Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
กรกฏาคม 2568
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
25 กรกฏาคม 2568

พระพุทธสิหิงค์ : ข้อสันนิษฐานใหม่ (1)


พระที่นั่งพุทไธสววรย์


หากเราค้นหาคำว่า พระพุทธสิหิงค์ ใน google จะบอกว่า
มีสามองค์ที่ เชียงใหม่ กรุงเทพ และนครศรีธรรมราช
ทั้งที่ความจริง ทั้งสามองค์แทบจะแตกต่างกันไปคนละแบบ
ถ้ามีพระพุทธสิหิงค์หลายองค์ ก็ต้องมีร่องรอยบันทึกไว้ในเอกสาร
 
เราจะตามเรื่องนี้กัน เริ่มต้นจากสิหิงคนิทาน เป็นตำนานที่กล่าวถึง
ประวัติการสร้างและการไปประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์
แต่งโดย พระโพธิรังสี เป็นภาษาบาลี
เราจะตัดช่วงต้นตั้งแต่เมืองลังกาจนถึงนครศรีธรรมราชออกไป
เพราะส่วนนี้อาจจะแต่งขึ้น เพื่อผูกโยงความศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้
 

ปรากฏประดิษฐานในเมืองสุโขทัย ในสมัยพระร่วงเจ้า (พ่อขุนศรีฯ)
พ่อขุนบาล ลิไทย เจ้าน้ำท่วม (พระยางั่วนำถม) พระเจ้าอัตถกะลือไทย
(พระยาเลอไทย) ที่เลื่อมใสในพุทธศาสนามากจนประมาทในการปกครอง
 
พระรามาธิบดี (พระเจ้าอู่ทอง) แห่งนครอยุธยา เห็นเป็นโอกาส
จึงเสด็จจากเมืองสองแคว มายึดเมืองสุโขทัย ให้เจ้าเดชอยู่ปกครอง
พระเจ้าอัตถกะลือไทยทูลขอเมตตาขอเมืองสองแควคืน
พระรามาธิบดีก็ให้ทำสัจสาบาน แล้วคืนให้
พระเจ้าอัตถกะลือไทยนำพระสิหิงค์ลงมาเมืองสองแคว จนทิวงคตลง
 
พระรามาธิบดีจึงได้เมืองสองแควคืน แล้วจึงส่งพระสิหิงค์ลงไปยังอยุธยา
ประดิษฐานรวมกับพรพุทธรูปสำริดองค์อื่นๆ  คนภายนอกจะไม่มีทางรู้ว่า
พระสิหิงค์คือพระพุทธรูปองค์ไหน ต่อมาพระญานดิส ที่ครองเมืองกำแพงเพชร
ได้ฟังเรื่องพระสิหิงค์ว่ามีอานุภาพมาก จึงให้มารดาลงไปรับใช้พระรามาธิบดี
 
เมื่อสนิทสนมกันพระนางก็ทูลพระรามาธิบดีว่า ขอพระราชทานพระพุทธรูป
เพื่อนำไปบูชาที่เมืองกำแพงเพชรเมื่อได้รับอนุญาต ก็ไปติดสินบนคนเฝ้าพระ
จนทราบว่าองค์ไหนคือพระสิหิงค์ แล้วเร่งส่งขึ้นยังเมืองกำแพงเพชร
เมื่อพระรามาธิบดีทราบเรื่องก็โกรธ พระนางจึงรับว่า ขอเพียงหล่อจำลองเสร็จ
ก็ส่งพระพุทธรูปองค์จริง กลับมายังกรุงอยุธยา

 

พระที่นั่งพุทไธสววรย์


พระเจ้าเอกสดายุ (พระยาผายู) มีบุตรชื่อ พระเจ้ากลีมหาราช (พระเจ้ากือนา)
ครองเมืองเชียงใหม่ มีพระอนุชาชื่อ เจ้ามหาพรหม ครองเมืองเชียงราย
วันหนึ่งมีภิกษุจากเมืองกำแพงเพชรได้ปั้นพระสิหิงค์ด้วยขี้ผึ้งนำไปเมืองเชียงราย
เจ้ามหาพรหมเห็นแล้วชอบ จึงส่งสาร์นไปยังเมืองเชียงใหม่
ขอกองทัพไปร่วมรบ เพื่อชิงพระสิหิงค์ที่เมืองกำแพงเพชร
 
พระญานดิสเห็นกองทัพล้านนายกมามากมาย จึงยอมอ่อนน้อม
โดยขอเวลา 7 วันเพื่อหล่อพระสิงค์จำลอง ส่งคืนให้พระรามาธิบดี
ที่ตอนนี้ยกทัพขึ้นมาถึงเมืองนครสวรรค์  แล้วจึงส่งพระสิหิงค์ให้พระสุคนเถระ
ลงเรือไปให้เจ้าหมาพรหมที่เมืองตาก แล้วอัญเชิญกลับไปเมืองเชียงใหม่
 
เจ้ามหาพรหมทูลพระเชษฐาว่า ได้พระสิหิงค์มาเพราะตนเองเป็นคนต้นคิด
จึงจะขออัญเชิญไปเชียงรายเพื่อทำจำลองก่อน จะส่งพระพุทธรูปองค์จริง
กลับมายังเมืองเชียงใหม่ เจ้ามหาพรหมอัญเชิญพระสิหิงค์ขึ้นไปบูชา
ที่เกาะดอนแท่น ริมแม่น้ำโขง แล้วอัญเชิญกลับมาเมืองเชียงราย
 
ให้ปั้นพระพุทธรูปขึ้นใหม่ด้วยทองคำโดยมีขนาดและรูปร่างเหมือนกัน
ตั้งบูชาไว้บนแท่นเดียวกับพระสิหิงค์ เมื่อปลายรัชกาล พระเจ้ากลีมหาราช
เห็นความไม่เที่ยงโปรดให้จัดสวนดอกไม้ สร้างเป็นเจดีย์ใหญ่บรรจุพระบรมธาตุ
(วัดสวนดอก) จัดที่แห่งหนึ่งชื่อบ้านเชียงใหม่ สร้างพระเจดีย์ใหญ่ (วัดเจดีย์หลวง)
 
ปลูกต้นโพธิ์ที่พระสีลวิสุทธเถระนำมาจากสีหล ใกล้อาวาสนครเชียงใหม่
(วัดป่าแดง) อาวาสยังไม่แล้วเสร็จ ก็ประชวรสวรรคต
ราชสมบัติตกเป็นของพระสิริราชบุตร (พระเจ้าแสนเมืองมา)
เจ้ามหาพรหมผู้เป็นอา เพราะเป็นอนุชาของพระเจ้ากือนา

เห็นว่าตนเองควรได้ราชสมบัติ จึงเกณฑ์กองทัพลงมารบกับเชียงใหม่
แต่ตีเมืองไม่สำเร็จ จึงยกไปกวาดต้อนผู้คนทีเมืองลำพูนแทน
ต่อมาพระสิริราชบุตรได้ติดสินบนขุนนางของเจ้ามหาพรม
เมื่อยกทัพขึ้นไปเมืองเชียงราย ก็จับเจ้ามหาพรมได้
 



พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


จึงนำพระสิหิงค์และพระทองคำลงมาประดิษฐานไว้ในซุ้มในสุดของหอชัย
เมื่อทิวงคตลง โอรสมีพระนาม วิไชยดิสมหาราช (พระเจ้าสามฝั่งแกน)
ก็ขึ้นครองราชย์และทำการบูชาพระสิหิงค์เรื่อยมา

 
สิหิงคนิทาน จบลงที่คำทำนายของพระอรหันต์ 20 รูปว่า
เมื่อพุทธศาสนาครบ 2,000 ปี จะมีพระราชาผู้ทรงธรรมอุบัติขึ้นที่เกาะสีหล
แล้วจะเสด็จมาอัญเชิญพระสิหิงค์กลับไปลังกา เป็นอันจบตำนานพระสิหิงค์
 
ทำให้เราทราบว่า เรื่องนี้น่าจะถูกเขียนขึ้นในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกน
ที่ครองราชย์ในราว พ.ศ. 1945–1984 หากจะย้อนไปถึงต้นเรื่องราว
ที่กล่าวถึงการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ จากกำแพงเพชรไปเชียงราย
 
ที่ระบุว่าตรงกับช่วงปลายรัชกาลของพระเจ้าอู่ทอง (พ.ศ. 1893- 1912)
และตรงกับพระยากือนาของอาณาจักรล้านนา (พ.ศ. 1898- 1928) 
การเขียนจึงเกิดหลังไปไม่ถึง 100 ปี สิหิงคนิทาน จึงจัดเป็นเอกสารขั้นต้น
 
ถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า พระพุทธสิหิงค์นั้นเป็นพระพุทธรูปสำคัญ
เมื่อถูกอัญเชิญไปที่ใด ก็จะอ้างว่า เพื่อจำลองขึ้นไว้เพื่อบูชา
ในสิหิงคนิทาน ได้กล่าวถึงการจำลองครั้งสำคัญในสมัยเจ้ามหาพรหม
ที่หล่อองค์จำลองขึ้นด้วยทองคำ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งพุทธลักษณะเดิม
 
สิหิงคนิทาน เล่าเพียงเรื่องราวตำนานการเดินทางของพระพุทธสิหิงค์
แต่ไม่ได้เคยเล่าเรื่องการเผยแผ่พุทธศาสนา ที่เกี่ยวข้องกันในช่วงเวลานี้
เราจะตามรอยชินกาลมาลีปกรณ์ โดยเริ่มต้นที่บท พระสุมนเถรได้พระธาตุ



Create Date : 25 กรกฎาคม 2568
Last Update : 25 กรกฎาคม 2568 15:11:18 น. 2 comments
Counter : 494 Pageviews.  
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณปัญญา Dh, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณหอมกร, คุณnewyorknurse


 
เป็นพระพุทธรูปสำคัญเพราะ
เกี่ยวข้องกับเจ้านายผู้ใหญ่จ้า




โดย: หอมกร วันที่: 26 กรกฎาคม 2568 เวลา:15:08:34 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 สิงหาคม 2568 เวลา:10:32:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]