Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
17 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 

เปรียบมวย 3 เมืองมรดกโลก (แบบไม่กลัวเจ็บก้น)

3 เมืองมรดกโลกที่ว่าก็คือ เสียมเรียบ เว้-ฮอยอัน และ หลวงพระบาง หลังจากไปมาครบ 3 เมืองแล้ว คิดว่าถ้าให้ข้อมูลเปรียบเทียบสนุกๆ (แต่ไม่มั่ว) ก็น่าจะดีและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะไปเที่ยวชม สำหรับการเปรียบมวยในครั้งนี้ ที่ต้องใช้ชื่อว่า เปรียบมวย 3 เมืองมรดกโลกแบบไม่กลัวเจ็บก้น เพราะเงื่อนไขประการหนึ่งของการเปรียบมวยคือ ต้องนั่งรถยนต์ไปนะ การเลือกไปโดยวิธีนั่งรถผ่านข้ามชายแดนเข้าไป เป็นวิธีการเหมือนการชกมวยแบบคลุกวงใน มันได้รสชาติถึงอกถึงใจดีกว่าการนั่งเครื่องข้ามอุปสรรคไปลง ณ.จุดท่องเที่ยวเลย ไหนๆ จะได้โอกาสไปดูไปศึกษาวัฒนธรรม ประเพณีของเพื่อนบ้านทั้ง 3 ประเทศนี้แล้ว ก็น่าจะถือโอกาสไปดูไปเห็นชีวิตความเป็นอยู่จริงๆ ที่ไม่ถูกฉาบแต่งหน้าแบบที่เราจะได้เห็นในบริเวณใกล้แหล่งท่องเที่ยว แล้วในบทส่งท้ายนี่ก็จะเพิ่มคำแนะนำบางประการที่ช่วยบรรเทาความยากลำบากของการเดินทางได้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 3 แห่ง ให้ดูกันพอหอมปากหอมคอ ก็ขอเชิญท่านทัศนาได้ ณ.บัดนี้เป็นต้นไป

หมายเหตุ ขอให้เครดิตหน่อยว่าชื่อเรื่อง เลียนแบบมาจากคอลัมน์รายการวิทยุของเฮียพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับยานยนต์ ชื่อ เปรียบมวยแบบไม่กลัวเจ็บปาก ในรายการคู่แข่งมอเตอริ่ง เดี๋ยวนี้ไม่รู้ยังจัดคอลัมน์นี้ออกอากาศอยู่หรือเปล่า

เจ็บก้นที่สุด
อันดับ 1 ต้องยกให้เสียมเรียบ เพราะเส้นทางที่จะผ่านไป ถนนห่วยที่สุด (ขออภัย จะได้เห็นภาพ) ระยะทางจากปอยเปตไปถึงเสียมเรียบเพียง 70 กม. เป็นถนนลูกรัง ถ้าเป็นฤดูฝนนะ อย่าเสี่ยงไปเป็นอันขาด เพราะมีโอกาสที่ทางจะขาด และจะเห็นรอยเท้าไดโนเสาร์ยักษ์วางเรียงรายตลอดทาง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถึงจะต้องพกยาทาตูดไปด้วย ก็ยังคุ้มค่า
อันดับ 2 ยกให้หลวงพระบาง ข้ามจากหนองคายไปด้วยระยะทางราว 420 กม. ถนนดี แต่ช่วงวังเวียง – หลวงพระบาง 200 ก.ม. ถนนตัดผ่านเขาสูงชัน แบบแม่ฮ่องสอน ถ้าใจถึงพอนะ ถนนเส้นนี้สวยสุดยอด
อันดับ 3 เว้-ฮอยอัน ก็เจ็บตูดไม่น้อยไปเท่าไดนักหรอก ถนนดีเหมือนกัน แต่ได้เปรียบที่ไม่ต้องนั่งรถผ่านเขาสูงชันแบบหลวงพระบาง อันนี้ต้องข้ามโขงทางมุกดาหาร เข้าลาวก่อนราวๆ 50 ก.ม. แล้วค่อย เข้าเวียดนามทางดานัง



นั่งรถนานที่สุด
อันดับ 1 ยกให้ เว้-ฮอยอัน เพราะแหล่งท่องเที่ยวและการจัดโปรแกรมเพื่อไปเก็บให้ครบ แต่ละที่มันอยู่ห่างกันค่อนข้างมาก นอกจากลำบากขาไปขากลับแล้ว ในระหว่างเที่ยวยังต้องนั่งรถไกลอีก
อันดับ 2 หลวงพระบาง อันดับ 3 เสียมเรียบ ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก เพราะแหล่งท่องเที่ยววนเวียนอยู่ในรอบๆ รัศมีตัวเมือง จะมีเพิ่มนิดหน่อยที่เสียมเรียบ ถ้าจะไปดูพนมกุเลนกับลำธารกบาลเสปียน ต้องนั่งรถไปอีกราวๆ 50 ก.ม.

วิวสวยสุด
อันดับ 1 ต้องให้หลวงพระบางเลย เพราะสวยทั้งทางไปซึ่งต้องผ่านเขาสูงชันและในตัวเมือง ถ้าไปหน้าหนาวนะ ที่นี่สายหมอกสวยสุดๆ เส้นวังเวียง-หลวงพระบาง ได้รับการยกย่องว่าเป็นถนนลอยฟ้าที่สวยที่สุดเส้นหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อันดับ 2 ให้เว้-ฮอยอัน สวยเหมือนกัน เพราะระหว่างทางต้องนั่งรถผ่านภูเขาก่อนเข้าดานัง ที่เว้-ดานัง-ฮอยอัน เวลาหน้าหนาวก็สวยเหมือนกัน
อันดับ 3 เสียมเรียบ ไม่เท่าไร ไม่มีภูเขายกเว้นไปพนมกุเลน นอกนั้นเจอแต่ทุ่งนาเวิ้งว้าง ต้นตาลกับแรงกระแทกจากถนนที่แย่มาก เผลอๆ ถ้าซี้ซั้วเดินออกนอกทางมีสิทธิ์เจอทุ่นระเบิดบก

ค่าครองชีพแพงที่สุด
อันดับ 1 ยกให้เสียมเรียบเลย เพราะอะไรๆ ก็ วันดอล่า (1 US$) ไม่ว่าจะเป็น ไอติมแท่ง น้ำดื่ม โรตี sightseeing พี่แกเล่นเป็นเงินไอ้กันหมด
อันดับ 2 ให้ เว้-ฮอยอัน กับ หลวงพระบางเสมอกันแล้วกัน ถูกพอกัน

ฟันนักท่องเที่ยวที่สุด
อันดับ 1 ไม่ลังเล ยกให้ เว้-ฮอยอัน เพราะส่วนใหญ่จะบอกราคาเผื่อต่อกับนักท่องเที่ยวไว้สูงมาก ไกด์ทัวร์จะบอกพวกเราเลยว่าที่นี่บอกราคาเผื่อไว้เยอะ ให้กดราคาก่อนเลยอย่างต่ำครึ่งหนึ่ง จากประสบการณ์จริง เคยต่อเหลือ 30% แล้วหันหลัง ยังได้เลย
อันดับ 2 ให้เสียมเรียบ ที่แพงเพราะทุกอย่างที่นี่บอกราคาเป็นเงินดอลลาร์หมด แต่ไม่ค่อยจะมีอะไรให้ซื้อกลับบ้านหรอกนะ ของส่วนใหญ่ที่วางขายในเสียมเรียบเป็นของบ้านเรา หรือของจีนทั้งนั้น
อันดับ 3 หลวงพระบาง นี่เป็นสวรรค์ของนักช็อปเลย โดยเฉพาะผ้าพื้นเมือง ผ้าไหม ผ้าพันคอ สวยและไม่แพง



อาหารอร่อยที่สุด
ยกให้เว้-ฮอยอันกับหลวงพระบางสูสีกันแล้วกัน ที่ เว้-ฮอยอัน อาหารจะออกแนวจืดสไตล์จีน เรียบง่ายแต่สดสะอาด ส่วนที่หลวงพระบาง จะคล้ายๆ กับทางเหนือบ้านเรา ก็ค่อนข้างจะถูกปากคนไทยหน่อย
ส่วนที่เสียมเรียบต้องระวังเรื่องน้ำดื่ม ซึ่งแนะนำให้ดื่มน้ำขวดที่ผลิตจากเมืองไทยเท่านั้น

สีสันยามราตรี
อันดับ 1 ให้ เว้-ฮอยอัน เพราะตัวเมืองคึกคัก ผู้คนเดินกันขวักไขว่โดยเฉพาะในฮอยอัน ถนนคนเดินในตัวเมืองถือเป็นจุดขายอันดับ 1 ที่ผู้คนจะมาเยือน แสงสีประดับประดาสวยงามอย่างยิ่งในยามค่ำคืน
อันดับ 2 ให้หลวงพระบาง ที่เฉือนเอาชนะเสียมเรียบได้เพราะตลาดข้าวเหนียว หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่าตลาดมืด มีของพื้นเมืองวางขายกันยัน 4 ทุ่ม
อันดับ 3 เสียมเรียบ ในตัวเมืองมีที่มีทางให้เดินเล่นนิดหน่อย ชิลๆ ส่วนที่ตัวเมืองโบราณ ใครจะไปก็ไปกันเองแล้วกัน กลัวนางอัปสร

ปลอดภัยที่สุด
อันดับ 1 ยกให้ เว้-ฮอยอัน ที่นี่ขนาดลืมกระเป๋า ยังไม่หายเลย บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีโจรผู้ร้าย เดินเล่นในตัวเมืองได้ดึกๆ ดื่นๆ ไม่มีปัญหา
อันดับที่ 2 หลวงพระบาง ในเมืองนี่เงียบสงบ สามารถเดินได้ยัน 4 ทุ่ม จนกว่าตลาดมืดจะวาย
อันดับที่ 3 เสียมเรียบนี่ก็ใช่ว่าอันตรายอะไรนะ เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว เพียงแต่เท่าที่สัมผัสมาที่เวียดนามจะมีชื่อเสียงมากกว่าเท่านั้น

ของฝากสุดยอด
อันดับที่ 1 ยกนิ้วให้ เว้-ฮอยอัน เพราะมีของที่ระลึกให้เลือกซื้อหลากหลายกว่าที่อื่น จำพวกตุ๊กตาพื้นเมือง รูปวาด ภาพเขียน ภาพปัก ไม้หินแกะสลัก เป็นสวรรค์ของนักช๊อปชาวไทยที่ไปแผลงฤทธิ์เอาไว้เสียจนแม่ค้าพื้นเมืองแหยง
อันดับที่ 2 รองลงมาคือ หลวงพระบาง ไม่ถือว่าห่างกันมากนัก ที่นี่ผ้าพื้นเมือง ผ้าพันคอและของที่ทำจากผ้าสวยมาก
อันดับที่ 3 เสียมเรียบไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ เพราะบ้านเมืองเพิ่งจะฟื้นจากสงคราม มีแต่ของไทยกับของจากจีนวางขาย


สาวสวยที่สุด
อันดับ 1 เว้-ฮอยอัน ขาวหมวยหุ่นดี ชุดสวย (ชุดอ๋าวใหญ่ ชุดประจำชาติเวียดนาม)
อันดับ 2 หลวงพระบาง สาวผิวเนียน นุ่งซิ่นสวย เหมือนสาวเหนือบ้านเรา (จะบอกว่าสวยกว่าเดี๋ยวโดนจาวเหนือแบน)
อันดับ 3 เสียมเรียบ นางอัปสรในนครวัด สวยที่สุดในโลก นอกนั้นโบ๋เบ๋

จ้าวบ้านต้อนรับดีที่สุด
อันดับ 1 ยกให้หลวงพระบางแล้วกัน เพราะคนลาวในหลวงพระบางไม่แตกต่างจากคนไทยเท่าใดนัก ยิ้มง่าย ไม่ซับซ้อน ตรงไปตรงมา สำคัญที่สุดคือ คุยกันรู้เรื่อง
อันดับ 2 ให้เว้-ฮอยอัน ใครบอกคนเวียดนามเครียดเพราะเป็นคอมมิวนิสต์ไม่จริง ถ้าจะพูดให้ถูกต้องพูดว่าคนเวียดนามค่อนข้างมีวินัยมากกว่า ไม่ซี้ซั้วแล้วก็คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวดี แบบรับมือได้ มือไม้ไม่สั่น
อันดับ 3 ให้เสียมเรียบ การต้อนรับก็พอใช้ได้ เพราะในเสียมเรียบเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ เจอหมดทั้งฝรั่ง ไทย จีน ญี่ปุ่น แต่ยังแพ้ 2 อันดับแรก เพราะบ้านเมืองเพิ่งจะฟื้นตัว ผู้คนยังต้องการเวลาปรับตัว เวลาเจอนักท่องเที่ยว

บรรยากาศเก่าแก่โบราณที่สุด
อันดับที่ 1 ต้องยกให้เสียมเรียบ เพราะไม่มีอะไรในอุษาคเนย์จะยิ่งใหญ่อลังการเท่านครวัดนครธมอีกแล้ว ที่นี่ใครกลัวผีอย่าไปนะ เพราะบรรยากาศในโบราณสถานวังเวงสุดๆ ขนาดเดินเลี้ยวมุมปราสาท ถ้ามีนางอัปสรเดินสวนออกมาจากเงามืด จะไม่แปลกใจเลย
อันดับ 2 เมืองหลวงพระบาง เมืองเก่าแก่สวยงาม ให้ความรู้สึกสงบเงียบ มีกลิ่นอายอารยธรรม ประเพณีและวัฒนธรรมสูง
อันดับ 3 ที่ฮอยอัน ตัวมรดกโลก มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง บ้านเรือนได้รับการอนุรักษ์ แต่ในด้านของความเก่า ยังเป็นรอง 2 อันดับแรก ที่นี่มีคนมาเที่ยวมาก แออัดยัดเยียดกันเดิน ของเก่าของใหม่วางปะปนกัน เสียบรรยากาศนครโบราณ เลยให้แพ้สองที่แรกนิดหน่อย

ค่าทัวร์ถูกสุด
อันดับที่ 1 ก็ต้องเสียมเรียบเหมือนกัน ไปกลับรวมค่าโรงแรมสองคืน แค่ราวๆ 6000 บาทเท่านั้นส่วนเว้-ฮอยอัน กับหลวงพระบาง พอๆ กัน หมื่นต้นๆ

คำแนะนำ ก่อนอื่นเลย ถ้าไปทัวร์ ขอแนะนำให้ซื้อทัวร์จากบริษัทฯ ที่มีชื่อเสียง ถึงแม้จะราคาแพงกว่านิดหน่อย แต่สิ่งที่เราจะได้จากบริษัทฯ เหล่านี้คือ ไกด์ที่มีคุณภาพ บริการเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญระหว่างการเดินทาง เช่น ขนมนมเนย น้ำท่า บริษัททัวร์ที่ดีจะมีประสบการณ์จะพร้อมจ่ายค่าเคลียร์กับเจ้าถิ่น เพื่อให้ลูกทัวร์ไม่ต้องมาเสียอารมณ์กับเบี้ยบ้ายรายทาง และมักจะได้ของดีๆ ไปก่อน พูดง่ายๆ Priority ดีกว่า เช่น โรงแรม ห้องพักดีๆ อาหารมีระดับ ไกด์ท้องถิ่นดีๆ สำคัญมาก สนุกหรือไม่ขึ้นอยู่กับคนๆ นี้ ส่วนอุปกรณ์เพิ่มพิเศษ ที่คนเที่ยวมักจะมองข้ามไป คือ หมอนรองคอใบโหญ่ เลือกเอาที่คุณสามารถใช้ล็อคคอแล้วนอนหลับสบายที่สุด เวลาไปเที่ยวได้นอนในรถแน่นอน ไม่ว่าจะนั่งรถไปหรือนั่งเครื่องบินไป ดังนั้นทำอย่างไรก็ได้ให้นอนหลับได้อย่างมีความสุข จะได้เปรียบมากๆ กระเป๋าหรือเป้สะพายใบโตๆ เวลาเดินทางให้ยัดของใช้กระจุกกระจิกให้แน่นๆ เต็มๆ ไม่ต้องกลัวหนักเพราะส่วนใหญ่เราจะทิ้งมันไว้บนรถ อันนี้มีประโยชน์มาก เพราะเอาไว้พาดขาเวลาเดินทางกลางคืนนานๆ ใครมีปัญหาเรื่องหัวเข่าจะรู้ซึ้งดี รวมถึงเวลานั่งเครื่องบินนานๆ พวกไฟลท์ยุโรป อเมริกาด้วยนะ ผมไม่ได้ดูถูกแต่คงมีไม่กี่คนที่สามารถจ่าย Business Class ได้โดยไม่เสียดายเงิน เวลาควักกระเป๋าออกเงินส่วนตัว ประหยัดได้ก็ดีจริงไหม สุดท้ายก็เตรียมสุขภาพให้พร้อม ถ้าเขียนรูปปิรามิดนะ ปัจจัยตัวนี้จะอยู่บนสุดเลย เพราะคุณจะไม่มีวันเที่ยวได้สนุก ถ้าร่างกายไม่พร้อม ไม่มีแรงเดิน หรือเจ็บป่วย ยิ่งคนในวัยย่าง 40 หรือเกิน 40 ไปแล้ว อะไรๆ ที่มันเคยฟิตเปรี๊ยะก็จะหย่อนยาน เคยเดินได้วันละหลายกิโล ก็กลายเป็นไม่เอาแล้วนั่งรอที่รถดีกว่า แล้วจะไปเที่ยวทำไม เสียสตางค์แล้วมาสูดอากาศแค่ไม่กี่อึด นอกนั้นนั่งรอในรถ อยู่บ้านดีกว่า สถานที่ท่องเที่ยวบางที่เช่น ไปเนปาลแล้วซื้อทัวร์ไปเที่ยวเบสแค้มป์หิมาลัย หรือ ไปทิเบต ถ้าร่างกายไม่ดีจริง อย่าไปเชียวนา อันตราย

ผมทำนายว่า ในอนาคต การท่องเที่ยวในประเทศแถบอินโดจีน โดยใช้บ้านเราเป็น Hub นี่ มีโอกาสที่จะบูมนะ อย่างในยุโรปนี่ ปกติจะสามารถเที่ยวแบบร้อยพวง เช่น ลงเครื่องที่แฟรงค์เฟิร์ต ต่อเข้าสวิสไปจบที่ อิตาลี หรือ ฝรั่งเศส อีกหน่อย ก็ลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ ซื้อทัวร์จากเมืองไทย ไปเที่ยว 3 เมืองที่ว่านี่ต่อได้เลย แบบแกรนด์อินโดจีน เป็นต้น เสียอย่างเดียว ถนนหนทางในบางที่ยังไม่ดีพอ และดันเป็นพวงมาลัยซ้าย รถยนต์จากทางบ้านเราจะขับข้ามไปเลยไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไรนัก ต้องนั่งให้เค้าพาไปอย่างเดียว เพราะฉะนั้น ถ้ามีโอกาสไป ก็ขอยุให้รีบไป ไปดูซะก่อนที่ของมันจะเพี้ยนไปตามกระแสการท่องเที่ยวมากกว่านี้

สุดท้ายนี้ก็หวังว่า คงมีความสุขสนุกสนานกับการท่องเที่ยวนะครับ ถ้าใครอ่านบทความนี้แล้วมีอารมณ์ร่วมอยากไปเที่ยว 3 เมืองที่ว่านี่ ก็ถือว่าผมได้อานิสงส์ผลบุญไปด้วยแล้วกัน ไปเที่ยวอย่าคิดมาก ถ้าเที่ยวสนุกคิดถึงนายนรภพ เที่ยวไม่สนุกไปที่ใหม่แล้วกัน...




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2552
2 comments
Last Update : 20 กรกฎาคม 2552 11:55:45 น.
Counter : 576 Pageviews.

 

น่าสนใจ

 

โดย: kidthung maanoy 20 กรกฎาคม 2552 23:51:25 น.  

 

อ่านแล้ว ขำๆ ดี ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: น้องหนู IP: 110.49.240.49 1 สิงหาคม 2555 14:14:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


norapob
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เกิด กทม.ใช้ชีวิตเสี้ยวหนึ่งในวัยเด็กอยู่กับอาม่าในตลาดหัวรอ จ.อยุธยา เรียนในกทม.ตลอด มีชีวิตที่ค่อนข่างเรียบง่าย ค่อนข้าง progressed conservative ออกกลางๆ แต่มองโลกเป็นสีเทาและไม่นิยมความรุนแรง ชอบเขียนหนังสือ

ตอนนี้รู้แล้วว่าเกิดมาก็เพื่อเรียนรู้กายใจของตัวเองและยอมรับแล้วว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอน
Friends' blogs
[Add norapob's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.