Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
กรกฏาคม 2568
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
9 กรกฏาคม 2568

บางตะบูน : นกบู๊บบี้ตีนแดง




วงการดูนกมีคำว่า
twitching ซึ่งมาจาก twitch ที่แปลว่า ยุกยิก
หมายถึง อาการที่เมื่อนักดูนกได้ข่าวว่ามีนกใหม่ที่ไม่เคยเห็น
ไม่ว่าสถานที่นั้นจะอยู่ไกลแค่ไหน หรือว่ากำลังทำอะไรอยู่
ก็จะวางมือลงจากทุกอย่าง และออกเดินทางเพื่อไปดูนกตัวนั้นให้ได้
 
12 มิ.ย. 2568 มีคนพบ
นกบู๊บบี้ตีนแดง (red-footed booby)
ที่จัดว่าเป็นนกหายาก พลัดหลงเข้ามาในอ่าวบางตะบูนถึง 2 ตัว
วันต่อมามีการพบนกสีขาวเพิ่มมาอีก จึงรวมกันเป็น 3 ตัว
ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนแล้ว นกก็ยังอยู่ที่เดิม เลยตัดสินใจจองเรือไป
ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก ว่านกจะยังคงอยู่จนถึงวันนั้นหรือไม่
 
6 ก.ค. 2568 ออกเดินทางผ่านถนนพระราม 2 ที่ยังคงดูน่าอันตราย
เพื่อไปลงเรือเวลา 7.30 น. ที่ร้านอาหาร ณ ปากอ่าวบางตะบูน
เรือวิ่งผ่านแปลงเลี้ยงหอย ที่มีต้นมะพร้าวปักไว้เป็นเขต
ไปราว 1 ชั่วโมง 20 นาที ก็เจอนกตัวแรกเกาะอยู่ 
 
มีคนจำแนกว่า เป็นนกโตเต็มวัยจากลำตัวสีน้ำตาลออกไปทางเข้ม
หนังรอบตาสีฟ้า ปากสีฟ้าปนเขียว โคนปากด้านบนและล่างสีชมพู

และที่สำคัญมีหนังที่เท้าสีแดงเข้ม แสดงถึงสุขภาพที่ดี
โดยที่นักวิทยาศาสตร์คาดว่า มาจากสารแคโรทีนอยด์ของปลาที่กินเข้าไป
เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดจะทำปฏิกิริยากับปัจจัยในร่างกาย เช่น คอลลาเจน
 เกิดเป็นสารสีแดงสด ไปฝังตัวบนผิวหนังที่บริเวณเท้าของมัน
 
ชื่อนกบู๊บบี้มาจากคำว่า bobo ในภาษาสเปนที่แปลว่า โง่เง่า
อันมาจากพฤติกรรมที่นักเดินเรือ เห็นว่านกชนิดนี้เชื่องมาก
สามารถจับมาทำเป็นอาหารได้โดยง่าย มีชื่อสกุลว่า 
Sula 
จากภาษา Norse โบราณ มีนกในสกุลนี้รวมกัน 6 ชนิด

นกบู๊บบี้ตีนแดง (
Sula sula) มีขนาดตัวราว 70 ซม.
จัดว่าเป็นนกบู๊บบี้ชนิดที่มีขนาดตัวเล็กที่สุด และมีนกบู๊บบี้ตีนฟ้า
(blue-footed booby) เป็นนกชนิดที่มีคนรู้จักกันมากที่สุด
จากพฤติกรรมการเต้นรำ ในฤดูผสมพันธุ์ของนกตัวผู้
ที่ค่อยๆ ยกเท้าสีฟ้า เพื่ออวดความสมบูรณ์ของร่างกาย
 
 



หลังจากพบนกตัวแรก เรือก็แล่นต่อไปอีกราว 10 นาที
ก็เห็นนกตัวที่สอง ซึ่งเกาะนิ่งบนตอไม้เช่นเดียวกับตัวแรก
แม้จะมีรูปร่างและสีเหมือนกัน แต่ดูซีดจางกว่าตัวแรก
มีคนจำแนกว่า น่าจะเป็นนกวัยรุ่น ที่ยังไม่โตเต็มวัย
 
นกบู๊บบี้ตีนแดง มีถิ่นอาศัยอยู่ในเกาะแก่งต่างๆ ของมหาสมุทร
ตามแนวเส้นศูนย์สูตรของโลก แบ่งเป็นสามชนิดย่อยคือ


S. sula sula หรือชนิดแอตแลนติก
อาศัยอยู่ในทะเลแคริบเบียน และนอกชายฝั่งบราซิล
เป็นนกชนิดแรกในสกุล ตั้งชื่อโดย C. Linnaeus ในปี 1766
จากตัวอย่างที่ได้รับมาจากเกาะบาบาโดส
 

S. sula websteri หรือชนิดแปซิฟิกตะวันออก อาศัยอยู่นอกชายฝั่ง
ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ลงไปถึงอเมริกากลาง และออกไปยังหมู่เกาะกาลาปาโกส
และ
S. sula rubripes หรือชนิดอินโดแปซิฟิก อาศัยในหมู่เกาะต่างๆ
กลางมหาสมุทรแปซิฟิก เลยไปจนถึงมหาสมุทรอินเดีย
 
ซึ่งเป็นชนิดที่คาดว่าพลัดหลงเข้ามาในอ่าวไทย
เพราะโดยปรกติ นกจะอยู่ในทะเลนอกชายฝั่งของเกาะบอร์เนียว
ไม่เข้าใมาถึงทางภาคใต้ของไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
แต่อย่างที่กล่าวไป ก็มีโอกาสที่จะโดนพายุพลัดหลงเข้ามาได้
 
นกชนิดนี้ถูกพบเห็นเป็นครั้งแรกที่ปากแม่น้ำใน จ.ตรัง
ครั้งที่สองนั้นพบที่บริเวณอ่าวไทย ในปี พ.ศ. 2557
แต่ที่มีหลักฐานเป็นภาพถ่ายปรากฏใน eBird คือ พ.ศ. 2558
โดยคุณวัชระ สงวนสมบัติ แฟนพันธุ์แท้ดูนก ที่อ่าวบางตะบูน
 
หลังจากนั้นก็มีรายงานเป็นระยะๆ แต่ไม่บ่อยนัก ทั้งจากฝั่งอันดามัน
และอ่าวไทย ลึกเข้ามาถึงชลบุรี โดยมากมักเป็นภาพถ่ายในขณะบิน
 
 


 
เรือบ่ายหน้าต่อไปไม่ไกลนัก เป็นนกตัวที่สาม
แตกต่างไปจากสองตัวแรก คือเป็นนกสีขาว
มีคนจำแนกว่า เป็นนกวัยรุ่นที่กำลังผลัดขน ย่างเข้าโตเต็มวัย
 
แต่เราคิดว่าน่าจะเป็นชนิดสีขาวหรือ white moph
ในขณะที่นกสองตัวแรกเป็นชนิดสีน้ำตาลหรือ brown moph
ซึ่งพบได้ในนกบางสายพันธุ์ เช่น
นกนกยางทะเล ที่มีทั้งสีขาวหรือสีดำ
หรือ
นกแซวสววรค์ ที่มีชนิดสีน้ำตาลและสีขาว ซึ่งเรายังไม่ทราบเหตุผล
 
หลังจากที่ถ่ายนกครบทั้งสามตัว ก็มีคนพูดว่า อยากได้นกบู๊บบี้ตีนฟ้า
ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ เพราะในขณะที่นกบู๊บบี้ตีนแดงกระจายตัวอย่างกว้างขวาง
นกบู๊บบี้ตีนฟ้ากลับอยู่ในพื้นที่แคบๆ เช่นเดียวกับ 
S. sula websteri 

โดยที่หมู่เกาะกาลาปาโกสนั้น พบนกบูบบี้ตีนฟ้าได้ในหลายๆ เกาะ
ในขณะที่พบบู๊บบี้ตีนแดง ได้เพียงที่เกาะ genova
และแหลม punta บนเกาะ San Cristobal เท่านั้น

สำหรับในอ่าวไทย มีโอกาสที่จะเห็นนกบู๊บบี้สีน้ำตาลได้อีกหนึ่งชนิด
 
ในวันที่เราไป นกไม่ได้มีแอคชั่นอะไร ในขณะที่บางทริป
อาจจะได้ถ่ายตอนนกพุ่งจับปลา ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นภาพที่น่าสนใจ
นกบู๊บบี้มีปีกที่กว้างเหมาะกับการร่อน มีดวงตาที่ค่อนมาทางด้านหน้า
ทำให้นกมองเห็นปลาในมหาสมุทรได้เป็นภาพสามมิติ 

เมื่อเห็นเหยื่อ มันจะพลิกลำตัวแล้วพับปีกให้ลู่ลง
พุ่งตรงมาที่ผิวน้ำ ซึ่งในกะโหลกมีโพรงอากาศ 
เพื่อช่วยลดแรงกระแทกต่อสมอง เมื่อรวมกับลำตัวที่เพรียว
ขนที่ไร้นำ้มันสามารถซึมซับน้ำได้เช่นเดียวกับนกกาน้ำ
ทำให้พุ่งลึกลงใต้น้ำได้ถึง 25 เมตร เลยทีเดียว

สิ่งสุดท้ายทีีทำให้มันสามารทำเช่นนี้ได้ก็คือ การลดรูปของรูจมูกออกไป
เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำพุ่งเข้าไปในหลอดลม ระหว่างการพุ่งตัวลงกระแทกผืนน้ำ
นกพัฒนารูหายใจเป็นกระดูกรูปสามเหลี่ยม อยู่ตรงโคนจงอยปากล่างและบน
เรียกว่า secondary nostrils ที่จะปิดพับลงจากแรงดันของน้ำใต้ทะเล 
 
นั่นคือเรื่องราวการเป็น twitcher ครั้งแรกของเราในชีวิต
กับนกที่ใกล้ชิดได้มาก จนกระทั่งไม่ต้องครอปรูปมาลง
และบางคนถ่ายภาพมาลง ด้วยโทรศัพท์มือถือ
สมกับชื่อนก bobo ที่ชาวสเปนตั้งให้



Create Date : 09 กรกฎาคม 2568
Last Update : 21 กรกฎาคม 2568 9:01:47 น. 4 comments
Counter : 673 Pageviews.  
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณหอมกร, คุณปัญญา Dh, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณดอยสะเก็ด, คุณtuk-tuk@korat, คุณnewyorknurse


 
อัพไปแล้วบล็อกลำดับที่ 37 จ้า
ขอบคุณที่นำนกมาฝากกัน



โดย: หอมกร วันที่: 9 กรกฎาคม 2568 เวลา:17:12:47 น.  

 
เขาสวยมากค่ะ

เราเคยขับรถเล่นเลาะทะเล จากข้าง ปตท.คลองโคน ลงไปเรื่อย ๆ จนถึงชะอำ
จะไปกินปูใบ้กับใบชะครามที่บางตะบูนแหละ ชอบบรรยากาศมากและยังคิดถึงอยู่ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 กรกฎาคม 2568 เวลา:12:11:44 น.  

 
เป็นนกที่มีขาเหมือนเป็ด
ตัวสีขาวสวยชนะเลิศจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 12 กรกฎาคม 2568 เวลา:8:03:11 น.  

 
สวัสดีครับ

การไปดักรอถ่ายนกต่างๆ ก็ต้องใช้ความอดทนพอตัวเลยนะครับ
แต่ถ้าได้เจอแล้วก็จะหายเหนื่อย
อารมณ์แบบนี้ไหมครับ
ชื่อนกแต่ละชนิด น่ารักดีครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 14 กรกฎาคม 2568 เวลา:11:59:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]