แมวขนฟู....ช่วงนี้ขอตามรอยพ่อ #ตามรอยพ่อ #โครงการพระราชดำริ
space
space
space
<<
เมษายน 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
space
space
11 เมษายน 2559
space
space
space

...บินเดี่ยว ขับมอไซค์ ไปพังงา...












ทุกปีในการเดินทางด้วย 2 ล้อ
จขกท.จะตั้งสัก1ทริป เพื่อเดินทางคนเดียวในระยะเกิน 1000 km.
ให้เวลาตัวเอง 1 อาทิตย์  ไปอยู่กับธรรมชาติสวยงามของเมืองไทย
เรียกว่า "ปิดเทอมให้ตัวเอง" จากหน้าที่ การงาน และออกจากสังคมเมืองวุ่นวาย
ตอนเด็กเราเรียนหนังสือ ยังปิดเทอมตั้งเดือนนึง
แล้วนี่ทำงานแล้ว  จะไม่ให้โอกาสตัวเอง เป็นเด็กอีกสักครั้งหรือ.....

ทริปนี้เลือก จ. พังงา   เพราะอยากขับรถผ่านหุบเขาสวยๆ ไปดำน้ำเที่ยวทะเลที่หมู่เกาะสุรินทร์

เดินทางวันที่ 28 มีนา - 3เมษา 59
.........28 มีนา  พักหัวหิน 1คืน
.........29-30 มีนา พักเขาหลัก 2 คืน
.........31 มีนา-1เมษา  พักบนเกาะสุรินทร์ 2 คืน
.........2 เมษา  พักอ.คุระบุรี พังงา 1 คืน
.........3 เมษา  ยิงยาวกลับบ้าน

จุดหมายหลัก คือ อยากนอนกางเต็นท์ริมทะเล ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
ไม่เคยมีประสบการณ์กางเต็นท์นอนบนเกาะทางใต้เลย

เมื่อมีเวลา  มีร่างกายแข็งแรง  มีรถพร้อม  มีตังค์เติมน้ำมัน มีเต็นท์
กล้องพร้อม   มัดของท้ายรถ........ลุยยยยยยยย !!!!!

อุปกรณ์ถ่ายภาพ GoPro Hero4  ,canon 5DsR,canon 6D,

รถคู่ใจ Ninja 250  ค่ะ เข้าปีที่ 5 แล้ว

โดยทริปนี้ ใช้กล้องGoPro Hero4  เก็บภาพระหว่างทาง และภาพใต้น้ำทั้งหมด
ส่วน dslr ไว้ถ่ายเฉพาะมุมที่ต้องการเน้นสำหรับcrop  และถ่ายภาพกลางคืน


#GoProThailand    #GoProGoTravel #therestro #casadelaflora





.............................



กดแผนที่  ออกจากบ้าน 8.00  
คืนนั้นได้นอนแค่ 2 ชม. พึ่งจะจัดของใส่รถตอนเที่ยงคืน  พึ่งจะทำงานเสร็จถึงบ้าน5ทุ่มแล้ว
เรากำหนดวันเดินทาง  จองที่พักหมดแล้ว  จะเบี้ยวตัวเองไม่ได้
ง่วงก็ไปหานอนตามปั๊มเอา


พอเข้าพระราม 2  ฝนตกหนัก   คิดว่าจะเจอแดดร้อน  กลับไม่ใช่  ชุดกันฝนไม่ได้เอามา
เปียกสิ  เย็นสบายทั้งวันน


ทริปนี้พึ่งได้ลองเอากล้อง GoPro Hero4 มาใช้  สมบุกสมบันดี  ส่วนกล้องdslr  ไอโฟน เก็บห่อมิดชิด หยิบออกมาถ่ายอะไรไม่ได้ ฝนไม่ยอมหยุดตกซะที
พอช่วงพักเข้าปั๊ม เปิด wifi ส่งเข้ามือถือ โพสภาพบนfb instagram ได้ทันที  จะรายงานการเดินทางตลอดว่าถึงไหนแล้ว


ขับไป พักไป  หลบฝน จนมาถึงหัวหินบ่าย  ขึ้นไปวัดเขาตะเกียบถ่ายรูป
ปกติมาเที่ยวหัวหินก็จบทริปละ  แต่นี่ หัวหิน กลายเป็นแค่ทางผ่าน
ปรับอารมณ์ตามไม่ทัน 555



ในวัดนี้มีแมวน่าร้ากกก


และลิงที่ดูเป็นมิตร   


ภาพนี้
เอากล้องวางพื้น  เตะทรายใส่  ให้กล้องรัวถ่าย30ภาพ ต่อ 1 วิ มันสเจงๆ
สะบัดตัว สะบัดขา ให้แห้ง   
คืนนี้เราจะนอนพักที่หัวหินก่อน   หาอะไรอร่อยที่ตลาดโต้รุ่งกิน  



เข้าที่พักแล้ว   อยู่ในเขาตะเกียบ ซ.2
The Restro resort  พักที่นี่ไม่ต้องไปเจอรถวุ่นวายในหัวหิน  อยู่เลยไปทางเขาตะเกียบ  ห้องสวยแนวดี เป็นรีสอร์ทใหม่ของเพื่อน


เห็นที่นอนแล้ว  รีบโดด แล้วหลับให้เยอะที่สุด
พรุ่งนี้ตี 4  เราจะเดินทางต่อไปพังงา     


คืนนี้กลับตื่นเต้ล   นอนไม่หลับ  ชาร์ทกล้อง โทรศัพท์ พาวเวอร์แบงค์ให้เต็ม100%

นี่กลัวแบตหมดมากกว่า  กลัวนอนไม่พออีก   ฮ่าๆๆ



ได้เวลา ตี 4.00  ล้อหมุนน  มุ่งหน้าสู่ จ.พังงา
ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นข้างหน้านี้   ท่องไว้  ห้ามประมาท   
ร่างกายต้องไหว  ไม่ไหวต้องพัก

เที่ยวคนเดียว ก็มีความกลัวเหมือนกัน   กลัวโดนปล้น  กลัวอุบัติเหตุ  กลัวรถเสียกลางทาง....


ความเร็ว  ขับไม่ให้เกิน 120  
ถนนเมืองไทย  เดาอะไรไม่ได้  สุนัขวิ่งตัดหน้า  คนข้ามถนน  หรือมีน้ำมันหกลื่นบนถนน  ไม่ก็พวกกลับรถไม่ดูคนอื่น  เปลี่ยนเลนกระทันหัน    
จาก ประสบการณ์ที่เจอกับตัว    ทำให้ระวังเป็นพิเศษ คือ  รถชาวบ้านในท้องถิ่นนั้น  รถที่รอเลี้ยวเข้าซอย   และรถไฟเบรคเสีย   เจอไปดอกนึงพวกรถไม่มีไฟเบรค  เบรคเกือบรถล้ม  อย่าไปขับตามพวกนี้
เอาจริงๆ อย่าไปหวังแก้ไขคนอื่น  แก้ไขที่ตัวเรานี่ล่ะ    อย่าขับเร็ว
เทคนิคภาพนี้ขับ 40  เอากล้องโกโปรติดบนหมวกถ่าย  เซ็ตค่ากล้องให้สปีดต่ำสัก2วินาที


เติมน้ำมัน  เช็คลมยาง ให้พร้อม
น้ำมันถ้าเหลือครึ่งถังจะเติมอัดให้แน่นทันที   กลัวหมดกลางทาง
ถังนึงวิ่งได้เกือบ 400 โล ถ้าขับแบบเนียนๆ 
ช่วงรอ ก็หยิบโกโปร ว่างพื้นถ่าย  ลายดอกยาง 
ไม่รู้เป็นอะไร  เวลาได้เที่ยว  ทุกอย่างมันน่าถ่ายไปหมด


เตรียมเพลทยึดกล้องกับรถมาด้วย  ติดหมวก  ข้างรถซ้าย-ขวา 
เอาไปติดข้างรถ  ขับไปเรื่อยๆ เก็บภาพมุมแปลกๆระหว่างเดินทาง ที่กล้องdslr ถ่ายไม่ได้
เออ ....สนุกดี   


ในวันเช้ามืดของการเดินทาง   สักตี5ได้  
ขับผ่านป้ายทรงพระเจริญที่มีแสงไฟ รู้สึกถึงชีวิตที่มีความหวัง มีความรู้สึกปลอดภัย
เราจะไม่ยอมแพ้  ระยะทางอีก 500 km. เอง
กำลังใจเราหาได้จากรอบตัว  จากรถบรรทุกคันนี้
ขับไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็หมด 100 โล หมดสัก5ครั้ง เราก็ถึงที่หมาย

....เรา  รัก ในหลวง....





สักพัก  ฟ้ามาสว่างแถว ประจวบ
จังหวัด.นี้ ยาวนานเหลือเกิน    กว่าจะเจอป้ายเปลี่ยนจังหวัดปาไป100โล 
เจอพระกับเณร บิณฑบาตรพอดี


เช้านี้อากาศเย็นสบายยยย  มีแดดอุ่นๆเป็นเพื่อน
ชอบเดินทางเช้ามืด เพื่อดูอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า  ระหว่างขับรถ มันฟินดี


ชอบขับลงใต้ เพราะมีต้นไม้เยอะ   ไม่ทรมานเหมือนขับขึ้นเหนือที่ต้นไม้ลดลงทุกทีๆ
เวลาขับผ่านต้นไม้  เหมือนมีอากาศให้หายใจ  มีร่มเงาบังแดดให้
ทุกวันนี้ในเมืองอากาศร้อนเกินไปแล้ว   เพราะไม่มีต้นไม้  ลมพัดมีแต่ลมร้อน
พอได้ขับลงใต้อีก  มันชื่นใจ ที่ยังมีต้นใหญ่ไม้ริมทาง  ลมเย็นพัดเข้าร่าง



ถนนลงใต้ช่วงนี้ ต้นไม้ออกดอกสีสวยมากกกก  ขับกันเพลินตลอดเส้นทาง
แต่ทำถนนเยอะบางช่วง  เลนบีบเหลือเลนเดียว  
ขับมอไซค์สบาย  แซงได้  คล่องตัว
แถวนี้น่าจะช่วงเข้าชุมพรแล้ว  วัดจากลมร้อนที่ผ่านตัว


จอดพักในศาลา  ช่วงจ.ชุมพร  15 นาที 
พกกระติกน้ำเก็บความเย็นมาด้วย   ช่วยได้เยอะจริงๆ แนะนำคนขับทางไกลควรมี  อยากพักจิบน้ำตรงไหนก็ได้  ไม่ต้องรอถึงปั๊ม  
ในปั๊มหลายที่ ไม่ค่อยมีร่มให้รถมอไซค์จอด  ยิ่งหน้าร้อนแบบนี้  เบาะร้อนจี๋เลย
เราเลยเลือกจอดตามริมทางใต้ต้นไม้ใหญ่มากกว่า  นั่งในศาลาจิบน้ำเย็น
นั่งมองดอกไม้ร่วงหล่นริมทางก็สวยดี 
กล้องมีกี่ตัว หยิบออกมาถ่ายให้หมด อันนี้ใช้dslr


อันนี้ใช้โกโปร   จับกล้องนอนกลิ้งกับดอกไม้ริมทาง  คนก็ลงนั่งเล่นด้วย
คุยกับพี่คนขับกระบะที่จอดพักด้วย
มาคนเดียว มีกล้องกับธรรมชาติเป็นเพื่อน  พักผ่อน จิตใจให้เบาสบายยยยย
แล้วขับรถต่อ  พ้นจุดนี้ไปแล้ว  แดดแรงมากกกก  


ขับมาเจอป้ายนี้ ต้องจอดดดดดดดดด
เป็นป้ายแรกที่เห็นชื่อจังหวัด พังงา ชัดๆ  เหมือนให้กำลังใจตัวเองว่าจะถึงแล้วนะ
แต่ดูจากระยะทางในกุเกิลแมบ อีก100 กว่าโล

ส่วนตัวยังมือใหม่กับการออกทริปทางไกลอยู่

ภูเก็ตไปเมื่อปี 2557  เคยรีวิวกระทู้นี้
//pantip.com/topic/32151482
ได้ประสบการณ์จากทริปนี้มาใช้ได้เยอะ  

พังงาปีนี้   2559
กระบี่   สงสัยได้เก็บปลายปี  หาข้อมูลต่อ

ถ้าป้ายนี้เขียนหมดทุกจังหวัด คงตามเก็บให้หมดน่ะ ฮ่าๆ
หลังจากนี้ ยิงยาว ไม่พักละ   พลังมาาา


เจอป้าย "ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดพังงา"  มาพร้อมแสง
รู้สึกฮึกเหิมขึ้นทันที    ถึงแล้วววว
ภาพจากถนนโล่งๆ เปลี่ยนเป็นถนนท่ามกลางหุบเขา  เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงาเลยทีเดียว

ขี้เกียจหยิบกล้องใหญ่ออกมา  เอาโกโปรวางพื้นถ่ายนี่ล่ะ


ไปอีก 40 โล เพราะเราจะไปเขาหลัก   ทางเส้นนี้สวยมากกก


ขับมาเรื่อยๆ เจอมุมนี้เข้าไป  จอดดดด.......ดด...
สวยจริงๆ  วิวภูเขาแบบนี้  ตอนเวลา 16.00  
รีบหยิบกล้องใหญ่ออกมาถ่าย
ขับผ่านถนนเห็นวิวภูเขาหลายที่  มุมนี้สวยแปลกตาที่สุด
เห็นภูเขาทรงแปลกตาซ้อนทับกัน  
ถนนเส้นนี้อยู่ช่วงพังงา ไปเขาหลัก   อยากให้มาเห็นด้วยตากันจริงๆ


บางทีระยะทาง ก็สวยงามพอกับเป้าหมาย

ขับผ่านมุมนี้ ได้แต่พูดคนเดียวในหมวก  โอ้โห อือ้หือ สวยคอดด เทพเจงๆๆ 



พังงาเมืองสวยในหุบเขา....ฉายาจังหวัดนี้
อยากให้มาเห็นด้วยตาตัวเอง โดยเฉพาะชาว 2 ล้อ ถนนสวย โค้งงาม อากาศดี   
แต่ไม่ต้องมาสร้างตึกเยอะนะ   ต้นไม้บนภูเขาหายเดี๋ยวหายหมด




ถึงพังงาแล้ววววววววววว

840 km.

ถึงเขาหลักพอดีทันดูอาทิตย์ตก  พยายามมาให้ทันก่อนมืด
เวลา 17.30   ใช้เวลาเดินทางจากหัวหินมา 13 ชม.  ออกมาตอนตี 4
รู้ร่างกายตัวเองว่าไม่ได้แข็งแรงมากที่จะยิงยาว  ต้องจอดพักเรื่อยๆ  เราเผื่อเวลา++3 ชม.
เผื่อไว้จอดถ่ายรูปตลอดทาง    พักทุกปั๊มใหญ่  พักริมทาง
จากประสบการณ์ขับทางไกลมา
.......เราจะพักก่อนเหนื่อย  จะไม่เหนื่อยก่อนถึงพัก 


เก็บของเข้าห้องพักเสร็จละ

รีบมา ยินดูอาทิตย์ตก แช่น้ำคนเดียวตรงนี้
อารมณ์ดีใจอยากกระโดดโลดเต้นที่มาถึง  ปนกับความเศร้าจากสึนามิช่วงนั้น  บวกกับความปวดเมื่อยร่างกาย
มันบรรยายไม่ถูก  ทำอะไรไม่ถูก นอกจาก ยืนดูเฉยๆ จนอาทิตย์ลับไป


เราพักที่ Casa dela flora Resort เขาหลัก
เป็นเวลา 2 คืน ก่อนจะไปท่าเรือหมู่เกาะสุรินทร์
ขับรถมาเหนื่อยมาก  จะต้องพักให้ร่างกายนิ่งก่อน ค่อยลุยไปเกาะสุรินทร์


มาถึงมืด แสงหมด ไม่ได้ถ่ายอะไรมาก
นอนแช่น้ำ  แล้วหลับไป.........


เช้าวันใหม่  นอนตื่นสาย  หลับให้เต็มที่


ห้องน้ำกว้าง  สิ่งที่อยากได้ที่สุดคือ อ่างแช่น้ำอุ่น
ขับรถตากฝนมาหนาวๆ   ขอให้ได้แช่น้ำอุ่น ช่วยได้


ห้องพักมี2 ชั้น   ด้านบนห้องนอน  ด้านล่างห้องนั่งเล่น และสระว่ายน้ำส่วนตัว


ห่วงรถ รีบลงไปดู  เจอน้ำค้างเกาะเต็มกล่องท้ายรถ  


เช้านี้  ฟรุ้งฟริ้งซะหน่อย  
ในช่วงที่พักในรีสอร์์ท  จะพักฟื้นร่างกาย ไม่ทำอะไรนอกจาก เดิน กิน นอน เล่นน้ำ ถ่ายรูป  ชารทแบต





บรรยากาศรีสอร์ท  ตอนเช้า   สบายตา สบายใจ


เป็นรีสอร์ทติดทะเล  นอนดูทะเลทั้งวัน


มื้อเช้าละ   เติมวิตามินซีเข้าร่าง


มาใต้   ต้อง  แกงปู  เท่านั้นนนนน
เนื้อปูแน่นๆ  อร่อยมาก



และเนื้อแมว  เอ๊ย น้องแมว


ไปว่ายน้ำดีกว่า   ฝึกถ่ายรูป เซตค่า speed 1/8000 
หยุดน้ำนิ่งสนิททท


สระรวมในรีสอร์ท  ตอนเช้าไม่มีใครแย่งเล่น
เล่นคนเดียว กับกล้อง GoPro Hero4 สนุกสนานนน  
ไม่มีคำว่าเหงา



ส่วนตัวชอบดีไซน์โรงแรมนี้   เรียบง่าย ไม่เยอะ


เหมือนอยู่ในกล่อง


ปีนไปดูอาทิตย์ตกข้างบน   ขอดูแบบชัดๆนานๆหน่อย  เมื่อวานได้ดูแป็บเดียว


ทะเลกลมๆ 



พอช่วงค่ำ เป็นเวลาทองของการถ่ายรูปสถาปัตยกรรม


ไปวาดแสงเล่นริมทะเล   เตรียมไฟเย็นมาเพื่อการนี้



เตรียมเดินทาง  วันพรุ่งนี้ออกตี 5.00  อีก 95 km. ไปท่าเรือ
  ดูออกไหมว่าเป็นรูปมอไซค์  5555+


วันถัดไป  เรามุ่งหน้า ท่าเรือคุระบุรี    เพื่อนั่งเรือข้ามไปเกาะสุรินทร์
เรือจะมารับ 9.00  เช้า   เราออก ตี 5.00    เผื่อเวลาไว้เยอะ
เพื่อถ่ายรูปอาทิตย์ขึ้นระหว่างทาง 
ถือว่าเช้านี้ให้เป็นกำไรทริปจริงๆ 
ทางเส้นนี้สวยมาก   
ในตอนเช้า    มีหมอก  มีไอเย็น  มีอากาศสดชื่น  มีต้นไม้


ตื่นเช้าเป็นกำไรชีวิตจริงๆ
ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน   ท่องไว้......... ออกเดินทางก่อนอาทิตย์ขึ้น




เมื่อเรากำหนดเป้าหมาย  เดินทางไปให้ถึง    
ชอบแบบนี้มากกว่าปล่อยตัวเองใช้ชีวิตเรื่อยๆ ล่องลอย
ชีวิตที่มีเป้าหมาย   ทำให้เรามีแรงผลักดัน   เราอาจจะไม่รู้ว่าเราทำอะไรได้มากแค่ไหน
ถ้ายังไม่ได้ลองทำ
รถก็เหมือนกัน  2 ล้อ 4 ล้อ ไปได้หมด ไม่เกี่ยง cc.


หมอกบางๆตรงหน้า    
สวยชวนฝันนน


ผ่านอุโมงค์ต้นไม้   


วิวริมทางนี่เติมพลังชีวิตได้เยอะทีเดียว


ผ่านองค์เจ้าแม่กวนอิม  อาทิตย์ขึ้นตรงนี้พอดี


หยุดดูอาทิตย์ขึ้นสักพัก    
ถ้าไม่ออกเดินทาง  ก็คงนอนตื่นสายเหมือนเดิม


มีกล้องเป็นเพื่อน   ไม่มีเวลาให้เหงา  


ริมทางภาคใต้นี่  เจอสวนปาล์ม  สวนยางเต็มไปหมดดด

พอได้เห็นในตอนเช้านี้   
ภาพนี้ ถูกที่ ถูกเวลา จริงๆ


ถนนเส้นนี้ทางสวย   ลองมากัน
อีก 27 ล  จะถึงท่าเรือแล้ว


ถึงแล้ววววววว    จอดรถฝากในนี้ได้  
จองเรือของซาบีน่าทัวร์ไว้  
ออฟฟิศบริษัท  อยู่ตรงข้ามท่าเรือพอดี   รอเรือตรงนี้
ส่วนพวกหมวกกันนอคของสำคัญ  ฝากไว้ที่ออฟฟิศได้
ขนม กาแฟ มื้อเช้า ที่นี่มีให้หมด
ใครมา อย่าลืม กินข้าวเหนียวไก่ทอด ขายตรงนี้ อร่อยมาก

ส่วนเกาะสุรินทร์ มีกำหนดเปิด-ปิด ดังนี้

ปิด 1 พค.-31 ตค.
เปิด 1 พย.-30 เมษา  


เรือออก 9.00 น.  นั่งสปีดโบ๊ทไป  เจอโลม่ากระโดด อยู่ไกลๆ น่ารักกก


เป้าหมายของเราคือ  หาดไม้งาม  ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
นั่งเรือไม่ถึง 1 ชม.  เราจะผ่านช่องขาดก่อน
ถ้าจะกางเต็นท์นอน  กางได้ทั้งช่องขาด และหาดไม้งาม
แต่หาดไม้งาม วิวสวยกว่า


เราใช้ บริการเรือสปีดโบ๊ท  ของ ซาบีน่าทัวร์
เหมือนว่าจะมีเจ้าเดียวที่มารับ-ส่ง บนเกาะสุรินทร์ให้
ราคา 1700 บ.  
ส่วนใหญ่ทัวร์จะจัดแบบ one day trip  แล้วแต่เลือกว่าชอบเที่ยวแบบไหน
จขกท. อยากมาแนวนอนพักผ่อนบนเกาะมากกว่า 
จึงเลือกแค่ให้เรือมาส่ง - รับ แทน  ขากลับเรือมารับตอน 13.00  จะอยู่กี่วันก็บอกเขาไป
 ถ้าอยากดำน้ำก็ซื้อทริปเพิ่มเอา ราคา100-150 บ.
เราเที่ยวแบบ one day trip มาเยอะแล้ว
เห็นบรรยากาศ มันน่านอนติดเกาะสักครั้งในชีวิตนะ



เปลี่ยนเรือหางยาว  ให้มาส่งบนฝั่ง
ส่งถึงฝั่งเสร็จ เราต้องเดินป่าเข้าไปอีกนิดนึง  


ถึงแล้วววววววว  หาดไม้งาม   .....อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
เป้าหมายหลักของทริปนี้   



ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติ
สิ่งแรก ต้องอ่านป้ายห้ามต่างๆก่อน  จะไปลงเล่นน้ำทะเล

ห้ามทิ้งขยะ  ปรับ 20000 บาท


ค่าใช้จ่ายต่างๆ  ถ้านำเต็นท์มาเองเสียคนละ 80 บาทเท่านั้น
ส่วนอาหาร ในนี้มีแต่ราคาแพง  พวกตามสั่งจานละ 100 บ.ขึ้นไป
มาม่าถ้วยละ 30บ.
น้ำร้อนฟรี  น้ำดื่มฟรี(ไม่เย็น)
ถ้าเที่ยวแบบประหยัด เตรียมมาเองดีกว่า
ที่ชาร์ทโทรศัพท์มี  ควรเตรียมปลั๊กพ่วงมาด้วย  คนแย่งกันชาร์ทเต็มช่อง


มีเรือเมล์บริการพาไปดำน้ำทั้งของอุทยาน และบริษัททัวร์
ราคาราวๆ 100-150 บาท  มีวันละ 2 รอบ จะไปไหน คอยดูป้าย จนท.ติดบอกไว้ในแต่ละวัน


เจ้าหน้าที่แอบถ่ายเซลฟี่ตอนหลับ  



ที่กางเต็นท์ แบ่งเป็นหลาย zone  เช่นโซนอุทยาน  โซนเต็นท์บ.ทัวร์  โซนเตรียมเต็นท์มาเอง
จขกท.เลือก จองจากในเว็ปมาก่อน  เพราะกลัวเต็ม  จริงๆมาวันธรรมดา เลือกที่กางได้เลย  ว่างเพียบบบ  แต่ให้อยู่ในโซนที่เขาจัดให้สำหรับคนที่นำเต็นทมาเอง
ข้อมูลอยู่ที่นี่ทั้งหมด  

//www.dnp.go.th/parkreserve/tent_reservation.asp?lg=1

นักท่องเที่ยวบนนี้มีแต่ฝรั่ง
มาเป็นครอบครัวบ้าง   เจอคนนึงมาคนเดียวกับกีต้าร์1ตัว ชิวดี
ฝรั่งเขาจะอยู่เงียบๆ ไม่โหวกเวกโวยวายรบกวนคนอื่น




กางเต็นท์เสร็จแล้ว  เล่นน้ำดีกว่า
ทะเลสวย  น้ำใส  หาดทรายขาว  สบายตา


ถ่ายตอนแดดเที่ยงๆ  จะได้รีเฟลคของน้ำชัดใส
วางกล้อง  ไปเล่นน้ำ


ภาพทะเลเด่วมาต่อ  เพราะแดดหมดแล้ว
ตอนนี้มืด  บรรยากาศเงียบสงบสุดๆ



ท้องฟ้าเห็นดาวชัดมาก   ลมทะเลพัดเย็นสบาย
กลางคืนเอาเสื่อไปปูนอนริมทะเล  เห็นปูเสฉวนตัวใหญ่่ เจอปูลมวิ่งกันเกลื่อนหาด
ดาวหน้าหาดเต็มฟ้า


ดาวเป็นล้านดวงเลยยย   
ปู่เสือ นอนดู มีความสุข


เปรียบเทียบมุมต้นโกงกางตอนกลางวัน


ตอนกลางคืน

นอนดุูดาว....แล้วหลับไป........


ในเช้าวันใหม่   
ตื่นมาเจอภาพนี้ตรงหน้า
ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้านนน
ลมเย็นพัดเข้าเต็นท์ตลอด  เสียงทะเลเพราะกว่าที่เคย
ในที่สุดก็มีประสบการณ์นอนติดเกาะบนทะเลอันดามันแล้ว
คุ้มที่ขับรถมา 930 km. จาก กทม.-เขาหลัก-คุระบุรี

ภาพนี้ใช้กล้องGoPro Hero4   ถ่าย เลนสมันกว้างเก็บครบบบ



มีทะเลสวยใสอยู่ตรงหน้า

ทะเลจะถ่ายภาพสีสวยสุดในตอนสายของวัน 9.00-12.00


เม็ดทรายนุ่มละเอียด  speed 1/4000  โยนทีเดียว รอจับจังหวะ


ทรายใต้น้ำ ยิ่งเนียน นุ่มมม 
แค่ดำเล่นหน้าหาด ก็คุ้มแล้ว  มีกล้องถ่ายใต้น้ำมาสักตัว  สนุกกกก


มีปูเสฉวนตัวเบิ้มมมมเดินผ่านไปมา  ไม่เคยเจอตัวใหญ่ขนาดนี้นะ
ธรรมชาติที่นี่สมบูรณ์จริงๆ


นั่งตรงไหน  เจอทั่วไปหมด  เป็นมิตรกับคนดี  


มาเป็นกองประกวด ใครเปลือกสวยสุด  


พอมืดลง เห็นมันเดินจูงมือกันลงทะเล  เมื่อคืนถ่ายไม่ทัน  ง่วงซะก่อน
เป็นภาพประทับใจที่สุด  ตอนค่ำ เจอเดินกันเป็นขบวนลงทะเล


เอาลูกมาเที่ยว ตากแดด ดำเชียว


พอเราไปนอนเล่นแช่น้ำริมหาด  เห็นปลาตัวสีขาว ว่ายมาหาไม่กลัวคนเลย


หาดไม้งามหน้าหาดไม่กว้างมาก  เดินได้ทั่ว   มุมด้านนี้มีป่าโกงกาง


จนท.บอกว่า  ลูกฉลามชอบมาว่ายหาอาหารแถวนี้   แต่ไม่เจอทริปนี้


มุดดูใต้น้ำก็ไม่มา


ปูลมขุดไว้มั้ง


บนเกาะมีต้นหูกวางให้ร่มเงา
ใบร่วงหล่นไปตามธรรมชาติของมัน


แต่สิ่งนี่ไม่ใช่ธรรมชาติแล้ว  มันคือ ขยะ
หาดที่สวยงามยังมีขยะ    
สมัยนี้พอรีวิวเที่ยวไหน คนก็แห่ตามกันไป  
ใจนึงที่คิดไว้เมื่อมาถึง คือ ไม่อยากรีวิวให้ใครรู้จักมาก  พอมากันเยอะ ก็พาขยะมาเยอะ
เราจะไม่เหลือทะเลสวยๆให้คนข้างหลังดูในอนาคตแน่
แต่อีกใจนึงก้อยากรีวิว  ธรรมชาติที่สวยงามในไทยยังมีอยู่  ผลพลอยได้ก็คนพื้นที่มีงานทำ  มีรายได้เข้ามาอุทยานบำรุงพื้นที่  คนเที่ยวที่มีจิตสำนึกที่ดียังมี
เกาะสุรินทร์ขึ้นชื่อว่าสวยธรรมชาติสมบูรณ์มากที่สุด   เก็บเขาไว้ให้เราได้เห็นนานๆดีกว่า
เราเที่ยวกันแบบสงบ  แบบอนุรักษ์กันดีกว่ามั้ย  



อันนี้ไม่ใช่ขยะ..............ได้เวลาลงเรือไปดำน้ำแล้ว  จะตกเรือละ




เราจะขึ้นเรือแบบนี้ไป  เขาจะพาลงดำน้ำประมาณ 2-3 จุด


ทะเลสีสวยมากก


มือไม่พาย  เอากล้องราน้ำ


ก่อนเปียก  เขาพาไปดูหมู่บ้านมอร์แกน
เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้นานมากแล้ว
ลักษณะบ้าน สร้างจากธรรมชาติล้วนๆ


เป็นหมู่บ้านที่อยู่มานานแล้ว   
เมื่อที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว   ก็เริ่มมีการขายของที่ระลึกที่ทำจากธรรมชาติ


เด็กชาวมอร์แกน  แม่ค้าขายของ


เด็กชายมอร์แกน


กลางวันที่นีร้อนมาก    


ไฮไลท์ของเกาะสุรินทร์ คือ ดำน้ำ ดูปลา  ปะการัง
มาเด๋วเราจะพาไปดู  มีอะไรบ้างใต้ทะเลที่นี่   
หยิบกล้องลงน้ำโลดด    โดยเราจะดำน้ำตื้น สนอกเกิลลงไป แบบ freedive

ในทริปดำน้ำ  เก็บของมีค่าไว้ในตู้ล็อคเกอรของอุทยาน  ซึ่งมีให้เช่าวันละ 30 บ. 
ใครกังวลเรื่องของมีค่า อย่าทิ้งไว้ในเต็นท์     
ภาพใต้น้ำใช้ GoPro Hero4 ถ่ายทั้งหมด


มีไกด์ท้องถิ่น  น้องปลาหูช้าง พาเราไป


และ พี่เต่า  
พาไปดูฝุงปลา


มาเป็นฝูงอลังการณ์มาก


ไม่กัดคนนะ  ว่ายน้ำเล่นกับปลา สนุกดี


แกงค์นี้สีสวยทั้งนั้นนน  


ว่าไงมนุษย์


อย่าเข้ามานะ  ดูอย่างเดียว ห้ามจับ


นีโม่มันน่ารักนะ  อยู่ในดอกไม้ทะเล เค้าจะพลิกตัวไปมาน่าเอ็นดู


ดอกไม้ทะเลที่อำพรางตัว   ตรงไหนมีดอกไม้ทะเล  เจอนีโม่ทุกครั้ง
ดำน้ำทุกจุด เจอนี่โม่ทุกจุด  แม้แต่ดำหน้าหาดก็เจอ


ให้เจ้านี่เป็นพระเอกเลย  เจอกล้องละทำตัว ดุ๊กดิ๊ก


ตัวที่แปลกที่สุดคือ  ดาวมงกุฏหนาม 
ตัวนี้อันตราย มันกินปะการังเป็นอาหาร   แต่ทำลายไม่เท่ามนุษย์หรอก
เห็นปะการังตาย ฟอกขาวเยอะกว่าที่คิดไว้


ปลาวัวไททัน   หน้าตาตลกดี  แต่ อย่าไปใกล้มันนะ   ดุสายโหดเลยทีเดียว
ถ้าถุกมันจู่โจม  อย่าว่ายน้ำขึ้นด้านบน  ให้ว่ายออกด้านข้าง


ต่อไปก็ฝูงปลามากมาย   หลายตัวสวยๆที่ถ่ายไม่ติด  ว่ายตามไม่ทัน


ปลาเล็กๆพวกนี้ไม่อันตราย


เจอเยอะมาก  รองจากปลาเสือ



ขึ้นฝั่งแล้วว  เหนื่อยยเหมือนกันนะดำน้ำแต่ละจุด
นอนแช่หน้าหาดก็ฟินดี   
เตรียมอาบน้ำ ประแป้ง  นอนดูดาวคืนนี้ต่อ
พรุ่งนี้เตรียมกลับขึ้นฝั่ง
ฝากรอยเท้าไว้นิดนึง  เก็บได้มากที่สุดคือภาพถ่าย และเม็ดทรายติดเสื้อผ้าไป


เช้าวันรุ่งขึ้น  รอเรือรับเวลา 13.00  เพื่อขึ้นฝั่ง
เหนื่อยจากดำน้ำเมื่อวาน  เช้าวันนี้ให้เวลาตัวเองดื่มด่ำกับบรรยากาศบนเกาะสุรินทร์  วางกล้องถ่ายรูปสักพัก   นอนรับลมเย็นๆ  อิ่มธรรมชาติ อิ่มทะเล


ไปแล้วนะ...............เกาะสุรินทร์
หลงรักเข้าแล้วไง   เดี๋ยวเกาะเปิดปลายปี  คงได้มาอีก


ขึ้นฝั่งแล้วเวลา 15.00 หาที่นอนแถวคุระบุรีต่อ  
เช้าวันใหม่ 10.30  เราเดินทางกลับ   ขามาเราวิ่งทางสุราษ
โดยวิ่งขากลับ  ไปทางระนองแทน   ถนนเส้นนี้สวย โค้งเพียบบ
กลิ่นยางมะตอยหอมกรุ่น 555+


ระหว่างทางแวะเที่ยวหาดประพาส
เจอปลา1ตัว



ขากลับเริ่มหมดพลังจากการถ่ายรูปแล้ว   ขับรถแวะอุทยานแห่งชาติแหลมสน
สำรวจไปเรื่อยๆ เผื่อทริปหน้าอยากมากางเต็นท์นอนนี่


ผ่านเข้าระนองแล้ว   เที่ยวภูเขาหญ้า  ตอนนี้เป็นดินอยู่   หาง่ายอยู่ริมถนน
แต่แดดตอนนี้มันร้อนมาก  ตรงกับเวลา12.00พอดี
ฝั่งตรงข้ามมี ปตท Amazon ให้ตากแอร์พักได้สัก 30 นาที  


ถนนเส้นคุระบุรี-กระบุรี-ชุมพร
ทางนี้โค้งสวย  ภูเขาต้นไม้มีครบ
แต่ทำทางเยอะ  ดมกลิ่นยางมะตอยกันเวียนหัว   ถนนพังก่อสร้างหลายจุด


ขับพ้นระนอง  ชุมพร  ประจวบ พักทานข้าวหัวหิน
ตัดสินใจขับกลับบ้านเลย  ไม่นอนพักต่อ ทดสอบร่างกายตัวเอง
แล้วก็ถึงบ้าน 24.00    
สลบบบบบบบบบบ

รวมระยะทาง ไปกลับ 1700 km.
เติมน้ำมัน โซฮอล 91 ประมาณ 4-5 ถัง


............................................................................
ต่อไปจะพูดถึงการเตรียมเดินทางและกล้อง

การเดินทางในหน้าร้อน(มาก) แบบนี้  ส่วนตัวไม่ชอบ  แต่ดันว่างในช่วงนี้
ก่อนเดินทาง  ได้ซ้อมขับตากแดดแถบชานเมืองก่อน
รู้เลยว่าต้องเตรียมของชิ้นนี้ คือ
"กระติกน้ำสุญญากาศเก็บความเย็น" แนะนำสัก 0.75 ลิตร
ช่วยได้เยอะจริงๆ  เหนื่อยก็จอดดื่มได้ตลอด ไปตจว.หาปั๊มพักยาก

ส่วนการเตรียมรถก่อนเดินทาง
เปลี่ยนยาง  เตรียมชุดปะยาง  ถ่ายน้ำมันเครื่อง 
เตรียมกระเป๋ากันน้ำ  สายรัด
ติดกล่องหลังใหม่  นี่ช่วยได้เยอะ    รู้งี้ติดตั้งนานแล้ว   555+  

ต่อไปส่วนของกล้องถ่ายรูป
ปกติใช้แต่ dslr ถ่ายตลอด  
พึ่งได้ลองใช้ GoPro Hero4 ครั้งแรกกับการเดินทาง ใช้งานได้ตอบโจทย์ตัวเองดี
โดยเฉพาะถ่ายรูประหว่างทาง  กล้องเล็ก กันน้ำ สมบุกสมบันดี   ไฟล์ภาพดีนำมาปรับแต่งต่อได้ แม้จะดัน iso 800 
ข้อจำกัดมันก็มี คือ แบตหมดเร็ว  ดีที่ชารทกับpower bankได้
ถ้าจะถ่ายด้วย dslr นี่ต้องเจอวิวที่อยากถ่ายจริงๆ
ซึ่งเรามักจะเพลินกับการขับกินลม เล่นโค้งเพลิน จนไม่อยากถ่าย ไม่อยากจอดก็หลายครั้ง
แล้วกลับมานึกเสียดาย ทำไมไม่จอดถ่ายมุมนั้น  

................................................................................

ทิ้งท้ายกับชีวิตเดินทาง

เหตุผลที่อยากเดินทาง คือ เพื่อถ่ายภาพ 
เหตุผลที่อยากไปคนเดียว คือ ได้อยู่กับตัวเอง
เหตุผลที่อยากขับมอไซค์เที่ยว คือ อิสระ



ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางค่ะ

............เมื่อคิดอยากไปไหน  แค่มองภาพถ่ายยังไม่พอ  ต้องไปให้ถึง..................


บินเดี่ยว เที่ยวพังงา 2016..............







Create Date : 11 เมษายน 2559
Last Update : 19 เมษายน 2559 18:06:17 น. 6 comments
Counter : 2579 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 12 เมษายน 2559 เวลา:4:40:18 น.  

 
คนหัวฟู Travel Blog

แม่โมคงได้ปิดเทอมให้ตัวเองบ่อย ๆ ค่ะ ถ้าเป็นผู้ชาย คงจะห้าว ๆ ไปไหนไปกันไปเองอย่างคนหัวฟูแน่ ๆ ค่ะ
ภาพถ่ายใต้น้ำสวยมาก สด ปลาน่ารัก


โดย: mariabamboo วันที่: 12 เมษายน 2559 เวลา:12:22:33 น.  

 
เป็นทริปที่สุดยอดมากเลยครับ ภาพถ่ายก็สวย สนใจกล้อง Gopro ขึ้นมาเลยครับ รอติดตามทริปต่อไปครับ


โดย: ไอฟายน้อย (Ces ) วันที่: 16 เมษายน 2559 เวลา:6:35:33 น.  

 
มาเที่ยวด้วยค่ะ
Travel Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 17 เมษายน 2559 เวลา:3:19:53 น.  

 
สุดยอดเลยจริงๆ ติดตามคนหัวฟูมาตลอด ได้แรงบันดาลใจเยอะเลย ภาพใต้น้ำสวยมากๆ😊


โดย: ketsarajames IP: 49.229.47.81 วันที่: 18 เมษายน 2559 เวลา:11:05:46 น.  

 
ซ้อนมอไซด์ไปเที่ยวด้วยคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 19 เมษายน 2559 เวลา:5:34:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

คนหัวฟู
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




เด็กบ้า

space
space
[Add คนหัวฟู's blog to your web]
space
space
space
space
space