จิตใจคนเรายากแท้หยั่งถึง..รู้หน้าไม่รู้ถึงหัวใจ
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
6 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
ซาหวัดดีเบจิง - สวัสดีปักกิ่ง

นับว่าเป็นความโชคดี (บนความโชคร้ายหรือเปล่า?) ที่เราได้เดินทางไป China เป็นครั้งที่ 2 ครั้งนี้เดินทางไปตั้งแต่ 24-29 ตุลาคม 2550 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นฤดูใบไม้ร่วงของจีน สิ่งแรกทึ่นึกถึงเมืองจีนก็คือ ห้องน้ำ ก็แหม่นะมันเป็นสิ่งจำเป็นนี้นา วันๆเราต้องใช้บริการห้องน้ำวันละตั้งหลายรอบนะ แต่ต้องถือว่าดีขึ้นมาเมื่อเทียบกับเมื่อ3-4ปีก่อนที่ไป หรือเพราะว่าครั้งนี้เราไปปักกิ่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ แบบว่าเมืองหลวงเลยดีกว่าเมืองรองๆ แล้วอีกอย่างปีหน้าจีนจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกซะด้วยเลยต้องเร่งปรับปรุงเรื่องห้องน้ำเป็นการใหญ่ เนื่องจากพลาดการเป็นเจ้าภาพครั้งที่แล้วไปก็เนื่องจากตรวจเรื่องห้องน้ำแล้วไม่ผ่าน ว่าแต่ถึงแม้ว่าจะปรับปรุงขึ้นแล้วก็

ตามนะ ก็ยังไม่รู้สึกประทับใจกับห้องน้ำที่ปักกิ่งอยู่ดี ขนาดห้องน้ำที่ว่า 4 ดาวแล้วนะ ยังรู้สึกว่าห้องน้ำปั้ม JET บ้านเรายังจะสะอาดกว่าเลย แล้วที่ต้องปรับปรุงอีกอย่างหนึ่งก็คือ คนของเค้าละนะที่เข้าห้องน้ำก็ยังมีพฤติกรรมใช้แล้วไม่ราดอยู่ดี รวมถึงไม่ปิดประตูซะด้วย ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงนะ นี้ขนาดห้องน้ำใน International Convention Hall นะ ยังสู้ห้องน้ำปั้มน้ำมันบ้านเราไม่ได้เลย หน้าหนักใจแทนจริงๆ แล้วนี้นักท่องเที่ยวจะทั่วโลกที่จะไปปักกิ่งในปีหน้าจะทำยังไงเนี้ย

ไปเรื่องอื่นดีกว่านะ อย่าพูดถึงห้องน้ำบ้านเค้าเลยมาพูดถึงการเดินทางของเราดีกว่า เราเริ่มออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบินรอบ 01.20น. แต่ปรากฏว่าเครื่องออกช้ากว่ากำหนด กว่าจะได้เดินทางก็ 01.55น. เข้าไปแล้ว รู้สึกง่วงเอามากๆแต่ว่ามันก็เลยเวลานอนมามากแล้วเลยนอนไม่หลับ แถมโดนบังคับกินข้าว(ไม่รู้เรียกมื้ออะไร) ตอนตี 3 บนเครื่องอีก อาการอยากนอนแต่นอนไม่หลับนี้มันทรมานเน้อ ...ว่าไหม…

เช้าวันที่ 24 ณ.สนามบินปักกิ่ง อุณหภูมิวันนี้อยู่ที่ 10 องศาเย็นสบายมากเลย ทำให้นึกถึงบรรยากาศยอดดอยบ้านเรา ตอนนี้ปักกิ่งอยู่ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ต่างๆใบไม้จะเปลี่ยนสีจากสีเขียวไปเป็นสีแดง สีเหลือง ก่อนที่จะร่วงจนหมดต้น และหิมะตก ก็ต้องถือว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศดี เพราะถ้าเรามาเจอช่วงที่หิมะตกหรือหน้าหนาวของที่นี้ซึ่งอุณหภูมิติดลบ สำหรับคนไทยที่ไม่ชินกับสภาพอากาศแบบนั้นเห็นทีจะแย่ สำหรับการมาทำงานครั้งนี้ถือว่าตารางทำงานไม่แน่นมากเกินไป ทำให้จะมีเวลาไปแวะดูกำแพงเมืองจีนและพระราชวังต้องห้ามของจีน เพราะไหนๆก็ได้มาที่ปักกิ่งแล้ว และสองที่นี้ก็อยู่ที่ปักกิ่งด้วย ขอไปเห็นซะหน่อยเถอะนะ

visit china na ja



แต่ก่อนอื่นเราต้องทำงานของเราให้ลุล่วงเสียก่อน การมาครั้งนี้ได้เจอชาวต่างชาติจากประเทศต่างๆมาร่วมนำเสนองานในครั้งนี้ด้วย จากที่เห็นของแต่ละประเทศแล้วมีของอินเดียที่เรารู้สึกประทับใจ ที่ประทับใจคือคนอินเดียเค้าเก่งนะ ด้านเทคโนโลยี ต้องขอยกนิ้วให้ และเค้าสนใจและทำมันอย่างจริงจัง มันรู้สึกอย่างนั้นนะ แต่ไม่ใช่ว่าของไทยเราจะไม่เก่งนะ เราก็เก่งแต่ในด้านเทคโนโลยี มันรู้สึกว่ายังด้อยกว่าเค้า ไม่รู้เป็นเพราะเราเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์อยู่กันอย่างสุขสบายหรือเปล่า เพราะในประเทศที่ประชาชนเค้าลำบากการที่เค้าจะลุกขึ้นมามีความเป็นอยู่ที่ดี เค้าจะต้องใช้ความพยายาม มันเหมือนกับว่าเค้ามีแรงผลักดันมากกว่าคนของเรา เหมือนอย่างที่นักธุรกิจหลายคนในไทยที่เค้าลำบาก เสื่อผืนหมอนใบ มาจากจีนและทำงานจนได้เป็นคนรวยเจ้าของธุรกิจมากมายในไทย ไม่ใช้เพราะเค้าลำบากมาก่อนหรอกเหรอ เค้าถึงมีความพยายาม มีสักกี่กิจการกันที่เป็นของคนไทยแท้ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีนทั้งนั้น คิดๆแล้วก็น้อยใจนะ อยากเห็นคนไทยมีความพยายามและมุมานะเรียนรู้อะไรกันอย่างจริงๆจังๆจังเลย อยากให้เมืองไทยมี R&D ที่เก่งๆ เอานะพยายามเข้าอีกหน่อยเมืองไทยคงเป็นอย่างที่เราหวังเข้าสักวัน

กำแพงเมืองจีน



การมาอยู่ที่จีนครั้งนี้อากาศเย็นลงทุกวันเลย อุณหภูมิลดต่ำลงวันละประมาณ 2 องศาได้ แล้วก็มีลมแรงรวมทั้งมีฝนตกด้วย คืนที่ 3 ในเมืองจีนซินะที่เราเดินตากฝน ณ.อุณหภูมิ 5 องศา หนาวมากๆ แค่อากาศอย่างเดียวก็แย่แล้วดันฝนตกลงมาอีก ตอนแรกพวกเราก็ยื่นรอให้ฝนหยุดกันในร้านค้าแถวนั้น เวลาผ่านไปแล้วประมาณครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดคงจะตกกันอย่างนี้ทั้งคืน เพราะคืนก่อนก็ตก เพียงแต่ไม่แจ๊กพอต์ร ตกตอนพวกเราออกมาเดินหาซื้อของใกล้ๆโรงแรมเท่านั้นเอง หลังจากไม่เห็นวีแววว่าจะหยุดแล้วพวกเราก็เลยตัดสินใจเดิน คิดกันเอาเองแล้วกันนะ 5 องศา ลมแรง และฝนตก น้ำฝนเย็นยังกับน้ำแช่น้ำแข็ง เดินตากฝนกันระยะทางประมาณ กิโลครึ่ง ก็ถึงที่พัก ต้องรีบแยกย้ายกันไปอาบน้ำสระฝนกันเลย ตามด้วยการกินยาแก้ไข้กันเป็นแถว เดียวพรุ่งนี้ลุยงานต่อกันไม่ได้ละก็ ได้ตายกันจริงๆละงานเนี้ย

พระราชวังต้องห้าม-กู้กง



โรงงานทำหยก



จตุรัสเทียนอันเหมิน



Count down โอลิมปิก 2008



สำหรับวันกลับ หลังจากพวกเราทำงานกันเรียบร้อยแล้วและได้ไปที่สำคัญต่างๆรวมถึงตลาดขายของ Copy แหล่งใหญ่ของจีน (อันนี้เดียวมีรายละเอียดมาบันทึกต่างหาก) เราก็เดินทางกลับกันด้วยเที่ยวบิน Air China ตอน 20.30 น. จากจีน แต่ก็นะล่าช้ากันอีกตามเคย แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อสองวันก่อนที่ติดตามดูในข่าวของเมืองจีน ที่ออกข่าวว่าเนื่องจากหมอกลงจัดทำให้เครื่องขึ้นลงกันไม่ได้ ทำให้มีทั้งเที่ยวบินที่ล้าช้าและเลื่อน ยังนึกหวั่นใจอยู่เลยว่าเราจะได้กลับบ้านช้ากว่ากำหนด ยังโชคดีที่ล้าช้าไปนิดหน่อยเอง พวกเราเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยตอนเกือบตีหนึ่งกว่าจะจัดการกับกระเป๋าและรถมารับก็ปาเข้าไปตีสอง เดินทางกลับบ้านกว่าจะได้นอนก็ตีห้าของเช้าวันจันทร์เข้าไปแล้ว ..เจ้านายจ๋าขอลานอนสักวันแล้วกันนะจ๊ะ ขอไปทำงานวันอังคารแล้วกันนะค่ะ.....

เอาไว้จะมาบันทึกประสบการณ์เนื้อเปื่อยในเมืองจีนอีกทีนะ วันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกัน เฮ้อ...ต้องไปไถ่นาต่อแล้วเรา


Create Date : 06 ธันวาคม 2550
Last Update : 6 ธันวาคม 2550 17:52:37 น. 1 comments
Counter : 539 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนนะ


โดย: คนขับช้า IP: 202.149.24.145 วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:3:16:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นู๋ยูริน
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




รักสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ ประเภท Love Me Love My Dog กันเลยเชียว ชอบอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ไปไหนอย่างน้อยต้องมีหนังสือติดไปอ่าน มีเวลาก็ชอบไปเล่นกีฬานะ ยิ่งกีฬาทางน้ำยิ่งชอบ ชอบโลกใต้ทะเลมากเลย ชอบต้นไม้ ดอกไม้ ชอบงานประดิษฐ์ แต่อาจจะดูขัดๆกับบุคลิกภายนอกที่ใครต่อใครเห็น ต้องรู้จักตัวต้นกันนะจะรู้ว่าเราก็โรแมนติก เป็น

Latest Blogs "อ่านแล้วได้ใจ"
Friends' blogs
[Add นู๋ยูริน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.