Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
หายไปไหนหนอ เพื่อนเรา ใครรู้บ้าง ช่วยบอกที ? ? ? ?






วันนี้ขอประกาศหาเพื่อน และรำลึกความหลังหน่อยค่ะ


กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ซักสี่ - ห้า - หก ปีที่แล้ว
มีเพื่อนๆ พี่ๆ ที่สนิทกันมากอยู่ สามคน
รวมตัวเราด้วยเป็น สี่ เราทั้งสี่คนเช่าห้องอยู่ด้วยกัน
ในคอนโด กว้างๆ ไม่มากแห่งนึง เราสนิทกันมาก
ถึงพวกเราแต่ละคน จะมีนิสัยแตกต่างกันไป คนละมุม
แต่เราก็อยู่กันมานานพอสมควร และไม่เคยทะเลาะกันให้ปวดหัว
เราอยู่ด้วยกันเรื่อยยยยยมา สนุกดี และก็ไม่เหงาด้วย
ว่างๆ อยู่กันครบๆ เราก็ไปดูหนัง กินข้าว ซื้อของเข้าบ้านกันตามประสา
รึไม่ก็ทำกับข้าว หรือไม่ก็ยำวุ้นเส้น ของชอบของทุกคนกินกัน

แต่พอมาถึงจุดๆนึง ก็ถึงเวลาที่เราต้องแยกจากกัน
ต่างคนก็ต่างต้องไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง แต่เราก็ยังติดต่อกัน
ยังโทรหากัน นัดเจอกันอยู่บ่อยๆ
มีเรื่องรบกวนกันเป็นระยะ ระยะ ช่วงแรกๆ ก็ยังอยู่ครบสี่คนดี
แต่มาพีกหลัง หายไปหนึ่งคน เหลือเพียงสามคน
และเราสามคนยังคบหากันจนทุกวันนี้



เพื่อนเราอีกคนนึงหายไป ขาดการติดต่อไปนานมากกกกก
ดูๆไป มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกซักเท่าไหร่ คนเราคบกัน
พอมีครอบครัว มันก็ต้องห่างหายกันไป ก็น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา
แต่เราก็รู้สึกห่วง เพื่อนคนนี้มากจริงๆ ก็จะไม่ให้ห่วงได้ไงในเมื่อ



ปกติเพื่อนคนนี้เป็นคนรักสงบ
อยู่แต่ห้อง เลิกงานกลับบ้าน อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง
ไปเรื่อยเปื่อย เธอชอบอ่านหนังสือมากๆ อ่านทุกแนว
แต่มีอยู่ชุดนึงชื่อชุด
"หนังสือชุดบ้านเล็ก The Little House Books
โดย ลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์ ที่แปลโดย ""สุคนธรส""
มีอยู่ 10 เล่มคือ
-บ้านเล็กในป่าใหญ่
-บ้านเล็กในทุ่งกว้าง
-เด็กชายชาวนา
-บ้านเล็กริมห้วย
-ริมทะเลสาบสีเงิน
-ฤดูหนาวอันแสนนาน
-เมืองเล็กในทุ่งกว้าง
-ปีทองอันแสนสุข
-สี่ปีแรก
-ตามทางสู่เหย้า
หนังสือแปลชุดนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ของชาวอเมริกัน
ได้เป็นอย่างดี เพราะสอดแทรกเรื่องราวและสภาพทางด้านภูมิศาสตร์
สังคมศาสตร์ รวมถึงเราจะได้ทราบว่ากว่าที่ชาติมหาอำนาจ
อย่างอเมริกาจะมาเป็นยักษ์ใหญ่เท่าทุกวันนี้
ชาวอเมริกันต้องฟันฝ่าและต่อสู้กับธรรมชาติ
ความยากลำบากข้นแค้นขนาดไหน
จนกลายมาเป็นชาติมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกได้ "
ซึ่งมันก็สนุกจริงๆ เราอ่านแล้วยังติดเลย
( อ้างอิงจากเวป //www.mono2u.com )



เพื่อนเราคงอิน
เลยคิดอยากซื้อที่ซักผืน สร้างบ้านหลังเล็กๆ
ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
ของในหลวงของเรา เพื่อนคิดตั้งแต่เศรษฐกิจพอเพียง
ยังไม่เป็นที่นิยมเหมือนทุกวันนี้ และก็คิดเป็นจริง เป็นจัง
ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ เก็บตังซื้อที่ และไปดูที่ทาง เรียบร้อยแล้ว
ก้อขอแบ่งจากพี่อีกคนที่อยู่ด้วยกันนั่นแหละ
เพราะพี่เค้ามีบ้านอยู่ต่างจังหวัด ก็ตกลงกันตามนั้น
วางแผนอนาคตกันเรียบร้อย เราก็ว่าเพื่อนเราเหมาะกับ
การใช้ชีวิตแบบนั้นจริงๆ เพราะเค้าไม่เที่ยว
ไม่สังสรรค์ ไม่ออกนอกลู่ นอกทางอะไรเลย



แต่ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลงได้ เป็นสัจธรรมของโลก
พอแยกจากกันได้พักนึง ก็ได้ข่าวว่าเพื่อนเรา เป็นฝั่งเป็นฝาแว้วววว
ก็ต่างคน ต่างมีครอบครัวกันไป ไม่มีไรน่าหนักใจ
อยู่มาพักใหญ่ๆ วันนึง เพื่อนคนที่ว่าก็โทรหา
บอกว่าจะมาหา ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ก็นัดกันดิบดี
พอมาถึงจุดนัดหมาย ก็ยืนรอ - นั่งรอ อยู่พักเนิง
มีผู้หญิงคนเนิง เดินเข้ามาหาเรา เราก็ทำหน้า งง งง
ใครฟะ ! ! ! ยืนจ้องหน้าอยู่พักนึง อ้าวววว เพื่อนกรูนี่หว่า
ไหงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ นี้ นี้ เปลี่ยนไม่เหลือเค้าเดิมเลยอ่ะ
ตั้งสติอยู่พัก ถึงจำได้ ถ้าไม่มายืนเรียกชื่อกันจัง จังขนาดนี้ คงจำไม่ได้
โอ้เจ้าแม่ ! ! ! สะใภ้มาก ถึงมากที่สุด เปลี่ยนทุกกระเบียดนิ้วจริงๆ
คงมีแค่เสียง ความสูง และขายาวๆ เรียวๆ
ที่เราไม่ค่อยได้เห็น ทั้งที่อยู่ด้วยกัน มาตั้งนาน นาน นาน


จากที่เคยใส่แว่น ก็ไม่ใส่แล้ว ใส่คอนแทคแทน
( ตอนอยู่ด้วยกัน เราก็ใส่ให้เห็นอยู่ทุกวัน ไม่ยักรู้ว่าเพื่อนก็อยากใส่ )

จากที่ไม่เคยเห็นเพื่อนแต่งหน้า แม้แต่แป้งตลับ ลิปติกยังไม่ทาเล้ย
( ไปเรียนแต่งหน้า มาเมื่อไหร่ฟะเพื่อนกรู )

จากที่ไม่เคยเห็นไว้เล็บเลย แม้แต่หนเดียว ทั้งๆที่เราชอบไว้
( ตอนนี้เพื่อนเล็บยาวเฟี้ยว แถมทาสีแดงแปร้ดอีกตะหาก)

จากที่เคยจอแบน แบน ก็ตู้ม ตู้ม มาก มาก ขึ้นมาทันตาเห็น
( นี่เพื่อนกรูเป็นปอดบวม ป่าวเนี่ย่ะ ! ! ! )

จากเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รึไม่ก็ชุดฟอร์ม สาวออฟฟิต เป็นชุดวาบหวิว
( มีสั้นกว่านี้อีกมั้ย กระโปรงน่ะ เสื้อก็ตัวปิ๊ดเนิง ไม่ช่วยปิดอะไรเล้ยย )

จากที่เคยรู้ว่าเพื่อนเราก็หน้าตา น่ารัก แถมยังขาวเนียนซะด้วย
( แต่มะยักรู้ ว่าเพื่อนเวลาแต่งตัวแล้ว จะสวยได้ขนาดนี้อ่ะ )>/font>

ก็รีบกลับบ้านกันให้ไว ไปที่ห้องเรานั่นแหละ
คุยไป คุยมาถึงได้รู้ว่า เพื่อนเราหนีแควนมา ! ! ! งง งง งง อีกและ
ก็ได้ข่าวว่าได้แฟนรวยนี่หว่า ไหงต้องหนีกันมาขนาดนี้เลยหรอ
แต่ก็นั่นแหละ ถึงเค้าให้อยู่บ้านเฉยๆ มีตังให้ใช้
พาไปเที่ยวแทบทุกวัน ทั้งกลางวัน กลางคืน ช็อปปิ้ง กินข้าว
งานบ้านก็ไม่ต้องทำ วันๆ นั่งแต่งตัวสวยๆ ก็พอ โห...น่าอิจฉาจัง
อืมมมม ฟังๆ มันก็น่าจะมีฟามสุขดีนะ เรายังต้องทำงาน งกงกเรยยย
แต่แหมมมม เพื่อนเราบอกว่าเค้าอึดอัด ตัวติดกันยี่สิบสี่ชั่วโมง
ขอตังเค้าใข้ ก็ย่อมต้องไม่มีสิทธิ์ ไม่มีเสียงเป็นธรรมดา
ทีแรกมันก็ไม่มากขนาดนี้ เป็นผู้หญิงไดแต่งตัวสวยๆ
เป็นใครก็ชอบ แต่พักหลังๆ เพื่อนบอกว่า เค้าบังคับซะจนรับไม่ได้
ก็ดูจาก ที่เพื่อนแต่งมานี่ ก็เข้าใจอยู่

เพื่อนว่า " จะมาขออยู่ด้วยซักพัก จะหางานทำ จะกลับไปเป็นอย่างเดิม "
หาเงินเลี้ยงตัวเอง ดีกว่า ไม่ต้องง้อใคร เราก็เห็นด้วย
ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เราอยู่คนเดียว อยู่กับเราเลยก็ได้
ถ้า กลับไป เค้าก็คงบังคับเราอีกเหมือนเดิม
บังคับกันขนาดนี่ก็ไม่ไหว คนนะ ไช่ตุ๊กตาหน้ารถ
ถึงจะบอกว่ารัก รัก รัก ขนาดไหนก็เหอะ

อยู่มาได้ไม่ถึงวัน เพื่อนเราก็อยู่อย่างเศร้า เศร้า ( ก็น่าอยู่หรอก )
ซักพัก แควนเค้าก็โทรมาง้อ คุยกันเป็น นาน สอองนาน
เพื่อนเราก็ยอมใจอ่อน ( เป็นธรรมดา ) เค้าตกลงว่าจะไม่บังคับ
ไม่ทำให้ลำบากใจอีกแล้ว เค้าไม่รู้ว่าเพื่อนเราอึด อัดขนาดนี้
เค้าจะตามใจเพื่อนเรา ขอให้กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างเดิมมมม

อืมมมม มันก็ดี ถ้ากลับไปแล้ว เค้าทำได้อย่างที่ว่า
เราก็ต้องปล่อยให้เค้าคิดเอง ตัดสินใจเอง เรื่องของคนสองคน
เราไม่รู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง ยังไม่เคยเห็นหน้ากันเลยยย
สุดท้าย....เพื่อนก็ตัดสินใจกลับไป บอกว่าจะให้โอกาสเค้าอีกซักครั้ง
ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยกลับมา อืมมม เรายังไงก็ด้าย บอกเพื่อนไปวา
" ถ้าไม่ไหวก็กลับมาละกัน ยังไงเราก็อยู่ที่นี่ไม่ไปไหนแน่ๆ
ยังไงเราก็อยากให้คุยกันเข้าใจ ไม่อยากให้เลิกกันง่ายๆ อย่างนี้
คนเราอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน มีอะไรก็คุยกัน "
แล้วแฟนเพื่อน ก็มารับไป เราก็ยังไม่เห็นหน้าเค้าอยู่ดี


ถ้าวันนั้นเรารู้ว่า เพื่อนเราไปแล้วจะไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย
เราไม่มีทางให้เพื่อนกลับไปเด็ดขาด ถ้าเพียงรู้ แต่นี่เราไม่รู้
ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ ร่วมสองปีแล้ว เราไม่เคยได้ข่าวเพื่อนเราอีกเลย
โทรไปหา เบอร์ก็ยังติด เพลงรอสายก็เพลงเดิม ที่เพื่อนชอบ
แต่....ไม่รับ ไม่โทรกลับ ไม่หือ ไม่อืออ อะไรเลย
ถามใคร ก็ไม่มีใครได้ข่าว หรือเจอเพื่อนเรเลยยยย

แต่เพื่อนเราก็คงสบายดี มั้งนะ เพราะโทสับเพื่อนก็เปลี่ยนเพลงรอสายอยู่
แต่ก็ยังเป็นเพลง แบบที่เรารู้ว่าต้องเป็น เพื่อนแน่ๆ
แต่ที่เราไม่รู้ก็ครือ ทำไมไม่ติดต่อใครเลย
ถ้าเดาไม่ผิด กลับไปเพื่อนคงโดนบังคับมากกว่าเดิม
และคงไม่ให้ติดต่อเรา เพราะกลัวว่าเพื่อนจะหนีมาหาเราอีก
เฮ้ออออ แต่เราก็อดห่วงไม่ได้จริงๆ ยังคิดถึงเพื่อนอยู่เสมอ
ยังห่วงว่าเพื่อนจะเป็นตาย ร้ายดียังไง


ถ้าเพื่อนอ่านแล้วเจอ ว่าเป็นตัวเอง ล่ะก้อ ติดต่อกลับหาเพื่อนฝูงบ้างนะ
เบอร์โทสับเราก็ยังเป็น เบอร์เดิม ไม่เคยเปลี่ยน
บ้านเราก็ยังอยู่ที่เดิม ไม่ไปไหน
ติดต่อกันมาบ้าง ให้ได้รู้ข่าวคราวกันบ้าง
พวกเราจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้ารู้ว่าเพื่อนสบายดี
หรือถ้ามีอะไรให้ช่วย เพื่อนก็พร้อมช่วยเสมอนะ
ทุกคนก็ยังถ่าวข่าวคราว ถามถึงเป็นระยะ ๆ
และก็เป็นห่วงเพื่อน เหมือนที่เราเป็นห่วงนะ



Create Date : 24 มีนาคม 2552
Last Update : 1 มิถุนายน 2560 5:30:04 น. 0 comments
Counter : 149 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ยังไงก็ได้ว่ามาเลย
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Diary แห่งความทรงจำ

บล็อกนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า
แม่คนนึงที่ค่อนข้างจะเห่อ และชอบอวด
ลูกตัวเองอยู่ซักหน่อย

และก็อาจจะมีเพลงที่ชอบ หนังสือที่ชอบ
มาเขียนๆ ไว้อ่านย้อนหลังบ้าง
เพราะวันเวลาที่ผ่านไป แต่ละวัน แต่ละปี
มีแต่จะทำให้เราลืมความเป็นตัวตนของเรา
สังคม หน้าที่ ความรับผิดชอบ
หลายสิ่ง หลายอย่างที่ต้องใส่ใจ
ยิ่งโตมาก ยิ่งต้องมองให้มาก
ยิ่งลืมความเป็นตัวเองมากขึ้น

บันทึก ความคิด ความอ่าน เหตุการณ์ ในวันนี้
เพื่อที่วันหน้า หนึ่งปี ห้าปี สิบปี
กลับมาย้อนอ่าน ย้อนดู
ความเป็นตัวเอง ในอดีต

ป.ล.ลิขสิทธิ์เพลง ทุกเพลงในบล็อกนี้
ยังคงเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆ จุดประสงค์ของ จขบ.
เพื่อความบันเทิง และเพื่อการเรียนรู้เพียงเท่านั้น
ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า และไม่สนันสนุนการ
ละเมิดลิขสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น




Friends' blogs
[Add ยังไงก็ได้ว่ามาเลย's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.