Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
7 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
กวน มึน โฮ (ในมุมศาสนา)..คริสต์

หลากหลาย คำวิจารณ์ ร้อยพัน ทั้งดี และ เลว ของหนังเรื่องนี้ ส่วนตัวมองหนังเรื่องนี้ได้หลายมุม จึงอยากเอามาแชร์ในอีกมุมนึงค่ะ ส่วนมุมฮาๆ ทั่วๆไป คงมีเกลื่อน ข้อความข้างล่างน่าสนใจสำหรับเรา แม้ คนอ่านอาจจะแอนตี้ และอ่านไม่รู้เรื่อง หรือ คิดว่าคนเขียนบ้า แต่สำหรับตัวเองแล้วกลับรู้สึกว่า ลองมองมุมแบบนี้ดู แล้วคุณจะประหลาดใจ !!!!!! หรือรู้สึกขำ บางตอน 555... ต้องนึกถึงภาพ เรื่อง The Mist ตามค่ะ

หนังเรื่องนี้ หากมองแบบเผินๆ มันก็เป็นเพียงแค่ภาพยนตร์ Feel Good เรื่องหนึ่งของ GTH ที่ค่ายนี้มักจะผลิตออกมาบ่อยๆ แต่แท้จริงๆแล้ว หากมองลงไปลึกๆภายในหนัง มันเต็มไปด้วยปรัชญาที่คาดไม่ถึง เป็นปรัชญาศาสนาอันเสนล้ำลึก ที่แฝงเข้ามา ได้อย่างลงตัว

หนังเปิดเรื่องด้วย ตัวละคร ที่ยังคงยึดติด กับโลก ยึดติดกับกฎเกณฑ์สังคมโลก ที่ถูกสร้างมาเป็นกรอบ เพื่อมาบอกว่า อะไรดี อะไรไม่ดี
เฉกเช่น ตัวละครพระเอก คิดถึงแฟนเก่า ที่เขารัก และอยากแต่งงานแต่บอกไม่ทัน (โลกแห่งกิเลส และกรอบแห่งความจอมปลอมที่มนุษย์สร้าง)
และ ตัวละคร นางเอก ที่มีแฟน แต่ยังคงกังวลเรื่องแฟน ที่อยู่ในกฎเกณฑ์ (เป็นตัวละคร Symbolic ชัดเจน ที่มักจะเป็นคนทำอไร ระเบียบ แบบแผนเสมอ เปรียบได้กับ คนที่จมอยู่ในกรอบสังคม จนขาดความสร้างสรรค์ หรือเห็นแสงสว่าง) และ กำลังดึงนางเอกไว้ ให้อยู่กับเขา ทำให้นางเอกก็โดนกลืนกิน กับ โลกจอมปลอมของมนุษย์ที่ไม่เที่ยงธรรมไปด้วย

ทั้ง 2 ตัวละคร คือตัวแทน ของคนที่ คิดต่าง ศรัทธา แต่ไม่กล้าแสดงออก เพราะกลัวโดนตราหน้า กลัวโดนมองว่าบาป (ในมุมมองของคนยึดติดขนบสังคม) จึงต้องทำตัว แนบเนียนกับสังคมจอมปลอม ของมนุษย์ และอยู่กับกฎเกณ์ของมนุษย์ แต่แท้จริงแล้ว ตัวละคร ก็มีความขบถ ในตัวทั้งคู่ แต่กำลังสับสน ระหว่าง "ความจริง" กับ "ภาพมายาของโลก" ว่าจะเลือกเอาอันไหน จะเลือกที่จะปลดแอกตัวเอง หรือจะก้มหัวให้กับระบอบสังคม

ฉากการบอก เลิกทางโทรศัพท์ของแฟนหนูนา และหนูนา คือฉากเสียดสีความจอมปลอมของมนุษย์ ที่ทำได้กลมกล่อมอย่างแท้จริง ... ในขณะที่ 2 ตัวเอกของเรื่อง กำลังอยู่ในภาวะ สับสน ตัวแทนของโลกระบอบมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลสในการส้รางความชอบธรรมในสังคมของ ตน ได้ติดต่อมา ผ่านโทรศัพท์ มือถือ (อุปกรณ์ของซาตาน ที่ถูกสร้างมา เพื่อลดการเชื่อมกันของมนุษย์ในแง่จิตใจและคุณธรรม) และบอกเลิกกัน หลังจากรู้ว่า หนูนา โกหก
มันก็เหมือนกับ พวกมนุษย์อันจอมปลอม ที่หวาดระแวง คนที่คิดต่าง เห็นต่าง สิ่งแปลกใหม่ (เหมือนคนที่กล่าวว่า พระเยซูนอกรีต ในสมัยก่อน) และรับไม่ได้ กับความจริงในอีกรูปแบบ ทำให้ ทำการตัดขาดกัน ระว่างตัวละคร 2 ตัวนี้ เพราะความไม่ไว้ใจของฝั่งมนุษย์ เพราะมนุษย์นั้น ต่างโง่งม หวาดกลัว และคิดถึงแต่ตนเอง จึงกลายเป้นบทสรุป ของการแตกหัก ผ่านทางโทรศัพท์ (ล้อเลียนมากๆ เพราะของแบบนี้ควรจะพูดกันต่อหน้า แต่ต้องมาพูดผ่านกระบอกเสียงซาตานที่สร้างเพื่อให้มนุษย์ห่างเกินแล้วแท้)

ดัง นั้น ฉากต่อมา ที่หนูนา ไปตะโกนระบายที่สะพาน และร้องไห้ ก็คือการ สารภาพผิด และรู้สึกเสียใจ ต้องการตะโกนร้องเรียก ความช่วยเหลือ ของพระเจ้า นั่นเอง หนูนาเรียกพระเจ้า ต้องการให้พระองค์ช่วย เพราะพอกันที กับชีวิตระบอบมนุษย์ที่อยู่ในกรอบกฎ
หนูนา กับเต๋อ จึงต้องเดินทาง เพื่อค้นหาความหมาย ของสิ่งที่พระเจ้ากำหนดมา และการเดินทางของทั้งคู่นั่นเอง ทำให้ ทั้ง 2 ได้รับบทเรียน จากพระเจ้ามากมาย
พวกเขาได้สร้างแรงศรัทธาใหม่ด้วยกัน นั่นคือการใช้ชีวิต แบบมนุษย์อย่างแท้จริง เข้าถึง ตัวตน จากความรู้สึกภายในแท้จริง ...โดยไม่จำเป้นต้องพึ่งกฎเกณฑ์สังคมจอมปลอม เช่น การทำความรู้จัก ที่อาจจะเปลี่ยนจากการเข้าถึง มาเป็นผิวเผินเก็ได้ และนั่นเองก็คือหนทาง การนำ ทั้งคู่ สู่ความสุขในแบบที่พระเจ้าทรงประทานมาให้ คือการ เสรี อิสระภาพ ทั้ง 2 ได้ ปลดแอกมาแล้วจริงๆ
แต่พระเอก ของเรื่อง ก็ยัง หมกมุ่นในใจ กับเรื่องทางโลก อยู่ นั่นคือคิดถึงเรื่องแฟนเก่า+กับการแต่งงาน (กฎของสังคมลวงตา) และนั่นก็ยังทำให้ตัวละครตัวนี้ ขึ้นๆลงๆ เหมือนไม่ศรัทธา ในพระเจ้าดีพอ

หนูนา ซึ่งได้บรรลุแล้ว จึงได้ เสนอให้พระเอกศรัทธาในพระเจ้า ด้วยการใช้ สัญลักษณืของพระเจ้า โดยตัวสัญลักษณ์ คือ เจ๊ อ้อย ฉอด นั่นเอง (และเป็นอีกฉากที่ยั่วล้อกับเครื่องมือซาตานนั่นคือมือถือ) ซึ่งการจะต่อสายตรงกับพระเจ้า ไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องมือวัตถุพวกนี้ แต่มันอยู่ที่ใจ แต่สุดท้ายเขาก็ยังเลือกที่ไม่ศรัทธานั่นเอง
ซาตานรู้ ว่า พระเอก กำลัง อยู่ตรงกลาง จึงได้ทำการยั่วล้อเพิ่ม ด้วยการ ให้ การแต่งงานที่เป็นตัวแทนความสุขอุปโลก มาจี้ใจดำพระเอก ทำให้พระเอก เข้าสู่ด้านมืด และอาละวาดในงานแต่ง

แต่หลังจากที่พระเอกสำนึกตนและ เสียใจ และออกจากด้านมืดได้ พระเจ้าก็ทรงมอบรางวัลอันล้ำค่า นั่นคือการเล่นพนันชนะ ...สื่อให้เห็นถึง เมื่อศรัทธาพระเจ้าก็จะช่วย แต่หากไร้ซึ่งความศรัทธา พระเจ้า ก็จะทอดทิ้งเช่นกัน
ความสัมพันธ์ทั้ง 2 ตัว ได้ก่อกันขึ้น เป้นความรัก ในแบบที่ไม่มีเงื่อนไข มันคือความรักอันบริสุะจากใจ เฉกเช่นที่พระเจ้าทรงรักมนุษย์ และพระเจ้า ก็ได้กำหนด ให้วิญาณ 2 ตน ได้คู่เคียงกัน เป็นประสงค์อันแสนลึกลับของพระเจ้า แม้ว่าจะมีอุปสรรค หรือทางขรุขระ ยังไง ก็ต้องเดินทางกันต่อไป และไปรอดด้วยกัน บนเส้นทาง+เกมส์ ของพระเจ้าครั้งนี้.... (เช่นฉาก ที่พระเอกอกจากรถ เดินเข้าไปในความมืด และกลับมา นางเอกหายตัวไป เป็นการทดสอบของพระองค์)


แต่ว่า ในตอนใกล้จะจบ พระเอกเต๋อ ของเรา ได้ถูกทำการล่อลวงจิตใจจากซาตาน ด้วยข้อเสนอ ที่แสนจะน่าหลงใหลยิ่ง นั่นคือ "กิเลส" ทั้งมวล ของเขา มายืนตรงหน้า ทำให้ถูกทดสอบ ว่าตนนั้นได้เลิกยึดติดหรือยัง จึงทำให้เกิดความสับสนว้าวุ่นในตัวละคร
ผิดกับนางเอก ที่บรรลุธรรมไปเรียบร้อยแล้ว แม้จะเจ็บจะเสียใจ ก็ต้องปล่อยวาง ต้องอดทน บนหนทางพระเจ้า เธอคือตัวละครที่มีความแข็งแกร่งสุดในเรื่องเลยทีเดียว และมีความอดทนในคำสอนของพระเจ้า ที่อดทนไม่ตามหาเขา ทั้งๆที่ผ่านมา 1 ปี
สว่น พระเอก หลังจากมึนไปพักใหญ่ กว่าจะรู้ตัว ว่าหัวใจได้มอบความศัรทธาไปแล้ว ก็เมื่อต้องสูญเสียไปแล้วนี่เอง เขาถึงได้รู้ว่า โลกจอมปลอม กฎสังคมจอมปลอม มันไม่จำเป็นสำหรับเขาอีกต่อไป สิ่งที่สำคัญสุด คือผู้หญิงที่พระองค์กำหนดมานั่นเอง

และผ่านมา 1 ปี เขาจึงมั่นใจแล้ว ว่าเขาเลือกศรัทธาอะไร ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยศรัทธาในพระเจ้ามาก่อน ไม่เคยเลือกที่จะเชื่อ (พระเอกเคยบอกว่า อ้อยฉอด ไร้สาระ)
ในตอนท้าย พระเอก ได้โทรหา รายการวิทยุ DJ อ้อยฉอด เพื่อระบายความรู้สึก เพื่อสารภาพบาป (อ้อยฉอด คือ ตัวละครที่เป็นตัวแทนศัญลักษณ์เปรียบเปรย กับ พระเจ้า ...และการโทรมาเล่าในรายการก็เหมือนการสารภาพบาปเปิดใจกับพระองค์)
แน่ นอน ว่าการที่พระเอกศรัทธาแล้ว พระเจ้าก็ต้องช่วยคนที่รักพระองค์ จึงเป็นเวลาที่นางเอก ฟังรายการนั้นพอดี และทำให้ได้ค้นพบความรู้สึกตัวเอง
ซึ่ง DJ อ้อยฉอด ที่เราเห็นในหนัง แท้จริงแล้ว ก็คือพระเจ้าที่ทรงรักมนุษย์ และช่วยเหลือคนดีนั่นเอง

หนัง เรื่องนี้ แม้จะเปี่ยมไปด้วยประเด็นศาสนา แต่ภาพรวมของหนัง ก็คือหนังรักอยู่ดี ถ้าดูโดยไม่ได้เอะใจ ก็จะไม่เก็ท แต่ถ้าคุณคิดตาม จะพบว่าหนังรักเรื่องนี้ แทรกประเด็นไว้แนบเนียน ไม่ว่าจะเรื่อง ความรัก กิเลสตัณหา ความศรัทธาในพระเจ้า โลกจำลองกฎเกณฑ์ที่มนุษยจอมปลอมสร้างขึ้น รวมถึงการไถ่บาป ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะร้อยเรียงกันได้อย่างลงตัว และทำให้ประสบการณ์ชมภาพยนตร์ครั้งนี้ มีคุณค่าอะไรมากกว่าการมาดูหนังรักธรรมดาเรื่องนึง




Create Date : 07 กันยายน 2553
Last Update : 7 กันยายน 2553 14:57:21 น. 0 comments
Counter : 149 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อ. อะตอม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




My Style... My Opinion... My Life... My Love...

MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add อ. อะตอม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.