Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
รีวิว Independence Day: Resurgence (2016) ไอดี 4 สงครามใหม่วันบดโลก



รีวิว Independence Day: Resurgence (2016) ไอดี 4 สงครามใหม่วันบดโลก

ID001

ว่ากันจริงๆ เลยนะครับ ผมยังคงชอบภาคแรกมากกว่า มันถึงรส กลมกล่อม และประทับใจกว่ากันมากจริงๆ

แต่ถึงภาคนี้ดีกรีความสนุกจะดร็อบลงมาพอสมควร กระนั้นถ้าใครชอบภาคแรกก็อยากให้ลองเสพภาคนี้ต่อครับ ขอเพียงลดความคาดหวังลงมาหลายระดับสักหน่อย แล้วเข้าไปเพื่อเสพเรื่องราวบทต่อมาของ ID4 ก็น่าจะยังพอโอเค

ผมว่าภาคแรกที่มันโดนใจนั้นคงเพราะทิศทางหนังมันชวนให้ประทับใจกว่า ในแง่แอ็กชันก็ถือว่ามันส์ Effect ก็อลังการและมีความสด แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือธีมว่าด้วยมนุษย์พยายามเอาตัวรอด ต่อสู้กับพวกต่างดาวที่ไฮเทคกว่ามากๆ คือตอนนั้นนี่แทบจะนึกไม่ออกเลยครับว่าจะสู้กับพวกต่างดาวยังไง เลยทำให้เกิดความลุ้นและอดไม่ได้ที่จะเอาใจช่วยเหล่ามนุษย์ด้วยกัน

นอกจากนี้ธีมหนังยังอุดมด้วยพลัง มีการปลุกใจและรวมใจคน พูดถึงความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียว ซึ่งมันเป็นการจูนใจคนดูให้อินไปกับหนังได้ในตัว ผลที่ได้ออกมาในภาคแรกจึงเป็นปรากฏการณ์ที่ถูกพูดถึงเสมอ ไม่ว่าจะผ่านมากี่สิบปี

แต่ภาคนี้แนวเปลี่ยนครับ มันออกแนวไซไฟแอ็กชันเต็มตัวมากขึ้น ไม่ได้อิง "ความเป็นไปได้ในปัจจุบัน" แบบภาคแรก ซึ่งส่วนหนึ่งที่ภาคแรกดูแล้วอิน คงเพราะมันดูใกล้ตัวน่ะครับ โลกในหนังก็ดูเป็นโลก ณ ตอนนั้น ความรู้สึกเราเลยถูกดึงเข้าไปในหนังได้ง่าย

screen_shot_2016-02-13_at_11.08.14_0

ID4R ว่าด้วยโลกอีก 20 ปีต่อมา (ซึ่งถ้าตามเวลาก็คือตอนนี้นี่แหละ) แต่จุดที่ต่างจากโลกจริงๆ (ที่เราอยู่กันนี่) ก็คือโลกในหนังนั้นมีการเอาวิทยาการเอเลี่ยนมาใช้ แล้วทีนี้พวกมันก็ยกทัพมาแก้แค้น ชาวโลกเลยต้องสู้

ถ้าว่าด้วยพล็อตก็ถือว่าต่างจากภาคแรกแล้วครับ เพราะภาคแรกมันอิงความจริง เราเลยอินได้ง่าย แต่ภาคนี้ไซไฟนิยายล้วนๆ จึงไม่แปลกหากความอินของเราจะไม่มากเท่าของเก่า เพราะมันดูไกลตัวกว่าภาคก่อนเยอะเลย

สไตล์ชวนให้คิดถึงพวก Stargate หรือ Star Trek อะไรแบบนั้นมากกว่าจะเป็นหนังภัยพิบัติน่ะครับ และหนังยังเน้นที่แอ็กชันมากกว่าจะเน้นการรวมใจคนหรือผสมดราม่าแบบที่ภาคแรก ทำ ดังนั้นใครคาดหวังความอินหรือดราม่าผสมๆ แบบภาคแรก ก็คงต้องเผื่อใจไว้หน่อย

จริงๆ ถ้าทำเป็นหนังแอ็กชันเน้นบู๊มันส์ๆ ไปเลยแล้วเล่าเรื่องลื่นๆ ก็คงโอเคน่ะครับ แต่ปัญหาอย่างหนึ่งคือหนังดูเร่งมากๆ จนแทบอยากจะเรียกว่า ID4x100 คือเดินเรื่องไปข้างหน้าแบบเร็วเกินจนไม่พอที่จะสร้างอารมณ์ร่วมให้เกิดแบบ ภาคแรก

ภาคแรกจุดเด่นอย่างหนึ่งคือหนังเดินเรื่องแบบเนิ่บๆ ช้าๆ เหมือนเมฆทะมึนกำลังปกคลุมโลก มันสร้างความกดดันและทำให้เราลุ้นได้ไม่น้อย ว่าตกลงมันจะเป็นยังไงต่อ ในขณะที่ภาคนี้เหตุการณ์เดินไปอย่างเร็ว ซึ่งจริงๆ เร็วก็ไม่เป็นไร เพราะหนังหลายเรื่องก็เดินเร็วเหมือนกัน แต่ว่าการเล่าเรื่องของหนังเหล่านั้นมันได้น่ะครับ มันรู้เรื่องและได้อารมณ์ แต่กับเรื่องนี้บางทีก็ไวเกิน และส่วนใหญ่จะไม่ได้อารมณ์ขนาดที่จะทำให้เราจดจำได้แบบปังๆ

ID002

ตัวบทเองอาจจะไม่ได้ดีอะไรมากครับ แต่เอาเข้าจริงถ้าการเล่าเรื่องมันลื่นและเก็บรายละเอียดดีๆ ล่ะก็นะ บทเท่าที่เป็นนี่ก็พอแล้วล่ะครับ ที่เหลือแค่เล่าให้มันน่าสนใจ ไม่หลุดประเด็น และเก็บรายละเอียดพร้อมตั้งทิศทางดีๆ ก็น่าจะพอ

แต่ผลที่ได้นี่คือบทยังไม่หนักแน่นขนาดนั้น และการเล่าเรื่องก็ยังโฟกัสไม่ชัดแบบเต็มๆ มันเลยเป็นหนังที่พอจะดูเพลินบ้าง แต่ยังไม่สุด ไม่ลงตัวสักเท่าไร

ฉากภัยพิบัตินี่น้อยเกินคาด คือมีเท่าที่เห็นในตัวอย่างเลยครับ มันไม่ได้มาระเบิดโลกอลังการแบบครั้งก่อน แต่มันแค่มาแบบอลังการ เอายานโคตรแม่มาให้ดูใหญ่ แต่การบุกไม่ได้ใหญ่เหมือนครั้งก่อน ดังนั้นใครอยากเห็น Effect ฉากทำลายล้างแบบใหญ่ๆ ล่ะก็ แนะนำให้ไปดู The Day After Tomorrow หรือ 2012 อีกรอบดีกว่าครับ มันสะใจกว่ากันเยอะ

ดาราหน้าเก่าถือว่าเท่าทุนครับ เล่นได้ดี แต่อาจจะไม่เด่นมาก (ยกเว้น Brent Spiner ในบท ดร.โอคุนที่เด่นกว่าชาวบ้านเยอะเลย) ส่วนหน้าใหม่ก็ถือว่ากลางๆ ครับ ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้เด่นแบบเต็มๆ

***** มีสปอยล์หน่อยนึง ไม่อยากทราบข้าม ****

แต่ที่ขัดใจผมเยอะเลยคือการจากไปของตัวละครหนึ่งน่ะครับ โอเค ตัวแรกที่ตกจากฮอตอนตึกระเบิดน่ะถือว่าโอเค ช็อคความรู้สึกในระดับหนึ่ง (ผมชอบที่ช็อตนั้นกล้องไม่จับภาพแบบซูมไปที่หน้าของตัวละครนั้นแบบที่หนัง หลายๆ เรื่องทำ มันดู Real ดีน่ะครับ)

แต่รายหลังนี่รู้สึกตายเสียเปล่ามาก คือรู้แหละว่าพี่แกน่าจะตายในภาคนี้ แต่ไหนๆ จะให้เขาตายก็น่าจะปูพื้นแน่นๆ หรือไม่ฉากก่อนตายก็น่าจะลากสักหน่อย ให้มันเท่ห์ให้มันได้ใจ ให้มันอาลัยอีกสักนิด เพราะเขากำลังจะสละชีพน่ะครับ (แบบที่รัสเซลล์ เคส สละชีพในภาคแรก จังหวะมันได้ การทิ้งช่วงลากอารมณ์ให้คนดูอินมันมากกว่าเยอะ)

แต่นี่ แป๊บๆ ไป แป๊บๆ ตาย เหมือนเอาพี่ท่านมาฆ่าทิ้งมากกว่าน่ะครับ ทั้งที่พี่ท่านนี่เป็นคนพูดปลุกใจเป็นตัวละครอย่างเจ๋งในภาคแรก และภาคนี้ก็มีฉากทำนองนั้นเหมือนกัน แม้จะไม่ขลังเท่าของเก่า แต่ก็ทำให้เห็นว่าพี่คนนี้น่านับถือไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ก็เถอะ

แล้วจู่ๆ ให้ตายอย่างนั้นเลย ผมว่าง่ายไปนะ อันนี้เสียดายจริงๆ พาลทำให้การดูหนังหลังจากนั้นของผมสนุกน้อยลงเยอะเลย (คือโกรธที่หนังฆ่าตัวละครนี้แบบง่ายเกินน่ะครับ)

***************************************************

โอเคครับ สรุปว่าภาคนี้ผมว่าดูได้นะ แต่ต้องไม่คาดหวัง ไม่คิดมาก คือไปเสพเอาความบันเทิงเป็นหลัก

แต่หากถามใจผมจริงๆ แล้ว ผมกลับรู้สึกชอบงานหนัง "ทำลายโลก" เรื่องอื่นๆ ของ Roland Emmerich มากกว่าเรื่องนี้อีกครับ บทมันพอเหมาะกว่า หรืออย่างน้อย Effect ก็สะใจกว่า แม้บทจะไม่ได้ดีอะไรมาก (แบบ 2012)

อีกอย่างครับ อันนี้ชอบส่วนตัวเลย พากย์ไทยได้ทีมเดิมมาพากย์ตัวละครเดิมครับ ชอบมาก ยอมรับเลยว่าอยากรอให้แผ่นออกแล้วเอามาเปิดดูต่อกับภาคแรก มันคงต่อเนื่องทางอารมณ์พิลึกล่ะครับ เสียงเดิมขนานแท้ ^_^

ว่าแต่ภาค 3 จะมีไหม สงสัยต้องรอดูกันอีกทีครับ ขอให้รายได้นอกอเมริกาได้เยอะๆ หน่อย ก็อาจมีภาษีได้ทำต่อขึ้นมาก็ได้ (แต่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงบอกว่า "พอเถ๊อะ" 5555)

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

ที่มา : //www.bktube.net/independence-day-resurgence-2016.html




Create Date : 04 กันยายน 2559
Last Update : 4 กันยายน 2559 20:21:21 น. 0 comments
Counter : 788 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
nooblue88
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add nooblue88's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.