dhamma- addict เสพย์ติดการทำความดี
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
วิพากษ์สังคมแบบหลุดๆ จาก คนจิตหลุด ผ่าน "หลุด 4 หลุด" [SPOIL]

หลุด 4 หลุด เป็นผลงานการเขียนบทของ นักวาดการ์ตูนชื่อดังอย่าง เอกสิทธิ์ ที่ฝากผลงานได้หลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น บอดี้ศพ 19 -13 เกมสยอง หรือ ฮูอาร์ยู จึงทำให้เรา “ขอ” คาดหวังไว้กับหนังเรื่องนี้มากเสียหน่อย เพราะ เท่าที่อ่านการ์ตูน เรื่อง “จิตหลุด” ของเอกสิทธิ์มานั้น รู้สึกว่า การ์ตูนของเอกสิทธิ์มีกลิ่นคล้ายๆ กับ แนวเรื่อง happy people คือ แนวตลกร้าย ประชดจิกกัดสะท้อนสังคมที่โหดร้ายทารุณในปัจจุบัน เช่นในหนังญี่ปุ่นหลายๆเรื่อง หากวิเคราะห์ พิจารณาให้ลึกลงไป หนังญี่ปุ่นเสมอๆ จะตีแผ่สังคมของเขาออกมาได้อย่างตรงไปตรงมา และ ทิ้งคำถามไว้ให้กับคนดูเสมอๆเมื่อหนังจบ

และ เรื่องนี้ก็เป็นผลงานมาจากการ์ตูนเล่มที่ 2 ของเอกสิทธิ์ ที่เคยคิดจะตีพิมพ์เป็นการ์ตูน แต่ตอนหลังกลับกลายมาอยู่บนแผ่นฟิล์มออกฉายเป็นภาพยนตร์ให้เราได้ดูกัน เช่นเดียวกับ 13 เกมสยอง และ ยันต์สั่งตาย
สำหรับเรื่องนี้ “หลุด 4 หลุด” จากทีเซอร์ของเรื่อง และ ใบปิดต่างๆ ก็ทำให้มองเห็น ความหลุดสิ่งแรกเลยก็คือ หลุดจากภาพยนตร์ไทยเรื่องอื่นๆ เพราะ เราแทบจะไม่ได้เห็น ผกก.คนไหนสร้างหนังแนว “จิต” แถมด้วย “หลุด” แบบนี้ให้เห็นเสียเท่าไหร่ อาจจะเพราะคำนึงถึงรายได้ ส่วนมากจึงเห็นเพียงแค่แนวหนังตลก หนังรักโรแมนติก หนังผี วนไปเวียนมาไม่รู้จบมาเป็นเวลาหลายปี แต่หนังเรื่องนี้ ก็ถือได้ว่า สหมงคลได้ให้โอกาสเข้ามาแย่งพื้นที่ในโรงภาพยนตร์บ้างแม้จะไม่มากรอบต่อวัน แม้รายได้อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่แน่นอนว่านี่คือการเริ่มต้นสร้างสรรค์แนวหนังใหม่ๆ ที่จะทำให้คนกล้าที่จะสร้างหนังฉีกออกจากกฏเกณฑ์เดิมๆ กรอบความคิดเดิมๆ

images by uppicweb.com
Thanks: ฝากรูป


หลุดที่ 1 เกรียนล้างโลก ซึ่งจุดเด่นของหนังตอนนี้คือ เป็นการถ่ายแบบ long take ไม่มีคัทตั้งแต่เริ่มจนจบทำให้ความรับผิดชอบทั้งหมดตกไปอยู่กับนักแสดงของเรื่อง ซึ่ง ในเรื่องนี้เราก็จะเห็น อาการ “หลุด” ของนักแสดงบ้างนิดหน่อย เนื่องจากต้องเล่นไปเรื่อยๆ ไม่มีคัท และอาจจะไม่อยากเสียเวลาถ่ายใหม่ จึงปล่อยผ่านจุดพลาดเล็กๆน้อยๆไป ที่คิดว่าไม่สำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม หนังที่จะสามารถถ่ายทำแบบ long take ได้ จะต้องใช้นักแสดงที่ผ่านสนามมาอย่างโชคโชน แต่ เด็ก ทั้ง 3 คนที่เล่นเป็นตัวเอกในเรื่องนี้ ไม่นับ อเล็กซ์ ผ่านการแสดงมาไม่เกิน 2 เรื่อง ทำให้การเล่นยังแข็ง และ ต่อบทสนทนายังไม่ค่อยติดกันเท่าไหร่นัก จึงทำให้บทสนทนานั้นสะดุดเป็นระยะๆ และ ขาดความสมจริงของสารที่พูดลงไปอย่างน่าเสียดาย อีกทั้ง เด็กที่เล่นเป็นเกรียน ยังแสดงได้ไม่ “หลุด” และ “เกรียน” พอ จึงยิ่งทำให้หนังขาดความน่าเชื่อว่า “เป็นเกรียน” เป็นอย่างมาก

ตอนนี้หากมองข้ามการแสดงของนักแสดงไป จะมองให้เห็นว่า หนังเรื่องนี้ ประชดและสะท้อนปัญหาในสังคมปัจจุบันที่เสพย์ติดเทคโนโลยีมากกว่าปัจจัย 4 เทคโนโลยีที่เข้ามาครอบงำมนุษย์เช่นในปัจจุบัน เช่น มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ มนุษย์ปัจจุบันใช้สิ่งเหล่านี้เสมือนตัวแทนที่ใช้เชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับโลกภายนอก จนทำให้หลายต่อหลายคนลดความสำคัญกับการปฏิสัมพันธุ์กับเพื่อนมนุษย์โดยตรงลง แต่ให้ความสำคัญกับการติดต่อผ่านเจ้าอุปกรณ์เหล่านี้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ถูกพัฒนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างไม่หยุดหย่อนเป็นเวลาเรื่อยมา จนกลายเป็นปัญหาสังคม เช่น ฮิคิโคโมริ และในเวลานี้มือถือทำได้ทุกอย่างครบวงจร ใครจะรู้หากต่อไปมือถือถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ สักวัน มือถือที่อยู่ในมือคุณมาตลอดและคุณคิดว่าคุณสามารถควบคุมมันได้ กลับกลายเป็นอาวุธร้ายแรง ยิ่งกว่า ระเบิดนิวเคลียร์ ที่สามารถฆ่าคุณได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว คุณจะทำอย่างไร

ไวรัสที่ลุกลามในปัจจุบันที่สามารถคร่าชีวิตคนช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นไวรัสที่เกิดมาจากสิ่งมีชีวิต เช่น ไข้หวัดนก และ ไข้หวัดหมู และยังมี ไวรัสคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำลายระบบซอพแวร์ของเครื่องคองพิวเตอร์ของเราได้ แต่หากไวรัสที่มาจากคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาจนสามารถฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ เพียงเพราะคุณเสพย์ติดกับเทคโนโลยี และให้มันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมากเกินไป สุดท้าย อเล็กซ์ได้ทิ้งคำถามไว้ให้กับคนดูว่า “แล้วหากคนที่ดูหนังเรื่องนี้ปิดมือถือ จะฆ่าได้อย่างไร” (ทำเหมือนเป็นโฆษณารณรงค์ให้ปิดมือถือในโรงหนังเสียจริง) คำตอบก็คือ หากคุณมีมารยาทมีสติและมีขอบเขตในการใช้อุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกเหล่านี้ คุณก็สามารถรอดพ้นจากวิกฤติหรือหายนะที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตภายภาคหน้าได้ แต่หากขาดสามสิ่งนี้แล้ว คุณอาจจะกลายเป็นเพียง “เกรียน” เหมือนเกรียนในเรื่องนี้ก็ได้

แนวคิดในการรักษาโลกร้อนของหนังตอนนี้วิธีการคือ ฆ่ามนุษย์ซึ่งเป็นเสมือนเนื้อร้ายบนโลกใบนี้เป็นความคิดที่ตรงดี ซึ่งที่ผ่านมา มนุษย์ชอบโทษสิ่งต่างๆรอบตัว แต่หลงลืมที่จะโทษตัวเองว่า ทั้งหมดที่ทำให้โลกร้อนขึ้นนั้นก็เกิดมาจากตัวเองทั้งนั้น แต่เนื่องจากวิธีการฆ่ามนุษย์นั้นย่อมไม่ใช่คำตอบที่พวกเราชาวมนุษย์ปกติจะเลือกแน่นอน จึงมีแต่เพียง “เกรียน” เท่านั้นที่จะคิดและทำได้

images by uppicweb.com
Thanks: ฝากรูป

หลุดที่ 2 ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด
เรื่องนี้เป็นแนวเรื่องที่มีไอเดียบรรเจิดมาก ที่คิดได้ว่า หากมีร้านที่ขายของขวัญเพื่อให้คนที่คุณรักแล้ว กลับกันหากบนโลกใบนี้มีร้านขายของขวัญเพื่อให้คนที่คุณเกลียดจะทำอย่างไร และ จะวุ่นวายแค่ไหน คุณจะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

เรื่องนี้เป็นตอนที่ดูเหมือนจะสมเหตุสมผลมากที่สุด แต่ หนังก็ “หลุด” หลงลืมที่จะเล่าความสัมพันธ์ของตัวละครแต่ละตัวให้ดูหนักแน่นมากกว่านี้
เท่าที่ดู พระเอกของเรื่อง เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง และ ไม่สนใจใครทำให้หลงลืมที่จะมองเห็นความสำคัญของคนรอบข้าง ความรู้สึกของคนรอบข้าง อันเป็นที่มาของเหตุผลที่เขาสมควรจะได้รับ “ของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด”

หนังปูแนวทางของเรื่องให้สงสัยในตัวของเพื่อนพระเอกที่ดูเหมือนจะเกลียดพระเอกมากที่สุด เขาไม่ได้ซื้ออะไรให้พระเอกเลยในวันที่ได้รับตำแหน่ง ในขณะเดียวกับที่เพื่อนคนอื่นแสดงความยินดีมอบของขวัญให้กับ พระเอก ด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม แต่ในใจของแต่ละคนกลับแฝงไปด้วยความโกรธแค้น ความริษยาและ ความอาฆาต เช่นเดียวกับสังคมปัจจุบันที่ต่างคนต่างใส่หน้ากากเข้าหากันด้วยความไม่จริงใจ ต่างคนต่างพยายามหาผลประโยชน์ให้ตนเองมากที่สุดโดยแสร้งทำตัวเป็นคนดีเพื่อให้คนยกย่องสรรเสริญ แต่ในใจกลับคิดร้าย และ พร้อมที่จะทำลายอีกฝ่ายเมื่อมีโอกาส(ตัวอย่างใกล้ๆก็ในเวปบอร์ดนี่เอง)

ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด อาจจะเป็นเพียงเรื่องตลกร้ายในหนัง แต่ ร้านแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นจริงในอนาคต หากสังคมยังพยายามตีสองหน้าเข้ากัน ไม่พูดคุยกันด้วยความจริงใจ และ เลิกพูดคุยกันด้วย “ความจริง” สรรหาคำโกหกหลอกลวงเพื่อมิตรภาพและความสัมพันธุ์อันจอมปลอม เมื่อนั้นแหละ ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียดจะเกิดขึ้น มาจากความเกลียดชังที่รวมตัวกันของมนุษย์

แม้ตอนจบหนังจะเฉลยว่า คนที่คิดร้ายกับพระเอกก็คือ เพื่อนพระเอกเพราะคิดว่าพระเอกแย่งแฟนตนไป แต่จริงๆแล้ว ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อนคนนี้คนเดียวเท่านั้น ทั้งแผนกที่ตีหน้ายิ้มแย้มกับพระเอกต่างก็เป็นผู้ร้ายทั้งนั้น และ อาจจะร้ายกว่า เพื่อนคนนี้เสียอีก เพราะ เขาเพียงต้องการให้พระเอกคุกเข่าให้ตนเอง แต่ คนอื่นๆที่ดูภายนอกเหมือนจริงใจ แต่กลับคิดร้ายอาฆาตให้ถึงตาย

images by uppicweb.com
Thanks: ฝากรูป

หลุดที่ 3 จิตหลุด เรื่องนี้เกิดขึ้นเนื่องจากคดีปล้นบ้านคนแล้วดันบังเอิญฆ่าเจ้าของบ้านตายอย่างคาดไม่ถึง ทำให้พวกเขาต้องพบกับความลำบากในหนีตำรวจ อีกทั้งยังพบ “ตัวตน” ที่แท้จริง ผ่านการเหนี่ยวไกปืนแค่เพียงครั้งเดียว

ตอนนี้เหมือนอารมณ์กำลังดู นาคปรก แต่เป็นแบบฉบับหนังสั้น คือ โจรทั้ง 3 คนหนีตำรวจอย่างหัวซุกหัวซุนเข้าไปในศูนย์วิจัยร้างแห่งหนึ่ง แล้วพบเจอกับความผิดปกติที่เกิดขึ้น อนันดาหลังจากที่เขาได้ครอบครองอาวุธปืนในมือทำให้เขากลับกลายเป็นจอมเผด็จการสั่งคนอื่นให้ทำตามโดยใช้ปืนขู่จี้ แต่หลังจากที่เขาได้พบเจอกับความแปลกประหลาดของเสียงที่มาจากกล่องใบหนึ่งที่เจ้าของเสียงๆนั้นรู้ประวัติของเขาทุกอย่าง จอมเผด็จการกลับโอนอ่อนยอมรับทำตามข้อเสนอของเสียงๆนั้น โดยเขาจะต้องตัดนิ้วทั้ง 5 ที่ใช้เหนี่ยวไกปืนให้หมด เพื่อแลกกับชีวิตของน้องชายสุดที่รักของเขา แต่เมื่อเขาตัดนิ้วจนหมดแล้ว กลับพบว่า ทั้งหมดเป็นแผนการณ์ของเพื่อนของเขา ที่ร่วมมือกับน้องชายสร้างสถานการณ์เพื่อยึดเงินที่ขโมยมาไว้แต่เพียงผู้เดียว
หากผู้ที่ครอบครองอาวุธ คิดว่าตนเองมีอำนาจเหนือผู้อื่น เป็นจอมบงการ จอมเผด็จการที่จะสั่งฆ่าใครก็ได้เพียงแค่ใช้นิ้วเหนี่ยวไกจากคำสั่งการจากสมอง คุณคิดผิดเสียแล้ว จากที่คุณหลงผิดคิดว่า คุณสามารถบงการคนอื่นรวมถึงบงการอาวุธในมือคุณได้ แต่แท้จริงแล้วนั้น คุณกลับถูกอาวุธในมือคุณครอบงำชีวิตคุณเสียเอง อาวุธจะทำให้คุณขาดสติและกระทำการใดๆโดยขาด superego จะเหลือแต่เพียง it หรือ สันชาตญาณดิบเท่านั้น จึงทำให้สามารถฆ่าคนได้โดยขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และ ท้ายที่สุดชีวิตของคุณก็จะจบไม่ต่างจากตัวเอกของเรื่อง ที่เหลือเพียงมือแค่มือเดียวไว้ใช้เหนี่ยวไกปืนเพื่อจบชีวิตตัวเอง

หลายๆคนคิดว่าอาวุธสามารถใช้แก้ปัญหาได้อย่างทันใจในกรณีที่เกิดปัญหาได้ แต่แท้จริงแล้วนั้นปัญญาต่างหากที่จะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด
อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน หากไม่นับผู้ที่ครอบครองอาวุธโดยผิดกฏหมายแล้ว เราก็ยังพบเห็นเจ้าหน้าที่รัฐที่สามารถครอบครองอาวุธได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ใช้อาวุธนั้นแสดงอำนาจขู่เข็ญและบังคับประชาชนให้กระทำตาม โดยเพิกเฉยกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการปกครองระบอบ “ประชาธิปไตย”

images by uppicweb.com
Thanks: ฝากรูป

หลุดที่ 4 ฮูอากง โดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ
เปิดเรื่องด้วย คนในตระกูล “ไพศาลวิบูลย์วาณิช” จำเป็นต้องมาเฝ้าศพอากงด้วยความจำใจ เนื่องจาก ความหวังว่าจะได้พบกับสมบัติที่ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังนี้ ทำให้หลานๆทุกคนต้องเข้ามาอยู่รวมกันในบ้านหลอนๆแห่งนี้ ที่ผีอากงจะออกมาหลอกหลอนทุกคืนทำให้ลูกหลานไม่ได้หลับได้นอน
เรื่องนี้สอบผ่านในมุขตลก และ อีกทั้ง มะเดี่ยว ยังไม่ “พลาด” ที่จะกัดจิกพฤติกรรมของวัยรุ่นและพ่อแม่ในยุคปัจจุบัน ผ่านอากงที่ออกมาเตือนในแต่ละคืน ทั้งกับหลานที่ชอบดูแต่หนังโป๊ หลานที่เอาแต่แชทโดยขาดปฏิสัมพันธุ์กับคนรอบข้าง หลานที่แอบปิดบังว่าตนเองเป็นเกย์ และหลานที่เห็นแก่ตัว พ่อแม่ที่บงการชีวิตลูกทำให้ลูกต้องปิดบังปมด้อย คนเหล่านี้เปรียบเสมือนตัวแทนของของคนในสังคมยุคปัจจุบัน เหมือนหนังให้อากงรับหน้าที่เป็นคนเปิดปมปัญหาของแต่ละคนออกมาให้คนในบ้านรับรู้เพื่อให้ทุกคนร่วมกันแก้ปัญหาภายในบ้าน และเพื่อให้ คนในตระกูล “ไพศาลวิบูลย์วาณิช”อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

คำสั่งเสียของอากงก่อนตายที่สั่งไม่ให้เผาร่างของตนเองนั้น นอกเหนือจากเพื่อ “รอ” คนรักแรกที่เคยสัญญาแล้ว ยัง อยู่รอเพื่อที่จะตักเตือนและปรับปรุงการกระทำของลูกหลานตนเอง

ตอนนี้ได้ข่าวมาว่าทำล้อเลียนเรื่อง ฮูอาร์ยู เพราะ เอกสิทธิ์รู้สึกไม่สมใจในตัวหนังเรื่องนั้นโดยเฉพาะฉากจบ จึงถือกำเนิด ฮูอากงขึ้นมา ที่อากง “ฮู”มีความสามารถเหนือกว่า “ต้น” ในฮูอาร์ยู ไม่ได้มีชีวิตแต่เพียงในห้องเท่านั้น แต่สามารถออกมาเดินเหิน และ ขึ้นรถเมล์ได้เหมือนคนปกติเลยทำให้รู้สึกว่ามันพิสดารมากกว่า “ต้น” ในเรื่องฮูอาร์ยู และ “หลุด” ออกจากความเป็นจริงยิ่งกว่า ฮูอาร์ยู และ 3 ตอนข้างต้นด้วย
images by uppicweb.com
Thanks: ฝากรูป

สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้ “หลุด” สมชื่อจริงๆ แต่เป็ดหลุดออกจากตรรกะความเป็นเหตุเป็นผล หลุดออกจากความเป็นคน(ปกติ) เพราะ มันเป็นหนังสไตล์ “จิต” หลุดออกจากความเป็นภาพยนตร์ เพราะ จากเนื้อเรื่องแล้ว เหมาะกับการวาดเป็นการ์ตูนมากกว่าโดยเฉพาะเรื่องแรก หนังขาดที่มาที่ไปอย่างชัดเจน และ รวบรัดเร็วจนเล่าเนื้อเรื่องได้ไม่หนักแน่นพอ สุดท้าย หลุดออกจากการพยายามควานหาเหตุผลอย่างที่เคยเป็น กับ หนังเรื่อง บอดี้ศพ 19 และ ฮูอาร์ยู เพราะ เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องพยายามหาเหตุผลอะไรมากมายมาอธิบาย เพราะ บางอย่างมันไม่มีเหตุผลอยู่แล้วจึงหาตำตอบไม่ได้ และ สิ่งที่เกิดขึ้นบางตอนของตัวหนังก็เกิดขึ้นมาแบบไม่มีเหตุไม่มีผล เหมือนหนังพยายามจะจบแบบให้เคลียร์ แต่ กลับไม่สามารถเคลียร์บางจุดได้ ฉะนั้น หากดูหนังเรื่องนี้ อย่าพยายามหา “คำตอบ” ในสิ่งที่สงสัย เพราะ มันถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการอันบรรเจิดของ เอกสิทธิ์ ดังนั้น มันคือ จินตนาการมันจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้แบที่ไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับ

ฉะนั้นเรื่องนี้ดูเพลินๆเอาสนุกๆ สไตล์หนังแบบ “จิต” ก็ถือว่าผ่าน แต่จะเอาเหตุเอาผลกับหนังเรื่องนี้บอกคำเดียวว่า “ผิดหวัง” และคะแนนของเรื่องนี้ ขอให้ที่ 6/10 เพราะ ดูๆแล้วมันยังไม่สุดเสียสักด้าน แต่ก็ไม่ได้เป็นหนังเลวที่ถึงกับเสียดายเงิน

images by uppicweb.com
Thanks: ฝากรูป









Create Date : 21 มกราคม 2554
Last Update : 24 มกราคม 2554 9:52:58 น. 3 comments
Counter : 2004 Pageviews.

 
น่าดูอ่ะ *0*


โดย: QQ IP: 27.130.187.109 วันที่: 29 มกราคม 2554 เวลา:21:00:01 น.  

 
วิจารณ์ได้ดีครับ


โดย: 007 IP: 58.9.62.41 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:2:22:25 น.  

 
แล้วรู้หรือยังล่ะ "วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก"
อยากบอกอะไรก็จะรับรู้ไว้...ว่าฉันก็เป็นเหมือนเธอ..
อยากบอกให้เธอได้รู้ไว้เธออยู่ในใจฉันเสมอไม่เคยลืม
เวลาเจอก็ดีใจถึงแม้ว่าไม่ได้พูดได้คุยกับเธอก็ตาม
แต่อยากให้รู้ว่า "ยังรัก" เสมอ เช่นกัน


โดย: วินัย นักรบนพดล IP: 210.246.186.4 วันที่: 22 ธันวาคม 2554 เวลา:18:17:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dfh
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สามารถคุยกับเราได้ผ่าน skype และ MSN โดยกดรูปข้างล่างนี้เลยค่ะ My status
เพื่อนที่กำลังชมบล็อก
New Comments
Friends' blogs
[Add dfh's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.