Daisypath - Personal pictureDaisypath Happy Birthday tickers

วันแรกของลูกที่โรงเรียน (หนังสือ เตรียมลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล)

วันแรกที่ไปโรงเรียน ถึงจะเตรียมตัวเตรียมใจมาดีเพียงใด เด็ก ๆ หลายคนก็อดที่จะร้องไห้ไม่ได้ หรือบางคนวันแรกอาจจะไม่ร้องเลย แต่ไปร้องเอาวันที่ 2 ก็มี แถมยังร้องต่อไปอีกเป็นอาทิตย์เลยทีเดียว



ไม่ว่าลูกจะร้องนานแค่ไหน หรืออิดออดอาละวาดไม่ยอมออกจากบ้านอย่างไร นักจิตวิทยาและนักการศึกษาล้วนบอกว่า ไม่ต้องกังวลใจ เพราะเป็นระยะของการปรับตัว ด้วยใจหนึ่งก็อยากออกจากบ้าน อยากมีเพื่อน แต่อีกใจหนึ่งก็กลัว เพราะต้องอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า ไม่อบอุ่นใกล้ชิดเหมือนอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน ทั้งสองใจสองอารมณ์นี้จึงต้องต่อสู้กันเป็นธรรมดา และก็จะปรับตัวยอมรับการไปโรงเรียนได้ในที่สุด ซึ่งอย่างมากไม่เกิน 1 สัปดาห์ บางคนอาจจะช้าหรือเร็วกว่านี้ และขึ้นอยู่กับวิธีการรับมือของแม่ในวันแรก ๆ ที่ลูกไปโรงเรียนด้วยดังนี้



a01.jpg



แม่ต้องเข้มแข็ง เด็กหลายคนเมื่อคุณแม่ส่งให้คุณครูแล้ว จะร้องไห้จนคุณแม่ตกใจ ใจคอไม่ดี เลยพาลร้องไห้ไปกับลูกเสียเลย ซึ่งถ้าลูกเห็ฯอย่างนี้จะยิ่งใจเสีย คิดไปได้ว่า โรงเรียนน่าจะต้องมีอะไรที่น่ากลัวแน่ แม่ถึงได้ร้องไห้ไปด้วย เพราะฉะนั้นคงต้องทำใจให้ดี ตั้งสติให้มั่นเวลาไปส่งลูก



อยู่กับลูกตามที่โรงเรียนอนุญาต บางโรงเรียนจะมีวิธีรับเด็กเข้าโรงเรียนแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อช่วยให้เด็กปรับตัวได้ เช่น วันแรกให้พาเด็กไปสวัสดีคุณครูแล้วกลับบ้าน วันที่สองอยู่จนสวดมนต์เคารพธงชาติเสร็จโดยมีคุณพ่อหรือคุณแม่อยู่ด้วย วันที่สามอยู่จนดื่มนมตอนสาย ๆ เสร็จ วันที่สี่อยู่จนทานอาหารกลางวันเสร็จ หรือบางโรงเรียนอาจจะให้คุณพ่อคุณแม่เข้าไปอยู่ในห้องเรียนกับลูกทั้งวันเลยก็มี แต่ก็มีอีกหลายโรงเรียนขอให้แค่ส่งตอนเช้าก็พอ ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ก็ควรจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดการได้สะดวก



a02.jpg



อย่าทิ้งลูก ถ้าโรงเรียนอนุญาตให้คุณแม่อยู่กับลูกได้ ควรอยู่ให้ตลอดช่วงเวลา และอย่างทิ้งลูกไปโดยไม่บอกกล่าวร่ำลา



รับให้เร็ว วันแรกที่ลูกไปโรงเรียน ควรรีบรับลูกให้ตรงเวลา หรือตามสัญญาที่ให้กับลูกไว้ เพราะลูกจะรู้สึกใจเสียที่ไม่เห็นพ่อแม่มารับในชณะที่เด็กคนอื่นๆ มีพ่อแม่มารับกลับไปจนเกือบหมดแล้ว ลูกอาจจะพาลคิดไปได้ว่า พ่อแม่จะไม่มารับอีกเลย จนมีผลให้ลูกไม่อยากไปโรงเรียนในวันต่อ ๆ มา



a03.jpg



อย่าขู่ลูกเรื่องโรงเรียน หากลูกร้องไห้โยเย คุณแม่จะต้องระงับใจที่จะไม่ดุว่าทำโทษลูก และที่สำคัญ อย่าขู่ลูกว่า "ถ้าไม่หยุดร้อง จะปล่อยไว้ที่โรงเรียนเลย" เพราะนอกจากลูกจะไม่หยุดร้องแล้ว จะยิ่งตกใจ และเกลียดกลัวโรงเรียนไปด้วย



ยอมให้เอาหมอนเหม็น ๆ ไปด้วย เด็กในวัยนี้หลายคนจะมีของที่เขาติด เช่นผ้าห่ม หมอน ตุ๊กตา เอาไว้กอดเวลานอน กินนม หรือเมื่อไม่สบายใจ ดังนั้นจึงมีเด็กหลายคนที่ยืนยันจะเอาส่งที่ตัวเองติดไปที่โรงเรียนด้วย เพราะถือเป็นสิ่งปลอบใจ ให้ความอุ่นใจ ยิ่งในวันที่ต้องไปโรงเรียนยิ่งต้องการมากเป็นพิเศษ คุณพ่อคุณแม่จึงควรอนุโลมให้ลูกเอาติดไปได้ในวันแรก ๆ ซึ่งคุณครูก็จะเข้าใจอยู่แล้ว หลังจากนั้นเมื่อลูกค่อย ๆ ปรับตัวได้จึงค่อยพูดคุยกับลูก



a05.jpg



อย่าใจอ่อน เด็กบางคนร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าสงสารอยู่หลายวันจนคุณแม่ใจอ่อน ให้หยุดบ้างให้ไปบ้าง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเด็กเพราะจะทำให้ระยะการปรับตัวยืดออกไปอีก คุณครูหลาย ๆ ท่านบอกว่า เด็กที่ร้องมากปรับตัวนาน ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กได้รับความอบอุ่นจากทางบ้านมาก มีคนเอาใจใส่เยอะ มาที่โรงเรียนจึงต้องร้องไห้มากเป็นธรรมดา เพราะถวิลหาความอบอุ่นที่บ้าน



อย่าหลงเชื่อข้ออ้าง พ่อแม่มักจะได้พบกับความฉลาดหลักแหลมปนความเจ้าเล่ห์ของลูกในการสรรหาข้ออ้างเพื่อจะได้ไม่ต้องมาโรงเรียน ปวดหัว ปวดท้อง ปวดตา ปวดขา จึงควรตรวจตราให้แน่ใจว่าป่วยจริง เพราะถ้าหลงเชื่อทั้งที่ลูกไม่เป็นอะไร จะทำให้ลูกเรียนรู้การควบคุมผู้ใหญ่ด้วยวิธีนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปโรงเรียน



a06.jpg



อดทนต่ออารมณ์ลูก ลูกอาจจะก้าวร้าว อาละวาดบ้างในวันแรก ๆ ทุกคนในบ้านโดยเฉพาะคุณแม่จึงต้องอดทน และเข้าใจความทุกข์ ความวิตกกังวลของลูก อย่าเกรี้ยวกราด ลงโทษ หรือแสดงอารมณ์โต้ตอบลูก



อย่าเซ้าซี้ลูก เมื่อกลับจากโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่มักจะพูดคุยกับลูกถึงเรื่องโรงเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่เด็กบางคนอาจจะไม่อยากตอบไม่อยากเล่า เพราะรู้สึกยังทุกข์ใจอยู่ จึงไม่ควรไปเซ้าซี้ถามลูก รอเอาไว้ให้ลูกปรับตัวได้ สบายใจแล้ว จึงค่อยถามไถ่กันจะดีกว่า



a04.jpg



ให้ความอบอุ่นใกล้ชิด มีหลายครอบครัวที่คุณพ่อหรือคุณแม่ลาหยุดพักร้อนในช่วงวันแรก ๆ ที่ลูกไปโรงเรียน เพื่อจะได้ไปรับไปส่งและอยู่กับลูกที่โรงเรียนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างยิ่งเพราะลูกจะรู้สึกอบอุ่นใจ นอกจากนั้นก็ควรสังเกตพฤติกรรมลูกด้วย เช่น อาจจะเครียดมาก นอนละเมอ ฝันร้าย ปัสสาวะรดที่นอนตอนกลางคืน หรือปัสสาวะราดในตอนกลางวันทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อนซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ถือว่าผิดปกติ น่าจะต้องรีบหาสาเหตุ เช่น ลูกยังเล็กเกินไปหรือเปล่า ครูเข้มงวดเกินไปไหม หรือวันแรก ๆ ก็เจอเพื่อนเกเรเข้าให้แล้ว



ที่มา : หนังสือ เตรียมลูกเข้าโรงเรียนอนุบาล




Create Date : 07 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2550 13:30:20 น. 11 comments
Counter : 2142 Pageviews.

 
ลูกก็เพิ่งเข้าอนุบาลค่ะ ลูกสาวคุณน่ารักจังเลยค่ะ


โดย: Mooky Miracle Mom วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:08:44 น.  

 
เป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะ จะจำไว้ใช้กับลูกนะค่ะ

ขอบคุณค่ะ


โดย: เชอร์รี่ (กัญจน์ญภา ) วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:39:30 น.  

 
เป็นบทความที่ดีมากเลยคะ แม่เล็ก

ลูกเราเข้า รร. พร้อมกันเลยนะคะ ดีใจจัง จะได้มีเพื่อนคุยเรื่องลูกๆ ที่ รร .กันด้วยคะ


โดย: tete' my little star วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:41:24 น.  

 
ได้ประโยชน์มากเลยค่ะ ขอเก็บข้อมูล


โดย: อิจิโงะจัง วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:11:04 น.  

 
มีประโยชน์มากๆๆๆ
เก็บข้อมูลยิกๆ เลยนะคะเนี่ย
เอาไว้ก่อนลูกไปโรงเรียน ต้องแว่บเข้ามา ทำการติวเข้มให้ตัวเองซะหน่อย อิอิ

ปล. แค่ข้อแรกก็ยากแล้วนะเนี่ย ฮ่าๆๆ


โดย: YGHarding วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:39:57 น.  

 
มาเก็บข้อมูลด้วยเหมือนกันค่ะ
ก็เจ้าพี่ปายก็ใกล้เต็มทีแล้ว เสียวๆ
อยู่เหมือนกัน กลัวจะเป็นเรื่องยาก
จนท้อน่ะค่ะ แต่รู้สึกว่าพี่ปายเค้าชอบ
เข้าสังคมนะ อาจจะร้องไปรร ก็ได้เนอะ
ใครจะรู้ สาธุ....


โดย: ฟ้าสวยมาก วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:5:10:39 น.  

 
อ่า..นึกว่าลูกเจี๊ยบเข้าเรียนไปแล้ว ^^

คุณแม่พร้อมมากๆ ข้อมูลตรึม ลูกเจี๊ยบหายห่วงเลยค่า


โดย: melo วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:29:49 น.  

 
ลูกสาวผมวันนี้ไปโรงเรียนเป็นวันที่ 2 แต่สาหัสกว่าเมื่อวานนี้มาก เมื่อวานนี้เริ่มสวยเพราะพาไปเที่ยวเล่นที่โรงเรยนหลายรอบก่อนหน้านี้ แต่พอสายหน่อยหมดสนุกแล้ว ก็เริ่มคิดถึงคุณพ่อ คุณแม่แล้ว
จนวันนี้ถึงกับไม่ทานข้างกลางวันที่โรงเรียนเลยครับ หวังว่าทุกอย่างคงดีขึ้นโดยเร็ววัน เพราะผมกลัวแกจะเครียด จนตัวเองเริ่มเครียดแล้ว
IM'S DAD


โดย: IM'S DAD IP: 58.136.174.140 วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:14:27:22 น.  

 
น้องน่ารักมากๆเลย เห็นแล้วอยากมีลูก


โดย: casper IP: 58.8.97.138 วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:02:11 น.  

 
น่ารักนะ


โดย: bayor IP: 202.12.73.20 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:55:19 น.  

 
เป็นข้อความที่ดีมาก ครับขอบคุณครับ


โดย: คุณพ่อมือใไม่ IP: 223.205.23.220 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2555 เวลา:8:15:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

YingLek
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เรื่องราวของลูกเจี๊ยบเริ่มขึ้นตั้งแต่วันเด็ก ปี 2548 หลังจากคลอดแล้ว แม่ก็ได้เรียนรู้ว่าการมีลูกเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์มาก ๆ ทำให้แม่ต้องอ่านหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกหลายเล่ม รวมทั้งเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน ๆ แม่ลูกอ่อน หลาย ๆ คน ซึ่งก็พบว่าพฤติกรรมในแต่ละวัยของลูกก็จะคล้าย ๆ กัน เม้าท์เรื่องลูกกันสนุกสนานมาก การเลี้ยงลูกเหนื่อยก็จริง แต่เมื่อแม่ได้เห็นพัฒนาการและรอยยิ้มของลูก ความเหนื่อยก็หายไปได้ในทันที

Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
7 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add YingLek's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.