ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ...ขอให้ฟ้าเป็นใจกับเราด้วย
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
8 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
บ้านเรา: เลย เถิดจนถึง เชียงคาน / ตอนที่ห้า

ตอนที่ ห้า

บ้านเราก็มี

  เลย เถิดจนถึง เชียงคาน




เชียงคานนนน...ในที่สุด...ผมก็มาถึงจนได้
แต่...ผมก็ต้องมีอาการแอบตกใจปนความสงสัยเล็กน้อยกับสภาพบ้านเรือนของผู้คนของเมืองเชียงคานที่อยู่ ณ ตรงหน้าของผมขณะนี้ อาจจะเพราะด้วยความที่ผมไม่ได้หาข้อมูลของเชียงคานมาก่อนด้วยมั่งครับ ที่ทำให้แอบคิดและอดสงสัยไม่ได้ว่า ผมมาถูก “เชียงคาน” หรือเปล่า หรือว่าบ้านเรามีอำเภอเชียงคานหลายที่ เพราะอะไรนะหรือครับ ที่ทำให้ผมคิดแบบนี้ ก็เพราะดูจากตึกรามบ้านช่องที่อยู่รอบๆตัวผมตอนนี้ ก็มีลักษณะคล้ายๆ หรือก็ไม่ค่อยจะแตกต่างกันมากซักเท่าไรหากเมื่อเทียบกับสภาพบ้านเรือนในหมู่บ้านของผมที่เกิดและเติบโตมาในวัยเด็ก



ไม่ได้ครับ...ไม่ได้ ผมต้องทำไรซักอย่างเพื่อที่จะคลายความสงสัยที่เกิดอยู่ตอนนี้ และคงเป็นการดีไม่น้อยที่ผมจะใช้โอกาสนี้หาข้อมูลท่องเที่ยวของเชียงคานพร้อมๆ ที่เดียวด้วยเลย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นอันต้องทำให้ผมจอดรถเพื่อที่จะแวะถามข้อมูลที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอำเภอเชียงคาน โดยมีที่ทำการไปรษณีย์ย่อยเชียงคานขนาดเล็กๆ ที่ออกแบบน่ารักๆ โดยมีตู้ไปรษณีย์ทรงคลาสสิคด้านหน้าอยู่ข้างกัน ซึ่งเป็นที่สังเกตุได้ไม่ยากบนถนนริมฝั่งโขง ผมใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที กับการไขข้อสงสัยนี้แล้วผมก็ต้องอุทานปนกับความอายเล็กน้อย ต่อหน้าพี่เจ้าหน้าที่บริการฯ ว่า อ๋ออออ...เชียงคานที่ผมตามหาอยู่นั้น อยู่บนถนนริมโขง และ ถนนศรีเชียงคาน ใกล้ๆ นี่เองเนอะ



เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา...ผมเลยรีบออกเดินสำรวจดูว่าบนถนนสองเส้นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้างพร้อมกับแผนที่ฉบับน้อยในมือ โดยที่ในหัวก็คิดวางแผนตารางการท่องเที่ยวในช่วงบ่ายและเย็นนี้ไปด้วยหลังจากที่หาที่พักได้แล้ว



บร่ะเจ้าาา...ไม่ผิดหวังครับ อาคารบ้านเรือนที่ขนาบบนถนนสองเส้นเล็กๆ สองเส้นนี้เป็นบ้านเรือนและห้องแถวในแบบฉบับรูปทรงในตลาดสมัยเก่าๆ หรือสมัยก่อน ซึ่งถ้าพิจารณากันดีๆแล้วก็จะพบว่า บ้านเรือนที่อยู่ริมถนนสองเส้นนี้มีการอนุรักษ์ที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว คือ จะไม่มีลักษณะของการรื้อสิ่งปลูกสร้างเดิมแล้วสร้างใหม่ในรูปทรงสมัยใหม่หรือแบบเดิมที่เคยเป็น แต่จะเป็นลักษณะปรับปรุงหรือบูรณะตกแต่งตามรูปเดิมของบ้านเดิม




ที่สำคัญ...กิจการการค้าของคนเชียงคานที่นี่จะเป็นลักษณะกึ่งโฮมสเตย์กึ่งกิจการเดิม คือ ชั้นสองเปิดเป็นห้องพักแล้วเปิดร้านค้าทั่วไปหรือดำเนินกิจการ ธุรกิจตามที่แต่ละบ้านถนัดที่ชั้นล่าง เช่น ชั้นล่างก็จะเปิดขายของชำไปเรื่อยเปื่อย แต่ในขณะที่ชั้นบนก็จะเปิดเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์ หรือไม่ก็เป็นโรงแรมห้องแถวสองชั้นเล็กๆ ไปเลย ดูแล้วก็เป็นการรักษาและออกแบบการให้บริการที่พักที่มีความกลมกลืนกับวิถีชีวิตแบบเดิม ที่มีการเพิ่มแต่งการบริการที่เป็นลักษณะกันเองและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดีไปอีกแบบ





หลังจากออกสำรวจเชียงคานรอบแรกเสร็จพร้อมกับข้อสงสัยที่ไม่มีอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็ได้ตัดสินใจที่จะเลือกพักโรงแรมขนาดเล็ก ที่ราคาก็ไม่ได้แพงมาก หรือมีลักษณะโฮมสเตย์จ๋ามากจนเกินไป ตรงต้นถนนคนเดินเชียงคานพอดีเลย นั่นไง...เกือบลืมบอกไปครับ สำหรับผู้ที่สนใจจะมาเที่ยว ผมอยากจะบอกว่าที่เชียงคานเมืองเก่าแก่แห่งนี้ ไม่ว่าคุณจะพักโรงแรมชั้นดีระดับห้า หกดาวหรือบ้านพักที่ดูดี เรื่อยไปจนถึงโฮมสเตย์แบบบ้านๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้มาเยือนต้อง ผมย้ำว่า "ต้อง" ทำและปฏิบัติตามนั่นคือ ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าโรงแรม ร้านค้า หรือ ที่พัก ทุกครั้ง แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดหรือเผลอลืมถอดรองเท้านะครับ เพราะที่หน้าบ้าน ร้านค้า หรือที่พัก เค้าก็จะมีป้ายบอกหรือเตือนทุกครั้งเสมอครับผม เลือกห้องได้แล้ว ได้กุญแจ เข้าห้องพักเสร็จ ผมก็จัดการอาบน้ำเรียกพลัง ขอความสดชื่นสถิตกับข้าด้วยเถิด (อันนี้ขอยืมไดอะล๊อกของ เจได ในหนังเรื่องสตาร์วอร์) ด้วยความรวดเร็วประมาณหนึ่งว่าวิ่งฝ่าน้ำกรด จากนั้นผมก็จัดการคว้ากล้องพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังแก่งคุดคู้ สถานที่ท่องเที่ยวที่แรกของเชียงคานที่ผมวางแผนไว้และที่ผมอยากจะไปเก็บประสบการณ์และความทรงจำเพื่อเก็บไว้เป็นของฝากในการมาเยือนเชียงคานในบ่ายของวันนี้




จากที่พัก...มาถึงยังแก่งคุดคู้ใช้เวลาไม่นานลยครับ แถมถนนหนทางก็สะดวกมากจากตัวเมืองเชียงคานมาถึงสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ลงรถ ปิดประตู ล็อครถเสร็จเรียบร้อย ออกเดินบนทางเดินริมฝั่งโขงได้ซักระยะ สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติได้สำแดงเดชให้ผมเห็นแล้วครับ เพราะภาพที่อยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้ คือ สายแม่น้ำโขงที่มีลักษณะโค้งหักศอกเป็นรูปตัวยูจนแทบจะมีลักษณะเหมือนโค้งหักศอกเลยก็ว่าได้ คือ จากที่สายน้ำที่โดญธรรมชาติหรือปกติแล้วจะไหลจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ แต่ที่แก่งคุดคุคู้แห่งนี้ไม่ธรรมดาแบบนั้นครับ เพราะเจ้าแม่น้ำโขงที่มีต้นกำเหนิดมาจากเทือกเขาหิมาลัยที่ไหลจากเหนือลงใต้มาเป็นปกติตามธรรมชาติอยู่ดีๆ นั้น แต่พอเมื่อไหลผ่านมาถึงยังอำเภอเชียงคาน เจ้ากรรมแม่น้ำโขงคงกลัวที่จะขึ้นคานไปตลอดชีวิตตามชื่อสถานที่ที่ไหลมาถึง ก็เกิดกลับใจ เปลี่ยนใจ หรืออะไรก็ได้สุดแล้วแต่จะนึกได้ ณ ที่จุดนี้แม่น้ำโขงกลับไหลย้อนขึ้นไปทางเหนืออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นของแก่งคุดคู้นี้ ก็ทำให้ผมอดนึกถึงแม่น้ำแยงซีเกียง แม่น้ำสายสำคัญของประเทศจีนและของโลกไปไม่ได้ เพราะแม่น้ำสองเส้นนี้ก็ต่างมีแหล่งต้นกำเหนิดมาจากเทือกเขาหิมาลัยเหมือนกัน ก็ยังจะมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการไหลที่คล้ายๆกันอีก เพราะแม่น้ำแยงซีเกียง แม่น้ำสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโลกสายนี้ก็มีลักษณะที่ไหลย้อนขึ้นไปทางเหนือเช่นกัน โดยเกิดขึ้นในเขตมณฑลยูนาน ของประเทศจีน จนปัจจุบันก็ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและยังเป็นจุดเปลี่ยนแปลงแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ที่ผู้ไปเยือนจีนต่างต้องไปเที่ยว แวะชม และสัมผัสกับปรากฏการณ์นี้กัน




ที่ผมบอกว่าการไหลย้อนกลับของทิศทางของแม่น้ำแยงซีเกียงนี้เป็นจุดเปลี่ยนแปลงแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกก็เพราะลองคิดดูซิครับว่า ถ้าแม่น้ำแยงซีเกียงเส้นนี้ไม่ไหลย้อนกลับขึ้นไปทางตอนเหนือของจีนแผ่นดินใหญ่ก่อนที่จะไหลตัดจากฝั่งตะวันตกของประเทศจีนออกไปยังชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกนั้น แม่น้ำสายวัฒนธรรมเส้นนี้ก็อาจจะไหลผ่านลงมาทางทิศใต้ผ่านประเทศในแถบจีนตอนใต้ ไม่ว่าจะเป็น พม่า ไทย ลาว กัมพูชา หรือเวียดนามก็ดี ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแล้วละก็ บางทีอาจจะทำให้ภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศเหล่านี้กลายเป็นแหล่งต้นกำเนิดวัฒนธรรมสำคัญแห่งหนึ่งของโลกก็เป็นได้เดินดูไป ถ่ายรูปมา ก็แอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปไม่ได้กับสิ่งที่เห็อยู่ ณ ตรงหน้า ก็เพราะความปลื้มใจที่ว่าเมืองไทยของเราเอง ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความแปลกทางธรรมชาติคล้ายๆ กับประเทศสำคัญๆ ของโลกกับเขาเหมือนกัน ดื่มด่ำกับความอัศจรรย์ทางธรรมชาติได้ซักพัก ท้องผมมันก็ส่งสัญญาณบอกเล็กน้อยว่าหิว เพราะนี่มันก็บ่ายสองเกือบจะบ่ายสามปาเข้าไปแล้ว ผมยังไม่ได้ทานไรเป็นเรื่องเป็นราวเลยนอกจากกาแฟเย็นแก้สนั้น ผมเลยตัดสินใจบอกลาแก่งคุดคู้แล้วเดินตรงไปยังตลาดของฝากที่อยู่ใกล้กัน













แม่เจ้า...ภูเรือ คือ เมืองแห่งดอกไม้

แต่...เชียงคาน นี่คือ เมืองแห่งมะพร้าวแก้วครับ เพราะที่นี่เค้าทำมะพร้าวแก้วขาย และส่งออกจำหน่ายด้วยรสชาดที่อร่อย หลายเกรด หลากหลายสีสัน หลายราคามีให้เลือก จนกลายเป็นสินค้าของฝากที่ทุกคนจะต้องจับจ่ายซื้อเก็บไว้เป็นของฝากกันเลยที่เดียว ดังนั้นที่นี่จึงเป็น “มะพร้าวแก้ว 360 องศา” ครับเพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหน มีแต่มะพร้าวแก้ววางขายเต็มไปหมด เล่นทำให้เราเขินแม่ค้า ที่ไม่รู้ว่าจะเลือกเดินเข้าไปซื้อที่ร้านไหนดีตาลายเลือกร้านไม่ถูก















แต่เพื่อไม่ให้เป็นการทำร้ายจิตใจแม่ค้ามากจนเกินไปนั่น ผมเลยตัดสินใจ "ชิม" ให้มันทุกร้านเลยละกัน ชิมมันทุกร้านให้มันอิ่มไปเลยละกันครับ จะได้ไม่ต้องซื้อร้านไหนเลย เพราะอย่างที่บอก ที่นี่มีมะพร้าวแก้วหลายร้าน หลายแบบ มีให้เลือกเยอะแยะ จนเลือกไม่ถูก แค่ชิมก็อิ่มแล้วครับ ผมเลยตัดสินใจละกันว่า การไม่ซื้อที่ร้านใดร้านหนึ่ง เป็นสิ่งที่ยุติธรรมที่สุด


หลังจากที่เดินชิมมะพร้าวแก้วจนอิ่มหน่ำสำราญใจแล้ว ผมก็ออกเดินเล่นมาเรื่อยๆ จนมาถึงบันไดที่สามารถนำผมลงไปสู่ร้านอาหารบนหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้วยภาพหาดทรายตัดกับแผงหลังคาร้านค้าหลากหลายสีสัน ทำให้ภาพที่ออกมาดูสวยและแปลกตาไปอีกแบบ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียโอกาสในการเก็บบันทึกความทรงจำดีๆ ของแก่งคุดคู้ และร้านค้าบนหาดทรายแม่น้ำโขงแห่งนี้ 


ผมจึงค่อยๆ เดินลงไปเก็บบรรยากาศบนชายหาดริมฝั่งโขง ไม่ว่าจะเป็น ภาพชาวประมงแม่น้ำโขง หรือภาพของเรือโดยสารในแม่น้ำโขงจนเพลินเลยทีเดียว ใช้เวลาถ่ายรูปได้ซักพัก ผมยกแขนขึ้นแล้วเห็นว่านาฬิกาข้อมือผู้ซื่อสัตย์ของผมมันก็บอกว่า ณ ตอนนี้เป็นเวลา 16.55 น. เพื่อเป็นการเตรียมเนื้อเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินถนนคนเดินที่เชียงคานค่ำนี้ ผมเลยตัดสินใจเดินขึ้นบันได้จากริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้วขับรถกลับเขาที่พัก เพื่อที่จะของีบพักผ่อนเอาแรงกันเสียหน่อย เพราะผมยังต้องออกไปพบกับประสบการณ์และความทรงจำการท่องเที่ยว แบบเลยเถิดครั้งนี้อีกมาก และเพื่อไม่ให้พลาดกับการเก็บมันเอาไว้ในแบบในแบบฉบับประทับใจ เพราะผมไม่รู้ว่าผมจะได้มีโอกาสกลับมาเที่ยวที่ี่อีกหรือเปล่า...






นมชมพู




Create Date : 08 พฤษภาคม 2556
Last Update : 9 พฤษภาคม 2556 11:13:27 น. 2 comments
Counter : 249 Pageviews.

 
มีโอกาสจะกลับไปเชียงคานเหมือนกันค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 10 พฤษภาคม 2556 เวลา:7:00:31 น.  

 
ดีเลยครับบบ ...กลับไปเยี่ยมบ้าง เพราะบางที อาจจะไม่ใช่เราเท่านั้นที่คิดถึง แต่บางทีสถานที่นั้นอาจจะคิดถึงเราอยู่บ้างก็เป็นได้


โดย: นมชมพู (นมชมพู ) วันที่: 11 พฤษภาคม 2556 เวลา:0:35:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

siib hok
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Look to see a new experience
Like to take a photo
And
Love to remember.
Friends' blogs
[Add siib hok's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.