Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
มีนาคม 2565
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
11 มีนาคม 2565

ดูนก : สวนรถไฟ



เมื่อเราเห็นใครถ่ายนกสวยๆ หรือหายากมาลงภาพใน facebook
คำถามแรกที่คนน่าจะสงสัยคือ ถ่ายจากตรงไหน หรือแม้กระทั่งจะบอกว่า
ถ่ายมาจากแถวไหนก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี  เช่น ระบุว่าถ่ายที่โคกขาม
คำถามคือนาเกลือเป็นพันๆ ไร่ นกที่จะถ่ายอยู่ตรงไหนกันแน่
 
วิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือเดินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ หรืออาจจะไม่เจอ
เพราะว่านกมันก็บินไปบินมา ในวงการ เรียกกันว่า หมายนก
ดังนั้น จากสองวัดที่มีนกแก้วที่ผ่านมา เราก็ต้องไปหาแหล่งต่อไป
และสถานที่ที่เป็นแหล่งดูนกยอดนิยมและไปง่าย นั่นก็คือ สวนรถไฟ
ส่วนวิธีการหาหมายของเราก็คือ สมัครไปเดินดูนกกับสมาคมฯ นั่นเอง
 


เช้าวันเสาร์ต้นเดือนมีนาคม 2565 ก็ออกเดินทางจากบ้านไปยังจุดนัดหมาย
เวลา 7.30 น. ที่ประตูทางเข้าสวนฝั่งตู้รถไฟเก่าตามที่เค้าแจ้งมาในกำหนดการ
หลังจากวนหาจุดนัดพบอยู่หลายรอบ ก็ไปเจอ Bird leader จับกลุ่มกัน
เราก็เลยเข้าไปรวมกลุ่ม แต่ทีมงานของสมาคมนั้นยังไม่มา ก็เลยรอกันไป
 
เกือบ 8.00 น ที่พวกเค้ามาพร้อมกับนักดูนกอีกกลุ่มใหญ่ เหมือนจะหลงกันไป
ก็ไม่เป็นไรอากาศยามเช้ากำลังดี ให้เลือกกลุ่ม เราไม่รอช้า หลังจากที่ได้สังเกตว่า
ผู้นำดูนกคนไหนดูเก๋าเกมส์ น่าจะพาเราไปเจอนกหายากได้
ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าหนาว ซึ่งตรงกับฤดูกาลของนกอพยพจากซีกโลกเหนือลงมา
 


เริ่มทริปออกเดินเบาๆ ด้วยนกกาเหว่าตัวผู้ จากนั้นก็ไปตรงแปลงนา มีนกยางกรอก
ซึ่ง leader อธิบายถึงความแตกต่างของแต่ละสายพันธ์ ทั้งพันธ์ชวา พันธ์จีน
จากนั่นก็เดินผ่านไปทางวิ่งที่มีคนใส่ mask ออกกำลังกาย จะหายใจออกไหมเนี่ย
กลางสนามหญ้ามีนกเอี้ยงหงอนหากินอยู่เป็นกลุ่ม ที่ปะปนอยู่นิดหน่อยคือ เอี้ยงด่าง
 
เรื่องนี้น่าสนใจ ถ้าไปดูนกเมื่อ 30 ปีก่อน เราจะเห็นนกเอี้ยงสาริกาเยอะที่สุด
หรือจะเรียกว่านกกิ้งโครงตามเพลงที่เด็กๆ สมัยก่อนร้องกัน แต่ปัจจุบันกลับหายาก
หรือว่าเราเลี้ยงควายน้อยลง หรือว่าพวกมันปรับตัวให้เข้ากับเมืองได้ไม่เก่งเท่าเอี้ยงหงอน
ก็เลยลองผู้นำชม เค้าบอกว่าอาจจะเป็นเพราะมันสู้กับนกกาฝากที่ไปแอบไข่ใว้ได้ไม่เก่ง
 


เดินวนไปเรื่อยๆ ตามทางเดินไปเรื่อยๆ ผุ้นำชมก็หยุดมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ และบอกว่า
ตรงนี้เมื่อก่อนมีรังนกเค้าจุดอยู่ จริงๆ นกกชนิดนี้หาไม่ยาก แต่ผมก็หาไม่เจอมาแล้ว
ทั้งที่วัดเฉลิมพระเกียรติ และวัดสวนใหญ่ เห็นเค้าถ่ายท่าบินจากสวนรถไฟกันตั้งมาก
แต่ผมก็ยังกินแห้วกลับไปจนได้ เดินหงอยๆ ต่อไปก็ได้นกกินปลีอกเหลืองตัวผู้มาปลอบใจ
 
เดินต่อไปเลียบสระน้ำ จนมาถึงน่าจะเป็นโรงบำบัด ก็ได้เจอนกที่น่าจะแพงที่สุดในทริปนี้
นั่นคือนกยางไฟหัวดำซึ่งอาจจะเป็นนกอพยพ ไปต่อๆ ผ่านต้นไทร ผู้นำชมก็บอกว่า ยังไม่สุก
ถ้าเป็นอาทิตย์หน้าก็น่าจะเห็นนกมากที่ตรงนี้ วนกลับมาที่จุดนัดพบเวลาราว 10.00 น
 


และนั่นก็คือการได้ไปดูนกกับสมาคม นกที่พบเห็นทั้งหมดก็เป็นนกที่พบเห็นกันทั่วไป
ก็อาจะเป็นเรื่องเราพึงพอใจ กับการได้ไปดูนกโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ กับสมาคม
แต่ก็อดบาดใจเล็กๆ ไม่ได้ เมื่อวันต่อมาทางสมาคมลงรายชื่อนกของอีกกลุ่มที่แยกกันไป
นกกระเต็นใหญ่ นกแซงแซวสีเทา นกพญาไฟเล็ก นกกระเต็นหัวดำ นกเค้าแมว ฯลฯ 
 
ทำให้นึกถึงคำว่า แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนานั้น เป็นเรื่องยากจริงๆ




 

Create Date : 11 มีนาคม 2565
8 comments
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2568 9:42:08 น.
Counter : 721 Pageviews.
Share to Facebook

 

ไม่เคยคิดเลยนะครับว่าสวนสาธารณะในเมืองจะมีนกแปลกๆเยอะขนาดนี้

 

โดย: ทนายอ้วน 11 มีนาคม 2565 18:51:04 น.  

 


ดีจังส่องในเมืองนี่เลย
ไม่ต้องไปไหนไกล

ไว้ไปส่องบ้างค่ะ

 

โดย: เริงฤดีนะ 11 มีนาคม 2565 22:29:56 น.  

 

นกกลุ่มหลังน่าสนใจกว่าจริงๆ จ้า

 

โดย: หอมกร 12 มีนาคม 2565 14:12:24 น.  

 

แหม ใจเย็น ๆ ค่ะ
เราจะได้มีกำลังใจว่าเดี๋ยวได้เจอ
ถ้าหาเจอเสียแล้วครั้งหน้าก็ไม่เร้าใจ

 

โดย: tuk-tuk@korat 13 มีนาคม 2565 14:59:11 น.  

 

แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ

 

โดย: **mp5** 14 มีนาคม 2565 9:25:42 น.  

 

นึกออกก็บอกนะคะ
เดี๋ยวจะขึ้นเชียงใหม่ละ ที่เชียงใหม่มั่งก็ได้ค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 14 มีนาคม 2565 16:13:05 น.  

 

สวยค่ะ

 

โดย: อุ้มสี 15 มีนาคม 2565 13:28:15 น.  

 

ตามมาเที่ยวด้วยคนจ้า

 

โดย: อุ้มสี 15 มีนาคม 2565 13:29:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]