Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
6 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
เกมส์รีวิว Assassin's Creed 3 (360, PS3, PC)

ถึงชื่อเกมจะมีเลข 3 พ่วงท้าย แต่ถ้านับกันจริง ๆ มันถือเป็นเกมที่ 5 ของซีรีย์แล้วนะ ใครที่ไม่เคยเล่นมาก่อนก็ไม่เป็นไร เกมมีการเล่าประเด็นสำคัญด้วยคัทซีนงาม ๆ ให้พอรู้สึกมีอะไรในหัวก่อนเล่นแบบกระชับ ศัพท์แสงที่ใช้ฟังง่าย อ่านง่าย ไม่พาเครียดถอนหายใจ แต่ถ้ายังไม่ค่อยเต็มอิ่มก็ลองดูประมวลเหตุการณ์ของทุกภาคไล่ความเป็นมา ตั้งแต่ส้นเท้ายันไหปลาร้าที่ IGN เค้าทำเอาไว้ก็ได้ ผู้รีวิวจัดหามาให้แล้วเหมือนเคย ดูให้อิ่มหนำเลยนะ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยเล่น

เกมส์แต่งตัว

กล่องเหล็กไว้ใส่แผ่นเกม สวยดี แต่ไม่ใช่ของผู้รีวิวหรอกนะ

เนื้อเรื่องถูกใจ ผจญภัยใน 'ปฏิวัติอเมริกา'

เรตติ้งดีมากครับกระทู้ปฏิวัติอเมริกาในบอร์ดตาน้ำข้าวบางแห่ง กลายเป็นดราม่าชั้นยอดที่นักเลงคีย์บอร์ดแต่ละคนต่างก็ทำตัวเป็น Guru ประหนึ่งชาติที่แล้วตัวเองเคยมีชีวิตอยู่ในช่วงเหตุการณ์สำคัญเหล่านั้นมา ก่อน อ่านแล้วจริงเท็จซักกี่เปอร์เซ็นต์อันนี้ไม่รู้ แต่ก็ดีแล้วครับ เพราะถ้าไม่ใช่ Assassin’s Creed 3 ก็คงไม่คึกคักขนาดนี้ ภาคนี้มีการนำบุคคลสำคัญในช่วงปฏิวัติอเมริกามาใส่เป็นตัวละครเยอะจริง ๆ ครับ คุณอเล็กซ์ ฮัทชินสัน ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ เกมส์แต่งตัว บอกว่ามีมากถึง 80% ของตัวละครทั้งหมดเลย บุคคลสำคัญมากหรือน้อยถ้าแกเห็นว่าลงตัวแกเอามาหมด แถมยังกำหนดช่วงเวลาตายในเกมได้ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์อีก ด้วย ผู้รีวิวชอบนะครับ ได้เสพเรื่องราวของตัวละครสมมุติแล้วชูรสด้วยตัวละครที่มีอยู่จริงเยอะ ๆ เคล้าด้วยเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจริง ทำให้รู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนไปด้วย

ภาคนี้ยังคงเจอ Desmond เหมือนเคยครับ ตัวละครอาภัพผู้ซึ่งนาน ๆ ทีถึงจะมีบทบาทเจ๋ง ๆ กับเค้า ถ้าไม่นับเหตุการณ์ตอนช่วงท้ายของภาค Brotherhood ก็แทบไม่ค่อยมีบทบาทอะไรหวือหวาสำหรับหมอนี่เลย ส่วนภาคนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมครับ แม้ทีมพัฒนาบอกว่าได้จ่ายบทให้ Desmond เยอะขึ้นแล้วแต่ดูแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรมากมาย ถือซะว่าอย่างน้อยให้ Desmond ได้พาเดินเล่นชมบรรยากาศยุคปัจจุบันแก้เลี่ยนก็คงพอไหว เดินได้แป็บเดียวก็ต้องกลับมานอนเหยียด Animus ตามฟอร์ม ซึ่งก็น่าเห็นใจผู้กำกับนะ จะให้เยอะกว่านี้ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน



สัมผัสบรรยากาศยุคปัจจุบันกับ Desmond แผนที่ไม่ได้กว้างมากมาย อย่าโดนรูปหลอกตา

จำเหตุการณ์ช่วงท้ายของภาค 2 ที่มีการพูดถึงวันสิ้นโลกได้มั๊ยครับ หรือถ้าอยากเห็นชะตากรรมสุดท้ายของชีวิตแบบชัดเจนหน่อยก็ต้องเป็นตอนจบของ ภาค Revelation ซึ่งภารกิจหลักในภาค 3 ก็คือการปกป้องโลกให้พ้นจากภัยพิบัติที่ว่าเนี่ยแหละ คราวนี้ไฟลนก้นกว่าทุกทีเพราะจากข้อมูลที่มีอยู่นั้นวันสิ้นโลกมันใกล้เข้า มาทุกทีแล้ว เดือดร้อนนาย Desmond ต้องเข้าเครื่อง Animus อีกครั้ง เพื่อดูความทรงจำว่า บรรพบุรุษโคตรเหง้าสักกะหลาดของเขาได้ทิ้งเงื่อนงำอะไรเอาไว้บ้าง โผล่ขึ้นมาอีกทีก็กลายเป็นยุคศตวรรษที่ 18 บนผืนแผ่นดินอเมริกา 'ยุคปฏิวัติอเมริกา' ส่วนเหล่าอัศวินเทมพลาร์ ศัตรูไม้เบื่อไม้เมาตั้งแต่ภาคแรกเนี่ยไม่ต้องห่วง ยังมาเหมือนเดิมโอโจ้ด้วย เกมส์แต่งตัว แถมเรายังต้องฟาดฟันกับเหล่าทหารอังกฤษหรือที่เรียกกันว่า Redcoats อีก ศึกหลายด้านแบบนี้ น่าสนใจจริง ๆ

เริ่มเกมยังไม่ได้เล่นเป็นนักฆ่าผ้าคลุมขาวเท่ ๆ นะครับ เกมพยายามปูเนื้อเรื่องผ่านตัวละครที่ชื่อว่า Haytham Kenway ยาวมาเลยจนกระทั่งเป็น Connor ในวัยเด็ก แล้วจึงค่อย ๆ เติบโตให้เราได้เห็นพัฒนาการจนกลายมาเป็นนักฆ่าแบบที่เราเห็นกัน กว่าจะมาถึงจุดที่ว่านี้ก็ใช้เวลาปาเข้าไป 5 - 6 ขม.ได้มั้ง การได้เห็นพัฒนาการจากคนธรรมดาคนหนึ่งจนกลายมาเป็นนักฆ่าเก่งฉกาจนั้นดูแล้ว นึกถึง Ezio Auditore ในภาคสองนะ แต่ของ Connor เนี่ยมันซับซ้อนแล้วยาวนานกว่านั้นเยอะ ทำให้เราได้เห็นแรงจูงใจในการเป็นแอสซาซินของ Connor ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญของเกมเลยนะ เหตุจูงใจที่ว่าเนี่ยขยี้อารมณ์ดราม่าซะด้วย เสียดายที่เกิดขึ้นเร็วไปหน่อย น่าจะปูเพิ่มอีกนิดให้พอซึมซาบความสัมพันธ์ เวลาถึงจุดประทุก็จะทำให้อินเพิ่มขึ้น เกือบเอาผู้รีวิวอยู่แล้วครับ อีกนิดเดียว ๆ



ชุดนักฆ่าในภาคนี้ มีดีไซน์บางส่วนของเสื้อทหารในยุคสมัยศตวรรษที่ 18


กระบอกธนูมีลวดลายของชาวอเมริกันพื้นเมือง

บุคลิกของ Connor ดูเครียด ๆ เหวี่ยง ฉุนเฉียวแทบจะตลอดเวลา หลายครั้งจะเห็น Connor ออกอาการเฮียเครียด หน้าบึ้ง ตูไม่ชอบหน้าเอ็ง  ตูจะขึ้นเสียงใส่เอ็ง ใครจะทำไม อย่ามาแตะตัวตู ก็ตูเครียดด ซึ่งถ้าให้เทียบกับบุคลิกของตัวละครในภาคก่อนอย่าง Ezio และ Altair ก็จะดูแตกต่างกันพอสมควรเลย แต่สิ่งที่ยังคงมีเหมือนกันคือ ความยึดมั่นในอุดมการณ์ความยุติธรรม ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของแอสซาซินทุกภาคอยู่แล้ว

Connor สามารถทำทุกอย่างเพื่อปกป้องชนเผ่าบ้านเกิดที่ตนเองรักไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ ตามครับ  ไม่เลือกวิธีจริง ๆ ทั้งปลิดวิญญาณศัตรูคนสำคัญ ท้าทายอำนาจมืด ยืดหน้าเชิดอกเย้ยหยันผู้มีบารมีแบบไม่กลัวโดนกระทืบทีหลัง แม้แต่ George Washington เองก็เคยโดน Connor ชี้หน้าข่มมาแล้ว พูดง่าย ๆ เล็ก ๆ Connor ไม่ บรรลัย Connor ทำ เพราะทุกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เขามีเอี่ยวหมด แต่บางสถานนะการณ์เขากลับหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าเพื่อลดความสูญเสีย โดยเฉพาะเรื่องที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงกับคนของตัวเอง เช่น เหตุการณ์ที่ Connor รีบวิ่งออกไปห้ามผองเพื่อน เพราะไม่อยากให้ประทะกับศัตรู เป็นต้น ถือเป็นอีกมุมของตัวละครที่ผู้รีวิวชอบครับ นึกว่าจะมีแต่หน้าบึ้ง มุทะลุอย่างเดียวซะอีก



หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญ 'Boston Tea Party'


วีรกรรมควบม้าส่งข่าวของ Paul Revere แน่นอนว่า Connor ก็ไม่พลาด


Battle of  Monmouth - ฟายเย่ออ !


Battle of Bunker Hill - ตกใจเวลาคนทั้งหมดลุกขึ้นพร้อมกัน

เกมมีเหตุการณ์บางอย่างให้อึ้งพอสมควรครับ ไม่คิดเลยว่าจะอึ้งขนาดนี้ สมแล้วครับที่คุณอเล็กซ์ ฮัทชินสัน เคยบอกว่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์ ซึ่งมันก็เซอร์ไพรส์จริง ๆ ถ้าเปรียบ “ความเชื่อ’ ของผู้รีวิวคือแผ่นไม้ วันนี้ยูบิซอฟท์บรรจงใช้สองมือโยนขึ้นฟ้า แล้วกระโดดอัดเข่าลอยอย่างแรง โพล๊ะ! หักเป็นสองซีก ยังไม่พอ ตอนลงยังเอาเท้ากระทืบ ๆ จนแหลกละเอียด ไอ้สิ่งที่เราไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเป็นไปได้ พอโดนตลบหลังแล้วมันทำให้เกิดอารมณ์เหมือนถูก Skeleton King ยิงขวานสตั๊นท์ใส่จริง ๆ แต่มันเป็นการโดนสตั๊นท์ที่สนุกนะครับ แถมยังได้อึ้งกันตั้งแต่ sequence ต้น ๆ ซะด้วย มันน่าติดตามจนแทบไม่อยากวางจอยเลย ทำให้อยากรู้อยู่ตลอดเวลาว่าสุดท้ายแล้ว Connor จะจบทุกสิ่งลงยังไง ยิ่งเจอกับบรรยากาศของเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ก็ยิ่งมีความรู้สึกว่า มันขลัง แต่เกมเพลย์บางอย่างกลับดูราบเรียบ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหวือหวา และขาดอิสระทางความคิดพอสมควรครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำคือ ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ก็ลองคุยกับตัวละครแต่ละตัวดูนะครับ ทั้งในและนอก Animus เลย เกมใส่ full voice ขยายเรื่องราวมาให้เสพกันจุใจเหมือนเดิม โดยเฉพาะอันที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ถ้าไม่คิดว่ากำลังเล่นเกมอยู่ก็คงเชื่อไปแล้วนะเนี่ย คิดได้ยังไง อ่านในวิกิก็ยังไม่เห็นภาพขนาดนี้เลย ถือว่าทีมพัฒนาทำการบ้านมาดีครับ รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้สามารถเพิ่มพูนอรรถรสได้ดีจริง ๆ อาจเป็นทั้งอรรถรสด้านบวก และด้านลบสำหรับใครหลาย ๆ คน อันที่จริงอย่าไปคิดมากเลย ถือซะว่าได้เสพนิยายอิงประวัติศาสตร์ก็พอ จบ



เรียบง่าย แต่อึ้ง


โหมด tutorial ยาว


George Washington โผล่ออกมาครั้งแรกช่างไม่น่าประทับใจเลย

กราฟฟิกสวยหยาด ธรรมชาติงามงด

กราฟฟิกโดยรวมสวย ฉากในเมืองทำได้ดี เดินไปทางไหนก็รู้สึกดี องค์ประกอบแต่ละอย่างมันเต็มไปด้วยรายละเอียดเหมือนเคย ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายดูแตกต่างกันชัดเจนระหว่างสไตล์ชนชั้นสูงกับรากหญ้า สิ่งก่อสร้าง อาคารบ้านเรือนดูค่อนข้างแปลกตาพอสมควรถ้าเทียบกับภาคก่อน ๆ เพราะยุโรปส่วนใหญ่มักจะเน้นหิน ปูน หรืออะไรที่มันดูทน ๆ หน่อย มาอเมริกาคราวนี้ถ้าเจอพายุแซนดี้พัดทีก็คงปลิวกระจายหายห่วงเหมือนที่เป็น ข่าวแหง ๆ สิ่งที่รู้สึกดีอีกอย่างคือ เมืองใหญ่ ๆ ในภาคนี้ดูเปิดโล่งมากขึ้นนะ ชอบถนนกว้าง ๆ ดูไม่อึดอัดคับแคบเป็นจตุจักรซอย 3 เหมือนเมืองใหญ่ในภาคที่ผ่านมา

ฉากในป่าเห็นต้นไม้สูง ไม้พุ่มกลางพุ่มเตี้ยเรียงราย หมอกจาง ๆ ยิ่งหิมะตกก็ยิ่งสวย ดูขาวโพลนก็จริงแต่กลับช่วยขับสีอื่นให้โดดเด่น เกมแต่งตัว โดยรวมทำมาสวยครับ เอาเป็นว่าสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติต่าง ๆ ในเกมถือว่าสวยงามที่สุดแล้วถ้าเทียบกับทุกภาคในซีรีย์ ทิวเขาส่วนใหญ่สามารถปีนได้ หรือทำเป็นยืนชิลล์ ๆ บนต้นไม้ก็เท่ไปอีกแบบ พอดีนึกสงสัยอะไรบางอย่าง อยากขึ้นไปดูทิวทัศน์มุมสูงก็เลยเลือกยอดเขาสูงหน่อย แต่พอมองลงมาแล้วก็ใจหาย ได้แต่รำพึงในใจ เมื่อไหร่ Next Gen จะมาซะทีน้อ อันที่จริงไม่อยากโทษใครหรอก พอเถอะ ลงดีกว่า



โล้นเชียว

NPC มีหลากหลายอิริยาบทดูมีชีวิตชีวาจริง ๆ เพิ่งเห็นภาคนี้เนี่ยแหละว่ามี NPC เด็กด้วย หมู หมา แมว วัว แพะ ก็มีนะ บางตัวเดินเพ่นพ่านน่ารักน่าเอ็นดู ภาคนี้มีอีเว็นท์หยิบย่อยรายทางให้ดูพอสมควรครับ รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นสคริปต์ แต่บางอย่างเห็นแล้วโดนจริง ๆ เช่น ล้วงนมในโรงละคร, ตะครุบคนร้ายผิดคน, ชาวบ้านทะเลาะกันเรื่อง 'ความหมายศัพท์ ?' อันสุดท้ายเนี่ย ถ้าไม่เกลียดกันเข้าไส้จริง ๆ ทะเลาะไม่ได้นะ ฯลฯ จริง ๆ ยังมีอีกเยอะ เวลาเล่นก็ลองกวาดสายตาสอดส่องกันดู ส่วนปัญหาจุกจิกก็มี เช่น โหลดออบเจ็คกับเทคเจอร์ไม่ทัน, NPC เดินอยู่ดี ๆ นึกอยากจะหายก็หาย นึกอยากจะโผล่ก็แว็บออกมาไม่มีเกรงอกเกรงใจ, บางครั้งเราวิ่งทะลุตัวชาวบ้าน, ม้าติดกำแพง เอาออกมาขี่ไม่ได้ ฯลฯ มีอีกเยอะเหมือนกัน สงสัยเทสมาน้อย

พูดถึงคัทซีนบ้าง ใส่คัทซีนเข้ามาเยอะจุใจเหมือนเดิม เหตุการณ์ไม่สำคัญอะไรมากมายก็ยังใส่ให้ดูกันจนเพลิน การแสดงอารมณ์ของตัวละครส่วนใหญ่ถ้าเทียบกับภาคก่อนหน้าถือว่าก้าวกระโดดพอ สมควร สีหน้าจริงจัง ผิดหวัง ข่มขู่ หวาดกลัว กวนส้นเท้า เจ็บปวด หัวเราะอารมณ์ดี ฯลฯ หลากหลายอารมณ์ทำได้ชัดเจนดูแล้วเชื่อ ลูกตาโฟกัสเป็นธรรมชาติ มีน้อยมากที่สายตาแข็งเหม่อลอย ถ้าไม่สังเกตก็คงไม่ทันเห็น พูดง่าย ๆ ถ้าเป็นซีนโคลสอัพเน้นไปที่หน้าตัวละคร ส่วนใหญ่จะไว้ใจได้ไม่มีหลุดครับ ส่วนมุมกล้องในคัทซีนก็มีหลากหลายเหมือนเดิม ซีรีย์นี้ปกติเค้าทำจุดนี้ได้ดีอยู่แล้ว ไอ้ประเภทจับตัวละครมายืนแข็งทื่อมุมกล้องแสนเชยคงหาดูยากหน่อย เกมส์แต่งตัว โมชันตัวละครส่วนใหญ่ทำได้ดีเหมือนกัน มีแค่บางซีนเท่านั้นที่ตัวละครดูลอย ๆ ขยับข้อต่อแปลก ๆ แต่โดยรวมถือว่าดีเลย



อยากตบเกรียน


โตขึ้นป๋มอยากเป็นแหนม อู๊ด ๆ


การแสดงอารมณ์ตัวละครทำได้ดี


ธรรมชาติที่รัก


หมอกยามเช้า อ่อ เพิ่งสังเกตว่าอินเตอร์เฟสดูรกน้อยลงนะ เช่น หลอดเลือด ฯลฯ


ยับเยิน


ถนนคนเดิน @New York


ฤดูหนาว ลำธารบางแห่งเป็นน้ำแข็ง เดินข้ามได้

ระบบต่อสู้เจ๋งขึ้น การปีนป่ายไหลลื่นขึ้น

การต่อสู้ทำได้ว่องไว ปราดเปรียว ดุดัน หนักแน่นขึ้นจริง ๆ Connor ใช้อาวุธสองมือคล่องตัวมาก เอาขวานสับหัวคนโน้น แล้วเอามีดเสียบคอคนนี้ เสียบ ๆ ๆ แล้วหันหลังกลับไปยิงปืนใส่อีกคนที่วิ่งเข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือ จากนั้นกลับมาเผด็จศึกคนที่โดนขวานสับคนแรกต่อ ฯลฯ แอคชันออกมาดูเนียนตา แทบไม่ค่อยซ้ำครับ นอกจากนั้น Connor ยังสามารถใช้ศัตรูเป็นเกราะกำบังรับลูกกระสุนได้อีกด้วย แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องถูกยิงเลย เพราะศัตรูยิงปืนได้ห่วยแตกมาก ไม่แม่นเอาซะเลย ชักสงสัยว่าศัตรูงี่เง่าจริง ๆ หรือว่าทีมพัฒนาตั้งใจให้มันออกมาเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ เพราะข้อเท็จจริงคือปืนในยุคนั้นขึ้นชื่อเรื่องความกากอยู่พอสมควร ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกมันก็ต้องตายตกตามกันอยู่แล้ว ว่าแล้วก็เสียบคอหอยมันซะเลย ส่วนระบบการสมัครนักฆ่ายังคงมีเหมือนเดิมครับ รายละเอียดปลีกย่อยดูแตกต่างจากภาคก่อนนิดหน่อย

ศัตรูสายตาดีมากครับ กดดันและท้าทายพอสมควรถ้าจะเล่นสไตล์ลอบเร้นแบบเนียน ๆ  แต่แปลกที่บางจังหวะเหมือนศัตรูทำเป็นหูทวนลม เรากำลังก่อจราจลอยู่ตรงนี้ แต่ศัตรูอีกคนอยู่ห่างประมาณไม่ถึง 10 เมตรกลับยืนนิ่งเหมือนโดนติดสินบน หลายครั้งที่เรายิงปืนใส่มัน ปัง ! แต่เพื่อนมันที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักกลับไม่ได้ยิน สิ่งเหล่านี้ทำให้เกมง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นครับ มันไม่ถึงกับหมดสนุกซะทีเดียว แต่ผู้รีวิวรู้สึกห่อเหี่ยว เพราะเรื่องแบบนี้มันไม่น่าเกิดขึ้นกับเกมระดับนี้เลย ส่วนระบบปีนป่ายนั้นดูพลิ้วไหวช็อตต่อช็อต โดยเฉพาะตอนปีนต้นไม้นั้นสุด ๆ จริง ๆ ผืนป่า 'Frontier' ก็ไม่ใช่เล็ก ๆ แถมยังมีสัตว์ป่าให้ล่าด้วย แม้ชนิดของสัตว์อาจมีไม่เยอะหากเทียบกับเกมดังจากค่าย Rock Star แต่ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่เล่นได้เพลิน ๆ ครับ เดินป่าอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ก็มีไอ้เสือบ้าที่ไหนไม่รู้วิ่งเข้ามากอด ตอนแรกคิดว่ามันเข้ามาหาเพราะรักเรา เป็นเสือเชื่องเพราะเห็นว่าร้องเมี้ยว ๆ มาแต่ไกล แต่พอเห็นว่ามี QTE ให้กด จึงได้รู้สึกตัวว่ามันไม่ใช่แบบนั้นครับ เกมส์แต่งตัว ไม่รู้จะเขียนประจาญตัวเองทำไม กากอีกแล้ว

ภารกิจต่อสู้ทางน้ำก็สนุกครับ ได้ขับเรือรบยุคศตวรรษที่ 18 ไล่ยิงปืนใหญ่ใส่ชาวบ้าน แต่โดยมากมักจะถูกชาวบ้านยิงมากกว่า ฮา อารมณ์ตอนหันด้านข้างเรือ เพื่อให้ศัตรูอยู่ในวิถีกระสุนน่าจะมีส่วนคล้ายของจริงพอสมควรนะ กดดันแต่สนุกมาก ภารกิจอีกประเภทคือ Homestead อันนี้ก็เล่นได้เพลิน ๆ แต่ที่รู้สึกเฉย ๆ คือ ทางเดินใต้ดิน (underground tunnels), ระบบ trading และ ระบบ crafting สำหรับใครหลายคนอาจสนุกและเพลิดเพลินไปกับมัน แต่ส่วนตัวมองว่าเกมไม่ได้นำเสนอสิ่งเหล่านี้มากมายเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับผู้เล่นแต่ละคนแล้วล่ะครับ ว่าจะใช้เวลากับตรงนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าชอบก็บวกคะแนนได้ตามสะดวกนะ



ต่อสู้ทางน้ำ - ยิงกันสนั่นเลย ยิ่ง sequence หลัง ๆ ยิ่งวุ่นวาย


ต่อสู้บนพื้นลาดเอียง ทำได้ไม่มีติดขัด หรือทุเรศลูกตาเหมือนเกมทั่วไป


ดูมันนอนตาย


นี่ก็อีกคน


ห่างกันเพียงคืบ แต่มันก็ยังยืนนิ่ง


การเล็งทำได้อิสระขึ้น


QTE สัตว์ร้าย


เกมเพลย์บางช่วงเข้าใจเล่าเรื่องนะ


ถึงใช้ Fast Travel แต่ก็ยังโหลดเข้าแผนที่บ่อยอยู่ดี


รัดคอ เกาะกระแสละครช่องสาม


พลิ้วใต้โต๊ะ


แอคชันได้อารมณ์


เรียกม้า ใช้ไอเท็ม ฯลฯ ตัดเข้าหน้าจอตลอด


เตรียมลากลงไปกินในหญ้า


หน้าตาระบบนักฆ่าในเครือ


กระซวกคู่


บางฉากพฤติกรรม NPC ดูตลกมากกว่าอิมแพ็คอารมณ์นะ แว็บแรกเหมือนฝูงชนมันจะยกพวกตีกัน

ระบบ multiplayer สนุกทีเดียว ที่ได้เล่นตอนนี้คือโหมด wolfpack เป็นการยกพวกพากันไปฆ่า AI ครับ เป็นโหมดที่มือใหม่หรือคนที่ยังไม่มีสกิลอะไรมากมายก็ยังสนุกได้ ถ้าฆ่า AI ได้เนียน ๆ หน่อยก็จะได้คะแนนและเวลามากขึ้น (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขด้วย) แต่หลาย ๆ ครั้งมักจะเจอคนแปลกหน้าไม่ค่อยรู้ใจกัน จ้องแต่จะเก็บเป้าง่าย ๆ แบบไม่เน้นคะแนน อืมม เล่นไปเถอะ สนุกแบบไหนก็เล่นแบบนั้น ปรี๊ดดด เวลาหมด เก่งมากทุกคน

กับอีกโหมดคือ Domination ครับ คือ 4 vs 4 แข่งกันยึดและป้องกันฐาน สนุกดี ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ แต่ที่ขัดใจคือ สกิล Closure กลับมาอีกแล้ว รู้สึกว่ามันเป็นสกิลขยะโดยแท้ตั้งแต่สมัยภาค Revelation แต่สุดท้ายก็ยังเอากลับมาอีก อีกอย่างคือเรายังไม่สามารถสตั๊นท์คนอื่นหากไม่ยืนอยู่ในระดับเดียวกัน ถึงแม้จะยืนอยู่บนรั้วเหนือหัวมันแค่นิดเดียวก็ทำไม่ได้ พอลงไปก็โดนมันฆ่าอีก ว้า แย่จัง นอกนั้นก็มีปัญหาจุกจิก เช่น ติดต่อ server ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง คาดว่าเดี๋ยวก็คงแก้ไขให้ดีขึ้นในเร็ววัน แต่ ณ วันนี้ขัดใจจริง ๆ

ข้อดี

  • เนื้อเรื่องอยู่ในช่วง 'ปฏิวัติอเมริกา' ซึ่งถูกใจมาก ผู้รีวิวบ้าอเมริกาครับ
  • โดยรวมกราฟฟิกสวย องค์ประกอบและรายละเอียดแน่น โดยเฉพาะฉากธรรมชาติ สวยที่สุดในทุกภาค
  • การแสดงสีหน้าของตัวละครในคัทซีนแจ่มขึ้นมาก
  • ระบบต่อสู้พลิ้วไหวกว่าเดิม ระบบปีนป่ายไหลลื่นต่อเนื่องกว่าเดิม
  • เกมเพลย์บางประเภทสนุก โดยเฉพาะการต่อสู้ทางน้ำ

ข้อเสีย

  • เกมเพลย์บางอย่างในช่วงเหตุการณ์สำคัญไม่ค่อยสนุก ราบเรียบ
  • บางระบบดูไม่ค่อยลงตัว เช่น ระบบ trading และ crafting
  • Bug เยอะจนน่าตกใจ บางอย่างทำให้รู้สึกห่อเหี่ยวพอสมควร
  • Multiplayer เกมส์แต่งตัว เข้ายากเข้าเย็น ปัญหาเยอะ

คะแนน: 9 / 10

ลาเลยละกัน เหนื่อยจริง ๆ เกมนี้ สนุกจริง ๆ บางอย่างผู้รีวิวเล่นแล้วไม่ค่อยสนุก แต่ถ้าใครเล่นแล้วสนุกทั้ง 100% ก็สามารถบวกคะแนนเพิ่มได้ตามใจชอบนะ หรือใครมองว่าเกมเริ่มต้นได้เนิบมาก ๆ ไม่ค่อยชอบอะไรตรงไหนก็ลดคะแนนได้ตามใจชอบเหมือนกัน โดยรวมเกมนี้คุ้มครับ

BY PP_SVEN_BERG Gconsole Review




Create Date : 06 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2555 3:55:47 น. 0 comments
Counter : 4302 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

nooblue88
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add nooblue88's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.