Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
นอนโรงพยาบาลครั้งแรก

วันศุกร์ที่ 3 - วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พุทธศักราช 2553

ต้องรีบมาเขียนให้น้องไทได้อ่านก่อนที่จะลืม ช่วงหลังๆ มานี้ไม่รู้เป็นอะไร แม่หวีดรู้สึกว่าความจำแย่ลงเรื่อยๆ การหลงๆ ลืมๆ กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว คงต้องจัดการอะไรกับมันสักอย่างก่อนที่จะแย่ลงกว่านี้

ช่วงวันอังคารที่ 30 พฤศจิกายนถึงวันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม แม่หวีดต้องไปทำงานที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่และภูเก็ต วันอังคารตื่นตั้งแต่ตีสามทำกับข้าวให้น้องไท อาบน้ำแต่งตัว ขึ้นไปจุ๊บลาน้องไทที่ยังหลับปุ๋ยอยู่ข้างพ่อหนุ่ม ตีห้าได้ฤกษ์ขับรถจากบ้านไปขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เครื่องออกหกโมงสิบนาที รอดจากการตกเครื่องแบบเฉียดฉิว

อยู่ที่โน่นคิดถึงน้องไททุกวัน ตกเย็นใจจดใจจ่อรอเวลาจะ Skype กับน้องไทตอนหัวค่ำ นัดกับน้าอ้วนไว้ตอนสองทุ่มของทุกวัน ต้องขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนร่วมงานที่เข้าใจแม่ลูกอ่อนผู้ติดลูกคนนี้ ที่ยอมให้หนีกลับห้องก่อนไม่ไปร่วมกิจกรรมเฮฮาด้วย พอได้เวลา Skype กันหนูได้เห็นหน้าแม่ ได้ยินเสียงแม่ในจอคอมพิวเตอร์ ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังทุกครั้ง คงนึกได้ว่าแม่ไม่อยู่ใกล้ๆ นี่นา จนพ่อหนุ่มจะไม่ยอมให้ Skype กันอีก แต่น้าอ้วนก็จัดให้ทุกครั้งที่มีโอกาส คงรู้ว่าแม่คิดถึงน้องไทมากมายแค่ไหน

แม่เห็นน้องไทบนหน้าจอพี่แม็กกี้ Notebook คู่ใจที่ทนเหลือเกิน (นี่ก็ย่างเข้าปีที่ 5 แล้ว เธอก็ยังทนทานจริงๆ แถมน้องไทขึ้นไปเหยียบขย่มเป็นประจำอีก) อันนี้เป็นรูปตอนแม่เดินทางไปทำงานที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่กับเชียงรายช่วงวันที่ 14 - 17 ธันวาคม หน้าตาหนูจะดู งง งง แบบนี้

น้าอ้วนให้ไหว้แม่หนูก็ไหว้ ให้ยิ้มหนูก็ยิ้ม น้องไทคงจะงงนะว่าให้ไหว้คอมพิวเตอร์ทำไม


วันพฤหัสแม่กลับถึงบ้านเกือบสองทุ่ม รถติดมากๆ ขับรถจนปวดหลัง ปวดก้นไปหมด ถึงบ้านล้างมือล้างเท้าเสร็จก็ขึ้นไปกอดหนูที่ห้องนอน พ่อหนุ่มพาหนูขึ้นนอนเร็วมาก ปกติแม่จะพาขึ้นห้องนอนตอนสองทุ่มครึ่งถึงสามทุ่ม

เช้าวันศุกร์พ่อกับแม่ไปทำงานตามปกติ สายๆ มีโทรศัพท์จากที่บ้านบอกว่าน้องไทเป็นไข้ พ่อกับแม่รีบตรงกลับบ้านทันที แม่ให้พี่หญิงเช็ดตัวหนูก่อนและเตรียมของน้องไทให้พร้อม พอรถถึงหน้าบ้านก็รับน้องไทขึ้นรถไปโรงพยาบาลกันเลย ไปถึงวัดไข้หนูมีไข้อยู่ต่ำๆ ป้าหมออารยาฯ ดูคอให้แล้ววินิจฉัยว่าติดเชื้อแบคทีเรียที่ต่อมทอลซิน (อีกแล้ว เมื่อครบขวบน้องไทก็เคยเป็นโรคนี้แล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้น แม่ไม่ได้นอนไปห้าคืนเกือบเป็นซอมบี้) ป้าหมอให้ยาฆ่าเชื้อมา สั่งว่าถ้าไข้ขึ้นเกิน 38 องศาให้เช็ดตัว ยาลดไข้สองตัวคือ ไทลินอล (หรือเทมปร้า) ให้ทุกสี่ชั่วโมง ส่วน Nurofen ให้ถ้าไข้สูงเกิน 38.5 องศาทุกหกชั่วโมง ยาสองตัวนี้ให้เสริมกันได้

กลับบ้านตกเย็นกินยาลดไข้ไว้ ตัวไม่ร้อนมาก ประมาณตีสองครึ่งแม่เห็นน้องไทเริ่มหนาวสั่น แล้วไข้ก็เริ่มขึ้น เราเช็ดตัวแล้วดูเหมือนไข้ไม่ยอมลดเลย พ่อกับแม่เห็นพ้องให้พาน้องไทไปโรงพยาบาล พอไปถึงพยาบาลวัดไข้ได้ 36.5 องศา (วัดทางรักแร้) แม่ยังสงสัยเพราะแม่อุ้มหนูอยู่ หน้าผากหนูร้อนมาก หน้าแดง ตาเยิ้ม ซึมขนาดนี้ มันผิดปกติ แม่เลยใช้ที่วัดอุณหภูมิทางหูวัด ปรากฏว่าได้ 39 องศา แม่บอกให้พยาบาลมาวัดไข้ใหม่อีกที คราวนี้วัดได้ 39.6 องศา พยาบาลแตกตื่นรีบเตรียมเช็ดตัวกันเลย ซักพักคุณหมอเดินง่วงๆ มาตรวจหนูแล้วให้ยาเทมปร้า เราแอดมิทตอนตีสามครึ่งเช้าตรู่วันเสาร์ แต่ต้องรอป้าหมออารยาฯ คุณหมอประจำตัวหนูมาตรวจตอนเช้าวันอาทิตย์

น้องไทมีไข้ขึ้นเป็นระยะๆ ไข้ขึ้นทีเช็ดตัวกันที หนูร้องไห้ทุกครั้งที่โดนเช็ดตัว


วันนี้ยังซ่าได้อยู่ เพราะคุณหมอให้ยาชนิดทานกับเช็ดตัวเวลาตัวร้อน


เตียงเด็กของโรงพยาบาลนี่ยกกั้นเป็นกรงได้ น้องไทเดินเล่นในนั้นเป็นที่สนุกสนาน เพราะที่บ้านไม่มีแบบนี้


ช่วงนี้ใกล้วันเฉลิมพระชมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโทรทัศน์จึงมีรูปพระองค์ท่านตลอด น้องไทพอเห็นในหลวงหนูก็จะยกมือไหว้ เป็นสิ่งที่น่ารักที่พ่อหนุ่มสอนหนูไว้


สายๆ วันอาทิตย์ป้าหมออารยาฯ มาแล้ว คอหนูไม่ค่อยดีเลย ป้าหมอสั่งให้น้ำเกลือ เพราะจะหายเร็วขึ้นและสามารถให้ยาทางน้ำเกลือได้เลยไม่ต้องฉีดยา แม่กอดหนูไว้ตอนพี่พยาบาลแทงเข็มน้ำเกลือ หนูร้องไห้เีสียงดังน่าสงสารมากๆ พี่พยาบาลพันเขนหนูเอาไว้เป็นแท่งเลย พอมาถึงห้องหนูยื่นมือขอให้คนโน้นคนนี้เอาเข็มน้ำเกลือออกให้ ตกบ่ายเหนื่อยมากๆ จนหลับไป


เตียงนอนคนไข้ไม่ได้นอนกันหรอก มานอนเตียงคนเฝ้าไข้กัน เอาเตียงคนเฝ้ามาวางชิดกับโซฟายาว แม่นอนข้างนึงแทนที่กั้นเตียง หนูนอนตรงกลาง พ่อนอนอีกข้างนึงบนโซฟา ตกกลางคืนพยาบาลต้องมางมหาน้องไทกลางเตียงเพื่อวัดไข้ อยากให้โรงพยาบาลเปลี่ยนเป็นที่วัดไข้ทางหูแทนทางรักแร้จังเลย เพราะผลมันไม่ดีเท่า ใช้เวลานานกว่าอีก เด็กน้อยไม่ค่อยยอมอดทนรอกันเท่าไรนักหรอก


ตื่นมาก็ชมวิวจากชั้น 7 ของโรงพยาบาลกัน


พอบอกให้ยิ้มก็จะได้รูปแบบนี้


ที่ชั้นนี้มีโซนของเล่นด้วย จอมซ่าเลยได้ไปลุย


เล่นมือเดียวก็ได้ ชอบ ชอบ แบบนี้ที่บ้านไม่มี


เก้าอี้ตัวเล็กที่บ้านก็ยังไม่มี (แม่กำลังสะสมขวดยาคูลท์อยู่คับ ว่าจะ DIY กะเค้าเสียหน่อย)


เด็กทุกคนต้องเล่นถ้ามา admit ที่นี่ ดูน้องไทจะสนุกกับการขับรถมาก



พ่อหนุ่มเลยได้ฉลองวันพ่อปีที่ 2 ที่โรงพยาบาล
"คุณพ่อจุ๊บคุณลูก"


"คุณลูกจุ๊บคุณพ่อ"


น้ำเกลือขวดใหญ่กะเด็กชายตัวเล็ก


เข้าโหมดเศร้า ซึม


บ่ายสองวันจันทร์น้ำเกลือขวดที่สองหมด ป้าหมอให้กลับบ้านได้พร้อมยาอีก 3 ขวด ถึงบ้านยิ้มแป้นเลย แป้นเอ้ย แป้น



สองวันหลังกลับจากโรงพยาบาล มือน้องไทยังมีรอยเข็มน้ำเกลืออยู่เลย


ขอให้น้องไทเป็นเด็กแข็งแรงนะคับ

รักน้องไทตลอดกาล
**แม่หวีด พยาบาลมือใหม่**




Create Date : 02 มกราคม 2554
Last Update : 7 มกราคม 2554 20:12:00 น. 2 comments
Counter : 835 Pageviews.

 
ยังหายคะเนี่ย หายไว ๆ นะคะ


โดย: iamnerisa วันที่: 5 มกราคม 2554 เวลา:15:12:13 น.  

 
หายไวๆ แข็งแรงๆนะคะ


โดย: จูกิม วันที่: 5 มกราคม 2554 เวลา:17:44:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

NokKaWeed
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Daisypath Anniversary tickers Lilypie Kids Birthday tickers
Friends' blogs
[Add NokKaWeed's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.