ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
 
มีนาคม 2562
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 มีนาคม 2562
 
All Blogs
 

จุมพิตรัตติกาล My Sweet Vampire บทที่ 1 (Yuri)



“โบราณว่ากันว่า วาสนายาวนานสามภพชาติ หวังว่าชาติหน้าพวกเราจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างคนธรรมดา มีความสุขจนแก่เฒ่า” เสียงแว่วหวานเอ่ยอำลากับคนรัก แม้นรู้ทั้งรู้ว่า ตนไม่ใกล้เคียงคำว่าคนธรรมดาเลยก็ตาม
“ประโยคเหล่านี้ ท่านต้องจดจำให้ได้นะ” ผู้หญิงอีกคนเอ่ยขอคำมั่นสัญญา
“ฉันไม่เคยผิดสัญญา เธอก็รู้” อีกฝ่ายตอบ โน้มตัวมาประทับจูบที่เรียวปากอีกฝ่ายอย่างดูดดื่ม จากนั้นผละออกห่าง แล้วหมุนตัวก้าวยาวๆ ออกไป โดยไม่หันกลับมามองคนรักอีก
“ฉันรักท่านมากนะ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ฉันจะรักแต่ท่านผู้เดียว” ผู้หญิงอีกคนพึมพำกับตัวเองยืนมองอีกฝ่ายจากไป ปล่อยให้น้ำตาไหลรินอาบสองแก้ม
เกวลินสะดุ้งตื่นกับความฝันซ้ำซากที่บีบหัวใจให้เสียน้ำตา ความฝันที่เหมือนจริงเกินไป
ฝันแบบเดิมอีกแล้วเหรอเนี่ย เฮ้อ!
เธอถอนใจ ยกมือปาดน้ำตาทิ้ง ไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมถึงได้ฝันแบบนี้
ตอนแรกเข้าใจว่า สาเหตุที่ฝันมาจากดูหนังแล้วอินจัด แต่ผ่านมาเกือบเดือนดูหนังจบไปนานแล้ว แต่ความฝันยังคอยตามหลอกหลอน จากอาทิตย์ละครั้งเป็นสองครั้ง จนตอนนี้แทบจะทุกคืน
ภาพในฝันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ยกเว้นแต่เธอไม่เห็นหน้าผู้หญิงทั้งสองชัดๆ
...ความรู้สึกลึกๆ บอกว่า เธอรู้จักหนึ่งในสองคนนั้น หรืออาจจะเป็นคนใดคนหนึ่ง
นี่มันลางบอกเหตุอะไรหรือเปล่า?
นึกสงสัย แต่ไม่กล้าปริปากเล่าให้คนในบ้านฟัง แต่คิดจะค้นหาคำตอบด้วยตนเอง
เธอจำได้ว่า ย่าลิเลียนเคยบอกไว้ว่า ใกล้จะครบอายุยี่สิบเอ็ดปี ต้องระวังตัวให้มาก ซึ่งเหลืออีกแค่ไม่กี่เดือน แต่พอซักไซ้ว่า ระวังเรื่องอะไร อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทนทุกครั้ง
หรือความฝันนี้จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ย่าทัก?
“เฮ้ย! สายแล้ว”
หญิงสาวเด้งตัวจากที่นอนทันที หลังมองเวลา คว้าผ้าเช็ดตัวและชุด เพื่ออาบน้ำแต่งตัวอย่างเร็ว

เกวลินวัยยี่สิบเศษในชุดเครื่องแบบนักศึกษา ขี่มอเตอร์ไซค์อายุหลายปีไปเรียนที่มหา’ลัย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านนักแค่สิบห้านาที
สาวหน้าคมกับพี่ชายดิเรกเป็นลูกกำพร้า อาศัยอยู่กับปู่ดอนและย่าลิเลียนตั้งแต่เด็ก โดยเข้าใจว่าพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิต เธอเพิ่งรู้เมื่อไม่นานว่า แท้จริงแล้วตระกูลของตนไม่ได้เป็นพ่อค้าของเก่าธรรมดา แต่มีธุรกิจตึกสองคูหาบังหน้าเท่านั้น
ปู่ดอนเคยเป็นอดีตวีรบุรุษนักล่าหรือฮันเตอร์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก พ่อแม่ของเธอก็เจริญรอยตามปู่ แต่ว่าโชคร้ายที่ทั้งสองต้องเสียชีวิตขณะไปปฏิบัติงานที่ญี่ปุ่น เกวลินกับดิเรกจึงอยู่ภายใต้การดูแลของปู่ย่ามาตลอด
สมัยนี้ยังจะมีปีศาจให้ล่าด้วยเหรอ...ตลกชะมัด
นึกขำในใจ แต่ไม่กล้าหลุดปากพูดออกไป กลัวจะโดนปู่ร่ายยาวประวัติของกลุ่มนักล่า Kris หรือกริช ที่แปลว่า ‘ผู้รับสารจากพระเจ้า’ ซึ่งเคยยิ่งใหญ่ในอดีตเป็นครั้งที่ร้อยเก้าสิบ คราวก่อนเธอนั่งพับเพียบฟังจนขาชาหูชาไปสองชั่วโมงเศษ
สาวหน้าคมจอดรถ สะพายกระเป๋าหนังสือ เดินเรื่อยเปื่อยเข้าไปยังอาคารเรียน ก่อนโดนใครจากด้านหลังตบไหล่อย่างแรง จนหน้าขะมำ จึงหลุดร้องอุทานออกมา
“เหวอ!”
พอตั้งหลักได้ เธอหันขวับไปมองตัวต้นเหตุ...นิจรินทร์ เพื่อนรักที่ยืนกลั้นหัวเราะอยู่
“ทำไมชอบแกล้งฉันนัก ถ้าล้มไปทำไง?” โวยวายออกมา
“ล้มก็ลุกขึ้นสู้ใหม่สิ ลมหายใจยังไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันไป” นิจรินทร์แกล้งพูดคำคมหน้าตาย ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดแม้แต่น้อย
“เจอก็กวนเลยนะ เดี๋ยวเอาเปลือกทุเรียนยัดปากดีไหมเนี่ย”
“ไม่ดี ขอเป็นทุเรียนกวนแทนได้ไหม หรือไอติมทุเรียนก็โอเคนะ ฉันเลี้ยงง่าย” ต่อรองแบบกวนๆ
มันน่าจริงๆ
สาวผมยาวค้อนขวับอย่างหมั่นไส้เต็มแก่
“ฝันไปเถอะ”
ทว่านิจรินทร์ไม่สนใจท่าทางเฉยชาของอีกฝ่าย เดินไปควงแขนอย่างสนิทสนม เธอเป็นคนเดียวที่มีภูมิต้านทานสาวเฉยคนนี้ได้ รวมถึงไม่แยแสกับสายตาของเพื่อนร่วมสถาบัน จึงเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมต้นจนถึงปัจจุบัน
“เป็นอะไรรึเปล่าดูเหม่อๆ” เธอถามอย่างใส่ใจ
สาวหน้าคมถอนใจกับความช่างสังเกตของเพื่อน
“แค่ฝันร้ายน่ะ”
“ฝันเรื่องนั้นน่ะเหรอ?”
“อือ”
“น่าแปลกนะที่ฝันแบบเดิมซ้ำ” เพื่อนสนิทนึกคลางแคลงใจ “หรือว่าแฟนชาติก่อนจะมาทวงสัญญาแก”
โห! เชื่อเรื่องแบบนี้ด้วย
เกวลินทำหน้าแปลกใจ ก่อนยิ้มน้อยๆ
“ให้มาเถอะ ฉันก็อยากเจอเหมือนกัน”
“ทำเป็นปากดี เจอตัวจริงกลัวว่าจะเผ่นแทบไม่ทัน” เพื่อนเอ่ยเยาะ รู้ว่าเกวลินเป็นคนแบบไหน ใบหน้ารูปไข่สวยคม จมูกโด่ง ริมฝีปากบางได้รูป สวยแบบลูกครึ่ง ผมสีเข้มดำรวบหลวมๆ ยาวเกือบกลางหลัง ถ้ายิ้มง่ายกว่านี้อีกนิด เฟรนลี่อีกหน่อย รับรองว่ามีหนุ่มๆ ต่อแถวแจกขนมจีบยาวเหยียด
แต่นิจรินทร์ชอบที่เพื่อนนิสัยเงียบๆ แบบนี้มากกว่า
นี่ก็รู้ดีเกิน
สาวหน้าคมยิ้มนิดๆ ไม่พูดอะไร ด้วยเพื่อนรู้ลึกรู้จริง เธอจะอึดอัดรำคาญยามมีคนแปลกหน้าเข้ามาใกล้เกิน เหมือนโดนรุกล้ำความเป็นส่วนตัว จึงเลือกที่จะหลบเลี่ยง และปฏิเสธหนุ่มๆ ที่เข้ามาจีบ
“ว่าแต่แกเห็นข่าวช่วงนี้หรือเปล่า?” นิจรินทร์พูดขึ้น เธอเป็นลูกสาวสารวัตรใหญ่ในพัทยา จึงชอบติดตามข่าวแปลกๆ มาเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนเสมอ
“อะไร?”
“เรื่องคนตายที่ถูกดูดเลือดจนแห้งหมดน่ะสิ”
“ถูกดูดเลือด?” เกวลินถามย้ำเสียงสูงกว่าปกติ
“ใช่ สองอาทิตย์นี้น่าจะห้าหรือหกศพได้” อีกคนเล่าต่อ
ห้าหกศพเชียว
คนฟังทำหน้าอึ้ง ที่ตนพลาดข่าวสำคัญนี้ไป เพราะมัวยุ่งช่วยงานที่ร้านแทนปู่กับท่องหนังสือเตรียมสอบ
“เจอศพแถวไหน?”
“ในเมืองนี้แหละ ตำรวจพยายามปิดข่าวไว้กลัวคนแตกตื่น แต่คงปิดได้อีกไม่นานแล้ว” ลูกสาวตำรวจใหญ่ขยายความ
“แล้วบนศพมีร่องรอยอะไรหรือเปล่า?”
นิจรินทร์นิ่งคิด
“มีสิ รอยสี่เขี้ยวที่ต้นคอ”
เขี้ยว!
เกวลินตาเบิกโพลงกว้าง ก่อนกลอกตาไปมา พอเข้าใจแล้วว่า ทำไมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปู่ดอนถึงได้ดูเคร่งเครียดกว่าปกติ
“แล้วทางตำรวจคิดว่าไง?” เธอถามต่อ
“สันนิษฐานว่าเป็นพวกโรคจิตที่ฆ่าเลียนแบบผีดูดเลือด” ลูกสาวตำรวจตอบตามที่รู้ “แต่ฉันคิดว่าไม่ใช่”
หืม?
“ไม่ใช่ แล้วแกคิดว่าพวกไหน?”
“ฉันว่าน่าจะเป็นฝีมือผีดูดเลือด”
เฮ้ย! รู้ได้ไง
สาวหน้าคมสะดุ้งกับคำตอบเดียวกับที่ตนคิดไว้ในใจ พลันได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักตามมา
“ซะเมื่อไหร่ ฉันล้อเล่น” เพื่อนสาวเฉลย ยักไหล่ด้วยท่าทางกวนประสาท
เฮ้อ! ตามอารมณ์ไม่ทันเลยจริงๆ อันไหนพูดจริงพูดเล่น
เกวลินอยากยกมือตบหัวตัวเอง ที่โดนเพื่อนรักหลอกเป็นประจำ แต่ก็ถามหยั่งเชิง
“แปลว่าน่าจะเป็นฝีมือคน?”
“แน่ล่ะ ผีดูดเลือดมีซะที่ไหน น่าจะเป็นพวกฆ่าเพื่อเอาเลือดไปขายมากกว่า ได้ข่าวว่า เลือดบางกรุ๊ปที่หายากในตลาดมืดราคาแพงมากเลยนะ คงกะเอาไปขายนั่นแหละ”
นิจรินทร์ไม่เชื่อในเรื่องสิ่งลี้ลับหรือไสยศาสตร์ ด้วยมองเป็นเรื่องหลอกลวงของพวกสิบแปดมงกุฎหรือต้มตุ๋น ซึ่งพัฒนาความล้ำลึกไปตามโลกยุคใหม่ รวมไปถึงฆาตกรเอาไอเดียมาจากนิยายหรือหนัง ดัดแปลงจนทำให้ตำรวจยากจะหาหลักฐานมัดตัว ทำให้โลกต่อไปคนดีๆ อยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ
โล่งอกไปที
สาวหน้าคมเบาใจขึ้นหลังได้ยินเพื่อนรักกล่าวแบบนั้น บางเรื่องเล่าออกไปคงไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะในยุคที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครองโลกจนขึ้นสมอง ขืนใครพูดว่า ‘ผีดูดเลือดมีจริง’ คงไม่พ้นเป็นคนฟั่นเฟือนเสียสติ ต้องเช็คประสาทด่วน
“ยังไงแกก็อย่ากลับบ้านมืดล่ะ พ่อบอกว่า พวกนี้ชอบลงมือในที่เปลี่ยวๆ หลังอาทิตย์ตกดิน” หญิงสาวพูดด้วยเป็นห่วงเพื่อน
“อือ” เกวลินรับคำเบาๆ “ว่าแต่ที่ไหนที่พวกนั้นชอบลงมือ ฉันจะได้ไม่ไป”
“แถวๆ สวนสาธารณะน่ะ ไม่จำเป็นก็อย่าผ่านไปแถวนั้น”
“โอเค” สาวหน้าคมรับปาก แต่แอบไขว้นิ้วไว้ข้างหลัง
โทษทีนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกแก
นึกขอโทษขอโพยเพื่อนในใจ แต่คงไม่ได้ไปที่นั่นวันนี้ เนื่องจากต้องแวะไปที่อื่นก่อน
วันนั้นเกวลินเรียนแทบไม่รู้เรื่อง ทั้งที่ปกติจะตั้งใจเรียนมากกว่านี้ ในสมองมีแต่เรื่องของแวมไพร์เต็มไปหมด เธอไม่ได้เก่งกาจรอบรู้อะไร ส่วนใหญ่ก็อ่านผ่านตามาจากบันทึกเก่าทั้งนั้น
หญิงสาวบังเอิญรู้ว่า ห้องใต้ดินที่บ้านกับร้านขายของเก่าของปู่มีอาวุธเก็บไว้เพียบ อาวุธอายุหลายร้อยปีซึ่งเคยใช้จัดการกับผีดูดเลือดมานับไม่ถ้วน ปืนสั้นปืนยาวหลายขนาดพร้อมกระสุนเงินหลายร้อยนัด หน้าไม้ขนาดใหญ่ที่ยิงลูกศรแหลมทะลุหัวใจพวกนั้น ลิ่มแหลม กริชและดาบคมๆ หลายสิบเล่มที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
วิธีกำจัดแวมไพร์หลักๆ มีหลายวิธีคือ ตัดคอให้ขาด ใช้ไม้แหลม เช่น ลิ่มแทงทะลุหัวใจ กระสุนเงินสร้างบาดแผลทำให้ผีดิบฟื้นตัวได้ช้ากว่าชนิดอื่น ถ้าจะฆ่าให้ตายสนิทต้องยิงที่หัวใจหรือศีรษะ
และสุดท้ายคือให้พวกมันตากแห้ง แดดยามเที่ยงแสนอบอุ่นของเมืองไทย แค่ไม่กี่นาทีพวกนั้นต้องดิ้นทุรนทุราย และสลายกลายเป็นธุลีดินแน่นอน
ส่วนเรื่องเล่าขานที่บอกว่า แวมไพร์กลัวกระเทียม ชอบข้าวสารกับเศษขนมปังนั้นไม่มีบันทึกเอาไว้ เดาว่าเป็นแค่เรื่องแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงในภายหลัง
ถ้าปีศาจออกอาละวาดจริง แบบนี้กลุ่มกริชก็ต้องไปจัดการ หวังว่าจะไม่มีใครเป็นอะไรหรอกนะ
เธอนึกเป็นห่วงหลายคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมานาน ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ ไม่อยากให้ใครต้องสูญเสียเป็นกำพร้าเหมือนตนอีก
...แม้ว่านั่นจะเป็นหน้าที่ก็ตาม

 




 

Create Date : 21 มีนาคม 2562
0 comments
Last Update : 21 มีนาคม 2562 14:32:26 น.
Counter : 207 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


BlogGang Popular Award#15


 
นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.