Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2548
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
31 กรกฏาคม 2548
 
All Blogs
 

ผู้ชายในฝัน

ผมมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งส่งเสียงกรีดร้องแบบไม่เกรงใจใครนั้น ก่อนจะใช้เวลาเล็กน้อยในการตัดสินใจ และในที่สุด ผมก็กรอกเสียงห้วน ๆ ของตัวเองลงไป
“สวัสดีครับ”
และเหมือนปลายเสียงเองก็อึ้งไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงผม
“มี่ล่ะครับ”
และฝั่งโน้นก็ทำลายความเงียบระหว่างผมและเขาขึ้นมา ด้วยการเอ่ยถามถึงเจ้าของโทรศัพท์ ซึ่งเพิ่งลุกไปเข้าห้องน้ำไม่ถึงนาทีก่อนที่นายคนนี้จะโทรมา
“ไม่อยู่”
ผมตอบสั้น ๆ และกดวางสายไปดื้อ ๆ แบบยอมเป็นคนไร้มารยาททีเดียว ก่อนจะวางมันไว้ที่เดิมและมองเจ้าสี่เหลี่ยมแบนเล็กสีขาวบนโต๊ะ เพื่อตัดสินใจอีกครั้ง

ทำไมผมจะไม่รู้ ว่าเจ้าของน้ำเสียงแสนสุภาพราวกับสุภาพบรุษขนาดนั้นเป็นใคร แถมยังเจ้าเสียงกริ่งโทรศัพท์ที่เจ้าของเครื่องจงใจแต่งขึ้นมาเพื่อให้รับรู้ได้ง่ายนั่นอีก เหมือนอะไร ๆ จะชวนให้หงุดหงิดไปเสียทุกอย่าง ทั้งที่นาน ๆ ทีผมถึงจะได้มาทานข้าวกับเธอสองต่อสองแบบนี้
และก็เหมือนรู้ว่าถูกผมนินทาอยู่ในใจ ร่างสูงโปร่งที่คุ้นตาดีก็เดินยิ้มร่ามาแต่ไกล

“อาราย แค่ไปเข้าห้องน้ำนิดเดียว คิดถึงจนต้องทำหน้าบึ้งเลยเหรอไง”
คนช่างแซวลากเสียงถามอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะนั่งลง และยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ หน้าผม มองอย่างสำรวจจริงจัง
“ท่าทางจะอารมณ์ไม่ดีจริง ๆ”
คนพูดที่ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ส่งยิ้มหวาน ๆ มาประจบไว้ก่อนเป็นด่านแรก ซึ่งผมเองก็แพ้เจ้าดวงหน้ากลมโตขี้อ้อนคู่นี้ซะด้วย
“เดี๋ยวไปดูหนังสือมั้ย”
ผมถามเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง ชวนเธอไปร้านหนังสือประจำ ที่เธอต้องแวะไปดูทุกครั้งที่เข้ากรุงเทพ เนื่องจากแฟนสาวคนสวยของผมเป็นวิศวกรประจำโรงงานอยู่ที่ระยอง และหนังสือเหล่านี้ก็ช่วยเป็นเครื่องแก้เหงาให้เธอได้เป็นอย่างดี ผมมองคนตรงหน้าที่ยิ้มหวานให้ผมอีกตามเคย แล้วอารมณ์ขุ่นมั่วก็จางลงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ผมมองมือเล็กที่เกาะแขนผมไว้ เมื่อเราสองคนเดินออกจากร้านพร้อมกัน ซึ่งเป็นท่าประจำเวลาเราเดินคียงข้างกัน แล้วก็อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ ก็มีแฟนน่ารักซะขนาดนี้นี่นา ถ้าผมไม่หวงไม่หึงก็คงแปลกล่ะ



ผมออกอาการแทบจะเรียกได้ว่าขว้างก็ไม่ผิดนัก กับเจ้าโทรศัพท์มือถือในมือ ก่อนที่จะมองตามมันซึ่งนอนเค้เก้อยู่บนเตียงอย่างไม่ไยดี ผมต่อสายหาเธอไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แต่ไม่มีคนรับสายแม้แต่ครั้งเดียว และเมื่อมองขึ้นไปที่นาฬิกาบนผนังห้อง ที่เลยเวลาเที่ยงคืนไปแล้ว ก็ยิ่งชวนให้หงุดหงิด
ผมเริ่มเดินวนไปวนมา รอบ ๆ ห้องสี่เหลี่ยมของตัวเอง และเมื่อมันไม่กว้างพอ ผมก็ขยับพื้นที่ในการเดินออกไปถึงห้องรับแขก ห้องทานอาหาร และห้องครัว และในที่สุดก็ครบทุกห้องในคอนโดส่วนตัวแห่งนี้
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังออกมาจากในห้อง ทำให้ผมวิ่งอย่างรวดเร็วก่อนจะกรอกเสียงลงไปทันที ก่อนที่คนโทรมาจะทันได้พูดด้วยซ้ำ
“มี่หายไปไหนมา”
ปลายสายหัวเราะแบบสำนึกผิด ก่อนจะส่งเสียงอ้อน ๆ มาตามสาย
“มี่ไปทานข้าวมา ลืมโทรศัพท์ไว้ในรถเพื่อน”
คำว่า “เพื่อน” ที่เธอเอ่ยถึง ทำเอาผมสังหรณ์ใจ
“ทำไมกลับดึกเชียว แล้วพรุ่งนี้ไม่ทำงานเหรอ”
ผมถามเธอต่ออย่างเป็นห่วง เพราะรู้ดีว่า มี่รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ และถ้านอนไม่ครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน เธออาจจะหงุดหงิดเสียจนพรุ่งนี้ทำงานไม่รู้เรื่องก็ได้
“ก็นาน ๆ ที แล้วนี่โรมยังไม่นอนเหรอ”
ผมรู้ทันทีว่าเธอกำลังจะเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็ยอมตอบแต่โดยดี
“เป็นห่วงน่ะ”
ผมตอบสั้น ๆ และก็ไม่กล้าชวนเธอคุยนานนัก เพราะกลัวเธอจะตื่นไปทำงานไม่ไหวเพราะผม เลยต้องจำใจบอกราตรีสวัสดิ์ และวางหูลงอย่างหงุดหงิดใจจนบอกไม่ถูก

ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเธอไปกับใคร คนที่ผมสมควรหึงมากที่สุด แต่กลับไม่มีสิทธิ์หึง



ผมมองช่อดอกกุหลาบสีขาวร้อยดอกในมืออย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะส่งเงินให้คนขาย มองเงาตัวเองในกระจกอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ก่อนจะเดินยิ้มกับดอกไม้ไปตลอดทาง
วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 24 ปี ของเธอ ผู้หญิงที่ผมกำลังจะเป็นเจ้าของดอกไม้บนเบาะข้าง ๆ ตัวผมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ผมไม่รู้ว่าเธอจะทำหน้าแบบไหนตอนเห็น เพราะตั้งแต่คบกันมา ผมยังไม่เคยให้ดอกไม้เธอซักที
ผมจอดเจ้ารถญี่ปุ่นคันกะทัดรัดของตังเองลงข้างรั้วบ้านที่คุ้นตาดี และเจ้ารถเต่าสีน้ำเงินทะเลที่จอดอยู่ข้างหน้า ก็เล่นเอารอยยิ้มที่มีมาทั้งวันหุบลงไปได้ทันที ผมลืมคิดไปได้ยังไงว่าหมอนี่ต้องมาแน่นอน
ผมถอนใจยาว ก่อนจะคว้าดอกไม้ปิดรถอย่างรวดเร็ว ไม่อยากให้เจ้าของรถคันข้างหน้าได้มีเวลาอยู่กับเธอมากกว่าผมนานนัก และเมื่อก้าวเข้าไปในบ้านชั้นเดียวหลังเล็กนั้นแล้ว ก็ต้องกวาดสายตาหาคนที่หัวใจเรียกร้องก่อนเป็นอันดับแรก ... แต่ว่าไม่เจอ
“โรม”
ผมหันไปยกมือไหว้คนเรียก อย่างจำได้ดี และคุณแม่ก็ส่งสายตาแซว ๆ มาถึงเจ้าดอกไม้ในมือผม ก่อนจะบอกเหมือนรู้ใจ
“ยายมี่อยู่ในครัวน่ะ”
ผมรีบสาวเท้าของตัวเองไปยังห้องครัว แน่นอนไม่ได้มองสายตาแซว ๆ จากเหล่าเพื่อนสนิทเธอไม่กี่คนที่มาถึงก่อนด้วยซ้ำไป
แต่แล้วก็ต้องชะงักเท้าลง เพราะภาพโรแมนติกที่กำลังเกิดขึ้นในครัวต่อหน้าผม

สาวน้อยสูงโปร่ง นัยน์ตากลมโตออกแววหวาน ที่กำลังดันอกชายหนุ่มผิวสองสี ที่กำลังจะป้ายครีมทำเค้กลงบนหน้าเธอ
“ไม่เอาอ่ะพี่คราม อย่าดิ ๆ”
คนร้องไม่ว่าเปล่า แต่ก้มหน้าใส ๆ ลงไปซุกอกกว้างนั่นซะด้วย และคนแกล้งก็เหมือนจะได้ใจ เพราะพยายามใช้มือเชยหน้าเธอขึ้นมา
“ใครแกล้งใครก่อน”
เสียงเข้ม ๆ ว่าคืน โดนใช้มือข้างหนึ่งโอบหลังมี่ไว้ ส่วนอีกข้างเปลี่ยนมาลูบผมหยักศกยาวประบ่าของตนเอง ที่เต็มไปด้วยครีมสีขาว
“อ่ะ ๆ”
มี่เงยหน้าขึ้นในที่สุด
“ให้เอาคืน นิดเดียวเท่านั้นนะ”
เธอว่า พลางเอียงหน้าให้อย่างยินยอม และก่อนที่อะไร ๆ มันจะบาดตาไปมากกว่านี้ ผมก็ก้ามเท้าออกมาจากหลังประตู
“โรม”
มี่เรียกผมอย่างยินดี ก่อนจะเดินมาหลบข้างหลังผม แล้วชะโงกหน้าไปแลบลิ้นเยาะเย้ยคนตรงหน้า
“สวัสดีครับ”
ฟ้าครามยิ้มนิด ๆ ให้ผมตามมารยาท และผมก็พยักหน้ารับเบา ๆ เช่นเคย ก่อนจะมองตามร่างสูงที่เดินไปล้างผมตัวเองที่อ่างล้างจาน
“มี่ช่วย”
เจ้าของร่างที่หลบหลังผมในตอนแรกก้าวออกมาทันที และก็ยังดีที่เธอไม่ลืมผม
“โรมไปรอข้างนอกนะ เดี๋ยวมี่ตามไป”
ผมมองดอกไม้ในมือ ที่ได้คำตอบแล้วว่าเธอทำหน้ายังไงเมื่อเห็น เพราะมี่ไม่ได้สนใจมันเลยด้วยซ้ำไป ก่อนจะก้าวออกมาช้า ๆ พยายามไม่มองภาพ สาวน้อยในผ้ากันเปื้อนที่ก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับผมของผู้ชายคนอื่นด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม



“หน้าแบบนี้ พี่โรมเจอพี่ครามในครัวล่ะซิ”
เสียงแจ้ว ๆ ของรสา เพื่อนสนิทของมี่ ทักผมทันทีที่นั่งลงบนโซฟา และเธอก็ถือวิสาสะมานั่งลงข้าง ๆ
“เข้าใจหน่อยซิ”
รสาปลอบผมเช่นทุกครั้ง และผมก็ส่ายหัวเช่นทุกครั้งเหมือนกัน
ผมทำใจไม่ได้ทุกครั้ง ที่เห็นนายฟ้าครามเข้าใกล้มี่ พอ ๆ กับที่รู้ตัวว่าไม่ควรหึงผู้ชายคนนี้

ฟ้าคราม...ผู้ชายย่างเข้า 30 ปี รุ่นเดียวกับผม ผมรู้จักนายคนนี้ครั้งแรกที่โรงเรียนมัธยม เด็กผู้ชายผอมสูง ไหล่กว้าง ไม่ไยดีกับทุกสิ่งรอบตัว วัน ๆ เอาแต่ถือกระดานวาดภาพเดินไปไหนมาไหน และเราก็ได้เจอกันอีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัย คณะเดียวกัน แต่ต่างสาขา
เวลา 5 ปี ตามหลักสูตรของคณะ เราสองคนแทบไม่เคยพูดกันเลย ผมเป็นพวกเรียนและทำกิจกรรม ส่วนนายครามเป็นพวกไม่เรียนและเที่ยว ผมจบออกมาก่อน ทำงานในบริษัทเอกชนมีชื่อเสียงด้านการก่อสร้างแห่งหนึ่ง และไม่นานก็ได้ข่าวคราวจากเพื่อนว่านายคนนี้จบมารับงานถ่ายภาพอิสระ และทุกวันนี้ก็มีสตูดิโอเล็ก ๆ เป็นของตนเอง ซึ่งมันตั้งอยู่ที่ข้างบ้านมี่นี่เอง
ฟ้าครามกับมี่ไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา แต่ฟ้าครามคือลูกบุญธรรมของคุณป้าแท้ ๆ ของมี่ และก็รับมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ นายคนนี้กับมี่ก็เลยถูกเลี้ยงมาด้วยกันเหมือนพี่กับน้อง แต่หลาย ๆ ครั้ง ผมกลับรู้สึกว่า ระหว่างสองคนนี้มีสายใยบาง ๆ และโลกส่วนตัวใบเล็ก ๆ ที่แม้แต่ผมเองก็เข้าไปไม่ถึง แต่ผมจะกล้าว่าอะไรได้ เพราะเรื่องนี้ มี่ไม่เคยรู้เลย

“โรม”
เสียงหวาน ๆ พร้อมกับมือเย็น ๆ ที่เอื้อมมาแตะแขนเบา ๆ ทำให้ผมรู้สึกตัว มี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มานั่งบนที่เท้าแขนข้าง ๆ ผม และก็ยื่นหน้าหวาน ๆ มาสำรวจเจ้าดอกไม้ที่ผมวางไว้ข้างตัว
“ไม่ให้มี่เหรอ”
คนยิ้มหวาน ส่งเสียงทวงของทันที และยังมีหน้ามาแบมือรับหน้าตาเฉย ก็เจ้าตากลม ๆ แบบนี้ซิน่า ผมถึงพูดอะไรไม่ออกซะที
“สุขสันต์วันเกิด”
ผมส่งให้เธอแบบเขิน ๆ และก็ได้รับคำขอบคุณเบา ๆ จากมี่เป็นการตอบแทน ผมมองแก้มนวลที่ตอนนี้ซับสีเลือดจาง ๆ แล้วอยากทำมากกว่าจับมือเอาไว้ ถ้าไม่ติดว่ามีสายตาจากหลาย ๆ คู่มองมาอยู่
มี่ถือช่อดอกไม้ของผมไปจัดการหาถังใบเล็กมาแช่มันไว้ ผมมองเธออย่างเอ็นดู เมื่อเห็นสภาพช่อดอกไม้ราคาร่วมพัน ตั้งอยู่บนถังน้ำรดต้นไม้สีสด
“มันจะได้สวยไปแบบนี้นาน ๆ”
ผมมองสีหน้าภาคภูมิใจของมี่แล้วอดหัวเราะไม่ได้ เธอเป็นตัวของตัวเองเสมอ ตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน และแล้วสายตาผม ก็อดสังเกตุไปเห็นเจ้ากระถางดอกกุหลาบที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งวางเรียงเป็นตับ ไม่ต่ำกว่า 20 กระถาง บริเวณเทอเรสหน้าบ้าน ซึ่งมี่ที่มองตามก็อธิบายเหมือนรู้ว่าผมสงสัย
“ของพี่ครามค่ะ บอกว่าถ้าเอามาน้อย ๆ จะตายง่ายเกินไป”
ผมมองกระถางบรรจุกุหลาบสีขาว ที่บัดนี้ออกดอกแข่งกันทุกกระถางอย่างเซ็ง ๆ นายคนนี้ใจตรงกันกับผมเชียว และดันทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ ผมลืมนึกไปเลยด้วยซ้ำ ว่าดอกไม้ของผม ไม่กี่วันก็คงเหี่ยวเฉา ผิดกับในกระถางนั่น ที่นับวันมีแต่ยิ่งเตอบโต หยั่งรากลึก ผมอาจจะคิดไปเอง แต่รู้สึกเหมือนดอกไม้ในกระถางมันตอกย้ำให้รู้ว่าก็เหมือนความสันพันธ์ของคนสองคนที่เคียงข้างกันมาไม่เคยห่าง


“แฮปปี้เบริ์ด เดย์ทูยู”
เสียงปรบมือจากคนประมาณ 10 คน คือพ่อแม่ และเพื่อนสนิทของสาวน้อยเจ้าของวันเกิด ก่อนที่เธอจะก้มลงเป่าเค้ก ๆ แบบทีเดียวดับหมด และเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้คนรอบข้าง คราวนี้ก็ถึงคิวมอบของขวัญ ซึ่งเริ่มจากพ่อกับแม่ของเธอที่ให้สร้อยทองเส้นเล็กน่ารัก และคนที่ตามมาก็ไม่ใช่ใคร นายคราม กับจี้ทองอันเล็ก รูปดาวหาง
“ใส่ให้น้องซิ”
พ่อกับแม่ของมี่พูดขึ้นแทบพร้อมกัน และนายครามก็ร้อยจี้อันเล็กเข้ากับของขวัญชิ้นแรก ก่อนจะบรรจงใส่ให้มี่อย่างเบามือ และทันที่ที่หันหน้ากลับมาหากัน มี่ก็เขย่งตัวขึ้นหอมแก้มคนที่เธอเข้าใจว่าคือพี่ชายเบา ๆ และส่งยิ้มให้แก่กัน ผิดกับผมที่กำหมัดแน่น พูดไม่ออก ตาพร่าขึ้นมาทันที ก็ทีกับผม เธอยังไม่เคยทำแบบนั้นด้วยเลยนี่นา และที่สำคัญนอกจากดอกไม้ช่อใหญ่ผมก็ไม่มีอย่างอื่นมาให้เธออีกด้วย - - "




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2548
7 comments
Last Update : 1 สิงหาคม 2548 0:28:20 น.
Counter : 447 Pageviews.

 

เข้าใจอารมณ์ของโรมเลย

 

โดย: แมวไทย IP: 203.213.7.133 31 กรกฎาคม 2548 19:13:09 น.  

 

อะนะ....

เหมือนในนิยายเลย.....

แต่ถ้าเจอแบบนี้จิงๆ..ก็เครียดอยู่หนา...

...............

 

โดย: คนว่างเปล่า 31 กรกฎาคม 2548 22:20:43 น.  

 

เหอๆๆสนุกอ่ะ...ตอนแรกงงนิดๆว่ามานเป็นมายังไง..พออ่านๆไปก็เข้าใจ...
เรื่องน่าสนใจดีนะ....แล้วจะมีตอนต่อไปป่ะ...อยากรู้อ่ะ

 

โดย: tong IP: 203.188.7.230 1 สิงหาคม 2548 0:00:44 น.  

 

โหเจ๊ เล่นงี้เลย ขอนายครามได้ม๊ะ

คิดถึงเจ๊จังคับ ไว้ว่างๆจะไปหานะคับ

 

โดย: ไข่หวาน (ทะเลหวาน ) 3 สิงหาคม 2548 3:08:48 น.  

 

ถ้าเป็นเพชรคงเครียดเนอะ ก็...มันไม่มั่นใจในความรู้สึกอ่ะ

 

โดย: NamPhet IP: 203.158.118.15 28 พฤศจิกายน 2548 16:52:00 น.  

 

อ่านแล้วนึกถึงหนังสือ "เธอกับฉัน" เลยครับ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่ blog ครับ

 

โดย: จิ๊กโก๋มีกรรม 9 พฤษภาคม 2549 23:56:33 น.  

 

 

โดย: คนมีบุญ IP: 124.121.139.135 8 กุมภาพันธ์ 2550 19:08:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Unfair
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Unfair's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.