพร์มีความรู้สึกบ้างหรือเปล่า?
ความสงสัยมากมายผุดขึ้นในหัว ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงยิ้มกับตัวเองที่คิดอะไรเพี้ยนๆ 
บ้าจริง! ทำไมฉันต้องไปอยากรู้เรื่องพวกนั้นด้วย
“แล้วอาแซมเรียกรวมพลเมื่อไหร่?” น้องสาวเปลี่ยนไปถามเรื่องของเขาต่อ
“เที่ยงวันนี้” พี่ชายบอก ก่อนย้อนถามบ้าง “ว่าแต่วันนี้ว่างไหม?”
“ก็ไม่ได้ไปไหน” เธอตั้งใจจะอยู่บ้าน เพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบย่อย และสอบกลางภาค
“งั้นช่วยอะไรพี่หน่อยสิ ได้ไหม?” ดิเรกลากเสียงอ่อนเสียงหวานขอร้อง
หืม พูดเสียงหวานแบบนี้ ผิดปกติ
“อะไรล่ะ?”
“วันนี้ช่วยเฝ้าร้านแทนหน่อยสิ ได้ไหมคุณน้องสาวผู้น่ารักสุดๆ”
“มีอะไรแลกเปลี่ยนไหม?”  
“ได้ทุกอย่างครับคุณน้อง”
“งั้นแบ่งค่าแรงวันนี้ 60 : 40 เหมือนเดิม” เธอยื่นข้อแลกเปลี่ยน ที่สมน้ำสมเนื้อ     
“ไม่มีปัญหาครับ” ดิเรกผงกหัว ไม่ว่าน้องสาวจะขออะไรเขายอมทุกอย่าง กระเหี้ยนกระหือรือที่จะไปออกศึกกับสัตว์ร้ายเต็มแก่
“งั้นก็ตกลง” หญิงสาวรับคำ
ที่จริงแล้ว เกวลินชอบช่วยงานที่ร้าน ‘วีแอนติค’ โดยเอาบันทึกหรือหนังสือเก่าๆ มาเปิดอ่าน บางเล่มเป็นภาษาเก่าที่รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่เธอก็มีความสุขมากกว่าการออกไปเที่ยว หรือเดินร่อนทั่วห้างฯ แบบที่สาวๆ ส่วนใหญ่ทำกัน  
“แท๊งกิ้วคุณน้อง อีกชั่วโมงเจอกันที่ร้าน” พี่ชายนัดเวลา เพื่อไปเตรียมตัวอีกหลายเรื่องสำหรับการออกศึกครั้งแรกในชีวิต 
“รับทราบค่ะ” สาวหน้าคมยิ้ม พลันนึกถึงสาวฝรั่งขึ้นมา จึงอดเลียบๆ เคียงๆ ถามไม่ได้ “ว่าแต่พี่ต้องไปตรวจแถวไหน?”
“ภากรบอกว่า จะตรวจแถวโรงงานร้างทางเหนือก่อน เพราะแถวนั้นน่าสงสัยที่สุด”
“เหรอ” คนฟังโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ที่พวกนักล่าไม่ได้ไปค้นหาใกล้กับจุดที่ตนเจอหล่อน
ไปคนละทาง คงไม่เจอคนเมื่อเช้าแน่
“อย่าเลทล่ะ เกือบถึงเวลาเปิดร้านแล้ว” เขาย้ำกับน้องสาว หลังมองเวลาใกล้จะต้องไปเปิดร้านแล้ว
“เจ้าค่ะ” เธอรับคำ แล้วเดินขึ้นบันไดไปห้องนอนตัวเอง เพื่ออาบน้ำแต่งตัวใหม่ ก่อนออกไปเฝ้าร้านแทนพี่ชาย
ทำไมฉันต้องไปห่วงแวมไพร์ตัวนั้นด้วย...บ้าหรือเปล่าเกวลิน
  
OoXoO




 

Create Date : 01 เมษายน 2562
0 comments
Last Update : 1 เมษายน 2562 15:20:22 น.
Counter : 152 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.