กรกฏาคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
[Review] รีวิว AMIRA 97% Organic Argan Plus C+ น้ำมันอาร์แกนพลัซวิตามินซี


สวัสดีครับพี่ๆเพื่อนๆ วันนี้หนึ่งจะมารีวิว skincare กันบ้าง ปกติจะเห็นหนึ่งรีวิว makeup ซะส่วนใหญ่ แต่วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศบ้างนะครับ (แอบพลีชีพเบาๆด้วยนะ555)



AMIRA 97% Organic Argan Plus C+ น้ำมันอาร์แกนพลัซวิตามินซี จากแบรนด์ AMIRA นั่นเอง หนึ่งเห็นหลายคนใช้แบรนด์นี้และก็ดูรีวิวจากหลายที่ด้วย วันนี้ได้ลองเองแล้ว ^^ หลายคนเห็นคำว่า Oil หรือ น้ำมัน ก็คงกลัวว่าจะทำให้หน้ามันรึเปล่า ขอบอกว่าตัวนี้ไม่เป็นแบบนั้นนะ เรามาดูข้อมูลของเจ้า Argan Oil กันก่อนดีกว่า


Argan Oil ที่ใช้ด้านความงามนั้นได้มาจากการสกัดเย็น ทำให้สารอาหารต่างๆไม่สุญเสียไปกับกระบวนการผลิต ซึ่งเจ้า Argan Oil นี้มีประโยชน์กับผิวเราหลากหลายและครอบคลุมมาก
.
Natural Vitamin E ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ช่วยให้ความชุ่มชื่นผิวปกป้องผิวแห้งกร้านและริ้วรอย บำรุงผิวให้เนียนนุ่มแลดูอ่อนเยาว์ ลดรอยหมองคล้ำ เช่น ฝ้า กระ รอยด่างดำ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการป้องกันและซ่อมแซมผิวจากอันตรายของแสงแดด
.
Omega 3 - 6 -9 พัฒนาเซลล์ผิว มีคุณสมบัติลดการอักเสบของผิวช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ ฟื้นฟูเนื้อเยื่อของผิว ป้องกันเซลล์ต้นกำเนิดระดับหนังแท้ เสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน 
.
Anti-Oxidant ต่อต้านอนุมูลอิสระในบริมาณสูงมาก ช่วยป้องกันหรือช่วยชะลอการเกิดออกซิเดชัน ซึ่งเป็นตัวทำให้เราแก่เร็ว ริ้วรอยมากขึ้น ช่วยเติมร่องลึกที่เกิดจากรอยเหี่ยวย่นให้กลับมาเรียบเนียน 
.
Sterols ช่วยป้องกันผิวจากการรบกวนจากสิ่งแวดล้อม ที่อาจก่อให้เกิดอาการอักเสบของผิว ป้องกันผิวแก่ก่อนวัยและให้ความชุมชื่นกับผิว คืนความเปล่งปลั่งดูมีสุขภาพดี 
.
Squalene เจ้า Argan Oil มีส่วนผสมของ Squalene ที่เข้มข้นถึง 310mg./100g. ซึ่งมีส่วนช่วยในการต่อต้านมะเร็งผิวหนังได้
.
สิ่งที่พิเศษของตัว AMIRA 97% Organic Argan Plus C+ นั่นคือ มี Vitamin C ผสมมาด้วย ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพของ Argan Oil ขึ้นมาอีก เนื่องจาก Pure Argan Oil นั้นมีวิตามินจากธรรมชาติอยู่มากแต่ยังขาดวิตามินซีที่เป็นวิตามินสำคัญชนิดหนึ่ง ที่ช่วยซ่อมแซมปัญหาผิวได้ดียิ่งขึ้นวิตามินซีที่ทางแบรนด์ใช้ สามารถดูดซึมและออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีได้ดีกว่าวิตามินซีทั่วไป มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการทำลาย DNA ของเซลล์ ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ ทำให้ผิวกระจ่างใส ฟื้นฟูปัญหาผิว ฝ้า กระ รอยดำ รอยหมองคล้ำ ทำให้ผิวแข็งแรงต่อต้านการเกิดสิว มีความเสถียรกว่าวิตามินซีดังเดิมและออกฤทธิ์ดีกว่าวิตามินซีธรรมดาถึง 7 เท่า และที่สำคัญยังมี Mint Extract สารสกัดจากใบมิ้นท์ ที่ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นปัญหาหลักของการเกิดสิว



มาดูข้อมูลต่างๆบนตัวกล่องกันบ้างนะครับ 
AMIRA 97% Organic Argan Plus C+ ขนาด 30ml (1,290บาท)
.
ส่วนประกอบหลัก : 100% Organic Argania Spinosa (Argan) Kernet Oil, Ascorbyl Tetraisopalmitate, O-Cymen-5-OL
ปราศจาก : บาราเบน, กำมะถัน, สารจำพวกพลาสติก
คุณสมบัติ : ซ่อมแซมผิว / ปรับสมดุลผิว / เสริมสร้างความยืดหยุ่น / ต้านอนุมูลอิสระ / ลดสิว / ลดเลือนริ้วรอย / เสริมสร้างคอลลาเจน / เติมความชุ่มชื่น / ควบคุมความมัน / ผิวกระจ่างใส / ป้องกันความเสียหายของผิวระดับ DNA / ป้องกันรังสี UV / ป้องกันแบคทีเรีย
.
วิธีใช้ : หลังจากล้างหน้าเสร็จแล้วในตอนเช้าหรือตอนก่อนนอน ให้ปั้มผลิตภัณฑ์ออกมาที่ฝ่ามือ ทำการนวดและทาลงบนผิว ตัวน้ำมันจะค่อนๆแห้งและซึมลงสู่ผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ถ้าต้องการจะใช้เป็นเซรั่ม ให้ทาครีมบำรุงก่อนและตามด้วยน้ำมันตัวนี้ (เป็นตัวปิดท้าย)



มาดูตัวขวดด้านในกันบ้าง AMIRA 97% Organic Argan Plus C+ เป็นขวดแก้วสีน้ำตาลเข้ม ป้องกันการเสื่อมจากแสงแดดได้บ้าง (แต่ก็ไม่ควรวางใกล้ที่ที่มีแสงแดดนะจ๊ะ) ตัวปั้มดูเหมือนเป็นสเปรย์ แต่ไม่ใช่นะ เค้าจะฉีดตัวน้ำมันออกมาตรงๆ จะไม่มีน้ำมันหกเลอะเทอะตรงหัวปั้มเลย อันนี้ดีมากๆ



ตัวน่ำมันของ AMIRA 97% Organic Argan Plus C+ จะใสๆแทบไม่มีสีเลย และกลิ่นบางเบามาก (สำหรับหนึ่งจะเรียกว่าไม่มีกลิ่นก็ได้เพราะจางมากจริงๆ) เวลานวดก็จะหลอมละลายลงไปบนผิวเลย ตอนแรกจะรู้สึกว่าเป็นน้ำมัน แต่พอซักพักก็จะซึมหายไปหมด จะให้ผิวที่ดูอิ่มน้ำ ดูใสๆ
เอาล่ะ เดี๋ยวเรามาลองทากัน แต่ก่อนจะทา เราอยากให้ดูผิวหน้า(ที่ผ่านสงคราม) ของเราก่อนนะ (โหดร้ายพอควรนะ555)



จากที่บอกว่ามันผ่านสงคราม ก็คือสงครามจริงๆ ใครที่ติดตามหนึ่งจะพอทราบว่า ช่วยกลางๆปีที่แล้วถึงต้นๆปีนี้ หนึ่งจะเงียบหายไป ไม่ใช่เพราะอะไร หน้าพังจ้าาา 555 คือต้องบอกก่อนว่า หนึ่งเป็นคนผิวมันแต่ไม่ค่อยเป็นสิวและผิวไม่เคยแพ้อะไรเลย ด้วยความที่เราคิดว่าผิวเราโอเค เลยลองใช้อะไรเยอะแยะ จนเกิดแจคพอตแตก
.
สิงหาคม 2015 ไปแพ้เครื่องสำอางตัวนึง แพ้หนักมากกกกกก สิวเห่อขึ้นเยอะมาก เครียดสิจ๊ะ เลยไปทำการกดสิวด้วยเลเซอร์ ซึ่งมันดูน่ากลัวมากสำหรับเรา จากคนที่หน้าที่เคยเป็นไรเลย ก็ทายาที่หมอสั่งมาพักนึงและหยุดใช้เครื่องสำอาง
กันยายน 2015 พวกรอยต่างๆจากการกดสิวก็ยังมีอยู่ คือหนึ่งเป็นคนที่รอยแดงรอยดำอะไรเนี่ย หายช้ามาก เลยต้องหมั่นทาพวกวิตามินอี และใช้ทุกอย่างที่อ่อนโยนประคับประคองไป ช่วงนี้จะไม่ได้เห็นหนึ่งแต่งหน้าเท่าไร
มกราคม 2016 พอผิวเริ่มจะดีขึ้น อ่ะ แพ้อีกแล้วจ้าาาา เซ็งมาก หน้าเห่อแดงมาก แต่เป็นการแพ้ที่สิวค่อยๆขึ้นมาประปราย ไม่ใช้ขึ้นมาทีเดียวตู๊มแบบคราวที่แล้ว รอยแดงรแยดำอะไรก็จะพลัดกันเกิดและจบไป (ในรูปคือโปะว่านหางจระเข้ไว้)
กุมภาพันธ์ 2016 เป็นช่วงที่รู้สึกว่าสงครามเริ่มสงบลงบ้าง และทิ้งรอยไว้เยอะพอควร แต่หนึ่งไม่ค่อยเครียดเท่าปีที่แล้วแล้วแหละ ก็รักษาไปตามอาการ แต่ดีที่ไม่ค่อยมีสิวเม็ดตู๊มๆโผล่มาแล้ว
กรกฎาคม 2016 (ปัจจุบัน) พื้นผิวที่เคยมีสิวปุดๆก็เริ่มเรียบเสมอกันมากขึ้น เริ่มแต่งหน้าได้ แต่รอยแดงรอยดำก็ยังคงมีอยู่ และแอบดื้อพอควร สิ่งที่หนึ่งสังเกตได้เลยคือ สภาพผิวหลังผ่านสงครามเนี่ยเปลี่ยนไปมาก จากผิวมัน หนึ่งก็กลายเป็นคนผิวธรรมดาถึงแห้งในบางครั้ง และตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วก็พบเจอกับการใช้ออยล์มาตลอด เพราะหนึ่งรู้สึกว่ามันหาย และมันปรับสมดุลผิวได้ดีด้วย



เล่ามาซะยาว เอาล่ะ เรามาทา AMIRA 97% Organic Argan Plus C+ กันเถอะ วิธีใช้ของหนึ่งก็คือ ปั้มออยล์ออกมาประมา 2 ปั้ม แล้วนวดลงบนฝ่ามือให้ทั่ว ความร้อนจากฝ่ามือจะช่วยให้ออยล์หลอมละลายได้ดียิ่งขึ้น เมื่อออยล์ได้ที่แล้ว ก็จะทำการประคบลงไปบนผิว หนึ่งจะไม่ใช้การถูๆลากๆ จะเน้นการวางๆตบๆลงไปบนผิวซะมากกว่า วิธีนี้ทำให้ลงออยล์ไม่เยอะจนเกินความจำเป็น บางครั้งหนึ่งจะใช้แค่ตัวนี้แล้วนอนไปเลย หรือถ้าจะใช้ร่วมกันครีมหรือเซรั่มตัวอื่น ให้ใช้ออยล์เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการล็อคทุกอย่างและดันเข้าผิว (ถ้าใช้ก่อน สิ่งที่ลงหลังจากออยล์จะไม่ซึมเข้มผิวนะจ๊ะ)





หนึ่งเอามาให้ดูผลในการใช้ที่ผ่านไปแค่ 7 วัน สำหรับหนึ่งก็เริ่มเห็นผลบ้างแล้ว ประเด็นคือไม่แพ้ ไม่มีสิวเม็ดใหญ่ๆหรือสิวผดอะไรขึ้นมาเลย รอยแดงดูจางลงไปบ้าง แต่ก็อาจจะยังไม่หายไปในทันที ไม่มีสัญญาณการอักเสบใดๆ แต่ที่สำคัญคือรู้สึกผิวหน้าเนียนเรียบขึ้น ชุ่มชื่นขึ้น ตรงทีโซนไม่มันเร็วแบบเมื่อก่อน ใช้ต่อเนื่องอย่างแน่นอนจ้า ^^



แอบหนีไปแต่งหน้ามา 555 เพราะจะมาแนะนำวิธีการใช้ของหนึ่งอีกนิดนึง นั่นคือ หลังจากทาหน้าเสร็จแล้วเราจะมีออลย์เหลืออยู่บนฝ่ามือ อย่าพึ่งไปล้างออกนะ! ให้เอามาทาเล็บ ทาข้อศอก ทาปลายผมหรือทาริมฝีปากได้นะ จริงๆตัว Argan Oil เค้าเป็นออยล์สารพัดประโยชน์อยู่แล้ว สามารถทาเพิ่มความชุ่มชื่นได้ทุกส่วนของร่างกายนั่นแหละจ้า (แต่หลักๆหนึ่งจะใช้กับหน้าและพอเหลือเท่าไรก็ทาตรงอื่นโลด ไม่ได้ปั้มออกมาทามือทาศอกอย่างเดียว) จะให้แอบดูเวลาทาเมคอัพแล้ว พื้นผิวที่เคยไม่เรียบก็ดูเรียบเนียนมากขึ้นนะ หรือสามารถหยดผสมลงในรองพื้นก็ได้ จะให้ลุคที่ดิวอี้ขึ้นหน่อยนึง ^^
โดยรวมแล้วหนึ่งชอบเจ้า AMIRA 97% Organic Argan Plus C+ มากๆ เพราะช่วยเรื่องความชุ่มชื่นได้ดีและไม่ทำให้หน้ามันเยิ้มหรือเหนอะหนะ เป็นสารสกัดจากธรรมชาตอ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ไม่มีสีไม่มีกลิ่น ตัวเดียวจบจริงๆ ถ้าหมดแล้วอาจจะลองตัว Pure Argan 100% ดูบ้างดีกว่า ^^
.
.
ขอขอบคุณ AMIRA ครับ ที่ส่งมาให้หนึ่งได้ลอง
หวังว่า Review นี้คงมีประโยชน์ต่อพี่ๆเพื่อนๆ ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของ AMIRA นะครับ
เอาไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจครับ
ขอบคุณที่รับชมครับ ^^ แล้วเจอกันครับ

FYI : AMIRA 97% Organic Argan Plus C+ ขนาด 30ml ราคา 1,290บาท หาซื้อไปที่ Fanpage ของทางแบรนด์ครับ

หมายเหตุ : Sponsored Item สินค้าทั้งหมดทางแบรนด์ให้มาครับ
AMIRA Thailand : https://www.facebook.com/amiraarganoil



Create Date : 16 กรกฎาคม 2559
Last Update : 16 กรกฎาคม 2559 20:00:38 น.
Counter : 10717 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Noyneung
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]