keanu keanu keanu keanu keanu
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
26 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
น้องนู 11 เดือน

Sat. 6/11/2010 น้องนู 10 เดือน 14 วัน

ที่ส่งน้องนูไปเลี้ยงบ้านคุณลุง แม่มีสมุดไดอารี่เล่มนึงกับปากกาใส่กระเป๋าไป กุ้งก็จะเขียนมาว่าวันนี้น้องนูทำอะไรบ้าง กินนมกี่ออนซ์ ถ่ายกี่ครั้ง เดินกี่ก้าว อาการไอมีไหม เสมหะมีไหม ชอบทานอะไร ไม่ชอบอะไร พอตอนค่ำน้องนูถึงบ้านแม่กระตือรือร้นที่จะอ่านสมุดบันทึกนี้มาก บางทีกลางวันแม่ก็โทรไปคุยกับกุ้ง ว่าน้องนูเป็นยังไงซะก่อนแล้ว

เมื่อวานกุ้งเขียนมาว่าน้องนูร่าเริง อารมณ์ดี คุย หัวเราะ เล่น ทานข้าวได้มาก ทานนมได้ 20 ออนซ์ อาการไอ เสมหะไม่มีเลย น้องนูคงจะดีขึ้นแล้ว แม่ดีใจจริงๆ ตั้งแต่อยู่โน่น ไม่มีน้ำมูกอีกเลย แม้จะมีครืดคราดบ้างบางครั้ง พอไอออกมาก็หาย เวลาพี่ริต้าไม่สบาย แม่พี่ริต้าก็จะไม่พามาเลี้ยงกับน้องนู เพราะกลัวมาติดน้อง น้องเพิ่งหายป่วย ทุกคนช่วยกันดูแลป้องกันอย่างเต็มที่

น้องนูถึงบ้านประมาณ ทุ่มครึ่ง-สองทุ่ม บางทีกลับมามีชุดใหม่ใส่กลับมาด้วย ป้ามลเป็นคนซื้อให้ เห็นหลายชุดเลย แล้วก็มีกลิ่นหอมๆ ติดตัวกลับมาเป็น แป้ง new born ป้ามลก็ซื้อให้อีก หลายๆ อย่างเลยที่ป้ามลเห็นว่าน้องนูขาดอะไร ก็จะหาซื้อมาให้ทันที แม่ต้องขอบคุณป้ามลมากๆ

แม่อยากให้น้องนูเดินได้ไวๆ ถามกุ้งว่า วันนี้น้องนูเดินไหม กุ้งจะตอบว่าเดินได้สองสามก้าวแล้วก็ล้ม กุ้งบอกน้องนูชอบเอ็ด บางทีเอ็ดหมา แม่บอกเหมือนกันอยู่บ้านบางทีเอ็ดตู้ เอ็ดโซฟา ทำเสียงแบบ เอ๊อะ อ๊ะ อะไรของเขาไปเรื่อย

วันนี้น้องนูตื่นมาอารมณ์ดี๊ๆ ทำเสียงเหมือนร้องเพลง จนแม่ต้องเรียกพ่อมาดู บอกพ่อๆ มาดูน้องนู พูดอะไรจ๊อยๆๆ พอพ่อเดินมาดู น้องนูก็ยิ้มทำหน้าสนุกๆ

ทุกครั้งที่ส่งน้องนูนั่งคาร์ซีทไปกับพ่อ น้องนูจะร้องไห้ทุกวัน หันมามองแม่ที่กระจกแล้วก็เบะปาก คงไม่อยากไปจากแม่ พอโทรไปถามพ่อว่าเป็นไงบ้างวันนี้ สู้กันไปกี่กระบวนท่า ใครแพ้ใครชนะ พ่อบอกน้องนูแพ้ขาดลอยวันนี้ เจอพ่อทำเสียงล้อเลียนน้องนูร้องเข้าไปเลยเงียบ กินนม หลับไปนิดหน่อย แล้วก็อึในรถด้วยสิ

เมื่อเช้าก่อนออกจากบ้านน้องนูเล่นพ่นน้ำลายอย่างสนุกสนาน ทำท่าพ่นน้ำลายแล้วหน้าหักมากๆ เลยลูกเอ๊ย ปากกับจมูกงี้มาติดกันเชียว ทำแล้วไม่หล่อ สาวไม่เหลียว แต่ลูกสนุกก็ปล่อยให้ทำไป อย่าไปพ่นนอกบ้านแล้วกันลูกเอ๊ย

Fri. 26/11/2010 น้องนู 11 เดือน 3 วัน

ถ้าจะพูดว่าน้องนูเป็นส่าไข้ ฟังดูแล้วเป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กๆ ที่ไหนก็เป็นกัน แต่สำหรับบ้านเราเป็นเรื่องใหญ่ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แม่จะอ่านหนังสือ หาข้อมูล มาตั้งมาก แต่ก็ตกใจอยู่ดี

เมื่อก่อนความรู้จากการอ่านของแม่ เข้าใจว่า ส่าไข้ ก็คือ ไข้ออกผื่น ไข้หัดกุหลาบ คือเป็นไข้ก่อน พอไข้ลดผื่นก็ออก เด็กส่วนใหญ่ที่อยู่ในช่วงใกล้ขวบจะเป็น บางคนไม่เป็นก็ไม่เป็นเลยก็มี

คืนวันอังคารที่ 9 พ.ย. 52 ประมาณสี่ทุ่ม น้องนูมือร้อน เท้าร้อน หน้าผากร้อน วัดไข้ได้ 38.2 แม่ให้ทานยาลดไข้ รีบเช็ดตัว บ้านเราก็แปลกอย่าง พอน้องนูเป็นอะไร แทนที่จะสามัคคีกัน เรากลับเห็นต่างกันตลอด เลยกลายเป็นว่าในสถานการณ์คับขัน ยังต้องมาไฟท์กันเองอีก แม่ปิดพัดลมเพื่อเช็ดตัว พ่อก็ไปเปิดพัดลมบอกห้องร้อนตัวลูกก็ร้อน แม่ก็ต้องไปปิดใหม่บอกปิดแป๊บเดียวแค่ตอนเช็ดตัวพอเสร็จจะรีบเปิดเลย พอเช็ดตัวลูกร้องมาก เพราะตอนแรกนอนจมไข้ไม่รู้สึกตัว หลับปกติ โดนเช็ดตัวก็เหมือนถูกกวน ลุกมานั่งร้องไห้จ้า แม่ก็ถูๆ ไปแรงๆ วนๆ เปิดรูขุมขน มุ่งสู่หัวใจ เช็ดตามตำราทุกอย่าง พ่อเห็นลูกร้องมาก บอกพอแล้วทำไมต้องเช็ดแรง แล้วก็แย่งอุ้มไป เอาไปเช็ดเองเอาผ้าเช็ดแต่ฝ่าเท้า พอแม่บอกว่าให้ไข้ลดต้องเช็ดแบบนี้ๆ พ่อก็ว่าไม่ต้องตามตำรามาก จะเช็ดแบบนี้ แล้วก็อุ้มลูกเดินไปด้วย เช็ดไปด้วย ลูกก็ไม่ร้อง พ่อกับแม่จะขัดกันไม่สามัคคีกันเลย ตอนลูกป่วย แม่ก็พยายามเงียบ ปล่อยให้พ่อเขาทำตามวิธีเขา เพราะเขาทำตามสัญชาติญาณ เราทำตามตำราก็เลยแย้งกันตลอด คล้ายๆ คนสมัยก่อนกับสมัยนี้เลี้ยงลูกไม่เหมือนกันยังไงยังงั้น ถ้ามามัวแต่ขัดกันเดี๋ยวลูกไข้กลับพอดี

แล้วไข้ก็ลงน้องนูนอนต่อ ตีสี่ครึ่ง แม่ลุกมาล้างขวดนม อาบน้ำ แต่งหน้าแต่งตัว เตรียมก่อนน้องนูตื่น พอเสร็จกลับมาจับตัวดู ร้อนอีกแล้ว คราวนี้วัดได้ 38.1 ก็เช็ดตัว ป้อนยาอีก พ่อตื่นเลยเพราะน้องนูร้องดังตอนเช็ดตัว แล้วก็อาบน้ำแต่งตัวเลย วันนี้แม่อุ้มน้องนูนั่งรถไปกับพ่อ เพราะเห็นตัวร้อน พอไปถึงบ้านป้ามล ตัวก็ยังรุมๆ อยู่ ป้ามลรับช่วงต่อ แม่ฝากยา ปรอท ไว้ให้กุ้งคอยเช็ค ถ้าร้อนอีกก็ป้อนยาอีก แล้วก็เช็ดตัว แม่คิดว่าหรือจะเป็นไข้ออกผื่น ไข้หัดกุหลาบ ที่เขาเรียกกัน แม่นั่งแท็กซี่มาทำงาน มาถึงที่ทำงานก็หาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้อ่านทบทวนอีกครั้ง วันนี้แม่หยุดงานไม่ได้เพราะมีคิวต้องเทรนนิ่ง

ระหว่างแม่นั่งแท็กซี่ ป้ามลโทรมาขอพาน้องนูไปหาหมอที่รพ.นนทเวช เพราะตัวยังร้อนอยู่ ให้กุ้งกับพ่อพาไป แม่ก็โอเคเพราะก่อนหน้านั้น น้องนูก็มีไอนิดหน่อย แล้วก็แม่อยากลองเปลี่ยนหมอ เปลี่ยนรพ. ดูว่าจะวินิจฉัยเหมือนรพ.เดิมไหม

สักสิบโมง พ่อโทรมาบอกว่าหมอให้แอดมิท ตอนอยู่รพ.ก็ตัวร้อน 38 กว่า หมอเอ็กซ์เรย์ปอด บอกว่าเชื้อกำลังจะลงปอด จะรอดูผลเลือดว่าเชื้ออะไร ส่วนเรื่องไอที่ไม่หาย น่าจะยาเดิมทานมานานแล้วไม่ได้ผลต้องเปลี่ยนยา ส่วนเรื่องภูมิแพ้ค่อยมาทดสอบกันทีหลัง ว่าแพ้อะไร

แม่ออกจากที่ทำงาน 11 โมง ไม่ได้อยู่เทรนช่วงบ่าย ตรงดิ่งไปรพ. หาน้องนูที่ห้องพัก เปิดประตูเข้าไป กุ้งอุ้มอยู่ น้องนูวันนี้อยู่ในชุดที่หล่อมากๆ อย่างกับไม่ใช่ลูกแม่ ผูกเนคไทซะด้วย ขาวผ่อง ตอนแม่เลี้ยงเองอยู่บ้านบางครั้งใส่แต่ชุดเดิมๆ ชุดใหม่นี้ป้ามลซื้อให้อีกแล้ว ใส่เสื้อลายขาวหลามตัด แบบหน้าหนาว กางเกงสีน้ำเงินติดกันกับเสื้อ ผูกเนคไท หันมายิ้มให้แม่ ไม่เหมือนเด็กป่วยเลย

พอบ่ายๆ พ่อกับกุ้งก็กลับไปก่อน กุ้งไปเก็บเสื้อผ้ามานอนค้าง พ่อไปทำงาน เราอยู่กันสองคน สักพักพยาบาลมาพาตัวไปเจาะเข็มที่มือให้น้ำเกลือ ตกเย็นคุณหมอมา แม่ถามคุณหมอว่าติดเชื้ออะไร ไวรัส หรือ แบคทีเรีย คุณหมอรอผลเลือดอยู่ แล้วก็ให้พ่นยา เคาะปอด ดูดเสมหะ แล้วก็มีพยาบาลคอยวัดไข้ ให้ยาฆ่าเชื้อผ่านสายน้ำเกลือ น้องนูมีไข้ขึ้นบ้าง สัก 1-2 ครั้งประมาณ 38 องศา พยาบาลก็จะเอาตัวไปเช็ดตัว ป้อนยาลดไข้ มีทั้งยาลดไข้สูง ยาลดไข้ธรรมดา สลับกันไปแล้วแต่ว่าไข้เท่าไร วันนี้ป้ามล ลุงอั๋นมาเยี่ยม คืนแรกกุ้งนอนโซฟา แม่นอนกับน้องนูบนเตียง พอเช้าแม่ก็อาบน้ำไปทำงาน หาวินรถตู้ไม่เจอก็ขึ้นแท็กซี่ไป

สายๆ วันพฤ.ที่ 11 พ.ย. 53 แม่โทรไปถามอาการน้องนูเป็นยังไงบ้าง กุ้งบอกน้องนูไข้สูงถึง 38.9 พยาบาลแทบมาแสตนบายด์ในห้องพักเลย เพราะป้อนยา เช็ดตัว ไข้ลงสักช.ม.เดียว ก็เตรียมจะขึ้นอีก ก็ต้องมาเช็ดตัว ป้อนยาอีก วันนี้เป็นวันที่ไข้เยอะมากที่สุด สูงที่สุด คุณหมอมาคุยได้เจอกุ้ง บอกว่าน้องนูไม่สบายไอเรื้อรังนานเกิดไป ถ้าทานยาเดิมไม่หาย ควรต้องเปลี่ยนยา เพราะไม่ได้ผลแล้ว พอปล่อยเป็นนาน ก็จะมีเรื่องแบคทีเรียซ้ำเติม

คืนวันพฤหัสกุ้งนอนอีกคืน พ่อเอาเก้าอี้สองตัวมาต่อกันนอน ไม่กลับคงเป็นห่วงน้องนู เพราะวันนี้ไข้สูงมาก หลายรอบ แล้วคืนแรกกลับไปก็เล่าให้ฟังว่าคิดถึงน้องนู จนต้องไปนอนห้องลูก วันนี้มีพี่ในซอยบ้านที่เลี้ยงน้องนูมาเยี่ยม

เช้าวันศุกร์ที่ 12 พ.ย. พ่อไปส่งแม่ไปทำงาน แม่ก็คอยหมั่นโทรไปถามกุ้งว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง ก็มีไข้ต่ำๆ ทิ้งช่วงห่างๆ ตอนสายรอบนึง บ่ายรอบนึง วันนี้นูถ่ายหกครั้ง คุณหมอเปลี่ยนให้ทานนมแลคโตฟรี สำหรับเด็กท้องเสีย คุณหมอมาบอกว่า เชื้อลงกระเพาะ และพรุ่งนี้น่าจะถึงลำไส้ ประมาณว่าขอผ่านหน่อยนะ ถ่ายท้องยิ่งดี หลังจากถ่ายท้องเสียออกไปหมดก็จะหายแล้ว หมอบอกคืนนี้อีกคืนจะมีไข้ น่าจะหมดไข้วันเสาร์ ตอนเย็นแม่ไปรพ.กับ aunt (เมื่อวาน aunt ก็ไปเยี่ยมกับพี่พิม) พบว่าตอนนี้มาเจาะน้ำเกลือที่เท้าแล้ว เพราะน้ำเกลือที่มือหลุด พอเจาะมืออีกข้างน้องนูปัดจนมีแผล พยาบาลเลยต้องเจาะเท้า พอนูเห็นเท้าตัวเองมีพันผ้าก๊อซไว้ทีไรก็จะร้อง ต้องหาพามาปิดไม่ให้เห็น และห้ามยืน ห้ามเกาะเดินด้วย ค่อนข้างลำบากกว่าเจาะมืออีก วันนี้ย่าเจี๊ยบมาเยี่ยม น้องนูก็มีไข้ตอนสี่ทุ่ม ก็จริงอย่างหมอว่า แล้วก็ช่วงรุ่งเช้า แม่ให้กุ้งกลับบ้านหัวค่ำวันศุกร์เลย และแม่อยู่เองเสาร์-อาทิตย์

วันเสาร์ 13/11/53 aunt ก็มาใหม่ วันนี้แม่ได้เจอหมอซะที คุณหมอบอกว่านูติดเชื้ออะดิโนไวรัส แม่ถามว่าโอกาสรับเชื้อจากไหนบ้าง คุณหมอบอกเชื้อมีทั่วไปในอากาศ และกอปรกับน้องนูเป็นไอเรื้อรังมานาน ทำให้แบคทีเรียเข้าโจมตีด้วย แม่ถามว่าไวรัสตัวนี้อันตรายไหม คุณหมอบอกว่าแล้วแต่อาการ ในกรณีของน้องนูก็หนักเพราะมีไข้สูงมาก ตอนนี้พอเชื้อผ่านลำไส้ไปก็จบอาการของโรค คุณหมอรอดูให้แน่ใจว่าไข้หมดจึงจะให้กลับบ้าน ส่วนเรื่องไอ ดูดเสมหะได้เยอะ ก็ไอน้อยลง คุณหมอบอกเดี๋ยวพรุ่งนี้มาประเมินอาการดูอีกทีว่าจะกลับบ้านได้หรือยัง

รพ.นี้หมอจะมา 3-4 รอบ หมอเจ้าของไข้มา 2 รอบเช้าบ่าย หมอตอนกลางคืนมาอีก 2 คนคนละรอบ อาการไข้น้องนูก็เป็นไข้ต่ำ และห่างขึ้นๆ ในวันท้ายๆ แม่ต้องจดบันทึกไข้น้องนูใส่กระดาษ เพราะอยากรู้ว่า ห่างจริงไหม ห่างอย่างไร อุณหภูมิไข้ลดลงด้วยไหม จะได้สบายใจ จริงๆ พยาบาลก็จดของเขาไว้รายงานหมออยู่แล้ว วันนี้แม่นึกว่าสบายใจจัง ไม่มีไข้เลย มีแค่ตีห้าเมื่อคืน แต่ที่ไหนได้ ตีห้าของอีกคืน ตัวร้อนอีกแล้ว ต้องกดเรียกพยาบาลมาพาไปเช็ดตัว และพบว่ามีผื่นขึ้นที่หน้า ศีรษะ คอ

เช้าวันอาทิตย์ 14/11/53 พบหมอ หมอเลยยังไม่ให้กลับบ้าน เพราะเห็นว่ารุ่งเช้ามีไข้อยู่ ส่วนผื่นก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น เห็นชัดขึ้น ทั้งหน้า ศีรษะ คอ และลามมาทีหลัง คุณหมอดูแล้วก็บอกเป็นผื่นไวรัส อาการท้องเสียก็ไม่ได้ถ่ายมากแล้ว วันละสามรอบ มีเนื้อปนน้ำ หมอให้ทานนมแลคโตฟรีต่อไป วันนี้ คุณปู่ ย่าเจี๊ยบมาเยี่ยม พ่อพาปู่ย่าไปทานซิสเลอร์ที่เดอะมอลล์ ส่วนน้องนูก็ซนจนเข็มที่เท้าพังไปอีก พยาบาลเลยต้องเอาน้ำเกลือออก แล้วไม่เจาะเท้าอีกข้างแล้ว บอกให้แม่ป้อนน้ำนูเยอะๆ ข้าวน้องนูก็ทานได้ปกติ ก็คือไม่เยอะแต่ก็ทาน นมทานตามปกติเหมือนอยู่บ้านเลย น้ำใช้สลิงบังคับป้อนเอาเพราะไม่ชอบกินน้ำ วันนี้ aunt ก็มาเหมือนเดิม มีหลับกับน้องนูตอนบ่ายๆ ทั้งเสาร์อาทิตย์ ตกค่ำๆ ลุงอั๋น ป้ามล ป้าอ๋อย และพี่ๆ มาเยี่ยมน้องนูกันเต็มห้องเลย วันนี้ทั้งวัน จนถึงเช้าไม่มีไข้ เป็นสัญญาณดีว่าเราจะได้กลับบ้านแล้ว

วันจันทร์ 15/11/53 คุณหมอมาเยี่ยม ให้กลับบ้านได้ แม่บอกสิ่งที่แม่กังวลคือเรื่องไอ เพราะไอมาตั้งแต่เข้ารพ.ครั้งแรก 1 ต.ค. จนบัดนี้ยังไม่หาย แล้วนูก็ไอให้หมอดูด้วย คุณหมอบอกว่าโอกาสที่น้องนูจะกลับมาเป็นอีกก็มี เพราะเป็นภูมิแพ้ เรื่องภูมิแพ้ไว้มาหาหมอรอบหลังว่าแพ้อะไร พอตอนก่อนกลับบ้านเภสัชเอายามาให้ ยาน้องนูมี 3 ถุงใหญ่ ทั้งกระบอกพ่นยา ยาพ่นขยายหลอดลม ยาแก้แพ้ซิกูลา ยาแก้แพ้เซอร์เทค ยาละลายเสมหะ ยาขยายหลอดลม น้ำเกลือพ่นจมูกมาร์พลัส ยาปรับลำไส้ นมแลคโตฟรีอีกกระป๋อง เช็คค่าใช้จ่ายมาเบิกประกันได้ 65% ออกเองอีก 35% ลุงอั๋น ป้ามล น้ากุ้งมารับนูกลับบ้านคุณลุงกัน แล้วพ่อค่อยมารับเรากลับบ้าน

กลับมารอบนี้มีความเปลี่ยนแปลงคือแม่กับป้ามลเห็นว่าไม่อยากให้นูนั่งรถวันละ 2-3 ช.ม. เพราะเพิ่งออกจากรพ. เลยให้ค้างบ้านป้ามลก่อน แม่ไปค้างด้วย พ่อกลับบ้าน นูไปค้างวันอังคารพุธ 16-17/11/53 ป้ามลพานูไปหาหมอนัด 17/11/53 ผื่นจากส่าไข้ทำให้ผิวลอกเพราะนูผิวแห้งอยู่แล้ว หมอให้ใช้ยูเซอรีน 12% omega lotion และเจลอาบน้ำยูเซอรีนสำหรับผิวแห้ง ป้ามลออกทั้งค่าหมอ ค่าโลชั่น ค่าครีมอาบน้ำให้ แถมซื้อเผื่อมาให้น้องนูใช้ที่บ้านเราด้วย รวมถึงส่วนต่างที่จ่ายรพ.ครั้งล่าสุด ตั้งแต่พาน้องนูมาเลี้ยงบ้านป้ามล ของใช้น้องนูที่หมด หรือเก่าแล้ว เสื้อผ้า รองเท้า หมวก ฯลฯ ป้ามลก็ซื้อให้จนแม่เกรงใจมากๆ เลย เป็นเพราะป้ากับลุงเอ็นดูน้องนูมาก ถ้าน้องนูโตพอที่จะอ่านแล้วเข้าใจ ก็อยากให้น้องนูรู้จักกตัญญูกับผู้มีพระคุณทุกท่านนะลูก กว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่ ถ้าไม่มีใครอุปการะช่วยเหลือในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เด็กคนนึงจะโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ แค่จะถึงขวบปีแรก เรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ และอะไรข้างหน้าที่รอให้เผชิญ น้องนูโชคดีมากๆ ที่ห้อมล้อมไปด้วยญาติผู้ใหญ่ที่ใจดีกับน้องนูมากขนาดนี้

วันพฤหัส 18/11 เรากลับบ้านกันวันนึง ไม่งั้นสงสารพ่อแด๊ดอยู่บ้านคนเดียว วันศุกร์ 19/11 ไปเอารองเท้าที่ตัดไว้แก้เรื่องเท้าสวัสดีกันที่รพ.วิชัยยุทธ พบหมอ น้องนูไม่ยอมเดินให้หมอดู เพราะอยู่กับแม่จะให้อุ้มท่าเดียว กลับมาดึกแล้วเลยค้างบ้านป้ามลอีก พอวันเสาร์ 20/11 ก็กลับบ้าน ระหว่างนี้น้องนูดูอาการดีขึ้นมาก ไม่ไอ ท้องก็ไม่เสียแล้ว หายเป็นปลิดทิ้ง

แต่แล้วเช้าวันอาทิตย์ที่ 21/11 มันกลับมาอีกแล้วเจ้าน้ำมูกใสๆ เนี่ย แม่ก็ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ดูดน้ำมูก น้องนูเริ่มมีไอ จาม ไอมากตอนนอน จนพอวันจันทร์ที่ 22/11 น้ากุ้งเลยป้อนยาละลายเสมหะ ขยายหลอดลมอีก และวันอังคารที่ 23/11 แม่ตัดสินใจพ่นยา เช้าเย็น พอวันที่ 24/11 ป้ามลไม่อยากให้เป็นมากเลยพาไปหาหมอแต่โชคดีที่หลังจากพ่นยาขยายหลอดลมอาการก็ดีขึ้น เหลือไอแค่กลางคืนนิดหน่อย แม่อ่านฉลากยาอย่างละเอียดยามีฤทธิ์ 12 ช.ม. หมอบอกว่าถ้าพ่นแล้วต้องพ่นต่อไปห้ามหยุด ป้ามลเลยซื้อยาพ่นมาอีกขวด แม่อ่านที่ฉลากยาเขาบอกเหมือนกันว่าไม่ใช่ยาสำหรับใช้ตอนอาการหนัก (หืด หอบ) เป็นยาคุมอาการ ให้ใช้ปริมาณต่ำสุดที่จะคุมอาการได้ ให้คอยปรึกษาหมอเผื่อปรับลดขนาดยาลงได้ นี่น้องนูของแม่เป็นโรคหอบหืดจริงๆ หรือนี่ เมื่อก่อนแม่เข้าใจว่าหอบหืดคือเหมือนในหนังเวลาคนเล่นบทหอบทำท่าหายใจไม่ออก เพิ่งรู้ว่าอาการไอบ่อยๆ ก็เป็นกลุ่มอาการเกี่ยวกับหลอดลมเหมือนคนเป็นหอบหืด ต้องใช้ยาเดียวกัน

ตั้งแต่คืนวันที่ 23/11 เป็นต้นมา แม่จะคอยจดอาการไอของน้องนูตลอด ว่าไอกี่ครั้ง กี่โมง เพื่อจะได้รู้ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง น้องนูก็ไม่มีน้ำมูกแล้ว เช้าเย็น มีไอเล็กน้อย แต่กลางวันน้ากุ้งบอกมีน้ำมูกบ้าง ไม่ไอเลย อาการกลับกัน ไม่รู้เป็นเพราะการพ่นยาหรือเปล่า ส่วนยาทานหมอบอกว่าถ้าอาการดีขึ้นให้หยุดได้

อีกไม่ถึงเดือนน้องนูจะครบขวบแล้ว แม่ไม่ขออะไรนอกจากให้น้องนูสุขภาพแข็งแรง ตอนนี้นอกจากพึ่งหมอ พึ่งยา แล้วแม่ยังพึ่งการสวดมนต์ สวดบทพาหุงมหากา สวดบทชินบัญชร ตอนนี้กำลังหัดสวดบทโพชฌังคปริตร เพื่อขอให้น้องนูสุขภาพแข็งแรง










Create Date : 26 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2553 15:39:57 น. 6 comments
Counter : 694 Pageviews.

 
ป้ามลใจดีกับน้องนูมากเลยอะ

เชื่อจิ หายป่วยคราวนี้น้องนูจะเดินปร๋อ แน่ๆ เลย

เด็กพอหายป่วยก็จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหนึ่งอย่างจริง ๆ นะเอาใจช่วย


โดย: ปันฝัน วันที่: 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:07:00 น.  

 
คุณแม่ละเอียดมากๆเลย
อีกหน่อยน้องได้อ่านคงดีใจนะคะ
ที่คุณแม่ช่างใส่ใจมากๆ


โดย: BabyBravo วันที่: 29 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:36:52 น.  

 
เราว่าน้องนูเก่งกว่าอาเดียวนะ
แต่ติดตรงที่เป็นไข้บ่อยมาก ๆ ตอนไปอยู่เนิสนี่ละ
คอยดูสิ ต่อไปน้องนูจะไปเร็วขึ้น พอเดินได้นะ ทีนี่ละ ทั้งโลกจะเป็นของเขา
และเราต้องเ็ป็นคนว่ิงไล่คะ
มันส์ไปอีกแบบ

เพราะเราอยู่กับลูกทุกวัน ถึงได้ผูกพันธ์
และมีเสี้ยวอารมณ์แบบนี้เกิดขึ้นเสมอ
เพราะยังมีคำถามที่ค้างคาใจเสมอว่า
มันทำกับลูกแท้ ๆ มันได้ยังไง

ฟังดูแล้วก็แต้น ๆ นะ แค่ก็แค้นนะแหละ
คงไม่ไปเอาคืน
เลี้ยงลูกดีกว่า
ช่วงนี้มันส์ดีคะ ซนมาก ได้แผลตลอดเลย


โดย: ปันฝัน วันที่: 4 ธันวาคม 2553 เวลา:20:59:20 น.  

 
น้องนูป่วยบ่อยจัง สงสารทั้งน้องนูทั้งคุณแม่เลย เข้าใจ ลูกป่วยทีแม่หัวหมุนเลยเนอะ ขนาดเจลลี่เป็นหวัด เรายังสงสารลูกจะแย่เลยค่ะ ไม่ต้องถึงกะเจาะน้ำเกลือ ให้ลูกเจ็บแม่เจ็บแทนดีกว่า เฮ้ออออ

ยังไงขอให้น้องนูแข็งแรงเร็ว ๆนะคะ เอาใจช่วยคุณแม่นะคะ


โดย: lilly~tree วันที่: 5 ธันวาคม 2553 เวลา:1:13:24 น.  

 
อีกไม่นานจะเป็นเด็กขวบแล้วววว
ขอให้นู๋แข็งแรงนะจ๊ะ


โดย: i_nookae วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:11:52:05 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ขอให้น้องนูมีสุขภาพแข็งแรง หายเจ็บหายป่วยนะคะ เป็นกำลังใจให้คุณแม่ค่ะ


โดย: กิ่งลีลาวดี วันที่: 18 ธันวาคม 2553 เวลา:17:21:58 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

NongNuDaddy
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add NongNuDaddy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.