แค่คนธรรมดา......ที่เพียงแค่ธรรมดา......เป็นผู้รับให้รู้จัก"ขอบคุณ".....เป็นผู้ให้ไม่สมควร"หวังสิ่งตอบแทน".....เกิดเป็นคนต้องรู้จักการเป็นผู้ให้และรู้จักตอบแทนบุญคุณ.....

Just a life
Location :

Mind in Thailand


Body in United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




บล็อคที่พอมีดี
ติดตั้งโฟโต้ชอป CS2
วิธีโหลดฟ้อนท์ใหม่
วิธีเพิ่ม ฟ้อนท์ให้คอมฯ
วิธีเปลี่ยนฟ้อนท์พร้อมโค๊ด
วิธีย่อรูปทีละหลายๆรูป
2 วิธีย่อรูป



New Comments
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2559
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 สิงหาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Just a life's blog to your web]
Links
 

 

ใจล้วนๆ เพื่อตัวเองต้องทำได้...









22/8/2016


อีกสักครั้งเพื่อชีวิต

เนื่องจาก ปี 2013 ชีวิตชะงักไปหลายอย่าง จนย่างถึงปี 2014 ก็ยังกระจัดกระจาย ชีวิตตอนนนั้น การงาน ยุ่งเหยิง ชีวิตทางไทยยุ่งยาก สุขภาพย่ำแย่.... ลาออกจากงานเก่าเพิ่งเริ่มงานใหม่ก็มีปัญหาทางไทย บลาๆๆๆ เดินทางกลับบ้านไปจัดการก็เดินทางกลับลอนดอน ตั้งใจกลับมาทำงาน แต่ก็สะดุด กลับมาก็ล้มป่วย คือ อาการมันมีมานานพอสมควรแต่หมอยังไม่มีอะไรคืบหน้าให้ รอนัดสเปเชียลลิสยาวนานก็ยังไม่ได้พบ เจ็บท้องบ้าง อืดท้องบ้าง แน่น มีเลือดออกบางคนก็บอกเป็นริดสีดวงเปล่า แต่เมื่อมาถึงจุดเจ็บมากๆคือ ฉุกเฉิน หมอผ่าตัดเอาลำไส้ออกไปหลายสิบเซ็นต์ คือ มันเกิดจากลำไส้อุดตันต่อเนื่อง กินไม่ย่อย ถ่ายไม่ดี มันสะสมจนบล็อกลำไส้ ก็หลายปี ทำให้คิดว่า อาจจะตอนทำงานแอร์พอร์ท คือ ทำงานอยู่ 6 ปีกว่า เวลาพักเรามีแค่ 30 นาที และปกติเป็นคนกินช้า แต่เวลา 30 นาทีมันน้อยมาก เราต้องรีบๆกิน แล้วกลับมาทำงาน บลาๆๆๆ นะ หลังจากผ่าตัดก็ต้องกินยา บลาๆๆ....

ช่วงก่อนป่วย เรามีความอยากได้หุ่นสวย น้ำหนักก่อนป่วย 44-45 กก. เราเริ่มออกกำลังกาย เราอยากได้หน้าท้องสวยๆ เราออกกำลังกายตามโปรแกรมที่ดูในยูทู้ป ดีมากกกก ทำไป 8 อาทิตย์ ได้หน้าท้องที่สวย เสร็จแล้วเราก็มาป่วย นอนแบ่บอยู่บนเตียงถึง 2 เดือนก่อนผ่าตัด น้ำหนักลดฮวบไปเหลือ 37-39 หลังผ่าตัดได้ 3 เดือน กลับไปทำงาน แล้วก็เกิดเรื่องเกิดปัญหาชีวิต เซ็งสุดๆ ตอนนั้นเปิดกิจการของตัวเองแล้ว ใจไม่ดี ร่างกายไม่พร้อม ปิดร้าน เที่ยว กิน ดื่ม ทุ่มเทกับการดื่มมาก กลางปี 2014 เริ่มรู้สึกตัวว่า เสื้อผ้าเราหด หดมาก หดจนใส่ไม่ได้ แต่ก็ยังไม่หยุดดื่ม แต่กลับไปเริ่มต้นสู้กับงานใหม่ ทำใจกับทุกอย่างได้แล้ว สู้งานได้แล้ว และ เริ่มหันมองตัวเอง จนมาต้นปี 2015 เดือนมีนาคม เริ่มออกกำลังกาย แต่ไม่สม่ำเสมอ มองตัวเองแล้วคือ สุดจะทน เริ่มอีก ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ลด แอลกอฮอ.... กลับไทย 2 เดือน ทนตัวเองไม่ได้...

กลับจากไทยสิ้นเดือน มกราคม 2016 เริ่มจริงจังกับชีวิต จัดเวลาทำงาน จัดเวลาออกกำลังกาย และ ปรับปรุงการกินทุกอย่าง(ปกติเป็นคนกินน้อย กินช้า แต่เป็นคนไม่ใส่ใจในการกิน วันๆกินอาหารมื้อเดียว) เมื่อ จัดระบบให้ตัวเองได้ ออกกำลังกายให้หายใจได้ดี เราเริ่มสนใจจะเข้า Gym จึงสมัครสมาชิกไปเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2016.... มาดูสภาพไอ้ก้อยกันเถอะค่ะ

สมัยออกจากงานใหม่ๆ เริ่มเล่น 6 Weeks Six-Pack ABS ตอนนั้นหนัก 44-45 ไม่อ้วน แต่เราอยากได้สุขภาพดี ผิวหนังกระชับ ไม่เหลวไม่เหี่ยวย่น










หลังออกกำลังกาย 8 อาทิตย์ หน้าท้องสวย ชอบ



แล้วก็มาล้มป่วย ลุกไปไหนเองไม่ได้ ลุกแล้วล้ม หัวหมุน เลือดออกเยอะ ตาแก่ต้องกลับมาคอยหาอาหารแล้วน้ำทิ้งไว้ให้ 



รูปนี้หลังผ่าตัดได้ราวๆ 2 อาทิตย์ อยากออกจากบ้าน อยากไปสูดอากาศข้างนอก เลยขอให้ตาแก่พาไปเดิน พอดีหน้าเกาลัคเลยเก็บเกาลัคด้วย น้ำหนักจาก 44 เหลือ 38-39



ไม่ต้องดูพัฒนาการอื่นกันนะคะ มาดูตอนอืดดดดดดสุดๆกันเลยดีกว่าค่ะ รูปนี้เมื่อเดือน มกราคม 2016 ต้นปีนี้เองค่ะ หลังจากป่วยน้ำหนักเลือ 38-39 ทะลุถึงที่สุดของชีวิต ไม่เคยถึงขนาดนี้มาก่อน น้ำหนักไม่เคยเกิน 45 กก. แต่ เราพุ่งไปถึง 58









กลับมาจากไทย 28 มกราคม 2016 ลุยกับการเล่นเวท ดัมเบล ยกน้ำหนัก ปั่นครอส สวอช จัดเวลาตัวเองให้ลุยเต็มๆพร้อมงานที่ร้านยุ่งๆ เราต้องจัดเวลาของเราให้ทำให้ได้ และที่สำคัญ ทำใจ....

วันแรกที่ไป Gym 29 เมษายน




































รูปส่งท้ายนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2016 อย่าถามเรื่องน้ำหนัก เพราะไม่ได้สนใจกับมัน... 


ถามว่า ทำยังไงให้ลดความอ้วนได้ผลที่สุด คำตอบจากไอ้ก้อย "ทำใจ"... ทุกสิ่งที่ทำ ทำด้วยใจ ทำด้วยตัวเอง ได้ด้วยตัวเอง ไม่มีใครได้กับเรา สิ่งที่เราได้ คือ ใจ.... สู้นะคะทุกคน สุขภาพเป็นสิ่งที่ดี สมควรดูแลมันให้ดี ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ดูแลมัน....




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2559
3 comments
Last Update : 28 สิงหาคม 2559 1:40:24 น.
Counter : 671 Pageviews.

 

เราไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเหมือนกันค่ะ

ถ้าช่วงไหนออกทริปติดๆ กันก็จะผอม ช่วงไหนไม่ออกทริปก็อืดดดด 555

ใช้คุมอาหารเอา แต่ยากคือพวกของหวาน น้ำหวานนี่แหละค่ะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 23 สิงหาคม 2559 9:24:12 น.  

 

ความจริงก้อยเป็นคนชอบออกกำลังกายอยู่แล้วน่ะค่ะ ชอบเต้น ชอบยกน้ำหนัก ชอบอะไรที่แรงๆ 5555 แต่ 2-3 ปีก่อนมันมีปัญหาเยอะ แล้ว เราเอามาใส่ใจ พอเอามาใส่ใจจะเลอะเทอะไปหมดเราก็เละ งานการไม่ทำ ตอนนั้นเอาเงินค่าเช่าร้านใส่ธนาคารไว้เลยแล้วปิดร้านไม่รับลูกค้าใดๆทั้งสิ้น ทำตัวอย่างนั้นอยู่ 5-6 เดือน ตาแก่คอยดูแล คอยเอาใจใส่เรา จนหันมาดูรอบตัวเราและคิดทำไมเราต้องใส่ใจกับเรื่องที่มันเกิดไปแล้ว แล้วมาทำร้ายตัวเอง ทำร้านจิตใจตัวเอง แล้วปล่อยให้คนที่ห่วงใยเราต้องคอยเป็นห่วง ตอนนั้นก้อยก็เลยหันมาจัดร้านและออกแจกใบปลิว ตั้งใจทำงานเต็มที่ จนเข้าที่ก็เริ่มออกกำลังกายบ้าง ปั่นครอสบ้าง เล่นเวทบ้าง แต่ไม่เยอะ ตอนนั้นเที่ยวบ่อยด้วย ปีละ 5-6 ครั้ง 555555555 ดื่มแต่เบียร์จนเหม็นเบียร์ไปเลย ของหวานก้อยไม่ค่อยกินค่ะ นอกจากมีอาการต้องการน้ำตาลจริงๆเท่านั้นก็จะกินช็อกโกแล็ตชิ้นสองชิ้น

 

โดย: Just a life 24 สิงหาคม 2559 2:46:08 น.  

 

สวัสดีอีกรอบค่ะคุณก้อย

เราเองก็พยายามดูแลสขภาพอยู่ค่ะ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่ปัจจัยหลายๆ อย่างจะอำนวย แหะๆ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 24 สิงหาคม 2559 10:56:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.