Group Blog
 
 
มีนาคม 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
25 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 

เที่ยวหนังตามละคร รักบ้านเรา (ที่ยวตลาดบ้านใหม่) ภาคสอง

เพ่มนพาเที่ยวตลาดบ้านใหม่ครั้งนี้ เรียกว่าเรื่องราวและรูปภาพประกอบล้นหลามมากมาย เลยงานนี้บล๊อคเดียวเอาไม่อยุ่ เพ่มนเลยต้องพาเที่ยวต่อภาคสอง สาวๆพร้อมแล้วตามมาเลยจ้า


ความเดิมจากภาคที่แล้ว พอเพ่มนหาที่จอดรถได้ก็เร่งเดินเข้าตลาดเลย เพราะบ่ายสองกว่า ตลาดเริ่มวายแล้วหล่ะ แต่ก็อย่างกับที่เพ่มนเคยบอก แม้คนจะบางตาลงไปมากแล้ว แต่ก็ยังมีรถมาจอดเป็นระยะๆ และนักท่องเที่ยวก็กำลังดีไม่มากไม่น้อย เรียกว่าเดินกันได้ทั่วไม่แน่นมาก


เริ่มจากร้านแรกที่หนุ่มทีมสะบายดีไปอุดหนุน ก็ร้านน้ำจรวดโบราณหน้าตลาดนั่นแหล่ะ เอกลักษณ์ โดดเด่นก็ต้องมีตัวจรวดตั้งโชว์ เพ่มนเลยเล่าเรื่องน้ำจรวดโบราณนี้มาบ้างแหล่ะ ถ้าสาวๆคนไหนเป็นขาประจำเรื่องเล่าของเพ่มนก็คงพอจะจำกันได้ ถ้าจำไม่ได้หรือไม่เคยอ่านก็ลองไปหาอ่านดู ในเรื่องเฮฮาเรือเมล์ท่าพระจันทร์ ในมายสเปสของเพ่มนเองแหล่ะ อิๆ


เอ้า...ตามมา นอกเรื่องไปหน่อย เมื่อได้น้ำอัดลมโบราณมาคนละถุงก็เดินดูดกันไปจนหมด ราคาก็ถุงละสิบบาทเท่านั้นเอง เริ่มต้นดีเสียตังค์ไปกว่าครึ่ง ไม่ช่าย เรื่มต้นด้วยอัดลมโบราณ เรียกว่าประเดิมแล้วกัน




พอเข้าตลาดได้ น้องชายเพ่มนก็ฮือฮามากเลย กับร้าน ชื่อว่าร้านหัวตลาด ซึ่งเป็นร้านสองคูหา ใหญ่มาก มีสารพัดของเล่นโบราณที่เอามาทำใหม่ ทั้งเรือป๊อกแป๊กเอย ตุ๊กตากระดาษเอย ของเล่นหม้อข้าวหม้อแกงที่ทำจากปีเนียม(ภาษษโบราณมากเลย 555 แต่ เค้าเรียกกันอย่างนี้จริงอ่ะ สาวๆ ไม่เชื่อลองไปถามม่าม๊า ของตัวเองดูซิ ฮิๆ) ลูกโป่งวิทยาศาสตร์ ตุ๊กตาพลาสติก ขนมลูกอมไข่นกกระทา อมยิ้ม มะยมเชื่อเสียบไม้ หนังสติ๊ก ตุ๊กตุ่นยาง เรียกว่าเพี๊ยบ บรรยายไม่หมด ดูจากรูปเอาเองละกันสาวๆ อิๆ


ดีแต่ว่าเพ่มนห้ามเด็กๆไว้ก่อน บอกว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อเลยลูก เพราะขากลับก็ต้องออกมาทางเดิมจะได้ไม่ต้องหิ้วให้หนัก ส่วนฝั่งตรงข้ามก็มีร้านขายของเล่นแบบเดียวกันเลยอ่ะ (ความใหญ่และการตกแต่งของร้านก็คงความเก๋าไม่แพ้กันเรียกว่าไม่ใครยอมใคร อิๆ ) ชื่อร้านสุคันธรักษ์ เพื่อไม่ให้ทั้งสองร้านเสียใจ เพ่มนก็เลยอุดหนุนทั้งสองร้านเลยอ่ะ


เพ่มนซื้อเรือป๊อกแป๊กสองลำราคาลำละห้าสิบบาท จากร้านหัวตลาดขากลับออกมา และซื้อของเล่นทำจากปีเนียมเป็นชุดประมาณหม้อข้าวหม้อแกง อ่ะ ไม่ได้เอาไปฝากใครหรอกนะ สาวๆ เรียกว่าซื้อเก็บไว้เล่นเองมากกว่า เอ้ย....ไม่ช่ายซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกอ่ะ แต่ถ้าวันไหนว่างๆก็จะเอาออกมาเล่นกับลูกๆแ บบว่าหนุกหนานดี ว่าไม๊ ฮ่าๆ


(จะว่าไปแล้วของเล่นที่นี่ ความจริงแล้ว ราคาก็ไม่ถูกนะสาวๆ แต่ที่ต้องซื้อเพราะมันหาจากที่อื่นไม่ได้ และถ้าหาได้ ราคาก็คงจะพอๆกันหรืออาจจะแพงกว่าด้วยซ้ำอ่ะ) และของเล่นทุกอย่างที่เพ่มนซื้อ งานนี้ทุกอย่างต้องซื้อควบสองไม่งั้นมีหวังตีกันตายไปข้างหนึง อิๆ (บางทีอาจจะตีกันตายมากกว่าสองคนก็ได้ อิๆ แบบว่าเพ่มนก็ขอมีเอี่ยวในของเล่นบางตัวด้วยอ่ะฮิๆ)


พากันเดินมาเรื่อยๆ มองซ้ายมองขวา มีร้านขายของกินสลับของเล่นมากมาย มีทั้งร้านของที่ระลึก ของใช้ก็มี มีอยุ่ร้านหนึงเป็นร้านขายรองเท้าสานงานเค้าก็โอเค เพ่มนก็เลยได้มาหนึ่งคุ่ (อิๆ ลดราคด้วยอ่ะ ซื้อของลดราคาแบบว่าภุมิใจสะไม่มี ไม่ช่าย..ดีเพ่มนเป็นคนเท้าเล็กมากวะด้วยอิๆ เบอร์รองเท้าหายากมากประมาณฝาหรั่ง เรียกเพ่อ่ะ ถ้าได้รองเท้าที่ใส่แล้วสวยถูกใจ ไม่ใจร้ายมากนัก ที่จะกัดเอา เพ่มนก็รีบกระโดดใส่ไว้ก่อน กรรมของสุดสวยก็ว่าได้ เอิ๊กกๆ)


ถัดไปก็เป็นร้านใกล้ๆกันเด็กๆชอบใจกันใหญ่ กับของเล่นโบราณที่ทำจากสังกะสี เป็นกบไขลานกระโดดได้ มีม้าพลาสติกที่กดลมยางแล้วจะวิ่งได้อ่ะ ยังมีไก่สองตัวที่กดแล้วผลัดกันจิกข้าวเปลือกในจาน ไม่รวม ตุ๊กตากระดาษ ขนมบุหรี่ตาแมว ลูกอมในกระดาษห่อแบบโบราณ ลูกโป่งวิทยาศาสตร์ น้ำเต้ากุ้งปูปลา แบบว่าซื้อกันมาอย่างละนิดอย่างหน่อย ก็หมดไปหลายตังค์อยุ่ แต่นานๆถี่ เอ้ย.. นานๆที ก็ โอเคอ่ะ ความสุขเล็กๆของเด็กๆ ที่เห็นแล้วคนเป็นพ่อแม่ก็พลอยมีความสุขไปด้วย



พูดถึงตุ๊กตากระดาษ แผ่นละยี่สิบบาท แน่ะ อันนี้น้องชายเพ่มนไม่ได้รีเควสอ่ะ แต่เป็นพี่สาวสุดเลิฟคนนี้นี่เอง ที่อยากได้ พ่อดอกมะลิก็เลยซื้อให้ (แบบว่าซื้อตุ๊กตาให้สาวใจปล้ำมากเลยพี่ 555 แอบแซว คนใกล้ตัว อิๆ) ช๊อบไปเรื่อยๆ เดินดูโน่นนี้กับสลับกลับการเป็นตากล้อง


จนมาเจอร้านขายของที่ระลึก เป็นร้านที่เค้าจัดแบบง่ายๆ คงความเป็นไสตล์ ร้านโบราณไว้เต็มที่เลย เจ้าของร้านเป็นอาม่ากับอาเจ้ นั่งดูลูกค้าอยู่หน้าร้าน มีของเล่นที่ทำจากกระดาษ พวกพัดโคม (อธิบายไม่ถูกอ่ะ ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วยแต่ถ้าใครจำได้งานนี้ อิๆ ร่วมสมัยแน่ 555 ลักษณะเป็นก้านไม้ยาวๆออกมาแล้วพอหงายให้ก้านออกมาชนกันก็จะมีกระดาษบานติดตามโครงไม้ออกมาด้วย รูปร่างคล้ายโคมอ่ะ ไม่เอาดีกว่าอธิบายม่ถูก ) ไว้ผ่านไปแถวๆบ้านใหม่ก็ไปดูเอาเองละกัน เหอๆ


แล้วยังมีป๋องแป๋งไล้เลี่ยว สะบัดไปมาเสียงหนวกหู ได้ใจดี ในร้านก็ยังมีของกระจุกกระจิกโบราณๆ ดูๆแล้วถ้าใครไม่ชอบร้านหรือของแบบนี้ก็ต้องว่าเชยแหลก แต่ถ้าชอบก็จะรุ้สึกว่าเหมือนได้กลับเป็นสาวสิบแปดอีกครั้ง ฮ่าๆ (จริงๆเพ่มนรู้สึกว่าอายุไม่ถึงสิบห้าตั้งแต่เข้าตลาดมาแล้วแหล่ะ อิๆ ขอเนียน) มาถึง


ร้านนี้เพ่มนมือเริ่มไม่ว่างแล้วอ่ะ ปากคาบหลอดดูดน้ำมะพร้าวอ่อน มือถือถุงตุ๊กตา รองเท้า และของเล่นของตัวเองอ่ะ ส่วนของเล่นของเด็กๆก็ต้องถือเอาเอง ว่างั้น งานนี้ตัวครายตัวเผือก เอิ๊กๆๆ เพราะอายุเท่ากันหมด ช่วยใครถือของใครไม่ได้ ฮ่าๆ


เดินผ่านแผงผัก ข้างทาง ที่เค้าเอาผักแปลกๆมาขาย มีทั้งสายบัวที่เค้าหักเป็นท่อนๆแล้ว เห็นแล้วทำให้นึกถึงขุนไกรและแม่หญิงดาวเรือง ตอนเก็บสายบัวเป็นที่สุดๆ อิๆ(ถ้าดาวเรืองรุ้ว่าตลาดบ้านใหม่มีสายบัวสำเร้จขายเยี่ยงนี้แล้ว พ่อไกรคงหลอกไปพายเรือเก็บสายบัวลำบากเป็นแน่แท้ ฮ่าๆ)


มีตะลิงปริง รูปร่างคล้ายโอบี (สาวๆคนไหนรุ้จักมั่งป่ะ 555 ถ้าไม่รุ้จักเพ่มนก็ขอไม่อธิบายนะ บอกได้แต่ว่า เจ้าโอบีที่ว่า คือผ้าอนามัยแบบสอดนั่นเอง เพ่มนเห็นพี่สาวซื้อมาใช้ตอนเรียนว่ายน้ำ แต่ในที่สุดเพ่สาวเพ่มนก็ไม่ได้ใช้เพราะมันไม่เหมาะกับสาวไทย ฮ่าๆ ก็เลยเสร็จ ดญ.มน แกะเอาไส้ในออกมาดู ด้วยความอยากรุ้อยากเห็น อิๆ แต่ไม่รุ้ว่าตอนนี้ยังมีขายอยุ่รึเปล่า อิๆ เพราะมันผ่านมาซักยี่สิบห้าปีได้แล้วมั้ง 555 )


ตะลิงปริงที่เพ่มนว่า จัดเป็นผลไม้หรือผักก็ไม่รุ้ได้อ่ะ รสชาดมันจะเปรี้ยวคล้ายๆมะดัน ผลสีเขียวก็กินได้แล้ว เอามาจิ้มเกลือหรือกระปิ..... งี๊ เปรี้ยวได้ใจอ่ะ เข็ดฟันลิ้นแตกกันไปเลย เวลาเค้าตำน้ำพริกก็เอาใส่น้ำพริกได้รสเปรี้ยวอร่อยไปอีกแบบ แต่จะว่าไปหากินยากมากแล้วอ่ะ สาวๆบางคนอาจจะไม่เคยเห็นหรือรุ้จักแล้วมั๊ง


มันหายไปพร้อมๆกับเจ้าลูกหว้าที่มีสีม่วงจัด กินแต่ละทีสีม่วงดำติดริมฝีปากติดลิ้นดำเชียว กับอีกตัวที่เพ่มนจำได้ก็คือลูกหวาย ทั้งสองอย่างหลังเพ่มนไม่เคยเห็นมาเป็นสิบปีได้แล้วอ่ะ คงเรียกว่าเกือบสาบสูญไปแล้วมั้ง ก็คงจะเหลือแต่ความทรงจำไว้ให้แก่เด็กหญิงมน และสาวๆร่วมรุ่นเท่านั้นเอง พูดแล้วเศร้า



พวกดอกโสนที่ใส่ในตะกร้าก็มี ตะกร้าหล่ะสิบบาทเท่านั้น นอกนี้ก็มีบรรดาน้ำพริกอีกมากมาย นับไม่ถ้วน น้ำพริกแมงดา ตาแดง เผา นรก แม้แต่น้ำพริกกุ้งเสียบก็ยังมีเลยอ่ะ หอมมากค้า แต่ไม่ได้อุดหนุน เพราะอิ่มมาแล้ว
จะว่าไปที่บอกว่าอิ่มนะ ความจริง เมื่อครุ่ก็ล่อน้ำมะพร้าวไปถุงหนึงแหล่ะ พอที่นี้เดินผ่านร้านขนมจาก แบบปิ้งกันสด ๆเพ่มนเลยอดใจไว้ไม่อยุ่ เหมามาอีกสองห่อ(แต่ว่าอร่อยมากค้า เพ่มนซัดคนเดียว อ๊าก...อ้วนค้า)


เดินผ่านร้านข้าวโพดข้าวเหนียวเผือกต้ม ก็สั่งให้พ่อดอกมะลิซื้อมาให้อีกถุง ข้าวโพดข้าวเหนียวเผือก ชื่อออกจะยาวไปนิด คนอื่นเรียกว่าอย่างนี้หรือเปล่าเพ่มนไม่รุ้ แต่ที่บ้านเพ่มนเค้าเรียกกันอย่างงี้อ่ะ เป็นข้าวโพดฝักย่อมๆสีม่วงดำสลับกับเหลืองปนขาวอ่ะ ถุงละยิ่สิบห้า มีห้าฝัก ถึงจะแข็งไปหน่อย แต่ก็เคี้ยวหนุบหนับๆดี เพ่มน กับพ่อดอกมะลิสองคนซัดเรียบ ทุกอย่าง ไม่เหลือซาก อิๆ


ต่อไปก็เดินผ่านร้านขนมสาคูไส้หมูก็เหมือนอย่างที่เล่า แม่ค้าเค้าเอาแป้งสผมกับน้ำดอกไม้พวกดอกอัญชัน ที่ให้สีฟ้าคราม สีแดงจากน้ำคั้นจากดอกกระเจียบ สีเหลืองจากขมิ้นผง ก่อนจะเอามาใส่ไส้สาคุ ดูน่ากินมาก แต่เพ่มนไม่ได้ซื้อนะ ขอเป็นแค่อาหารตาละกัน ไม่ไหวแล้วท้องจะแตก



ถัดมาก็วุ้นมะพร้าวในถ้วยดินเผาๆ น่ารักๆ วุ้นทำจากน้ำมะพร้าวแท้ๆผสมสีจากดอกไม้ต่างๆที่เพ่มนเล่าไปแล้ว ดูเอาเองละกันว่ามันน่ากินแค่ไหน แต่งานนี้เพ่มนก็ผ่านตามเคยอ่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีลูกชิ้นปลานายซ้ง เจ้าเก่า กิโลละร้อยยี่สิบ แม้ว่าจะอิ่มแค่ไหน เพ่มนก็ยังอุตส่าห์ให้เค้าแพ๊คลูกชิ้นปลาเอากลับมาบ้านอีกอ่ะ งานนี้เค้าเรียกว่าอุดหนุนกันถึงที่สุดไปเลย แต่ลูกชิ้นปลาของเค้าสดอร่อยๆมากเลยนะ ไม่มีแป้งผสม ทำจากเนื้อปลาล้วนๆ เพ่มนของรับรองในความอร่อย อิๆ



ผ่านมาหลายร้านแหล่ะ เดินเพลินๆ เพ่มนก็มาสะดุดกับร้านกลางซอย ร้านนี้อยุ่ใกล้เสาไฟฟ้า ที่สำคัญ หน้าร้านมีของเล่นหลอกเด็กน่าหวาดเสียว(เดินผ่านๆนึกว่าของจิรง) มีตุ๊กแกตัวลายน่าตาน่าเกลียด ทำแบบว่าเหมือนของจริงมากๆเลยอ่ะ มีขนาดตั้งแต่เท่าตัวจิ้งจก จนถึงขนาดตัวเท่าข้อมือเพ่มน งานนี้ต้องมีแหย่ยกันหน่อย 55


เพ่มนเอาตุ๊กแกตัวใหญ่สุดไปแกล้งน้องชาย เล่นเอาจ้าวต้นไม้ ร้องกรีดลั่นตลาดเลยอ่ะ ผลก็คือเพ่มนโดนพ่อดอกมะลิทำตาเขียวใส่ สลดมากค้า แต่ว่าสนุกมากกว่า ก๊าก ขำอ่ะ สาวๆคนไหนกลัวตุ๊กแกมั่ง ยกมือขึ้นเพ่มนจะได้จำไว้เอาไปแกล้ง ฮ่าๆ



ถัดมาเป็นร้านคล้ายโรงเตี๋ยมโบราณชื่อร้านเจ้หนู ถ้าจำไม่ผิด ดูจากโต๊ะเก็าอี้ที่ยกขึ้นค่ำวแล้ว เชื่อเลยว่าช่วงเที่ยงลูกค้าคงล้นหลามมากๆ แสดงว่าร้านนี้คงจะอร่อยมากแน่ๆ (สายสืบเพ่มนก็บอกมาว่าให้แวะกินก๋วยเตี่ยวร้านนี้ เพราะว่าอร่อยขึ้นชื่อ) ที่ต้องเดาเอาเองเพราะเพ่มนและหนุ่มๆทีมสะบายดี ไม่ได้ลองชิมด้วยตัวเองนั่นเอง


ร้านน่านั่งมาก บรรยากาศของร้านทำให้เพ่มนนึกย้อนไปเมื่อซักยี่สิบปีก่อน เพ่มนนึกแล้วก็ทำให้คิดถึงสมัยยังอยุ่บ้านนอก เอ้ย... ยังอยุ่อยุธยามากๆเลย เมื่อไม่ได้ไปอุดหนุน ก็ขอแค่ได้เก็บภาพประทับไว้ในความทรงจำละกัน อิๆ



เพ่มนเดินไปถึงสะพานข้ามคลองเล็กๆจนกระทั่งสุดทางเดินติดกับแม่น้ำแม่กลอง หรือไม่ก็แม่น้ำบางประกง ถ้าเดาไม่ผิด ร้านรวงก็เริ่มปิดแหล่ะ บ่ายสามได้แล้วมั้ง สุดทางเพ่มกะทีมงานก็เลยเดินกลับออกมา


โชคดีหรือว่าโชคร้ายไม่รุ้ ฝนตั้งเค้ามาเลย ซักพักก็ตกลงมาให้ร้อนอบอ้าวเล่นๆงั้นแหล่ะ แล้วซักสิบห้าถึงยี่สิบนาทีก็หยุดแหล่ะ เพ่มนก็เลยเดินกลับออกมาจากตลาด แต่ก็ไม่ลืมที่จะแวะซื้อของเล่นให้เด็กๆตามที่สัญญาไว้ (พร้อมทั้งซื้อของเล่นที่เพ่มนชอบมาด้วย แบบว่าตอนเด็กๆไม่มีเล่นโตขึ้นก็เลยอยากเล่นซะง้าน)



งานนี้ก็ได้อิ่มทั้งของกิน ของฝาก ของใช้ และอิ่มอร่อยไปทั่วหน้าด้วยสปอนเซอร์รายใหญ่ พ่อดอกมะลินั่นเอง ต้องขอขอบคุณมา ณ.ตรงนี้ด้วยคร๊าบบบ


เรียกว่าอิ่มท้องแล้วยัง อิ่มอกอิ่มใจกับบรรยากาศเก่าๆ สมัยเพ่มนและพ่อดอกมะลิยังเอาะๆกันอยุ่ และอิ่มในน้ำใจของพี่สุดหล่อเสื้อแดงทีพามาตลาดบ้านใหม่จนได้ อิๆ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรแล้วอ่ะ ไม่มีอ่ะไรคาใจอีกแล้ว ก็พากันขึ้นรถกลับบ้านเรา รักบ้านเรา บ้านเรา รักเรา อิๆ ทริปนี้ก็จบลงด้วยความสุขทั่วทั้งครัวเรือน อิๆ




Create Date : 05 ตุลาคม 2551
Last Update : 14 ธันวาคม 2551 23:14:09 น.




 

Create Date : 25 มีนาคม 2556
0 comments
Last Update : 25 มีนาคม 2556 14:09:31 น.
Counter : 1407 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Setakan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





อยากให้คนที่เข้ามาได้รอยยิ้ม
และความสุขกลับไปค่ะ

..................

นิยายปี 53










นิยายปี 54










งานเขียนในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร




TOP : Users Online hits
Friends' blogs
[Add Setakan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.