dhamma- addict เสพย์ติดการทำความดี
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
7 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
The box –กล่องเศรษฐี เปิดรวย เปิดตาย(ไม่สปอยล์) # 1

The box –กล่องเศรษฐี เปิดรวย เปิดตาย

[b]หนังเรื่องนี้เกินกว่าใครจะคาดเดา และ ความหมายของคำว่ากล่องในที่นี้ก็เหนือเกินกว่าที่ใครๆจะจินตนาการแน่นอน
[/b]

เรื่องย่อ

เมื่อครอบครัว Lewis ได้ของขวัญเป็นกล่อง 1 ใบ ที่ตั้งเอาไว้ที่หน้าประตูบ้าน พร้อมจดหมายที่บอกว่าจะติดต่อมาอีกครั้ง และแล้วก็มีบุรุษลึกลับ (แฟรงค์ แลนเจลล่า) ที่มีแผลเป็นอันน่ากลัวบนใบหน้า มายื่นข้อเสนอเป็นเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ต้องแลกกับ 1 ชีวิตที่ไม่รู้จักที่จะต้องตาย โดยที่ทั้งคู่แค่กดปุ่มสีแดงบนกล่อง นับตั้งแต่วินาทีนั้นชีวิตของ Norma (คาเมรอน ดิแอซ) และ Arthur (เจมส์ มาร์สเด็น) ตกอยู่ในความตายที่วนเวียนตามติดไปทุกที่ ปริศนาที่ชักนำมัจจุราชได้คืบคลานเข้ามาใกล้จนประชิดติดลมหายใจ

หนังเรื่องนี้ได้กลิ่นไอของหนังยุค 60-70 เป็นอย่างมาก ทั้งโทนสีของเรื่อง ดนตรีประกอบ และ การแต่งตัว อีกทั้งเหตุการณ์ก็เกิดในช่วง 1968 ซึ่งถือได้ว่า นานๆทีเราจะได้เห็นหนังยุคใหม่ที่ทำสไตล์หนังเก่าอย่างนี้ ยกเว้นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีฉากแอ็คชั่นมากมาย อย่างที่ใครๆคาดเดาไว้ว่าหนังเรื่องนี้จะเหมือนกับ 13 เกมสยองหรือ แม้แต่ liar game เพราะเมื่ออ่านเรื่องย่อแล้ว หลายต่อหลายคนคงคิดไปในทางเดียวกันว่าหนังคงไม่พ้นไปจากหนัง 2 เรื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่ เมื่อดูแล้วจะพบว่า หนังเรื่องนี้ผิดจากที่คาดเดาเอาไว้มาก อีกทั้งเราไม่ได้ดูทีเซอร์หรือเทรลเลอร์มาก่อนจึงไม่รู้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังแนวยุค 60 และ เนื้อหามิได้เหมือนที่คิดเลยแม้แต่น้อย

ส่วนตัวคิดว่าหนังเรื่องนี้มีกลิ่นไซไฟนิดๆ เพราะว่า หนังเรื่องนี้มีเรื่องเหนือธรรมชาติหรือไม่สามารถอธิบายตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ หากใครที่ชอบดูหนังแนวแอ็คชั่นทริลเลอร์อย่างที่โดนล่อหลอกไว้ตามหน้าหนังแล้วหละก็ บอกคำเดียวว่า [b] “อย่า” [/b] เพราะท่านอาจจะออกมาแล้วเกิดความรู้สึก มึนๆงงๆ เพราะ คาดไม่ถึงกับสิ่งที่หนังได้ดำเนินตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องจนถึงท้ายเรื่อง ถามว่าหนังเรื่องนี้ดีหรือไม่ หากใครชอบหนังที่ใช้เหตุใช้ผล และ คิดว่าตอนจบควรจะมีการหักมุมตามสไตล์หนังสมัยนิยม ขอบอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีให้ท่านเห็นเลยแม้แต่น้อย อย่างที่บอกหนังเรื่องนี้เป็นหนังแนวยุค 60 หากใครเคยเสพหนังประเภทนี้หรือเคยย้อนกลับไปดูหนังยุคเก่าๆมา จะสามารถเดาแนวทางของหนังเรื่องนี้ออกได้ว่าเป็นแนวไหนตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่หากใครไม่เคยดูหนังยุค 60 เมื่อชมภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเกิดประกฎการณ์ใหม่แก่ท่าน คือ อึ้ง ทึ่ง ออกมาเงียบกริบ ชมไม่ได้ ด่าไม่ออก เพราะ ท่านไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาดูหนังแนวนี้ จึงไม่คาดคิดว่าจะมีสิ่งแบบนี้เกิดขึ้นในตัวของหนังเรื่องนี้

ดังนั้นหากใครชอบบรรยากาศฟิล์มนัวร์ๆหนังย้อนยุค และ หนังโบราณที่ไม่จำเป็นต้องมีเหตุมีผลอะไรมากมาย หรือต้องหักมุมตอนจบเพื่อให้ฉากนั้นประทับใจเป็นที่กล่าวถึงของผู้ชม หรือใครที่ชอบหนังแนวเหนือธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องมีฉากตื่นเต้นอะไรมาก หนังดำเนินไปเรื่อยๆราบเรียบ ไม่หวือหวาไม่มีแอ็คชั่น และแม้แต่ใครชอบการดูหนังสั้นที่ปราศจากบทพูดหรือดนตรีประกอบฉาก หนังเรื่องนี้คงไม่ทำให้ท่านเบื่อหน่ายอย่างแน่นอน เพราะ หนังเรื่องนี้ไม่ถึงขนาดเป็นหนังเงียบหรือหนังcult เท่าไหร่นัก แต่หนังเรื่องนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต่างจากหนังทั่วไปในปัจจุบัน และ ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่หนังสมัยปัจจุบันไม่มี

หนังเรื่องนี้หากใครดูผ่านๆจะไม่ได้อะไรเลย เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ได้บอกที่มาไม่ไปหรืออ้างเหตุผลอะไรใดๆในการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ต่างๆในเรื่อง หรือว่าง่ายๆว่าไม่สามารถอธิบายได้นั่นเอง แต่ หนังเรื่องสื่อออกมาอย่างซื่อๆเหมือนหนังยุคโบราณไม่จำเป็นต้อลึกลับซับซ้อนหรือไม่นำอะไรเข้ามามากเกินความจำเป็น และที่สำคัญ ห้ามหาเหตุผลอะไรใดๆในหนังเรื่องนี้หรือฉากบางอย่างที่ทำไมต้องโผล่มาอยู่ในเรื่องนี้ เพราะ หากพยายามคิดจะหาเหตุผลอย่างเอาเป็นเอาตายแล้ว จะไม่ได้ผลลัพธ์อะไรเลย เพราะคำตอบของทุกข้อมีอยู่อย่างเดียว คือ ...............................

หนังเรื่องนี้เล่นกับความเป็นความตายของมนุษย์อย่างซื่อๆ ว่า หากมีเงินจำนวนมากกับความตายของผู้อื่นมากองลงตรงหน้า ใครจะเลือกเอาอะไร มนุษย์ยุคปัจจุบันจะเลือกเอาอะไร และ หากเลือกไปแล้วจะเกิดผลกระทบต่อชีวิตอย่างไร ตัวเอกของเรื่องจะรอดพ้นจากวิกฤตการณ์นี้อย่างไร และใครจะเป็นผู้ชนะในเกมส์นี้ ใครอยากรู้ให้ไปหาคำตอบเอาเองในหนังเรื่องนี้

ข้อแนะนำในการดูหนังเรื่องนี้ อย่าพยายามหาเหตุผลอะไรจากหนังเรื่องนี้แต่ให้พยายามหาสาระที่แฝงในหนังเรื่องนี้ดีกว่าเพราะมันจะคุ้มกว่ากันมากถ้าเราสามารถหาสาระหรือข้อคิดจากเรื่องนี้ได้ทั้งๆที่คนอื่นๆอาจจะดูผ่านๆแล้วไม่พบอะไรเลย พยายามตีค่าหรือเก็บเอาสิ่งที่สำคัญมาให้ได้มากที่สุด แล้วท่านจะพบว่าหนังเรื่องนี้ได้สะท้อนอะไรหลายๆอย่างที่เป็นข้อคิดในการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันได้อย่างดีทีเดียว






Create Date : 07 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2552 23:05:36 น. 0 comments
Counter : 2788 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dfh
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




สามารถคุยกับเราได้ผ่าน skype และ MSN โดยกดรูปข้างล่างนี้เลยค่ะ My status
เพื่อนที่กำลังชมบล็อก
New Comments
Friends' blogs
[Add dfh's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.