ตุลาคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
10
11
13
14
17
18
19
20
21
22
25
26
27
29
30
31
 
 
All Blog
มิติแห่งเวลา (ตอน ต่างกรรมต่างวาระต่างแนวรับต่างแนวต้าน)

มิติแห่งเวลา  (ตอน ต่างกรรมต่างวาระ ต่างแนวต้านต่างแนวรับ)


ขอให้ไปดูบทความ มิติแห่งเวลา โดยผ่านลิงค์ที่นำทางนี้ก่อน


//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=nowya&month=04-2010&date=06&group=1&gblog=11


 


คนเราเกิดมา จะเป็นชายหญิง หน้าตารูปร่างอย่างไรเป็นเรื่องหนึ่ง แต่หากเป็นการสืบเชื้อสายเดียวกัน แต่เกิดต่างเวลากัน กลายเป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง  เช่น คนชื่อ นายรวย อายุ 60 ปีเป็นพ่อของคนชื่อ นาย มั่น อายุ 31 ปี  ทั้งพ่อลูกมีอาชีพเป็นผู้จัดการปั้มน้ำมัน (ดูแลคนละยี่ห้อ) แต่ยังอยู่บ้านเดียวกัน สองวันที่ผ่านมา ทั้งคู่มีเรื่องโต้เถียงเรื่องราคาขายเหมาะสมของสินค้า  สุดท้าย นายรวยผู้พ่อต้องยุติการโต้เถียง แต่ไม่ยอมรับความเห็นของ นายมั่นผู้ลูก หยุดเพราะเห็นว่านายมั่นเป็นลูก จบเรื่องเล่าแค่นี้ก่อน  ทีนี้ลองคิดสนุกๆ ว่า หากมิติเวลากลับข้าง นายมั่นเกิดก่อนนายรวย เรื่องกลายเป็นนายรวยเป็นลูกนายมั่น  การโต้เถียงอาจเปลี่ยนไป เป็นนายมั่นไม่มีการโต้เถียงเพียงฟังความเห็นของลูกชื่อนายรวยแล้วเห็นพ้องกัน


ที่เล่ามา คือการพยายามอธิบายว่า มิติเวลาคือการเปลี่ยนแปลงวาระ หรือกรรมที่เกิดขึ้นต่างๆ   หากเกิดต่างเวลากัน ผลรับหรือ การเดินทางของผลรับอาจเปลี่ยนแปลงมากมายได้  จากยากเป็นง่าย จากได้เป็นเสีย จากดีเป็นชั่ว  ฯลฯ


เข้าเรื่องมาคุยเรื่องหุ้น   เราลองสังเกตุ  ราคาหุ้นแต่ละวันที่มีการซื้อขาย จะเกิด สถานะราคา 4 อย่า ที่นำมาพอตเป็นกราฟ นั่นคือ ราคาเปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด ราคาปิด  ทุกคนต้องการขายราคาสูงสุด ซื้อที่ราคาต่ำสุดของวัน  แต่ไม่มีใครสนใจ มิติเวลาของมัน  ถ้าให้นายรวยซื้อได้ราคาต่ำสุดของวัน แต่เป็นตอนปิดตลาด พรุ่งนี้ราคาที่ซื้ออาจไม่มี หรือกลายเป็นราคาสูงสุด  นายรวยต้องขายขาดทุน   และทางกลับกัน นายมั่นอาจซื้อราคาสูงสุดของวัน แต่วันถัดไปกลายเป็นราคาต่ำสุดของวัน นายมั่นขายได้กำไร  และการวัดผลกำไรหรือขาดทุน ก็จบขบวนการ(หยุดมิติเวลา) เมื่อทั้งคู่ได้ขายหุ้นออกจากมือไป  เหลือแต่ผลรับคือ มีกำไร  หรือมีขาดทุน  เท่านั้น   กำลังจะเล่าให้ฟังว่า คนเล่นหุ้นมีทางเลือกเพียงอย่างเดียว ถ้าเลือกราคา ก็ไม่มีโอกาสเลือกมิติเวลา   เช่น ซื้อ ราคา 11 บาท ตั้งใจ(เลือกราคา) ขายราคา 20 บาท  ก็ไม่อาจเลือกเวลาได้ คือ ตั้งใจว่าน่าจะขายได้อีก 3 เดือน อาจกลายเป็น  3 ปี หรือ แค่ 3 อาทิตย์ก็ขายได้แล้ว    ทางกลับกัน ถ้าเลือก เวลา เช่น ซื้อราคาตอนเปิด(พวกเล่นรายวัน) ก็จะไม่มีโอกาสเลือกราคา จะบอกว่าต้องการซื้อตอนราคาเปิดและขอได้ราคาต่ำสุด คงไม่ได้(นอกจากฟรุ๊ค)


ในเวลา 1 วัน มีเวลาซื้อขายรวมกัน(ปัจจุบัน) 4 ชั่วโมงครึ่ง  หรือ 270 นาที  ลอสังเกตุดู หุ้นที่ most active อาจมีคนซื้อ ขาย ทุก นาที ส่วนหุ้นไม่มีสภาพคล่อง อาจ มีคนซื้อ แค่ 1 รายการ ณ เวลาใดก็ได้      ใน 270 นาทีที่มีการซื้อขายกัน ราคาก็เคลื่อนขึ้น ๆ ลง ๆ ต่างกัน 


ตัวอย่าง...นายมั่นซื้อ เวลา11.00น ได้ราคาหุ้น 1.62 บาท  นายรวยซื้อ 15.10น ได้ราคาหุ้น 1.78 บาท  จะเห็นว่าทุกราคาที่สูงกว่า 1.62 ขอนายมั่นสามารถเป็นแนวต้านได้และหากต่ำกว่า 1.62 ทุกราคาก็เป็นแนวรับได้  ดังนั้น เมื่อเวลา 15.10  นายมั่น ขายหุ้นออกไป 1.77 มีกำไร แต่นายรวยกำลังซื้อเข้ามือ ณ ราคา 1.78 จะเห็นว่า ราคา 1.77 ของนายมั่นคือแนวต้าน  ส่วน 1.77 ของนายรวยกลายเป็นแนวรับ  ทั้งที่อยู่ภายในวันเดียวกัน


ที่เล่ามาก็เพียงแค่บอกว่า  ราคาทุนหุ้นแต่ละคนแตกต่างกันเสมอ แนวรับ แนวต้านของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ดังนั้น การดูบทวิเคราะห์ต่างๆ จึงต้องฟังหูไว้หู  เพราะการหาแนวรับต้านของคนอื่นอาจเอาราคาปิด เป็นทุนหุ้น หรือ ค่าเฉลี่ยเป็นทุนหุ้น  เมื่อเป็นเช่นนั้นก้พอจะรู้ว่า ราคาแนวต้านแนวรับของบทวิเคราะห์ ให้ถือเป็นของมวลชน แต่ไม่ใช่ตัวเราเอง แนวต้านแนวรับของตลาดจึงแค่ราคาเตือนใจว่า หุ้นที่ตัวเองซื้อ ต่ำกว่าหรือสูงกว่าแนวต้านรับของตลาดเท่านั้น แต่ตัวเเองต้องหาแนวต้านแนวรับสำคัญของตนเองไว้ใช้เอง จะดีกว่า






Free TextEditor



Create Date : 16 ตุลาคม 2554
Last Update : 16 ตุลาคม 2554 14:20:34 น.
Counter : 2509 Pageviews.

2 comments
  
ขอบคุณค่ะ. อ่านแล้วโดนใจ เสียดายที่มาเจอบลอกนี้ช้าไปสิบวัน. ขายขาดทุนไปจนท้อ นั่งมองอยู่เนี่ยว่า เวลาไหนดีควรเข้าไปอีกครั้ง
โดย: Achan IP: 223.207.113.48 วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:21:17:06 น.
  
ดีค่ะ.ทำให้ได้คิดอ่ะค่ะ
โดย: eye IP: 115.67.128.102 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:25:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

nowya
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]



ชาวกรุงเทพฯ เล่นหุ้นมาตั้งแต่ตลาดหุ้นอยู่สยามเซ็นเตอร์ ผ่านการกำไรและเจ๊ง ครบทุกรส มองเห็นขบวนการปั่นราคา และมองเห็นรายย่อยที่เล่นเจ๊งกันต่อหน้าต่อตา ยืนอยู่หลัง ผจก ตลาดฯ สมัยมีคนจะฆ่าตัวตายที่อาคารสินธร
เห็นใจรายย่อยที่เข้ามาเล่นแบบไม่รู้อะไร แต่อยากรวยเร็ว ๆ ด้วยทุนน้อยๆ อยากเก็งกำไร แต่ไม่รู้อะไรคือวิถีการเก็งกำไร
จึงอยากมีส่วนในการช่วยชี้แนะบ้างเท่านั้นเอง
New Comments