Group Blog
 
 
มิถุนายน 2559
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
19 มิถุนายน 2559
 
All Blogs
 
Everest Base Camp เอเวอเรสเบสแคมป์ แล้วคุณจะหลงรัก

สถานที่ท่องเที่ยว : Everest Base Camp, Nepal
พิกัด GPS : 27° 58' 47.60" N 86° 49' 36.50" E





ค้นหาตัวเอง


ตั้งแต่ผมเกิดมา สามสิบกว่าปี

ใช้เวลา ยี่สิบกว่าปีแรกในชีวิต ไปกับการเรียนหนังสือ

ตั้งแต่ชั้น อนุบาล ประถม มัธยม จนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย


การเรียน การศึกษาในระบบนั้น เป็นการเรียนเพื่อรู้

รู้ในสิ่งที่อยู่ภายนอกรอบๆตัว

เป็นการจดจำความรู้ประสบการณ์ของผู้รู้ท่านอื่นๆ

ที่ได้ศึกษาทดลอง เก็บข้อมูล คิดค้นมาก่อน


วันหนึ่งผมสงสัยว่า เราเรียนรู้เรื่องราวมากมาย

เรากับไปไกลถึงขอบจักรวาล

แล้วเรื่องตัวเราเองล่ะ


เราคือใคร เกิดมาทำไม มีภาระกิจอะไร

จะฝากอะไรไว้


ทบทวนดูเส้นทางชีวิตของตนเอง

แปลกใจมาก


ทำไมมันช่างคล้ายกับคนทั่วๆไป


ตื่นเช้า ออกบ้าน ไปเรียน เย็นกลับบ้านนอน

ตื่นเช้า ออกบ้าน ไปทำงาน เย็นกลับบ้านนอน


ลองไปสังเกตดูแถวสถานีรถไฟฟ้าตอนเช้าและตอนเย็นดูก็ได้


เฮ๊ย มันต้องมีอะไรผิดแล้ว

ชีวิตทำไมเป็นวงจรแบบนี้

นี่มันใช่หรือ เหมือนเครื่องจักรเหมือนหุ่นยนต์


ตกลงยังไงเนี่ย


เราคือใคร เกิดมาทำไม มีภาระกิจอะไร

จะฝากอะไรไว้


การจะรู้อะไรได้ต้องเกิดจากการทดลอง

การจะค้นหาตัวเองก็ต้องทดลอง

ทำสิ่งต่างๆ กิจกรรมต่างๆ

สิ่งใดทำได้ดี

สิ่งใดทำแล้วทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปรวดเร็ว

น่าจะเป็นสิ่งที่เราถนัด


การค้นหาตัวเองล่ะ

หลายท่านที่ได้อ่าน The monk who sold his Ferrari ของ Robin Sharma

คงจะเข้าใจว่าทำไมทนายชื่อดัง ประสบความสำเร็จเรื่องการงาน

มีเงินทองร่ำรวยมหาศาล แต่เรื่องอื่นล้วนล้มเหลว

ครอบครัว สุขภาพ เวลา

กลายเป็นคนไม่มีความสุข


แต่หลังจากที่เค้าเดินทางออกค้นหาตัวเองพบ

ค้นพบความสุขที่แท้จริง

แววตา สีหน้าเค้าเปลี่ยน

เป็นคนที่มีความสุข ชีวิตมีเป้าหมาย


อีกวิธีหนึ่งซึ่งได้ผลกับผม

ผมทำตาม The Law of Pure Potentiality


คือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ทบทวน นั่งคิดเงียบ หรือนั่งสมาธิ

เลิกตัดสินคนอื่น

ออกไปสัมผัสกับธรรมชาติมากๆ ใช้ชีวิตช้าลง


การเปลี่ยนแปลงของผม ค่อยๆเริ่มต้นอย่างช้าๆ

การตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าทำไมเค้าทำกันแบบนี้ วิธีนี้

ในทุกๆกิจกรรม ทำให้ทุกการตัดสินใจมีพื้นฐานมาจากเหตุผล

เข้าใจว่ามีที่มาอย่างไร

ไม่ได้เดินตามคนอื่นๆ ไป โดยปราสจากข้อมูลเหตุผล


ผมเริ่มเปลี่ยนแปลง การเลือก การเดินทาง

หลายๆครั้งจะแตกต่างกับคนอื่น

เพราะผมคิดหาที่มาที่ไปในการตัดสินใจ

มีความกล้าหาญมากขึ้น


ทำไมจะกินข้าว ดูหนังคนเดียว ไปเที่ยวคนเดียวไม่ได้

การทดลองจึงเกิดขึ้น

การบินเดี่ยวครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2011

ประเทศแรกก็คือฮ่องกง

ปีนั้นเดินทางคนเดียวถึงสามครั้ง

กินข้าวคนเดียว เดินเที่ยวคนเดียว พักโรงแรมคนเที่ยว เข้าผับคนเดียว

ดูหนังรอบดึก พากย์อังกฤษ ซับจีน คนเดียว

ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ไปได้ ไปตั้งหลายครั้ง


ปี2013

สามวันหลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นยกเลิกวิซ่าเข้าประเทศ

ผมบินเดี่ยวไปลุยเกาะฮอกไกโด

เป็นผู้โดยสารคนเดียวในเที่ยวบินนั้นที่ขอวีซ่า on arrival


หลังกลับจากฮอกไกโดได้ไม่ถึงเดือน

ก็เดินทางไปเนปาลคนเดียว

เป้าหมายคือไปเทรคกิ้งที่พูลฮิล ในฤดูมรสุม


เดินอยู่บนเขาสามวัน จากปกติเดินกัน 5-6 วัน

เจอกับทากดูดเลือด เดินลุยฝนในป่าถึงห้าชั่วโมง

กล้องถ่ายรูปพัง แต่ก็รอดมาได้

ความอดทน ความเข้าใจในชีวิต

มุมมองกว้างขึ้น ความเข้าใจตนเองมากขึ้น


เริ่มเข้าใจชีวิต เริ่มมีเป้าหมาย

กลับมาเขียนเป้าหมายจะทำอะไรบ้าง

หนึ่งในนั้น คือ การเดินทางเส้นทาง Everest Base Camp

ซึ่งปีต่อมาก็ได้มีโอกาสไปทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ

พร้อมกับเป้าหมายอื่น



Everest Base Camp Trekking การเดินทางครั้งสำคัญในชีวิต


สมกันกับชื่อหลังคาโลก

สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง

อุณหภูมิหนาวจัด

สนามบินอันตราย


โอกาสที่จะไปเดินในเส้นทางนี้ต้องวางแผนให้ดี

และเตรียมพร้อมกันทั้งด้านร่างกายและจิตใจ


โดยเฉพาะด้านจิตใจ ความกล้าหาญ

การที่เราจะมาที่นี่ได้นั้น เราต้องขึ้นเครื่องบินมาลงจอด

ในสนามบินที่อันตรายที่สุดของโลกถึงสองสนามบิน

นั่นคือสนามบินกาฏมาณฑุ กับสนามบินลุกลา

ซึ่งสถิติอุบัติเหตุทางด้านการบินของประเทศเนปาลนั้นถือว่าสูง


การเดินทางหลังจากเครื่องบินแตะพื้นที่สนามบินลุกลา

เราใช้เท้าเป็นหลัก เดินอย่างเดียว

16 วัน ทุกวันเดินวันละหลายสิบกิโลเมตร

ท่ามกลางป่าเขา หมู่บ้าน แม่น้ำ ทะเลสาบ

ทุ่งหิมะ ลานน้ำแข็ง หินถล่ม หิมะถล่ม พายุหิมะ

เดินเลาะหน้าผา


ทุกๆก้าวความเป็นความตายอยู่ใกล้

หากไม่ดูแลร่างกายดี อาจเสียชีวิตจากโรคแพ้ความสูงได้

AMS (Acute Mountain Sickness) จากการเดินเร็วเกินไป

พักผ่อนน้อย ดื่มน้ำน้อย


ระหว่างทางที่เดินนอกจากจะได้ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติอันสวยงาม

ใช้ชีวิตช้าลง อยู่กับตัวเองมากขึ้น มีสติมากขึ้น

ทำให้ได้คิดทบทวน เรื่องราวต่างๆของตนเอง






Create Date : 19 มิถุนายน 2559
Last Update : 19 มิถุนายน 2559 18:25:24 น. 0 comments
Counter : 325 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

noraph
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Friends' blogs
[Add noraph's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.