ฟันฝ่า หาฝัน
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
10 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
๏ ช่วยกันบ้าง >>> กลางวุ่นวาย <<< กลายวุ่นวาง ๏

09.06 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ กี่ทาง กลางที่เจ้า .............. แสวงหา
บางกอก บอกกลางนา .......... ก่อนนั้น
กลางบ่อน กร่อนบางตา ......... หรือเบียด แน่นแน
กลางอยู่ กู่ยางปั้น ................ แต่งไร้ยางอาย

๏ นายใจ ไหนจ่ายให้ ............ บ่าวกาย
จ่ายพิษ จิตไพร่หมาย ............ จิตเจ้า
บ่าวนาย บ่ายหนาวคลาย ........ ร้อน ฤ
จี้เผ่า เจ้าพี่เฝ้า ..................... กราบเท้าเจ้านาง

๏ กลางร้าย กลายล้างไล่ ........ ซ้ายขวา
ใช่อยู่ ชู้วว์ใหญ่มา ................. ไล่เจ้า
หวังรอด วอดหลังหา .............. รู้ไม่
ใช่เด่น เช่นได้เท้า ................. ตบไม้ตบมือ

๏ กระสือด่า กระสาดื้อเลือก .... เป็นนาย กบเอย
เจ้ากบ จบเกล้าวาย ............... วอดสิ้น
นำจิต นิดจำสาย ................... บ่ายคิด
คำปู่ ครูปล้ำดิ้น ..................... คิดด้วยคำใด- ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว จิตเป็นเจ้าต้องนำใจ บารนี ๚ะ๛

09.31 น.

***
09.31 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ กาย มรณะ มะระ-นอนะแรด
บ่าว แก่แดด glad แด-ดิ้นแค่ไหน
กาย เนื้อเรา เน่าเหลือ-เลือดเนื้อเชื้อไข
บ่าว ไพร่ทาส พลาดไท้-เลิกให้ฤๅ

๏ ใจ ไหวสั่น หวั่นใส-ขุ่นใจจับ
นาย สนศัพท์ สับสน-จนใจหรือ
ใจ คิดรอด คลอดฤทธิ์-ใจ kid ดื้อ
นาย หลงอื้อ รื้อองก์-หลงรูปนาม

๏ นามธรรม ใจ ไทยจำ-คำอมตะ
มรณะ ไหมไหนมะ-อาถรรพ์ห้าม
รูปธรรม เน่า เฒ่านำ-บ่าวย่ำตาม
ใจ กายนำ กรรมนาย-ตายแน่นอน

๏ จิต เป็นเจ้า เป้าเจน-จัดเห็นพระ
จิต อมตะ อ๊ะ! มะตำ-อำพระสอน
นามธรรม จิต ทิดจำ-คำร้อยกลอน
นำ สอนใจ ใสจร-ก่อนเลือกข้าง-กลางวุ่นวาย<>กลายวุ่นวาง บารนี ๚ะ๛

09.55 น.

-------------------------------------------------------------------------------

บ่าว นาย เจ้า ... เจ้าเป็นใคร ... เจ้าเป็นบ่าว เจ้าเป็นนาย ใช่หรือ เจ้าเป็นเจ้า

กาย ใจ จิต ... วลีกลาง-วางกาลี ... ใจน้องพี่คิดอะไรอยู่ ... ดูใจกันมันสับสนจริง


กาย ... คราบสังขารของคนเรา เราไม่อาจจะควบคุมได้ ต้องแตกดับไปตามกาลเวลา

ใจ ... จิตวิญญาณของคนเรา เราควบคุมได้ จะให้สุขใจ หรือ ทุกข์ใจ อยู่ที่ใจเราเอง

พระพุทธเจ้า - เผ่าพุทธจ้ะ
ทรงตรัสรู้ ---- สูตัดซะหลง
ความจริงใน -- ไฟจริงนาม
ใจนำกาย ---- กายนำใจ
ใช่ ----------- ใช่
ธรรมชาติ ---- ทาสมะช้ำ

ควบคุมกายไม่ได้ต้องแตกดับตายไป กายเนื้อจับต้องได้ เป็นรูปธรรม ล้วนต้องมรณะ

ควบคุมจิตวิญญาณให้ไปเกิดใหม่ได้ จิตวิญญาณจับต้องไม่ได้ เป็นนามธรรม ล้วนต้องอมตะ

ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว จิตเป็นเจ้าต้องนำใจ

ใจ เป็นรูปธรรม หรือ นามธรรม

มีกาย ต้อง มีใจ ... คือ หัวใจ ที่เป็นรูปธรรม ต้องมรณะตามกาย นายต้องตายตามบ่าว

มีจิต ต้องมีใจ ... คือ ใจคิด ที่เป็นนามธรรมตามจิตวิญญาณ เจ้าต้องไม่ตายตามนาย

ใจเป็นกลาง ... ใจเราสับสนวุ่นวาย จะรักษาใจให้เป็นอมตะได้หรือไม่

ใจกาย กายใจ ... เป็นคู่คำภาษาไทยที่มีใช้ในชีวิตประจำวัน ... นายต้องเดินนำหน้าบ่าว

ใจกาย ใจเป็นนายนำบ่าวไปทางไหน ทาง อมตะหรือมรณะ
กายใจ ไยจึงให้บ่าวนำหน้าไปในทางที่บ่าวอยากเป็นอมตะ

จิตใจ ... เป็นคู่คำไทยเพียงคู่เดียว ที่ไม่มีคำว่า ใจจิต ใช้ในภาษาไทยเรา

ไม่น่ามีข้องกังขาใจใดเลยสำหรับท่านผู้มีดวงตาเห็นธรรม

จิต เป็นอมตะ ต้องนำใจไปสู่ความเป็นอมตะ คือ ตายแล้วไปเกิดใหม่

ควบคุมจิตบริสุทธิ์ของท่านไว้ให้ดี แล้วท่านจะได้เกิดใหม่ในศาสนาของศาสดาพระองค์นั้น เมื่อคำสอนของเราสิ้นสุดลงในห้าพันปี

ยังมีคนสมัยนี้เข้าใจจำคำบอกใบ้ทางของพุทธองค์ที่เราเคารพบูชากันบ้าง

ควบคุมจิตบริสุทธิ์ไว้ให้มั่น แล้วท่านจะได้เกิดเป็นสัตว์ประเสริฐ
หากปล่อยวาง ขว้างจิตบริสุทธิ์ทิ้งไป จิตบริสุทธิ์ที่สัตว์ประเสริฐไม่ควบคุมไว้ จะดับสลายไปเกิดเป็นจิตในภพที่สูงหรือต่ำกว่าสัตว์ประเสริฐกันนะ

ท่านผู้เฒ่าที่ควบคุมจิตบริสุทธิ์ไว้ไม่ได้ จะไปเกิดใหม่เป็นอะไรนะนี่

กาย ใจ จิต --------------- ใจเป็นกลาง วุ่นวายสับสนที่สุด

วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ --- วัยรุ่นเป็นกลาง ท่ามกลางความสับสน เพราะ เป็นเด็ก หรือ เป็นผู้ใหญ่

ชาย เกย์/กระเทย หญิง --- เกย์/กระเทย เป็นเพศที่เป็นกลางจริงหรือ เป็นเพศที่สับสนวุ่นวายจริงหรือไม่

ถามใจท่านเอง ... ท่านเร่งให้คนกลางมาหานายกปกครองประเทศไทย ท่านแน่ใจแล้วหรือว่า ท่านจะอยู่รอดปลอดภัย

ถามใจท่านเอง ... ท่านเลือกข้างอยู่เป็นอมตะด้วยวิถีใด-วิถีให้ตัวท่านอยู่รอดตลอดไป หรือ จะให้เลือดเนื้อเชื้อไขท่าน ก็คือลูกหลานท่านอยู่รอดตลอดไป

วายวุ่นใจกลาง-วางวุ่นใจกาย ... ท่านจะไม่ปล่อยวางกันบ้างเลยหรือ

สวัสดีประเทศไทย

-------------------------------------------------------------------------------
จารึกไว้ด้วยขวัญจินตกวี-วิบัติภัยประเทศท่าน<>วิบัติผ่านประเทศไทย-ในวันนี้

<<< นกผี ---> กวีคำผวน*กวนวะคำผี*กวนหวีคำพระ <--- หนีผก >>>
-------------------------------------------------------------------------------


Create Date : 10 เมษายน 2553
Last Update : 23 เมษายน 2553 20:58:49 น. 113 comments
Counter : 1960 Pageviews.

 
10.48 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ จุดยำ จำหยุด บ้า ............ ตามเขา
เขลาใช่ ไข้เฉา เพลา .......... มากน้อย
น้อยมาก นากหม่อย เหงา .... หงิกง่อย
หงอยกลับ งับกลอย ก้อย .... เกี่ยวน้องกลับนา

๏ ป่าช่วย ป่วยช้า มาก ......... สมุนไพร
ไพร่เอก เพลกไอ้ ไอ .......... โขลกนั้น
โขกกลับ คลับโก๊ก ไย ......... โก๊กยับ
กลับโยก โกรกยับ ปั้น ......... แต่งเกล้ามวยผม

๏ ติดจม ตมจิต ล้าง ............ โคลนสระ โกนเวย
ตรมหนัก ตักนม คละ ........... คลุกเคล้า
แปะหน้า ป่าแนะ นะ ............. นวดอบ สมุนไพรแน
มีวุ่น หมุ่นหวี เจ้า ................. แต่งเผ้าผมสาง

๏ กร่างวาย กรายว่าง เว้น...... เจรจา
จินต์นาก จาก นินทา ............ ว่าร้าย
ว้ายกรี๊ด หวีด กรายหา .......... วายวุ่น
เจ้าค่ะ จะเข้า ป้าย ................ หนึ่งน้องนวลถนอม ๚ะ๛

11.12 น.

-----------------------------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๘ ] ... บ้า ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W8961233/W8961233.html
-----------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 104

10.21 น.

๏ บ้านผวน บ้วนพล่าน บ้า ....... กันโคลง
เคลงแหลก แขก เหลงโหลง ... หลบหน้า
ที่ศาล ท่านซี โผง ................. ผางแน่น
บ่อนไพร่ ใบ้ผ่อน ผ้า ............. ล่อนจ้อนหอนโหย

๏ ใช่โกย โชย ไก่ฟ้า ............ กลิ่นสาบ
สางหนัก ศักดิ์นาง ราบ ........... คาบ-แก้ว
ตา-นก ตกนา คาบ ................ แก้วกลับ
บ้านแขก แบกคร้าน แล้ว ........ ผ่องแผ้วแขกปา-ทานทุกวัน เฝ้ายามอยู่บ้านโคลงผวน บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

10.39 น.

-----------------------------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

******* ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๗ ยินดีต้อนรับค่ะ******* ... ของ คุณ: สุนันยา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9086544/W9086544.html
-----------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 171

09.40 น.

๏ ๗๙. นก โก๊กเน่า มากล่าวลา
ศาลาอ้อน ร้อนอา รมณ์หน้าแล้ง
ป่าดงสวน ดวลสง กรานต์ลงแดง
สวนแห้งน้ำ ห้ามแน่ง น้อยแห้งล้ม

๏ หมดแรงดิ้น ลิ้นแดง แรงร้อนใน
ทรางขุมไล่ ไข้รุม สุมหัว-ก้ม
หน้า-เจียมตน จนเตรียม เสียมจอบจม
จกดินก้ม ดมกลิ่น น้ำสินใจ

๏ ลองกองดก กกดอง หนองน้ำแห้ง
ด้วยแสงแดด แสดแดง แปลงผลไม้
เป็นทุนต่อ ท่อตุน น้ำขุ่นใส
วันใดเห็น เดนไห จะไหว้ขอขมา-หางานเก็บล้างจานแก้วตาศาลาคนสวย แม่เอยบารนี ๚ะ๛

10.09 น.

แก้ไขเมื่อ 11 เม.ย. 53 10:12:38



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 11 เม.ย. 53 10:10:06
-----------------------------------------------------------------------------

แก้ไขเมื่อ 11 เม.ย. 53 10:43:12



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 11 เม.ย. 53 10:38:00
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 11 เมษายน 2553 เวลา:11:13:20 น.  

 
18.17 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ตีเพื่อนตาย พ่ายเตือน กันเพื่อนกลุ้ม
TuMan คุ้ม มุมแค้น คิดแค่นไผ
เป็นคนเมือง เคืองมนต์ คนบ้านไพร
ส่วนน้อยใหญ่ ไหนย่อย ยับถ้่อยคำ

๏ หวังจะรอด จอดระ-วังจะรั่ว
ชันยามั่ว ยั่วมา นกบ้าปล้ำ
ปลุกเพื่อนแท้ แพ้เถื่อน เพื่อนหลงธรรม
แก้คำกลอน คอนกรรม เวรทำทาน ๚ะ๛

18.30 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

๏ ช่วยกันบ้าง >>> กลางวุ่นวาย <<< กลายวุ่นวาง ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9106043/P9106043.html#3
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

เมตตาธรรมค้ำจุนโลก
โลกนี้อยู่ได้ด้วยเมตตา
ขอให้เมตตาจงเกิดกับมาร์ค ยุบสภาเสียทีค่ะ

เคยอ่านหนังสือเซน
ไร้จิต ก็ไร้ตัวตนค่ะ

จากคุณ : ความทุกข์ของกะทิ
เขียนเมื่อ : 10 เม.ย. 53 11:35:24 A:97.73.71.82 X:97.73.64.146
: นกโก๊ก



ความคิดเห็นที่ 2

@ อนิจจา พร่ากฎหมาย ทำลายสิ้น
หลักแผ่นดิน สั่นคลอน โอนง่อนแง่น
ข้อบังคับ ยับยู่ ถูกดูแคลน
โอ้แบบแผน แหลกรื้อ ด้วยมือโจร

ฤๅแผ่นดิน สิ้นธรรม คอยนำหนุน
ใกล้หมดบุญ ทุนลด ปลดหัวโขน
ชั่วสามานย์ ทะยานแยก แหกกระโจน
กู่ตะโกน เสียงสนั่น อึงลั่นไป

วิญญาณรู้ ปู่ย่า น้ำตาตก
สุดระกำ ช้ำฟก หมองอกไหม้
สู้ร่วมกัน ฟันฝ่า รักษาไทย
มาบรรลัย ใต้สามานย์ ลูกหลานตน

น่าอับอาย ขายหน้า ประชาโลก
ก่อทุกข์โศก วิโยคเกิด กำเนิดผล
รอคืนวัน พลันเติบใหญ่ ในกมล
แผ่พิษซ่าน ประจานตน ตราบจนตาย

ทางเยียวยา รักษาไว้ มิให้สิ้น
ซึ่งแผ่นดิน ถิ่นสกล จนเสียหาย
จำเชือดหั่น บั่นกาลี บี้ทำลาย
หากเสียดาย หายนะ จะมาเยือน

เสียเพียงน้อย เพื่อว่า รักษาใหญ่
เอาทิ้งไป ไสหยาบช้า ความป่าเถื่อน
ไล่ตะบึง ซึ่งจริต คอยบิดเบือน
ให้คล้อยเคลื่อน เลื่อนลด เสี้ยนหมดไทย...@

แก้ไขเมื่อ 10 เม.ย. 53 12:14:10

จากคุณ : TuMan
เขียนเมื่อ : 10 เม.ย. 53 12:13:13 A:111.84.44.67 X:
: นกโก๊ก



ความคิดเห็นที่ 3

17.00 น.

๏ อนิจจา พร่ากฎหมาย ทำลายสิ้น
TuMan ลิ้น หมิ่น Land แลนลิ้นแลบ
หมายกฎพร่า กล้าพจน์ ปลิ้นปดแสบ
อีแอบกด อดแกลบ ใครเเอบกิน

๏ ฤๅแผ่นดิน สิ้นธรรม คอยนำหนุน
น้ำใจคุณ จุนใคร นายกู้สิน
แจกทาสไพร่ ไถ่พลาด ชาติพังภิณฑ์
แผ่นดินแยก แดกยิน ดีกินกัน

๏ วิญญาณรู้ ปู่ย่า น้ำตาตก
วิญญาณครก ยกคลาน ต้านสากสวรรค์
จักรวาลยิน วิญญาณ เทพมารยัน
ร่วมดันแบก แดกบัน ดานบัลลัย

๏ น่าอับอาย ขายหน้า ประชาโลก
นกโก๊กเป้ง เกร็งโป๊ก กระโหลกให้
ดีแท้พูต ทูตแพ้ แก้ทางใน
ดีการได้ ไกลด้าน หน้าศาลดำ

๏ ทางเยียวยา รักษาไว้ มิให้สิ้น
วัคซีนปู่่ สู้ปีน ดิ้นหนี-น้ำ
ลาย-พรางลวง พวงราง วัลนางรำ
ฟ้อนเล็บนำ รำเหน็บ เก็บเกี่ยวกิน

๏ เสียเพียงน้อย เพื่อว่า รักษาใหญ่
เมืองใหญ่กว้าง อย่างไขว้ ห้างได้สิน
บ้านป่าน้อย ปล่อยหน้า ข้าแผ่นดิน
TuMan ดิ้น หมิ่นแดน ไทยแลนด์แล ๚ะ๛

17.59 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 11 เม.ย. 53 18:02:00 A:119.31.16.135 X:
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 11 เมษายน 2553 เวลา:18:32:12 น.  

 
16.58 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน


๏ เห็นปู่ทวด ปวดทู่ ซี้ทู้บ่น
ขุ่นใสจน สนใจ จูงไปทั่ว
บ่นใครทำ คำไทย เยื่อไยบัว
จูงเสาจั่ว สัวเจ้า ฤๅเข้าใจ

๏ โลกนรก นกละ ฟ้าดินชี้
สวรรด์นี้ we นั้น ฝันคว้าใฝ่
นรกอยู่ รู้ยก นรกใน
ดินที่ไหน ไทยนี่ แหละ'ปฐพีนรก' ๚ะ๛

17.16 น.

สวรค์ คู่ นรก ... ฟ้า คู่ ดิน
เมื่อเชื่อว่า ... สวรรค์อยู่บนฟ้า
ต้องเชื่อว่า ... นรกอยู่บนดิน

-----------------------------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

##### ....... ที่ ส ร้ า ง ไ ว้ ....... ##### ... ของ คุณ: ดาเรน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9117021/W9117021.html
-----------------------------------------------------------------------------

##### ....... ที่ ส ร้ า ง ไ ว้ ....... #####

.


. ... ที่สร้างไว้ ...


ไม่รู้หรอก ว่าเคยทำ อะไรไว้
จึงยากไร้ ที่พึ่ง อนาถา
ร่างผอมแห้ง ไร้แรง จะนำพา
น้ำหล่อตา แทบไม่มี ชีวีระทม

พสุธา ที่มี ก็แห้งผาก
ความทุกข์ยาก แร้นแค้น เข้าทับถม
แม้หยดหนึ่ง ของแม่ คือน้ำนม
ยังขื่นขม เค้นขอด ให้ลูกยา

แม่จ๋า หนูหิว กิ่วท้องกร่อน
แต่ปางก่อน เราทำทุกข์ อะไรหนา
คงบาปหนัก จึงถูกสาบ ส่งวิญญา
ล่องลิ่วมา เกิดที่นี่ .. อเวจีที่สร้างไว้ .. ให้ตัวเอง ...


.

แก้ไขเมื่อ 12 เม.ย. 53 09:34:58

จากคุณ : ดาเรน
เขียนเมื่อ : 12 เม.ย. 53 09:28:46

-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 5

15.37 น.

๏ สวนป่ารก ปกหล้า นกบ้าทำ
อยู่เช้าค่ำ ฉ่ำเค้า ข้าวผักผลไม้
มีที่ดิน ถิ่นดี ที่พ่อให้
ของกินได้ ใกล้ดิน ปลูกกินกัน

๏ ผวน 'ถ่างซี่ ที่สร้าง' ถ่างตาเห็น
ใช่เล่นคำ รำเข่น ลำเค็ญนั้น
ทำเพื่อเงิน เพลินเหงื่อ เชื่อไหมนั่น
แรงเดือดลั่น ดั้นเลือด แดงเดือดแรง

๏ มีแสงดด แสดแดง แหล่งพลังงาน
ภักษาหาร ซานหา หน้าเหี่ยวแห้ง
ร้อนแดดแรง แดงแรด dady แหยง
ดำแดงเลือด เดือดแรง แทงล้มลื่น

๏ สูมีคิด ศิษย์มีครู สูต้องคิด
อาถรรพ์จิต อาทิตย์จันทร์ ฝันแตกตื่น
ฝันกลางวัน gun วาง กันทางปืน
ฝันกลางคืน กลืนคราง นางคร่ำครวญ

๏ ฝันจักรอด จอดรัก สมัครสมาน
อาหารแบ่ง แห่งบาน เบิกทานถ้วน
ถี่ที่สร้าง ถ่างซี่ ที่ห่างหวน
ไร่นาสวน นวลสา-รพัดนาดำ

๏ ยามแล้งจัด รัฐแจ้ง แล้งกู้ใคร
หนี้กู้ให้ ใกล้หู่ ทุนกู้ค้ำ
งานสันขวาน สานฝัน ทานอิ่มหนำ
งานดำนา ดานำ เอกตามมา ... ด่าใครแล แม่เอย บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

16.43 น.

แก้ไขเมื่อ 12 เม.ย. 53 16:48:21



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 12 เม.ย. 53 16:42:08


โดย: นกโก๊ก วันที่: 12 เมษายน 2553 เวลา:17:18:12 น.  

 
09.48 น..

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ เมืองไทยเพียงแยกข้าง ... อย่างแขก
ต้อนรับขับสู้แหลก ............. แทรกรู้
ระวังแขกหลอกแดก ........... แหลกดอก
เบี้ยเบิกบานแม่กู้ ............... หมู่แก้กลหลง ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.55 น.

----------------------------------------------------------------------------

ใช่หรือเมื่อ ...

๏ ไทยที่ทำให้อาเชี่ยนมั่นคง>>> คงเป็นภัย<<< แก่ความมั่นคงของประเทศใดหรือ ๏

เชื่อหรือไม่ ...

07.29 น.

๏ ทีม 'นักฆ่าแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา'
ทีมนักล่า สังหาร ต้านแดง-ค้อน
เคียว-คอมมูน ทุนดี ซีไอเอป้อน
ทุนกลุ่มก้อน ค้อนกระจาย ไปทั่วโลก

๏ ทีมสร้างฝัน มั่นคง ธงที่เห็น
ธงใดเด่น เป็นภัย ต้องไป-โยก
โย้-ให้แตก แยกข้าง สร้างหัวโจก
ต่างธงโบก โขกกันเอง เจ๊งกันไป

๏ โลกผี-บุญ คุณ-สร้าง หวังวันหน้า
เป็นเจ้าใหญ่ ในโลกา หากิน-ได้
ทรัพยากร ถอนทุน มาหมุนใช้
สร้างทัพใหญ่ ไว้ขู่ ทุกผู้คน

๏ วิบัติไทย ซีไอ-เอไทยหลง
เปรมประสงค์ ธงสนั่น พัลลภ-ด้น
ดั้น-ตะแบง แรงม้า ขโมย-ปล้น
เมือง-ดันก้น ซ่นติงมาร์ค ปากน้ำนม

๏ ก่อการดี ที่อยู่ สุวรรณภูมิ
ก่อการกลุ้ม รุมสภา ประชาธิปไตยล้ม
ธงฟ้าเหลือง เมืองฟ้า บ้าติดลม
ทุนนิยม นมหนู กู้มาแดก

๏ ทีม 'นักฆ่าแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา'
แดงรากหญ้า คาแฝก หอบแฮ่กแฮ่ก
ไพร่เดือดแช่ง แดงเชือด เลือดร้าย-แปลก
ปลอม-เป็นแขก แบกปืน ยืนยิงเรา

๏ ไทยฆ่าไทย ใครเชื่อ เกลือเป็นหนอน
ก่อการร้าย ใครร้อน รนก่อนเล่า
คู่ต่างขั้ว ตัวค่าง บ่างยุเจ้า
สายลับเฒ่า เหล่าทัพ ไม่รับรู้ฤๅ ๚ะ๛

08.44 น.

-------------------------------------------------------------------------------
จารึกไว้ด้วยขวัญจินตกวี-วิบัติภัยไทยเทศด้าน<>วิบัติผลาญไทยเทศได้-อะไรแล

<<< นกผี ---> กวีคำผวน*กวนวะคำผี*กวนหวีคำพระ <--- หนีผก >>>
-------------------------------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 13 เมษายน 2553 เวลา:10:06:45 น.  

 
title=


สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ พี่นก
ไปเที่ยวที่ไหนขอให้สนุก
มีความสุขและปลอดภัยนะคะ



โดย: พ่อระนาด วันที่: 13 เมษายน 2553 เวลา:15:49:26 น.  

 
17.33 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ พวกลุ้นหวย รวยหุ้น ลุ้นอะไร
ลักไก่ยัน กันใหญ่ เล่นไพ่เก้า
แต้มบอดรู้ บู่รอด ปอดกระเส่า
มุขขรมเก่า เข้ากรม กองล้มครืน

๏ เรียนรู้มาก ลากหมู่ ผู้มีทุน
หามุขหนุน หมุนหนุก ปลุกหมาตื่น
กันขัดแก้ แค่กัด กันครึกครื้น
เหยื่อเขายื่น ขื่นเยา-วัยเจ้ากิน ๚ะ๛

17.47 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

๏ .ไทยที่ทำให้อาเชี่ยนมั่นคง>>> คงเป็นภัย<<< แก่ความมั่นคงประเทศประเทศใดหรือ ๏

... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9121769/P9121769.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 3

ความคิดเห็นที่ 2

@ มันผู้ใด ใจกล้า ค้าทุกสิ่ง
แอบใช้ชาติ อำนาจอิง ความยิ่งใหญ่
เพียงเพื่อตน ฉลประโยชน์ โภชน์ผลไทย
เก็บเกี่ยวให้ พวกพ้อง พี่น้องตน

ทำตัวบาป หยาบช้า ค้าอาวุธ
ปัจจัยยุทธ ผุดความจริง เมืองสิงหล
เสริมร้าวฉาน ผลาญหมู่ ไปสู่คน
เสียชีพชนม์ มากมี ศรีลังกา

ซีอีโอ ค้าขาย ความตายส่ง
ชีพดับลง เนืองนิตย์ ปริศนา
มิเพียงไทย ให้พะวง เกิดสงกา
เสนอหน้า ค้าไกล ไปต่างแดน @



จากคุณ : TuMan
เขียนเมื่อ : วันมหาสงกรานต์ 53 13:33:25 A:111.84.60.203 X:

-----------------------------------------------------------------------------

16.27 น.

๏ TuMan รู้ หมู่แลน แม่นข่าวเล่า
ลือข่าวเง่า เข้าง่าว ข่าวป้ายสี
ก่อการร้าย กลายล้าน ก่อการดี
ใครรี่เข่น เล่นขี้ หกนี่แล

๏ ด้านหนอมุข หนุกหมอ ก่อการร้าย
หน้าอายขำ อำขาย หน้านายแก้
หมากตานี้ ตีหน้า ตายห่าแน่
ลักไก่แหล แกไร้ ไต๋แล้วฮา

๏ อาวุธเจ้า เว้าจุด บอดสุดด้าน
ไม่อ่านเกม เอมกานท์ สานฝันบ้า
แถมาอด หมดอา-วุธปัญญา
อาวุธด่า ว่าดุจ จุดมั่นใจ

๏ ก่อนเคยเล่น เข่นเลย เชยมุขนี้
ใกล้ตายซี้ ตีซ้าย ป่ายขวา-ให้
ทีวี-ass แว้ดอี ปองชี้ไป
ตามเกมให้ ใกล้เหม-ราชเปรมแหล

๏ TuMan สั่ว มั่วแสน แม่นข่าวเสพ
หลายเวปเห็น เวรเห็บ เทพมาร์คแถ
แถกดันใหญ่ ได้ยัน ข่าวปั่นแฉ
หลอกกันแน่ แกนั่น ดันเชื่อข่าว-เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ... อันใด พี่เอย-บารนี ๚ะ๛

17.17 น.

แก้ไขเมื่อ 13 เม.ย. 53 17:24:45

แก้ไขเมื่อ 13 เม.ย. 53 17:21:07




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันมหาสงกรานต์ 53 17:15:57 A:119.31.121.90 X:


โดย: นกโก๊ก วันที่: 13 เมษายน 2553 เวลา:17:47:40 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

เลิฟแวะมารดน้ำขอพรค่ะพี่นก
ขอให้พี่นกมีความสุขมากๆนะคะ


โดย: อาลีอา วันที่: 13 เมษายน 2553 เวลา:20:08:17 น.  

 
12.03 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ค้านต่าง ข้างต้านแดก ............. ดันไป
มั่วคิด มิตรขั้วไหน ..................... ต่างรู้
มีเหตุ made ฮิ ไข .................... ผลออก
ผิดถูก ผูกทิด ทู้ ....................... นกรู้เหตุผล ๚ะ๛

12.13 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

๏ .ไทยที่ทำให้อาเชี่ยนมั่นคง>>> คงเป็นภัย<<< แก่ความมั่นคงประเทศประเทศใดหรือ ๏

... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9121769/P9121769.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 5

ความคิดเห็นที่ 4

@ กาลเวลา กล้าประจัญ ทุกสรรพ์สิ่ง
ให้เท็จจริง ได้บังเกิด แจ้งเปิดเผย
มิเคยถอย ปล่อยปละ ทิ้งละเลย
หรืออยู่เฉย เฉื่อยนิ่ง ประวิงความ

ผลคดี มีออก ผลบอกแจ้ง
สรุปลบ จบสำแดง แจงคำถาม
แก้สงสัย ในเหตุ ทุกเขตคาม
ที่ลุกลาม ไหม้อก ห้าหกปี @

มติศาลฎีกายึดทรัพย์ทักษิณ 46,373 ล้านบาท

//www.innnews.co.th/politic.php?nid=213436

จากคุณ : TuMan
เขียนเมื่อ : วันมหาสงกรานต์ 53 19:20:52 A:115.67.157.39 X:
-----------------------------------------------------------------------------

11.20 น.

๏ ต้องนอน ตอนน้องแอบ ............ อิงศาล
สานมะ สมานมาร ...................... เมื่อจ้อง
ใดอ้า ด่าอัยการ ........................ ฐานมั่ว
มั่วสอบ มอบสั่วร้อง .................... ลั่นต้องฟ้องเอง

๏ เร่งธง ลงเท่งทึ้ง ...................... ฐานทัพ
เมินงด หมดเงินงับ ...................... งบใช้
งับรบ งบลับปรับ ......................... เพิ่มเบิก
บานแขก แบกคานให้ ................... เชื่อเจ้าศาลหรือ

๏ มื้อตืด มืดตื้อ ครุธ .................... หน้าดำ
ผึ่งป่า ผ่าปึ้ง ทำ ........................... ปิดหน้า
อายด้าน อ่านดาย คำ ................... ศาล-ปรัก
ปรำ-หนัก ปลักนำ บ้า .................... อ่านได้หลายชั่วโมง-ส่งคำติดสินให้พิมพ์ในเวลาสองชั่วโมง คงอ่านมั่วตัวแหลนา บารนี ๚ะ๛

11.54 น.

ดันจิ้มโทผิด พลาดไปโดนเอก ในคำโคลงบทที่สาม บาทที่สอง ต้องมาแก้ไขให้ถูกต้อง ดังนี้

ผึ้งป่า ผ่าปึ้ง ทำ ........................... ปิดหน้า

แก้ไขเมื่อ 14 เม.ย. 53 11:57:42



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันเนา 53 11:52:50 A:119.31.121.87 X:
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 14 เมษายน 2553 เวลา:12:13:32 น.  

 
12.15 น.

๏ ขื่นเช้า เข้าชื่น น้ำ .............. ใจนวล
ช่วยนก ฉกหน่วย มวล ........... หมู่-น้ำ
ใจ-ผาก จากไพร สวน ........... ชื่นฉ่ำ
สองนาฎ สาดนอง ซ้ำ ............ อิ่มน้ำสงกรานต์ ๚ะ๛

12.21 น.


โดย: นกโก๊ก วันที่: 14 เมษายน 2553 เวลา:12:25:16 น.  

 
19.06 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ เพียงผวนคิด ผิดควร เข้าสวนใจ
พ่อกลัวใคร ไกลครัว พ่อกลัวแม่
ทีมคู่ขวัญ ขันฟู่ ต่างคู่แล
ไพร่ฟ้าแหล แฟร์หล้า ฟ้าแฟร์หรือ

๏ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ ดวงจิตดวงอาถรรพ์
ขั้วต่างฝัน ตันคว้าง เคว้งต่าง-ยื้อ
แย่ง-กันใหญ่ ไกลยั่น หวั่นไหวฤๅ
เหยื่อคนดื้อ คือด้น จนวุ่นวาย ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

19.14 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

๏ .ไทยที่ทำให้อาเชี่ยนมั่นคง>>> คงเป็นภัย<<< แก่ความมั่นคงประเทศประเทศใดหรือ ๏

... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9121769/P9121769.html#7
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 6

ความต่างคิด พิศหน่อย ค่อยถากถาง
ทีเราบ้าง กว้างไหม ใจเปิดเผย
มองสองทาง สางทั่ว อย่ามั่วเลย
คำเฉลย เคยไหม ได้ขื่นคอน

โลกยังมี สีดำ พร้อมล้อมขาว
เรื่องจะสาว ฉาวลึก ศึกร้อนหลอน
ใครกันแน่ แก้ได้ ไม่บิดบอน
อย่ามัวช้อน ย้อนยอก มาหลอกกัน

นานาชน ยลเยือน เบือนฤๅเปล่า
เรื่องทุกเรื่อง เคืองเขา มาเฝ้าหั่น
ทีสีเรา เคล้าคลุก ทุกข์ทุกวัน
จะจำบั่น ในวัน นั้นได้ฤๅ?

.................................


หลากชนใช่ ไร้ซึ่งคิด พิศแต่ขื่น
หากรู้ยืน ตื่นตรงไหน ใช่คิดดื้อ
สองสีนั้น ประชันยล ผลระบือ
ใครละซื้อ ชื่อใครมา น่าถามดู

ยิ่งนับวัน ผันหมื่นคน ยลแต่หา
ด้วยศรัทธา พาคิดไหม ไขสักครู่
อย่าด่วนนั่ง หยั่งเทียนหยด ประชดพรู
ควรเมียงคู่ ปูทางทั่ว ชั่วเหน็บคำ

นานกาลผ่าน สานสักหน่อย ค่อยเชื่อถือ
ใช่หูอื้อ ซื่อแต่บอด สอดแต่คร่ำ
ทุกคนมี ที่สมอง ส่องประจำ
หาใช่ดำ ย่ำแต่คล้อย พล่อยวาจา

จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : วันเนา 53 17:03:27 A:119.237.176.233 X:
ถูกใจ : นกโก๊ก


ความคิดเห็นที่ 7

18.16 น.

๏ คำมี่ คีย์หม่ำมี้ .......................... วงศ์เทวัญ
อักขระลง ป้องกัน ........................ ต่ำใต้
'องครักษ์' ราชันย์ ........................ ป้องพ่อ หลวงแล
บูรพาพยัคฆ์ ทหารเสือให้................ ปกฟ้าราชินี

๏ ศักดิ์มี ซีมัก หมั้น ....................... ขวัญเรียม
ขวัญพ่อ ฝ่อพลัน เสียม .................. จอบกู้
ขวัญแม่ แฟ่มัน เตรียม ................... กู้จอบ เสียมฤๅ
ต่างแข่ง แต่งข้าง สู้ ....................... ช่วยฟ้าฤๅดิน

๏ กู่ยิน กินอยู่ ฟ้า .......................... เดียวกัน
อยู่มั่น ยั่นหมู่ ดัน ........................... ดีดดิ้น
เป็นอยู่ ปู่เย็น วัน ............................ นี้ลับ ลาแล
ไทยมั่ว ทั่วไหม สิ้น ........................ หลักไร้มั่นคง-แลนา บารนี ๚ะ๛

19.01 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันเนา 53 19:00:05 A:119.31.121.87 X:
---------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 14 เมษายน 2553 เวลา:19:14:46 น.  

 
20.27 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ดูเขาเล่น เข็นเหล้า ไปเข้าวง
สุราก๊ง หลงก๋า กลั่นมะได้
มีติดบ้าน ต้านบิด ไข้ติดใจ
เผื่อขี้ไหล ไข้หลี 'รีเจนซี'เสริมพลัง-ยกมาทีละลัง 12 แบน คอยรับแขกแฟนนกมาเที่ยวสวน บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

20.34 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

เพื่อนเก่าชาวราชดำเนิน เรียนเชิญร่วมร่ำสุรา ต้อนรับปีใหม่อีกครา สังสรรค์สนทนาภาษากวี{แตกประเด็นจาก P8233865}
... ของ คุณ: ไร้นาม

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8720998/P8720998.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 95

19.22 น.

๏ รีเจ้นซี่ จี้เส้น เย็นเถลิงศก
โคตรเหง้านก งกเน่า เฝ้าลุ้นหวย
ราชประสงค์ ปลงสะ-สางฉะด้วย
สลายม้วย รวยหม้าย ในสามวัน

๏ คืนซ่าฮิบ สิบห้า เผด็จศีก
เลขเด็ดนึก ดึกเนต เป็ดเซ็งนั่น
เวปแดงจับ ดับแจง ข่าวแจ้งกัน
ทีวีมัน วันมี see ทั้งวัน

๏ คอยเจ้าริบ จิบเหล้า เฝ้าลุ้นหวย
มั่งมีรวย มวยรี รอผีปั่น
หัวแตงโม โตแมง สาปแรงดัน
วงศ์เทวัญ ทันเว ลาเซไกล

๏ บูรพาพยัคฆ์ พรรคพญา เสือราชินี
เฒ่าเกย์ชี้ กี่เฉ เกม้าใหญ่
ศึกคู่กัด ขัดกู่ หมู่เสือไพร่
แอบไสอี ซีไอ เอไทยแลนด์

๏ รุกหมากกล มนต์กราก เกลื้อนหมากเน่า
หมากชั้นเก้า เช้ากั้น หนึ่งมั่นแม่น
ลอบเร้นจี้ รีเจ้น ซี่เป็นแบน
ฝากแฟนเหล้า เฝ้าแลนด์ แดนไร้นาม ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

20.15 น.

แก้ไขเมื่อ 15 เม.ย. 53 20:18:09



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันเถลิงศก 53 20:14:50 A:119.31.121.72 X:
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 15 เมษายน 2553 เวลา:20:34:32 น.  

 
09.10 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ปลูกค้ำ ปล้ำคลุกเคล้า ...... คู่เหิน
หกอยู่ หู่ ยกเทิน ................ เทิดเกล้า
ทู้ดี ที่ดู เดิน ...................... ตามพ่อ
เฝ้าทิด fittown เจ้า ............. จากห้องไปนาน ๚ะ๛

09.15 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9130203/P9130203.html
-----------------------------------------------------------

เรื่องแค่นี้ พ่อ(เคย)สอนแล้ว

คนเกิดทุกวี่วัน
มาแบ่งปันทรัพยากร
หากทำตามพ่อสอน
รู้พอเพียง พอทุกคน
หากอยากได้มากไป
แล้วใครใครจะยอมทน
คงต้องฟังคนก่น
และร้อนรนใช้กำลัง
หนึ่งคนถูกตราหน้า
รุกไล่ฆ่าชีวิตพัง
พรรคพวกเขาที่ยัง
ก็ถูกฝังจนหมดทาง
เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ
ขอจงหยุดและจิตว่าง
แม้คนคิดเห็นต่าง
แต่ก็เป็นลูกหลานไทย
มองไปในอดีต
แล้วชวนคิดมาแก้ไข
ทุกครั้งที่มากไป
ล้วนทำไทยให้อ่อนแอ
หนึ่งเก้าคนแบ่งพวก
แล้วกระซวกด้วยขื่อแป
บ้านเมืองนั้นย่ำแย่
กว่าเริ่มดีปีสองสาม
การเมืองนำทหาร
ทุกสถานเมืองสยาม
จึงเริ่มฟื้นตัวตาม
โลกเสรีที่รุ่งเรือง
สามห้านายทหาร
อยากอยู่นานคนเลยเคือง
ลองดูล้วนทุกเรื่อง
นาน-มากไป ไม่เคยดี
ตอนปีสี่เก้านั้น
มีคนฝันคุมทุกที่
สุดท้ายก็ไม่ดี
ไม่มีปันคนไม่ยอม
ตอนนี้เหมือนตอนนั้น
ไม่แบ่งปันไม่ถนอม
กาน้ำถ้าไม่ยอม
ควันออกบ้างคงสยอง
นิติรัฐนั้นดี
แต่ควรมีเพื่อปรองดอง
เพื่อชาติเพื่อไทยผอง
แผ่นดินทอง แผ่นดินไท

แก้ไขเมื่อ 15 เม.ย. 53 19:54:18

แก้ไขเมื่อ 15 เม.ย. 53 19:51:19

แก้ไขเมื่อ 15 เม.ย. 53 19:41:04

จากคุณ : fittown
เขียนเมื่อ : วันเถลิงศก 53 19:36:07 A:202.149.122.20 X:
ถูกใจ : นกโก๊ก

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

เมื่อวันฝันร้ายย่างกรายถึง
หลายฝ่ายดึงความรุณแรง แย่งกันใช้
แล้ววันฝันร้ายก็ผ่านไป
ไทยก็ยังเล่นสงกรานต์ กันฮาเฮ....

จากคุณ : ร (taif55)
เขียนเมื่อ : วันเถลิงศก 53 20:09:00 A:222.123.157.16 X:



ความคิดเห็นที่ 2

07.56 น.

กาพย์ฉบัง 16 (ผวน)

๏ fittown แจ้ง แฝงทิศจ้าว ........... น้าวกาพย์ นาบก้าว
เท้าตามพ่อ ท้อตามเผ่า

๏ เหล่าไพร่ฟ้า หล้าไพร่เฝ้า ........... เข้าใจ ไขเจ้า
เฉลยเป้า เช้าละเปรย

๏ เคยตามอ่าน คลานตามเอ่ย ........ เคยเล่น เข่นเลย
ลูกเอยป้อง ร้องเอยปลูก

๏ ลูกไม้ผล หล่นไม้ผูก ................. ปลูกหม่ำ ปล้ำมูก
เมือกมุกแหล แหมมุกเหลือก

๏ เปลือกตาแล แปรตาเลือก .......... เสือกปล้ำ ซ้ำเปลือก
ไหนเถือกแถ แหนเถือกไถ

๏ ไร่นาสวน ล้วนนาใส .................. ใช่พ่อ ช่อไพร่
ฟ้าไทยขึ้น ฟื้นไทยข้า

๏ หน้านาแล้ง แหนงหน้าล้า ............ ฟ้าแยก แฝกหญ้า
พ่อฟ้าเกณฑ์ เพ็ญฟ้าก่อ

๏ พ่อสร้างฝน ผลสร้างฝ่อ ............... ท้อหมด ทดหม้อ
ให้ต่อชีพ หีบต่อใช้

๏ ให้เก็บออม ห้อมเก็บไอ ............... ใจอุ่น จุ่นไอ้
ทาสไพร่หลง ธงไพร่ราษฎร์

๏ ทาสอำเม้า เฒ่าอำมาตย์ .............. หวาดพลั่น หวั่นพลาด
พลงผงาด ราษฎร์,พระ,งง

๏ หลงคำพ่อ ล่อคำผง .................... หลงปลัก หลักปลง
ปักพลาดหงส์ ปลงพลาดหัก

๏ ปักษินร้อง ป้อง 'ษิณ รัก .............. ศักดิ์ลิ้น สิ้นหลัก
เมืองฟ้ารัก มักฟ้าเหลือง

๏ เรื่องต่างขั้ว รั้วต่างเขื่อง ............... เปลือง mark ปากเมือง
fittown เคือง เฟืองเท้า kid ๚ะ๛

-------> ร้อยกรองลิขิตกราบมาคารวะใจกวี <-----------

08.57 น.

แก้ไขเมื่อ 16 เม.ย. 53 09:03:54



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 16 เม.ย. 53 08:58:11 A:119.31.121.69 X:
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 16 เมษายน 2553 เวลา:9:16:34 น.  

 
19.23 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ บทท่องจำ ทำจ้อง คำท่องบ่น
รู้มากจน มนต์จาก อาขยาน
เคยจำท่อง จ้องทำ ตามสันดาน
แหม่มสานฝัน สันขวาน วันนี้ลืม ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

19.29 น.

-----------------------------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

******* ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๗ ยินดีต้อนรับค่ะ******* ... ของ คุณ: สุนันยา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9086544/W9086544.html#240
-----------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 240

แอบมาท่องอาขยานด้วยคนคับ

บทอาขยานชั้น ป.สี่ ปี พศ. 2499 ... ยังจำได้ ไม่เคยลืม

๏ วิชาเหมือนสินค้า ....... อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป ........ จึงจะได้สินค้ามา

๏ จงตั้งเอากายเจ้า ........ เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา ...... แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ

๏ นิ้วเป็นสายระยาง ....... สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป ....... อัชฌาศัยเป็นเสบียง

๏ สติเป็นหางเสือ .......... ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง .......... แล่นเลาะเลี่ยงข้ามคงคา

๏ ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ... ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา ............... เป็นล้าต้าฟังดูลม

๏ ขี้เกียจคือปลาร้าย ....... จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม ............. ยิงระดมให้จมไป

๏ จึงจะได้สินค้ามา .......... คือวิชาอันพิศมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ .......... อย่าได้คร้านการวิชา ๚ะ๛


แต่ ... จากหนังสือเล่มใด จำไม่ได้ว่า ใครแต่งให้เราท่องจำ ... ฮี่ฮี่



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 16 เม.ย. 53 19:10:42
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 16 เมษายน 2553 เวลา:19:32:09 น.  

 
19.23 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ เล่นแก้เหงา เก๊าแง้ แง๊แง๊แง๊
คอยแม่กด หมดแก้ แง๊ วันเหงา
ปิดสื่อแดง แสงดื้อ ฮือห่าเผา
สื่อรัฐเน่า เล่านัด นี้หมัดเมา ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

20.00 น.

-----------------------------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

******* ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๗ ยินดีต้อนรับค่ะ******* ... ของ คุณ: สุนันยา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9086544/W9086544.html#249
-----------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 241

....................................................................................................................................................................................................................

จากคุณ : จุดตานิด
เขียนเมื่อ : 16 เม.ย. 53 19:53:16




ความคิดเห็นที่ 242

สวัสดีอีกรอบค่ะ ชอบจังค่ะ ยกมาแต่ละบทน่าฟังทั้งนั้น
ชอบกาพย์ฉบังที่คุณแม่ยกมาวางค่ะ เพราะจัง
ตอนที่เรียนกาพย์ฉบังเราเรียนเป็นเรื่องสัตว์เลื้อยคลานอ่ะค่ะ ที่ว่า
"สัตว์จำพวกหนึ่งสมญา พหุบาทา
มีเท้าอเนกนับหลาย
เท้าเกินกว่าสี่โดยหมาย สองพวกภิปราย
สัตว์น้ำสัตว์บกบอกตรง ..."
เลยไม่รู้สึกว่าน่าโสภาเท่าไหร่

แอบรออ่านแม่กด ที่คุณพจขอ ^^

จากคุณ : Life's for Rent
เขียนเมื่อ : 16 เม.ย. 53 20:09:39
ถูกใจ : คุณแม่ใจดี


ความคิดเห็นที่ 243

เอาแล้วสิ คุณพจน์

เอาแม่กนก็แล้วกัน จำได้เพราะท่องไว้เพื่อเขียน ฉบัง 28

พระชวนนวลนอน..........เข็ญใจไม้ขอน............เหมือนหมอนแม่นา
ภูธรสอนมนต์......พร่ำบ่นภาวนา......เย็นค่ำร่ำว่า......กันป่าภัยพาล

วันนั้นจันทร.......มีดารากร.......เป็นบริวาร
เห็นสิ้นดินฟ้า....ในป่าท่าธาร.....มาลีคลี่บาน......ใบก้านอรชร

เย็นฉ่ำน้ำฟ้า....ชื่นชะผกา.....วายุพาขจร
สารพันจันท์อิน.....รื่นกลิ่นเกสร.....แตนต่อคลอร่อน.....ว้าว่อนเวียนระวัน


กาพย์พระไชยสุริยาในสมัยท่านสุนทรภู่ใช้เป็นบทเรียนหัดอ่านสำหรับเด็กสมัยก่อน

สอนตัวสะกดทุกแม่สลับกันเป็นกาพย์ต่างๆ

เห็นหนังสือภาษาไทย ม.1 มีเรียนเรื่องนี้ด้วย ตอนเจ้าตัวเล็กเรียนเมื่อ สองปีที่แล้ว

คนเป็นแม่กลับตื่นเต้น ท่องให้ลูกฟัง ลูกอ้าปากทึ่ง..

ยังเก็บหนังสือเรียนเล่มนั้นไว้เลยค่ะ

ส่วนแม่กด หาอ่านกันนะคะ จะเห็นอารมณ์ขันของท่านสุนทรภู่กับบทอัศจรรย์

รับรองลุ้นนั่งไม่ติด

กระซิบว่าบทนี้เขาไม่ด้ใส่ในตำราเรียนเล่มที่ว่าค่ะ สงสัยติดเรทจริงด้วย

ว้า! ไม่ได้ทวน ขอโทษทีค่ะ แม่กดค่ะ



แก้ไขเมื่อ 17 เม.ย. 53 09:06:41

แก้ไขเมื่อ 17 เม.ย. 53 09:05:28

จากคุณ : คุณแม่ใจดี
เขียนเมื่อ : 16 เม.ย. 53 20:58:16
ถูกใจ : นครเหมันต์


ความคิดเห็นที่ 244

แม่กด ฮะ . . . แม่กด . . .
เดี๋ยวไว้ใครต่อใครเผลอ ๆ ก่อน
กระผมจะมั่วเนียน
ฝ่าดง Rate ให้อ่านเอง . . .

อันว่า กาพย์พระไชยสุริยา
ของท่าน พระสุนทรโวหาร (ภู่) นี้
ท่านแต่งไว้เพื่อใช้เปนแบบเรียน
เมื่อราวบั้นปลายในชีวิต
ที่ท่านได้กลับเข้าดำรงตำแหน่งเจ้ากรมอาลักษณ์ (อีกครั้งหนึ่ง)
ในพระบวรราชวัง
ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
(หลังจากเคยถูกให้ออกจากราชการในสมัยพระนั่งเกล้า ฯ)

และในสมัยต่อมา
ท่านครูภาษาไทยอีกท่านหนึ่ง
ซึ่งมีราชทินนามเดียวกัน
(สันนิษฐานว่าเปนศิษย์ด้วยซ้ำ)
คือ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจาริยางกูร)
ได้นำมารวบรวม
และประกอบอยู่ในตำราภาษาไทย
เล่มแรก ในหกเล่ม
ที่ท่านแต่งในยุคหลังนี้
คือ มูลบทบรรพกิจ

(เล่มต่อไปคือ วาหนิติ์นิกร
อักขรประโยค
สังคโยคพิธาน
ไวพจน์พจารณ์
และ พิศาลการันต์)


ส่วน กาพย์ยานี ๑๑ ของท่านพี่ นกโก๊ก นั้น
มาจากหนังสือดรุณศึกษา
ประพันธ์โดย
เจษฏาจารย์ ฟ. ฮีแลร์
แห่งโรงเรียน อัสสัมชัญ


ดังนี้ ขอรับ.


แฮ่ . . . . .

จากคุณ : พจนารถ๓๒๒
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 00:02:49



ความคิดเห็นที่ 245

กวาด .. กวาด .. กวาด ...

สวัสดีครับ .. อึ๊ .. อึ๊ .. อื๋อ ...

กลับป่าแหง้วไม่ถืดอะคับ .. แง .. แง ...


จากคุณ : ดาเรน
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 10:04:28


ความคิดเห็นที่ 246

เมื่อคืนที่บ้านในต่างจังหวัดฝนตก เม็ดใหญ่ เป๊ะป๊ะ เป๊ะป๊ะ ดูน่ากลัว แต่แป็บเดียวก็หาย ถามแม่ แม่เลยบอกว่า โบราณเรียก"ฝนไล่ช้าง"

แต่เมื่อเช้าเปิดดูทีวี เห็นกรุงเทพฯ ฝนตกหนักมาก แถมนานเสียด้วย
แบบนี้ เขาเรียกว่า ฝนไล่...... อะไรหรอครับ อยากรู้จัง

จากคุณ : นครเหมันต์
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 12:00:06


ความคิดเห็นที่ 247

ฝนหยาดพรมพร่างพื้น .... เพียงใจ ฟ้าเอย
รินร่วงชโลม ไล้ ............ แผ่นหล้า
ดินโอบน้ำฟ้าไว้ ............. รวมแหล่ง
ให้สะท้อนภาพฟ้า .......... อยู่ข้างดินเสมอ

จากคุณ : Life's for Rent
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 12:20:00



ความคิดเห็นที่ 248

# ๒๔๖

ฮ่า . . . ฮ่า . . . ฮ่า . . .


คำถามนั้น
ไปถามฉันหลังไมค์ สิ ลูกช้าง เอ๋ย ๆ ๆ ๆ . . .

(ขัดตะหมาด หัวเข่าสั่น พั่บ ๆ ๆ ๆ )

อะหา . . .
ทั้ง ตำรามหาทักษา
โหราศาสตร์ ดวงดาว
อุตุนิยมวิทยา
คัมภีร์ อาถรรพเวท

ฤๅแม้แต่

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ในสมัยพระเจ้าเสือ



ข้ า รู้

ข้ า เ ห็ น

ข้ า ต อ บ ไ ด้ . . .



เหอ . . . เหอ . . . เหอ . . . เ ห อ . . .



(โยกตัวไปมา น้ำหมากย้อย แดงเถือก มุมปาก . . . )






ดังนี้ ขอรับ.

แฮ่ . . . . .

แก้ไขเมื่อ 17 เม.ย. 53 14:58:16

จากคุณ : พจนารถ๓๒๒
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 14:56:27
ถูกใจ : นครเหมันต์


ความคิดเห็นที่ 249

แง่มแง่ม ... ก่อนนั้นท่องได้ ทำให้ข้าต้องมาทำสวน หวนคิดได้ ทำไมข้าจำได้แค่นี้เอง

# 248 ... หากท่านรู้ หากท่านเห็น ท่านต้องเติมเต็มประเด็นนี้ให้ข้าด้วยนา


๏ เมืองไทยใหญ่อุดม .... ดินดีสมเป็นนาสวน
เพื่อนรักเราชักชวน ........ ร่วมช่วยกันมุ่งมั่นทำ (ช่ายเปล่าก็มะรุนิ)
วิชาต้องหาไว้ ............... เป็นหลักให้ใช้ช่วยนำ
เรารู่ลู่ทางจำ ................ค้นคว้าไป ******* ( ทำไรมะรุแร่ะ)

จำได้แค่เนี้ย บทอาขยานตอนเรียนชั้นประถม สมัยใช้หนังสือเรียน 'ออมไว้ไม่ขัดสน' กะ 'อุดมเด็กดี' ... งุงิ

ถามอีกนิด ทำไม จำนวนฝนตก จึงให้นับเป็น จำนวน 'ห่า'

ฝนไล่ช้าง .... พอรู้แร่ะ ... แต่ ... ฝนไล่ห่า ... มันตกแบบไหนนิ ...

ข้าไม่รู้
ข้าไม่เห็น
ข้าตอบไม่ได้

ช่วยข้าที่ ... ฮี่ฮี่


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 15:30:08



ความคิดเห็นที่ 250

.............................. ค้นคว้าไปให้มากมาย

ช่วยกันอย่างขันแข็ง ... ด้วยลำแข้งและแรงกาย
ทำไปไม่เสียดาย ........ แม้หยาดเหงื่อเมื่อทำงาน

ดังนี้มั่งมีแท้ .............. ร่มเย็นแน่หาไหนปาน
โลกเขาคงเล่าขาน ...... ถิ่นไทยนี้ดีงามเอย ...


ก็พอจำได้สองเลาอะครับ ...

เด็กสามขวัญขยันหาเมีย ปีหนู ตกฟากตอนเย็นๆ ขยันหากินอีกตะหาก ...

แก้ไขเมื่อ 17 เม.ย. 53 18:08:13



จากคุณ : ดาเรน
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 16:27:49



ความคิดเห็นที่ 251

กลับมาจากประชุมเมื่อวาน วันนี้ จะไปงานสงกรานต์ต่อ ที่ลอนดอน ...

เตรียมล้างท้องไปกินอาหารไทยเต็มที่ค่ะ


สวัสดีชาวศาลาคนสวยทุกๆท่านค่ะ

...



จากคุณ : teansri
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 17:42:03


ความคิดเห็นที่ 252

กลายเป็นกระทู้รำลึกความหลังครั้งยังเยาว์วัย...


(แถมยิ่งอ่านยิ่งเลอะเลือนจำไม่ได้ไปกันใหญ่ อะไรกันเนี่ย O_o)

จากคุณ : BestChild
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 18:54:26
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 17 เมษายน 2553 เวลา:20:02:56 น.  

 
19.45 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ อาทิตย์หงอย ถอยงุด หงุดหงิดนัก
กลับบ้านพัก บักพล่าน งุ่นง่านหาย
ออดอ้อนแฟน แอนฟ้อน นอนสบาย
ดูข่ายร้าว ข่าวร้าย ค่ายแอสทีวี

๏ เร่งให้ล้าง ห้างไร้ แดงไม่ปิด
ห้างปิดนั่น ปั่นนิด ปิดเองนี่
ต้นตอกร่าง ต่างกอ ก่อการดี
เจ็ดวันนี้ V นั้น มันฝ่ายใด

๏ เจ็ดสังหาร สานหัง กะพังผี
ไพ่กาลี กีฬา ข้าทาสไพร่
ค่าฆ่าหลง คงล่า กันสะใจ
จบวันใด ไวดัน 'มาลันดูแก'-มาแลดูกัน บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

20.24 น.


โดย: นกโก๊ก วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:20:25:51 น.  

 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

GOD always forgive your mistake
the one that you cant even forget,
he always does it and always being with us
to help and blesss us for us whose heart is full of him


โดย: da IP: 124.120.15.123 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:0:44:38 น.  

 



สวัสดี วันจันทร์ วันทำงานวันแรกหลังหยุดยาวครับ พี่นกฯ

ช่วงนี้ ไม่มีอารมณ์ ไม่มีสมาธิจะเขียนกลอน เขียนโคลงสักอย่างเลยครับ

มีความสุขกับการทำงาน รักษาสุขภาพ นะครับ


โดย: เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:10:23:15 น.  

 
13.01 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ แม่นะ มะแน่ ต้อง ............. หลั่งเลือด
เลือนแพร่ แลเพื่อน เดือด ...... คลั่งล้วน
ม้าเร่ง เหม่งล้า เชือด ............ เลือดไพร่
ฟ้าดับ ควับด่า ถ้วน ............... ถี่ไร้ใคร่ครวญ ๚ะ๛

13.06 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

..........พลังเงียบ......เงียบจริงๆ....... ... ของ คุณ: เสกคาถา

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9141868/P9141868.html#17
-----------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 17

12.21 น.

๏ น้องพี่ นี้ผ่องแผ้ว ........... ผันผก
น้องพี่ หนี้พ้อง บก ............. พร่องแล้ว
น้องพี่ นี่พร่อง ยก .............. หนี้อัด กันฤๅ
น้องพี่ หนี้พร่อง แห้ว .......... ห่อนรู้ชั่วดี

๏ วันนี้ we นั้น มั่น ............... V ชัย-ชนะเอย
ชำนะ ชะนำ ภัย ................... พ่ายแพ้
vagina ว่าใจ ....................... นะนี่
อ่านเล่น เอ็นร่าน แท้ ............ นกเจ้าโลกเตือน

๏ โทษเพื่อน เถื่อนโพสต์ ข้อ ... ความเห็น
ใกล้เพื่อน เกลื่อนไพร่ เข็น ...... อยู่ได้
ไกลเพื่อน เกลื่อนไพร เป็น ...... ตายดับ
แท้เพื่อน เถื่อนแพ้ ไร้ ............ สติตั้งใจตรอง-น้องพี่ห่ากินฤๅ แลนาบารนี ๚ะ๛

12.53 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 19 เม.ย. 53 12:52:40 A:119.31.121.72 X:


โดย: นกโก๊ก วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:13:06:35 น.  

 
21.59 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ศาลาย้อน ร้อนยา-ใจบ้าคลั่ง
อาขยานหวัง ยังหวาน-ใจบานชื่น
ยามเติบใหญ่ ไต่เยิบ-เยิบล้มลื่น
สันขวานตื่น ฝืนต้าน-ยันห่ากิน

๏ วุ่นวายกัน วันกลาย-ไม่เหมือนก่อน
เลือกข้างฟ้อน ค้อนขว้าง-นางแลบลิ้น
ปานเด็กน้อย ด้อย next-เขกฟ้าดิน
แลบลิ้นด่า ล่าดิ้น-เหลืองหมิ่นแดง ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

22.13 น.

-----------------------------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

******* ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๗ ยินดีต้อนรับค่ะ******* ... ของ คุณ: สุนันยา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9086544/W9086544.html#269
-----------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 269

21.24 น.

๏ คำ 'เด่นเล็ก เด็กเล่น' ใช่เล่นห้าม
ใช่ต้องปราม ตามป้อง ท่อง'อาขยาน'
คะนองร้าย นายร้อง ท่องแหลกราน
ล้อท่านครู ทู่คลาน พาลงี๊เง๊า

๏ มีสลึง พึงบรรจบ ให้ครบบาท
ไปตลาด ฟาดให้เหี้ยน เตียนกระเป๋า
อาขยาน ขานยะ ทำซะเน่า
วันนี้เศร้า เน่าซี้ เป๋าไม่มีตังค์ ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

21.41 น.

จากความคึกคะนองปากที่วันนั้น ดันห่าไปล้อคำครู
ผลกรรมวันนี้ยังดีที่ย้อนคิดได้ ยังไม่สายเกินที่จะทำตามอาขยาน

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท
อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง
อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน

ที่คุณครูท่านบังคับให้ท่องจำก่อนเลิกเรียนกลับไปเล่นที่บ้าน...



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 19 เม.ย. 53 21:48:08


โดย: นกโก๊ก วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:22:18:28 น.  

 
12.30 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ น้องข้า น่าคล้อง ล่าม ............ TuMan
แสนมั่ว สั่ว man แลน .............. หัดเสี้ย
สุดดื้อ ซื่อ ดุจแกน .................. หลักกร่อน
กลัวพลาด การ์ดผลั้ว เลี้ยะ ........ พ่ะซี้ขี้ไหล ๚ะ๛ (คริคริ)

12.37 น.

จำต้องกระตุกหาง TuMan ผู้เคยขอแอดเป็นน้องชายข้า ใน my flock

ต่างก็รู้ใจกันมา ตั้งแต่เล่นกกระทู้กวีการเมืองว่า น้องพี่มีจุดยืนเป็นคู่ต่างขั้วตรงกันข้าม

ยามนี้จิตผีบ้าดันห่าสับสนวุ่นวายไปกันใหญ่ ... กู่ไม่กลับแน่ฤๅ

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

หล่อลากต่อไป ... ของ คุณ: ศาลายา

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9145959/P9145959.html#11
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 11

12.16 น.

๏ หล่อมาร์ค ลากหม้อต่อ .......... ไปเถอะ
Tu เพื่อน เตือนผู้เลอะ .............. เทอะหนี้
Man งับ มับ แหงนเงอะ ............. งะหนัก
โชว์งั่ง ชังโง่ จี้ ........................ จุดเจ้าเข้าใจ ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

12.25 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

อ่านด้วยดี มีปัญญา - "นปช.-พธม." ... ของ คุณ: พลบุตร

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9145359/P9145359.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 4

11.27 น.

๏ ทู้อ่าน ท่านอู้ อับ .............. ปัญญา
หนึ่งจ่าย หน่าย จึ่งหา ........... ท่าแจ้ง
สองนะ สนอง-อา ................ รมณ์-บูด
สามเน่า เศร้านาม แหม้ง ....... สื่อบ้าม๋าเนเจอ

๏ เซ่อละ สะเหร่อ รู้ ............. TuMan
ช่างมั่ว ชั่วม้าง แฟน ............. สื่อเสี้ยม
โง่เห่า เง่าโห่ แสน ............... งี่เง่า
ที่แปะ แทะปี้ เหี้ยม .............. ขาดม้าน่าอาย

๏ แดงไล่ die แล้ง ฤ ............ บ้าทำ
ใช่หลัก ชักไล่-อำ ................ มาตย์-ร้าย
ลิ้มเจ๊ก เหล็กจิ้ม นำ .............. อุปทานหมู่
เง็งอับ งับเอ็ง อ้าย ............... บ่างบ้ายุขยัน ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

11.59 น.

เรื่องสติกเกอร์ 'ประธานาธิบดี ทักษิณ ชินวัตร ประมุขรัฐไทยใหม่' ตาม คห. 2

ลองเอาหัวแม่เท้าตรองดูนะ ... คนทำนำมาปะเพื่อหวังผลได้อะไรกันนี่

ยามที่จ้องจับผิดกัน 'แดง' ดันเอามาแปะโชว์ ให้โง่เร้อะ .... แหม่มเอ้ย

แก้ไขเมื่อ 20 เม.ย. 53 12:10:36




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 20 เม.ย. 53 12:08:11 A:119.31.121.90 X:
-----------------------------------------------------------



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 20 เม.ย. 53 12:23:15 A:119.31.121.90 X:
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 20 เมษายน 2553 เวลา:12:43:18 น.  

 
10.20 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ดันทู้ ดูทั่น บ้า .......... สิ้นดี
รอแต่ง แรงต่อตี .......... ห่าร้าย
ชั่วจัด ชัดจั่วมี ............. เสาโยก
เยกหมก ยกเมฆป้าย .... แต่งแต้มตามฝัน ๚ะ๛

10.29 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#1
-----------------------------------------------------------

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏

09.00 น.

กลโคลงผวนผสม 'พยัคฆ์หาคู่ย่อง
คำโคลงบางบาท เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'
คำโคลงบางบาท เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ย่องยามสาม'

๏ รอเจ้า เราจ้อ จัด ............. เรื่องราว
พลาดคิด ผิดคาด คราว ....... พลาดพลั้ง
ทิดผูก ถูกผิด สาว ............. พราวสิทธิ์
สู้รอด สอดรู้ ทั้ง ................ หลั่งทู้เรียมแถ


๏ แพ้กล ผลแก้กลับ .......... พลั้งเผลอ
มาแห่ แม่หาเบลอ ............. เห่อบ้า
ตามแห่ แต่หามเหอ ........... ต้อยติด
ตามเพื่อน เตือนพล่าม ห้า ... ผ่าห้ามห่ากิน

๏ บินสู้ บู! สิ้นทรัพย์ .......... บานแบะ
แหมไล่ ไม่แหล แหละ ....... มั่วโม้
บ่อยคิด บิดข้อย แนะ ........ แคะหน่อย
รอพรอด รอดพอ โล้ ......... โผล่ล้อลืมทวน ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.21 น.

กลโคลงผวนผสม 'พยัคฆ์คู่ย่องหา'
คำโคลงบาทที่ 1 และ 4 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'
คำโคลงบาทที่ 2 และ 3 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ย่องยามสาม

๏ แลม่วน รวนแม่ไม้ .......... ล้มลุก
แล้งบอก หลอกแบ่งจุก ..... บุกแจ้ง
บอกเสี่ยง เบี่ยงซอกบุก ..... สุขบอก
แม่อยู่ หมู่แย่ แย้ง ............ มั่วมื้อหม่นมอง

๏ น้องปั่น นั่นป้องปก ......... นาไหน
ป้องนั่น ปั่นน้องไข ............ หน่ายข้อง
จิตขัด จัดคิดไผ ............... ใครผิด
ไผเจื่อน เพื่อนใจจ้อง ........ พจน์พ้อพอเพียง

๏ เลี่ยง สอ รอ เสี่ยงสร้าง ... รังรวง
รอเพื่อน เรือนพ่อหลวง ...... พ่วงล้อ
เลื่อนผูก ลูกเพื่อนทวง ....... พวงเถื่อน
สอ-พลับ สับ-พลอ พ้อ ....... เสื่อมสร้างทรัพย์สิน ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

09.57 น.


รู้พอ รอผู้ เล่น สอ-พอเพียง-เสียง 'สอพลอ' กันวันนี้ จะมีวันหน้า ร. เรือท่าสิ้น ส. สินทรัพย์ แลนาบารนีพี่น้องเอย


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 21 เม.ย. 53 10:11:18
------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 21 เมษายน 2553 เวลา:10:30:16 น.  

 
12.09 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ พริบทัณฑ์ พันทิบเดี้ยง .......... รอดัน
ซ้ำหนึ่ง ซึ่งน้ำมัน ..................... หยดน้อย
แพงจ่าย พ่ายแจงกัน ............... ดันล่อ
หนักพี่ หนี้พรรคห้อย ............... มาร์คยี้ประชา-ธิปัตย์ตาย ไม่ยุบสภา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

12.20 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#1
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

11.29 น.

๏ รับ สอ รอศัพท์ เศร้า ............ สอพลอ
โลทับ รับโท ออ ..................... อ่าซ้อ
เลขอับ รับเอก หนอ ................ ส่อเสียด
รับก่อน ร่อนกลับ บ้อ ............... ท่าสิ้นแรงเสริม

๏ เพิ่ม รอ พอเริ่ม รู้ ................. พอเพียง
รำสับ รับสำเนียง ..................... พ่อเจ้า
ล่อเพลี่ยง เลี่ยงพลอ เสียง ........ ลิงหลอก
เจ้าหลับ จับเล่า เหล้า ............... ไล่ไข้ป่าเขลา

๏ เสียงเล่า เสาเลี่ยง บ้า ............ บ่นแบก
รักจั่ว รั่วจัก แดก ..................... แต่น้ำ
คำเด่น เข่นดำ แขก .................. ลงช่วย ดำนา
รอพรรค รักพอ ย้ำ ................... พักเหย้า'เพื่อไทย' ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

12.05 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 22 เม.ย. 53 12:06:01
------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:12:20:41 น.  

 
ส่งบทกลอน วอนซึ้ง ถึงสาวจันทร์
ขอมังคุด ส่งให้กัน นั้นได้ไหม
รังสองรัง หรือว่า ยังน้อยไป
สามสี่รัง ยังไหว ไม่ว่าเลย...อิอิ


เข้ามาทักทายก่อนนอน
อ้อนสาวจันทร์ ค่ะพี่นก

ฝันหนุกหนานนะคะ
บายยยยยยยยยยยยยย


โดย: สุนันยา วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:22:16:20 น.  

 
09.29 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ทู้เพี้ยน เทียนผู้ส่อง ......... ฟ้าเอย
อยากหม่ำ ย่ำหมาก เหวย ..... ยากแท้
มังคุด มุดคลัง เลย ............. หมดค่า
ชวนสุ ชุสวน แม้ ................ อยากเเล้วรีบมา ๚ะ๛ (อิอิ)

09.33 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#3
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 2

07.34 น.

กลโคลงผวนผสม 'พยัคฆ์ย่องหาคู่'
คำโคลงบาทที่ 1 และ 4 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ย่องยามสาม'
คำโคลงบาทที่ 2 และ 3 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'

๏ รอหม่า ราหม้อ พี่ ............... มีพอ
น้าวครึ่ง นึ่งข้าว ขอ ................ หน่อยน้า
พี่รอ พ่อ รีรอ ........................ ผลผลิต
ขายยาก ขากยาย ล้า ............. ย่าร้ายเพียงพอ

๏ เรื่องขอ รอเขื่อง ค้อน .......... รอนราน
ข้าวใหม่ ใคร่เม้า มาร .............. ครึกครื้น
ซื้อถูก สุขทื่อ ฐาน ................. สร้างทรัพย์
มากอยู่ หมู่ยาก ฟื้น ................ ยื่นคว้ากฟากเดียว

๏ ข้าวเกี่ยว เขี้ยวกล่าว กล้า ...... ค้า-ขัด
เคือง-มาก ขากเมือง ยัด .......... หมัด-เยื้อง
ย่าง-ซัด ยัดสร้าง บัตร ............. สัตว์-บ่าง 'ช่างยุ'แหล
เบี้ยวแหลก แบกเลี้ยว เบื้อง ...... เรื่องเบี้ยวบิดกัน ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

08.27 น.

***
08.29 น3

กลโคลงผวนผสม 'พยัคฆ์คู่ย่องหา'
คำโคลงบาทที่ 1 และ 4 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'
คำโคลงบาทที่ 2 และ 3 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ย่องยามสาม'

๏ บั่นหล้า บ้าลั่น ล้อ .............. เบื้อง-โบ
ราณ-คิด ฤทธิ์คลาน โบ๋ .......... โข่บ้าน
น้ำขาด นาฎค้ำ โผ ................ โค-พร่ำ
เพ้อ-เเดะ แพะเด๊อ ด้าน .......... ผิดเพี้ยนเพศภัย

๏ ไร้คู่ รู้ไข้ แค่น ................... แล่น-หลง
ทาง-เน่า เฒ่านาง หงส์ ............ โหน่ง-ห้าง
ช้อปิปิ้ง ฉิ่งป๊อบ จง ................. ปลงจอบ
ใช่ job shop จ่าย จ้าง ............ ชาติเชื้อเชือดชน

๏ รอป่น รน ป่อป้อ ................. รอ-รี
เฟรช-เล่น เฟ้นเลศน์ ตี ............ รี่-เต้น
รำ-ขู่ หลู่คำ ผี ........................ คีย์-พร่ำ
บอก-ลด บทหลอก เร้น ........... บทบ้าโบ๋เบ๋ ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

08.55 น.





จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 23 เม.ย. 53 09:00:58





ความคิดเห็นที่ 3

07.34 น.

กลโคลงผวนผสม 'พยัคฆ์ย่องหาคู่'
คำโคลงบาทที่ 1 และ 4 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ย่องยามสาม'
คำโคลงบาทที่ 2 และ 3 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'

๏ รอหม่า ราหม้อ พี่ ............... มีพอ
น้าวครึ่ง นึ่งข้าว ขอ ................ หน่อยน้า
พี่รอ พ่อ รีรอ ........................ ผลผลิต
ขายยาก ขากยาย ล้า ............. ย่าร้ายเพียงพอ

๏ พล่านขอ พอค้าน ถ่อ .......... ขอทาน
ข้าวใหม่ ใคร่เม้า มาร .............. ครึกครื้น
ซื้อถูก สุขทื่อ ฐาน ................. สร้างทรัพย์
มากอยู่ หมู่ยาก ฟื้น ................ ยื่นคว้ากฟากเดียว

๏ ข้าวเกี่ยว เขี้ยวกล่าว ข้า ........ กล้า-ขัด
เคือง-มาก ขากเมือง หมัด ..........ยัด -เยื้อง
ย่าง-ซัด ยัดสร้าง ซัด ............... บ่อน-บ่าง ช่างยุ-แหล
เบี้ยวแหลก แบกเลี้ยว เบื้อง ...... เรื่องเบี้ยวบิดกัน ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

08.27 น.

***
08.29 น.

กลโคลงผวนผสม 'พยัคฆ์คู่ย่องหา'
คำโคลงบาทที่ 1 และ 4 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'
คำโคลงบาทที่ 2 และ 3 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ย่องยามสาม'

๏ บั่นหล้า บ้าลั่น ล้อ .............. เบื้อง-โบ
ราณ-คิด ฤทธิ์คลาน โบ๋ .......... โข่บ้าน
น้ำขาด นาฎค้ำ โผ ................ โค-พร่ำ
เพ้อ-เเดะ แพะเด๊อ ด้าน .......... ผิดเพี้ยนเพศภัย

๏ ไร้คู่ รู้ไข้ แค่น ................... แล่น-หลง
ทาง-เน่า เฒ่านาง หงส์ ............ โหน่ง-ห้าง
ช้อปิปิ้ง ฉิ่งป๊อบ จง ................. ปลงจอบ
ใช่ job shop จ่าย จ้าง ............ ชาติเชื้อเชือดชน

๏ รอป่น รน ป่อป้อ ................. รอ-รี
เฟรช-เล่น เฟ้นเลศน์ ตี ............ รี่-เต้น
รำ-ขู่ หลู่คำ ผี ........................ คีย์-พร่ำ
บอก-ลด บทหลอก เร้น ........... บทบ้าโบ๋เบ๋ ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

08.55 น.

แง่มแง่ม ... คห. 2 ... หน้ามืดจนหลงคำกลโคลงผวน ในกลโคลงชุดแรก บทที่ 2-3 ไปสองสามบาท

คลิกแก้ไข ... รัยวะ ...หมองกลของพันทิบวันนี้เพี้ยนขนาดหนักเลยเหรอนี่

คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความนี้ได้ เนื่องจากคุณไม่ได้เป็นผู้เขียนข้อความนี้

----------------------------------------------------------------------------
ขอปรับปรุง คห. 2 ... ให้ถูกต้องตามกลโคลงผวน ดังนี้ ขอรับ
----------------------------------------------------------------------------



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 23 เม.ย. 53 09:23:15


โดย: นกโก๊ก วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:9:34:15 น.  

 
17.59 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ รอ หวยรัฐ หัดรวย เด็กห่วยแตก
หลากสีแปลก แทรกปี๋ กาลีร้อง
ว่าม่องตัน มันต้อง ตายก่ายกอง
เมืองฟ้าบ๊อง ฟ้องบ้า ป้าวิกล-จริตแล้วนา นารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

18.08 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

๏ >>> อาถรรพ์มะ จะต้องล้าง ด้วยเลือดแดง <<< ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8992262/P8992262.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 14

17.37 น.

๏ ว่าเสียง เวียงซ่า เจ้า ............. ต้องตาย
เจ้าแม่ แจ้เม้า หมาย ................. มล้าง
ล้าง 'มะ' ละม้าง วาย ................ วุ่นวอด
ตายแน่ แต่นาย อ้าง ................. ว่าบ้าแน่เวย ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)


17.44 น.

จากคุณ : สิ้นเสียง M79 ที่สีลม Just ... (นกโก๊ก)
เขียนเมื่อ : 23 เม.ย. 53 17:45:23 A:119.31.121.72 X:



ความคิดเห็นที่ 15

เจ้าแม่กาลี ... จะมีใครเชื่อบ้าง ลองพิจารณาว่า Clip Video นี้ มีอะไร ... ไม่เอะใจกันบ้างเลยหรือ

//www.youtube.com/watch?v=ioOrreuQ94c

แก้ไขเมื่อ 23 เม.ย. 53 17:52:46

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 23 เม.ย. 53 17:51:06 A:119.31.121.72 X:
-----------------------------------------------------------

อยู่บ้านนอกคอกนา ไม่รู้ว่า เค้าใส่ Clip Video ในบล้อกบ้านกันได้งัยน้า
ใครรู้วิธี ช่วยแนะนำนกผีบ้างนะ จะขอบพระคุณหลายๆ เด๊อคร่า


โดย: นกโก๊ก วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:18:08:52 น.  

 
08.41 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ หยอดทู้ ยู้! ถอดหน้า ........... กากฝัน
เจ้าอิ่ม จิ้ม out มัน ................. ปากเม้า
จันทร์อาทิตย์ จิตอาถรรพ์ ........ วันวิบัติ
สารพัด สัตว์ละพาเจ้า ............. วิ่งเข้าป่าไหน ๚ะ๛ (อิอิ)

08.46 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

***** ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๘ ยินดีต้อนรับค่ะ ***** ... ของ คุณ: auntiesai

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9161308/W9161308.html#25
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 25

07.26 น.

๏ ดวงมุกดาสนิทผลิตกลิ่นหอม
นวลถนอมพยอมรักษ์ป้องปักษิณ
ศศิธรร่อนฟ้ามาสู่ดิน
มณีนิลปิ่นสวรรค์คู่ขวัญเรียม

๏ นวลจันทร์แม่แขไขในห้องหอ
ศิริพ่อก่อฝันมั่นจอบเสียม
สร้างสวนขวัญจันทร์เจ้าเหย้าเยือนเยี่ยม
น้ำใจเปี่ยมเจียมตนทนอดออม

๏ ประคองนวลหวนละห้อยคอยขวัญฟ้า
จันทร์ส่องหล้าฟ้าใสใครถนอม
สุริยันบรรดาลดวงพวงพยอม
แล้งน้ำย่อมจ่อมจมล้มทั้งพวง ๚ะ๛

08.23 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 24 เม.ย. 53 08:25:02
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:8:47:10 น.  

 
คนทำนาย ใครทำนาว เรื่องราวผ่าน
เมื่อก่อนนั้น กันหนอ ท้อใจหาย
รอวันก่อน วอนกลั่น วันมะลาย
เสื่อมสลาย สายเลื่อม เอือมระอา



มาราตรีสวัวดิ์ ค่ะพี่นก
ฝันหนุกหนาน นะคะ



โดย: สุนันยา วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:22:47:27 น.  

 
17.39 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ วันไทยบ้า ถ้าใบ้ บอกไม่ฟัง
ทั้งหลังหน้า หรานั่ง พังแผ่หรา
สูงต่ำกลาง ต่างกำ หมัดรำร่า
รู้อย่าหวัง หยังว่า อาถรรพ์'มะเหงก'-เขกกะบาลกัน บารนี ๚ะ๛ (อิอิ)

17..52 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#7
-----------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 7

16.30 น.

๏ รอเจ้า เราจ้อ จอด ........... 'รัก'-เรือ
หันไก่-ให้กัน เกลือ ............. รักแล้
เชื่อแงะ แฉะเหงื่อ หงอ ........ ฉุนเฉ่า
เรือไก่ ไล้เกลือ แก้ ............ รักแร้รวยริน

๏ พอกลิ่น ผินก่อ เกื้อ ........ ผันผวน
อากาศ อาจกา กวน ............ รักแล้
เรือส้ม ล่มเสือ สวน ............ ลมรัก
หึงผลัก หักผึง แพ้ ............. ห่มไห้โหยหา

๏ รอฟ้า ราฝ่อ เฝ้า ............. รอลม
ลวงเปล่า เล่าป่วง ปม .......... ลับลี้
รักเด่น เล่นดัก ดม .............. ลมรัก
รอจอด รอดจอ จี้ ............... รักเล้าโลมลิง ๚ะ๛ ( คริคริ)

17.28 น.

เฮ้อ ... ทำมาหากิงยาก ... ผลรากหมากไม้ ขายยากจิเป๋ง
มังคุดก็เก็บยากเก็บเย็นจินๆ หาลูกเข้าสายเลือดยากมาเรยวุ้ย ...เห็นวันละไม่กี่ลูกเองง่ะ

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 26 เม.ย. 53 17:36:46
-----------------------------------------------------------



โดย: นกโก๊ก วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:17:54:06 น.  

 
มาส่งฝันฝันหวานคนบ้านสวน
จะรอวัน มาป่วน ชวนสนาน
กับพี่น้อง พวกพ้อง เหมือนวันวาน
คงจะอีกไม่นาน วันที่รอ...

ส่งฝันดีค่ะพี่นก
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ



โดย: สุนันยา วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:21:23:32 น.  

 
19.21 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ เมื่อบ้าใหญ่ ใบ้ 'อย่า' หรือจะฟัง
ใช่บ้าหวัง บังว่า บอดบ้าใบ้
ต้องล้มตาย หลายต้ม ยำสมใจ
เทศไทยเน่า เท่าไหน ไม่สนฤๅ ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

19.28 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#9
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 9

18.18 น.

๏ รุนต่อ รอตุ่น เดี้ยง ......... แดยัน
เราต่อ รอเต่า ขยัน ............ โง่ดิ้น
รอเต้น เล่นต่อ ฝัน ............ มาร์ค-กะ สันเวย
ขอเล่น เข่น ล. ลิ้น ........... พลิกพลิ้วชิวหา

๏ รอจ้า ราจ้อมั่ง .............. มาร์คเอย
ราพ่อ รอผ่าเผย ................ แม่สู้
ส.เลี่ยง เสี่ยงรอเลย ........... ขาลนี่ เสือแน
รอเซ่น เล่นซออู้ ................ ขลุ่ยรู้เพียงพอ-เอ้ย-เพียงออ เล่น 'สอพลอ' กัน มันวิบัติหนักนา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

18.55 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 28 เม.ย. 53 18:58:16


โดย: นกโก๊ก วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:19:28:32 น.  

 
23.17 น.

๏ แมะเรา เมาแหละ อ้วก ....... เหม็นหลาย
ริฉุ รุฉิ-หาย ......................... ห่าล้วน
เจ้าหลาย จ่ายเหล้า หมาย....... มอมเพื่อน
รัวห่ม ลมหัวด้วน .................. แดะเด้งเด๋อด๋า ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

23.27 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

6: เพื่อนเก่าชาวราชดำเนิน ชวนเชิญท่านร่ำสุรา ครบรอบหนึ่งปีอีกครา สร้างค่าคำคมห่มกวี{แตกประเด็นจาก P8720998}

... ของ คุณ: ไร้นาม

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9168263/P9168263.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 74

21.35 น.

๏ ลมหัวด้วน ล้วนหัว ดมมั่วเม้า
ชนแก้วเหล้า เชาวน์แก้ว หล่นแล้วนี่
ตั้งคำถาม ตามคำ ทั้งตามตี
ไร้นามชี้ ลี้นาม ใช่ความเขลา

๏ เล่าข่าวเสี้ยม เหลี่ยมข่าว เศร้าสื่อเลีย
หอยเตี้ยเน่า เห่าเตี้ย หนอยเสียเปล่า
จ่ายแจกงบ จบแจก ง่ายแดกเจ้า
ป้ายสีเข้า เป้าสี คล้ายมีธง

๏ ปักแจ้งหรา ป๋าแจ้ง หลักแร้งเฒ่า
แดงล้มเจ้า เดาล้ม แจ้งหล่มหลง
ด้วนหัวลม ดมหัว ล้วนตัวชง
แล้วตบหงส์ หลงตบ แห้วจบเกม

๏ เลือดแดงเด่น เล่นแดง เดือดแรงนะ
อาถรรพ์มะ อ๊ะทัณฑ์ มาขั้น-เข้ม
ข้น-ทุกข์ถนัด ขัดทุก-ถนนจุกเต็ม
ห่าเปรมปรีด์ ฮี่เปรม ป๋าเต็มขั้น

๏ ถิ่นมาหากรรม ทำมาหากิน ดิ้นกันหน่อย
หากินน้อย ห้อยกินนา ว่า sex หดนั่น
หากินมาก หากินมา ว่า คอรัปชั่น
ผวนคำกัน ผันคำกวน ลมหัวด้วนผวนดู

๏ หากินพอดี ฮิกินพอดา ดาดี๊ดาดาดาดี๊
ฮิกินพอด่า ห่ากินพอดี ผีห่าบ้าวู้
ด่าเข้าไป ได้เข้าป่า ช้าละสู
แดกเหล้าปู่ ดูเล่าแปลก แยกดีชั่ว-รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา*รักดีหามเจ้า รักชั่วหามสั่ว ลมหัวด้วนหามรัยแหลแลนา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

22.59 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 28 เม.ย. 53 23:00:51 A:119.31.121.72 X
-----------------------------------------------------------

จะแก้ไขอักขระที่จิ้มพลาด ... คริคริ ... คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความนี้ได้ เนื่องจากคุณไม่ได้เป็นผู้เขียนข้อความนี้

-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:23:28:18 น.  

 
07.31 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ เล่าฝัน หลันเฝ้าล่า .......... บุหลัน
เข้าเรื่อง เขื่องเล่าดัน .......... บ่ได้
อดีต eat ดะ ปัน- .............. จุบัตร ผวนรา
วิบัติ what บิ ไร้ ............... สติรั้งรอฝัน

๏ อ่านธง องค์ท่านสร้าง ..... ธงใด
ธงขาด ทาสคงไป ............. ป่าช้า
ธงผ้า ท่าพงไพร ............... พนาถัก ทอแน
ธงเย็บ เทพยง ฟ้า ............. ไขว่คว้ายืนยง-คงอยู่นานแค่ไหน ผ้าไทย ไพร่ทาสีไม่มีวันเปื่อยสลายฤๅ แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

07.50 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

***** ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๘ ยินดีต้อนรับค่ะ ***** ... ของ คุณ: auntiesai

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9161308/W9161308.html#83
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 83

06.37 น.

๏ เพื่อนเรียน เพียรเลื่อน ล้อ ........ รักเรียน
นิดสิ นิสิต เขียน ....................... จีบเจ้า
ปีสอง ป่องซี่ เซียน .................... พี่จีบ ไปแล
หมาไก่ ไม่กล้า เศร้า .................. ที่เจ้าลืมเรียน

๏ ผันเปลี่ยน เพียรปั่น ล้อ ............ เรียนขยัน
เลิกบ่น หล่นเบิก ฝัน ................... อัดอั้น
รบเจียร เรียนจบ ฉัน ................... ลืมหมด
ตั้งจิต ติดจั้งสั้น........................... อาจสิ้นเสียม๋า

๏ ชะ - อุมาแม่เจ้า ....................... จุติมา
อ้อน - จักล้างชีวา ....................... พี่แล้ว
กิ่ง - เกาะกิ่งกฤษณา .................... นะแม่
จันทร์ - กระจ่างสว่างแผ้ว .............. ผิว์น้องปราณี

๏ ผีป่วน ผวนปี้ป่น ........................ ปางหลง
จำเล่า เจ้ารำธง ............................ ก่อนนี้
ธงหัก ทักหงส์ ปลง ....................... ธงท่าน บ้างแล
ธงไพร่ ไถ่พงศ์ชี้ .......................... พี่น้องธงไทย

๏ ใช่เล่น เช่นไล่ล้าง ..................... ล้มธง
สีต่าง สร่างตีคง ............................ ต่างฟื้น
เจ้ารัฐ จัดเล่าหลง .......................... สีเลอะ เลือนฤๅ
สีเด่น เส้นดี ตื้น ............................ ลึกเจ้าเข้าใจ-ไพร่ฟ้าไทยในบ้านนอกคอกนารักเจ้าฟ้าเท่าปวงหงส์เหมราชแลนา บารนี ๚ะ๛

07.17 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 29 เม.ย. 53 07:22:13
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:8:18:53 น.  

 
07.46 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ กลางวุ่น กุนว่างว้า ................ วุ่นวาย
ฝากกร่อย ฝอยกากกราย ........ แก่นแก้ว
สากใหม่ ใส่หมากหมาย ........... มาร์คเม็ด
ถั่วเหี่ยว เที่ยวหัวแห้ว ............... ห่มไห้โหยหวน

๏ เมืองป่วน มวลเปรื่องเป้า ........ ปืนปรับ
ป้องก่อน ป้อนกองทัพ ............. เถื่อนแท้
ทัพหลอก talk ลับ รับ .............. รู้ ฤ
พลาดแหละ แพะราษฎร์ แล้ ...... ร่วงล้มแลฤๅ

๏ ชากมื้อ ชื่อมาร์คแม้ว ............ หม่นหมอง
ต้านด่าง ต่างด้าน ดอง ............. ดักแด้
ไม่รุ่ง มุ่งไล่ ลอง .................... ลิ้มเลิก
เล่นผิด ฤทธิ์เผ่น แพ้ ................ พ่ายเพ้อภัยพาล

๏ รั้นสู้ รู้สั้น ทรัพย์ .................. สินสูญ
รู้เพิ่ม เริ่มผู้ พูน ...................... ผ่องแผ้ว
หาญฆ่า ห่าคลาน คูณ .............. ขึ้นค่า
เน่ามาร์ค นาคเม้า แม้ว ............. แหมะแม้หมาเมิน ๚ะ๛ (อิอิ)

08.19 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#11
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 11

07.22 น.

๏ รอก่อน รอนก่อเกื้อ ............ เอื้อ-อา
ทร-รัก ทักรอนรา .................. ฬ่อร้อง
ต่อแล แต่ ล.ลา .................... หลงแหลก
รอขับ รับ ข. ข้อง .................. คับแค้นครวญคำ

๏ รอย้ำ รำย่อย้อน ................ ย่อยยับ
ยอหลุด หยุด ล. หลับ ............ ลึกล้ำ
ยอรู้ อยู่ ร. รับ ...................... รอ-รอบ คอบ-แล
รอคู่ รู้ ค. ค้ำ ........................ ขัดค้างขึงขัง ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

07.41 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๗ : ประชาพิจารณ์ ... ของ คุณ: xers

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9040215/W9040215.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 63

06.37 น.

๏ สีบอดตา ถวัลย์ ดัชนี
ภาพเขียนมี สีขาว แวววาวใส
ป้ายสีดำ คล้ำเด่น เน้นความนัย
ความในใจ ใสสว่าง มืดบางกาล

๏ สีร้อนแรง แดงเด่น เช่นสุริยัน
เหลืองทองจันทร์ ฝันค้าง คู่ต่างด้าน
นกมีหู หนูมี-ปีกพิจารณ์
จิตเทพมาร สานดัน ฝันดีชั่ว

๏ อาถรรพ์เจ็ด เฉดสี ที่ต่ำสูง
ทางสายรุ้ง ทุ่งสาย-ร้างไร้-หัว
หาง-กลางโค้ง โกงข้าง อ้างใจตัว
คนชี้มั่ว ชั่วมี ที่พิจารณ์ ๚ะ๛

07.12 น.

แก้ไขเมื่อ 30 เม.ย. 53 07:15:35



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 30 เม.ย. 53 07:13:26




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 30 เม.ย. 53 07:42:02
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:9:03:08 น.  

 
21.07 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ค่ำซึมเค้ง เซ็งครึ้ม ดื่มเหล้ายา
ดองเหล้าป่า ล้าเปล่า ยามเน่าหนอง
น้ำปุ๋ยหมด ปลดหมุ่ย ขลุ่ยฉาบฆ้อง
นั่งฉลอง ฉ๋องละ ฉะคนเดียว ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

21.15 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#9
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 12

20.59 น.

๏ รอเจ้า เราจ้อเล่า ............ เหล้ายา
ดีแหละ แดะลีลา ............... ล่อเจ้า
มาร์คสั่ว มั่วสาก-สา ........... หัส-หนัก
หนอเล่า เน่า ล. เล้า ........... คอกม้าสี่เสา ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

21.03 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

6: เพื่อนเก่าชาวราชดำเนิน ชวนเชิญท่านร่ำสุรา ครบรอบหนึ่งปีอีกครา สร้างค่าคำคมห่มกวี{แตกประเด็นจาก P8720998}

... ของ คุณ: ไร้นาม

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9168263/P9168263.html#80
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 80

19.42 น.

๏ จุดเงี้ยว เจี๊ยวงุด เอ้ย ............ หงุดหงิด
เทียนรุ ทุเรียน ติด ................... ลูกน้อย
มังคุด มุดคลัง คิด ................... ตังค์วุ่น
ไต๋ศก ตกไซ้ซ์-ร้อย ................ ขีด-ได้หมื่นตังค์

๏ สั่งเหล้า เศร้าหลั่ง น้ำ ............ อมฤต
หยีชืด ยืดชีวิต ........................ สักแก้ว
เหตุเศร้า เห่าเศรษฐกิจ ............. ตกสะเก็ด
พิษมาร์ค พรากมิตร แม้ว .......... หมดสิ้นเซลแมน

๏ไร้แผน แลนด์ไพร่ล้ม ............. ทั้งยืน
นายร่ำ น้ำลายกลืน ................... กับเกลี้ยง
หม้อจาก มาร์คจ้อปืน ................ เป็นตับ
สู้ไพร่ ใส่ผู้เลี้ยง ....................... ลูกแก้วหนังสติ๊ก

๏ พลิกหล่น พลริกรี้ .................. หลงเจอ
ใสนะ สไน้ป์เปอร์ ...................... ส่องเป้า
แผนมี พี่แม่นเด๋อ ...................... ด๋าด่า
แดงก่อ ดอแกร่งเม้า .................. มาร์คโม้เมามาย

๏ ด่าไพร่ ได้ผ้านุ่ง ..................... นะมาร์ค
ท่าดื่ม ทึ่มด่าราก ....................... แตกแล้ว
พร่าเมื่อ เพื่อม้าปาก ................... หมาอิ่ม
เหล้าป่า ล้าเปล่าแก้ว .................. หมดแล้วเหล้ายา-หากินยากกินเย็นเหลือเกินแล้วท่านไร้นาม บารนี ๚ะ๛ (อิอิ)

20.46 น.




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 30 เม.ย. 53 20:55:52 A:119.31.121.84 X:
-----------------------------------------------------------



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 30 เม.ย. 53 21:04:42
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:21:22:02 น.  

 
10.09 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ เราฝ่อ รอเฝ้าลบ ....... ฝ้าไฝ
คิวสัตว์ คิดสิว ใส ......... เกลื่อนกลุ้ม
หัวเก่า เห่ากลัว ไหม ...... หมอจุ ฬาแหล
เก่าสระ กะเส่า ซุ้ม ........ สระเกล้าเกศี

๏ ผีเชื่อ เผือชี้เผ่า ......... ผมมวย
ซวยหมัด ซัดมวยสวย .... เสี่ยงเข้า
พันนะ พนันซวย ........... เสี่ยงผิด
พ่อจ่าย พ่ายจ้อ เจ้า ....... มารค์ม้าขโมยฝัน ๚ะ๛ (อิอิ)

10.30 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#11
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 15

08.42 น.

๏ ร้องหนอ รอน้อง กลับ ........... บ้านโคลง
ผวนใหม่ ไพรม่วน โพรง ............ ไพร่เร้า
พอลี้ พี่รอ โมง ........................ ยามเงียบ
แลพ่อ รอแพ้ เฝ้า .................... ไขว่คว้าหาขวัญ

๏ ใจมั่น จันทร์ใหม่ ไร้ ............... มัวหมอง
รอแม่ แล้ ม. มอง ..................... แม่บ้าน
ก่อเลื่อน เกลื่อน ล. long ............ หนาวหนัก
ตอแจ่ม แต้ม จ. จ้าน ................. จัดบ้านเรือนรอ

๏ รังพ่อ รอพลั้ง เพศ ................. ภัยผลาญ
รอผล่าน ร่าน พ. พาล ................ ผ่านพ้น
ง้อรัก งั่กรอ นาน ...................... ไม่หน่าย
พอละ พระลอ ค้น ..................... ไก่ฟ้าคืนฝัน

๏ รันก่อ รอ กลั่นน้ำ ................... ใจ-ฉัน
รอ-กับ รับ ก. กัน ...................... ไก่แก้ว
พอรัก พัก-รอหัน ....................... กอ-กลัด กลุ้มรา
เผือรัก ผลักเรือ แผ้ว .................. ผ่องสิ้น 'รัก' ฤๅ ๚ะ๛

09.38 น.




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันแรงงาน 53 09:42:49
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:58:00 น.  

 
เหมือนได้ดู บทละคร ตอนฉากใหญ่
อีกด้านใช้ สื่อวาง อย่างสับสน
อีกด้านหนึ่ง ใช้ศรัทธา มหาชน
หวังได้ยล สิ่งหมาย ณ.ปลายทาง

แต่ยิ่งดู ยิ่งเห็น สิ่งเร้นลับ
ที่โยงจับ นำสื่อ มาถือหาง
อีกจรรยา จุฬาแพทย์ แปดเปื้อนวาง
ร่วมมือสร้าง วางกฏ บทละคร..


หวัดดีค่ะพี่นก
ขอวางด้วยนะคะ


โดย: น้องเองค่ะ IP: 124.120.8.251 วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:27:03 น.  

 
22.04 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ศาลาเจ้า เล่าจ๋า จ๊ะกันใหญ่
สุดทนได้ ไทยด้น ก่นด่าดิ้น
แดกดันฟ้า ด่าฟัน หล้าดานดิน
กลหมากปลิ้น หมิ่นปาก ปลาหมอฤๅ ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

22.18 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

***** ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๘ ยินดีต้อนรับค่ะ ***** ... ของ คุณ: auntiesai

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9161308/W9161308.html#128
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 128

21.20 น.

๏ ไม่รู้ หมู่ไร้ ทรัพย์ ............. รักษา
โรคจิต ฤทธิ์โจ๊ก ยา ............. ฆ่าเชื้อ
โรคสิ ริโศก-พา .................. ราเช๊ต
ติม่อล-ต้อนมิ เกื้อ ................ กลั่นแกล้งกรรมใคร

๏ ใช่เมื่อ เชื่อไม่รู้ ............... เหตุผล
ใช่เกิด เชิดไก่ชน ................ ชั่วค้น
ดูเหตุ เดชหูคน ................... เสพข่าว ครบฤๅ
ใช่เหตุ เฉดให้พ้น ................ เพราะรู้หลอกกัน ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

21.52 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#16
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 16

20.31 น.

๏ แพทย์รอ พอแรด ร้อง ........ ฉีดยา
เพลินเหงื่อ เพื่อเงิน มา ........... เมื่อยล้า
หมอรู้ หมู่รอ หา ................... กินง่าย
เงินหมด งดเมิน ข้า ............... ก็ใช้บัตรทอง

๏ ม่องรอ หมอร้อง ลั่น ........... งานหนัก
รัฐจ่าย ร้ายจัด ชัก ................. รอกตั้ง
คลีนิค คลิกหนี-รัก.................. ษา-โรค
จ่ายสด จดส่าย ครั้ง ............... หนึ่งตั้งหลายตังค์

๏ นั่งรอ หนอ หลั่งน้ำ ............. ตาหยด
รอบ่าย ร่าย บริบท ................ บ่นบ้าง
รอเม้นท์ เล่นหมอ หมด .......... มุกเล่น
รอจอด รอด จ. จ้าง ............... จ่ายให้หมอดู ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

21.11 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันแรงงาน 53 21:14:18



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันแรงงาน 53 21:55:26
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:41:04 น.  

 
10.59 น.

๏ โคลงหมื่น ครืน โหม่งเข้า .... ศาลา
ไล่เข่น เล่นไข้ตา ................. แหกนี้
ละพ่อ ล่อ-พยา .................... บาล-บ่น
อยู่นอก หยอกหนู ชี้ .............. ที่รู้ฤๅเห็น ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

11.05 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

***** ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๘ ยินดีต้อนรับค่ะ ***** ... ของ คุณ: auntiesai

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9161308/W9161308.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 138

10.36 น.

๏ อย่าลวงหลอกบอกใครว่าเรียกร้อง
ใช่มองเจ้า เม้า 'จอง-ลำ' พองพ่น
ประชาธิปไตยกึกก้องเปี่ยมเหตุผล
จำลองก้น หล่นกอง ร้องตามเพลง

๏ เท่าที่ทำก็รู้ เพราะ " หนึ่งคน"
เรือพายวน พลวาย วอดหลาย'เหวง'
ว่ายเวียนวนในความชั่วไม่กลัวเกรง
นั่งเทียนเก่ง เท่งเกรียน 'ไขเทียน*เขียนไทย' see ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

10.47 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#17
-----------------------------------------------------------


ความคิดเห็นที่ 17

09.36 น.

๏ เหม่งรอ หมอ เร่งเร้า ............ จริยธรรม
หมอเล่า เม้า ลอลำ ............... บากแล้ว
หมอป่วน ม่วน ป. ปรำ ............. ปล้ำ-ปรัก ปรำเวย
รอหมัก รักหมอ แม้ว .............. ม่องด้วยหัวหมอ

๏ ไพร่รอ พอไร่ สร้าง ............. สมุนไพร
หมอเลือก เมือก ล. ไหล ......... กลั่นใช้
กล่องรอ ก่อรอง ไข ............... กรองใส่
คูณแสบ แค็บซูล ได้ ............... ค่าน้ำใจแพง

๏ รอแจ้ง แรงจ้อ จิก ............... ไพร่แดง
เลือดไพร่ ไล่เผือด แหนง ......... หน่ายหนี้
รอปลิด ฤทธิ์ ป. แปลง ............. เงิน'ดอก-เบี้ยแหล
ทอง'เพชร เท็จผอง พี้ ............... ผ่าบ้ายาเมา

๏ รอเต่า เราต่อล้อ .................. ต่อเถียง
รอพ่าย ร่าย พอเพียง ............... ทุกผู้
พร่ำรอ พ่อ ลำเลียง .................. เรือล่อง
ลอยต่อ รอต่อย รู้ .................... แต่ล้วงกระเป๋าแหล ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

10.28 น.




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 2 พ.ค. 53 10:34:25
----------------------------------------------------------

แก้ไขเมื่อ 02 พ.ค. 53 10:50:49




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 2 พ.ค. 53 10:49:40
--------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:06:44 น.  

 
11.38 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ เห็นมั่ว หัวเม้นต์ สั่น .......... ศาลา
บ้านแตก แบกต้าน-สา ......... ระ-ร้าว
รานจิต ฤทธิ์จัด-หา .............. เรื่อง-จั่ว
เสา-หัก ศักดิ์เหา ห้าว ........... ห่อนรู้หายนะ-'อาถรรพ์มะ'เหงกเขกใจแม่แลนา บารนี ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

11.50 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

***** ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๘ ยินดีต้อนรับค่ะ ***** ... ของ คุณ: auntiesai

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9161308/W9161308.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 148

08.56 น.

๏ ทุกอย่างรู้ อยู่ร่าง กลางใจรู้
ต้นรู้ตอ ล้อตู รู้กลอกกลิ้ง
รู้เจ้าลิง จริงเล่า หลอกเจ้าจริง
ชายรักหญิง ลิงยักษ์ ยากรู้ใจ

๏ ต้นตอคิด ติดคอ ก่อยุ่งขิง
มะเหงกลิง หงิงเลข 'เอก-โท'ให้
ปากเป็นเอก เป๊กเอน เพ่นหัวใคร
คิดเลขไป ไรเปก เลขเป็นโท

๏ รามเกียรติ์ เรียนมะ-กามพระนาง
ลิงยักษ์ล้าง อย่างรัก ยักษ์ลิงโห่
ยิงฟันฆ่า ฝ่าครรภ์ มารดา-โถ
มณโฑแม่ แถโม่ 'know ตรม' ข้างใด ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.46 น.

ดูโขน ดูละคร ...มีใครบ้างที่ย้อนดูตัวเอง ... โคลงเคลงกันไปไย

มีสลักกลอนใช้กันโคลงเคลงที่สั่นคลอน ... วิถีโคลงกลอนปั่นป่วนผวนผัน

กังหันต้องลมหมุนวน ... กังหันลมหมุนสับสนปั่นป่วนหรือไม่

อาถรรพ์ใจปั่นป่วน จะปล่อยให้ปรวนแปรไปตามอารมณ์หรือไร

สามวันดี สี่วันไข้ ... ร้ายเจ็ดที ดีเจ็ดหน ... คำคมคนโบราณท่านบอกใบ้อะไรกัน

นกผีใจปั่นป่วนผันผวนสับสน ... บังคับใจตนให้นิ่งได้หรือไม่
ทำไมนกผีจึงเล่นคำผวนผัน ... สลักกลอนกันโคลงเคลงตามเพลงกรรม

นกผีให้คำคู่เรียงเคียงหมอนมันผันผวนป่วนปั่นไปตามอารมณ์แล้ว ...ใจนกผีจะปั่นป่วนผวนผันตามอารมณ์อีกหรือไม่

นกผีเพียง ... เข้าใจ-ไขเจ้า ... มันก็เท่านั้น

กวีใจในศาลาคนสวย ช่วยบอกนกผีที ... ท่านมีวิถีใดบังคับใจกวีที่ปั่นป่วนของท่านบ้าง


ขอคารวะสวัสดี ... พี่น้องชาวศาลาที่รักยิ่งทุก ๆ ท่าน
หวังว่า ... วันหวานอมขมกลืนผันผ่าน ... วันหวานชื่นคืนมา ... ศาลาร่มเย็นชั่วนิรันดร

แก้ไขเมื่อ 03 พ.ค. 53 10:28:24



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 3 พ.ค. 53 10:20:43
ถูกใจ : นักแต้ม
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:56:48 น.  

 
ถึงเวลา ลานอน ตอนราตรี
มาลงกลอน แทนพี่ ที่อยู่สวน
มาอ้อนจันทร์ เจ้าขา แม่หน้านวล
มาแอบชวน สาวเจ้า เล่านิทาน....



มาชวนสาวจันทร์ เก็บมังคุดค่ะ
ราตรีสวัสดิ์ นะคะ พี่นก
ฝันหนุกหนานนะคะ




โดย: สุนันยา วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:01:07 น.  

 
07.41 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ใช่เด่น เช่นได้เกิด ............ เป็น 'หงส์'
ลาเกือก เลือก 'กา' ลง ......... เลือกตั้ง
กระเด้ง เก่งดะหลง .............. พงศ์เผ่า
กา Black แก๊กบ้า ยั้ง ........... คิดบ้างกาขาว

๏ บรรเจิดเกล้า เจ้าเกิด ......... เป็น-สัตว์
ประเสริฐ-เปิดสะบัด ............. สัตว์เศร้า
ทำจ้อง ท่องจำคัด ............... เขียนอ่าน
คิดเลข เขกฤทธิ์ เจ้า ............ นับถ้วนเงินทอง

๏ พี่น้อง ผ่อง'นี้' นี่ .............. หนี้สิน
มีดอก หมอกดี บิน .............. บ่ได้
ขั้วหมุน ขุ่นมัว กิน ............... ใจ-กลัด กลุ้ม-นอ
แรด-บิด ฤทธิ์ bad ให้ ......... ค่างร้ายครองเรือน

๏ บ่างเอื้อน เบือนอ้าง บ่าง .... ช่างยุ
ยอบ่าง อย่างบอ-บุ .............. รุษ-อ้อน
ออด-ยิ้ม อิ่มยอด-สุ ............. รา-หมัก
เมาเล่น men เร่าร้อน ........... ใช่รู้'เมน'เหม็น

๏ เด่น ร. ด. เล่นลิ้น ............ โลมเลีย
กลัวแพะ แกะผัวเมีย ........... ล่อม้า
ไทยเมตต์ เทศ 'my dear' .... ผวนดับ 'เมีย die'เนอ
กร่างจะ กระจ่างจ้า .............. แจ่มแจ้งจริงหรือ ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

08.38 น.

-----------------------------------------------------------
วันแห่งขัยชนะ ...สุนันยา ... วิ่งชนะหมาตามนกผีบ้ามาเกิด ... เราเกิดมาบ้ากันใหญ่ทำไมหรือนี่

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sunanya&month=05-2010&group=1&date=03&gblog=80
-----------------------------------------------------------

07.20 น.

๏ เศร้าทุกข์ สุขเท่าฟ้า ........ มาแทน
ที่เกิด เถิดกี่แสน ................ สู่จ้าว
ไม่หวั่น มั่นไว้แมน .............. ขวัญแม่
ผันไขว่ ไพร่ขวัญข้าว .......... แฮปปี้เบิรธ์เดย์ ๚ะ๛

07.27 น.




โดย: นกโก๊ก วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:7:29:13 น
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:51:33 น.  

 
08.53 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ เพ้อเหงา เพลาเง้อ-ชะ ......... แง้-หา
โคลงเล่น เข็นโล่ง มา ............. เลิกม้วย
ผีป่น พ่นปรีดา ...................... บ้า-โรด แมป-แล
หลอกศัพท์ ลับศอก ห้วย ........ กล่องห้าปราการ ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

09.00 น.

อ่านโรดแมปมาร์คหมากกล ห้าชั้น ... อ่านกันให้ทะลุปรุโปร่ง

หมากมือไอ้โม่งที่มองไม่เห็น ... มาร์คเป็นขุนหรือเป็นโคนเรือม้าเม็ดเบี้ย

เสียโอกาส ... ชาติวิบัติ ... ม้ายัดห่าเอย

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

หนึ่งกล่องความทรงจำ ... ของ คุณ: y@mie

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9192214/W9192214.html#47
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 47

07.59 น.

๏ จ - จำทรง ไว้ซึ่ง ............ จง-สำ ราญ-แล
ร - ร่องจำ ร้องกรรม .......... ร่ำจ้อง
ก - กล่อง ใส่น้ำคำ ............. ใกล้ส่อง
ห - ห่าง ลืมฤๅน้อง ............. ฮึ่มล้างไกลหมอง

๏ ห - ห้อง แลเปลี่ยว ร้าง ..... ปางเหลียว
ก - กอดกล่อง ปล้ำเชียว ...... เปลี่ยวช้ำ
ร - รับทุกข์ จุกเซียว ............ เจียว-ซุก กล่อง-เอย
จ - จอดรัก คงล้ำ ................ ค่ำล้งเล้งกัน-มันตื่นเต้นเหลือคณา บารนี ๚ะ๛ ( คริคริ)

08.35 น.




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันฉัตรมงคล 53 08:44:22


โดย: นกโก๊ก วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:08:29 น.  

 
รอ ผันวันพี่น้อง..................คืนคอน
รอ รัก ที่แรมรอน...............อย่าคล้อย
รอ คอยหน่ายการจร...........แจวจาก
รอ ต่างคลายด่างพล้อย......รักร้อยคืนหวนฯ

โหย.........กว่าจะเข้ามาได้ เลยมะได้ล็อคอินเลย
หวัดดีค่ะพี่นก


โดย: น้อง ผีเฉื้อ สมุทร เองแหละ IP: 124.122.64.38 วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:53:29 น.  

 
19.25 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ฉัตรมงคล มนต์คง มั่นยงยืน
ฟากฟ้าชื่น ฟื้นช้า รากหญ้าเฉา
สร้างชาติรัฐ ฉัตรราช มงคลเรา
ฉัตรเก้าชั้น กั้นเช้า เย็นเนาว์นาน

๏ ใต้เงาฉัตร งัดเชาว์ เบาปัญญา
รัฐราษฎร์บ้า ล้าบาท ราชประสาน
วันรักษ์ฉัตร รัฐชัก ลักลั่นดาน
โรดแมปสาน มารแสบ แอบปองดอง- ราษฎร์ รอรับรองเรือรัฐนาวา เมื่อไม่รู้ว่ากะปิตันเป็นใคร จะปรองดองได้ฤๅ แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

20.00 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

***** ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๘ ยินดีต้อนรับค่ะ ***** ... ของ คุณ: auntiesai

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9161308/W9161308.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 212

12.26 น.

๏ ชาติรัฐ ฉัตรราชคุ้ม ............ ครองขวัญ
มะพรั่น มั่นพระราชันย์ ........... ปกเกล้า
ฉัตรราษฎร์ ชาติรัฐยัน ........... ยึดแย่ง ครองฤๅ
เฉลิมรัฐ ฉัตรเริ่มเร้า ............... เร่งเจ้าปรองดอง ๚ะ๛

12.39 น.

ขอพระพ่อฟ้าจอมจักราภัทรมหาราชเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงฉัตรมั่นชั่วนิรันดร

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันฉัตรมงคล 53 12:46:25
ถูกใจ : สุนันยา, อาลีอา, พจนารถ๓๒๒


โดย: นกโก๊ก วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:05:55 น.  

 
08.07 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ตื่นรอ ตอลื่นล้ม .............. รื่นรมย์
รอตื่น รื่นตอตรม ................ เต่าร้าง
ต่างรอ ต่อรางลม ............... ลอยเลื่อน
เราต่าง ร้างเตาสร้าง ............ ติดแก้สเตาเหม็น

๏ เต้นรอ ตอเร้นลับ ............ รับรอ
ลอติ่ง ลิงต่อคอ ................. คาบกล้วย
รอกาก ลากกอทอ .............. มอม่อง
รอใหม่ ไล่มอม้วย .............. หมักเหล้าล้างใจ

๏ ไร้มอ รอไหม้กรีซ ........... กรุงทรอย
มอไล่ ไม่รอสอย ................ โรดแม้พ
รอมาร์ค ลากมอถอย ........... ท่ายุบ
รอยาก รากยอ-แค้ป ............ ปิต้อล-ม้าตรึม

๏ รอปลื้ม ลืม ป่อป้อ ............. ล่อเปรม
รอห่าม ล่ามหอ-เหม ............. ราช-ดิ้น
ตอ voice ต่อยวอ เกม ........... กลศึก
ขุนศึก คึก สูญสิ้น ................. สิม้า'ไม้เมืองเดิม' ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

09.00 น.

รอ---> รอมาร์ค ลากมอถอย ........... ท่ายุบ <--- สภา/พรรค ต้องยุบแน่ แต่ถ้า ยุบพรรคก็ยุบสภาทันที

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

หัวใจอนาถา ... ของ คุณ: จังงัง

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9212252/W9212252.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 10

21.34 น.

หมดรักแล้วใช่ไหม
ทำใจได้ อย่างไร้ สิ้นหมองศรี
ลืมสัญญา เคยให้ ไม่ปราณี
ทำเช่นนี้ โดยไม่คิด อดีตกาล.. ---(สุนันยา)

๏ เมื่อดอกไม้ ได้หมอก ดอกไม้ชื่น
เมื่อขวัญยืน ฝืนยัน ดันกลับด้าน
เมื่อมั่นใจ ใหม่จันทร์ เสี้ยวผันผ่าน
เมื่อสานฝัน สันขวาน เพ็ญจันทร์ถือ

๏ เพียงรัดผม ลมพัด กอดรัดพี่
เพียงมีฝัน มันฟรี มิต้องซื้อ
เพียงพักร้อน ผ่อนรัก พักสักมื้อ
เพียงรักดื้อ รื้อดัก ดานสักครา

๏ ร้อยกรองถ้อย ก้อยถอง ใจผองเพื่อน
ร้อยเพื่อนใจ ไผเจื่อน เพื่อนจ๊ะจ๋า
ร้อยรสมือ ฤๅหมด รสข้าวปลา
ร้อยน้องจ้า หน้าจ้อง แน่ะ 'น้องยิ้ม' ๚ะ๛ (คริคริ)

22.06 น.

แก้ไขเมื่อ 05 พ.ค. 53 22:17:31



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันฉัตรมงคล 53 22:12:11




ความคิดเห็นที่ 11

22.24 น.

หากแต่ฉันสุดระทมขื่นขมนัก
เมื่อความรักติดหล่มปมใหญ่หลวง
เรื่องรันทดสลดใจใดทั้งปวง
เกิดจากบ่วงทุกข์สาหัสเพราะ"..ศรัทธา.." --- (จังงัง)

๏ รอรับน้อง ร้องนับ ขับวันคืน
รอมายื่น หมื่นยา ฆ่าไข้ป่า
รอน้องเที่ยว เหนี่ยวท้อง ย่องเข้ามา
รออยู่จ้า อย่าจู้ จี้สุนันยา

๏ มีลูกไม้ ไร้มูก เมือกคลุกพิษ
มีน้ำจิต นิดจ้ำ ม่ำแน่น้า
มีข้าวลิง ขิงร้าว ยาวเป็นวา
มีเงาะป่า ง้าเปราะ ฉอเลาะลิง

๏ พวงมณี มีนะ ชะนีหมอน
พวงพร้าวอ่อน ผ่อนอ้าว เหง้าข่าขิง
พวงสะตอ สอตะ-ขอยคากิ่ง --->(สอตะขอย*สอย ตะขอคากิ่ง)
พวงปลิดทิ้ง ปิ้งทิด เด๋ว'ติดตะราง-หัวใจ' ไม่ได้กลับบ้านนา บารนี ๚ะ๛ (คริคริ)

22.51 น.

แก้ไขเมื่อ 05 พ.ค. 53 22:55:40

แก้ไขเมื่อ 05 พ.ค. 53 22:54:55



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันฉัตรมงคล 53 22:51:25
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:10:20 น.  

 
20.11 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ มังคุดสุกทุกวัน .......... เคยเก็บมันสองวันครั้ง
ขายโล๊ะโลหลายตังค์ ..... ราคาตั้งยั่งยืนยาว

๏ วันนี้มีผีบ้า ................ คัดเกรดหาผิวมันขาว
เข้าสายเลือดแวววาว ...... ราคาเย้ายวนใจทำ

๏ ตำหนิมีไม่ได้ ............. บอกตกไซ้ซ์ราคาต่ำ
สุกพร้อมทานหวานฉ่ำ ..... มันบอกดำหมดราคา

๏ มังคุดเก็บยากเข็น ....... เช้ายันเย็นเขม้นหา
เมื่อยขาแขนนัยน์ตา ....... ร้อยกว่าต้น เก้าสิบโล

๏ ตกไซ้ซ์โลละแปด ....... แมะฮ้อแร่ดคัดกันใหญ่
เจ็ดสิบโลตกไซซ์ ........... เช็คบิลได้แปดร้อยก่า

๏ เฉลี่ยโลละเก้า ............ นั่งดูเขาดูดเลือดข้า
ขอบคุณนะมาร์คขา ......... อุตส่าห์หาผลไม้ดี-ราคาถูกให้ทุกคนกินกัน ชาวสวนมันจะตายห่าก็โสนะน่ามันแนแลนา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

20.55 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

หัวใจอนาถา ... ของ คุณ: จังงัง

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9212252/W9212252.html#22
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 16

นกโก๊ก ..

ท่านนกโก๊กยั่วเย้ากระเซ้าแหย่
ลิงไปแน่เตรียมบุกคลุกคลีสวน
จะปีนป่ายต้นทุเรียนป้วนเปี้ยนกวน
ตามเทียบชวนลิงทะโมนกระโจนไพร

ณ เมืองหลวงช่วงนี้มากมีฝน
ที่เมืองโน้นฝนชุกรุกสวนไหม ?
น้ำตก,คลอง เอ่อล้น/ข้นขอดไป ?
เป็นจั๋งใด๋โปรดเล่าเถิดเอาบุญ

จากคุณ : จังงัง
เขียนเมื่อ : 6 พ.ค. 53 12:46:16
: นกโก๊ก



ความคิดเห็นที่ 22

18.00 น.

ณ เมืองหลวงช่วงนี้มากมีฝน
ที่เมืองโน้นฝนชุกรุกสวนไหม ?
น้ำตก,คลอง เอ่อล้น/ข้นขอดไป ?
เป็นจั๋งใด๋โปรดเล่าเถิดเอาบุญ ---(จังงัง)

๏ ฝนน้อยมาก นาคม่อย ผล็อยหลับฺนิ
เมืองจันท์ฮิ จิ-หรร ษา-กันวุ่น
เก็บไม้ผล มนต์ไพร่ ใช้เป็นทุน
สวดหมุนใช้ ไม้ชุน ปะวุ่นวาย

๏ บ่อกิน/แห้ง แก่งหิน น้ำรินหลั่ง
คลองลึกจัง หลังจึก ฝั่งลึกหลาย
ร่องน้ำเห็น เน้นหาม ข้ามฝั่งสบาย
กิน/อาบ/ว่าย อายว้าบ อาบน้ำฝักบัว

๏ น้ำตกซ่าน ต้านซก ซู่โซกซ่า
กระทิงจ้า ทา-จิ้ง ปั๊บ-ลิงหัว ---(คริคริ ... จิ้งปั๊บ ... มะต้องเตรียมมาเด๊อคร่า)
จี-สตริง สิงห์ตริ-ตรองมิกลัว
มาเที่ยวชัวร์ ทั่วเชียว เดี๋ยวเห็นเอง ๚ะ๛ (คริคริ)

18.46 น.

เงาะลูกเดียวขนแข็ง ... เนื้อเต็มแร่ะ ... เริ่มเข้าสีผู้ก่อการร้ายแย้ว





จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 6 พ.ค. 53 18:53:06



ความคิดเห็นที่ 23

นกโก๊ก ..

เงาะขนแข็งแดงเถือกเปลือกคงหนา
ชูขนหราแต่ละเส้นเน้นสีสัน
สัมผัสผิวเพียงครู่ย่อมรู้พลัน
ถิ่นเมืองจันทน์อร่อยเหาะเงาะโรงเรียน (เดาถูกเป่า)

อย่าลืมปรนนิบัติพัดวีเอาอกเอาใจต้นทุเรียนด้วยน๊า
รับแขก รับแขก 555

จากคุณ : จังงัง
เขียนเมื่อ : 6 พ.ค. 53 19:33:23
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:56:15 น.  

 
10.22 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ส่ง die สายด่งด้ง .............. ธุดงค์
เหล้าแสบ แร้พเสา หลง ......... road รุ้ง
เข้าจี้ ขี่เจ้า ลง ...................... แซ่หวด ม้าฮา
เหล่าโจทก์ rode เจ้า ตุ้ง ......... กระติ้งจริงแหล ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

10.32 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

• โรดแมพ....แรพหมด • ... ของ คุณ: tudong

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9218682/P9218682.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 7

09.43 น.

๏ เล่นด้วย รวยเด่น ด้าน .......... Mind Map
อ่านแมป แอบม่าน แคบ .......... คับข้อง
แร้พโหมด โรดแม้พ แอบ ......... เชิดหุ่น ชักฮา
บอกหล่อ บ่หลอก ร้อง ............. ปีโป้ป่วนป๋า

๏ เตี้ย-ม๋า ต๋า- เมี่ยเมี้ย ............. 'เหมากะ-ป๋า'ฮา
สั่งทื่อ สื่อทั้ง-ขยะ .................... แอส-ลิ้ม
สิทธิ์ปลั่ง สั่งปลิด-ทะ ................ ลาย-เวป
เเดงเลือด เดือดแรง-จิ้ม ............. บอร์ด-แจ้งข่าวสาร

๏ พาลเหม่อ เผลอม่าน ห้อง ........ หอขาด
โฉมเด่น เช่นโดม ศาสตร์ ............ มะถ้ำ
Doc. ป๋า ด่าป๊อก มาด ................ ม้าแกลบ
เกียร์ปล่อย ก้อยเปรี๊ยะ ปล้ำ ........ ปลุกม้าสัประยุทธ์

๏ บ้ามุด บุตรม้า พยัคฆ์ .............. บูรพา
มุงจ่อ หมอ จูงลา ...................... เล่นด้วย
พาพยัก พรรค-พยา ................... บาล-ร่วม จูง-แล
rode map แลบโหมด-ม้วย ......... มอด-ด้วยหมอตุ๋น ๚ะ๛ (คริคริ)

10.03 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

6: เพื่อนเก่าชาวราชดำเนิน ชวนเชิญท่านร่ำสุรา ครบรอบหนึ่งปีอีกครา สร้างค่าคำคมห่มกวี{แตกประเด็นจาก P8720998}

... ของ คุณ: ไร้นาม

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9168263/P9168263.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 95

23.03 น.

๏ มอมเหล้า เมา ล้อมรอบ ............ แปดตอง
ชวนบ่น ชนบ้วน ถอง ................... มาร์คเบ้
แร้พโหมด โรดแม้พ มอง............... กูไม่ เอา-นา
ยก-มั่ว ยั่วหมก เห้ ....................... ยุบให้อายหมา

๏ เหล้าป๋า หรา เป่าฮื้อ .................. เอ๊ย-เป๋า ฮื้อ-ฮา
หมอตุ่น หมุนต่อ เหลา .................. แหย่ยี้
กลุ่มแป๊ะ แกะปุ่ม เผา ................... ไฟจ่อ ก้นแหล
จิกหล่อ จ่อริก รี้ .......................... หมดเหล้าเหลวไหล

๏ ไพร่แดง แพงได้ถูก .................. ทางเดา
ไล่กัก ลักไก่ เอา ......................... บ่ได้
ไม่เชื่อ เมื่อใช่ เรา ........................ จ่ายสด
เกทับ กลับเทให้ .......................... ไพร่เหล้าสามไห

๏ ไพร่ชวน ผวนใช่ แจ้ง ................. แถลงไข
ไพร่เห่า เผ่าให้ใจ ......................... ร่วมเจ้า
ไพร่มาร ผ่านไหม ภัย .................... พันธมิตร
ห่านพราก หากผ่าน เข้า ................. ร่วมเหล้า'ปรองดอง' ๚ะ๛ (คริคริ)

23.39 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๗ : ประชาพิจารณ์ ... ของ คุณ: xers

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9040215/W9040215.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 77

09.28 น.

๏ เจี๋ยนพิษ จิตเพี้ยนพากย์ ....... พิจารณ์
มรณะ 'มะ' รอนะ นาน ............. ยิ่งเหน้า ----->(เหน้า โทโทษเอก เน่า)
รอตุ่น รุ่นตอ สาน ................... ฝันดับ
ล่อตุ่น รุ่นต่อเจ้า ..................... คับข้องคารู

๏ รั้งผู้ รู้พลั้งเล่น .................... เกมกล
เห็นล่อ หอเร้นคน ................... แอบหม้าน -->(หม้าน โทโทษเอก ม่าน)
ซ่อนชัก ศักดิ์ช้อนผล .............. พออิ่ม
หรือเมื่อ เหลือมื้อ ด้าน ............ หมื่นล้านกักตุน

๏ เจ้าคุณ จุน เข้าช่วย ............. ข้างใด
ฉายหน่วย ช่วยนายใคร ........... ก็แจ้ง
กดบ่าว กล่าวบทไข ................ ความคิด
ไม่เชื่อ เมื่อใช่ แกล้ง .............. กลับด้านพิจารณ์ดู ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.59 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 27

08.07 น.

๏ ตื่นรอ ตอลื่นล้ม .............. รื่นรมย์
รอตื่น รื่นตอตรม ................ เต่าร้าง
ต่างรอ ต่อรางลม ............... ลอยเลื่อน
เราต่าง ร้างเตาสร้าง ............ ติดแก้สเตาเหม็น

๏ เต้นรอ ตอเร้นลับ ............ รับรอ
ลอติ่ง ลิงต่อคอ ................. คาบกล้วย
รอกาก ลากกอทอ .............. มอม่อง
รอใหม่ ไล่มอม้วย .............. หมักเหล้าล้างใจ

๏ ไร้มอ รอไหม้กรีซ ........... กรุงทรอย
มอไล่ ไม่รอสอย ................ โรดแม้พ
รอมาร์ค ลากมอถอย ........... ท่ายุบ
รอยาก รากยอ-แค้ป ............ ปิต้อล-ม้าตรึม

๏ รอปลื้ม ลืม ป่อป้อ ............. ล่อเปรม
รอห่าม ล่ามหอ-เหม ............. ราช-ดิ้น
ตอ voice ต่อยวอ เกม ........... กลศึก
ขุนศึก คึก สูญสิ้น ................. สิม้า'ไม้เมืองเดิม' ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

09.00 น.

-----------------------------------------------------------------------------------

รอ---> รอมาร์ค ลากมอถอย ........... ท่ายุบ <--- สภา/พรรค ต้องยุบแน่ แต่ถ้า ยุบพรรคก็ยุบสภาทันที


แก้ไขเมื่อ 06 พ.ค. 53 09:11:22




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 6 พ.ค. 53 09:01:53
-----------------------------------------------------------------------------

แก้ไขเมื่อ 06 พ.ค. 53 10:05:20




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 6 พ.ค. 53 10:01:25
-----------------------------------------------------------------------------


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 6 พ.ค. 53 23:49:10 A:119.31.121.87 X:
-----------------------------------------------------------------------------

แก้ไขเมื่อ 07 พ.ค. 53 10:14:27

แก้ไขเมื่อ 07 พ.ค. 53 10:11:01




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 7 พ.ค. 53 10:07:01 A:119.31.121.75 X:
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:09:33 น.  

 
23.19 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ มังคุด คุดอีกแย้ว ..... คิดคละแล้วโลละเจ็ด
เก็บได้รวมเบ็ดเสร็จ ..... เก้าสิบเอ็ดกิโลกรรม

๏ หกร้อยสี่สิบหก ....... คนสวนนกยกไปหม่ำ
เก็บเช้าจนยันค่ำ ......... สองคนจำจ่ายค่าแรง

๏ วันละร้อยเจ็ดสิบ ..... เหงื่อแตกซิบฉิบเหี่ยวแห้ง
สุกทุกวันแดดแดง ...... พรุ่งนี้แหม้งลงอีกแล ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

23.31 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

....Taksin never die.... ... ของ คุณ: เสกคาถา

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9223461/P9223461.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 12

20.11 น.

๏ ว่า my dear เมีย die ใครชอบย้ำ
case ใครทำ คำ-ไทยเทศ-เทศนา
ไปเมืองเทศ เปรตเมืองไทย case ใครหว่า
ห่านวิชากล้า ห่าวิชาการ ใครด้านแหล

๏ ทักษิณ thin ศักดิ์ มากสมบัติ
ชินวัตร ชัดนะ win ชิลชิลแน้
MIND MAP ท่าน มารแม้พท้าย ตายห่าแน
แตรหลอ-ม๋าต๋า-หลอแหม แลหมอโวย

๏ forward mail fail หวัด'มอ' Co-ordinate
'มอ' โค said mate โค-สอพลอ-ห่าโหย
คาถาเสก cake สาธารณะ-โอ๊ย
ห่าขโมย โฮ่ยขะม้า ผ้าตูดขาด-ผ้าขะม้าคาดพุงผืนเดียวดำปิ๊ดปี๋ดีเหลือคณา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

21.32 น.

แก้ไขเมื่อ 07 พ.ค. 53 21:38:27




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 7 พ.ค. 53 21:35:02 A:76.73.18.50 X:


โดย: นกโก๊ก วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:43:53 น.  

 
10.43 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ตื่นมาเล่น เม้นต์ล่า ........... สุด-สาย
โด่ง-ร่ายกลอน ร่อนกราย ..... กู่ร้อง
กลอนหมายปั่น มั่นปลาย ...... คงพบ
หลักมั่นคง พี่น้อง .............. ผ่องนี้กวีใจ ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

11.15 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

สวัสดีราชดำเนิน ... ของ คุณ: NOTTerrorisT

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9224645/P9224645.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 18

10.02 น.

๏ ถนนราช-ดำเนิน เดินนำ-ส่ง
แดงปักธง ปลงทัก-ษิณปักษ์ใต้
เพียงผู้ 'ก่อ-' พ้อกู่ '-กวน' ผู้ใด
แดงคนไทย ใครทน คน-ก่อการ

๏ ร้าย-หมายดี มี die ไม่-ลับลวง
พราง-ดั่งปวง ดวงปลั่ง แอบหลังม่าน
เชิดหุ่นหลอก หอกรุ่น หุ่นหล่อด้าน
ม้าสันขวาน สานฝัน ทุกวันแหล

๏ ผวนคำกล คนกรรม จำต้องรับ
หมากตาอับ ตับอา-ถรรพ์ม้าแถ
เรือตำรวจ ตรวจรำ พันย่ำแย่
รับน้องแหละ แนะล่อง มาคล้อง'มาลัยขวัญ'-สวัสดีครับท่าน NOTTerrorisT มิตรกวีใจ แลนาบารนี ๚ะ๛

10.29 น.

แก้ไขเมื่อ 08 พ.ค. 53 10:36:36








จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 8 พ.ค. 53 10:33:32 A:119.31.121.66 X:

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้หน้ารวมกระทูห้องราชดำเนิน

ขอดักคอพวกเหลืองที่จะออกมาว่า เหตุความรุนแรงเมื่อคืนนี้ แม้วสั่งทำ ... ของ คุณ: JEA

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9225272/P9225272.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 16

08.41 น.

๏ วีรชน คนเดือนตุลา มันน่าคิด
'กระทิงแดง'ขวิด ติดอาวุธ หน่วย'สุดสาย'
'หัสดิน' บินหรา 'นวพล'-นาย
ทหาร-สลาย ม๊อบไปป่า สมัยโน้น

๏ ไพร่แดงก่อ การร้าย ใช่หรือนี่
ดันห่ามี 'นินจาดำ' ค่ำห้อยโหน
จุดชนวน ป่วนม้า ม๋าต๋า-โยน
ลูกเอ็ม-โดน คนเจ็บตาย สมัยนี้

๏ นั่งเทียนไข ใครรู้แจ้ง แทงตลอด
หรือตาบอด สอดตาเห็น เช่นสื่อชี้
คิดมั่งแน หัวแม่ติง หญิงชายมี
ลูกเล่นขี้ ซีไอเอ เล่ห์ 'ลับ-ลวง-พราง' ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

09.04 น.

แฮ่แฮ่ ... นกผี กวีคำผวน ป่วนกวีใจอยู่ห้องกวีการเมือง ... เห็นเเสงเรืองๆของเทียนไข นั่งเทียนเห็นอะไรกันมั่งคร้าาา.

แก้ไขเมื่อ 08 พ.ค. 53 09:11:05








จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 8 พ.ค. 53 09:08:25 A:119.31.121.66 X:




โดย: นกโก๊ก วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:16:41 น.  

 
23.40 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ รอเพื่อนอยู ผู้เยือน เรือนชานสวน
นกหนาวหวน นวลหาว เรอคราวนี้
ทุเรียนฮ้อน ร้อนเหียร อาจเจียนซี้
แก้ร้อนชี้ รี่ช้อน ป้อนเนื้อ'มังคุด'เย็น ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

23.53 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

หัวใจอนาถา ... ของ คุณ: จังงัง

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9212252/W9212252.html#28
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 28

22.48 น.

ลิงเดินตามต้อยต้อยคอยรับลูก (ทุเรียน)
กระสอบผูกข้างเอวเร่งเร็วเหวย (อยากกินทุเรียนไส้จะขาดแย้ว)
นกป่ายต้นทุเรียนมีดเฆี่ยนเคย (มืออาชีพนะเนี่ย)
เจ๋งไปเลยแจ่มแท้แค่รอกิน (อย่าลืมปอกให้ด้วยนะ)

๏ แรกขอ รอแขกจ้าว ......... ลิงจ๋อ
รอจับ รับจ๋อหวอ ............... ว่างเว้น
แรกขับ รับแขกรอ ............. มารับ ทุเรียนแล
ฉีกกิน ชินกิ๊ก เน้น .............. แกะแน้อีนาง

๏ เก็บลาง กางเล็บจิ้ม ......... จิกพู
แบะออก บอกแอะดู ........... ดีดนิ้ว
เสียงโพรก โศกเพียงหู ........ ฟังยาก
ห่ามสุก ฮุกซ้ำ หิ้ว .............. กลับบ้านขวานเฉาะ

๏ แกะเงาะ ก็แงะเนื้อ .......... ง่ายดาย
มังคุด หมุดขลังหงาย .......... บีบก้น
เปลือกม่วง ป่่วงเมือกหลาย ... ระวังเลอะ
นิ้วบีบ หนีบบิ้ว ค้น .............. กลีบเนื้อดู-มง

๏ กุฎ-ใต้ ใกล้ตูดแจ้ง ......... จำนวน กลีบแล
หกเจ็ด เฮ็ดจกควร ............. แค่นี้
กลีบใหญ่ ไก่หยิบครวญ ...... เม็ดใหญ่
กลีบเล็ก เก๊กลีบ ชี้ ............. ชัดไร้เม็ดแล ๚ะ๛ (คริคริ)

23.25 น.




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 8 พ.ค. 53 23:26:20


โดย: นกโก๊ก วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:53:51 น.  

 
19.22 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ แสนเข็นมาก ขากเหม็น เห็นราคา
ผลิตผลข้า ผ่าคิด ผิด เอ้ย ถูก
ทำทั้งปี ทีปลั่ง หวังผลปลูก
กระดูกแหลก แดกลูก ไม้ถูกแล

๏ ค่าจ้างเก็บ เจ็บก้าง เก้งครางอี๋
มังคุดซี้ ขี้สุด แสบตูดนี่
สองโลห้า ล้าโห โถแค่นี้
ต้องหกซิ ฮิซก เหงื่อตกกีบ

๏ ตกไซ้ซ์ฮิ ซิหาย ให้โลละหก
เหลือขี้นก ครกนี้ แรงตีปี๊บ
สามบาทนี่ บี้นาฏ ขาดทุนจีบ
แรงแหลถีบ รีบแถ-ลงแค่-พอ

๏ เพียง-ต้องคิด ติดข้อง มองผิดถูก
เพียงเพาะปลูก ผูกเปลาะ พอกินหนอ
ไม่ต้องขาย ตายข้อง ใจร้องอ้อ
ชื้อขายพ่อ ขอพ่าย แพ้นายเงิน

๏ ไม่ซื้อทุกข์ สุขทื่อ ซื่อบื้อแล้ว
ซื้อกินแห้ว แก้วหิน กินเถิดเพิ่น
ปลูกมากเกิน เมินกาก เดนปากเยิน
กินนอนเพลิน เนินพร คำสอนเจ้า...ข้าวผักผลไม้ จักปลูกไว้แค่ 'เพียงพอกิน' มีสินทรัพย์จะไม่จับจ่ายซื้ออะไรใช้แล้ว แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

20.22 น.


โดย: นกโก๊ก วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:24:42 น.  

 
10.54 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ รับแสง แรงซับซ้ำ ......... ซ้ำซาก
ตื่นรับ ตับรื่นหลาก ............ ล่องโล้
รับจ่าย ร่ายจับจาก ............ จุกจิก
เจ้าย่อง จ้องเหย้า โย้ ......... ย้กย้ายเยโย


๏ แม้โก้ โม้แก้ กลอก ........ กลิ้งกัน
กันมั่ว กลัวมั่น มัน ............. มอดม้วย
แม้ใหญ่ ไม่แย่ ยัน ............ ยักยึก
รินก่อ ล่อ กินกล้วย ............ กลัดกลุ้มก็กรรม ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

11.24 น.


โดย: นกโก๊ก วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:30:53 น.  

 
10.45 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ โซล้วน สวนโล้ใส่ .......... ไร้-โซ
เซ-ปั่น สั่นเป๋โห ................ โปะเห้
ดะแหก แดกหะโชว์ ........... โหฉะ
ผ่าเล่น เผ่นล่าเบ้ ............... เล่ห์บ้าบ่นแหล ๚ะ๛ (งุงิ)

10.58 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๗ : ประชาพิจารณ์ ... ของ คุณ: xers

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9040215/W9040215.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 87

09.48 น.

๏ ทัณฑ์ป่วน ทวนปั่นเสี้ยม ............ สื่อสาร
ปริพราก ปากพิจารณ์ ................... แตกร้าว
กร่อยร้อง กล่องร้อยกานท์ ............ กรองระเบิด
แล้วกร่อย ร้อยแก้วกร้าว .............. แจกกล้วยกินกัน

๏ เศร้าฝัน สรรเฝ้าแต่ง ................. ตีกิน
พาลจิ พิจารณ์ดิน ........................ เดือดฟ้า
เถียงซี่ ที่เสียงยิน ........................ มาแดก
ด้านเบี่ยง เดี้ยง'บ้าน'ข้า................. เงียบเข้า'อาศรม' ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

10.14 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#35
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 35

08.24 น.

๏ นั่งรอ หนอหลั่งน้ำ .............. ไหลนอง
พอร่ำ พร่ำรอพลอง ............... รับพลั้ง
รอพับ รับพอลอง .................. พลัง-หลัก
รอ-ผ่อง ร้องพอ รั้ง ............... พลาดร้ายพลังหลอน

๏ ร้อนคอ รอค้อนรับ .............. คำรน
พอเล่น เผ่นรอผล ................. รับพ้อ
ก่อเรือน เกลื่อนรอกล ............ รักกร่อน
รอก่อน รอนก่อล้อ ................ ก็รู้กรรมเรา

๏ รอเถ้า เราถ่อรั้ง ................. เท้าลอย
รวยก่อ รอกล้วยรอย ............. เกลื่อนล้ม
พอร้อย พล่อยรอพลอย ........ รับพลาด
กอรัก กักรอก้ม .................... รับแก้วลืมกัน ๚ะ๛

09.21 น.

บ้านโคลงผวน ... สวนกระแสแลเงียบสงบงัน ... พุธสวัสดิ์วันสารพันข่าวสารปั่นป่วนนิอ้ายรอง

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 12 พ.ค. 53 09:45:54
-----------------------------------------------------------------------------

แก้ไขเมื่อ 12 พ.ค. 53 10:23:56

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 12 พ.ค. 53 10:21:33
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:04:51 น.  

 
10.55 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ตู่คิด ติดคู่เต้น ................ ตามตอ
เต่าร่าน ต้านเราหงอ ............ หงิกง้ำ
แต่แกล้ง แต่งแก้กรรม ......... ตามยุค-สมัยแล
ไทยยับ ทัพไยย้ำ ............... ขยี้พิฆาตฅน-ไทย*ใครทนได้มั่งแน แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

11.01 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๗ : ประชาพิจารณ์ ... ของ คุณ: xers

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9040215/W9040215.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 93

10.37 น.

๏ ต้องห้าม ตามห้อง โพสต์ ............. พิจารณ์
ฅู่เล่น เข่นรู้ คาน ........................... ตู่เต้น
สูคาด ศาสตร์ครู ขาน .................... ท่องบ่น
ลืมซิ ริซึม เค้น ............................. คับข้องคู่คำ

๏ ไทยช้ำ ทำใช้ ต่าง ...................... 'ตีความ-ตามฟรี'แหล
บ่ยั่น บั่นย่อ ราม ............................ หยาบย้ำ
ร้อยพจน์ รสพล่อย ตาม .................. ใจหยาบ-ช้าแล
ประดิษฐ์ ปิดดะ จ้ำ ......................... จาบจ้วงพิจารณ์ ๚ะ๛ (งุงิ)

10.47 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#37
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 37

10.21 น.

๏ ฅู่รอ ฅอรู้-เล่น .......... แทน-ตอ
ราบ่อ รอบ้า บอ ........... ป่วนบ้าน
รอจักร์ รักจอ จ๋อ ......... บิด-กระ บวน-โหวย
จอรุ่ง จุ่งรอ ร้าน ........... ปรับค้าเปลี่ยนขาย ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

10.31 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชฯ (กวีการเมือง)

* เปรียบประเทศดั่งเรือแจวไปข้างหน้า ฝีพายคือปวงประชาทุกๆท่าน เมื่อเราร่วมลงเรือลำเดียวกัน สิ่งสำคัญคือทุกท่านต้องช่วยพาย

... ของ คุณ: SoulZero

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9243079/P9243079.html#3
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 3

คาดว่า 'นาย ตอคู่' ... เป็นคำต้องห้าม
ลองเปลี่ยนเป็น 'นาย ฅอฅู่' ... จะเป็นคำต้องห้ามไหมนิ
-----------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 2

09.18 น.

๏ ร้อนรนเกลือ เรือกล-ไฟรนก้น
พายเรือวน พลเรือ-why เชื่อ-กัป
ตัน-เรือดี ตีเรือ-ดันเงื้องับ
ล้มกัปตัน รันกลับ-ต้มกับแกง

๏ อาขยาน-อานขา-ยะราน้ำ
เรือเกลือคว่ำ ร่ำเกลือ-เฝือหน้าแห้ง
ลานาวัด รัฐนา-วาผวนแจ้ง
เรือแดงไพร่ ไล่แดง-เพื่อแร้งพราย

๏ พรายภูติน้ำ พร่ำพูด-นายฅุ๊ดฅู่
อาขยานรู้ อู้'อาขยาน' รานานหน่าย
เจ็ดน่านน้ำ จ้ำน่าน-เน็ตขวัญหาย
ไม่พายช่วย ม้วยพาย-ใช่ 'เรือกล'-'จักร์ไฟ'บรรลัยกัลป์ แลนาบารนี ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

09.55 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

***** ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๗ ยินดีต้อนรับค่ะ ***** ... ของ คุณ: auntiesai

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9161308/W9161308.html//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9086544/W9086544.html#270
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 240

แอบมาท่องอาขยานด้วยคนคับ

บทอาขยานชั้น ป.สี่ ปี พศ. 2499 ... ยังจำได้ ไม่เคยลืม

๏ วิชาเหมือนสินค้า ....... อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป ........ จึงจะได้สินค้ามา

๏ จงตั้งเอากายเจ้า ........ เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา ...... แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ

๏ นิ้วเป็นสายระยาง ....... สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป ....... อัชฌาศัยเป็นเสบียง

๏ สติเป็นหางเสือ .......... ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง .......... แล่นเลาะเลี่ยงข้ามคงคา

๏ ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ... ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา ............... เป็นล้าต้าฟังดูลม

๏ ขี้เกียจคือปลาร้าย ....... จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม ............. ยิงระดมให้จมไป

๏ จึงจะได้สินค้ามา .......... คือวิชาอันพิศมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ .......... อย่าได้คร้านการวิชา ๚ะ๛


แต่ ... จากหนังสือเล่มใด จำไม่ได้ว่า ใครแต่งให้เราท่องจำ ... ฮี่ฮี่

-----------------------------------------------------------------------------------
แง่มแง่ม ลืมแต่งกลอนนำตามสไตล์ นกโก๊ก ... นกผี-อีโก้งในฝูงห่า*อีกาในฝูงหงส์
-----------------------------------------------------------------------------------
19.23 น.

๏ บทท่องจำ ทำจ้อง คำท่องบ่น
รู้มากจน มนต์จาก อาขยาน
เคยจำท่อง จ้องทำ ตามสันดาน
แหม่มสานฝัน สันขวาน วันนี้ลืม ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

19.29 น.


แก้ไขเมื่อ 16 เม.ย. 53 19:44:22




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 16 เม.ย. 53 19:10:42
-----------------------------------------------------------------------------



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 13 พ.ค. 53 09:55:28 A:119.31.121.75 X:
-----------------------------------------------------------------------------


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 13 พ.ค. 53 10:13:33 A:119.31.121.75 X:



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 13 พ.ค. 53 10:33:04
-----------------------------------------------------------------------------



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 13 พ.ค. 53 10:47:39
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:02:07 น.  

 
17.32 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ หลักโคลงเรือ เครือโรง-เรียนทรงจำ
เล่าเรียนทำ รำเทียน เขียนโคลง-สุ
ภาษิต-ครู สูคิด ลิขิตปู่
สมควรรู้ ครูล้วน ถ้วนทางโคลง ๚ะ๛ (งุงิ)

17.42น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๗ : ประชาพิจารณ์ ... ของ คุณ: xers

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9040215/W9040215.html#102
-------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 99

๏ โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง..........เมล็ดงา
ปองติฉินนินทา..................ห่อนเว้น
โทษตนเท่าภูผา.................หนักยิ่ง
ป้องปิดคิดซ่อนเร้น.............เรื่องร้ายหายสูญ ๚ะ๛
-โคลงโลกนิติ-

๏ โทษคนอื่นไว้ก่อน...........กรายตน
สรรสนุกนินทาคน...............ข่มเหล้น
ทำเลวมิเคยสน...................สหายเจ็บ
หลายสิ่งทำซ่อนเร้น............ซ่อนร้ายใสเสมอ ๚ะ๛
-ศาลายา-

๏ โทษคนอื่นเล็กแม้............ถุงยา
แต่อยู่ตรงหน้าหา................จะแจ้ง
โทษตนเท่ากระสอบหนา.......ใหญ่ยิ่ง
แบกบ่าทำเสแสร้ง...............บ่ฮู้บ่หัน ๚ะ๛
-แดงน้อย-

๏ โทษกำหนดยกย้อน..........วางยา
ยำใหญ่ฐานลวงตา..............ต่อแย้ง
โทษกลายถูกใจหนา............หนักทุ่น
ซากศพรอดตาแร้ง..............ล่อร้อยเดรัจฉาน ๚ะ๛
-ploythana-

16.13 น.

๏ เราโทษคนอื่น ร้อง ............ สำราญ
คนอื่นโทษเรา พาล .............. ด่าแหม้ง
ต่างต้องโทษ พิจารณ์ ............ ขันแข่ง
โทษโจทก์ จำเลยแย้ง .......... ขัดด้วย'หมอความ' ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

16.25 น.

แก้ไขเมื่อ 13 พ.ค. 53 16:33:25



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 13 พ.ค. 53 16:29:58



ความคิดเห็นที่ 101

๏ ตีนงูงูไซร้หาก.............เห็นกัน
นมไก่ไก่สำคัญ...............ไก่รู้
หมู่โจรต่อโจรหัน.............เห็นเล่ห์ กันนา
เชิงปราชญ์ฉลาดกล่าวผู้....ปราชญ์รู้เชิงกัน๚ะ๛
-โลกนิติ-

๏ ดาวคือดวงประทีปรู้.......ระหว่างดาว.
สาวย่อมรู้เชิงสาว............จากชู้
ชีวิตใช่ยืนยาว................มัวงั่ง...โง่ฤา
กวีอ่านงานกวีรู้...............แค่นั้นงานกวี๚ะ๛
-ขรรค์ชัย บุนปาน-


๏ อรหันต์ต่างรู้ต่าง...........อรหันต์
ทารกรู้จักถัน...................ปากสู้
ชีวิตใช่ตีบตัน..................ตามอื่น
ยามปล่อยวางจักรู้............แค่นี้อรหันต์ ๚ะ๛
-ศาลายา-


๏ กวีแต่งกวีอ่านรู้.............เชิงกวี
แพทย์สั่งยาย่อมมี............แพทย์รู้
ส.ส.สาดใส่สี...................พวกย่อม รู้นา
ชาวไร่นาย่อมบ่ฮู้..............เท่าชั้นเชิงมาร ๚ะ๛
-แดงน้อย-


๏ กรรมใครใครก่อรู้.......ลางกรรม
เกิดแก่เจ็บตายลำ-.........ดับไว้
พรากลูกพรากผัวอำ-......นาจเลิศ
คราวธาตุแตกดับไร้........เท่าเชื้อเชิงตะกอน ๚ะ๛
-ploythana-

16.41 น.

๏ เห็นหน้าใช่ว่ารู้ ............. ถึงใจ
หยิบกระจกเงาใส ............ ส่องหน้า
ฝ้ากระปะแป้งไป ............. ใจผ่อง แผ้วแฮ
หน้าชื่นใจผีบ้า ................ ต่างรู้ทุกข์ตน ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

16.49 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 13 พ.ค. 53 16:50:07



ความคิดเห็นที่ 102

๏ ก้านบัวบอกลึกตื้น.........ชลธาร
มารยาทส่อสันดาน..........ชาติเชื้อ
โฉดฉลาดเพราะคำขาน.....ควรทราบ
หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ....บอกร้ายแสลงดิน๚ะ๛
-โลกนิติ-


๏ เวลากระทู้ใบ้บอก..........ความไว...เน็ตนา
โพสต์แรกบอกห้วงใจ........จากบึ้ง
ความถูกผิดอันใด.............อาจด่วน...คิดนา
บอกอื่นเลยลึกซึ้ง.............บอกใบ้ใจตน ๚ะ๛
-ศาลายา-


๏ ก้านทุเรียนบอกชาติเชื้อ...เผ่าพันธุ์ ทุเรียนนอ
กร้านแดดบอกอดีดอัน........ยากไร้
ก้านกล้วยบอกความมัน.......สองภาค แล้วนา
ก้านจริตเพื่อบอกใบ้............ว่าอะฮั้นเป็นหญิง ๚ะ๛
-แดงน้อย-


๏ ก้านคอเตะฟาดค้ำ.......ครวญคราง
มวยวัดศอกหมัดวาง.......เข่าเท้า
พันเชือกยกชิมลาง..........พิงเชือก
หลบเลี่ยงหมดแรงเคล้า...ฉากคล้ายคลุมเชิง๚ะ๛
-ploythana-

17.03 น.

๏ เล็กเด่น เล่นเด็ก ได้ ...... ติดคุก
เด่นเล็ก เด็กเล่น จุก ........ จิกจี้
ใหญ่ด้อย ย่อยได้ สุข ........ ถ่ายสะดวก
ด้อยใหญ่ die ย้อย ซี้ ........ ใหญ่ไม้ลมตี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

17.12 น.




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 13 พ.ค. 53 17:13:53
-------------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:45:53 น.  

 
08.22 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ไพร่รู้ ผู้ไร้ สิทธิ์ ......... เรียนสูง
เพียงคิด ผิดเคียง จูง ...... จิต-เข้า
ใจ-พิศ จิตไพร ฝูง ......... สรรพพืช-สัตว์แล
ใช่พลาด ชาติไพร่ เจ้า .... ฤ เข้าถึงธรรม ๚ะ๛ (งุงิ)

08.41 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๗ : ประชาพิจารณ์ ... ของ คุณ: xers

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9040215/W9040215.html#102
-------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 106

๏ เย็นเงาพฤกษ์มิ่งไม้.........สุขสบาย
เย็นญาติสุขสำราย.............กว่าไม้
เย็นครูยิ่งพันฉาย...............กษัตริย์ยิ่ง ครูนา
เย็นร่วมพระเจ้าให้..............ร่มฟ้าดินบน๚ะ๛
-โลกนิติ-


๏ เย็นลมแอร์แผ่สร้าง..........สุขสบาย
เย็นอาบน้ำสะอาดกาย..........กว่าอ้าง
เย็นบุญแผ่เมตต์หมาย..........กมลแจ่ม
เย็นจิตปล่อยวางบ้าง............เบิกฟ้าบังอบาย ๚ะ๛
-ศาลายา-


๏ เย็นย่ำสุริยะคล้อย............ลับลา
เย็นฉ่ำฝนโปรยมา...............ฉ่ำชื้น
เย็นค่ำรีบเร่งหา..................ทางกลับ
เย็นวาบยามเหยียบพื้น.........เละแล้วอึไผ ๚ะ๛
-แดงน้อย-


๏ เย็นฟันทราบรสลิ้น..........หลอมละลาย
เย็นชุ่มฉาบหวานอาย..........อร่อยล้ำ
เย็นรวมมิตรสหาย..............สหภาพ
เย็นเยียกนอกในช้ำ-...........เชื่อมน้ำกรดใส๚ะ๛
-ploythana-

07.31 น.

๏ เย็นร้อน ย้อนเล่น ร้าย ..... ดีเชือด ใดดี
เย็นค่ำ ย่ำเข็น เดือด .......... เลือดร้อน
เย็นเหี้ยม เยี่ยมเห็น-เลือด ... เย็น-โหด ร้ายแล
เย็นคู่ อยู่เข็น ซ้อน ............. คู่ร้อน'แรงอาถรรพ์' ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

(ต้องขออธิบายขยายความตามคำโคลง)

(สรรพสิ่งในธรรมชาติล้วนมีคู่ต่างขั้วตรงกันข้าม ... คู่ต่างขั้วต้องมีคุณสมบัติตรงกันข้าม-ดีคู่ร้าย-ชายคู่หญิง-ฯลฯ)
(หากคู่ใดมีคุณสมบัติเหมือนกัน... มันเป็น'อาถรรพ์ของต้องห้าม' ตามคำคนโบราณ)
(มันผู้ใดถือครองของต้องห้าม ... มันผู้นั้นต้องประสบเหตุวิบัติร้ายหายนะทั้งตระกูล)

07.54 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 14 พ.ค. 53 08:08:11
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:41:27 น.  

 
07.56 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ รู้ทาน รานทู้-พิ ............ จารณ์-ฝัน
ระอุ รุอะขยัน ................. ขยักขย้อน
มังคุด มุดคลัง มัน ........... หมดรุ่น
แรงเพิ่ม เริ่มเเพง ช้อน ...... ทรัพย์ได้หลายกะตังค์ ๚ะ๛ (คริคริ)

08.02 น.

มังคุดสุกทุกวัน ตกไซ้ซ์โลละ 12 บาท
เมื่อวานคนงานสองคนเก็บเช้ายันค่ำ ได้ 78.4 โล เจ้านายนั่งนับเงินได้ 1,147 บาท

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๗ : ประชาพิจารณ์ ... ของ คุณ: xers

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9040215/W9040215.html#112
-------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 108

#93

คลิปอาขยาน

//www.youtube.com/watch?v=l9gfc-Jpk3E

...

บทอาขยานชั้น ป.สี่ ปี พศ. 2499 ... ยังจำได้ ไม่เคยลืม

๏ วิชาเหมือนสินค้า ....... อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป ........ จึงจะได้สินค้ามา

๏ จงตั้งเอากายเจ้า ........ เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา ...... แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ

๏ นิ้วเป็นสายระยาง ....... สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป ....... อัชฌาศัยเป็นเสบียง

๏ สติเป็นหางเสือ .......... ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง .......... แล่นเลาะเลี่ยงข้ามคงคา

๏ ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ... ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา ............... เป็นล้าต้าฟังดูลม

๏ ขี้เกียจคือปลาร้าย ....... จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม ............. ยิงระดมให้จมไป

๏ จึงจะได้สินค้ามา .......... คือวิชาอันพิศมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ .......... อย่าได้คร้านการวิชา ๚ะ๛

...
จากคุณ : นกโก๊ก

----

ขอบคุณที่เตือนความทรงจำครับ

อาขยานที่เป็นโคลงก็มีครับ

สยามานุสติ

พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

๏ ใครรานใครรุกด้าว…………...…แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ……………….…..ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล………..….ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น………………….ชื่อก้องเกียรติงาม ๚

๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง……………..ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง………………….ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง………………..ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย………………หมดสิ้นสกุลไทย ๚ะ๛

แก้ไขเมื่อ 14 พ.ค. 53 15:06:28

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 14 พ.ค. 53 15:04:10
ถูกใจ : ploythana, Little Red, นกโก๊ก



ความคิดเห็นที่ 109

อาขยานที่เป็นโคลงก็มีครับ

สยามานุสติ

พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

๏ ใครรานใครรุกด้าว…………...…แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ……………….…..ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล………..….ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น………………….ชื่อก้องเกียรติงาม ๚

๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง……………..ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง………………….ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง………………..ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย………………หมดสิ้นสกุลไทย ๚ะ๛
-ศาลายา-



กาพย์ยานี 11 ก็มีค่ะ..


เมืองไทย ใหญ่อุดม
ดินดีสม เป็นนาสวน
เพื่อนรัก เราชักชวน
ร่วมช่วยกัน มุ่งหมั่นทำ

วิชา ต้องหาไว้
เป็นหลักได้ ใช้ช่วยนำ
ให้รู้ ลู่ทางจำ
ค้นคว้าไป ให้มากมี

ช่วยกัน อย่างขันแข็ง
ด้วยลำแข้ง และแรงกาย
ทำไป ไม่เสียดาย
แม้อาบเหงื่อ เมื่อทำงาน

ดั่งนี้ มั่งมีแท้
ร่มเย็นแน่ หาไหนปาน
โลกเขา คงเล่าขาน
ถิ่นไทยนี้ ดีงามเอย...
-เกสรผกา-

จากคุณ : เกสรผกา
เขียนเมื่อ : 14 พ.ค. 53 19:02:32
ถูกใจ : ploythana, Little Red, นกโก๊ก









ความคิดเห็นที่ 110

จำบทนี้ได้บ้างมั๊ยคะ?
เป็นบทอาขยานคำไทยที่มี สระ....ใ...ไม้ม้วน 20 คำ
คำที่เหลือนอกนั้นให้ใช้ สระ ...ไ...ไม้มลาย

กาพย์ยานี 11


ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ............ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ
ใฝ่ใจเอาใส่ห่อ .............. มิหลงใหลใครขอดู

จะใคร่ลงเรือใบ ............. ดูน้ำใสและปลาปู
สิ่งใดอยู่ในตู้ ................ มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง

บ้าใบ้ ถือใยบัว .............. หูตามัว มาใกล้เคียง
เล่าท่องอย่าละเลี่ยง ....... ยี่สิบม้วน จำจงดี...

จากคุณ : เกสรผกา
เขียนเมื่อ : 14 พ.ค. 53 19:37:21
ถูกใจ : ploythana, Little Red



ความคิดเห็นที่ 112

กาพย์ยานี 11 ก็มีค่ะ..


เมืองไทย ใหญ่อุดม
ดินดีสม เป็นนาสวน
เพื่อนรัก เราชักชวน
ร่วมช่วยกัน มุ่งหมั่นทำ

วิชา ต้องหาไว้
เป็นหลักได้ ใช้ช่วยนำ
ให้รู้ ลู่ทางจำ
ค้นคว้าไป ให้มากมี

ช่วยกัน อย่างขันแข็ง
ด้วยลำแข้ง และแรงกาย
ทำไป ไม่เสียดาย
แม้อาบเหงื่อ เมื่อทำงาน

ดั่งนี้ มั่งมีแท้
ร่มเย็นแน่ หาไหนปาน
โลกเขา คงเล่าขาน
ถิ่นไทยนี้ ดีงามเอย...
-เกสรผกา-

07.02 น.

๏ คนอยู่ป่า ย่าปู่ เฝ้าดู'อยู่ในฝัน'
ขยันกิน ยินกัน วันท่อง'อาขยาน'
บางครั้งลืม ครึ้มหลัง นั่งร่ำ'สุราบาล'
พิจารณ์ท่อง จ้องทาน อ่านกลอน'โคลงสอนใจ'

๏ เดี๋ยวนี้ท่อง น้องเที่ยว เล่นเสียวซ่าน
โจนจากบ้าน จ้านบาก-บั่นมักใหญ่
ทางลัดเด่น เล่นดัด-จริตหวัดไหว
พิจารณ์วัย ใจวาน-ซืนพาล-วน

๏ เวียน-ท่องจำ ทำจ้อง มองแล้วเมิน
จำท่อง learn เทินร้อง จ้องทำ-บ่น
บ้า-ว่ายาก วากย์-ย่าปู่-หาสน
พิจารณ์คน จนคลาน เห็น'สามานย์ปัญญา'-แล้วน่าเศร้าใจแน แลนาบารนี ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

07.31 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

***** ศาลาคนสวย หลังที่ ๘๗ ยินดีต้อนรับค่ะ ***** ... ของ คุณ: auntiesai

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9161308/W9161308.html//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9086544/W9086544.html#270
-----------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 248

# ๒๔๖

ฮ่า . . . ฮ่า . . . ฮ่า . . .


คำถามนั้น
ไปถามฉันหลังไมค์ สิ ลูกช้าง เอ๋ย ๆ ๆ ๆ . . .

(ขัดตะหมาด หัวเข่าสั่น พั่บ ๆ ๆ ๆ )

อะหา . . .
ทั้ง ตำรามหาทักษา
โหราศาสตร์ ดวงดาว
อุตุนิยมวิทยา
คัมภีร์ อาถรรพเวท

ฤๅแม้แต่

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ในสมัยพระเจ้าเสือ



ข้ า รู้

ข้ า เ ห็ น

ข้ า ต อ บ ไ ด้ . . .



เหอ . . . เหอ . . . เหอ . . . เ ห อ . . .



(โยกตัวไปมา น้ำหมากย้อย แดงเถือก มุมปาก . . . )






ดังนี้ ขอรับ.

แฮ่ . . . . .

แก้ไขเมื่อ 17 เม.ย. 53 14:58:16

จากคุณ : พจนารถ๓๒๒
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 14:56:27


ความคิดเห็นที่ 249

แง่มแง่ม ... ก่อนนั้นท่องได้ ทำให้ข้าต้องมาทำสวน หวนคิดได้ ทำไมข้าจำได้แค่นี้เอง

# 248 ... หากท่านรู้ หากท่านเห็น ท่านต้องเติมเต็มประเด็นนี้ให้ข้าด้วยนา


๏ เมืองไทยใหญ่อุดม .... ดินดีสมเป็นนาสวน
เพื่อนรักเราชักชวน ........ ร่วมช่วยกันมุ่งมั่นทำ (ช่ายเปล่าก็มะรุนิ)
วิชาต้องหาไว้ ............... เป็นหลักให้ใช้ช่วยนำ
เรารู่ลู่ทางจำ ................ ค้นคว้าไป ******* ( ทำไรมะรุแร่ะ)

จำได้แค่เนี้ย บทอาขยานตอนเรียนชั้นประถม สมัยใช้หนังสือเรียน 'ออมไว้ไม่ขัดสน' กะ 'อุดมเด็กดี' ... งุงิ

ถามอีกนิด ทำไม จำนวนฝนตก จึงให้นับเป็น จำนวน 'ห่า'

ฝนไล่ช้าง .... พอรู้แร่ะ ... แต่ ... ฝนไล่ห่า ... มันตกแบบไหนนิ ...

ข้าไม่รู้
ข้าไม่เห็น
ข้าตอบไม่ได้

ช่วยข้าที่ ... ฮี่ฮี่


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 15:30:08



ความคิดเห็นที่ 250

................................ ค้นคว้าไปให้มากมาย

ช่วยกันอย่างขันแข็ง ...... ด้วยลำแข้งและแรงกาย
ทำไปไม่เสียดาย .......... แม้หยาดเหงื่อเมื่อทำงาน

ดังนี้มั่งมีแท้ ................. ร่มเย็นแน่หาไหนปาน
โลกเขาคงเล่าขาน ......... ถิ่นไทยนี้ดีงามเอย ...


ก็พอจำได้สองเลาอะครับ ...

เด็กสามขวัญขยันหาเมีย ปีหนู ตกฟากตอนเย็นๆ ขยันหากินอีกตะหาก ...

แก้ไขเมื่อ 17 เม.ย. 53 18:08:13



จากคุณ : ดาเรน
เขียนเมื่อ : 17 เม.ย. 53 16:27:49
----------------------------------------------------------



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 15 พ.ค. 53 07:41:19
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 15 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:06:07 น.  

 
18.04 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ปิดหูตา หาตู บ่รู้เรื่อง
ข่าวบ้านเมือง เบื้องมาร ตะหานกาขาว
คนไม่รู้ หมู่ไร้ ใคร่ครวญข่าว
วิบัติร้าว บ่าวรัฐ อัดเจ้านาย-ผู้จ่ายภาษีให้มันมีงานทำ แลนาบารนี ๚ะ๛ (งุงิ)

18.11 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

พิราบปีกหัก ... ของ คุณ: ethanoic

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9255625/W9255625.html#1
-------------------------------------------------------

พิราบปีกหัก

พิราบเอยถนอมแรงไว้เถิดหนอ
ไว้รอโอกาสหน้าวันฟ้าใหม่
วันพายุสลายหายไป
เก็บกายใจที่ยับแยกแหลกราญ

เพลงกระสุนสาดสายไม่สิ้นเสียง
มีเพียงแวววตากล้าหาญ
ปีกเธอหักเธอท้อทรมาน
เพื่อเปิดม่านบังตาประชาชน

จากคุณ : ethanoic
เขียนเมื่อ : 15 พ.ค. 53 14:16:57
ถูกใจ : นกโก๊ก, Argent

--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

15.29 น.

๏ หล่นปัง รังป่นแล้ว ............. ราชกวิ
รังพับ รับพัง-พิ .................... ราบ-ร้อง
รอเผ่น เล่นพอ-สติ ............... แตกดับ
รังแตก แลกตังค์ -ห้อง .......... ราช-แล้ว-เดินนำ

๏ หน้าคว่ำ-น้ำฟ้าแลบ .......... แปลบปลาบ
ริพร่ำ ร่ำพิลาป .................... สะอึกสะอื้น
นอกกระจก นกกระจอกจาบ ... จ้วงกระจิบ
กลับชะ กระชับพื้น................ ที่ล้อมรุมถนน-นักเขียนบทกวียังพอมีที่ทางให้ระบายบ้าง ล้างอารมณ์แลนาบารนี ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

16.03 น



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 15 พ.ค. 53 16:07:44
ถูกใจ : Argent, สุนันยา
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 15 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:12:04 น.  

 
มาเยี่ยมอาจารย์ค่ะ..


อาจารย์ อ่านจะได้........................ติชม
ร้อนผ่าว ราวผ่อนขม-.....................ขื่นย้ำ
หนาวยัง นั่งยาว สม.......................ใจอยาก
เพราะจาก พรากเจาะซ้ำ..................ร่ำรื้อถือดี..


คอยตาม คำต่อยต้าน.....................หยอกเอิน
อาจจู่ อุจาดเกิน............................กราบก้ม
อาจารย์ อ่านจะเขิน.......................เมินห่าง
คำติ คีย์ต่ำล้ม..............................ท่องโน้ตทดทำนอง......


ลองแจมกับท่านอาจารย์นกดูค่ะ..
อ๊าย...ย....อาย....อาจารย์..


โดย: เกสรผกา วันที่: 15 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:52:58 น.  

 
08.07 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ไปล่กร่อย ปล่อยไก่แก้ว ....... กล-'เกสร-ผกา'-เอย
สวนกลับ ศัพท์กวนกลอน ......... กระทู้
คำแปล แค่ปล้ำนอน ................ ดู-'Dic-tionary'-แน
ใช่คริ ชิใคร่อู้ ......................... แค่ผู้เล่นคำ-พ่อขุนรามฯ ตามวิถี 'กวีคำผวน' แลนาบารนี ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

08.17 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

Civil War ... ของ คุณ: Patient Zero

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9256656/W9256656.html
-------------------------------------------------------

Civil War

It is violence
Down on the streets
Inside each heart
Only blood and meats

Revenge of the fallen
Still of the weakness
Peace hung insecuredly
We're possessed by darkness

They are villains
We are the fine
How could I trust?
Because y'all swine

How could our country runs forwards?
Where or what is the solution
I feel so tired to dream
It's like we countdown to extinction

จากคุณ : Patient Zero
เขียนเมื่อ : 15 พ.ค. 53 20:03:46 A:119.42.68.21 X: TicketID:267076

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 1

07.00 น.

๏ มันคือความเงียบงัน
กระทั้นทุ่มคลุมถนน
ในห้วงดวงใจชน
ดวงกมล ฤ เลือดเนื้อ

๏ แก้เผ็ดเหตุภิณฑ์พัง
ที่ยืนยังมืดมนเหลือ
สงบแขวนตรึงแดงเรื่อ
ฤๅ เผือยืดมืดงึมงำ

๏ ใครเล่าเหล่าชั่วร้าย
คนดีหมายใช่เราซ้ำ
ใช่ฉันมั่นคงคำ
เพราะท่านปล้ำคำสุกร

๏ เล้าเราก้าวหน้าไหม
ไหนอะไรละลายล่อน
ฉันพลันฝันเหนื่อยอ่อน
เหมือนหลอนนับดับพงศ์พันธุ์ - 'นอนหลับ'ฝัน done 'นับหลอน' แลนาบารนี ๚ะ๛ (คริคริ)

07.50 น.

แก้ไขเมื่อ 16 พ.ค. 53 07:59:57

แก้ไขเมื่อ 16 พ.ค. 53 07:56:50



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 16 พ.ค. 53 07:55:07
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:19:54 น.  

 
..ครูบา ค่าบู-ชา ต้องดอกไม้
ดอกขาวใส คล้ายสาว คราวแรกรุ่น
ชื่อมะลิ มิละ- ลืมละมุน
หอมชื่นกรุ่น ชุ่นกลืน- กลบประคบใจ..


ความเคารพ ครบเร้า แนบเนาวยิ่ง
สัมผัสสิ่ง พิงชัด สะอาดใส
ค่อยค่อยเรียน เขียนร้อย ถ้อยคำไป
ครูบาให้ ใบ้หา ภาษาเอง...........................



ด้วยความเคารพอาจารย์ค่ะ
ดีใจจังเลย ช่วงนี้จะได้เรียน คำผวนกับอาจารย์ทุกวัน..

เพราะอาจารย์ก็ไปไหนไม่ได้ใช่มั๊ยคะ???
ไม่ต้องไปไหนหรอกค่ะ

แค่ในบล็อกนี้ก็มีที่พร่ำสอนลูกศิษย์เยอะแยะแล้วค่ะ

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ




โดย: เกสรผกา วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:25:29 น.  

 
20.35 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ นกโก๊กเคาะ เกาะโคก ศิษย์นกรู้
ได้ครูดี คีย์ดู ตามครูเล่น
ศิษย์พี่น้อง ผ่องนี้ คีย์ผวนเห็น
คำไขเด่น เข็นได้ พ้นภัยพาล

๏ พังเพยคิด ผิดเคย เฉลยได้
คำผวนให้ ไพร่หวน ทวนคำท่าน
ท่าตารำ ตำรา ท่าคิดอ่าน
จิตวิญญาณ วานยิน จินตนาการ

๏ เกสรผกา พากระ-ทู้หาฝัน
คำผวนมั่น ผันม่วน กวนรอบด้าน
มุมมองพลาด มาดพอง-ขนต้องผ่าน
นั่งเทียนนาน ทานเนียน-แนบเทียนครู

๏ คำผวนคิด ผิดควร หวนคิดใหม่
ผวนกลับไป ไกลปรับ ใกล้สลับคู่
คำผวนเรา เผารวน-เรป่วนหมู่
คำคู่เรียง เคียงรู้ คำคู่ครอง

๏ เน้นข้างสู้ คู่สร้าง คู่สมรัก
ใช่แตกหัก ตักแหก ปากแตกฆ้อง
อุปมัย ไปมา อย่าคับข้อง
ร้อยกรองคำ กรรมครอง กรองให้ดี

๏ วิถีผวน ทวนผี ท่าลี้ลับ
กลทวนกลับ ทับกวน สวนใจนี้
เรื่องทุกข์เศร้า เท่าสุข มุขผวนมี
กวนวะคำผี กวนหวีคำพระ กวีคำผวน ๚ะ๛ (งุงิ)

21.38 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

น้ำร้อนปลาเป็น ~ น้ำเย็นปลาตาย ... ของ คุณ: y@mie

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9259422/W9259422.html
-----------------------------------------------------------

น้ำร้อนปลาเป็น ~ น้ำเย็นปลาตาย

(โคลงโลกนิติ)

"น้ำร้อนปลาเป็น"นั้น ปริศนา
ร้อนจิตดิ้นรนหา คิดค้น
จนรู้เหตุผลมายา สิ่งชั่ว ดีนา
ชี้เหตุร้ายรอดพ้น ไม่ม้วยดังพังเพย


..................................


“น้ำเย็นปลาตาย”นั้น ก็ปริศนา
ใจเยือกเย็นไม่หา เหตุไว้
ดีร้ายไม่นำพา ถือยึด ไว้นา
สิ่งชั่วร้ายม้วยได้ กล่าวไว้ดังพังเพย

...................................

(พจน์รำพัน)

น้ำ ร้อนจักว่าป้อง ........... ปลาเป็น
ร้อน ไป่เกินลำเค็ญ .......... แค่ร้อน
ปลา จึงใคร่ครวญเห็น ....... เหตุแห่ง ภัยแล
เป็น สิ่งเตือนสะท้อน ........ ท่ามนั้นขุกเข็ญ

น้ำ เย็นเยียบยิ่งป้อน ....... ปลาตาย
เย็น ฉ่ำเกินสบาย ............ บ่ ดิ้น
ปลา จึงจ่อมภัยกราย ....... เกินหลบ
ตาย ดั่งพังเพยสิ้น ........... สุดด้วยเย็นใจ


(ญามี่)

ยามปลามาสู่น้ำ.................เนินสบาย
เหมือนขุ่นหมุนหันหาย.........ห่างร้อน
ลืมตนหล่นเริงตาย...............ตอนตื่น
โหยคร่ำคำเขาต้อน..............แต่งแพร้วพรายอสูร

หนุนเนืองเปลืองป่วนเน้น.......นัยหวาน
ดังเช่นเย็นลมลาน................แล่นคล้อย
หากหลอนซ่อนบนบาน..........บทคร่า
ตายเมื่อเหนือหวานร้อย.........เร่งซ้อนพิษไฉน

ปลาไปในบ่อร้อน.................รอกระไร
หายเบื่อเหลือเพียงนัย...........เหนื่อยคุ้ม
ติติงสิ่งเวียนไหว...................วางวุ่น
กลับชุ่มกุมกรองกลุ้ม.............ก่อเกื้อเสมือนถวิล

บินโบยโดยด่วนด้วย..............ดวงแด
คำทื่อถือเหมือนแบ................บ่งกระนี้
พจน์ไวใช่เชือนแช..................ชวนหน่าย เสมอนา
ปากชั่วตัวหาชี้........................ชุ่มร้ายใจทมิฬ


ปล. บทนี้มี่เล่น๒กลบทผสมค่ะ คือกลบทสีหติกำกามและโตเล่นหางค่ะ


บท๑ที่นี่นะคะ

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9239073/W9239073.html#50



จากคุณ : y@mie
เขียนเมื่อ : 16 พ.ค. 53 18:06:15
ถูกใจ : เปลวอัคคี, โหม่งฉ่าฉ่า, นกโก๊ก

-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

คำแปล

น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย

: น้ำร้อนหมายถึงคนที่ปากร้ายแต่จิตใจไม่ร้ายย่อมไม่เป็นพิษภัย

ส่วนน้ำเย็น

หมายถึงคนปากหวานหลอกให้คนหลงเชื่อง่าย ๆ ย่อมมีอันตรายได้.

จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : 16 พ.ค. 53 18:11:29



ความคิดเห็นที่ 2

มิใช่หรอกน้อง ญามี่.....


น้ำร้อนน่ะ..... เขาหมายความว่าสถานะแวดล้อมซึ่งเอื้อต่อการดำรงค์ชีวิต
น้ำเย็น..... เขาเปรียบเปรยถึงสถานะที่สิ่งมีชีวิต ไม่สามารถดำรงค์ชีวิตอยู่ได้ ด้วยประการทั้งปวง

ต่างหาก.......


แย้งมาได้นะขอรับ..



จากคุณ : เปลวอัคคี
เขียนเมื่อ : 16 พ.ค. 53 19:13:41



ความคิดเห็นที่ 3

ถึงเย็นหรือรุ่มร้อน...........................ก็คลาย
เพราะหากใจคอยหมาย...................สยบยื้อ
มือยังไม่้ยอมพาย............................บังอาจ สาดเสียฯ
ละเหี่ยใจดึงดื้อ...............................ซื่อบื้อถือดี


ความผิดเขาเร่าร้อน........................สอนระวิง
โดนติวนเหมือนลิง..........................หลอกเจ้า
ทำใจกับความจริง...........................แสนยาก จังเฮยฯ
เอาล่ะใครจะเม้าท์...........................ป่าวร้องถองยัน ฉันก็ ขอบาย หายหน้า บารนี๚ะ๛


ลืมใส่บทกวี
มาอีกที่

มี่....คง
ไม่ว่านา......



จากคุณ : เปลวอัคคี
เขียนเมื่อ : 16 พ.ค. 53 19:41:55
ถูกใจ : โหม่งฉ่าฉ่า


ความคิดเห็นที่ 4

น้ำเย็นจวนเดือดแล้ว........ใจเอย
น้ำอุ่นมีใครเคย.................แพ่งด้วย
น้ำร้อนเดือดมาเฉลย.........ชนโศก
น้ำเร่งชำระม้วย.................ดับร้อนนานา

หาน้ำเย็นไป่รู้.....................ใครมี
ทั่วถิ่นต่างราวี.....................คร่าพร้อม
น้ำร้อนสุ่มปฐพี...................แล้วเพื่อน
ยังเกลียดกันคอยล้อม.........เข่นเคี้ยวอีกฤๅ


หุ หุ ขอตอบแทนน้องมี่คำสิ

มี่..คงดีใจค่ะ มีคนน้ำร้อนเหมือนกันอีกแล้ว...

จากคุณ : โหม่งฉ่าฉ่า
เขียนเมื่อ : 16 พ.ค. 53 20:04:40



ความคิดเห็นที่ 5

(พจน์รำพัน)

น้ำ ร้อนจักว่าป้อง ........... ปลาเป็น
ร้อน ไป่เกินลำเค็ญ .......... แค่ร้อน
ปลา จึงใคร่ครวญเห็น ....... เหตุแห่ง ภัยแล
เป็น สิ่งเตือนสะท้อน ........ ท่ามนั้นขุกเข็ญ

น้ำ เย็นเยียบยิ่งป้อน ....... ปลาตาย
เย็น ฉ่ำเกินสบาย ............ บ่ ดิ้น
ปลา จึงจ่อมภัยกราย ....... เกินหลบ
ตาย ดั่งพังเพยสิ้น ........... สุดด้วยเย็นใจ

19.16 น.

๏ น้ำ-มีปลาอยู่-ใต้ ............ น้ำ-ฤา เห็นแล
ร้อน-ร่อนเร่เรือ-มือ ........... จุ่มน้ำ
ปลา-มีไม่มี-ถือ ................ หลักหลบ ร้อนเอย
เป็น-หลักธรรมชาติ-ย้ำ ...... เรื่องน้ำร้อนเย็น

๏ น้ำ-ร้อนเป็นเหตุให้ ........ ปลาหนี
เย็น-ฉ่ำวังน้ำมี ................. ร่มไม้
ปลา-วนว่ายวารี ............... มีแหล่ง อาหารแล
ตาย-ติดแหลอบใช้ .......... เบ็ดทั้งวางอวน

๏ น้ำ-คำนวลนั่นร้อน .......... ฤๅเย็น
ร้อน-ย่อมหลบแลเห็น ........ ปากร้าย
ปลา-ช่อนชะโดเป็น ........... ปลาบุรุษ ฤๅแล
ไป-ห่างบ้านร้อนคล้าย ........ ดั่งใบ้บอกผล

๏ น้ำ-คำบ่นด่าร้อน ............ แรงเกิน
เย็น-เลิกงานหาเงิน ............ เมื่อยล้า
ปลา-ฉลาดอาจเดิน ............ จนค่ำ
เต้น-ซะเลยเย็นบ้า ............. ดึกน้ำค้างหนาว ๚ะ๛ (คริคริ)

20.10 น.

แก้ไขเมื่อ 16 พ.ค. 53 20:19:23



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 16 พ.ค. 53 20:17:42
ถูกใจ : อาลีอา


ความคิดเห็นที่ 6

น้ำเมื่อร้อนช่วยให้.................ระลึกไว
ใจมั่นไม่มีใน........................สิ่งร้าย
น้ำเย็นสิมีไฟ........................เล่ห์เหลี่ยม
ควรเลี่ยงอย่าหลงคล้าย...........ตกน้ำลืมหนี

จากคุณ : ปีศาจน้อยจอมซน (ปีศาจน้อยจอมแก่น)
เขียนเมื่อ : 16 พ.ค. 53 20:40:12
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:51:09 น.  

 
08.23 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

กลโคลงผวน'พยัคฆ์ย่องยามสาม'

๏ ฟังข่าว ฟาวล์ คลั่งบ้า ............ ฆ่าบัง
เอ้าฉะ อ๊ะเฉ่า ยัง .................... ชั่งเย้า
แหย่หนัก ยักษ์แน่ หวัง ............ นั่งแหวะ
กินเปล่า เก๊าปลิ้น เศร้า ............ เป่าสิ้นสมองโบ๋

๏ โห่ม้า ห่าโม้ ลาก ................. mark-โล
เล-dark หลากเดโช ................ โด่เช้ะ
ไกฉับ กลับไชโย ................... โชว์ใหญ่
บ่อนไก่ ไบก้อน เซ้ะ ............... เกะซ้อนซุ่มหา-ยาฉีดฆ่าแมงสาปสะตอแหล แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

08.39 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#42
-----------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 41

(พจน์รำพัน)

น้ำ ร้อนจักว่าป้อง ........... ปลาเป็น
ร้อน ไป่เกินลำเค็ญ .......... แค่ร้อน
ปลา จึงใคร่ครวญเห็น ....... เหตุแห่ง ภัยแล
เป็น สิ่งเตือนสะท้อน ........ ท่ามนั้นขุกเข็ญ

น้ำ เย็นเยียบยิ่งป้อน ....... ปลาตาย
เย็น ฉ่ำเกินสบาย ............ บ่ ดิ้น
ปลา จึงจ่อมภัยกราย ....... เกินหลบ
ตาย ดั่งพังเพยสิ้น ........... สุดด้วยเย็นใจ

19.16 น.

๏ น้ำ-มีปลาอยู่-ใต้ ............ น้ำ-ฤา เห็นแล
ร้อน-ร่อนเร่เรือ-มือ ........... จุ่มน้ำ
ปลา-มีไม่มี-ถือ ................ หลักหลบ ร้อนเอย
เป็น-หลักธรรมชาติ-ย้ำ ...... เรื่องน้ำร้อนเย็น

๏ น้ำ-ร้อนเป็นเหตุให้ ........ ปลาหนี
เย็น-ฉ่ำวังน้ำมี ................. ร่มไม้
ปลา-วนว่ายวารี ............... มีแหล่ง อาหารแล
ตาย-ติดแหลอบใช้ .......... เบ็ดทั้งวางอวน

๏ น้ำ-คำนวลนั่นร้อน .......... ฤๅเย็น
ร้อน-ย่อมหลบแลเห็น ........ ปากร้าย
ปลา-ช่อนชะโดเป็น ........... ปลาบุรุษ ฤๅแล
ไป-ห่างบ้านร้อนคล้าย ........ ดั่งใบ้บอกผล

๏ น้ำ-คำบ่นด่าร้อน ............ แรงเกิน
เย็น-เลิกงานหาเงิน ............ เมื่อยล้า
ปลา-ฉลาดอาจเดิน ............ จนค่ำ
เต้น-ซะเลยเย็นบ้า ............. ดึกน้ำค้างหนาว ๚ะ๛ (คริคริ)

20.10 น.

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 16 พ.ค. 53 20:17:42
ถูกใจ : อาลีอา, หนึ่ง [ ๑ ], y@mie
...........................................
พี่นก มี่แจมต่อของพี่กับพี่พจน์นะคะ

พี่พจน์ตอนนี้จำศีลกับสถานการณ์ค่ะ5555


น้ำ-ใจในถิ่นคล้อย............คนดี
ร้อน-ดั่งหวังปรานี..............หน่วงช้ำ
ปลา-คืนชื่นวนทวี..............วางใฝ่ ฝันเอย
ฝัน-รื่นยืนยงล้ำ.................หลั่งช้อยลำนำ

น้ำ-หลอนรอนเหนื่อยร้อน....โรมรัน
เย็น-ค่ำจำหมอกควัน...........ครั่นแท้
ปลา-เหลือเหงื่อรำพัน..........พลางพล่าน
สลาย-สู่พรูผลแพ้................เพิ่มด้วยผวาคลำ

น้ำ-แปรแลเปลี่ยนอ้อม..........อวดนภา
มาก-สิ่งอิงวาจา....................จ่อมเรื้อ
ปลา-บนบ่นศรัทธา.................ธรรมเที่ยง
หนี-เลี่ยงเรียงรอยเชื้อ.............ชั่วร้ายตามตำ

น้ำ-เงินเพลินบ่น้อย.................นำหวัง
ลง-เร่าเหงาภวังค์....................วุ่นด้วย
ปลา-ดอยปล่อยในถัง...............ถมเกลื่อน
เหม็น-เหยื่อเครือคลอม้วย.........มุ่งเป้าหมายขัง

จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : 16 พ.ค. 53 23:41:27
ถูกใจ : นกโก๊ก


ความคิดเห็นที่ 42

07.23 น.

๏ เน่ารอ หนอเล่านั้ง ............... นอนโลง
รอเน่า เหล้าหนอโขง .............. ขาดน้ำ
รอจิบ ริบจอโรง ..................... ราชจอด
ลุ้นต่อ รอตุ่นซ้ำ ..................... ซัดต้องตายซี

๏ รอมี่ re-หม้อนึ่ง .................. น้ำมนต์
รอนี่ re-หน่อผล .................... ผลิตน้ำ
ใหม่ราด มาดไล่คน ................ รอฆ่า
เราหมด ลดเมาปล้ำ ................ ปาดแหม้งหมาเปรม

๏ รอเข้ม เล็มข้อแสบ ............. เสื่อมไข
ยอราช ญาติรอไย ................. อยากรู้
ต้องรอ ต่อรองใจ .................. จนล่ม จมฤๅ
รู้บ่ รอบู้ วู้ ............................ ว่าบ้านบ่นหวัง

๏ นั่งรอ หนอหลั่งน้ำ .............. เนตรริน
รอนุช หลุดหนอสิน ............... ทรัพย์หนี้
รอผ่อน ร่อนพอกิน ............... กับเพื่อน
เรือนพ่อ รอเพื่อนซี้ ............... เสพพร้อมเพรียงสำ-ราญรื่นชื่นอารมณ์แลนา บารนี ๚ะ๛

08.13 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 17 พ.ค. 53 08:15:55
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:46:30 น.  

 
08.29 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ หาวเล่น เห็นเล่า เม้า ......... เมามาย
ดันคึก ดึก คันหลาย ............. หลอกล้อ
เหล้ามาก หลากเม้า ขาย ....... ข่าว-เล่า ลือ-แล
รู้แต่ แลตู้ จ้อ ..................... มาร์คแจ้งทุกจอ

๏ ก็เล่น เกณฑ์เลาะทิ้ง .......... ปิด-ทุก ประตู-แล
มองสื่อ มือส่อง-บท .............. บอกให้
ขัดร้าว ข่าวรัฐ-ปลุก .............. ใจ-ฆ่า
ทุกสื่อ ทื่อสุข-ไร้ ................. ข่าว-ด้านแดงดี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

08.50 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#42
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 43

08.16 น.

๏ เพ่งรอ พอเร่ง-ค้น ............. คำ-ไข
พอเร่ง เพ่งรอ-ใจ ................. แจ่มแจ้ง
เฝ้ารอ ฝ่อเรา-ไย ................. ย่ำแย่
พอเล่า เผ่าลอ-แล้ง .............. ล่อเหล้าเลี้ยงฤ-ดีแหลกลาน แลนาบารนี ๚ะ๛ (งุงิ)

08.24 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๗ : ประชาพิจารณ์ ... ของ คุณ: xers

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9040215/W9040215.html#122
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 122

07.51 น.

๏ เล่าความ ลาม เฝ้าแหย่ .......... ไฟพิษ
วิพากย์ วากย์พินิจ ................... ผิดพลั้ง
เม้าหลัก หมักเหล้า มิตร ............ เมา-ดื่ม
ด่ำ-อยู่ ดูย่ำ ยั้ง ....................... บ่ได้หรือไร

๏ ให้เล่า เห่าไล่ ล้ม ................. ใครหวา
จินต์เน่า เจ้านินทา ................... โทษนี้
เถ้ามี ที่ เมายา ........................ พิษ-ดูด ฝุ่น-แล
ฤทธิ์กระโหนก โลกนิติ ชี้ ........... ชัดเจ้าเมามาย ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

08.11 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

น้ำร้อนปลาเป็น ~ น้ำเย็นปลาตาย ... ของ คุณ: ญามี่ (y@mie)

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9259422/W9259422.html#24
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 24

(โคลงโลกนิติ)

คนเมาหมดสัจถ้อย..........เจรจา
แรงโลกละอายหา............ห่อนได้
มักเนื้อหน่ายกรุณา..........เป็นเที่ยง
บรรพชิตหญิงอยู่ใกล้........แกล่สิ้นศีลแสวง

คำแปล คนเมาไม่มีสัจจะในการพูด
คนโลภมีความอยากรุนแรงไม่กลัวบาป
คนชอบกินเนื้อไร้ความเมตตา
นักบวชที่อยู่ใกล้ผู้หญิง
ก็หมดใจที่จะรักษาศีล

.....................................

คนเมาพูดคล่องแท้..........ทอทรุด
ถูกมั่งเหลวมีผุด...............ผ่านพร้อย
สติหายใส่นัยอุด..............อิงทั่ว
คำพร่ำดังหลับร้อย...........ร่ายต้นขาดปลาย

ปรายโลภแรงเร่าสู้............เสพอยาก
มีบ่อยบิดเบือนหลาก.........แล่นเข้า
เงินตราผ่านมาฝาก............ฝอยเล่ห์ เขมือบนา
บาปบั่นลงคลอเคล้า...........คลื่นริ้วลมทะเล

เหหันดูหนึ่งเนื้อ.................นองฤดี
ใจชั่วรัวรอยทวี..................วุ่นคว้า
อยากกินกลิ่นเหมือนมี.........หมายหน่วง
ขาดซึ่งเมตตาบ้า................บั่นเนื้อเสพฉลอง

ผองบรรพชิตหื่นเข้า.............ขวยหาย
ยามผ่านสาวราววาย.............หว่างร้อน
กามเกิดปรี่รนกราย..............กุมซ่อน สวาทเอย
ศีลร่วงหลงใหลฟ้อน.............ฟ่องฟ้องกิเลสหนา


ญามี่ (y@mie) : 17 พ.ค. 53 13:04:24


06.52 น.

๏ มีเน่า เมานี่ หนี้ .................. มี่แน
เมาเล่า เม้า เหลาแหย ............ แน่แล้ว --->(เล่า เหล้า เมามายไม่แพ้กัน)
เมาหน่อย ม่อยเนา แล ........... น่ารัก
เมาเบื่อ เมื่อเบา แก้ว ............. จิบน้ำเย็นชา

๏ เมายา มา เย้าแหย่ ............. แม่มา-เยาว์เอย
อ้ายับ up ยา ตา ................... หยาดเยิ้ม
ยามั่น ยั่น มายา .................... เยาวเรศ
เหล้ากรอก หลอกเก๊า เคลิ้ม ..... คับแค้นระบายคำ

๏ น้ำเหล้า เน่าล้ำ-ระ .............. บาย-ความ ในใจ-แหล
เมาบ่น หม่นเบา ยาม .............. หนักอึ้ง
เฒ่าโม้ โธ่เม้า ตาม ................. คน-ประสาท แดก-ฮา
แม่กด หมดแก้ ขึ้ง(ครึ่ง) .......... ค่อนแก้วก็เมา-แล้วเล่าความในใจที่ไม่กล้าบอกให้ใครรู้ว่าเมียกูกลัวนักนา บารนี ๚ะ๛ (คริคริ)

07.38 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 18 พ.ค. 53 07:41:24
-----------------------------------------------------------


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 18 พ.ค. 53 08:11:20
-----------------------------------------------------------


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 18 พ.ค. 53 08:24:01
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:53:26 น.  

 
ชีวิตจริง ใช่เป็น เช่นตัวเอก
ถูกปั้นเสกเอาไว้ ให้เลิศหรู
ทั้งนิ่มนวล ไร้โศกเศร้าเข้าพันตู
แท้ที่จริง ต่างรู้ อยู่ข้างใน

ยากไฉนใครหนอ ก่อกำหนด
ต้องสลด เพราะบทบาท วาดอ่อนไหว
บนเส้นทางชีวิต ปกปิดไป
มิรู้ซ่อน สิ่งใด ในความจริง....



เบื่อๆเลยต้องบ่นค่ะ
หวัดดีค่ะพี่นก


โดย: สุนันยา วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:09:42 น.  

 
09.22 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ มารบ้า มาบ้านแตก ......... แหลกสลาย
มัวตอบ มอบตัวตาย ........... เพื่อเจ้า
รอดอยู่ หลู่ยอดชาย ........... ใดนี่
ทีพับ ทัพผีเฝ้า .................. เหล่าแร้งแรงฝัน

๏ ดูสั่น ดันสู้ปก ................. ป้องนาย
เจี๊ยะบ่าย จ่ายเบี้ยหลาย ...... เหล่าเลี้ยง
ไป่รู้ ปู่ไร้ราย .................... ได้จ่าย ภาษีแล
หนำที่ หนี้ทำเดี้ยง .............. ดอกเบี้ยจ่ายงาม ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.37 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#45
-----------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 45

09.09 น.

๏ ให้รอ หอไร้รัก ................ สมัครสมาน
หมอไล่ ไม่รอนาน .............. หรอกน้อง
พอร้อง พร่องรองาน ........... สานต่อ
รอมั่ว รัวหม้อบู้ .................. บุบร้าวแล้วไป-นั่งขอทานตามสะพานลอยแลนา บารนี ๚ะ๛ (มีกินแหล)

09.16 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๗ : ประชาพิจารณ์ ... ของ คุณ: xers

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9040215/W9040215.html
------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 126

08.53 น.

๏ ป่วยการคิด กิจค้าน .......... การพิ-จารณ์แล
จารพินิจ พิศ-นิ ................... ราศ-รู้
ยามนิราศ นาฎ-ริ ................ ยับ-ย่ำ ย่อย-ยี
ยวนหมู่กล มนต์กู้ ................ ก่อนดิ้นแดยัน ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

09.03 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

น้ำร้อนปลาเป็น ~ น้ำเย็นปลาตาย ... ของ คุณ: ญามี่ (y@mie)

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9259422/W9259422.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 40

ร่วมรักนักปราชญ์เชื้อ ชาตรี
เรา ผิดชอบชั่วดี ท่านแจ้ง
เอาเยี่ยงอย่างอย่ามี จิตโกรธ
ปรากฏกลท่านแกล้ง แนะให้ขุมทอง

แปล ว่า คบนักปราชญ์ผู้ชาตรี
หากเราทำผิดชอบชั่วดีประการใด
ท่านก็จะบอก จะเตือนเรา
อย่าได้ไปมีความโกรธเลย
เพราะท่านได้ชี้ทางขุมทองให้กับ เรา

.....................................................

คบปราชญ์แท้ ย่อมได้...............รู้จริง
คบชั่วเจอปราชญ์สิง................. สัตว์ร้าย
ย่อมไม่อาจพาดพิง..................ถูกผิด
ปราชญ์เก่งอาจ บ่นคล้าย............เรื่องพร้อยเอือมระอา

โหม่งฉ่าฉ่า


~ ความคิดคนหลากผู้ ...... แผกกัน
กาละเทศะธรรม์ .............. ถ่องข้อง
ผู้สามารถเลือกสรรค์ ........ สมเหมาะ
คือปราชญ์นำพาต้อง ........ ตรึกเฝ้าติดตาม

พจน์รำพัน

นักปราชญ์ควรคบค้า กว่าใคร
ปราชญ์บ่ชักนำไป ชั่วช้า
คนพาลชั่วทั้งใจ อย่าคบ
จงมั่นอย่างคนกล้า หลีกพ้นคนเลว

ขุนพลน้อยโค่วจง


เปรียบปราชญ์ทาบเที่ยงแท้.......ทอวจี
ปราชญ์ใช่ไวเพียงที.................ท่าพ้อง
หากเสริมเพิ่มนัยลี-..................ลาร่าย กวีเอย
สอนลู่ดูคำต้อง........................แต่งต้องภาษา

ญามี่ (y@mie)


07.05 น.

กลโคลงผวนผสม 'พยัคฆ์หาคู่ย่อง
คำโคลงบางบาท เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'
คำโคลงบางบาท เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ย่องยามสาม'


๏ ป้อนศาสตร์ ปราชญ์ซ้อนใส่ .......... ป้อน-ปัญ
ญาวุธ-ยุทธ-วาวัน .......................... ยอกย้อน
ปราดฟัด ปัดฟาดฟัน ...................... ปั่นปวน
สิ้นปราชญ์ ศาตร์ปลิ้นป้อน ............... ซับซ้อนศัพท์แสง
(พยัคฆ์ครวญหาคู่)

๏ ปราชญ์แผลง แปลงพลาดนี้ ........ พินาศ
อำนาจ อาจนำชาติ ........................ นาฏช้ำ
มีปราชญ์ มาดปีศาจ ...................... ปาดซี่
ตำแหน่ง แต่งนำน้ำ ....................... ตกใต้ตรมตรอง
(พยัคฆ์หาคู่ย่อง)

๏ พลาดป้อง ผ่องปราชญ์ ซ้ำ .......... ปล้ำศาสตร์
ระเบิด เลิศบ๊ะฆาต ........................ บาดค้า
ครบเกียรติ เขียดกบปาด ............... กราด-ปรบ
มือ-ด่วน มวลดื้อบ้า ...................... ด่าบื้อซื่อดับ
(พยัคฆ์ย่องยามสาม)

๏ ฆาตปรับ ขับปราชญ์บ้าน ............. ป้าน-บาตร
บ้านนอก บอกน้านขาด .................. นาฏคร้าน
เกลียดยับ กลับเหยียดญาติ ............ กาไก่
ร้ายปราชญ์ ราษฎร์ป้ายด้าน ........... ป่านด้ายใครทอ-ยกดอกผ้าไหมลายทองงามตา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)
(พยัคฆ์หาคู่ย่อง)

08.26 น.

แก้ไขเมื่อ 20 พ.ค. 53 08:48:45




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 20 พ.ค. 53 08:45:30
-----------------------------------------------------------

แก้ไขเมื่อ 20 พ.ค. 53 09:04:39


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 20 พ.ค. 53 09:02:35
-----------------------------------------------------------



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 20 พ.ค. 53 09:17:10
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 20 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:37:34 น.  

 
สายลมเหงา พราวพัด สะบัดไหว
วิโยคใน ไทยผอง ต้องห่วงหา
สายธารใจ ไหลเค้น เป็นน้ำตา
ทรมาปั่นป่วน ล้วนไทยทำ/..



มาบ่นอีกแหละ
ฝันดีนะคะพี่นก
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ



โดย: สุนันยา วันที่: 20 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:36:10 น.  

 
สวัสดีสหายพี่ใหญ่
วันนี้มีกลอนธรรมดาๆที่ไม่ผวนมาฝากครับ

๒๒๓๐

O ด้วยวิถีผู้กล้ายืนท้า,ถั่ง-
โถมเติมเต็มด้วยพลังทุกฝั่งฝัน
กระหึ่มโหมหึกหาญทุกวารวัน
มิหวาดหวั่นรวนเร..ทุกเวที

O อา..นี่หรือคือประชาธิปไตย
สิทธิ์เสรีเป็นใหญ่ของใครนี่
ลบความ..ผิด-ถูก..ถามถึงความดี
แยกข้าง,สี ผิด-ถูก...นี่ลูกใคร?

O อา..นี่ชาติ,เหล่าชนตามก่นด่า
ต่างทวงหายุติธรรมจนร่ำไห้
แลกชีวิตกับมัน..จนบรรลัย
หวังแค่ให้เป็นธรรม..ช่วยนำชน

Oจากหัวแถว..ทัพถึก..ผงึกหน้า
ละเลงไล่เชือดล่า ดังห่าฝน-
กระสุนเจาะเด็ดหัวทิ้งตัวตน
กลางถนนร่วงแผ่วเป็นแนวเรียง

O จนกี่ร่างกี่ศพจะจบเล่า
ไหงโฉดเขลาฆ่าตายแล้วบ่ายเบี่ยง
ปากก็พ่นกล่าวพร่ำเป็นสำเนียง
ละเลียดเสียงโกหกแล้ววกคำ

O ฤาเลือดไพร่ไหลเผือดแล้วเหือดแห้ง
ไปกับแรงกล่าวหาว่ากระหน่ำ
ให้ประชารับรสแล้วจดจำ
ไปกับคำเสแสร้งที่แกล้ง,ลวง

O สำรอกคำวกวนให้คนเชื่อ
ทั้งแถเถือถุยถ่มคารมหน่วง
ด้วยเหน็บแนมทุกครั้งและทั้งปวง
คือเป็นบ่วงล่อหลอกให้บอกยอม

O ฤาแต่ขู่คำรามและพล่ามพ่น
คำกล่าวหาแต่ละหน..เข้มข้นกล่อม
กรอกแต่คำเท็จลวงเป็นบ่วงปลอม
กลับไม่ยอมลดละเพื่อประชา

O คือผู้นำอำมหิตที่คิดคด
ต้องสลดปนเศร้าเมื่อเขาฝ่า-
วงล้อมเชือด,ฆ่าจัก..ใช่ผักปลา
ขอเพียงเพื่อ..ยุบสภา..ไยฆ่าแกง

O จึงลุกโชน..ไฟแค้น..ที่แน่นเนื่อง
รวมไฟพ่นเผาเมืองเพราะเรื่องแย่ง-
ยื้อยุดหา..ยุติธรรมเพื่อทำแปลง-
เพาะปลูกแต่ง เติมใส่ให้สมบูรณ์

O ปากผู้นำพร่ำเท็จ,สำเร็จโทษ
ด้วยความโกรธสั่งการประหารวุ่น
ด้วยปราศรัยเคลิบเคลิ้มเพื่อเติมทุน
แต่ใจขุ่นแค้นขับเข้าทับตน

O เมื่อมี..ฆ่า..จึงมีเผา..เป็นเงาแค้น
เผา-เถิดแดนทรราชย์ นี่ชาติ ฉล
เผา-เพื่อลบ คนล่า ประชาชน
เผา-เพื่อคนรุ่นใหม่..ให้งอกงาม !

๐๑๔๕
๒๑๐๕๕๓



โดย: คนสาธารณะ วันที่: 23 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:26:41 น.  

 
08.16 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ พล่ามเอือนเอื้อนเอ่ย อู้ ..... เพื่อนอาร์ม-มี่เอย
รู้ศักดิ์ ศรีสยาม .................. รักสู้
ไพร่ฟ้าขัตติยะ หาม ............. พร้าไขว่-คว้าเวย
ลิ้นด่างกรดกัด รู้ .................. ร่างดิ้นดองเกลือ

๏ เบื่อฝัน วันพี่น้อง ............... บั่นเฝือ-ฝันเอย
ร้องนับว่า พอเหลือ ............... รับน้อง
น้องพี่ ร่วมพายเรือ ............... นี้ผ่อง-แผ้วแล
แต้วแหลกลาน ร่ำร้อง ........... แตกแล้ว'รัฐนาวา' ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

08.36 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๗ : ประชาพิจารณ์ ... ของ คุณ: xers

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9040215/W9040215.html#134
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 134

07.56 น.

๏ พาลจิ๊จ๊ะ จิกจี้ ............... พิจารณ์
ไพร่ละหม่น หมดหวาน ...... ผลไม้
อยากแจกจ่าย ยามทาน .... แยก-จาก
ต้น-ล่างหล่นเกลื่อน ไข้ ...... ต่างล้นเน่าเสีย

๏ พักเนี้ยะ ต้องห้ามซะ ..... เพลียหนัก
สิ้นหมด ผลไม้ผัก ............ สดมิ้ลค์
น้ำลายเน่าเหม็น หมัก ....... นายร่ำ-รวยแล
พ่ายยากเร้อะ ไพร่ดิ้น ....... พรากย้ายกลับเรือก-สวนไร่นา ตามประสาคนยากจน แลนาบารนี ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

08.08 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#47
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 47

06.45 น.

๏ พอรับ เพื่อนกลับแล้ว ........ พับรอ
คอยรับเพื่อนใหม่ คลอ ........ ขับร้อย
เลื่อนกลลูกไม้ หนอ ............ หล่นเกลื่อน
ต่างคิดยากแค้น ข้อย ........... ติดข้างเคอร์ฟิว

๏ สยิวครองรอฆาต ด้วย ....... สยอง-คิว
ห้ามผ่าน-ค่ำคืนหิว ............... ห่านผล้าม --->(ผล้าม โทโทษเอก พล่าม)
รอบู่ ลูกไม้ปลิว .................. รู้บ่
พริ้วร่อน รอเพื่อนคร้าม ......... ผ่อนริ้วรอยกรรม

๏ ชักน้ำ รอรับหนี้ ................ ช้ำหนัก
ตั้งหลักพิจารณ์ พรรค ........... ตักพลั้ง
หลากหมู่กฎ รอหลัก ............ รู้มาก ฤๅแล
น้อยตกยาก ยากตั้ง ............ นกต้อยตีวิด

๏ พอฤทธิ์อภิสิทธิ์สร้าง ......... พิษรอ
รวยก่อกรรมใดหนอ ............. ล่อกล้วย
เรือนพ่อพักผ่อน พอ ............ รอเพื่อน
พ้อรัก รอเพื่อนด้วย.............. พักล้อแรง'พิจารณ์' ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

07.51 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 24 พ.ค. 53 07:52:01
-----------------------------------------------------------




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 24 พ.ค. 53 08:09:25
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:37:20 น.  

 
18.56 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ เรื่องอยู่กิน ยินกู่ อยู่ทุกช่อง
จอแก้วจ้อง ก้องแจ้ว แว่ววอนขอ
เงินมาช่วย ม้วยชา เย็นหน้างอ
บ้านนอกรอ หนอหลอก บอกฤๅยิน

๏ เสียงร้องขอ รอข้อง ใจน้องพี่
เจ้ารัฐนี้ รี่นัด จัดทรัพย์สิน
ช่วยใครก่อน คอนไกล่-เกลี่ยให้กิน
ใกล้กู่ยิน กินอยู่ รัฐรู้ช่วย

๏ คนเมืองฟ้า มาเฟื่อง-ฟ้าเรืองรุ้ง
คนกลางทุ่ง กรุงถ่าง ห่างไกลม้วย
คับข้องใจ ใครจ้อง ข้องปลาฉวย
หากินด้วย กล้วยดิน กินเลี้ยงปลูก

๏ ซื้อกินอยู่ กู่ยิน ดิ้นหาเงิน
หมดเงินยัด งัดเยิน เขินขัด-ลูก
พ่อแม่-ร้อง ม่องแล้ แทะผิดถูก
กระดูกแหลก แดกลูก-ไม้ถูกหรือ

๏ เป็นคนเมือง เคืองมนต์ คนบ้านป่า
หยาบกร้านหนา กล้าหนาน น้านซื่อบื้อ
เพียงเพื่อเงิน เพลินเหงื่อ เหลือกินอื้อ
ไม่ซื้อแดก แทรกดื้อ-มื้อใดตาย

๏ กินที่ปลูก ถูกปี้ ก็มิหยั่น
ไม่ช่วยกัน ฉันกล้วย รวยเหลือหลาย
สวนไร่นา ล่าใน ป่าใกล้กาย
ไม่ตายแน่ แต่นาย อยู่รอดได้-หรือ ถ้ารัฐไม่ช่วยลื้อ แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

20.13 น.


โดย: นกโก๊ก วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:23:31 น.  

 
09.05 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ รุมช่วย รวยชุ่มน้ำ ............ ใจรัฐ
จนยาก จากยล ยัด ............. อัฐให้
ต่างฮ้อ ต่อห้าง ขัด .............. รัฐใหม่
อยู่ป่า ย่าปู่ ใบ้ ................... แดกไร้ใครแล

๏ แช่น้ำ ช้ำแน่หน้า ............. ทำนา
เพาะปลูก ผูกเปลาะหา ........ เงื่อนแก้
ก้มแปะ แกะปมตา .............. ข่ายดัก-ปลาเวย
เศร้าอยู่ สู่เหย้า แพ้ ............. พ่ายแล้วเพียงพอ-อยู่รอด แลนาบรนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.28 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html#14
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 12

23.42 น.

กลโคลงผวน 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'

๏ เขียน - ส่ง คงเสี้ยน เสียบ ......... ครวญคราง
เถิด - เกลื่อน เถื่อน เกิดกลาง ....... ทุ่งท้อ
เปิด - แหลก แปลกเลิศ ลาง .......... แปลงเปลี่ยว
ใจ - พี่ จี้ไผ พ้อ .......................... เจ็บจิ้มเจียมใจ

๏ ใน - หล้า นาไร่ ล้วน ................. เหน็บหนาว
ป่า - ยับ ปรับหญ้า ยาว ................. เปล่าปลี้
น่า - ถีบ หนีบท่า ทาวน์ ................. เน่าหนัก
ไป - ช่วย ป่วย ใช่ชี้ ..................... ปักป้ายปรักปรำ

๏ ทำ - ใหญ่ ไทยย่ำ แหย้ .............. ทุกข์ทน --->(แหย้ โทโทษเอก แย่)
ใจ - คับ จับใคร คน ....................... จัดจ้าน
ไทย - ดับ ทัพใด ดล ..................... ทำถูก ท่าแถ
จำ - ดับ จับดำ ด้าน ....................... จ่ายเจ้าแจ่มจริง ๚ะ๛ (อิอิ)

00.04 น.

แก้ไขเมื่อ 25 พ.ค. 53 00:13:21


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 25 พ.ค. 53 00:04:20
ถูกใจ : ท่าราชวงศ์


ความคิดเห็นที่ 13

๏ สีสัน สรรแต่งแต้ม.........เติมเพลง
วันชื่น ยืนบรรเลง..............หลอกหล้า
คืน เดือนดับโหวงเหวง.......วันหวาด
สุข ก่อพอฉาบหน้า.............เหนื่อยล้าอันใด ๚ะ

๏ เขียน ตามใจจากบึ้ง........บาหวัง
เถิด เกิดจากกำลัง..............เบ่งบ้า
เปิด เปลือกเปิดกายัง..........เปลือยเปล่า
ใจ ห่อกิเลสกล้า................กล่อมผู้หลงไหล ๚ะ๛

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 25 พ.ค. 53 05:39:35
: นกโก๊ก


ความคิดเห็นที่ 14

07.07 น.

๏ สีสัน - ติ ให้ wait ............ เหตุ white สว่างเวย
วันชื่น - ชม มื้อใด ............... ไม่ดื้อ
คืน - เหงาเงียบ ทุกข์ใจ ........ ไทยจุก
สุข - สงบ ศพงะ อื้อ ............ งื่ออะร้าอร่ามฤๅ

๏ เขียน - ชื่อเซ่นไหว้เถิด ...... word ไทย
เถิด - ที่ฝืนฝันไป ................. ไฝ่ปั้น
เปิด - โลกทรรศน์ใด ............. ไทยดัด-จริตแล
ใจ - แค่ก้อนเนื้อชั้น .............. นั่นเชื้อเทพมาร

๏ สุข - สานติ ติป้อง .............. ต้องปริ
ไทย - แขกแตกร้าวฮิ ............. ริห้าว
ใส - โปร่ง ยากเห็นสิ .............. ฮิเซ่น-สรวงฮา
ทุกข์ - ทั่วไทย ปลาข้าว .......... เปล่าข้าขัดสน ๚ะ๛

08.40 น.

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 25 พ.ค. 53 08:43:02
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 25 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:30:30 น.  

 
20.02 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ คิดตีความ ตามฟรี มีแต่ภัย
ภาษาไทย ภัยสา-ธารณะ
ภาษาไทย พาใส-ถ้า'ท่าไหน'ล่ะ
ว่าใจนะ วะใจ-น่า'อาถรรพ์'แรง ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

20.06 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 35

18.25 น.

๏ สีสัน - บ้านป่า ไร้ ........... แสงสี
วันชื่น - ฉ่ำน้ำ มี ................ เหงื่อย้อย
คืน - ค่ำ สรรพดนตรี .......... หรีดหริ่ง
สุข - สวรรค์ชั้นฟ้า ............. บ่คล้าย'ป่าคอนกรีต'

๏ สีสุก - ผลิตลูกไม้ ........... ขายกิน
วันชื่น - ชมเพียงดิน ............ ดอกหญ้า
คืน - สติหมดสตังด์ยิน ........ ครูสวด-มนต์เอย
สัน -ติภาพ ป่าช้า ............... สงบด้วยคนกลัว ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

18.59 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 25 พ.ค. 53 19:03:21
ถูกใจ : แสงแรก ประดับดิน



ความคิดเห็นที่ 36

ไม่ว่าเราทำอะไรก็ตาม
ต้องมีคนรู้สึกกับเราสามจำพวก

เขาว่าเราดีบ้าง
เขาว่าเราไม่ดีบ้าง
เขาไม่สนใจกับเราเลยบ้าง

หรือจะเป็นดังข้างล่างนี้
ในระบอบประชาธิปไตย
ใครมีอำนาจมากก็จะถูกด่าอย่างเปิดเผยมาก


( มีภาพประกอบ แต่ก๊อปปี้มาลงในบล็อกไม่เป็น )


จากคุณ : แสงแรก ประดับดิน
เขียนเมื่อ : 25 พ.ค. 53 19:06:58



ความคิดเห็นที่ 37

๑๙.๐๙ น.

๏ สีสัน - บ้านป่า ไร้ ........... แสงสี
วันชื่น - ฉ่ำน้ำ มี ................ เหงื่อย้อย
คืน - ค่ำ สรรพดนตรี .......... หรีดหริ่ง
สุข - สวรรค์ชั้นฟ้า ............. บ่คล้าย'ป่าคอนกรีต'

๏ สีสุก - ผลิตลูกไม้ ........... ขายกิน
วันชื่น - ชมเพียงดิน ............ ดอกหญ้า
คืน - สติหมดสตังด์ยิน ........ ครูสวด-มนต์เอย
สัน -ติภาพ ป่าช้า ............... สงบด้วยคนกลัว ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

๑๙.๓๙ น.


เห็นจริงตามนี้ แต่งต่อไม่ได้
นั่งยิ้มหน้าคอมพ์ ไม่มีใครเห็น
ขำคำว่า ครูสวด-มนต์เอย ฮ่า ฮ่า
ยอมครับผม



จากคุณ : แสงแรก ประดับดิน
เขียนเมื่อ : 25 พ.ค. 53 19:15:32



ความคิดเห็นที่ 38

ขอวิจารณ์คำในกรอบ # 36

โลกของคน ใจคนคิดอะไร .... แยกแยะความผิดถูกด้วยใจใครหรือ

เชื่อหรือไม่ ... ใครทำให้ถูกใจ ... ก็ว่าที่ทำนั้นถูกแล้ว

ใช่หรือเมื่อ ... ใครทำไม่ถูกใจ ... ก็ว่าที่ทำนั้นผิดแล้ว

โลกนี้ ไม่มีอะไรที่ถูกต้องเสมอไป ...และก็แน่นอนนะ ... ไม่มีอะไรที่ผิดเสมอไป

ศิษย์มีครู-สูมีคิด ... คิดกันบ้างหรือไม่ ...เราสมควรทำอะไรให้มันเหมาะสมกับสถานะการณ์ในขณะนี้

สวัสดีประเทศไทย

เขียนเถิดเปิดใจกัน

-----------------------------------------------------------
เปิดใจเพิ่มเติมด้วย คู่คำไทยเทศ

ศิษย์มีครู-สูมีคิด ... เมื่อ สูมี kid ... สูจะกล้าเถียงไหมว่า ที่บ้าทำกันไม่รู้จักหยุดจักหย่อนนี้ สูทำเพื่อลูก(kid)ของสูเท่านั้น

ลูกคิดของสู ... สูเคยคิดถึง kid ของคนอื่นบ้างหรือไม่ ... หรือรู้จักแต่เพียง ดีดลูกคิด คิดเงินอย่างเดียว
----------------------------------------------------------

แก้ไขเมื่อ 25 พ.ค. 53 19:48:32

แก้ไขเมื่อ 25 พ.ค. 53 19:47:17

แก้ไขเมื่อ 25 พ.ค. 53 19:37:16

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 25 พ.ค. 53 19:35:39
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 25 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:07:12 น.  

 
22.54 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ เล่นกลโคลง โกง-คนกัน-จนเละ
เล่นตุ้มเผละ เตะ-พุ่มพวง-หนุ่มจุก
เห็นเขาเล่น เข็น-เหล้ายา-เมาขลุก
ขลุ่ยเป่าลุก ปลุก-เร่าร้อน-เอามัน ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

23.04 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html#56
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 55

กลับมาสู่โคลง ครับ
ที่จะชวนเพื่อนชาวโคลงแต่ง
ฝากให้พลอยธนาช่วยเซ้าซี้ ชวนคุย

กลบทแบบที่ ๓ วัวพันหลัก

ร่ารั้นรันทดซร้อง...................สามสาย
สายหนึ่งหน่วงบรรยาย..........ยากย้ำ
ย้ำย้อนผ่อนระบาย.................รินบอก
บอกโศกสายสองซ้ำ................ส่ายเคล้าคลอสองฯ

สองสายร่ายนิ้วชื่น..................ฉ่ำหวาน
หวานเสนาะเพราะพริ้งพาน.....แผ่วพริ้ม
พริ้มพาดหยาดสายผสาน........สลับสอด
สอดส่งสามสายลิ้ม..................รสเศร้าสุขีฯ

ท่อนส่งท้ายโคลงบทสอง ต้นฉบับพิมพ์เป็น รสเศร้าสุขสี เดาว่าน่าจะพิมพ์ผิด เลยแก้ใหม่แบบเดา

ลักษณะกลนี้ง่ายมาก แค่ใช้คำซ้ำท้ายบาทไปยังคำแรกของบาทถัดมา

กลบทสิบแบบตั้ง.....................เบิกตาม
ตามแบบบทงดงาม................แต่งรู้
รู้นิดแต่คิดความ.....................อนรรฆค่า
ค่าแห่งโคลงมีผู้......................สืบสร้างเสมอสมัยฯ

ป.ล.บทนี้เอาของเก่า 2 ปีที่แล้วมาเกลาเนื้อความใหม่ ลองอ่านเทียบกันดู เพื่อเป็นหลักเวลาเกลาโคลง

กลบทสิบแบบตั้ง.....................เบิกตาม
ตามแต่รู้ความงาม.................แต่งรู้
รู้นิดแต่คิดความ.....................อนรรฆค่า
ค่าแห่งโคลงมีผู้......................สืบสิ้นเสมอสมัยฯ

จากคุณ : หนอนสุรา - [15 ส.ค. 10:15:09]




จากคุณ : แสงแรก ประดับดิน
เขียนเมื่อ : 26 พ.ค. 53 20:51:02




ความคิดเห็นที่ 56

21.59 น.

กลโคลงผวน 'ตลบมุ้งล้มโดมิโน'
(ผวนคู่คำโคลงหน้าบาทวรรคแรก ส่งคำโคลงคู่หน้าวรรคหลัง)
(ตลบล้มโดมิโนด้วยคำโคลงท้ายบาทต้นโยงมานำคำโคลงบาทต่อเนิ่องกันไป)

๏ ครวญโผงผางตลบมุ้ง ......... โคลงผวน
ผวนท่องคำคู่ควร .................. ผ่องถ้วน
ถ้วนสุขทุกข์สลับหวน ............ ทุกส่วน
ส่วนที่ลามกล้วน .................. ซี่ถ้วนผวนเสีย

๏ เสียมั่งกางมุ้งม่าน ............. สั่งเมีย
เมียตื่นแต่เช้าเพลีย .............. หมื่นเตี้ย
เตี้ยพลบค่ำขอเหีย ............... ตบเพียะ
เพียะนิดหน่อยหนุกเฮี้ยะ ........ ผิดเนี้ยครางอี๋ ๚ะ๛ (คริคริ)

22.43 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#50
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 50

21.08 น.

๏ รอช่วย รวยช่อพ้น .......... พินาศ ทีเวย
รอช่วย รวยฉ้อราช ............ ราษฎร์ล้ม
บังหลวง บ่วงหลังฆาต ........ ชาติล่ม จมแล
แรงช่อ รอแช่งก้ม ............. กราบเท้าขอทาน

๏ ผล่านรอ พอร่านว้า ......... วุ่นวาย
รอเฉ่ง เร่งชอชาย .............. ชอบเบี้ยว
รอง่าน ร่านงอหาย ............. จิตหงุด หงิมแล
จุดหงิด จิตหงุดเงี้ยว ........... แหม่มเบี้ยวเบื่อรอ ๚ะ๛ (อิอิ)

21.45 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 26 พ.ค. 53 21:49:16
-----------------------------------------------------------


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 26 พ.ค. 53 22:46:32


โดย: นกโก๊ก วันที่: 26 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:04:32 น.  

 
11.12 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ แต่งโคลง โตงแข่งเค้า .......... มีทุน
เค้าหมด คดเม้าหมุน ................ วุ่นว้า
เขาอู้ คู่เอาบุญ ....................... คุณคู่ คำแหล
ผวนซ่า ผ่าสวนบ้า ................... ธุรกิจล้วน'ทุนนิยม' ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

11.20 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html#63
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 63

10.32 น.

๏ ตุ่นทน เพาะปลูกด้วย ........... ต้นทุน 'แรง'เวย
เพลินเหงื่อ เพื่อเงินหมุน ........... แม่ค้า
พ่อขาย พ่ายขอฉุน ................. ทุนนิ-ยมโหวย
ซื้อหมดเงินทุน บ้า .................. ซดมื้อขื่นขม

๏ ทุนนิยม ใช่เจ้า .................... ธิ'หนุน
เงินหมด งดเมินคุณ ................. ท่านกู้
เดี้ยะบอก ดอกเบี้ยบุญ ............ คุณจ่าย
เล่นมุข 'รู้มาก' รู้ .................... รุกเม้นต์มาแหล

๏ ตายแน่ ใช่บ้านนอก ............ แต่นาย
รวยทรัพย์ รับซวย ตาย ........... แน่เจ้า
ลุ้นเห็น เล่นหุ้นขาย ................ ไม่จ่าย-ภาษีแล
ทื่อซี่ ต้นทุน 'เค้า' .................. ที่ซื้อคือ'ทุน-นิยม'ฮา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

11.00 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 27 พ.ค. 53 11:05:12
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:36:11 น.  

 
19.04 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ซื้อเสียงเล่น เซ็นเลี้ยง เสียงในเมือง
ในป่าเคือง เปลืองค่า ว่าไม่คุ้ม
เล่นไปเถิด เปิดไทย ไม่โอบอุ้ม
ทุกกลุ่มชน กลชุ่ม ชื่นกลุ้มใจ ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

19.13 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html#56
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 68

18.20 น.

๏ สีสัน - วันชี้มั่ว .................. ชั่วมี
วันชื่น - ก่อการดี .................. กี่ด้าน
คืน - พื้นที่ ปราบผี ............... ปี๋ภาพ เผาฮา
สุข - ที่เงินให้ร้าน .................. ห่านไร้ขนแล

๏ เขียน - ชื่อแปะโป้งเริ่ด ......... เปิดโรง-ทานโว้ย
เถิด - จ่ายมาแล้วโกง .............. โล่งเเก้ว
เปิด - ฟรีตลาดค้าโลง .............. โคลงร่า เริงฮา
ใจ - ฝ่อหมดสิ้นแล้ว ................ แซ่วลิ้นไก่รัว ๚ะ๛ (แง่แง่ม)

18.50 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 27 พ.ค. 53 18:58:02
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:13:31 น.  

 
12.52 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ วัวพันหลัก ร่ำร้อง ......... พัก run
run ไม่รอดกอดมัน ......... มอดไร้
ไร้มอด น่ารู้กัน ............... มา-not ตาย-แล
แลเผ่นนะ ชนะได้ ............ พระเน้นพ่ายชนะ

๏ ชนะภัย ใช่หลักแจ้ง ...... ในพระ
พระท่องสวดมนต์นะ ......... ทวดซร้อง
ซร้องพระแซ่เซ็งละ .......... แพ้-สะ
ใจ-มิ'สระใจ' ข้อง ............ มะซี้วัน'วิสา-บูชา'เวียนเทียนกัน เราท่านอย่าเวียนเทียนแบบวัวพันหลักนา บารนี ๚ะ๛ (อิอิ)

13.13 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 53

12.05 น.

ผวนกลโคลง 'วัวพันหลัก'

๏ หลุดพอ รอผุดด้วย ............. พุทธพอ
พอหลุด พุทธรอยอ ............... ยกให้
พ่อเรา เผ่ารอขอ .................. เพียงรอด
รอดพ่อ รอพ่อดไหว้ .............. กราบเจ้าศาลหรือ

๏ หรือหม้อ รอมื้อยาก ........... ข้าวหมาก แพงรา
ราก่อ รอกาฝาก ................... เกาะเลื้อย
เลื้อยออก หลอกเอื้อยอยาก ... รอจับ
จับรัก จักรับเอื้อย ................. อู่เล้าใดหนอ-รอเน่า แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

12.41 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 70

กลบท วัวพันหลัก

ทุกทุกวันดั่งร้าง.....................รอยไหว
ไหวแค่ลมหายใจ...................เจ่าจ้อง
จ้องเพียงเหม่อเหมือนไกล.......เกินปลอบ
ปลอบตื่นจากครวญคล้อง.........ค่อยน้อยหยุดเยือน

เยือนฝนโปรยผ่านฟ้า...............ฟังหมอง
หมองสั่นใจจมจอง...................เจ็บร้าว
ร้าวรอยว่างเคยครอง................ใครหนึ่ง
หนึ่งอดีตยากก้าว.....................ก่ายล้อมผูกพัน

พันอารมณ์เหว่ว้า......................วางเรียง
เรียงกี่ครายังเคียง.....................คร่าวแพ้
แพ้นัยฉ่ำเฉดเฉียง.....................ฉวยคร่า
คร่าใฝ่ยามหมกแล้....................ล่วงรู้เพียงระอา

ระอาหัวใจคลั่งค้าง.....................คมคอย
คอยซึ่งวันปวดปรอย..................ปล่อยไว้
ไว้ในอกเพียรทยอย....................ยันอยู่
อยู่เร่าเมียงมองไหม้....................เมื่อเคลิ้มวันวาน



จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : 27 พ.ค. 53 22:37:55
ถูกใจ : ขุนพลน้อยโค่วจง, โหม่งฉ่าฉ่า, นกโก๊ก



ความคิดเห็นที่ 71

ขอบคุณญามี่มากครับ
ไม่ธรรมดาจริงจริง
สองวันก่อนผมลองฝึกนั่งแต่งกลบทวัวพันหลัก
ปรากฏว่าไม่สำเร็จ
มันเหมือนผมพันหลักเสียเอง

เวลาแต่งแบบพันหลักหรือแบบผวน
ผมจะคุมเนื้อหาไม่อยู่เพราะคำบังคับพาไป
แต่จะลองดูใหม่ เมื่อเนื้อหากับพันหลักไปกันได้
เดี๋ยวจะไปแขวะใครเขา
แบบเพลงฉ่อยพาไป
วันนี้วันดีไม่หาเรื่องใส่ตัวเนอะ



จากคุณ : แสงแรก ประดับดิน
เขียนเมื่อ : วันวิสาขบูชา 53 09:26:52



ความคิดเห็นที่ 72

11.28 น.

๏ สีสัน - สิบห้าค่ำ .................. คืนวัน
วันชื่น - คืนเพ็ญจันทร์ ............. แจ่มขึ้น
คืน - สาธุชน-สัน .................... ติ-สุข
สุข - วิสาข์ฟ้าฟื้น ................... ธูปทั้งไทยเขียน ->(ไทยเขียน สื่อถึงคำผวน เทียนไข)

๏ เขียน - ไขแขสวดอ้อน ........ วอนเถิด
เถิด - เทิดพุทธคุณประเสริฐ ..... เอกซเปิ้ด ------->(เอกซเปิ้ด สื่อถึงคำเทศ expert)
เปิด - จิตตลบใจเตลิด ............. หลงจ่าย
ใจ - นก จกนายเบิ้ร์ด .............. นกเจ้าโลกนอน ๚ะ๛ -->(แง่มแง่ม เบิ้ร์ด สื่อถึงคำเทศ bird)

11.57 น.

แก้ไขเมื่อ 28 พ.ค. 53 12:07:47

แก้ไขเมื่อ 28 พ.ค. 53 12:07:17



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันวิสาขบูชา 53 11:59:29
----------------------------------------------------------

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : วันวิสาขบูชา 53 12:42:02





โดย: นกโก๊ก วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:45:11 น.  

 
19.27 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ someone poor-วัวพันหลักสั่นคลอน
ท้ายบาทค้อน บ่อนขาดบาทสามหลง
สลักกลอนหัก กักหอน'พ่อ'ค้อนส่ง
'ให้'คำตรง คงตำราตารำ

๏ พลาดรู้แก้ แล้กู้ไม่ดูดาย
ขวนขวายคิด ขวิดคายคมไหนช้ำ
กระบี่ใจ ใบจี้จิตชี้นำ
พลาดคำป้อน ค้อนปล้ำแต่งคำใหม่-แก้ไขโคลงวัวพันหลักจากวัคซีนเข็มก่อนคร้า บารนี ๚ะ๛ (อิอิ)

19.43 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 53

12.05 น.

ผวนกลโคลง 'วัวพันหลัก'

๏ หลุดพอ รอผุดด้วย ............. พุทธพอ
พอหลุด พุทธรอยอ ............... ยกให้
พ่อเรา เผ่ารอขอ .................. เพียงรอด <---(พลาดที่ 'พ่อ' ไม่รับคำ 'ให้')
รอดพ่อ รอพ่อดไหว้ .............. กราบเจ้าศาลหรือ

๏ หรือหม้อ รอมื้อยาก ........... ข้าวหมาก แพงรา
ราก่อ รอกาฝาก ................... เกาะเลื้อย
เลื้อยออก หลอกเอื้อยอยาก ... รอจับ
จับรัก จักรับเอื้อย ................. อู่เล้าใดหนอ-รอเน่า แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

12.41 น.
-----------------------------------------------------------
วัวพันหลักแรก หน้าแหกมากมายเรยคร้าบบบบ
ต้องขึ้นเขียงหมอผีเย็บหน้าให้ใหม่ ดังนี้ขอรับ


๏ หลุดพอ รอผุดด้วย ............. พุทธพอ
พอหลุด พุทธรอยอ ............... ยกให้
ให้เรา เห่าไล่ขอ .................... เพียงรอด
รอดพ่อ รอพ่อดไหว้ .............. กราบเจ้าศาลหรือ

๏ หรือหม้อ รอมื้อยาก ........... ข้าวหมาก แพงรา
ราก่อ รอกาฝาก ................... เกาะเลื้อย
เลื้อยออก หลอกเอื้อยอยาก ... รอจับ
จับรัก จักรับเอื้อย ................. อู่เล้าใดหนอ-รอเน่า แลนาบารนี ๚ะ๛
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:52:33 น.  

 
10.04 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ จัดฝัน จันทร์ฟัดเจ้า ............ ตาวัน
วันสะอื้น ฟื้นฝัน .................... วะสั้น
สั้นมาก มาร์คแหลดัน ............. สากมั่น
มั่นครก หมกขั้น ปั้น ............... แต่น้ำเป็นตัว

๏ ตัวหลั่ง ตังค์รั่วล้น ............... งบหลวง
หลวงทัพ รับทวงทวง ............. ค่าจ้าง
จ้างอัด จัดอ้างดวง ................. เมืองอับ
อับฆ่า อ้าขับ ล้าง .................. ไพร่ล้มทหารเสือ

๏ เสือชั่ว สัวเชื่อชี้ .................. ขาลเสือ
เสือเฒ่า เศร้าเถือเหนือ ............ ตกใต้
ใต้ออก ตอกไอ้เครือ ............... ก่อการ ร้ายแหล
แหลพ่น หล่นแพไม้ ................ ไผ่ลุ้นพายฝัน ๚ะ๛ (อิอิ)

10.29 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html#87
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 87

09.44 น.

๏ สีสัน -ติภาพ เศร้า ................ สิตัน
วันชื่น - รัก เริงฝัน ................... ชักรื้น
คืน - วันใหม่ ผูกพัน ................. วัยมั่น
สุข - ท่าคลี่คลาย ฟื้น .............. ที่ค้าขายเตียน

๏ เขียน - เสี่ยง เขียงเซี่ยนไม้ .... ขัดเกลา --->( เซี่ยน เอกโทษโท เสี้ยน)
เถิด - รับ ทัพเลิศ เอา ............... แต่ได้
เปิด - ทิศ ปิดเถิด เหมา ............ งบหมด
ใจ - ฝ่อ จ่อไฟไหม้ ................. ป่าเศร้าสวนหมอง ๚ะ๛ -->(แง่มแง่ม)

09.56 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 59

09.29 น.

กลโคลงผวน 'พยัคฆ์ครวญหาคู่ตลบล้มโดมิโน'

๏ จอดรอ จ๋อรอดลิ้งค์ ........ จริงใจ
ใจวอด จอดไวไหว ............ เจื่อยแจ้ว
แจ้วหนัก จักแน่วไหน ......... จึ่งจอด
จอดรัก จัดรอดแล้ว ............ จูบเจ้าจอมใจ ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

09.37 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** ฝัน *** *** ... ของ คุณ: y@mie

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9305343/W9305343.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 5

07.59 น.

โคลงผวนผันปั่นป่วนฝัน ... กลบทวัวพันหลักกับโตเล่นหาง
(ผิดบ้าง พลั้งไป อภัย 'นกผีกวีคำผวน' ด้วยเด๊อคร่าาา น้องญามี่)

๏ ผู้สวน ผวนสู้ทุกข์ .......... ทางฝัน
ฝันซ่า ขวาสั่นถลัน ............ ถล่มซ้าย
ซ้ายอัด ซัดอ้ายผัน ........... ผวนป่วน
ป่วนศัพท์ ปรับส่วนท้าย ...... ที่ตั้งสติถือ

๏ ถือห่าง ถางฮื่อห้อย ........ หางเสือ
เสือหลับ ศัพท์เหลือเฟือ ..... ฝ่ายหน้า
หน้าฝัน นั่นฝาเรือ .............. ฤๅกราบ
กราบพระ กะภาพคว้า ......... ไขว่ฟ้าเสวยสวรรค์

๏ สวรรค์แจ้ง แสวงจั่นเพ้อ .... เพ็ญจันทร์
จันทร์ดับ จับดันฝัน .............. ฝาดเศร้า
เศร้าจิต สิทธิ์เจ้ากระสัน ......... กระสับกระส่าย
กระส่ายแน่ กระแสหน่ายเจ้า ... จอดเข้าอู่ใคร

๏ ใครป่วน ครวญไป่สิ้น .......... แสวงหา
หารัก หักราคา ...................... คู่ช้ำ
ช้ำหนัก ชักน้ำตา ................... เต็มอู่
อู่จอด ออดจู่ปล้ำ ................... ปาดน้ำยาเรือ

๏ เรือพ้อ รอเพื่อเจ้า ............... จอมขวัญ
ขวัญขาด ฝาดครันกัน ............. ก่อนเศร้า
เศร้าฝัน สั่นฟาวล์หัน ............... หาคู่
คู่สุข ขลุกสู้เค้า ...................... คลุกข้าวมันปลา

๏ ปลาร้าย ปลายร้าปาก ........... ปลาแดก
แดกเล่น เด่นแรกแจก ............. จ่ายเจ้า
เจ้ายั่ว จั่วเหย้าแทรก ............... เสามั่น
มั่นรัก มักลั่นเย้า ..................... แหย่เจ้าขวัญหาย

๏ หายหน้า หาหน่าย เฮ้อ .......... หากิน
กินอยู่ กู่ยินสิน ....................... ทรัพย์ได้
ได้ยับ ดับไหญ่ภินท์ ................ พังเนื่อง 'นินทา'แล
แลเพื่อน เรือนแพ้ไหม้ ............. มอดฟ้าเมืองฝัน ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.09 น.

แก้ไขเมื่อ 29 พ.ค. 53 09:20:35


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 29 พ.ค. 53 09:15:56
-----------------------------------------------------------

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 29 พ.ค. 53 09:38:24
-----------------------------------------------------------


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 29 พ.ค. 53 09:54:58
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:33:16 น.  

 
19.26 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ วัดรอยเท้า เรา'ถ้อย-ทีถ้อยอาศัย'หรือ
เชื่อหรือไม่ ไร้มือ-ถือดาบ-ล่า
สังหาร-แม่ แห่มาร-สานฝัน-'กา
ตาแวว-น้า ว่า-แนวผวน-แล้วเซ็ง ๚ะ๛ (อิอิ)

19.33 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html#87
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 88

สวัสดีครับ พิราบเงิน
ดีใจที่ได้เห็นชื่อเพราะเห็นมานาน
สมัยศาลาไทย หมอโมโน น้องๆหนอนสุรา



ท่านพี่ นกโก๊ก
มีคนวัดรอยเท้าพี่ได้บ้างแล้ว
ยกให้ญามี่ครับ
ญามี่ช่วยด้วย



จากคุณ : แสงแรก ประดับดิน
เขียนเมื่อ : 29 พ.ค. 53 12:53:55


ความคิดเห็นที่ 89

สีสัน งามงดได้ ........................แม่สี ครบแล
วันชื่น บ่มื่นศรี .........................ทั่วถ้วน
คืน ชาดชะขยี้ยี ........................แขยงขยะ แล้วฤๅ
สุข หลอกลอกภาพล้วน ..............พร่องพ้องครรลองศิลป์

เขียน ภาพพรรณหลากให้ .............หลักหลาย
เถิด บรรเจิดละเลิศผาย ................ภาพแพร้ว
เปิด ใจปิดอคติคลาย ...................ปรายอีก ปลายเอย
ใจ ฤ สุดพิสุทธิ์แผ้ว .....................ภาพพร้อมมวลสยาม
.................................................................................................
ทฤษฎีสี มีแม่สีสามสี แดง เหลือง น้ำเงิน
ผสมผสานกันจนเกิดสีเพิ่มขึ้นอีกนับไม่ถ้วน
ถ้าขาดแม่สีไปหนึ่งสี งานศิลปะก็ขาดความสมบรูณ์
การถ่ายทอดภาพบางครั้งก็จะมีขีดจำกัด

แข็งกระด้างขาดจิตวิญญาณและไม่เป็นจริง...

ผมชอบที่ท่านนายทิวาเขียน

แต่แย้งตรงที่ว่า "ตาบอด"
ผมคิดว่าคงแค่ "ตาบอดสี"
มองเห็นไม่ครบทุกสี จึงทำให้การรับรู้ผิดเพี้ยน...

สวัสดีวันวิสาขบูชาครับ...ขอให้มีดวงตาเห็นธรรม

จากคุณ : black is still black
เขียนเมื่อ : วันวิสาขบูชา 53 18:16:45
ถูกใจ : D_AkIrA, เปลวอัคคี, ท่าราชวงศ์, นกโก๊ก, เสกคาถา



ทฤษฎีสีแม่นั้น.......................นำเมลือง
คงหลักความรองเรือง..............แต่งแต้ม
น้ำเงินและแดงเหลือง..............รวมร่าย ตวัดแล
ควรเพิ่มขาว,ดำแย้ม................เพื่อสร้างสรรค์สี

คือดีและชั่วล้วน.....................เติมเต็ม
ชีวิตจึงจักเป็น........................ร่างปั้น
ขาวดำเด่นแลเห็น....................เป็นกิจ-วัตรเฮย
ดีชั่วตัวเรานั้น.........................หลบพ้นได้หรือ
.............................................................................

แม่สี 3 สี น้ำเงิน แดง เหลือง หลักๆขอรับ
แต่ถ้าจะให้ภาพเขียนมีชีวิตและสวยงามเพิ่มขึ้นต้องมี ขาวและดำช่วยด้วย

ขาดดำยังไม่เท่าไหร่ เพราะเอา น้ำเงิน ผสมแดง ผสมเหลืองเข้าไปก็ออกเข้มๆได้

แต่สีชมพูเพื่อความสดใสสวยงาม จำเป็นต้องมีขาวผสมกับแดงขอรับ แหะๆ

แต่ถ้าเป็นเครื่องอิงค์เจ็ท สีต้อง CMYK คือ C=ฟ้า,M=ชมพู,Y=เหลือง K=ดำ
พื้นวัสดุที่พิมพ์ต้องเป็นขาวขอรับ เอิ๊กๆ


ได้พบปะท่านแบล็กฯในอาศรม เสวนากันนอกเรื่องบ้างก็สนุกดีนะขอรับ

จากคุณ : เสกคาถา
เขียนเมื่อ : 29 พ.ค. 53 14:58:35
ถูกใจ : black is still black



ความคิดเห็นที่ 90

ขอมาใส่ ช่วยพี่แสงถล่มพี่นก เอ้ย ไม่ใช่เบาแรงพี่แสง ไม่ต้องถล่มพี่นกสิ 5555

......................................

07.59 น.

โคลงผวนผันปั่นป่วนฝัน ... กลบทวัวพันหลักกับโตเล่นหาง
(ผิดบ้าง พลั้งไป อภัย 'นกผีกวีคำผวน' ด้วยเด๊อคร่าาา น้องญามี่)

๏ ผู้สวน ผวนสู้ทุกข์ .......... ทางฝัน
ฝันซ่า ขวาสั่นถลัน ............ ถล่มซ้าย
ซ้ายอัด ซัดอ้ายผัน ........... ผวนป่วน
ป่วนศัพท์ ปรับส่วนท้าย ...... ที่ตั้งสติถือ

๏ ถือห่าง ถางฮื่อห้อย ........ หางเสือ
เสือหลับ ศัพท์เหลือเฟือ ..... ฝ่ายหน้า
หน้าฝัน นั่นฝาเรือ .............. ฤๅกราบ
กราบพระ กะภาพคว้า ......... ไขว่ฟ้าเสวยสวรรค์

๏ สวรรค์แจ้ง แสวงจั่นเพ้อ .... เพ็ญจันทร์
จันทร์ดับ จับดันฝัน .............. ฝาดเศร้า
เศร้าจิต สิทธิ์เจ้ากระสัน ......... กระสับกระส่าย
กระส่ายแน่ กระแสหน่ายเจ้า ... จอดเข้าอู่ใคร

๏ใครป่วน ครวญไป่สิ้น ........... แสวงหา
หารัก หักราคา ...................... คู่ช้ำ
ช้ำหนัก ชักน้ำตา ................... เต็มอู่
อู่จอด ออดจู่ปล้ำ ................... ปาดน้ำยาเรือ

๏ เรือพ้อ รอเพื่อเจ้า ............... จอมขวัญ
ขวัญขาด ฝาดครันกัน ............. ก่อนเศร้า
เศร้าฝัน สั่นฟาวล์หัน ............... หาคู่
คู่สุข ขลุกสู้เค้า ...................... คลุกข้าวมันปลา

๏ ปลาร้าย ปลายร้าปาก ........... ปลาแดก
แดกเล่น เด่นแรกแจก ............. จ่ายเจ้า
เจ้ายั่ว จั่วเหย้าแทรก ............... เสามั่น
มั่นรัก มักลั่นเย้า ..................... แหย่เจ้าขวัญหาย

๏ หายหน้า หาหน่าย เฮ้อ .......... หากิน
กินอยู่ กู่ยินสิน ....................... ทรัพย์ได้
ได้ยับ ดับไหญ่ภินท์ ................ พังเนื่อง 'นินทา'แล
แลเพื่อน เรือนแพ้ไหม้ ............. มอดฟ้าเมืองฝัน ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.09 น.

นกโก๊ก
................................

จ๊ากกกกพี่นก มาทีละ 7บท นิ นึกว่า "เครียดรัฐ รัดมี่ตายแทน"ป่าวเนี๊ยะ

55555


๏ ชูสรวล ชวนสู่ สร้าง .......... เสกฝัน
ฝันถั่ง ฟังทัน กัน ..................กอดเศร้า
เศร้ามัด ซัดเมา ดัน ...............แดปวด
ปวดเช่น เป็นชวด เย้า ............หยอกหน้าแมวหือ

๏ หือสรรค์ หันสื่อ ให้ .............หทัยเรือง
เรืองคัด ลัดเคือง เมือง ............หมดบ้า
บ้าเพลง เบ่งพา เปลือง ............โปรยทรัพย์
ทรัพย์ร่วง ทรวงรับ ว้า .............ว่าแล้วสาวเมิน

๏ เมินกราย หมายเกริ่น อ้าง ......อิงไหน
ไหนเร่า เนาไหล ไว.................วุ่นแท้
แท้พอง ท่องแผล ใด ...............ดวงโศก
โศกบ่น ซนโบก แล้ .................แล่นคล้อยไกลฝัน

๏ฝันหลัง ฟังหลั่น เบี้ยว .............เบนรส
รสเข็ด เล็ดคด จรด ...................จ่อเนื้อ
เนื้อลอก นอกเหลือ พจน์ ...........พรายแจก
แจกย่ำ จำแยก เทื้อ .................ท่วมน้ำลายคน

๏ คนเหลือ เครือร่น แสร้ง ..........สอนดี
ดีตัก ดักตี มี ............................มากด้วย
ด้วยหัก ดักหวย หนี ............... ...หนักอยู่
อยู่นัด ยัดหนู ม้วย ....................มุ่งสร้างหลักฐาน

๏ ฐานรัฐ ทัดร่าน หน้า ................นายเหนือ
เหนือร่ำ นำเหลือ เกลือ................เกลียดแจ้ง
แจ้งนัด จัดแหนง เจือ ..................จวกด่วน
ด่วนอยู่ ดูญวน แย้ง.....................ยักย้ายขวัญหาย

๏ หายทวน หวนถ่าย ร้าย ..............แรงรอน
รอนภาพ ลาภพร หลอน.................ลักรู้
รู้ดับ หลับดู ละคร..........................เคืองขุ่น
ขุ่นคร่ำ คำคุณ กู้..........................ก่ายเก้อกลืนอาย

ญามี่



จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : 29 พ.ค. 53 16:31:47
ถูกใจ : แสงแรก ประดับดิน, black is still black



ความคิดเห็นที่ 91

ท่านพี่ นกโก๊ก
มีคนวัดรอยเท้าพี่ได้บ้างแล้ว
ยกให้ญามี่ครับ
ญามี่ช่วยด้วย

จากคุณ : แสงแรก ประดับดิ

18.10 น.

๏ สีสัน - ผวน วัดเท้า ............ เว้าทัด เทียมเวย
วันชื่น - ผวน ร้องชัด ............. ผ่องล้วน
คืน - ครอบ ฤทธิ์ด้านจัด ......... คิดรอบ ด้านแล
สุข - คู่ผกผัน ม้วน ................ ครกผู้คู่สาก

๏ เขียน - ภาค ทวนซ้ำซาก ..... ผวนถาก กระพี้เวย
เถิด - แว่วแก่นคำ จาก ........... แว่นแก้ว
เปิด - ไม่ปิด คิดมาก ............... มิตรไป่ คิดฤๅ
ใจ - มี่่ เชื่อเห็นแล้ว ................ เมื่อชี้ทางตัน-ผันผวนเปิดทางใหม่ รอยเท้าเจ้าย่ำนำไปเดียวดาย ใช่วัดเท้าใครแล บารนี ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

19.00 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 29 พ.ค. 53 19:03:39
--------------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:33:57 น.  

 
09.24 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

กลโคลงผวน 'พยัคฆ์ย่องยามสาม'

๏ ความหั่น ฝันห่ามคว้า ...... หาความ
ใส่มิตร สิทธิ์ไม่ขาม .......... หม่ำไข้
กินเพื่อน เกลื่อนผินปราม ... พล่ามปิ่น ปักใจพี่
น้องสิ นิส่องไห้ ................ ไส่ห้องหอฝัน

๏ ที่ผัน ทันพี่ได้ ................ ไพ่ดี
ลุ้นคู่ รู้คุ้น we ................... คลี่หวุ้น -->(หวุ้น โทโทษเอก วุ่น)
เปลี่ยนไพ่ ไป่ เพี้ยนคีย์ ....... พี่เฆี่ยน
เกจัด กัดเจ๊ หุ้น .................. จุ่นเฮ้คู่หู ๚ะ๛ (อิอิ)

09.52 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 61

09.07 น.

กลโคลงผวน 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'

๏ จ้ำรอ จ๋อร่ำร้อง ............... เจ่าจุก
รอท่า ราท้อ ทุกข์ ............... เรื่องร้าย
เล่นหนัก หลักเน้น หนอ ........ รอรับ
รับแอก แหลกอับ อ้าย ......... เรื่องล้อร้ายแรง-คำแสลงใจ ไยจ้อง 'วัดรอยเท้า' กัน มันกินใจนา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.17 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** ฝัน *** *** ... ของ คุณ: y@mie

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9305343/W9305343.html#28
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 28

08.28 น.

กลโคลงผวน 'พยัคฆ์ครวญหาคู่ตลบล้มโดมิโน'

๏ เฟ้นดัน ฝันเด่น ด้วย .......... ไขว่ฝัน
ฝันมี่ ฟรีมั่น มัน .................... ฟ่องฟ้า
ฟ้าลับ ควับลา รัน .................. ฝัน-ฝึก ฝน-เเล ->( รัน สื่อถึงคำเทศ run)
แลเพื่อน เลื่อน แพรผ้า .......... ลอบเร้นลบรอย

๏ รอยเท้า เราถ้อย ถก ........... ร่วมลอย
ลอยคู่ หรูข้อย คอย ............... ร่วมร้อย
ร้อยพจน์ ลดพล่อย พลอย ....... เริงรื่น
รื่นคิด ฤทธิ์ขื่น ข้อย ................ รับรู้ลับแล ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

08.55 น.

-----------------------------------------------------------------------------

วัคซีนหวัดนกเข็มที่. 79

19.26 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ วัดรอยเท้า เรา'ถ้อย-ทีถ้อยอาศัย'หรือ
เชื่อหรือไม่ ไร้มือ-ถือดาบ-ล่า
สังหาร-แม่ แห่มาร-สานฝัน-'กา
ตาแวว-น้า ว่า-แนวผวน-แล้วเซ็ง ๚ะ๛ (อิอิ)

19.33 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 91

ท่านพี่ นกโก๊ก
มีคนวัดรอยเท้าพี่ได้บ้างแล้ว
ยกให้ญามี่ครับ
ญามี่ช่วยด้วย

จากคุณ : แสงแรก ประดับดิ

18.10 น.

๏ สีสัน - ผวน วัดเท้า ............ เว้าทัด เทียมเวย
วันชื่น - ผวน ร้องชัด ............. ผ่องล้วน
คืน - ครอบ ฤทธิ์ด้านจัด ......... คิดรอบ ด้านแล
สุข - คู่ผกผัน ม้วน ................ ครกผู้คู่สาก

๏ เขียน - ภาค ทวนซ้ำซาก ..... ผวนถาก กระพี้เวย
เถิด - แว่วแก่นคำ จาก ........... แว่นแก้ว
เปิด - ไม่ปิด คิดมาก ............... มิตรไป่ คิดฤๅ
ใจ - มี่่ เชื่อเห็นแล้ว ................ เมื่อชี้ทางตัน-ผันผวนเปิดทางใหม่ รอยเท้าเจ้าย่ำนำไปเดียวดาย ใช่วัดเท้าใครแล บารนี ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

19.00 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 29 พ.ค. 53 19:03:39
-----------------------------------------------------------



โดย: นกโก๊ก วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:33:57 น.
-----------------------------------------------------------------------------

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 30 พ.ค. 53 08:58:32
----------------------------------------------------------

แก้ไขเมื่อ 30 พ.ค. 53 09:18:20




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 30 พ.ค. 53 09:15:25
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 30 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:58:36 น.  

 
21.40 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ผวดคิดเล่น เข่นฤทธิ์ ใจคิดหลง
นำกายส่ง กรง-ส่าย หน้า-อายเขา
คำคู่ผวน ควรผู้ รู้ดู-เบา
หนัก-คำเล่า เข้า-รำ ตาม-ใครแล ... แมะแหมท่า 'ตารำ' ไม่มี ใน 'ตำรา' บารนี ๚ะ๛ (อิอิ)

21.53 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 105

20.46 น.

๏ เรื่องคำ รำเขื่อง-ร้อง ........ ร่ำ-เคือง ใครฤๅ
คำเดี่ยว เขี้ยวดำเหลือง ........ โดดนี้
ข้างสู้ คู่สร้างเมือง ............... มาก-คู่ คำ-แล
คำเล่น เข่นรำ ชี้ ................. ศัพท์สร้างคู่คำ

๏ พร่ำครวญ ผวนค่ำเช้า ....... เชิง-คำ
คู่เหมาะ เคาะหมู่-กำ ............ เนิด-สร้าง
ศัพท์ใช้ ใส่ฉับ-สำ ............... นวน-ใหม่
เก่า-เหมาะ ก็เม้าบ้าง ............ ต่างรู้คำ-กล

๏ บท-สร้าง บ้างสด ล้วน ........ กลั่นกรอง
สู้ขับ ศัพท์คู่สอง .................. ส่งสร้าง
กลอนโคลง โก่งคอนครอง ..... คานหาบ หามฮา
คู่ต่าง ข้างตู่อ้าง .................... ต่างด้านคานกล

๏ ต่างด้น ต้นด่างด้าน ............ ผันผวน
ดูศัพท์ ดับ สู้หวน .................. สลับด้าน
รำเข่น เล่นคำควร ................. ตาม-พ่อ ขุน-แล
ผวนคิด ผิดควรค้าน ............... อย่าได้ดูแคลน-คู่คำผวนสวนใจจำ 'รามคำแหง*แรงคำหาม' แลนาบารนี ๚ะ๛

21.20 น.

แก้ไขเมื่อ 30 พ.ค. 53 21:29:10




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 30 พ.ค. 53 21:26:14
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 30 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:57:04 น.  

 
13.35 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น


๏ เข็นโล่ง โคลงเล่น ไร้ ......... ฉันทลักษณ์
เอกเจ็ด เอ็ดเจ๊ก หัก .............. ค่าเหล้า
โทสี่ ที่โซ ชัก ...................... 'หน้าไม่-ถึงหลัง' โวย
ทำไฮ่โคลงของเจ้า ................ พลาดทั้งเอกโท ๚ะ๛ (อิอิ)
(ไฮ่ เอกโทษโท ให้)

13.41 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html#113
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 112

ส่งให้โคลงไร้ผู้....................อ่านเข้าใจโคลง

อ่านโคลงของศาลายาบาทนี้ นึกถึงโคลงของเจ้าฟ้ากุ้ง บาทที่ว่า " ทำให้โคลงทั้งนี้........................ชั่วช้าเสียไป "
ทันทีทันใด ดังนั้นตอบคุณญามี่ แทน ศาลายา ไว้เลยว่า ศาลายา ตั้งใจแต่งแบบนี้ขอรับ

นาน ๆ มาที ก็ขอยกโคลงที่ว่าของเจ้าฟ้ากุ้งมาวางไว้สักหน่อยแล้วกัน แต่ถ้ายกมาแค่บทเดียวก็กระไรอยู่ ขอยกมา
ทั้ง 2 บทแล้วกัน

อักษรเรียบร้อยถ้อย.................คำเพราะ
ผู้รู้อ่านสารเสนาะ....................เรื่อยหรี้
บรู้อ่านไม่เหมาะ.......................ตรงเทิ่ง ไปนา
ทำให้โคลงทั้งนี้........................ชั่วช้าเสียไป


อักษรสรรค์สร้างช่าง................ชุบจาน
โคลงก็เพราะเสนาะสาร............แต่งไว้
ผู้รู้อ่านกลอนการ.........................พาชื่น ใจนา
ผู้บ่รู้ อ่านให้..................................ขัดข้องเสียโคลง

จากนิราศธารทองแดง เจ้าฟ้ากุ้ง

ไปก่อนแล้ว งานถ้วมหัวจนหายใจไม่ออกจริง ๆ

จากคุณ : จอมยุทธเมรัย
เขียนเมื่อ : 31 พ.ค. 53 11:10:27
ถูกใจ : แสงแรก ประดับดิน



ความคิดเห็นที่ 113

13.09 น.

๏ เจ้าคว้ากุ้ง แกล้มเล่า ......... เมรัย --------->(เล่า เอกโทษโท เหล้า)
เมาฮ่ามขับรถ ไป ................ ขับร้อง ------->(ฮ่าม เอกโทษโท ห้าม)
ขับคล่อง คับข้องใจ ............. โทษเอก โทแล
เมาแร่ะ แมะเหล้าน้อง ........... พี่หร้ำน้ำเมา -->(หร้ำ โทโทษเอก ร่ำ)

๏ เข้าโลง โคลงเล่าครั้ง ......... เบาราณ
ต่างแข่ง แต่งข้างทาน ............ โทษได้
ฉันทลักษณ์ ชักถลันพาล ....... เอกโทษ โทเออ
โกงคด กฎโคลงใช้ ............... อย่าได้หลงเสียง ๚ะ๛

13.27 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 31 พ.ค. 53 13:28:20
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:46:30 น.  

 
00.18 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ สภาใจ ภัยจา-รนัยลั่น
ไขว่คว้ากัน ขวัญกล้า ประท้วงฝัน
ไยต้องเล่น เต้นร้อง จ้องฆ่าฟัน
ผวนผันดี ผีดัน ใครบัลลัย ๚ะ๛ (อิอิ)

00.25 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 140

#122 ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก

เรื่อง "ลูกปูกับแม่ปู" ในอาศรมฯ เขาก็ยอมรับกันมา
นานแล้วหละจ้า เข้าใจ ๆ

การสอนก็สอนแบบแม่ปูไงหละ 555+

ว้า ... ถ้าตอบตรงๆ มันก็ไม่ออกรสจริงๆ แหละ
แล้วจะรับหรือเปล่าหละ หรือจะหาว่าเป็นแม่ปูอีก

"ให้" ก็คือ เอกโทษ "ไฮ่" เพียงแต่ขี้เกียจแปลงรูปงัย
ดูด้วยตามันก็ "ผิด" แต่ฟังด้วยหู ใช้ได้งัย แค่นี้แหละ

แบบแม่ปูไหมล่ะ? บอกคนอื่นผิดฉันทลักษณ์ แต่ตัวเอง
ผิดซะเอง แต่ผิดอย่างมีหลักการงัย 555+

เข้าใจ ๆ

ไม่เอาน่าอย่าคิดมาก ทุกคนเริ่มจากไม่รู้ทั้งนั้นแหละ

เย็นไว้โยม อิอิ


ยังไม่มีโคลงมาวาง มัวแต่ฟังอภิปรายอยู่ ...

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 31 พ.ค. 53 23:23:04
ถูกใจ : D_AkIrA


ความคิดเห็นที่ 141

22.50 น.

... อัษฎางค์ดุริยา ... ท่าผันผกตามกระบวนนกผีกวีคำผวน

๏ ชี้นะ ฉะนี้ผวน .................. ชวนน่ะ ฉนวนเผย
แช่มละ แฉล้มเอ๋ย ............... เชยละ เฉลยโชว์
แชร์ง่ะ ชะแง้ฝัน .................. ชันยะ ชยันโต
ชักนะ ชนักโผล่ ................... โชว์ดะ ชะโดงาม

๏ สุขนะ สนุกกัน ................. สั้นนะ สนั่นถาม
เสาะนะ เสนาะตาม ............... สามยะ สยามนำ
คอนย่ะ ขย้อนจิก ................. คิกยะ ขยิกย้ำ
ขันยะ ขยันทำ ..................... ค่ำยะ ขย้ำหยัง

๏ หลายบ๊ะ ระบายน้ำ ............. รำบ๊ะ ระบำคลั่ง
รมดะ ระดมพลัง ................... หลังหวะ ระวังวาย
กราบพระ กะภาพฝัน ............. กั้นนะ กระนั้นหมาย
โกนจ้ะ กระโจนหาย .............. กรายจะ กระจายกรรม ๚ะ๛ (คริคริ)

23.48 น.

แก้ไขเมื่อ 31 พ.ค. 53 23:58:58



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 31 พ.ค. 53 23:54:18
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 1 มิถุนายน 2553 เวลา:0:25:47 น.  

 
12.26 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ เฝ้ากัน ฝันเก่า จ้อง .......... พิจารณ์
ฝันใหม่ ไขว้มัน กาล ........... เสาะค้น
เต้นแร้ง แต่งเล่น ทาน ......... กลบท
โลกเข่น เล่นโขก ผู้ .............ดนุน้อยฝ้นหรือ ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

12.30 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 144

ฉันท์ ๔๐ - อัษฎางค์ดุริยา ของครูคมทวนฯ มีลักษณะเป็นกลบท
เพราะเพิ่มเติมบังคับมาก ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสอักษร สัมผัสสระ และการบังคับคำลหุ
ว่าต้องเหมือนกันทั้งบท น้องญามี่แต่งได้ถูกต้องตามบังคับ ขอชม

ส่วนการละสัมผัสในของบาทแรกวรรคหลัง ก็เพื่อหลีกเลี่ยงสัมผัสเฝือ
การละสัมผัสระหว่างวรรคที่สามกับวรรคที่สี่ เป็นลักษณะทั่วไปของฉัทน์-กาพย์
ที่กวีในยุคนี้ถือว่าไพเราะกว่าการมีสัมผัส
(ตัวอย่างข้างล่าง จะเห็นว่า "ตา" กับ "แฝง" ไม่ต้องหาคำมารับในวรรคถัดไป)

๏ เสียงชมประสมเชียร์..........ผัวเมีย-ประสาหมา
ใครต้านประสานตา...............เห่าเสียงประเปรี้ยงแซง
หางสั่นประชันสวน................ทั่วถ้วนประสงค์แทง
ฟืดฟาดประกาศแฝง.............โชว์เขี้ยว,ประเดี๋ยวคุ้ม๚ะ

(อหังการ์มหากาพย์ - คมทวน คันธนู)


อ่านแล้วจังหวะ มันส์ดี กระแทกกระทั้นเหมาะกันกับแต่งเกี่ยวกับการเมือง
ดูถ่ายทอดจนหลับเลย - -

๏ เสียงด่าประสาดิบ...........คมกริบประกวดเกรียน
โชว์เขี้ยวประเดี๋ยวเขียน......คำชงประสงค์โชว์
เสียงสั่นประชันเสียง..........คอเอียงประกาศโอ่
การเมืองประเทืองโม้..........สันดานประการเดียว ๚ะ

๏ ถูกผิด บ บิดโผ.............โทนโท่ บ พรั่นเทียว
แสบสาย บ หายเสียว.........หลับไหล บ ได้เลย
ยุดแย่ง บ แจ้งยอม...........อ้อมค้อม บ สิ้นเคย
ฝ่ายแค้น บ แม่นเฉย..........ทักท้วง บ ล่วงลา ๚ะ

๏ เพลินเพลินเผอิญง่วง......จึงห่วงผจญหา
ฟูกหมอนผงรมา...............แล้วล้มผทมลาน
แสบตาผวาตื่น.................วันชื่นผจงชาญ
คำจาผกาจาร...................กำจายผกายจำ ๚ะ๛



อ่า...นี่มันห้องโคลงนี่นา วางซักกะบทกะแล้วกัน

๏ โคลงเขียนโคลงบทแจ้ว.......บรรจง
กลบทกลบาทลง...................หลักไว้
บทหนึ่งบทใดตรง..................ตรองชอบ...ใจแม่
ดีย่อมดียามใด้......................ด่ำซึ้งอุราเรียม ๚ะ๛

กลบทอะไหรหว่า? จำบ่ได้ อิอิ

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 1 มิ.ย. 53 08:52:48
ถูกใจ : แสงแรก ประดับดิน



ความคิดเห็นที่ 145

น้องพลอย #130 - #137

อ่านซะเมา "ฝิ่น" ไปเลย

ฝีมือโคลงพัฒนาขึ้นมากครับ คำฟุ่มเฟือยแทบไม่ปรากฎแล้ว

แต่การแต่งโคลง สลับกลอน พอโคลงดี กลับจะทำให้เสียงกลอน
แปลกๆ กลายเป็นสำนวนโคลงไป แบบว่าได้อย่างเสียอย่าง

โคลงมีจำนวนคำน้อย แต่ต้องบรรจุเนื้อหาให้มาก
การอธิบายทั่วไปๆ มักจะกล่าวกันว่าโคลง ๑ บท
จะบรรจุเนื้อหาได้เท่ากับกลอน ๘ ถึง ๒ บท

น้องพลอยแต่งแบบกลอนห่อโคลง แปลกดี แต่ก็ได้อรรถรสอีกแบบ

ลองแต่งกลอนยาว ๆ แล้ว ปิดท้ายสรุปด้วยโคลงดูสิ
อาจจะแก้เสียงกลอนให้กลับเป็นดีเหมือนเดิมได้นะครับ

๏ ฝิ่น ชื่อสารต้องฮ่าม* ...... ผิดกบิล
ฝิ่น เสพติดแอบกิน..............เก็บส้อน**
ฝิ่น ดอกกลับลอออินทร์ ...... อวดช่อ ... งามแฮ
ฝิ่น ท่ามดีร้ายสะท้อน.......... โลกสะท้านพิษงาม ๚ะ๛

เนื้อหาแบบโคลงพาไปอะครับ แหะๆ

อ๊ะ ใส่เอกโทษ โทโทษ ให้ถูกตำรับ จะได้ไม่มีคนแซว หุๆ

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 1 มิ.ย. 53 09:31:07
ถูกใจ : ploythana, แสงแรก ประดับดิน



ความคิดเห็นที่ 146

แก้ไข โพสต์ไปคำไม่สมบูรณ์

แก้ไขเมื่อ 01 มิ.ย. 53 12:09:25



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 1 มิ.ย. 53 11:58:39



ความคิดเห็นที่ 147

# 144 ... อัษฎางค์ดุริยา ... ท่ามาตรฐานตามกระบวนท่านครูกวี คมทวน คันธนู

... อิอิ ...

# 147 ... อัษฎางค์ดุริยา ... ท่าผันผกตามกระบวนนกผีกวีคำผวน

อัษฎางค์ดุริยา*อัษฎาดุริยางค์ ... ส่งสัมผัสวรรคหลังคำแรก .... แตกวิถีกลครู ... ดูไม่ออกฤๅ

11.20 น.

๏ กลวะ กระวนว่าย ........ กลายจะ กระจายมุข
กายวะ กระวายทุกข์ ....... กุ๊กจ้ะ กระจุกอก
กริ่มยะ กระหยิ่มขัด ....... กัดจะ กระจัดยก
กลางยะ กะยางนก ......... กกจ้ะ กระจกเงา

๏ ปัดวะ ประวัติอิง .......... ปิ๋งวะ ประวิงเว้า
เปิดซะ ประเสริฐเศร้า ...... เป้าละ ประเล้าโลม
ศาสตร์วะ สวาทหญิง ...... สิงวะ สวิงโหม
แสงละ แสลงโทรม .........สมนะ สนมนาง

๏ คลึงนะ คนึงเหล่ .......... เคนะ คะเนทาง --->( เค สื่อถึง K=King)
ขำนะ ขนำสร้าง .............. ครางบ๊ะ คละบางกอง
คิดนะ คณิตศาสตร์ .......... คราด-นะคะ-นาฏน้อง
เข่นมะ เขม่นหมอง ........... ครองนะ คนองคำ ๚ะ๛ (คริคริ)

12.06 น.
-----------------------------------------------------------------------------------
อ้างอิงกรอบความเห็นพิมพ์เลขพลาด แก้ไข กรอบ # 147 เป็น # 141

แก้ไขเมื่อ 01 มิ.ย. 53 12:11:55



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 1 มิ.ย. 53 12:05:25


โดย: นกโก๊ก วันที่: 1 มิถุนายน 2553 เวลา:12:31:04 น.  

 
18.18 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ Original จั๋นนิ มิรุแร่ะ
เตาะแตะทำ ตำแทะ แกะกระพี้
ดูกลพ่อ ก่อผล กลวิถี
กวีฝัน วันฟรี มิเสียตังค์

๏ คู่คำนวล ควรนำ สำนวนเด่น
ผวนผันเห็น เพ็ญหัน ดันกลับหลัง
ทึกทักอับ 'ทัพอัก-ษร'หลักพลัง
สร้างหวังใหม่ ไหวมั่ง ก็ชั่งมัน

๏ ชันหัวมั่ง ชั่งหัว-มันถั่วงา
กวีป่า ว่าปี-ศาจชี้ฝัน
ศาสตร์ตำรา ตารำ ตามตาดัน
เห็นฝันค้าง ขว้างขัน ขำกันฮา

๏ ผีปีศาจ ปราชญ์ซี วิจารณ์ฝัน
พิจารณ์กัน จันท์กานท์ ด้านหนักหนา
เล่นกลคำ กรรมคน จนปัญญา
โคลงกลอนข้า กา'ค้อน-กล'ซ่อนคำ ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

18.58 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html#150
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 148

ฉันท์ ๔๐ - อัษฎางค์ดุริยา ของครูคมทวนฯ มีลักษณะเป็นกลบท เพราะเพิ่มเติมบังคับมาก ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสอักษร สัมผัสสระ และการบังคับคำลหุ ว่าต้องเหมือนกันทั้งบท น้องญามี่แต่งได้ถูกต้องตามบังคับ ขอชม

ส่วนการละสัมผัสในของบาทแรกวรรคหลัง ก็เพื่อหลีกเลี่ยงสัมผัสเฝือ การละสัมผัสระหว่างวรรคที่สามกับวรรคที่สี่ เป็นลักษณะทั่วไปของฉัทน์-กาพย์ที่กวีในยุคนี้ถือว่าไพเราะกว่าการมีสัมผัส (ตัวอย่างข้างล่าง จะเห็นว่า "ตา" กับ "แฝง" ไม่ต้องหาคำมารับในวรรคถัดไป)

๏ เสียงชมประสมเชียร์..........ผัวเมีย-ประสาหมา
ใครต้านประสานตา...............เห่าเสียงประเปรี้ยงแซง
หางสั่นประชันสวน................ทั่วถ้วนประสงค์แทง
ฟืดฟาดประกาศแฝง.............โชว์เขี้ยว,ประเดี๋ยวคุ้ม๚ะ

(อหังการ์มหากาพย์ - คมทวน คันธนู)


อ่านแล้วจังหวะ มันส์ดี กระแทกกระทั้นเหมาะกันกับแต่งเกี่ยวกับการเมือง ดูถ่ายทอดจนหลับเลย - -

๏ เสียงด่าประสาดิบ...........คมกริบประกวดเกรียน
โชว์เขี้ยวประเดี๋ยวเขียน......คำชงประสงค์โชว์
เสียงสั่นประชันเสียง..........คอเอียงประกาศโอ่
การเมืองประเทืองโม้..........สันดานประการเดียว ๚ะ

๏ ถูกผิด บ บิดโผ.............โทนโท่ บ พรั่นเทียว
แสบสาย บ หายเสียว.........หลับไหล บ ได้เลย
ยุดแย่ง บ แจ้งยอม...........อ้อมค้อม บ สิ้นเคย
ฝ่ายแค้น บ แม่นเฉย..........ทักท้วง บ ล่วงลา ๚ะ

๏ เพลินเพลินเผอิญง่วง......จึงห่วงผจญหา
ฟูกหมอนผงรมา...............แล้วล้มผทมลาน
แสบตาผวาตื่น.................วันชื่นผจงชาญ
คำจาผกาจาร...................กำจายผกายจำ ๚ะ๛

ศาลายา

..........................................

เก่งค่ะ พี่ศาลายา แต่ว่า พี่ติดนิสัย "แม่ปู" อีกแล้วนะคะ

กลบทนี้ "ร้อยคล้ายๆกลอน" นะคะ "ตั้งใจอีกหรือเปล่าคะ?

เหมือนพี่ติดใจการ "ตกหล่นมีผิดฉันท์จังเน้อ"

เอาของครู มาโชว์อีกหน แม้จะเสียวสันหลัง พี่น้องสีเสื้อไม่ชอบ

งั้นมี่ใส่แค่สองบทให้รู้การร้อยสัมผัสพอนะคะ

อหังการ์มหากาพย์ ( โดยคมทวน คันธนู)

๏ เสียงชมประสมเชียร์..........ผัวเมีย-ประสาหมา
ใครต้านประสานตา...............เห่าเสียงประเปรี้ยงแซง
หางสั่นประชันสวน................ทั่วถ้วนประสงค์แทง
ฟืดฟาดประกาศแฝง.............โชว์เขี้ยว,ประเดี๋ยวคุ้ม๚ะ

๏ เมียผัวสลัวภาพ..................ลูกหาบสลอนหิ้ว
เนืองนองสนองนิ้ว.................-ชี้ใช้ไสวชุม
'ครับท่าน'—สนานทั่ว..............หอนรัวเสมือนรุม
ถ่มเศษเสลดสุม.....................สัตว์ป่าสวาปาม๚ะ

*เมื่อข้ามบทเราจะร้อยกาพย์นี้ตรงบาทสองนะคะไม่ใช่บาทแรกค่ะ

๏ เสียงด่าประสาดิบ...........คมกริบประกวดเกรียน
โชว์เขี้ยวประเดี๋ยวเขียน......คำชงประสงค์โชว์
เสียงสั่นประชันเสียง..........คอเอียงประกาศโอ่
การเมืองประเทืองโม้..........สันดานประการเดียว ๚ะ

๏ ถูกผิด บ บิดโผ.............โทนโท่ บ พรั่นเทียว
แสบสาย บ หายเสียว.........หลับไหล บ ได้เลย
ยุดแย่ง บ แจ้งยอม...........อ้อมค้อม บ สิ้นเคย
ฝ่ายแค้น บ แม่นเฉย..........ทักท้วง บ ล่วงลา ๚ะ

๏ เพลินเพลินเผอิญง่วง......จึงห่วงผจญหา
ฟูกหมอนผงรมา...............แล้วล้มผทมลาน
แสบตาผวาตื่น.................วันชื่นผจงชาญ
คำจาผกาจาร...................กำจายผกายจำ ๚ะ๛
.ศาลายา.

๏ เมียงคิดกระบิดคุย............เหมือนชุ่ยกระจอกชำ
โชว์คละกระจะคลำ...............คนจำกระลำโจร
เสียงซัดกระบัดแซว.............ดิ้นแด่วกระแทกโดน
โชว์ทวนกระบวนโทน............คนแจ้งกระแสงจม

๏ คนพาลประสานพอก..........หลอนหลอกประสาลิง
เมาโชคประโยคชิง................ผีสิงประวิงสม
มีขัดประหวัดขึง....................รำพึงประหนึ่งพรม
อัดอั้นประหวั่นอม.................ชนผ่านประหารเผา

๏ ใครชาญสมานชาติ..............พร้อมมาดสบายใหม่
คัดรบสงบไล้.........................เน้นในไสวเนา
หายข้องสมองคิด....................เพลินพิศสนิทเพลา
มีงบสยบเหงา.........................สรวลเปื้อนเสมือนปอง
.ญามี่



จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : 1 มิ.ย. 53 14:02:01
ถูกใจ : ศาลายา



ความคิดเห็นที่ 149

22.50 น.

... อัษฎางค์ดุริยา ... ท่าผันผกตามกระบวนนกผีกวีคำผวน

๏ ชี้นะ ฉะนี้ผวน .................. ชวนน่ะ ฉนวนเผย
แช่มละ แฉล้มเอ๋ย ............... เชยละ เฉลยโชว์
แชร์ง่ะ ชะแง้ฝัน .................. ชันยะ ชยันโต
ชักนะ ชนักโผล่ ................... โชว์ดะ ชะโดงาม

๏ สุขนะ สนุกกัน ................. สั้นนะ สนั่นถาม
เสาะนะ เสนาะตาม ............... สามยะ สยามนำ
คอนย่ะ ขย้อนจิก ................. คิกยะ ขยิกย้ำ
ขันยะ ขยันทำ ..................... ค่ำยะ ขย้ำหยัง

๏ หลายบ๊ะ ระบายน้ำ ............. รำบ๊ะ ระบำคลั่ง
รมดะ ระดมพลัง ................... หลังหวะ ระวังวาย
กราบพระ กะภาพฝัน ............. กั้นนะ กระนั้นหมาย
โกนจ้ะ กระโจนหาย .............. กรายจะ กระจายกรรม ๚ะ๛ (คริคริ)

23.48 น.

นกโก๊ก.

แนวโคลงมี่ยังเข้าใจกับมัน "ไม่เต็มค่ะพี่นก" มี่ขอยืมของครูพจน์เล่นนะคะ

อัษฎางค์ดุริยา
"ใจรัก"

~ ใจรักสมัครรู้ ............... สฤษดิ์หมาย
เรียนเล่ห์เสน่ห์ลาย ........ สลักช้อย
ซ้อมศัพท์สลับสาย ........ สระรูป
เวียรร่างสว่างร้อย .......... รจน์ให้ไสวหา

~ จึงพาประหว่าเพ้อ ....... ประพันธ์โคลง
จ่อมจิตประดิษฐ์โจง ....... ประจบเจ้า
เร้ารมย์ประสมโรง .......... ประสารื่น
ยอยอบประกอบเย้า ........ หยอกจ้องประคองใจ

พจน์รำพัน



จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : 1 มิ.ย. 53 14:13:26




ความคิดเห็นที่ 150

แนวโคลงมี่ยังเข้าใจกับมัน "ไม่เต็มค่ะพี่นก" มี่ขอยืมของครูพจน์เล่นนะคะ

อัษฎางค์ดุริยา
"ใจรัก"

~ ใจรักสมัครรู้ ............... สฤษดิ์หมาย
เรียนเล่ห์เสน่ห์ลาย ........ สลักช้อย
ซ้อมศัพท์สลับสาย ........ สระรูป
เวียรร่างสว่างร้อย .......... รจน์ให้ไสวหา

~ จึงพาประหว่าเพ้อ ....... ประพันธ์โคลง
จ่อมจิตประดิษฐ์โจง ....... ประจบเจ้า
เร้ารมย์ประสมโรง .......... ประสารื่น
ยอยอบประกอบเย้า ........ หยอกจ้องประคองใจ

พจน์รำพัน

แง่มแง่ม ขอลองเล่นโคลงสไตล์ ... 'อัษฎางค์ดุริยา' - "ส่งรักสลักฝัน" ... กันหน่อยฮิ

14.43 น.

๏ ส่งรัก สลักฆ้อง ............ สะบัดชัย
รักพระ สละใจ ................ สลัดข้อง
รักเพราะ เสนาะใน ........... สนิทโสตร
รักเห่อ สะเหร่อร้อง .......... สลับห้องห้อยโหน

๏ ฝันโชน กระโน้นชื่น ...... กระบวนธรรม
ฝันชัก กระอักคำ ............. กระหน่ำล้อ
ฝันอยู่ กระทู้นำ ............... กระทำมั่น
ฝันแหลก กระแทกจ้อ ....... กระจกแก้วใจหาย ๚ะ๛ (คริคริ)

15.01 น.

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 1 มิ.ย. 53 15:08:22



ความคิดเห็นที่ 151

*เมื่อข้ามบทเราจะร้อยกาพย์นี้ตรงบาทสองนะคะไม่ใช่บาทแรกค่ะ

==> พลาดซะแร้วเรา อิอิ ... พี่ก็ "ลูกปู" นะก๊าบ เฉไปเฉมาเป็นทำมะดา อะไรที่ตัวเองไม่ถนัด มันก็อย่างนี้หละ... ยอมรับคำเตือนนะ ไม่ตะบี้ตะบันหรอก บอกแล้ว ทุกคนในอาศรมฯ เป็นครูครับ... ไม่เคยปิดกั้นตัวเอง คนเราต้องเรียนรู้กันไป มีอะไรก็ว่ากันตรง ๆ ครับ

แก้ตัว

๏ ใคร่ครวญกระบวนคิด.........จำจิตรกระแสใจ
วางวากระลาไว้....................เวียนวนกระมลวาง
จึงมือกระพือมา...................วาจากระจ่างจาง
รู้เทียรกระเสียนทาง..............ถ้อยรู้กระทู้เรียน ๚

๏ รำพึงคะนึงเพ้อ..................เลินเล่อคะนองลน
พลาดผิดคณิตผล.................พังเพคะเนเพียร
ลองใหม่คะในหมาย..............ลองลายคะติเลียน
คำนำคะมำเนียน..................แจ้งเจอคะเยอจำ ๚

ห้องโคลง ก็ต้องวางโคลง ชิมิ?
ท่านหนึ่ง ก็สมาชิอาศรมรุ่นอาวุโสฯ ขอคารวะครับ

๏ จำศัพท์สลับสร้อย.............สลักโคลง
เรียงร่องสนองโรง................สฤษฏ์ร้อย
ใครเยาะเสนาะโยง...............แสยะช่าง...เขานา
ขอเท่เสน่ห์ถ้อย...................สถิตไว้เสมอเสมอ ๚ะ๛

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 1 มิ.ย. 53 15:40:28



ความคิดเห็นที่ 152

#147 พี่นกโก๊กนี่เป็น Original จริง ๆ

ประเภท "จรดแล้วจำและทำให้เหนือกว่าถ้าทำกลบทใหม่ได้ให้ทำทันที"

จาก อัษฎางค์ดุริยา ก็เป็น อัษฎาดุริยางค์ ทันที แจ่มมากๆ

เป็นแบบนี้ซะละกะละมังที่ครูคมทวน ไม่เรียกว่าฉันท์ แต่เรียกกาพย์แทน

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 1 มิ.ย. 53 16:03:48
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 1 มิถุนายน 2553 เวลา:19:00:14 น.  

 
09.11 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ แล้งคำ ลำแข้ง ลูบ ......... ขน-รุง
รัง-นก รกหนัง พุง ............. เหี่ยวแห้ง
เงินเก่า เง่าเกิน กรุง ........... กินหมด
เงินใหม่ ไง้เมิน แกล้ง ........ อัดไว้ในไห

๏ เก็บไว้ ใกล้เว็บบล้อก ...... บ้านฝัง
ดินเล่น เด่นลิ้นพลัง ............ แดกสิ้น
กินผัก กักภิณฑ์พัง ............ รั้วเกาะ
รั้วมั่น รั้นมั่วดิ้น ................. อยู่ได้บายใจ ๚ะ๛ (คริคริ)

09.26 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** คำ *** *** ... ของ คุณ: y@mie

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9317649/W9317649.html#15
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 15

08.10 น.

กลโคลงผวนผสม 'พยัคฆ์คู่ย่องหา'
คำโคลงบาทที่ 1 และ 4 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'
คำโคลงบาทที่ 2 และ 3 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ย่องยามสาม

๏ ร้อยคำ รำคล้อยเคลื่อน .......... เลื่อนลอย
คำปู่ ครูปล้ำคอย ..................... ปล่อยค้ำ
ร่ำเข็น เล่นคำฝอย ................... คอยคว่ำ
คำย่อย คอยย่ำย้ำ ................... คิดคล้ายคาย-คม

๏ คำ-ส้ม คมซ้ำใส่ ................... คู่-ค
นึง-แห่ะ แน่ะหึงส์ซะ ................. หะซึ้ง
คำกู่ คู่กรรมนะ ........................ กระหน่ำ
ค่าอัด ขัดอ้ำอึ้ง ........................ คับข้องคำครวญ

๏ คำม่วน ควรหม่ำ แม้น ............. ข้องคับ
รำคู่ รู้ คำศัพท์ ......................... ขับซ้ำ
สู่ราก ซากรู้ขับ ........................ รับคู่
รำคล่อง ล่องคลำค้ำ ................. รักโล้เรือหลวง ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

09.00 น.

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 2 มิ.ย. 53 09:01:18
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 2 มิถุนายน 2553 เวลา:9:27:11 น.  

 
09.57 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ อยากรู้ อยู่รากแก้ว .............. รากฝอย
รากศัพท์ รับสากกลอย ............ หน่อยแน้
ค้ำอยู่ คู่ย้ำคอย ..................... ปรุงแต่ง
แก้วจัด กัดแจ้ว แม้ ................. ขาดไร้ฝอยคำ

๏ ห้ามหนา หาน้ำจิต ................ น้ำใจ
ป้อนสู่ ปู่ซ่อนใน ..................... รากไม้
ล้ายาก รากหญ้าไย ................. ตายยาก
แล้วกาก รากแก้วได้ ................ ดูดน้ำเองหรือ

๏ ทุกมื้อ ทื่อมุกไม้ .................. แม่-ขัด
หม้อ-เก่า เม้าก่อหัด ................. ฝึกใช้
ฤาหม้อ ล่อมือยัด .................... ปลั๊ก-เสียบ
เต้า-นิ ติเน่า-ไข้ ...................... แดก-แม้นลืมคำ-'ใบลาน' นั่นแล บารนี ๚ะ๛ (คริคริ)

10.13 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** คำ *** *** ... ของ คุณ: y@mie

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9317649/W9317649.html#25
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 25

09.31 น.

๏ คำครูผู้สร้างสลัก .............. กลอนโคลง
โกงค่อนขอดคู่โยง ............... คู่ย้อน
ค้อนอยู่ตอกเปิงโปง .............. สลักพับ
สลับพัก-ผ่อนแรงค้อน ........... ตอกบ้างเพื่อนเอย

๏ เผยเอื้อนคำอัดผู้ ............... ล่าฝัน
รันฝ่า-ขวากหนามคัน ............. ปากนี้
ปี่นาคกระหึ่มวัน .................... ไหนเล่า
หนาวไล่ทะลวงคำขี้ ............... ปากเจ้าเท่านั้นหรือ ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

09.47 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

อาศรมชาวโคลง ๒๑๘.สีสันวันชื่นคืนสุข ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9289856/W9289856.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 164

อิอิ มี่เอาคนเก่งมาฝากบ้าง ดูกลบทเมื่อถูกนำมาใส่ลงในโคลงสี่นะคะ

พี่ๆทุกท่านลองสังเกตสักนิด มี่ว่า เพราะไม่น้อย แม้ว่ามี่จะเลียนตามพี่คนเก่ง

สองคนนี้ได้บ้างนิดๆแล้วก็ตาม แต่มี่ก็รู้สึกเพราะค่ะ แค่ยังรู้ไม่ตลอดทางว่า

กลบทแนวนี้จะช่วย ให้เราไป "พันหลัก"หลังต่อถึงบทที่เท่าไร พี่คนไหนเก่ง

แต่งได้ก่อนลองไขข้อข้องใจของมี่ โดยแต่งออกมาให้ดูหน่อยนะคะ....ขอบ

คุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ


ความคิดเห็นที่ 5

.

~ มนต์คำกระหน่ำเคล้า ...... กระนั้นความ
ต้นแตกกระแทกตาม .......... กระทบต้น
เรียบง่ายกระจายงาม .......... กระโงกแง่
ครวญใคร่กระไรค้น ............ ค่าชี้กระวีชาญ

พจน์รำพัน

วิจารณ์กระจกคล้าย...............กระจ่างคน
มองส่องกระทบตน................กระตุกให้
ชำเลืองกระชากผล...............กระจุกจับ
งานผลิตกระหึ่มได้................หากแม้นกระหายเห็น

เสกคาถา

อิอิ บังอาจต่อโคลงกับผู้เชิงชาญ

อิอิ มี่ก็บังอาจต่อพี่เสกกกกกกกคาถา555

เกณท์กฏประดับกว้าง...........ประเด็นกล
คำร่ายประสารน...................ประสาทรู้
หากคิดประณามคน...............ประณีตคัด คำนา
คำทักประสมทู้.....................ท่องถ้วนประสิทธิ์ทาง

เอ บทนี้ดีนาพี่เสกน่าตั้งชื่อว่า

กลบทโคลงแซมลหุแท้

ทีนี้มาทางครูพจน์บ้าง 555มี่ลองค่ะ

อัษฎางค์ดุริยา

~ มนต์คำกระหน่ำเคล้า ...... กระนั้นความ
ต้นแตกกระแทกตาม .......... กระทบต้น
เรียบง่ายกระจายงาม .......... กระโงกแง่
ครวญใคร่กระไรค้น ............ ค่าชี้กระวีชาญ

พจน์รำพัน

คำปองละล่องปลื้ม ...........ละลานแปร
คราร่ายละลายแล .............ละลิบเลี้ยว
หวานของละอองแข ...........ละเอียดขับ
คำกรุ่นละมุนเกี้ยว .............ก่ายใกล้ละไมกรอง
ญามี่

จากที่นี่ค่ะ

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9317649/W9317649.html#19


จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : 2 มิ.ย. 53 15:32:56
ถูกใจ : โหม่งฉ่าฉ่า, แสงแรก ประดับดิน, ศาลายา


ความคิดเห็นที่ 165

อัษฎางค์ดุริยา


คำเลิศประเจิดล้อม............ประจักษ์หลัก
คำมั่นประกันหมัก..............ประกอบแม้น
คำนบประคบหนัก..............ประคองเนิ่น
คำเจาะประเคราะห์แจ้น........จ่อมจ้ำประคำจม

คำคละผงะเค้น..................ผงาดคัด
คำลึกผนึกลัด....................ผนวกเลี้ยง
คำฐานผสานทัด.................ผสมถัก
คำก่นผจญเกลี้ยง................ก่อกลั้นผจัญกล
ญามี่

จาก
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9317649/W9317649.html#20


จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : 2 มิ.ย. 53 15:47:13
ถูกใจ : โหม่งฉ่าฉ่า, แสงแรก ประดับดิน



ความคิดเห็นที่ 166

นักเรียนโข่งอีกคนแอบหลังหัวหน้าห้องแบบเบลอๆค่ะ

ใครคิดใครใคร่รู้..................ควรถาม
แบบอย่างอันสวยงาม........... ทั่วถ้วน
สนใจใฝ่ทำตาม...................เติมแต่ง
ตาหลิ่วตามหลักล้วน.............สอบได้ดีเสมอ

ทำข้อสอบได้ เพราะแอบดูคำตอบของหัวหน้าห้องนั่นเอง หุ หุ



จากคุณ : คุณแม่ใจดี
เขียนเมื่อ : 2 มิ.ย. 53 15:51:35
ถูกใจ : แสงแรก ประดับดิน, ศาลายา



ความคิดเห็นที่ 167

ละลานสะอึกอึ้ง..........................กระจายคำ
ละล่ำสะเทือนนำ........................กระหม่อมซึ้ง
ละเลงสะดวกทำ........................กระดอนผ่าน
ละเลียดสะดุดตึ้ง.......................ตะล่อมต้อนตะลอนแรม


กระแอมกระแทกทั้น....................ตะบันไป
กระหยิ่มกระทำใจ.......................ตะเพิ่ดพ้น
กระพือกระเจิงไกล.....................ตะเลงเดือด
กระจัดกระจายท้น......................ทะแm่งแม้นเมินมอง


ไม่รู้กลบทอะไรขอรับ เพียงแต่อยากเขียน มันก็เขียนปรู๊ดออกมาแบบนี้เลยขอรับ

ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วย ขอรับ


000 เข้ามาแก้ไขบางคำ ติดคำกรองขอรับ 000

แก้ไขเมื่อ 03 มิ.ย. 53 02:05:18

แก้ไขเมื่อ 03 มิ.ย. 53 02:04:13


จากคุณ : เปลวอัคคี
เขียนเมื่อ : 3 มิ.ย. 53 01:59:29
ถูกใจ : คุณแม่ใจดี, นกโก๊ก, ศาลายา



ความคิดเห็นที่ 168

#163 แดงน้อย ณ อาศรมฯ (Little Red)

ขอบคุณศิษยพี่ใหญ่ที่เข้ามาปลอบประโลม
ให้คนมองโลกอย่างมีสติ ใจเย็น โลกเย็น

ง่า...ขอถอนคำพูดก็แล้วกัน คุณกวีน้อยเจ้าสำราญไม่ได้บ้าหรอก
ผมต่างหากที่บ้าไปตามคนบ้า

มิอาจรับเป็นครูประจำชั้นได้หรอก เพราะเรียนโคลงมาตั้งนาน
ผมยังโง่อยู่ เด็กรุ่นใหม่ๆ แซงหน้าไปถึงดาวอังคารแล้ว
ผมไม่เคยปฏิเสธการฝึก ต้องฝึกอีกมาก..

๏ ปัญหามีเพื่อให้...........ฝึกคิด
ตรองเหตุให้วางจิต.........ว่างเข้า
ครูโง่ศิษย์โง่ผิด.............ตามโง่
เห็นโง่วางโง่เจ้า.............จักแจ้งใจจำ ๚ะ๛

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 3 มิ.ย. 53 07:58:44



ความคิดเห็นที่ 169

#164
อัษฎางค์ดุริยา

~ มนต์-คำ-กระ-หน่ำ-เคล้า ...... กระนั้น-ความ
ต้น-แตก-กระ-แทก-ตาม .......... กระทบ-ต้น
เรียบ-ง่าย-กระ-จาย-งาม .......... กระโงก-แง่
ครวญ-ใคร่-กระ-ไร-ค้น ............ ค่า-ชี้-กระวี-ชาญ

พจน์รำพัน

มองในแง่กลบท เป็นการประยุกต์กลบทจากกาพย์แทรกลหุ หรือหลายคนเรียกว่าฉันท์ ให้มาเป็นโคลง
คงลักษณะเด่น คือ ลหุ คำเดิม วรรคละ ๑ คำ และบังคับสัมผัสสระ คำที่ ๒ และ ๔ เมื่ออ่านออกเสียงจังหวะจะเร็วขึ้น เลยต้องอ่านยืดคำลหุให้เต็มคำ
วรรคหลังมีลหุ ใช้คำครึ่งแทน ๑ คำ เมื่ออ่านออกเสียงแบบมีลูกเก็บกลับทำให้วรรคหลังพริ้วและดูดีกว่าวรรคหน้า

ท่านพจน์รำพัน เลือกใช้คำได้ดี ทำให้โคลงทั้งบทดูเรียบง่าย และอ่านเข้าใจง่าย

โคลงทั้งบทดูด้วยตาแล้วไร้ตำหนิ แต่หากอ่านด้วยเสียง แล้วจะเห็นว่าเป็นโคลงเรียบ ๆ ไม่มีเสียงจัตวาแทรกเลย คำลหุในวรรคแรกต้องอ่านยืด และการเน้นสัมผัสสระไม่ค่อยเป็นที่นิยมในโคลง จึงฟังท่อนแรกออกแนวเสียงกลอน แต่ก็คงไม่นับว่าเป็นข้อเสียหายอะไรกัน เพราะเป็นกลบท จุดเด่นของกลบทนี้ก็คือการเล่นคำลหุอย่างตั้งใจและแพรวพราวนั่นเอง

ขอบคุณที่ยกมาให้เป็นขวัญตา และได้ศึกษา

ขอไปทำงานก่อนครับ เย็นๆ มีเวลาจะมาลองดู หลาย ๆ บท

๏ โคลงเล่นกระเซ็นสร้าง............กระแสคำ
โครงข่ายกระจายจำ...................กระจ่างแจ้ง
โคลงร้อนกระฉ่อนฉนำ................กระฉูดโลก
โครงเรื่องกระเดื่องแย้ง................หยาดชี้กระวีหอม๚ะ๛

แก้ไขเมื่อ 03 มิ.ย. 53 09:02:30

แก้ไขเมื่อ 03 มิ.ย. 53 08:59:52

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 3 มิ.ย. 53 08:57:22



ความคิดเห็นที่ 170

ขอลองเล่นคำตามวิถี ... 'เปลวอัคคี' กระพือโหม ... คำ 'คู่สร้างคู่สม' มีจมหู ดูแจ่มจริง

08.32 น.

๏ สดุดีกวิแก้ว ............. กระจายฝัน
สะดุดกระบวนฟัน ......... กระแด่วดิ้น
สะใจกระไรกัน ............ กระดูกเกลื่อน
สละกระแสลิ้น ............. กระดกพลิ้วพรรณา

๏ อุษาสว่างแจ้ง ............ ประจักษ์ตา
อุเบกขาสกุณา .............. ประณีตจ้า
อุบายแสวงหา ............... ประโยชน์โทษ
อุทกสะท้อนหน้า ........... ประดับริ้วรอยตีน-กา 'ยังไม่มีปัญญาลบ' แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.12 น.

แก้ไขเมื่อ 03 มิ.ย. 53 09:20:31



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 3 มิ.ย. 53 09:16:35
-----------------------------------------------------------



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 3 มิ.ย. 53 09:47:01
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 3 มิถุนายน 2553 เวลา:10:14:42 น.  

 
06.55 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ อัษฎางค์ดุเดือด โล้ ........ ระเริงโคลง
ดูดุดัน บรรยายโยง ............ ระรื่นลิ้น
นกดุเหว่า แว่วยามโมง ........ ระวังพลาด
โดยดุษฎี นกผีดิ้น .............. แดกข้าวระแวงคน

๏ กลบท แต่งด้วย .............. วิถีใด
เล่นละคร บทไหน .............. วิพากย์แผ้ว
ผ่องเผลอ ละเมอใจ ............ วิจิตรแจ่ม
แจ้งละหรือ มือแก้ว ............. ตบกลิ้งวิบัติกรรม

๏ คำขยัน ฝันแต่งสร้าง ......... สตางค์-ทอง
แดง-ขยาดเหลือง เมืองมอง ... สลับข้าง
เคียงคู่ขย่มขวัญ หมอง .......... สมานยาก
ไม่ขยับ ปรับแต่งบ้าง ............ รากหญ้าสลบแล ๚ะ๛ (คริคริ)

07.21 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ อาศรมชาวโคลง ๒๑๙ ๏ ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ..... ดาดาว ๏ ... ของ คุณ: ศาลายา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9325299/W9325299.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 11

ขอเสนอความคิดที่ว่า ท่านสุนทรภู่เป็นนักกลอนหรือเป็นกวี?

สวัสดีครับพี่ศาลายา
นอกจากกลบทแล้ว
ขอเสนอเรื่องกวีด้วย

เชิญ พวกเราหมดนี้ .............. นักเขียน
คิด สว่างจึงมาเรียน .............. เร่งรู้
แบบ ฉบับกระจ่างใจเทียน ...... ใจตื่น
กวี มุ่งมาร่วมกระทู้ ............... ทุกถ้อยคำงาม

นัก โคลงรังสฤษฏ์เนื้อ ........... วรรณวิจิตร
กลอน ทุกบทเหมือนมิตร ....... ส่งยิ้ม
นอน เต็มตื่นลงลิขิต .............. วรรณฉ่ำ
สบาย ดั่งหมีป่าลิ้ม ................ รสน้ำผึ้งหวาน

ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๒๕ และวิกีพีเดีย บอกว่า
คำว่า กวี เป็นคำนามหมายถึงผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในการประพันธ์บทกลอน
ในทางวรรณคดี มักจะแบ่งเป็นกวีเป็น 4 ประเภท ตามลักษณะการแต่ง คือ

จินตกวี หมายถึง กวีที่แต่งโดยความคิดของตนได้แก่ วรรณคดีประเภทที่เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งหรือกวีเอง เช่น เรื่องพระอภัยมณี ของสุนทรภู่ เรื่องมัทนะพาธา ของรัชกาลที่ 6 เรื่องเห็นแก่ลูกของ "พระขรรค์เพชร" เป็นต้น

สุตกวี หมายถึง กวีที่แต่งโดยได้ฟังมา ได้แก่ เรื่องที่แต่งตามที่เล่าสืบกันมา อาทิ เสือโคคำฉันท์ และ สมุทรโฆษคำฉันท์ เป็นต้น

อรรถกวี คือ กวีที่แต่งตามความจริง ได้แก่ เรื่องที่แต่งตามเหตุการณ์หรือหลักความเป็นจริง เช่น เรื่อง ลิลิตยวนพ่ายและลิลิตตะเลงพ่าย เป็นต้น

ปฏิภาณกวี คือ กวีที่แต่งบทกวีได้สดๆ ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมมาก่อนได้แก่ เรื่องที่แต่งด้วยไหวพริบที่คิดขึ้นเองโดยทันทีทันใด เช่น โคลงที่ศรีปราชญ์พูดกับนายประตู เป็นต้น

แต่หากสรุปรวบรัดสำหรับกวีหนุ่มสาวในปัจจุบัน กวีคือพวกมีตาที่สาม กล่าวกันว่าคนทั่วไปสัมผัสโลกได้สามมิติ แต่กวีสัมผัสได้สี่มิติ พระอรหันต์สัมผัสได้สิบมิติ พระพุทธเจ้าสัมผัสได้ทุกมิติ

คนบางคนแค่คิดก็เป็นกวี เช่น คำสั้นสั้นของโสตถิเทพ แสวงประเทืองที่ว่า
อคติ

“ เมื่อความงามถูกรุกรานด้วยความเป็นจริง
ดิรัจฉานพิราบจึงมิใช่ใดอื่นนอกจากศัตรูของหน้าบันอุโบสถ
ความดีจึงถูกพันธนาการไว้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยฝ่ายเดียว ”
สมณะหนุ่มรำพึงท่ามเพรียกปะทุประทัด

หรือเวลาโสตถิเทพ แสวงประเทืองนั่งเรือข้ามฟากระหว่างธรรมศาตร์กับโรงพยาบาลศิริราช เห็นคนป่วย กวียังเห็นถึงความป่วยของคน
ระหว่างท่า

ฝั่งนั้นคือมหาวิทยาลัย
อันขึ้นชื่อลือไขในศึกษา
ฝั่งโน้นอภิมุขสุขศาลา
อันเยียวยาป่วยไข้ให้หายครัน

คือเรือข้ามมหาชลาลัย
ระหว่างท่าเทียบใหญ่หว่างใจฝัน
ระหว่างหวังแปลกแยกแตกต่างกัน
แห่งเธอแห่งฉันผู้ข้ามเรือ

คือคลื่นปรบรบรุกทุกระลอก
ตะวันตก ตะวันออก ใต้ เหนือ
คือบางหมอกบอกสางพรางคลุมเครือ
แนบน้ำนาบเนื้อเหน็บใน

คือฉันผู้เริ่มต้นบนฝั่งนี้
ท่ามลุกลี้ลุกลนคนขวักไขว่
คือเธอผู้หอบวิญญาณสะท้านใจ
แรมร้างห่างไกลจากไหนมา

คือคล้ายเขาก็ด้วยคนป่วยไข้
คงหวังข้ามชลาศัยไปรักษา
คือเราทั้งผองล่องนาวา
หากไม่แม้มองหน้าสักวูบเดียว

จึงเราเหมือนคนป่วยไข้สมัยนี้
มาลงล่องวารีดิถีเปลี่ยว
แดดสายฉายบางทาบร่างเซียว
ทุกคู่ตาโดดเดี่ยวนั้นเดียวดาย

เหมือนมีม่านหมอกหนากั้นตาอยู่
เหมือนอับแดดแสดสู้มิรู้สาย
เหมือนกรำไข้ไม่สร่างแทบปางตาย
ไข้ใจไข้กายแห่งผองเรา

ปิดปากมากเกลื่อนเหมือนไม่มี
ร้างแล้งไมตรีกระไรเล่า
กระทบเรือเนื้อน้ำซ่อนงำเงา
ฉาบความว่างเปล่าไว้เบาบาง

แฝงบางสงสัยซ่อนในตา
เธอเขาหวังว่าสู่ไหนบ้าง
ร่วมเรือวังเวงอยู่เคว้งคว้าง
ฤาเรางงหลงทางอยู่หว่างท่า.....???

เชิญแต่งโคลงกระทู้
เชิญ
คิด
แบบ
กวี

นัก
กลอน
นอน
สบาย

นำเสนอหลายเรื่องในกระทู้นี้
ตามประสา
นักเลงกลอน หากนอนเปล่าก็เศร้าใจ

แก้ไขเมื่อ 03 มิ.ย. 53 18:05:38



จากคุณ : แสงแรก ประดับดิน
เขียนเมื่อ : 3 มิ.ย. 53 18:00:54
ถูกใจ : Little Red


ความคิดเห็นที่ 12

06.14 น.

๏ เชิญ-กระดกแก้ว จิบน้ำ ............ กระสายยา
คิด-กระบวนใหม่ หา .................... กระบอกน้ำ
แบบ-กระบองไม่เอา หนา ............. กระโหลกแบะ
กวี-กระหวัดปากกา ปล้ำ ............... กรอกน้ำกระจายฝัน

๏ นัก-พนันป๊อกเด้ง ไพ่ ................ ละลายทรัพย์
กลอน-พยัคฆา ฆ่ายับ .................. ละเลิกบ้าง
นอน-พยุงคู่ขา ปรับ ..................... ละครบท
สบาย-พยับฝนฉ่ำ ล้าง .................. ปากร้ายละเล่นหลง ๚ะ๛

06.43 น.

แก้ไขเมื่อ 04 มิ.ย. 53 06:47:07



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 4 มิ.ย. 53 06:42:58
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 4 มิถุนายน 2553 เวลา:7:28:58 น.  

 
08.41 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ คำคน กรนกร่นก้น ............ บึ้ง-เบา
ราณ-ร่านร้าน หงอยเหงา ...... เข็ดเขี้ยว
กินยาย่า หญ้าเผา ............... ต้มแต่ง
มือจับเคียว เคี่ยวเคี้ยว .......... กัดกร้วมกรามเกร็ง

๏ ร้องเพลง ฮือฮื่อฮื้อ .......... ครวญคราง
เปาเป่าเป้า เป๋าสตางค์ .......... ฉีกช้ำ
มีชัย ใช่ใช้นาง ................... นวล-นก
ต่อ-ระยัม ย่ำย้ำ .................. หล่อนหล้อนหลอนหลง ๚ะ๛ (คริคริ)
(หล้อน โทโทษเอก ล่อน-ร่อน)

09.01 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ อาศรมชาวโคลง ๒๑๙ ๏ ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ..... ดาดาว ๏ ... ของ คุณ: ศาลายา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9325299/W9325299.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 26

.

" บุษบารักร้อย "

ลักษณะของกลคือการใช้คำซ้ำทุกบาท
บาทที่ 1-3 ใช้คำซ้ำคำที่ 3 และ 4
บาทที่ 4 ใช้คำซ้ำคำที่ 2 และ 3

____________________________

ผมขอแสดงความคิดเห็น ตรงบาทที่ ๔
ว่าน่าจะซ้ำในคำที่ ๓-๔ เหมือนสามบาทแรก
ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ

๑. มองว่า บังคับของกลบท ดูแปลกไป
ถ้าบาทใดบาทหนึ่ง ต่างจากอีกสามบาท


๒. เทียบกับ "รักร้อย" ในกลอน
เมื่อมองจังหวะกลอนซึ่งเป็น ๓ ช่วง
คำซ้ำจะเชื่อมระหว่างช่วงแรกกับช่วงที่สอง
ดังนี้

ยังมีเมือง - เมืองใหญ่ - หนึ่งไพบูลย์
พร้อมสกูล - สกูลวงษ์ - ทั้งพงษา
อันจอมท้าว - ท้าวไท - นามใจกล้า
เธอเตรียมการ - การมหา - โยธายศ
เที่ยวปราบหมู่ - หมู่มหา - ประชาราษฎร์
ใจฉกาจ - ฉกาจล้ำ - เกินกำหนด
อันนามท้าว - ท้าวก็ไม่ - ได้ปรากฏ
โดยจะจด - จดนาม - ตามนคร
(ศิริวิบุลกิตติ์)

ซึ่งจะเห็นว่า เจตนาของการซ้ำ มีตำแหน่งที่แน่นอน


๓. พิจารณา "บุษบารักร้อย" จากบทโคลง
ที่กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงประพันธ์

มีรูปเหยี่ยวเหยี่ยวตั้ง ............. ตามไตร มุขนา
ทกที่มุมมุมของ .................... เขตต์นั้น
ป้านลมจับจับไสว ................. แสวงเหยื่อ เยี่ยงเฮย
กระเบื้องประดับดับถ้วยไสร้ ..... สบสรรพ์

บาทที่ ๔
กระเบื้องประดับดับถ้วยไสร้ ( ซ้ำคำ ๒ - ๓ )
กระเบื้องประดับถ้วยถ้วยไสร้ ( ซ้ำคำ ๓ - ๔ )

ผมคิดว่าท่านจำเป็นต้องเลือกแบบแรกตามความของรูปประโยค

อีกแง่หนึ่งที่ว่า
กระเบื้องประดับดับถ้วยไสร้ ( ซ้ำคำ ๒ - ๓ )
จะว่าซ้ำคับที่ ๒ - ๓ ก็ไม่ตรงนัก เพราะคำที่ ๒ คือ ประดับ
แต่ซ้ำเพียง ดับ เท่านั้น คงด้วยเหตุว่า กระเบื้องประดับ ยาวมากแล้ว

ข้อปัญหาตรงบาทสี่นี้ รวมกับเหตุผลข้างต้น ๒ ข้อ
ทำให้อยากคิดว่า จริงๆแล้วเจตนาบังคับของ "บุษบารักร้อย"
น่าอยู่ในตำแหน่งคำ ๓ - ๔ เหมือนกันทุกบาท
หากแต่ความจำเป็นในการประพันธ์ทำให้คลาดเคลื่อนไป


~ บุษบารักรักร้อย ......... เรียงโคลง
หยาดเยื่อใยใยโยง ........ เยี่ยงย้ำ
ใช่ร้อยชั่วชั่วโมง ........... เหมือนชั่ว คราวเอย
ร้อยรูปคำคำซ้ำ ............. สี่ซ้ำคำสาม

พจน์รำพัน

.

แก้ไขเมื่อ 05 มิ.ย. 53 05:40:26



จากคุณ : หนึ่ง [ ๑ ]
เขียนเมื่อ : 5 มิ.ย. 53 05:31:37
ถูกใจ : ศาลายา



ความคิดเห็นที่ 27

..สวัสดีครับ

ง่า.... ศาลายาเป็นผู้เฝ้ากระทู้ที่เหลวไหลซะแร้ว
ตั้งกระทู้แล้วเผ่นไปเล่น กลับมาอีกที ..โอ้โฮ.. ทำไมโคลงมานเยอะอย่างนี้ อิอิ

แต่ก็อ่านไม่เบื่อครับ


คคห. #3, #5 ploythana

น้องพลอยมาพร้อมกับกลอนห่อโคลง (?) 2 ชุด

แหม ผู้คนสมัยนี้ชอบทำอะไรท้าทายจัง

ชุดแรกเป็นโคลง ๑ บทตามด้วยกลอน ๔ บท

ประพนธ์-ฉัตร-ประ-พัทธ์-ใช้............ประไพ-ฉันท์
ประวิง-เจต-ประ-เวศ-จันทร์..............ประหวั่น-เจ้า
ประกาย-วาด-ประ-กาศ-วัน..............ประกัน-ว่า
มะลิ-ใฝ่-มา-ลัย-เฝ้า.......................มลัก-เฝ้า-เมลือง-ฝัน

มีลักษณะเป็นกลบท คล้ายๆ กลบทระลอกแก้วกระทบฝั่ง
นั่นเขามีอักษรแค่สองชุด แต่นี่เล่นซะ 3 ชุด แถมพก
ลูกเก็บคำแรกของชุดอีก ช่างกล้าเล่นจริงๆ อิอิ

ชุดสองเป็นกลอน ๔ บท ปิดด้วยโคลง ๑ บท

ประเดิม-ทิศ-ประ-ดิษฐ์-ท้น...........ประดน-ทาง
ไสว-นั่น-ส-วรรค์-นาง..................สว่าง-น้อม
นภา-จรัส-ณ-ภัทร-ราง................นภางค์,-จิต นพิศ-แล
มะรุม-รัก-ม-ลัก-ล้อม...................มะลิ-ล้อม-มาลัย-เรียม

ลักษณะคล้ายกับโคลงบทแรก จะแปลกพวกหน่อย
ก็บาทสุดท้าย กลุ่มคำไม่คงเส้นคงวา ม-ร-ร ม-ล-ล ม-ล-ล ม-ล-ร
อันที่จริง ล กับ ร ถือว่าคนละเสียง นะครับ

จุดที่เหมือนกันทั้งสองบท คือ เน้นคำว่า "มาลัย"
ความหมายดี แต่ "มาลัย" ไม่มีลหุ หรือจะเขียนเป็น "มลัย" แทน?
แต่มันจะดูแปลกนะซี แหะ ๆ คงไม่ว่านะ

ศาลายาคงโรคจิต ชอบแคะแต่ส่วนที่คนไม่ชอบออกมาดู ...ขออภัย อิอิ

ส่วนกลอนไหลลื่น ความหมายดีมาก ครับ


๏ ประเดิมคิดประดิษฐ์ค้น.........ประดนคัด
สว่างจิตสวิตซ์จัด....................สวัสดิ์แจ้ง
กระจะห่างกระจ่างหัด...............กระจัดหู่
ทมก ละ ทมะแล้ง...................ทะllม่jลิ้นทมิฬเลือน ๚ะ๛

------------


คคห.#7 รวยระรินกลิ่นชา - สวัสดีครับ

------------


คคห.#8
ขออนุญาตแกะโคลงครูพจน์ครับ (โคลงที่วางในอาศรมฯ มักถูกลูบแคะแกะเกาเสมอๆ อิอิ)
ไม่กล้าเรียกว่าวิจารณ์เพราะไม่มีหลักวิชาการ หุๆ
ยิ่งของดียิ่งต้องแกะ อิอิ
ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยในความด้วยภูมิของผู้แกะครับ

~ คำ-วอน-ข-ย่อน-ไว้ ........ ขยาย-หวาน
คำ-ขาด-ข-ยาด-ขาน ........ ขยด-ข้าง
คำ-คม-ข-ย่ม-คาน ............ ขยับ-เคลื่อน
คำ-โขก-ข-โหยก (โขยก)-คว้าง ....... ค่า-แล้ง-แขยง-เหลือ

แยกช่องอ่านเพื่อให้เห็นจังหวะอ่านชัดๆ
ฉันทลักษณ์ถูกต้องตามโคลงสี่สุภาพ เป็นกลบทที่แทรกลหุ ๑ คำทุกวรรค

ลักษณะคำ ลงท้ายบาทแรกด้วยเสียงจัตวา (หวาน) และส่งด้วยเสียงจัตวา(เหลือ)
เสียงขึ้นสูง-ลงสูง .... เป็นโคลงหวาน (เน้นด้วยคำว่าหวานเสียด้วย อิอิ)

มีคำยากๆ เยอะแฮะ ต้องเปิดดิก เอ๊ย พจนานุกรม...
แปลความหมายได้ประมาณว่า ....

คำวอน...(วาง)ไว้ใกล้ๆ (เพื่อ)ขยายความหวาน
กล่าวกันว่า คำขาด(นั้น)น่ากลัว จนต้องถอยไปข้างๆ
คำคม(ย่อม)ขย่มคาน(ที่แข็งแรง)จนขยับ(เขยื้อน)เคลื่อน(ไหว)
คำโขก(สับ)(เคลื่อน)โขยก(เขยกไป)อย่างไร้จุดหมาย(ดูช่าง)ไร้ค่าและน่ารังเกียจ

อิอิ อย่าพึ่งขำนะ กลบทมันบังคับ คนแต่งได้ขนาดนี้ต้องเก่งมากๆ ครับ
คนแกะก็แกะอย่างโง่ๆ ผิดถูกอย่างไร ก็ขออภัยด้วยครับ

~ คำ-ถึก-คะ-มึก-ท้น ........... คะมำ-ทาง
คำ-คล่อง-คะ-นอง-คาง ........ คะไขว่-เคี้ยว
คำ-พล่าน-คะ-คาน-พลาง ..... คะเน-พลาด
คำ-ทะลึ่ง-คะ-นึง-เลี้ยว ......... ลาก-เก้อ-คะเยอ-เกา

ฉันทลักษณ์ถูกต้องตามโคลงสี่สุภาพ
บทนี้ไม่มีเสียงจัตวาเลย เป็นโคลงเรียบๆ ที่เนื้อหาไม่เรียบๆ
บาทสี่วรรคหน้า มีลูกเก็บเพิ่มเข้ามาอีกตัว(ทะลึ่ง) ทำให้
จังหวะแน่นขึ้น (ยังกะวิจารณ์เพลงแน่ะ อิอิ)

ให้กุเกิ้ลแปลความได้ประมาณว่า...

คำ(หยาบแบบ)ควาย(ที่)ล่ำสัน เอ่อล้น(จนกระทั่ง)ล้มคะมำไปกับ(ถนน)ทาง
คำ(ที่)คล่องแคล่ว(คึก)คะนอง(ทำให้คาง)สับสน(เวลา)เคี้ยว(...)
คำ(ที่เดือด)พล่าน(หวังเอาชนะ)คะคาน(ไป)พลางๆ (ก็คาด)คะเน(ผิด)พลาด(ได้)
คำทะลึ่ง(ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง) (ควร)คิดทบทวน(ให้รู้ว่า)เลี้ยว(ไม่ตรง)
(ก็)ลาก(ไปจน)เก้อ (และคัน)คะเยอ(จนต้อง)เกา

แร้งส์ ... อิอิ

~ คำ-คิด-ส-นิท-เค้า .......... สนุก-ความ
คำ-ปริ-ส-ติ-ปราม ............... สกัด-ป้อง
คำ-ว่อน-ส-ลอน-หวาม ........ สลับ-วูบ
คำ-เพราะ-ส-เหนาะ(เสนาะ)-พร้อง ...... เพรียบ-เร้า-สราญ-รมย์

ฉันทลักษณ์ถูกต้องตามโคลงสี่สุภาพ
เสียงท้ายบาทแรกเป็นเสียงสามัญ ท้ายบาทสี่ก็สามัญ
ขึ้นต่ำ - ลงต่ำ มีเสียงจัตวาเพียงแห่งเดียว(หวาม) ไม่ใช่โคลงหวาน

แปลความตามกุเกิ้ลได้ประมาณหว้า...

คำ(ที่)คิด(ออกมา)แนบชิด(สร้าง)เค้า(ของ)ความสนุก
คำ(ที่)ปริ(แย้มออกมา)มีสติ(คอย)ปราม(คอย)สกัด ป้องกัน
คำ(มากมายที่ปลิว)ว่อน(เห็น)สลอน(ทั้ง)วาบหวาม สลับกับวูบ(ดับไป)
คำ(ที่)ไพเราะ เมื่อร้องด้วยทำนองเสนาะ จะเร่งเร้าความสำราญและ(รื่น)รมย์เต็มแปล้

แจ่ม... แหะๆ

โดยรวมจะเห็นการเลือกถ้อยคำอย่างตั้งใจ สร้างให้เกิดความหมาย
เข้าใจได้ง่าย ถึงแม้คนอ่านจะตีความหมายได้ไม่ครบถ้วน
(ด้วยด้อยภูมิปัญญา) แต่ก็รับรู้ถึง "ความงาม"
ของฉันทลักษณ์แห่งโคลง และเก็บเกี่ยวสารที่สื่อได้ไม่ยาก

สารที่มีเนื้อหาเชิงสอนสั่ง หวังว่าลูกศิษย์จะได้เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้บ้าง

ขอบคุณที่สร้างงานให้อ่านครับ

อ่านแล้วก็เกิดแรงบันดาลใจ ขอเลียนแบบบ้าง ~

๏ คำหวานสะท้านว่า................สะสมหวาน
คำขื่นสะอื้นขาน.....................สะดุดข้อง
คำปราชญ์สะอาดปราณ............สกนธ์ปริ่ม..สกาวเอย
คำเพราะเสนาะพร้อง...............เพรียบแจ้งสมานใจ ๚ะ๛

แก้ไขเมื่อ 05 มิ.ย. 53 08:16:50

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 5 มิ.ย. 53 08:09:38



ความคิดเห็นที่ 28

ขอลองเล่นกระทู้คำกลโคลง " บุษบารักร้อย " ด้วยถ้อยคำคู่ถ้อยทีถ้อยอาศัย
(ผิดบ้างพลั้งไป อภัยนกผีกวีบ้านนอกด้วยเด๊อคร่าาา)

07.49 น.

๏ เชิญ-ร่วมร้อยร้อยรัก ............. บุษบา
คิด-บทกลกลตา ..................... ตื่นเต้น
แบบ-คำคู่คู่พา ........................ พลั้งพลาด
กวี-เก่าใหม่ใหม่เน้น ................. แนบเนื้อนัยนวล

๏ นัก-ผวนผกผกแผ้ว ................ ถางถาก
กลอน-ใส่โคลงโคลงมาก ........... หมากไม้
นอน-จุกจิกจิกกาก ................... กลอนก่อน
สบาย-หนักแล้วแล้วไร้ .............. รักร้าวรานหรือ ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

06.21 น.

แห่ะแห่ะ ... มาแก้ไขเวลาจบโคลง ... 08.21 น. คร้าบบบผ๊ม

แก้ไขเมื่อ 05 มิ.ย. 53 08:31:29



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 5 มิ.ย. 53 08:24:42



ความคิดเห็นที่ 29

คคห.#9 แดงน้อย ณ อาศรมฯ (Little Red)

ขอบคุณที่ยก "กลบทบุษบารักร้อย" มาให้ดูครับ คล้ายมากครับ
แต่ต่างตำแหน่งกันนิดๆ

แถม "กลบทอักษรสามหมู่" แจ่มครับ!

บุษบารักร้อย
๏ ขอเงินแม่แม่ให้........ห้าพัน
ลงอ่างหนึ่งหนึ่งวัน........แม่จ้าว
ถูกตบหน้าหน้าหัน........ดาวส่อง...ระยิบแม่
มองอ่างอ่างกะปิอ้าว.....มิดเท้าเลยตู ๚ะ๛

อักษรสามหมู่
๏ เทียวป้อนมาม่าม้า....ไม่กิน
ป้าป่าปาลงดิน.............อดเคี้ยว
กะละแมแม่แม้ชิน........ยังหวั่น
แกแก่แก้ยากเลี้ยว.......ช่างม้ากระไรเธอว์ ๚ะ๛

----------
คคห. #10 เสกคาถา

แต่งโคลง, กลอนได้สนุกเสมอ ชอบๆ

๏ ฮอลแลนด์อังกฤษแพ้....ทุกที
ฝรั่งเศสอิตาลี.................ล่องจุ้น
อาร์เจนตินาหนี................กลับก่อน
เหลือแต่เกาหลีลุ้น............ศึกใต้ศึกเหนือ ๚ะ๛

อ่าว..บอลหรือสงครามเนี่ย อิอิ

--------------------

คคห.#11 แสงแรก ประดับดิน

โอ้...แจ่มมาก ขอบคุณครับ เขียนมาอีกๆ ชอบๆ


๏ เชิญ ครูมาอยู่เกล้า..........กล่อมเศียร
คิด อ่านอันใดเพียร.............พบถ้วน
แบบ บทจดลอกเลียน..........เลบงเก่า
กวี ท่านที่เลิศล้วน...............อย่าม้วยจากสยาม ๚ะ

๏ นัก ลอกบอกคลิกเม้า......ซ้ายขวา
กลอน แปะแยะจริงมา.........หมกไว้
นอน หลับทับภาษา.............เสียวแสบ
สบาย อยู่สูแค่ใช้................กระดิกนิ้วตะคริวหาย ๚ะ๛

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 5 มิ.ย. 53 08:26:04
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 5 มิถุนายน 2553 เวลา:9:02:09 น.  

 
17.22 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ชักมึนกฎ หมดกึ๋น กวีลื่นไหล
เล่นคำใหม่ ใคร-หม่ำหมด-ทำป่วน
คำคู่ผวน ควร-ผู้เล่น-รู้กระบวน
มุขคนสวน ควร-สนใจ-กลคำ

๏ ใช้ล้างกฎ ลดก้าง ขวางคอบ้าง
ครูผู้สร้าง พรางสู้ ผู้หยาบย่ำ
หยามหยันคำ ยำ-คัลลอง-ฝันนำ
กลคำสวน ควร-สำรวม-คำครู
๚ะ๛ (อิอิ)

17.34 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 70

08.10 น.

กลโคลงผวนผสม 'พยัคฆ์คู่ย่องหา'
คำโคลงบาทที่ 1 และ 4 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ครวญหาคู่'
คำโคลงบาทที่ 2 และ 3 เล่นคำผวนแบบ 'พยัคฆ์ย่องยามสาม

๏ ร้อยคำ รำคล้อยเคลื่อน .......... เลื่อนลอย
คำปู่ ครูปล้ำคอย ..................... ปล่อยค้ำ
ร่ำเข็น เล่นคำฝอย ................... คอยคว่ำ
คำย่อย คอยย่ำย้ำ ................... คิดคล้ายคาย-คม

๏ คำ-ส้ม คมซ้ำใส่ ................... คู่-ค
นึง-แห่ะ แน่ะหึงส์ซะ ................. หะซึ้ง
คำกู่ คู่กรรมนะ ........................ กระหน่ำ
ค่าอัด ขัดอ้ำอึ้ง ........................ คับข้องคำครวญ

๏ คำม่วน ควรหม่ำ แม้น ............. ข้องคับ
รำคู่ รู้ คำศัพท์ ......................... ขับซ้ำ
สู่ราก ซากรู้ขับ ........................ รับคู่
รำคล่อง ล่องคลำค้ำ ................. รักโล้เรือหลวง ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

09.00 น.

นกโก๊ก

คำลวง ควงร่ำ ร้อย .................คอยใคร
คำนัด คัดนำ ไป.....................ปล่อยเปื้อน
คำไหน ใคร่นำ ใด ..................ดลด่ำ
คำกร่อย คอยกรำ เกลื้อน ........คัดค้นเคราะห์คัน

คำดัน คันด่ำ ด้วย....................ครวญคราง
คำชุ่ม คุมชำ บาง.....................บทบ้าง
คำนิด คิดนำ วาง.....................ไหวหวั่น
คำรื่น คืนรำ ร้าง.......................คล่องคล้องเคียงครัน

คำกรรณ คันกร่ำ เกื้อ................คดคับ
คำอัด คัดอำ หลับ....................ล่วงล้วน
คำลอบ ครอบลำ พับ.................พรวนพร่อง
คำทื่อ คือทำ ท้วน....................คลุกคล้อยคมคาย
ญามี่




จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : 2 มิ.ย. 53 17:26:51
ถูกใจ : นกโก๊ก




ความคิดเห็นที่ 71

ตะเข็บไต่ขอน ... เล่นยากจิเป๋งเยยคร้าบบบบ

15.50 น.

๏ ฉนากฉลาดชะโดกระดี่กระโห้ .......... กระบางกระบอก
ชะนีชะมดกระต่ายกระเเตกระรอก ........ กระถิกกระจ้อน
กระตั้วกระเต็นกระปูดดุเหว่ากระจอก .... กระจิบกระจาบ
มะหวดมะหาดมะม่วงมะนาวกระท้อน ..... มะเหมี่ยวมะพร้าวมะปริงมะปราง

๏ ชะนางชะแลงกระบวยกระชุกระพ้อม .... กระบุงกระบะ
กระเทียมกะปิกระชายมะขามมะระ.......... มะกรูดมะแว้ง
ตะกรุมตะกรามกระดูกกระเดี้ยวตะกละ .... กระบวนกระบิด
ขยับเขยิบกระเถิบกระย่องกระแหย้ง ....... ชมดชม้อยละมุนละไม ๚ะ๛ (คริคริ)

17.13 น.

นกโก๊ก

ตะเข็บไต่ขอน

บทนี้ชื่อว่า "ตบจนได้" 55555

เมากว่ากินยาดองเนอะพี่นก

กระซิบกระซาบกระซิกกระเซ้า ...........กระแซะกระเซ็น
กระดอนกระดากกระดกกระเด็น ..........กระเดื่องกระเด้ง
กระโตกกระตากกระแตกระเต็น ...........กระเตงกระตุก
สะอางสะโอดสะองสะเอ้ง ............ .....สะอาดสะอิ้งสะอ้านสะเอว

ขยับขยายขยิบขยุ้ม..........................ขยิกขยำ
ประจักษ์ประจุประจวบประจำ...............ประเจิดประเจ้อ
ประกันประกาศประกบประกำ..............ประกายประกิต
ประพันธ์ประพฤติประพิณประเพ้อ.........ประพาตปะพร้อมประพิมพ์ประพาย
ญามี่




จากคุณ : ญามี่ (y@mie)
เขียนเมื่อ : 4 มิ.ย. 53 22:56:42
ถูกใจ : ขุนพลน้อยโค่วจง, นกโก๊ก




ความคิดเห็นที่ 72

06.45 น.

๏ รอแม่ แลหม้อนึ่ง ........... หม้อแกง
หนอเลอะ เหนอะรอแรง ..... แม่บ้าน
ต่างรอ ต่อรางแปรง ........... ล้างขัด
รอเก็บ เล็บก็ด้าน .............. นกนิ้วน้อยเกิน

๏ หอนเอิ้น เหิรอ่อนล้า ....... รอคอย
หอล่ม ห่มรอกลอย ........... กลับด้าน
ต้องรอ ต่อรองถอย ........... รอแถก
ไถเน่า เท่าไหนบ้าน ........... ช่องไร้โคลงเคลง

๏ เพ่งรอ พอเร่งล้ม ............ ฤๅฝัน
พอร่ำ พร่ำรอกัน ............... ร่ำไห้
พองรี่ พี่รองดัน ................. ร่อนหลบ
รอยก่อ รอก้อยไหว้ ........... พระคุ้มครองนวล ๚ะ๛

07.37 น.

แก้ไขเมื่อ 05 มิ.ย. 53 07:37:58




จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 5 มิ.ย. 53 07:35:56




ความคิดเห็นที่ 73

ขานผวนครวญผ่านพ้อง.........................จารย์ทอง
ทางคุกทุกข์ขังดอง...............................แด่วดิ้น
หลายวันลั่นไว้จอง................................คอยจับ
รอสุขรุกส่อสิ้น.....................................สะบัดแส้รอสวน

พรางรวนผวนร่างไร้...............................แรงทาน
ทางพบทบพรางพราน............................ล่าเนื้อ
ย่อเหลือเหยื่อรอปาน.............................เปรมอิ่ม
ร่ายธนูรูทนายเอื้อ.................................เสียบเข้าตรงฉนวน

จากคุณ : เสกคาถา
เขียนเมื่อ : 5 มิ.ย. 53 10:39:57
: นกโก๊ก



ความคิดเห็นที่ 74

.

แง่มแง่ม ... อักษรสามหมู่ ... รู้เล่นเสียงป่วนปั่นผันวรรณยุกต์ ... ลูกเล่นพลาดเสียงเพี้ยน

เขียนอ่านฉันทลักษณ์โคลงสี่สุภาพ - 'ภาพ เอกเจ็ด โทสี่' - บทกวีเน้นรูปหรือเสียงกันนะ

ความคิดเห็นที่ 40 ... ต้องห้ามด้วยคำใด ... วัคซีนหวัดนกเข็มที่ 89 ต้านไวรัสนรกไม่ได้จริงหรือ

ลองปรุงวัคซีนชุดใหม่ ... สู้ไวรัสนรกไม่ได้ก็เลิกกัน ... คริคริ

13.25 น.

๏ ร้อยเรื่อง-ยำย่ำย้ำ ............ ทำทาน
กูกู่กู้ ซมซาน ..................... เปล่าปลี้
คู่ค้ำ ค่ำ คำหวาน ................. สนานเสนาะ
ใช่ชะนี นี่นี้ ........................ พร่ำเพ้อผัวผัว

๏ หัวหางชู ชู่ว์ ชู้ ................. ดี๊ด๊า
ลมล่มล้ม พาลพา ................ กราดเกรี้ยว
เพลินพลังพลั่งพลั้ง ขา ......... หัก-ห่ม ไห้-เฮย
มือมั่นเคียว เคี่ยวเคี้ยว .......... นิ่วหน้าหน่ายแหนง

๏ เรี่ยวแรงเชาวน์ เช่าเช้า ....... ยันเย็น
จอยจ่อยจ้อย แมนเม็น .......... สะอึกสะอื้น
บานบู บู่บู้ เห็น ..................... ช้ำชอก
ปล้ำ ปลูกชำ ช่ำช้ำ ................. ผิดเพี้ยนพลั้งเผลอ ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

14.19 น.

-----------------------------------------------------------------------------------
มา ชี้แจงเพิ่มเติม ... # 40 ... เป็น โคลงนำวัคซีนหวัดนกเข็มที่ 89 ยามเช้าวันนี้

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=noggoge&month=04-2010&group=1&date=10&gblog=43
-----------------------------------------------------------------------------------

นกโก๊ก

ทวนนัยนาน่าน้า ...... นึกนำ
เรียงร่ายลงลานชำ ....ช่ำช้ำ
คอยคำค่ำค้ำขำ........ไขคาบ
ตรองตรึกยำย่ำย่ำ ...... อย่าย้ายผิดผัน
พจน์รำพัน

หลักรอย ยำย่ำย้ำ ...............ตามดู
คิด ขัดกับคำกู-....................กู่กู้
ในคำค่ำค้ำหู ......................หันหัด
กำก่ำก้ำควรคู้......................คิด แล้วลองสรรค์

หวังวาด คาค่าค้า..................ประดิษฐ์ประดอย
ปัน ปั่นปั้น เงินคอย ...............ขูดเค้น
ติดอาอ่าอ้า พลอย..................ผล็อยหลับ
มุงมุ่งมุ้งนัดเน้น ....................ร่วมร้อนสอนเขียน

หัดเนา ชำช่ำช้ำ ....................มุงเข็ญ
วางว่างว้าง หลากประเด็น.........ตื่นบ้าง
มอง คูคู่คู้เห็น.........................ชีพป่วน
ดวนด่วนด้วน ยามค้าง.............คิดคล้องภาษา
ญามี่

ใครมอง ยาอย่าหญ้า................สวยสวย
รู ลู่ รู้ อำนวย..........................คิดพ้อ
ใจ กรำ กร่ำ กล้ำ อวย...............พรเกิด
กาง กร่าง ก้าง หล่น ล้อ.............ขับให้อายคน
( ขอเล่นบ้าง แต่เล่นแบบ....เสียงเหมือนพอนะ )
ฟองไฟ




จากคุณ : หนึ่ง [ ๑ ]
เขียนเมื่อ : 5 มิ.ย. 53 16:25:44
: นกโก๊ก
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 5 มิถุนายน 2553 เวลา:17:38:29 น.  

 
08.29 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ใกล้เวป เก็บไว้อ่าน ....... กันหลง
โคลงอยู่ คู่โยงลง ............ หลักให้
เล่นกัน ลั่นเกณฑ์คง ......... อยู่หมด
สิมุข สุขมิใช้ .................. ลูกไม้พันธุ์ผสม

๏ โต้งข่ม ต้มโคล้งไก่ ........ ฤ-ปลา ไหล-แล
เมือกลื่น หมื่นเลือกตา ....... เหลือกค้าง
นายัด นัตถ์ยาคา .............. จมูกอัด
คำโล่ง โคลงร่ำ สร้าง ......... แม่ไม้คำผวน ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

08.39 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ อาศรมชาวโคลง ๒๑๙ ๏ ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ..... ดาดาว ๏ ... ของ คุณ: ศาลายา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9325299/W9325299.html#51
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 44

ขยำดินนำปั้นแต่ง ตามใจ
คงแต่คนหรือใคร ต่างนั้น
แปลงรูปเปลี่ยนร่างไป ตามช่ำ ชองเฮย
ดินย่อมยาวหรือสั้น บิดเบี้ยวบางทรง ฯ

ดังคำนำร้อยเรื่อง รจนา
คำอาจเช่นศาตรา- วุธได้
คำอาจทื่อเกิน ครา เฉือนเชือด
เป็นแต่คนแต่งไซร้ ต่างชั้นชาญเชาวน์ ฯ

สวัสดีทุกท่านข้างบนครับ
ไม่มานาน เห็นมีการเขียน " กลบท " กันด้วย
เขียนกันแบบสนุกสนานกันจริง น่าตื่นตาตื่นใจมิใช่น้อยเลยครับ

ไว้มีโอกาส ต้องมาขอคำชี้แนะจากทุกท่าน บ้างแล้ว



แก้ไขเมื่อ 05 มิ.ย. 53 21:27:07




จากคุณ : นกมีหูหนูมีปีก (the darkknight)
เขียนเมื่อ : 5 มิ.ย. 53 21:24:10



ความคิดเห็นที่ 45

แฮ้... สวัสดีกลางดึกครับ


#26 ท่านหนึ่ง [ ๑ ]

เสนอว่า

บาทที่ ๔
กระเบื้องประดับดับถ้วยไสร้ ( ซ้ำคำ ๒ - ๓ )
กระเบื้องประดับถ้วยถ้วยไสร้ ( ซ้ำคำ ๓ - ๔ )

ผมคิดว่าท่านจำเป็นต้องเลือกแบบแรกตามความของรูปประโยค
...


พอดีผมมีโคลงปฎิสังขรณ์ฯ ที่กรมสมเด็จพระปรมานุชิต
ทรงแต่งเป็นโคลงดั้นวิธีมาลีไว้
ยกมา ๒ บท จะได้เห็นชัดครับ

กลบทบุษบารักร้อย

๏ มีรูปเหญี่ยว ๆ ตั้ง........................ตามไตร มุขนา
ทกที่มุก ๆ ของ.............................เขตต์นั้น
ป้านลมจับ ๆ ไสว...........................แสวงเหยื่อ เยี่ยงเฮย
กระเบื้องประดับ ๆ ถ้วยไสร้..............สบสรรพ์ ๚ะ

๏ กระแพงพนักใส่ ๆ พื้น.................ภาคสอง ฟากนา
กระเบื้องตรุเคลือบ ๆ พรรณ.............พ่างกี้
กระบาลเคลือบเหลื่อม ๆ มอง...........มุงมาศ แม้นแฮ
มุงทั่ว ๆ ด้าวนี้...............................เนกสถาน ๚ะ


ต้นฉบับเขียนด้วยไม้ยมก (ๆ) คนที่แปลงเป็นคำเต็มคงเผลอครับ
"ประดับ ๆ" เมื่อเขียนเต็มควรเป็น "ประดับประดับ" ไม่ใช่ "ประดับดับ"
พอบทที่สองจะเห็นได้ชัดว่าซ้ำคำที่ ๒-๓
คิดว่า คงทำเพื่อหลีก คำที่ ๔ ที่ต้องเป็นโทคู่ ตามแบบโคลงดั้น


คงจะพอสนับสนุนได้หว้า
กลบทบุษบารักร้อย ในบาท ๑-๓ ซ้ำคำที่ ๓-๔ ส่วน บาท ๔ ซ้ำคำที่ ๒-๓ .


แถมภาพบางส่วนจาก "ชักม้าชมเมือง" ของ "เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์" ครับ

---------- บุษบารักร้อย -----------

๓๔๕ ทั่วถ้วนครบครบครื้น ... เครงครัน
ทุกเครื่องทุกทุกอัน ............ เอกเอื้อน
พริ้งพร้อมพรั่งพรั่งพัน ......... ไพเราะ
เพชรร่วงร่วงรินสะเทื้อน ....... สะทกน้ำเพชรไหว

๓๔๖ ครรไลเร่งเร่งเร้า ......... รัวเสียง
ฉิ่งฉับรับรับเรียง ................. หริ่งร้อย
ซอสอดฉอดฉอดเคียง ......... จระเข้ขลุ่ย
ลูกหมดหมดฉับช้อย ............ ชื่นน้ำใจถวิล

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 6 มิ.ย. 53 02:32:24



ความคิดเห็นที่ 46

อ่านตาแฉะเลย

สวัสดีทุกท่าน

เปลวอัคคี (#37) - เล่นกระทู้หน้าบาท พร้อมกลบทบุษบารักร้อยแบบใหม่ ... ขอบคุณที่มาร่วมสนุกครับ

ญามี่ (y@mie) (#38, #41 ) - ต้องออกตัวก่อนครับว่า "ศาลายไม่ไช่ครู" ครับ เป็นนักเรียนโคลงมาหลายปี ก็ยังได้แค่งูๆ ปลาๆ ครับ น้องคิดถูกแล้วครับที่พยายามเขียนให้ถูกแบบเสียก่อน ดีกว่าเขียนเพี้ยนๆ แบบศาลายาครับ การใช้คำโดดเป็นลักษณะเด่นของโคลงอยู่แล้ว ไม่ใช่ข้อด้อยอันใด เพียงแต่กวีปัจจุบันเขานิยมแทรกลูกเก็บเพื่อให้จังหวะสละสลวยขึ้น ไม่เทิ่ง ๆ เกินไป แต่ลูกเก็บก็ต้องยู่ในจังหวะที่พอดีไม่ให้โคลงเยิ่นเย้อเกินไป การสอดแทรกเสียงจัตวาก็เป็นการเพิ่มความไพเราะใส่เสียงสูงต่ำให้กับโคลง (เดี๋ยวจะยกเรื่องกับดักโคลงมาให้อ่านครับ) การเขียนกลบทก็เป็นแบบฝึกหัดให้แม่นฉันทลักษณ์และแสดงลูกเล่นลีลาโคลง ซึ่งมีหลากหลาย แต่ละคนก็แสวงหาลีลาเฉพาะตัวครับ ศิษย์อาศรมโคลงฯ จะมีไม้บรรทัดวัด ๕ ประการครับ (แล้วจะหามาแปะให้อ่านครับ-ถ้าเคยอ่านแล้วก็ไม่เป็นไรครับ) การเขียนกลบทก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น

ploythana (#39-40 ) - ขยันแต่งโคลง กลอน จริงๆ ครับ เป็นลักษณะโคลง กลอนประกอบภาพ แสดงจินตนาการ และแรงจูงใจจากภาพ แต่เนื้อหารู้สึกว่าจะมากกว่าภาพนะ อิอิ

เสกคาถา (#42) - แต่งโดยใส่ลูกเก็บวรรคหน้าสองตำแหน่ง วรรคหลังหนึ่งตำแหน่ง อ่านแล้วก็ให้จังหวะสนุกอีกแบบ โคลงทั้งสองบทส่งด้วยเสียงจัตวา (คงไม่ใช่เพราะผมเอ่ยถึงเรื่องเสียงจัตวานะครับ)

นกโก๊ก (#43 ) - ถามได้ดีครับ "เขียนอ่านฉันทลักษณ์โคลงสี่สุภาพ - 'ภาพ เอกเจ็ด โทสี่' - บทกวีเน้นรูปหรือเสียงกันนะ "

ผมคิดว่า คงขึ้นอยู่กับยุคสมัย นะครับ สมัยก่อน จะมีการอ่านทำนองเสนาะ แต่สมัยนี้ไม่ค่อยมีแล้ว มีแต่อ่านแบบธรรมดา และคนบางส่วนก็มองแต่ "รูป" คนที่เขียนโคลงได้ทั้งรสคำและรสความจึงหายากขึ้น (แล้วจะหาเรื่องรสคำรสความมาแปะให้อ่านครับ)

นกมีหูหนูมีปีก (the darkknight) (#44 ) - คนนี้อยากให้กิ๊ฟมากเลย แต่ไม่มีที่ให้ ได้แต่เสียดาย

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 6 มิ.ย. 53 03:29:37



ความคิดเห็นที่ 47

แต่งโคลงเป็นตามตำรับประมวญมารค

ท่านจันทร์ผู้เป็นปรมาจารย์บอกว่าแต่งโคลงได้ไม่ยาก หัดอย่างเอาจริงเอาจัง ๓ วันก็แต่งได้
แค่แต่งให้ตรงตามฉันทลักษณ์ทุกประการก็ถือว่าแต่งโคลงได้แล้ว แต่แต่งโคลงให้เป็นนั้นยากมาก
ที่สำคัญหาไม้บรรทัดมาวัดยากว่าแต่งได้แค่ไหนถึงเรียกว่าเป็น

ไม้บรรทัดอันที่ ๑ โคลงอำแทนเอก

โคลงเก่ายอมอำให้.......................แทนเอก
แต่สำนวนโหยกเหยก...................จำไว้
ค่อยค่อยคลำค่อยเสก....................จักขำ กว่านา
จะลำบากอย่าได้............................ทำโก้โวหารฯ

สูตรตำรับประมวญมารคออกจะพิศดารไปหน่อยเมื่อเทียบกับตำราปกติ อย่างอันนี้ให้ใช้คำสระอำแทนคำเอก
ทั้ง 7 แห่ง ที่ว่าพิศดารเพราะตำราส่วนใหญ่นั้น คำเอกแทนที่ได้เฉพาะคำตาย หาได้ยอมให้ใช้สระอำแทนไม่

หนอนสุราวิเคราะห์แล้ว สระอำน่าจะใช้แทนเอกได้ เพราะเป็นคำเสียงเบา ซึ่งแปลง่ายๆ ว่าคือคำที่ตะโกนไม่ได้
เช่นเดียวกับคำว่า เป็น จึง แล ฯลฯ คำพวกนี้โบราณยอมให้ใช้แทนเอกได้เหมือนกัน และเอาไปใช้แทนตำแหน่งลหุ
ในฉันท์ก็ได้เช่นกัน

บทนี้มีสิ่งพิเศษอีกอย่างคือท่านจันทร์แต่ง แล้วท่านอังคารตามมาแจม บทข้างบนเป็นของท่านจันทร์ ลีลาง่ายๆ
ถูกต้องตามบังคับทุกประการ บทข้างล่างต่อไปนี้ของท่านอังคาร จินตนาการหวือหวากว่าเยอะ

ยายกะตาตำข้าว........................กลางจันทร์
หอมรำมาพาขวัญ.........................งำฟ้า
ดึกดึกดำบรรพ์ฝัน.......................ขำขำ
ลำนำโลมใจหล้า.........................ทำให้หฤหรรษ์

ประโยชน์ของแบบฝึกหัดนี้ คือทำให้จำตำแหน่งคำเอกได้อย่างแม่นยำ คำเอกในโคลงมีอยู่มากถึง 7 แห่ง เวลาแต่ง
มักจะผิดกันบ่อย จำตำแหน่งไม่ค่อยได้ ถ้าแต่งโคลงบทนี้ได้ก็จะจำตำแหน่งคำเอกได้อย่างไม่รู้ลืม

ข้อควรระวังคืออย่าเลียนแบบท่านอังคาร เพราะท่านเป็นหนึ่งในนักเลงโคลงแห่งยุค ส่วนพวกเรามือใหม่ให้เลียนแบบท่านจันทร์ดีกว่า
คำไหนที่ไม่ใช่ตำแหน่งเอก อย่าไปใช้คำสระอำ จะได้จำแม่น

กลเม็ดเคล็ดลับของแบบฝึกหัดบทนี้ คือจดคำที่มีสระอำ (ห้ามคำที่มีวรรณยุกต์ เช่น น้ำ, ซ้ำ, ย้ำ ฯลฯ) ลงบนกระดาษให้ได้หลายๆ คำ
จากนั้นลองผูกเนื้อความด้วยคำที่หามาได้ จุดที่ยากที่สุดคือคำบาทที่สองที่อยู่คู่กับคำโท ต้องคิดสองชั้นคือหาคำที่ได้ความหมายด้วย
และต้องคิดว่าจะส่งสัมผัสไปให้รับแล้วได้เนื้อความทั้งบทด้วย

อโหสิกรรมใดทำไว้.......................ไม่เหมาะ
อย่าสำคัญผิดเพราะ......................คำพ้อง
อย่าเก็บงำมันเจาะ........................ใจจำ เจ็บแล
แซวอำฉันพี่น้อง...........................ขำให้ใจสบายฯ

จากคุณ : หนอนสุรา - [29 ต.ค. 44 19:28:11]


ไม้บรรทัดอันที่ ๒ โคลงรกโท

เลี้ยงช้างให้เก็บขี้................ช้างกิน
ต้องหมั่นซ้อมให้ชิน.............ปากได้
กล้วยอ้อยมะพร้าวติณ..........ช้างชอบ
ขี้ใส่หม้อต้มให้.....................กลิ่นร้ายสิ้นสูญฯ

แบบฝึกหัดนี้เริ่มยากขึ้นเยอะ ปกติเวลาแต่งโคลง แค่หาโท ๔ ตัวมาผูกกันให้ได้ความหมายก็ยากมากแล้ว
แต่นี่ต้องใช้โทถึง ๑๙ ตัว คือทุกคำที่ไม่ใช่คำเอก (๗ ตำแหน่ง) บวกคู่สัมผัสคู่แรก ๓ คำ (คำสุดท้ายบาทที่ ๑,
คำที่ ๕ ของบาทที่ ๒ และ ๓) กับคำส่งท้ายบทอีก ๑ คำ นอกนั้นให้ใช้คำโททั้งหมด

ถึงบทนี้จะค่อนข้างยาก แต่ฝึกแล้ววิชาโคลงจะรุดหน้าอย่างรวดเร็ว และโคลงที่แต่งได้จะได้คำไทยแท้ๆ
เป็นส่วนใหญ่ ต่อไปจะทำให้แต่งโคลงได้สวย โดยไม่ต้องประดิดประดอย ประดิษฐ์ด้วยคำวิลิศมาหรา

กลเม็ดเคล็ดลับอยู่ที่คิดเนื้อความที่จะแต่งให้ได้ทั้งบทก่อน โดยคิดเรื่องที่เอื้อต่อการใช้คำโทเยอะ อย่างเลี้ยงช้าง
ตามตัวอย่าง หรือเลี้ยงน้องๆ แบบใครบางคน อิอิ

คำโทที่สำคัญที่สุดคือคู่ที่รับสัมผัสกัน พยายามผูกเนื้อความคู่นี้ให้เข้ากันให้ได้ก่อน ตรงนี้เป็นเคล็ดของการเขียนโคลงสี่เลยก็ว่าได้

ท้องฟ้ากว้างห่างกั้น...............เวิ้งไกล
ร้อยรักข้ามฟ้าไป...................ปลอบเจ้า
ท้อแท้อย่าแพ้ใจ....................สู้ต่อ
บ้านแห่งนี้เฝ้าเย้า..................หยอกให้ยิ้มหัวฯ

จากคุณ : หนอนสุรา - [29 ต.ค. 44 19:33:53]


ไม้บรรทัดอันที่ ๓ โคลงเอกโทษ โทโทษ

เชิญดูตูค่าเหล้น .............. โคลงโลด โผนเทอญ (ข้า, เล่น)
ยกค่อยอประโยชน์ ........... เค่าเหยี้ยง (ข้อ, เข้า, เยี่ยง)
เอกโทษท่อยโทโทษ ........ เทียบใฮ่ เห็นฮา (ถ้อย, ให้)
แปรแซร่งแปลงถูกเถี้ยง ..... ท่วนถี้ดีแสดงฯ (แสร้ง, เที่ยง, ถ้วน, ที่)

ข้างบนนี้เป็นบทนิพนธ์ของน.ม.ส. จากเรื่องสามกรุง ตอนพระเจ้าเอกทัศน์ทรงโคลงให้นางสนมฟัง
จุดประสงค์ของน.ม.ส. เอาไว้อำพวกยึดติดกับรูปแบบโคลงพระลอชนิดไม่ยอมปล่อยยอมวาง
บทนี้เหมือนโคลงแบบพระลอทุกประการ แต่ล้อโดยแปลงให้เป็นเอกโทษโทโทษทุกแห่ง

วงเล็บ หนอนสุราวงไว้ให้อ่านความหมายง่ายขึ้น

ส่วนข้างล่างนี้ท่านจันทร์ โอรสน.ม.ส. นิพนธ์

อุทกไพรไหลเค่าถ้วม ...... ถึงธา นีเอย (เข้า, ท่วม)
ไหลคึ่นเขตเคหา ............ ฮ่องถั้ว (ขึ้น, ห้อง, ทั่ว)
พันธุ์ผักค่าวในนา ............ ตายซิ่น สูญแฮ (ข้าว, สิ้น)
นึกเซ่าเนานาฉั้ว .............. ญ่าเหน้าเฉาโฉมฯ (เศร้า, ชั่ว, หญ้า, เน่า)

ข้างล่างอีกที หนอนสุรา ประพันธ์

กวีวายหายแฮ่งถั้ว ......... จากสยาม ยอมฤา (แห้ง, ทั่ว)
ยอมซู่ลิขิตความ ........... ท่อยถื้อ (สู้, ถ้อย, ทื่อ)
สืบสานซร่างโคลงตาม .... เทียบคึ่น ต่อเทอญ (สร้าง, ขึ้น)
สูญซิ่นเอกกวินทร์ฉื้อ ......ซิ่นฉื้อชาติกวีฯ (สิ้น, ชื่อ, สิ้น, ชื่อ)

จากคุณ : หนอนสุรา - [29 ต.ค. 44 19:37:50]


ไม้บรรทัด ๓ อันนี้ เอามาจากกระทู้เก่าตอนเล่นอยู่ที่กลุ่มมองอดีต ก่อนหน้านี้
ตอนเข้ามาที่ถนนนักเขียนช่วงแรกก็เคยเอามาเล่นแล้ว แปลว่าใครเคยผ่านมาตรวัดนี้แล้ว
จะข้ามเลยก็ได้ แต่ใครยังไม่เคยลอง ควรลองอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้วิชาโคลงรุดหน้าอย่างรวดเร็ว

คำเตือน อย่าผสมข้ามสายพันธุ์ เช่น เอาอำแทนเอกบวกรกโท เพราะจะทำให้แต่งยากมาก
จนผลสุดท้ายเนื้อความเละ ลมปราณปั่วป่วน ทางที่ถูกคือทำตามแบบให้ได้เป๊ะๆ
พยายามแต่งให้ได้เนื้อความชัดที่สุดเท่าที่ทำได้ และถ้าได้เสียงดีด้วยก็จะยอดเยี่ยม

จากคุณ : หนอนสุรา - [29 ต.ค. 44 19:53:51]



ไม้บรรทัดอันที่ ๔ โคลงกลบทสองชนิด

ท่านจันทร์กำหนดให้แต่งโคลงกลบทสองชนิดๆ ละ ๒ บท เลือกได้จากกลบทสิบแบบตามความถนัด แต่ตัวอย่างอันนี้ขอข้าม
เพราะเล่นแบบครบชุดไปหลายครั้งแล้ว

ตอนแรกว่าจะเขียนลิ้งค์ไปให้ แต่หากระทู้บ่เจอ


จากคุณ : หนอนสุรา - [1 พ.ย. 44 18:31:07]


ไม้บรรทัดอันที่ ๕ โคลงเล่นความสลับ

"กวีไทยแต่ไหนแต่ไรชอบเล่นคำ นอกจากนั้นบางกวีชอบเล่นความ คือใช้คำๆ เดียวหรือความประโยคเดียวให้ได้สองอย่างสามอย่าง
ส่วนเล่นความสลับ คือใช้คำหนึ่งหรือประโยคหนึ่ง สองหรือสามหน ให้อ่านได้สองสามอย่าง แล้วแต่จะให้ความไหนอยู่ที่ไหน สลับกันได้ทุกแห่ง

ตัวอย่างเล่นคำ

ขานางคิดคู่คู้ ...... ขาสมร
รักดั่งรักนุชพาง ... พี่ม้วยฯ (เตลงพ่าย)

ตัวอย่างเล่นความ
ปิดปากไม่อยากต้อง แตะต้นขานางฯ (สามกรุง)

ตัวอย่างเล่นความสลับ
ถ้าเปลี่ยนตัวอย่างข้างบนจาก ขานางคิดคู่คู้ ขาสมร เป็น ขานางคิดคู่คู้ ขานาง ก็จะเป็นเล่นความสลับ เพราะขานางจะแปลว่าต้นไม้ก็ได้
แปลให้สลับกันได้ด้วย"

อรรถาธิบายข้างต้นเป็นของท่านจันทร์ ลอกมาให้ดูเกือบทุกคำ เพราะไม่แน่ใจว่าจะสรุปเก็บความได้ชัดเจนหรือเปล่า

โคลงอันนี้ยังไม่เคยเอามาเล่นอย่างจริงจัง เลยยังไม่เข้าใจกลเม็ดเคล็ดลับการผูกโคลงแบบนี้ดีนัก ฉะนั้นตามมาฟังท่านจันทร์ต่อก่อน

"ตัวอย่างเล่นคำ เล่นความ แลเล่นความสลับมีอยู่ในโคลงบทหนึ่งในหนังสือนี้ขึ้นต้นว่า

บอกบททศพักตร์ซ้ำ .... อีกที
สิบพักตร์ยักขลิงค์ศรี ... สิบพักตร์

ทศพักตร์-สิบพักตร์ เล่นคำ ยักขลิงค์ล้อเสียงลิงยักษ์อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า pun สิบพักตร์เล่นความ สิบพักตร์สองหนเล่นความสลับ...."

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วไม่เข้าใจก็บ่ต้องแปลกใจ หนอนสุราวนอ่านอยู่หลายเที่ยวเช่นกัน

ดูตัวอย่างเต็มๆ สักหนึ่งบทพร้อมคำอธิบายแลวิจารณ์ของท่านจันทร์เอง

"ลองอีกบทหนึ่งที่พิสดารยิ่งอีก มีความสลับแลสลับเสียง

ลมหนาวหนาวห่มผ้า .... ฤๅหาย
พระท่านทายว่าตาย .... แน่แล้ว
สายยาแม่ยาสาย ........ เซ้าสวาท พี่รา
ผี้ว่าพี่กอดแก้ว ........... กลับเช้าชุ่มกชวยฯ

ในบาท ๓ สายยาแปลว่าหญิง ว่าประเภทยา ว่าน้ำกระสาย สลับความกันได้ ในบาท ๔ ผี้แลพี่สลับเสียงกันได้ คือผี้ว่าพี่ (ถ้าว่าพี่กอดแก้ว)
หรือพี่ว่าผี้ (พี่ว่าถ้ากอดแก้ว) pun อย่างนี้เล่นนอกตำราฝรั่งไปหน่อย



จากคุณ : หนอนสุรา - [1 พ.ย. 44 18:32:31]

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 6 มิ.ย. 53 03:35:36


ความคิดเห็นที่ 48

รศแห่งโคลงอาจจำแนกได้เป็นสองอย่าง คือ รศคำ แล รศความ ...

โคลงที่เรียกว่าไพเราะโดย รศคำ คือโคลงที่ผจงร้อยกรองถ้อยคำอย่างเสนาะเพราะพริ้ง เป็นเครื่องเพลินใจแก่ผู้อ่านผู้ยิน
ทำให้เกิดปรีดาปราโมทย์...โคลงใดไม่มีรศชนิดนี้ (รศคำ) ก็มักทำให้เกิดเบื่อหน่าย...

โคลงที่เรียกว่าดีโดย รศความ คือโคลงที่ยกเอาใจความน่าฟังมาแต่ง อาจเป็นใจความดีทั้งเรื่อง ทั้งตอน ทั้งบท หรือแต่เพียงบาทเดียวก็ได้
รศความดีอาจสกิดใจให้ผู้อ่านคิด ให้นึกชม ให้เห็นจริง...โคลงใดที่ไม่มีรศชนิดนี้ (รศความ) ก็มักจะขึ้นไม่พ้นยอดหญ้า มีใจความดาดๆ ...

ที่จำแนกรศแห่งโคลงออกเป็นรศคำแลความนี้ ถ้ายกตัวอย่างให้ฟังก็คงจะทำให้แจ่มแจ้งขึ้น...

แก้วเกาะกิ่งแก้วก่อง ... กานน
เสียงพูดภาษาคน ....... คล่องแจ้ว
โผผินโบกบินบน ......... ไปบอก หน่อยรา
ข่าวส่งตรงสู่แก้ว ......... เนตรผู้ตูถวิล ฯ

โคลงบทนี้ข้าพเจ้าเห็นไพเราะ เรียกได้ว่ารศคำดี ไม่มีเฝื่อนฝาดตรงไหนที่ข้าพเจ้านึกเห็นในขณะนี้.

แต่ถ้าพูดโดยขบวนความ โคลงบทนี้กระเดียดไปข้างจืด มีใหม่อยู่แต่เพียงที่ใช้คำว่า "แก้ว" สามครั้งแปลได้สามอย่าง
คือนกแก้ว ต้นแก้ว แลแก้วตา นิราศชมดงท่านเขียนกันมามากแล้วว่า นกชนิดไหนจับไม้ชนิดไหน แลใช้นกชนิดที่พูดได้ให้เป็นฑูต
ไปส่งข่าวแก่เมีย โคลงข้างบนนี้ก็เลียนแบบเก่ามาว่าเช่นเดียวกัน ไม่มีความคิดอันใดที่แสดงภูมิปัญญาของผู้แต่งเอง
ต้องนับว่าแบนๆ จืดๆ ไม่ดีโดยรศความ.

บันทึก เพื่อช่วยไม่ให้ผู้อ่านบางคนหลงเที่ยวค้นโคลงเก่าๆ ว่าข้าพเจ้าเจาะจงเอาโคลงของใครมากล่าวตำหนิ
ขอบอกเสียในที่นี้ว่าโคลงข้างบนนี้ข้าพเจ้าแต่งขึ้นเอง...

หมายเหตุหนอนสุรา คัดจากภาคผนวกสามกรุง สะกดแลเว้นวรรคตามต้นฉบับ เครื่องหมาย...คือการตัดทอนต้นฉบับให้สั้นลง
หวังว่าสมาชิกชมรมจะอ่านโดยไม่ข้ามด้วยความขี้เกียจ โฮ่โฮ่


จากคุณ : หนอนสุรา - [3 ต.ค. 44 12:59:36]


จับความตอนที่แล้ว หากน.ม.ส.ทรงยกตัวอย่างโคลงดีด้วยรสความแต่ด้อยด้านรสคำมาด้วย หนอนสุราก็แค่ลอกอย่างเดียวสบายแฮ
แต่เมื่อขาดตัวอย่างก็เลยลำบาก ฮือๆ

เกิดมาตัวเปล่าแท้ ..... แค่ไหน
ตายก็ตัวเปล่าไป ....... แค่นั้น
คนดีจะมีอะไร ........... เหลืออยู่
ชีวิตนี้แสนสั้น ........... ชื่อนั้นแสนยาวฯ

โคลงตัวอย่างข้างบนเป็นของ พ. ณ ประมวญมารค หรือท่านจันทร์ ผู้เป็นโอรสน.ม.ส.

ที่ยกมาเป็นตัวอย่างเพราะชัดเจนมาก แลท่านผู้นิพนธ์ก็ทรงสังกัดสำนักประมวญมารค แต่ในกระทู้นี้หนอนสุรามิอาจวิจารณ์

สมาชิกชมรมผู้ใดยังไม่เห็น ตามมาดูตัวอย่างข้างล่างต่อ ส่วนใครเห็นแล้วข้ามได้เลย

โก ฮับต้นตำรับเจ้า ........ ก๋วยเตี๋ยว เรือเอย
วา ระหนึ่งขายเจ้าเดียว ... หนึ่งร้าน
ปา ริสุทธิ์รสชาติเพียว .... อร่อยสุด
เปิด หมดตามทั้งย่าน ..... หมดทั้งตระกูลโกฯ

บทนี้หนอนสุราแต่งเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว แก้ไขที่เดียวโดยใส่สร้อยบาทแรกลงไป บทนี้เป็นอีกบทหนึ่งที่ใช้ฝึกเรื่องรสความ
(ทั้งชุดมี ๕ บท) คำบังคับคือคำกระทู้หน้าบาท ซึ่งแต่งให้เนื้อความกลมกลืนกันทั้งบทยากมาก ฮิฮิ

โคลงบทนี้รสคำอ่อนอย่างเห็นได้ชัด ใครเห็นไม่ชัดตามมาดูแจงสี่เบี้ยสี่บาทได้ดังนี้

บาทแรก คำสร้อยทำให้เสียงเยิ่นไปนิด แลเสียงสามัญของสร้อยก็ทำให้เปิดไม่เร้าใจ แต่ที่แก้โดยใส่สร้อยลงไป
เพราะความชัดขึ้นเยอะมาก แลจะได้เห็นตัวอย่างรสคำที่ด้อยเรื่องเสียง

หมายเหตุ บาทแรกถ้าเปิดด้วยเสียงสูงหรือคำตายจัดเป็นเสียงที่ดีมากๆ ถ้าใส่สร้อยไปแล้วไม่ได้เนื้อความเพิ่มอย่างชัดเจน
ควรรีบถอดสร้อยออกโดยด่วน แต่ถ้าใส่แล้วเนื้อความชัดขึ้นมากควรเก็บสร้อยไว้

หมายเหตุ ๒ ตอนแต่งครั้งแรกลังเลอยู่นานเลยแทงกั๊ก ซึ่งยิ่งไม่ดีไปกันใหญ่ ทางที่ดีต้องเลือกให้ได้ว่าจะเอาความหรือคำ
(ตัวอย่างนี้ควรเอาความ)

บาท ๒ วาระ เป็นคำที่โดดกับเนื้อความทั้งหมด เพราะเป็นคำแขกบ่เข้ากับโกฮับผู้เป็นจีน สรุปสั้นๆ ว่าถูกกระทู้พาไปหรือถือได้ว่าคนแต่งจนคำ

บาท ๓ บาทนี้ผิดเหมือนบาท ๒ แต่หนักกว่า เพราะมาทั้งแขกแลฝาหรั่ง (ปาริสุทธิ์, เพียว)

บาทจบ ผิดโทซึ่งถือเป็นอุกฤษณ์โทษ ตอนแรกแต่งไม่ผิด แต่ไปผิดตอนเกลา แปลกจริงหนอ ฮ่าฮ่า

เดิมแต่งว่า เปิดหมดตามทุกบ้าน พออ่านทวนแล้วเนื้อความไม่ชัด เลยแก้ใหม่จนผิดโท แถมตอนนั้นยังไม่รู้อีกด้วยว่าโคลงสี่ห้ามโทหาย
กลับบอกอย่างหน้าชื่นตาบานว่าจงใจตกโท โฮ่โฮ่

ตามมาแจกแจงพร้อมชำแหละตัวเอง (แบบยั้งมือ) เพื่อจะบอกว่า

โคลงดีควรได้ครบ ......... สองรส
เอารสความกำหนด ........ เปรียบเนื้อ
รสคำเปรียบน้ำซด ......... สะดวกคล่อง คอนอ
สองสัดส่วนควรเอื้อ ....... อิ่มด้วยอร่อยดีฯ


จากคุณ : หนอนสุรา - [3 ต.ค. 44 18:02:44]

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 6 มิ.ย. 53 03:37:26

( ข้อมูลล้นเข็ม แร่ะ ... มีต่อวัคซีนเข็ม 92 งับ)


โดย: นกโก๊ก วันที่: 6 มิถุนายน 2553 เวลา:8:48:38 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 49

ลูกเก็บ

อีกเรื่องที่อยากคุยคือช่วงหลังมานี้ไม่ค่อยได้คุยทักทายกับใครเลย เพราะไม่ได้ตอบแบบออนไลน์ (วันนี้เพิ่งมีโอกาส)
อย่างตอนที่เห็นสัมมนาเรื่องโคลงนิราศนรินทร์ก็อยากเข้ามาคุยด้วย แต่พอว่างอีกทีก็เปลี่ยนเรื่องไปอัศจรรย์ซะแล้ว (เรื่องนี้ก็อยากคุย อิอิอิ)

แต่ก่อนจะว่าถึง ๒ เรื่องนี้ เอาเรื่องลูกเก็บก่อนดีกว่า เพราะเป็นเรื่องที่ติดค้างมานานมากแล้ว ว่าจะว่าจะอยู่หลายที
แต่ไม่เอาจริงซักกะที

อ้า...ประโยคหลังนี้แหละ ตัวอย่างของลูกเก็บที่เจอกันบ่อย เวลาเขียนเราเขียนว่า สักที แต่อ่าน ซัก(กะ)ที
นอกจากนี้ยังมีคำอื่นๆ แบบนี้อีกเยอะ เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของการพูดภาษาไทยก็ว่าได้ ธรรมชาติของโคลงก็เช่นกัน
ถ้านั่งไล่โคลงจากวรรณคดีเก่า มีบทที่ใช้ลูกเก็บมากเกินกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด เพียงแต่ลูกเก็บในโคลงไม่เหมือนลูกเก็บแบบภาษาพูด
เพราะลูกเก็บในโคลงเกือบทั้งหมดเป็นภาษาแขก

ฮ่าฮ่า อธิบายไปอธิบายมาชักยาว แถมไม่ตรงเข้าเป้าซักกะที ฮ่าฮ่า

กลเม็ดการใช้ลูกเก็บให้เสียงดี อันดับแรกต้องเข้าใจจังหวะโคลงก่อน วรรคท้ายนั้นแบ่งง่ายเพราะแบ่งอ่านจังหวะละ ๒ คำเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นบาทใด แต่วรรคต้นแบ่งจังหวะการอ่านยากกว่า เพราะแบ่งเป็นช่วงละ ๒ คำ กับ ๓ คำ โดยมากแบ่งเป็นจังหวะ ๒-๓
แต่ก็มีอยู่บางบทหรือบางบาทที่แบ่งจังหวะเป็น ๓-๒ สลับที่กัน

ภูมีมือง่าง้าว ................ ของอน
ฟันฟาดขาดคอบร ......... บั่นเกล้า
อินทรีย์ซรบกุญชร ........ เมือชีพ แลเฮย
เผยพระเกียรติผ่านเผ้า ... พี่น้องสองไทฯ

ตัวอย่างข้างบนคือโคลงที่ไม่มีลูกเก็บเลย ทั้งที่เป็นโคลงจากเตลงพ่าย ซึ่งผู้นิพนธ์ทรงโปรดการใช้ลูกเก็บ
เรื่องนี้เดี๋ยวอธิบายอีกที ตอนนี้ดูจังหวะบาทสี่ก่อน จะเห็นว่าจังหวะเป็น ๓-๒ ต่างกับสามบาทแรก

เมื่อจะเอาลูกเก็บมาแทรก เกณฑ์ในการใช้ระหว่างวรรคต้นกับวรรคท้ายบ่เหมือนกัน

ป.ล.เดี๋ยวมาต่อ



จากคุณ : หนอนสุรา - [4 ต.ค. 44 15:26:14]


ลูกเก็บหมายถึงการเอาพยางค์ที่เป็นลหุมาประสมกับครุ เพื่อแก้เสียงตรงๆ ทื่อๆ ให้มีลีลาพลิ้วขึ้น
เปรียบเหมือนการตรีระนาดดัง เตรง ก็ตีแบบมีลูกเก็บเป็น ตะเรง

การแทรกลูกเก็บในจังหวะที่เป็น ๒ คำ ถ้าเป็นวรรคท้ายแทรกเข้ามาได้อีก ๑-๒ พยางค์ เรียกว่า ๑ ลูกเก็บ แล ๒ ลูกเก็บ
แต่ถ้าเป็นวรรคต้นควรใช้ลูกเก็บลูกเดียว ถ้าใช้ ๒ ลูกเสียงมักเยิ่น

ส่วนจังหวะที่เป็น ๓ คำในวรรคต้นแทรกได้แค่ ๑ ลูกเก็บเช่นกัน

หรือสรุปอีกแบบได้ว่าวรรคต้นแทรกลูกเก็บได้ช่วงละ ๑ ลูก ส่วนวรรคท้ายแทรกได้ถึง ๒ ลูก

หวือวิเวก-การะเวกร้อง ........... ระงมสวรรค์
เสนาะมิเหมือน-เสนาะฉันท์ ..... เสนาะซึ้ง
ประกายฟ้า-สุริยาจันทร์ ......... แจร่มโลก ไฉนฤๅ
เมฆพยับ-อับแสงสะอึ้ง .......... อร่ามแพ้-ประพนธ์เฉลยฯ

ลองดูโคลงตัวอย่าง ขีดแบ่งเครื่องหมาย - เพื่อให้เข้าใจจังหวะโคลงแลการใช้ลูกเก็บดีขึ้น แจงสี่บาทได้ดังนี้

บาทแรก วรรคต้นจังหวะเป็น ๒-๓ แทรกช่วงละ ๑ ลูกเก็บคือ วิ, ระ วรรคท้ายแทรก ๒ ลูกเก็บคือ ระ, ส(ะ)

บาทสอง วรรคต้นจังหวะเป็น ๓-๒ แทรกช่วงละ ๑ ลูกเก็บ วรรคท้ายก็มี ๑ ลูกเก็บเช่นกัน แถมเป็นคำเดียวกันหมดคือ ส(ะ)
คำที่ต้องอธิบายคือ มิ ดูด้วยตาแล้วเป็นลหุ แต่อ่านออกเสียงแบบโคลงเป็นครุ คำนี้ถือเป็นหนึ่งเสียงเต็ม ขยายความให้ชัดขึ้นว่า
การอ่านลหุในโคลงใช้วิธีเทียบเสียงกับคำอื่นๆ ในวรรค ไม่ได้ใช้วิธีดูรูปสระ เช่น คำว่า เสนาะ ทั้ง ๓ คำในบาทนี้ไม่ถือเป็น ๒ ลหุ
แต่เป็น ๑ ลหุ ๑ ครุ พยางค์ เหนาะ แม้ดูด้วยตาเหมือนเป็นคำเบา แต่อ่านออกเสียงแล้วหนัก คำว่า มิ ก็เข้าข่ายนี้

บาทสาม บาทนี้อธิบายยากมาก ถ้าใครอ่านแล้วงงไม่ต้องตกใจ วรรคต้นจังหวะเป็น ๒-๓ ช่วงแรกแทรก ๑ ลูกเก็บคือ ประ
ซึ่งเป็นเสียงควบกล้ำอ่านให้เป็นเสียงเบาค่อนข้างยาก บวกับอีกช่วงแทรกลูกเก็บด้วยวิธีพิสดารคือเอา ๒ ลหุ สุริ นำมาก่อน
ไม่ได้ใช้วิธีแทรก ฉะนั้นถ้าอ่านบาทนี้แค่วรรคต้นวรรคเดียวจะรู้สึกเสียงเยิ่น อ่านรวบจังหวะค่อนข้างยาก แต่ได้จังหวะวรรคท้าย
เข้ามาช่วยทำให้จังหวะโดยรวมดีขึ้น คำว่า โลก เป็นคำเสียงหนักทำให้จังหวะกระชับขึ้น คำว่า ไฉน เป็นการตวัดเสียงขึ้นสูง
ทำให้ทอดเสียงลงได้ดี วรรคท้ายนี้ถ้าตัดสร้อยออกเสียงโคลงจะแข็งเกินไป แต่ถ้าใช้สร้อยไม่ดี เสียงจะเยิ่นสุดเยิ่นแสนเยิ่น

บาทจบ วรรคต้นจังหวะเป็น ๒-๓ แทรกช่วงละ ๑ ลูกเก็บคือ พ(ะ), สะ วรรคนี้ดูเผินๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่คำที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือ
ยับ, อับ คำรับสัมผัสในคู่นี้ศัพท์เทคนิคเรียกว่าทำให้เกิดจังหวะกลับ อีกคำที่สำคัญคือคำรับโท อึ้ง ก็สำคัญเพราะเสียงหนัก ซึ่งจำเป็นมาก
สำหรับจังหวะของวรรคนี้ที่ต้องใช้เสียงหนักหน่วง ไม่งั้นโคลงทั้งบทเสียงจะลอยด้วยความเบาโหวง แลที่สำคัญลูกเก็บวรรคท้าย
จะพลิ้วหวานขึ้นอีกเยอะ

จากคุณ : หนอนสุรา - [4 ต.ค. 44 17:00:01]

ท่านเอยเผยเดชได้ ........ ดลฉัตร เฉิดเทอญ
ส่อตระศักศักดิ์กษัตริย์ .... สืบเชื้อ (ตระศักแปลว่างาม)
ทะนุล้อมถนอมรัฐ ......... ถนิมโลก
เปล่งประคุณบุญเกื้อ ....... เกียรติ์ซร้องฉลองเฉลิมฯ

โคลงสามกรุงตอนอะแซหวุ่นกี้ดูตัวเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก

บทนี้ทัศนะหนอนสุราถือว่าเป็นสุดยอดโคลงสี่อีกบทหนึ่ง ด้านรสความเคยวิเคราะห์ไปนานแล้ว
ใครยังไม่เคยอ่านหรืออ่านแล้วจำบ่ได้ ลองวิเคราะห์ดู กับอีกเรื่องคือรสคำบทนี้เด่นมาก
ควรศึกษาไว้เป็นตัวอย่าง แต่วันนี้ต้องกลับบ้านแล้ว เลยทิ้งไว้เป็นการบ้านสัมมนาอีกตามเคย แห้ (เอามั่ง อิอิ)

จากคุณ : หนอนสุรา - [4 ต.ค. 44 20:00:53]

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 6 มิ.ย. 53 03:41:04


ความคิดเห็นที่ 50

กับดักโคลง

หลังจากเล่นโคลงกันมายืดยาวหลายกระทู้ น่าจะแทรกภาคทฤษฎีเข้ามาสักนิด

ทฤษฎีบทต่างๆ ที่ผ่านมา
เป็นการบอกว่าแต่งโคลงอย่างไรให้ได้ดีทั้งรสความแลรสคำ ตอนนี้เลยอยากแทรกว่า แล้วโคลงที่ไม่ดี
มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง แต่ก่อนแจกแจงขอบอกก่อนว่าต่อไปนี้เป็นเพียงข้อสังเกตของหนอนสุราบ่ใช้ตำรา
ฉะนั้นอย่ายึดติด ไม่งั้นจะกลายเป็นยึดติดว่าจะไม่ยึดติด งงมั้ยเนี่ย ฮ่าฮ่า

๑.ติดเสียงจัตวา

อันนี้ไม่รู้ได้คติมาจากที่ใดว่าโคลงที่ส่งด้วยเสียงจัตวาดีกว่าส่งด้วยเสียงสามัญ เดาเอาว่าน่าจะมาจากโคลงตัวอย่าง
ในจินดามณีที่คัดมาจากลิลิตพระลอ

เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ...... อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ....... ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล ........ ลืมตื่น ฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้า ............. อย่าได้ถามเผือฯ

หลายต่อหลายคนยึดติดการส่งด้วยเสียงจัตวามาก หลายต่อหลายครั้งถึงกับยอมเสียรสความ ตัวอย่างมีให้เห็นอยู่เพียบ
แต่ไม่ยกมาชำแหละให้ดู ยกให้เป็นหน้าที่ พู่ฉ้วยครู แห้...

ย้อนกลับเข้าภาคทฤษฎีตามแบบหนอนสุราต่อ

เวลาพิเคราะห์โคลงต้องดูตัวอย่างหลายๆ บทก่อนเขียนทฤษฎี แต่ถ้าขี้เกียจหรือไม่มีเวลาก็ต้องดูทั้งบท อย่าดูแค่บาทเดียว
เพราะจะทำให้เข้าใจผิดเป็นตุเป็นตะ

เสียงส่งบาทจบมีความสัมพันธ์กับเสียงขึ้น (คำท้ายบาทแรก - ไม่นับสร้อย) กับเสียงรับสัมผัสบาทสองและสาม (คำที่ ๕)

จากตัวอย่างบทนี้วิเคราะห์ได้ว่ากวีมองทีละคู่ คู่แรกในบาท ๑ และ ๒ ใช้เสียงสามัญ (ใด-ใคร) คู่หลังในบาท ๓ และ ๔ ใช้เสียงจัตวา (ใหล-เผือ)

ลองดูตัวอย่างอีกบทที่ใช้สูตรเสียงทั้งสี่บาทด้วยสูตรเดียวกันกับตัวอย่าง แต่สลับขึ้นจัตวาส่งสามัญ ที่เหลือทิ้งไว้ให้วิเคราะห์เอง
จะได้จับปลาเป็น ฮิฮิ

สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง ... ยามสาย
สายบ่หยุดเสน่ห์หาย .... ห่างเศร้า
กี่คืนกี่วันวาย .............. วางเทวศ ราแม่
ถวิลทุกขวบค่ำเช้า ........ หยุดได้ฉันใดฯ

ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องเสียงแล้ว เอาให้ครบถ้วนจบกระบวนความทีเดียวดีกว่า เว้นวรรคยาวเดี๋ยวหลับหมด

มีอีกสูตรที่นิยมใช้กันมาก คือใช้เสียงสลับทีละบาท คัดตัวอย่างมาให้ดู เช่น

ลมหนาวหนาวห่มผ้า .... ฤๅหาย
พระท่านทายว่าตาย .... แน่แล้ว
สายยาแม่ยาสาย ....... เซ้าสวาท พี่รา
ผี้ว่าพี่กอดแก้ว ............ กลับเช้าชุ่มกชวยฯ

อีกบท

จำใจจำจากเจ้า ........... จำจร
จำนิราศแรมสมร ......... แม่ร้าง
จำเรียมจักไปรอญ ....... อรินราช นาแม่
จำทุกข์จำเทวศว้าง ....... สวาสดิว้าหวั่นถวิลฯ

บทหลัง บาทสามทุกตำราคัดว่า (หนอนสุราก็เคยลอกตาม)

เพราะเพื่อจักไปรอญ อริราช แลแม่

หนอนสุราเพิ่งมาอ่านทวนคำวิจารณ์ของท่านจันทร์ พิเคราะห์แล้วน่าเชื่อกว่าเลยเปลี่ยนใจลอกตามท่านจันทร์ทั้งหมด

หมายเหตุ

๑. สูตรเสียงโคลงบ่ได้มีเท่านี้ แต่โคลงเสียงดีมักเดินตาม ๒ สูตรนี้ มือใหม่ควรลอกตามให้คล่องมือ ส่วนมือเก่าควรพินิจพิเคราะห์

๒. การคิดแบบตรรกะ เฉลยได้ว่าที่เราเรียก อังคาร กัลยาณพงศ์ ว่า ท่านอังคาร เป็นการเรียกตาม ท่านจันทร์ หรือ มจ.จันทร์จิรายุวัฒน์ รัชนี
ทั้ง ๒ ท่านต่างเคยเล่นโคลงสดที่บ่อนท่าช้าง ณ มิ่งหลี มาด้วยกัน

ท่านจันทร์ : จันทร์จิรายุเจ้า เหนือดาว อื่นเฮย
ท่านอังคาร : ดาวก็ดาวใช่ยาว กว่าข้า

ฮ่าฮ่าโฮ่โฮ่ หลักการคิดแบบตรรกะบอกนสร.ว่า ท่านจันทร์ทรงประสูติวันจันทร์ ส่วนท่านอังคารเกิดวันอังคารชัวร์ป้าบ
ปรากฎว่าผิดหมด ฮ่าฮ่าโฮ่โฮ่

จากคุณ : หนอนสุรา - [25 ธ.ค. 44 09:36:41]


ย้อนกลับเข้าภาคทฤษฎีต่อ เว้นวรรคมาข้ามปี เพราะเขียนยาก กลัวคนอ่านจะยึดติดว่าจะไม่ยึดติด

กับดักโคลง ๒ - ติดสัมผัส

กับดักข้อนี้แบ่งได้เป็น ๒ ข้อย่อย แจกแจงให้เห็นทีละข้อเลยน่าจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้น

ก.ติดสัมผัสสระ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือโคลงนิราศสุพรรณ เรียกว่าเกือบทุกบทมีลักษณะเช่นนี้
หรือจงใจให้เป็นเช่นนี้

กาเหยี่ยว-เที่ยวว้าว่อน ................ เวหา
ร่อนร่าย-หมายมัจฉา .................. โฉบได้
ขุนนาง-อย่างเหยี่ยวกา ............... กินสัตว์ สูเอย
โจมจับ-ปรับไหมใช้ .................... เช่นข้า-ด่าตีฯ

จากตัวอย่างจะเห็นว่าสุนทรภู่ใช้สัมผัสในเป็นตัวจัดจังหวะโคลง ข้อดีคือทำให้คนอ่านจับจังหวะโคลงได้ง่ายตามที่ขีด - แบ่งไว้
แต่ข้อเสียคือขาดความหลากหลาย โคลงเหลือจังหวะเดียว ตรงเป๊ะเหมือนกันหมดทุกบาททุกบท อ่านติดต่อกันหลายๆ บทลำบาก

ข.ติดสัมผัสอักษร

โคลงที่ติดสัมผัสอักษรส่วนใหญ่เนื้อความจะเดินช้า บางครั้งถึงกับทำให้ความไม่ชัด ถ้าใช้กับบทชมนกชมไม้ที่เน้นรสคำมากกว่ารสความ
ก็บ่มีปัญหา แต่ถ้าใช้กับบทที่ต้องการเบ่ง บางครั้งอาจถึงขั้นสร้างปัญหา เพราะเมื่อเนื้อความไม่ชัด รสคำจะดีเพียงใด
โคลงบทนั้นก็ยังถือว่าไม่ดี

เอียงอกเทออกอ้าง ............. อวดองค์ อรเอย
เมรุชุบสมุทรดินลง .............. เลขแต้ม
อากาศจักจานผจง ............... จารึก พอฤา
โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม ............ อยู่ร้อนฤาเห็นฯ

โคลงบทนี้ รสความยอดเยี่ยมที่บาท ๒ แล ๓ จนกลายมาเป็นต้นแบบเพลง ใครหนอ ท่อนที่ว่า

จะเอาโลกมาทำปากกา แล้วเอานภามาแทนกระดาษ เอาน้ำหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด ประกาศพระคุณไม่พอ

แต่บาท ๑ กับ ๔ ตามทัศนะหนอนสุราคิดว่าโคลงพาไป

บาทแรกเห็นชัดว่าติดสัมผัสอักษร อ.อ่าง ในเมื่อไม่ได้สัมผัสอักษรล้วนอยู่แล้ว น่าจะทิ้งรสคำไปเน้นรสความอย่างเดียว
เหมือนบาทสาม โคลงบทนี้จะเด่นขึ้นอีกมาก

บาทจบ วนอ่านวนคิดอยู่หลายตลบ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะติดสัมผัสรับส่งอักษรระหว่างวรรคต้นไปวรรคท้ายหรือเปล่า
ที่ทำให้เนื้อความไม่ชัด พยายามแกะเท่าไรก็แกะไม่ออกว่าเนื้อความที่ต้องการจะสื่อคืออะไรกันแน่ และข้อสังเกตของหนอนสุรา
ก็ดูเหมือนจะสรุปว่าปลาใหญ่ตายน้ำตื้น ดูแล้วยังไม่อยากเชื่อความเห็นตัวเอง

เพราะฉะนั้นขอเตือนอีกครั้งว่าภาคทฤษฎีทั้งหมดที่หนอนสุราเขียนมาเป็นเพียงข้อสังเกต บ่ใช้ข้อสรุป
ตั้งข้อสังเกตไว้ให้ช่วยกันคิดต่อ (ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตอยู่ตรงนี้) วิชาโคลงจะได้แตกฉาน

จากคุณ : หนอนสุรา - [9 ม.ค. 45 18:36:02]

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 6 มิ.ย. 53 03:44:44



ความคิดเห็นที่ 51

ไม่ลอง ไม่รู้ คู่คำโคลงกล ... อักษรสามหมู่ ... ดูมันลื่นไหลตามคำโคลงพาไปมั่ว ... ชันหัวมั่ง*ชั่งหัวมัน ... คริคริ ... แค่มั่ว'คำผวน'

07.03 น.

๏ เล่นโคลง โลงเค้น เข่น ........... เข็นคำ
จอ จ่อ จ้อ คล่องนำ .................. ค่ำน้อง
ดีดซึง ซึ่ง ซึ้งทำ ...................... ซ้ำทึ่ง
ใหม่สดป่อง ป่อง ป้อง ............... หมดไส้หมดพุง

๏ พยุง ยุ่ง ยุ้งปู่ ........................ อยู่ปรุง
ขาว ข่าว ข้าวจ้าว หุง ................. จุ่ง-ห้าว
หาญ-เลียง เลี่ยง เลี้ยงกรุง ......... ลุงเกี่ยง
คำ ค่ำ ค้ำกล้องข้าว ................... กล่าวข้องใจไข

๏ แต้มไฝ ไขว่ ไขว้จิต ............... ขวิดใจ
พอ พ่อ พ้อ แม่ไป ..................... ไม่แปร้
ทำนอง น่อง น้องไผ .................. ไหนผ่อง
คู คู่ คู้ คำแก้ ............................ แค่กล้ำกลืนฝัน

๏ ตะกรัน กลั่น กลั้นต่อ .............. ก้อตัน
ไหม ใหม่ ไหม้สร้างควัน .............. สั่นคว้าง
เลี้ยงกวาง กว่าง กว้างสวรรค์ ......... ฝันสว่าง
ล้น หล่น ลนลานค้าง ................... ล่างค้านสูงเข็น ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

07.46 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 6 มิ.ย. 53 07:54:15
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 6 มิถุนายน 2553 เวลา:8:57:42 น.  

 
07.45 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ รวบเข่น เล่น ควบกล้ำ ........... คำไข
เขียนพร่ำ คำเพี้ยน ใคร ............ พลาดค้น
คิดศัพท์ ครับสิทธิ์ ไผ .............. สร้างขัด
เพี้ยนคู่ ผู้เฆี่ยน พ้น ................. ฆาตพลั้งคำเผลอ-เรอแล้วหรือไร แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

08.06 น.

ข้องใจคำควบกล้ำ 'ขวนขวาย' ... อ่านออกเสียง ... 'ฝนฝาย' ... ใช่หรือไม่หนอ

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ อาศรมชาวโคลง ๒๑๙ ๏ ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ..... ดาดาว ๏ ... ของ คุณ: ศาลายา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9333843/W9333843.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 13

5555555 เริ่มสนุกสิ พี่เปลว ชอบ คอ ควายด้วยนิ

.....................
5555555 ก่อนไปนอน อีกสักบท เอ เราลืม ขอ ไข่ ไปใช่ไหมพี่แสง

...........................

โคลง ใครเขียนคล่องครั้น ........... คำควร
ความครบ คราใคร่ครวญ ............. ครั่นคร้าม
คราวครุ่นคิดคงขวน ................... ขวายคล่อง-
แคล่ว ควบคุม" โคลง " ข้าม ........ ขุ่นข้องเคืองคน ฯ...the darkknight.



คอควายความควบค้อน...............ครอบ คาน
คืนคว่ำควันคุมคลาน...................เคร่งค้อย
เคืองครวญเครียด ครองควาน........แคลงคร่าว
คอยคิดคัดคึกคล้อย....................คล่อง คุ้มคอควาย ........ญามี่

คง คิดคำค่าคล้อง ...................... ครองคน
คิด ครบ คราคุคล ....................... คัดค้าน
โคลง แคบครุ่นคำคณ .................. คราเคร่ง
คุย คึกคัก แค่คร้าน .................... คั่งค้างโคลงคา.............แสงแรกจ้า

งานนี้ขาดแสงแรกได้ยังไง


คน คันคัดคลับคล้าย ............. คลายคำ
ใครครุ่นคอยเคียงคลำ ........... ครอบครั้น
คละคืบคร่าวคมครำ ............... ควรคิด
ควายคร่ำครวญคราง คั้น ......... คับคล้องคดเคือง.........ญามี่


คำคมคลุกคละ เคล้า ............... เครงครา
คุณ ค่าคลุมเครือคา ................ คับแค้น
คลางแคลงค่อนคืน คลา ........... คลานคร่อม
ครืนครั่นคอยควั่น แคว้น ........... ครึกครื้นคลอนคลาย............เปลวอัคคี

ขอ เสนอหน้าด้วยคน ขอรับ


ใครครวญคำครั่นคร้าม.............คอย คันธ์
คนคบคิดคดครัน.....................คร่าคว้า
คราคีบค่นคม ควัน....................คลอนคล่อง
คลานคลาดควบคลายค้า...........คลั่ง คล้ำคุมคืน........ญามี่


~ โคลงคนควรคลาดเค้า ..... ความคลาง แคลงแล
คลาคล่ำคงเคี้ยวคาง ........... เครียดคลุ้ม
ใครใครครุ่นคล้ายคราง ........ ครวญคลั่ง
คำแค่คำคงคุ้ม ................... ค่าครั้นใคร่ครวญ ...... พจน์รำพัน



จากคุณ : หนึ่ง [ ๑ ]
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 53 01:12:37



ความคิดเห็นที่ 14

ขอเล่นกลโคลงคำควบกล้ำด้วยคนแน้

06.53 น.

๏ ไกลใกล้กลืนกล้ำกรอบ ..... กลอนกล
ขำไข่ขายขอขน................... ขัดข้าง
ขวานไขว้ไขว่แขวนขวน ........ ขวายขวาด
ควายขวิดแกว่งเคว้งคว้าง .......ไขว่คว้ากว้างขวาง ๚ะ๛ ... นกโก๊ก

07.18 น.

แก้ไขเมื่อ 07 มิ.ย. 53 07:33:10


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 53 07:22:53
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:8:10:22 น.  

 
19.05 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ ลิ้งค์เช้า-พลาด ฉาด-เผ้า ผมยาวกระจาย
มุขมากหลาย หมายลาก มาฝากอ่าน
กวีกวนผล กลผวน ปั่นป่วนกานท์
พิจารณ์บ่น จนบ้าน โคลงฉันพัง

๏ อาศรมลั่น สั่นลม ฝนถล่มใส่
กวีใจคิด จิตใคร ไม่เคยพลั้ง
กันคนโกง โคลงกล มนต์กวีขลัง
กวีดัง หวังดี มีมนต์ใด-ป้องกันใจป่วนปั่นผันผวนสวนอารมณ์ปรวนแปรแลฤๅ บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

19.22 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** ฝน *** *** ... ของ คุณ: หนึ่ง [ ๑ ]

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9333843/W9333843.html#19
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 15

06.53 น.

๏ ไกลใกล้กลืนกล้ำกรอบ ..... กลอนกล
ขำ ไข่ขายขอขน................... ขัดข้าง
ขวานไขว้ไขว่แขวนขวน ........ ขวายขวาด
ควายขวิดแกว่งเคว้งคว้าง .......ไขว่คว้ากว้างขวาง ๚ะ๛ ... นกโก๊ก

07.18 น.


ใกล้ไกลกลอนกวาดกล้ำ......................กลืนกลาย
ขวานขวากขวางขวนขวาย...................ขลุกขว้าง
ใครครวญคร่ำแคลงคลาย....................คลานครุ่น คลอนแคลน
ง่วนง่วนหงายหงายง้าง........................งุ่มง้ำงอนงง ปลงแล้ว แก้วตา ญามี่ บารนี๚ะ๛ ... เปลวอัคคี


ปลงจริงๆขอรับ อาจารย์นก
กว่าจะจบได้ ลมปราณแผ่ววูบไป 3 ผกสิ้วขอรับ

ขอปรับจี่กวงไท้ ให้พร้อมก่อน แล้วจะมาใหม่ขอรับ


จากคุณ : เปลวอัคคี
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 53 10:04:22
ถูกใจ : หนึ่ง [ ๑ ], นกโก๊ก


ความคิดเห็นที่ 16

รอน้องมี่มาต่อโคลงนะครับ น้องมี่กำลังสุกกับการเขียน แต่งานยุ่งหน่อย

__________________________________________

สาวคนหนึ่งมาโพสเล่าปัญหาข้างห้องเสียงดังรบกวน ประมาณว่า

~ เขาขลุกขลักขวิดขว้าง ....... โขลกขรม
ขวัญขลาดขวัญแขวนขม ....... ขื่นไข้
เขาขลุกขลิกของขรม ............ ขวักไขว่
ขวัญขัดขาขวิดไขว้ ............... ไข่ว่ไขว้ขาแข็ง

พจน์รำพัน

จากคุณ : หนึ่ง [ ๑ ]
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 53 11:29:49



ความคิดเห็นที่ 17

เออ หนอ แสงแรกเรียกอักษรสูงว่าเสียงนุ่ม

ขณะขำเขินขัดขม้ำ............ขาดขัน
ขมายขยักขยับขยัน............ขลุกขยั้น
ขนานขนขื่นขัดขวัญ............ขโมยขยิ่ม
ขลังขลุ่ยขยายขับขั้น...........ขยิกขยุ้มขลาดขวาง.....ญามี่


ตอนไปนอนก็คิดอยู่จะทอดไข่แบบไหนดี เพราะอักษรสูง

ไม่ควบคำเล่นยากมาก5555 .....ญามี่

ขวัญ ของเขาขณะขึ้น............ขุนเขา
ขับ ขลุ่ยขับขมเขลา...........ขุ่นข้อน
เขา ขันแข่งขามเขรา............ขมขื่น
ขับ ขลุ่ยขาวขานขย้อน...........ขยับข้ามเขาขลัง.......แสงแรก

ไปขับขลุ่ยบนภูเขา ขอรับ

โอ พี่ นกโก๊ก เล่นทั้งกอขอคอ
มิใช่ก้างขวางคอ
แต่เป็น ไก่ ขี่ ควาย

๏ กรอบกรุบกริบไก่กุ้ง ................... กินเกิน
เขมือบแข่งขวยขัดเขิน.................. เขมือบเข้า
โออาตม์อิ่มอาเอิน.................... เอมโอษฐ์
...........................................................๚ะ๛ (แสงแรก ประดับดิน)

ว่าจะให้ครบ ก ข -อ ฮ ครับ

งั้นก้อขอมาร่วม-กลุ่มขี่อ่างฮา-เฮด้วยกันแน้

๏ กรึ๊บกับแกล้มแกะก้าม ...... กุ้งกัน
ขานขับขลุ่ยขืนขัน .............. แข่ง-เข้า
ออก-อิ่มอี่งอ่างอัน .............. อึดอัด
ฮื่อแฮ่ฮาฮิเฮ้าส์ .................. ฮูกฮ้าฮกเฮ ๚ะ๛ (คริคริ-เฮ้าส์-house-บ้าน)

11.04 น.

กำ...คำโคลงนกเค้าแมวฮาค้างคาวเฮบาทสุดท้าย...ดันต่อโคลงท่านแสงแรกฯ จนจบได้ไงว้า

๏ กรอบกรุบกริบไก่กุ้ง ................... กินเกิน
เขมือบแข่งขวยขัดเขิน.................. เขมือบเข้า
โออาตม์อิ่มอาเอิน.................... เอมโอษฐ์
ฮื่อแฮ่ฮาฮิเฮ้าส์ .................... ฮูกฮ้าฮกเฮ ๚ะ๛ (คริคริ)

จากคุณ : นกโก๊ก



จากคุณ : แสงแรก ประดับดิน
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 53 12:48:19
ถูกใจ : หนึ่ง [ ๑ ]


ความคิดเห็นที่ 18

๏ กรอบกรุบกริบไก่กุ้ง ................... กินเกิน
เขมือบแข่งขวยขัดเขิน.................. ขุ่นข้อง
โออาตม์อิ่มอาเอิน.................... เอมโอษฐ์
ฮือฮ่องเฮาฮ่ำฮ้อง .................... ฮื่อฮื้อฮือฮือ ๚ะ๛

ปรับใหม่นิดนึงครับ พี่นก

แก้ไขเมื่อ 07 มิ.ย. 53 14:37:45


จากคุณ : แสงแรก ประดับดิน
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 53 13:00:39
ถูกใจ : หนึ่ง [ ๑ ], นกโก๊ก


ความคิดเห็นที่ 19

17.54 น.

กลโคลงผวน 'พยัคฆ์ย่องยามสาม'

๏ รอเจ้า เราจ้อ รัก ........... จักรอ
เเรงก่อ รอแกล้ง ฮอ ......... ก็แห้ง
ไก่รอ ก่อไร หนอ ............. รอหน่าย
รอไก่ ไล่กอ แล้ง ............. แกร่งล้อหลงเข็น

๏ เข่นลอ ขอเล่น ทิ้ง ........ ลิงเถร
รอพับ รับพอ เจน ............ เผ่นจ้อ
พอแร่ะ แพะรอ เกณฑ์ ...... rain-ก่อ ฝน-แล
รำต่อ รอต่ำ น้อ ............... ต่อน้ำฝนมา

๏ รอฟ้า ราฝ่อ ร้าย ........... ฝายรอ
ลำหน่อ รอน้ำ ขอ ............. หน่อ-ค้ำ
จั่ว-รอ จ่อรั่ว พอ .............. รอ-พลั่ว ขุด-ลา
หลุมพ่อ รอพุ่ม ขย้ำ .......... พร่ำขยุ้มหลังคา-ลมฝนมาสังกะสีกระเจิง แลนาบารนี ๚ะ๛ (คริคริ)

18.40 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 53 18:41:04
----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:19:26:26 น.  

 
09.30 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ โรงคำกลอนค่ำ-เช้า .......... รำโคลง
คอนอยู่ โคลงกลอน โยง....... คู่ย้อน
แข่งตำ หมากขัน โขลง ......... คำแต่ง
ส่วนลับสมอง คู่ป้อน ............ ศัพท์ล้วนทรัพย์ผี-พระสวดสัพพี ตีโยฯ ผีตาโบ๋รับพรแลนา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.40 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ อาศรมชาวโคลง ๒๑๙ ๏ ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ..... ดาดาว ๏ ... ของ คุณ: ศาลายา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9325299/W9325299.html#87
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 80

คราร่ายเรียงเพลี่ยงพล้ำ ...... ความเบา นักแล
หลงหลักลืมกฎ เชาวน์ ........ หมดสิ้น
ถึงเขียนภพสยบเขา ........... เล่าแผ่น ดินฤา
จึงจักมักเล่นลิ้น ................. ดั่งสิ้นครูโคลง ฯ

ความดีมีเพียบพร้อม ........... ย่อมควร ค่าแล
เลิศกว่าอักษรมวล .............. ส่วนนั้น
อยู่ที่เชี่ยวชาญ หวน-........... รำลึก
ตามตรึกดูเชิงชั้น ................ แห่งถ้วนผู้วิญ- ญูเอย ฯ


คราร่ายเรียงเพลี่ยงพล้ำความเบานัก
แลหลงหลักลืมกฎเชาวน์หมดสิ้น
ถึงเขียนภพสยบเขาเล่าแผ่นดิน
ฤาจึงจักมักเล่นลิ้นดั่งสิ้นครู ฯ

โคลงความดี มีเพียบพร้อม ย่อมควรค่า
แลเลิศกว่าอักษรมวล ส่วนนั้นอยู่
ที่เชี่ยวชาญ หวนรำลึกตามตรึกดู
เชิงชั้นแห่งถ้วนผู้วิญญูเอย ฯ


รูปประกอบใหญ่ ถึงใหญ่มาก
เอาออกแล้ว
และฝันดีทุกท่าน ครับ

แก้ไขเมื่อ 07 มิ.ย. 53 20:56:51

จากคุณ : นกมีหูหนูมีปีก (the darkknight)
เขียนเมื่อ : 7 มิ.ย. 53 20:44:02
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 85

..สวัสดีตอนเช้าครับ

แสงแรก ประดับดิน #75

ชอบสี่คำสุดท้าย จริงๆ ฮื่อฮื้อฮือฮือ

คงอร่อยมาก จนแยกไม่ออกว่าหัวเราะหรือร้องไห้ดี อิอิ


ทั่นหนึ่ง [ ๑ ] #76

ก่อนอื่นต้องขอบคุณในความช่างสังเกตครับ

การตอบข้อนี้คงยาว และต้องหาเอกสารอ้างอิงก่อน ขอเรียนดังนี้ครับ

๑. ไม้บรรทัดโคลงอำแทนเอก เป็นไม้บรรทัดสำหรับวัดว่าใครแต่งโคลงเป็นหรือเปล่า ไม่ใช่บทบัญญัติว่าการใช้คำอำแทนเอกถูกต้องเสมอไปนะครับ (ทำนองว่ามีไว้ฝึกฝีมือหรือวัดฝีมือ) จากข้างบนจะเห็นครูหนอนสุราเขียนไว้ว่า

"ท่านจันทร์ผู้เป็นปรมาจารย์บอกว่าแต่งโคลงได้ไม่ยาก หัดอย่างเอาจริงเอาจัง ๓ วันก็แต่งได้
แค่แต่งให้ตรงตามฉันทลักษณ์ทุกประการก็ถือว่าแต่งโคลงได้แล้ว แต่แต่งโคลงให้เป็นนั้นยากมาก
ที่สำคัญหาไม้บรรทัดมาวัดยากว่าแต่งได้แค่ไหนถึงเรียกว่าเป็น"

คำอำ ไม่ได้เป็นคำลหุทุกคำครับ เป็นแค่บางคำ บางตำแหน่ง บางโอกาสเท่านั้น

เรื่องเสียง แน่นอนว่า ทำให้เสียงดียาก คำอำทดแทนคำเอกไม่ทั้งหมดจริง เพราะโคลงเน้นเสียงสูง-ต่ำ (คำเอก-โท) ขณะที่การใช้คำหนัก-เบา (ครุ-ลหุ) เป็นลักษณะเด่นของฉันท์

ซึ่งก็ทำนองเดียวกับกลบทต่าง ๆ หลายกลไม่ได้ทำให้รสความรสคำดีขึ้นเลย แต่ก็มีไว้สำหรับการฝึกหัด และแสดงฝีมือ

ตำราบทร้อยกรองไทย ก็จะบอกแค่ว่าบางครั้งก็อนุโลมให้ใช้คำลหุในตำแหน่งคำเอกได้ และไม่เป็นที่นิยม ... ไม่ได้ระบุให้ใช้คำอำ ... แต่ท่าน พ.ณ.ประมวญมารค กำหนดขึ้นเพื่อให้นักเรียนโคลงฝึกซ้อม เฉพาะในสำหนักประมวญมารค (สำนักอื่นไม่เกี่ยว) ... ต้องเข้าใจตรงนี้กันก่อน นะครับ ข้างบนถึงบอกว่า "แต่งโคลงเป็นตามตำรับประมวญมารค"

๒. การใช้คำลหุแทนคำเอกในโคลง ... มีครูกวีท่านอธิบายไว้แล้วครับ ขอเวลาหาเอกสารก่อนนะครับ จะพรรณนาด้วยความคิดของศาลายาเองก็เกรงว่าจะพาเข้ารกเข้าพงไปเสียก่อน อิอิ




พี่นกโก๊ก #77

ประทับใจในกลบทโคลงผวนพี่จริงๆ ครับ นับเป็นการเปิดแนวทางการเล่นกลบทอีกแบบที่ไม่มีในแบบเรียน


ploythana #78-79

แนวทางการแต่งกลอนห่อโคลงก็เป็นรูปแบบใหม่ ที่น่าสนใจ เพราะเสียงโคลงและกลอนมันไปคนละทางกัน การนำมาเขียนรวมกันมันจึงท้าทายให้ค้นหา แต่ที่เห็นก็แต่งได้ดีมากครับ


นกมีหูหนูมีปีก (the darkknight) #80

ท่านนี้ก็เปิดประเด็น โคลง-กลอน คือแต่งครั้งเดียวเป็นโคลงก็ได้ กลอนก็ได้ เฉียบมาก มือใหม่หากจะหัด ก็ไม่ห้าม แต่ระวังลมปราณแตกซ่านนะครับ อิอิ แต่ท่านนกมีหูหนูมีปีก (the darkknight) ไม่ใช่มือใหม่ จึงสามารถแต่งออกมาได้ดี ว่างๆ จะเสวนาเรื่องนี้ด้วยครับ

แสงแรก ประดับดิน #81

บอกว่าจะแต่างกลอนห่อโคลง แต่ไหงมีแต่โคลงกระทู้ แสง-แรก-รัก-จริง ล่ะ อิอิ

ท่านแสงแรกฯ นี่น่าจะนับเป็นผู้อาวุโสได้นะครับ เพราะเห็นชื่อตั้งแต่อาศรมฯ ต้นๆ และคอยสร้างสีสันให้อาศรมฯ มาตลอด


ทักทายเสร็จ ศาลายา ก็รีบไปทำงานก่อนนะครับ วันนี้ยังบ่มีโคลงต้องขออภัย ...

ชะแว้บ!!!


จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 53 08:24:55
-----------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 87

08.50 น.

๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ..... ดาดาว
เรืองประจำเมืองคราว ...... เฟื่องฟุ้ง
เยื้องย่างชดช้อยราว ........ ธิดา-เทพ อัปสร-นาง
สวรรค์สว่างวางม่านมุ้ง...... นุ่งผ้า 'จี-สตริง' ๚ะ๛ (คริคริ)

๏ เดือนช่วงดวง เด่นฟ้า ดาดาวเรือง
ประจำเมือง คราว-เฟื่องฟุ้ง-เยื้องย่าง
ชดช้อยราว ธิดา-เทพอัปสร-นาง
สวรรค์สว่าง วางม่านมุ้ง นุ่งผ้า'จี-สตริง' ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

09.08 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** ฝน *** *** ... ของ คุณ: หนึ่ง [ ๑ ]

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9333843/W9333843.html#26
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 26

กินไก่กับกลิ่นแก้ม.........นงราม
ขวยขัดขึงเขินขาม..........ขยับเข้า
คืนคึกคร่ำครื้นความ.........คิดใคร่
งอนแง่งัดง่วนเง้า..............เงียบง้องงเหงา --- ฟองไฟ

07.46 น.

๏ จันเจา จั๊กจั่นเจ้า .............. จนใจ
ฉับฉิ่งเฉย เฉไฉ ................. เฉื่อยฉ้อ
เชิงชายชีพ ชูชัย ................. เชยชื่น
ซอมซ่อเซซัง ซ้อ ............... ซัดซิ้มซมซาน

๏ ฌาณ ฌอ เฌอ ชอกช้ำ .... ฉุนเฉียว
หญิงใหญ่ หยอดยาเยียว ...... ญาติโย้
ฎอ เด็ด ดุษฎี เดียว ............. เดี่ยวดับ
ฏอ ติดตัวตอบ โต้ ............... เต่าต้านแต่งฏี(กา)

๏ ฐานที่ โถถ่ายทิ้ง .............. เทธาร
ฑอ ฑาก ฑัณฑ์โทษฐาน ..... แถกถ้อย
เฒ่าแถ ถกธรรมทาน ........... ทวนทุกข์
เณร นาค ณัฐหนุ่มน้อย ........ หน่ายเนื้อนางนวล

๏ ดวลดับ เดือดดุ่มด้น ......... เดียว die
เต่าติดตัวตน ตาย ................ ตกใต้
ถุงถม ถ่ม ถูไถ ................... แถแถก
ทานทบทวน ถ้อยไท้ ........... เที่ยงแท้ไทยทำ ๚ะ๛ (อิอิ)

08.42 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 53 08:41:58
-----------------------------------------------------------



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 53 09:09:53
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:9:45:46 น.  

 
22.47 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ บทจะบ้า จ้า 'บ๊ะจ่าง' ซะ-เลย
เถิดเ-อาเว้ย เอยเว้า-เอาทุกท่า
โคลงสวนกลอน สอนกวน สวนไปมา
นกผีบ้า ผ่า-be done-'กลอนสวนทวารโคลง' ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

22.53 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ อาศรมชาวโคลง ๒๑๙ ๏ ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ..... ดาดาว ๏ ... ของ คุณ: ศาลายา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9325299/W9325299.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 88

น้องญามี่ (y@mie) #82 #83 #84 #86

ไฟแรงจริงๆ
ไฟแรงอย่างนี้น่าจะเป็นผู้เฝ้าอาศรมคนต่อไปนะครับ


#82น้องญามี่เล่น โคลง กอ ไก่ ขอ ไข่ บอกว่า "อ่านเอาความ" อ่านแล้วยังไม่เห็นความเลย (ล้อเล่นน่า อิอิ)
ตกลงจะใช้คำไหน? "คำควบ" "คำกล้ำ" หรือ "คำควบกล้ำ" ? งงกะภาษาเด็กสมัยใหม่จริงๆ เง้อ

#83 นู๋มี่ ... ทั่น (the darkknight) เล่น โคลง-กลอน เด้อ

#84 เป็นโคลงประกอบภาพ ที่ความหมายดี เกลาซักนิด ก็จะงามครับ

#86 ก่อนไปฝากอีกบท แบบ "รกเอก โท ไร้สาระ เอาสนุกค่ะ"5555

พอเอาสนุก กลับแต่งได้ดีกว่า เอาความ แปลกจังคนนี้!


พี่นกโก๊ก #87

ฉับไวมาก เอาโคลง-กลอนมามาเปลือยจนเห็น "จี-สตริง" เลย กึ๋ยๆ

------------------------------

ก่อนไป ขออนุญาต เอามาแปะให้ดูกันเหล้นๆ
หวังว่า การวิจารณ์ของศาลายาคงไม่ทำให้ใครรำคาญนะครับ

-----------------------

เปลเปล้อเรื่องต่อไป . . . บทกวีกับคำวิจารณ์

นิรนามแต่เดิมก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องการวิจารณ์บทกวี
ครั้นได้อ่านวรรณคดีวิจารณ์สองสามเล่ม ก็เห็นร่วมกันอย่างหนึ่งว่า
วรรณคดีที่ว่าทรงคุณค่า สามารถสืบทอดข้ามยุคข้ามสมัย . . . ล้วนแต่ถูกวิจารณ์ทั้งสิ้น
ดังนั้น อย่าว่าแต่ บทกวี ที่ยังไม่ได้ถูกกาลเวลาพิสูจน์คุณค่าเลย ก็ย่อมไม่อาจพ้นจากการถูกวิจารณ์ด้วยเช่นกัน

นิรนามได้อ่านการวิจารณ์วรรณคดีต่างๆ รวมทั้งการวิจารณ์บทกวีในปัจจุบันแล้ว นิรนามก็เห็นสิ่งแน่แท้อย่างหนึ่ง
นั่นคือ . . . บทกวี หนีไม่พ้นคำวิจารณ์ . . .
ต่างกันแต่ว่า คำวิจารณ์ด้านดีด้านเด่นจะมากกว่าด้านด้อยด้านอ่อนมากน้อยแค่ไหน

ในการเลือกสรรกวีดีเด่นของมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีปเมื่อปี ๒๕๑๕ (ในหนังสือบางกอกแก้วกำศรวล)
จะเห็นว่า การคัดเลือกกวีดีเด่น ไม่ได้มีมติเอกฉันท์ . . . หากแต่มีความเห็นต่างดำรงอยู่
กล่าวคือ มีกรรมการบางท่านยกมือให้คะแนนท่านอังคาร และมีบางท่านยกมือเลือกกวีท่านอื่น

ในบรรดากรรมการที่โหวตให้ท่านอังคาร ก็แสดงทัศนะทั้งด้านที่เด่นและด้านที่เป็นจุดอ่อนของงานท่านอังคาร
แต่เมื่อมองในภาพรวมยังมีความเด่นอยู่มาก เพราะจุดด้อยเป็นส่วนน้อยหรือเล็กน้อย เช่น

"ถ้าว่าทางด้านอารมณ์แล้ว อังคารระยะหลังรู้สึกจะนิ่งมากขึ้นด้วย ถ้าวัดจากลำนำภูกระดึงแล้วก็รู้สึกไม่แน่ใจนัก เพราะยังมีความเกรี้ยวกราดและความคิดซ้ำๆอยู่มาก จนเมื่อมาได้อ่านงานชิ้นใหม่นี้แล้ว (บางบทจากสวนแก้ว) จึงเห็นว่า อังคารพัฒนาตัวเองและไปไกลมาก การแสดงออกก็ใหม่ ...
... สรุปแล้ว งานกวีนิพนธ์ของอังคารที่ทำให้เกิดความประทับใจคือ ความลึกซึ้งในเนื้อหาและวิธีการเขียนของเขา จะติก็เพียงยังมีคำซ้ำอยู่มากนั่นเอง" (ความเห็นของ อ.เจตนา นาควัชระ)

ความเห็นของกรรมการบางท่านที่ไม่โหวตให้อังคาร โหวตให้กวีท่านอื่น
"ตนเองที่จริงแล้วก็ยกย่องอังคารมากในฐานะที่เป็นกวีที่เขียนได้ดี ได้ไพเราะ และสามารถทำให้ผู้อื่นคล้อยตามได้เป็นอย่างดี แต่ขอติตรงที่เวลาเขียน อังคารมักเขียนอย่างรุนแรง ไม่กลั่นกรองให้ละเมียดละไม เวลาพูดถึงความหยาบก็พูดออกมาตรงๆเลย ... เรื่องความรุนแรงนั้นกวีมีด้วยกันทุกคน แต่ของอังคารมักจะจะรุนแรงโดยไม่ช่วยระดับจิตใจให้ดีขึ้น คือเวลาเคียดแค้นก็แสดงออกมาตรงๆ แต่ไม่ได้แนะให้ว่าจะทำอย่างไร ความคิดตรงนี้อาจอาจไม่ตรงกับของกรรมการบางท่าน หรืออาจจะเข้าใจไม่ถึงกวีนิพนธ์ของอังคารในแง่มุมต่างๆก็เป็นได้"

ความเห็นของกรรมการบางท่านที่ไม่โหวตให้ผลงานของกวีท่านอื่นบางท่าน
"รู้สึกจะคับแคบในความคิดมาก เพราะพูดซ้ำซากอยู่เรื่องเดียว และไม่มีลักษณะทางสร้างสรรค์หรือกวีที่ดีเด่นได้ เพราะโลกของผู้เขียนรู้สึกแคบเหลือเกิน ซึ่งไม่เข้าข่ายการพิจารณา"

ที่นิรนามยกข้อความในอดีตเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วมา ไม่ได้คิดจะวิจารณ์กรรมการหรือวิจารณ์ท่านอังคาร
หากแต่ต้องการแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ในที่สุดกวีหนึ่งๆ (หรือกวีนิพนธ์)จะได้เป็นกวีดีเด่น
แต่ผลงานก็ถูกวิจารณ์อย่างหลากหลายแง่มุมเท่าที่จะวิจารณ์ได้ ซึ่งมีทั้งการวิจารณ์ทั้งด้านที่ชมเชยและด้านติติง
นอกจากนี้ การตัดสินก็ใช่ว่าจะต้องเห็นเป็นเอกฉันท์เสมอไป อาจมีกรรมการบางท่านเห็นว่าไม่สมควรได้รางวัลก็มี

หมุนเวลาเร็วๆ กลับมาที่สมัยปัจจุบัน ดูการตัดสินงานกวีงานใหญ่อย่างเช่นซีไร้ท์
ก็จะเห็นสภาพไม่ต่างจากตัวอย่างที่ยกมามากนัก กล่าวคือ
งานที่ได้รางวัลซีไรท์ ก็ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางเหมือนกัน ทั้งด้านชมเชยและติติง
บางปีมีการวิจารณ์ผลงานที่ได้รับรางวัลอย่างรุนแรงจนคนอ่านวิจารณ์พลอยหูชาไปด้วยเลยทีเดียว

หรือหากจะอ่านการวิจารณ์บทกวีที่วิจารณ์อย่างสั้นๆ เป็นประจำใน ผู้จัดการรายวันหน้าพิเศษฉบับวันเสาร์
นั่นก็วิจารณ์สั้นๆ แบบสรุปเปรี้ยงเลยว่า เป็นงานที่ "อ่านดี" หรือ "ไม่ค่อยจะดี" ไปเลย

เพราะชานั้น . . . ที่วิจารณ์กันเบาะๆเบาๆในอาศรม ถือเป็นการซ้อมรับคำวิจารณ์ของจริงเวลาเขียนข้างนอกเถิดนะจ๊ะ (ฮิฮิ)
. . . . .


จากคุณ : นิรนาม ณ ถนนฯ - [ 14 พ.ค. 46 20:43:38 ]

จากคุณ : ศาลายา
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 53 09:53:55
ถูกใจ : แสงแรก ประดับดิน, หนึ่ง [ ๑ ], นกโก๊ก
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 90

Should one see a wise man,
Who , like a revealer of treasures,
Points out faults and reproves,
Let one associate with such อะ วัน. ( คำนี้ถูกเซ็น )
Well is it, not ill , associate with such อะ วัน. ( คำนี้ถูกเซ็น ).



ครั้นพบพานท่านผู้ รู้หลาย
หลากวิชชามากหมาย ฝึกให้
ศึกษาสิ่งควรคลาย เคยถนัด
คืออัตตานี่ไซร้ กว่าได้ทองเงิน ฯ

กองโตสินทรัพย์ล้ำ ยามมอง
เห็นถ่องแท้ทั้งผอง แน่นั้น
ว่าค่ามากโข ตรอง ตามท่าน นั่นนา
น่า “ โอ่โห “ เทียบชั้น โผล่พร้อมพิชญ์เรือง- ฤทธิ์เอย ฯ

ครั้นพบพานท่านผู้รู้หลายหลาก
วิชชามากหมายฝึก ให้ศึกษา
สิ่งควรคลาย เคยถนัดคืออัตตา
นี่ไซร้กว่าได้ทองเงินกองโต ฯ

สินทรัพย์ล้ำยามมองเห็นถ่องแท้
ทั้งผองแน่นั้นว่าค่ามากโข
ตรองตามท่านนั่นนา น่า “ oho “
เทียบชั้นโผล่พร้อมพิชญ์เรืองฤทธิ์เอย ฯ



ทำไมถูกกรองคำ ด้วยนะนี่ ภาษาอังกฤษ
แก้ไขนิดหน่อย

แก้ไขเมื่อ 08 มิ.ย. 53 18:53:04

แก้ไขเมื่อ 08 มิ.ย. 53 18:51:36



จากคุณ : นกมีหูหนูมีปีก (the darkknight)
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 53 18:39:08
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 93

21.21 น.

๏ โคลงสลักกลอนเด่นเต้น ..... น้ำนอง
เล่นรักจำหลักลอง ................ คิดให้
เพียงเห็นแอบเหลียวมอง ....... เที่ยวท่อง จำนา
ตรองตรึกคิดนึกใช้ ............... ฝึกได้'ทางกล' ๚ะ๛ (คริคริ)

๏ 'กลทาง'ได้ฝึก ใช้นึก คิดตรึกตรอง
นาจำท่อง เที่ยวมอง เหลียวแอบเห็น
เพียงให้คิด ลองหลัก จำรักเล่น
นองน้ำเต้น เด่นกลอน สลักโคลง ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

22.28 น.

ลองเล่นกลอนกระแทกสวนทวารโคลง ... แห่ะแห่ะ .... เหงื่อแตกซิกเลยคร้าบบบ



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 8 มิ.ย. 53 22:30:59
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:23:21:35 น.  

 
08.50 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ตบจร ตอนจบ ท้าย ........ ถึงโฮ
โครงไก่ ฮูกตาโต .............. ตื่นเต้น
โคแม่ แค่โมโห ................. เอ้ย-แม่ โม้-ฮา
นกห่า หน้าหก เร้น ............. หลบเข้ารูฝัน ๚ะ๛ (คริคริ)

08.58 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** ฝน *** *** ... ของ คุณ: หนึ่ง [ ๑ ]

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9333843/W9333843.html#35
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 35

.

กินไก่กับกลิ่นแก้ม.........นงราม
ขวยขัดขึงเขิน ขาม..........ขยับเข้า
คืนคึกคร่ำครื้นความ.........คิดใคร่
งอนแง่ งัดง่วนเง้า..............เงียบง้องงเหงา --- ฟองไฟ

07.46 น.

๏ จันเจา จั๊กจั่นเจ้า .............. จนใจ
ฉับฉิ่งเฉย เฉไฉ ................. เฉื่อยฉ้อ
เชิงชายชีพ ชูชัย ................. เชยชื่น
ซอมซ่อเซซัง ซ้อ ............... ซัดซิ้มซมซาน

๏ ฌาณ ฌอ เฌอ ชอกช้ำ .... ฉุนเฉียว
หญิงใหญ่ หยอดยาเยียว ...... ญาติโย้
ฎอ เด็ด ดุษฎี เดียว ............. เดี่ยวดับ
ฏอ ติดตัวตอบ โต้ ............... เต่าต้านแต่งฏี(กา)

๏ ฐานที่ โถถ่ายทิ้ง .............. เทธาร
ฑอ ฑาก ฑัณฑ์โทษฐาน ..... แถกถ้อย
เฒ่าแถ ถกธรรมทาน ........... ทวนทุกข์
เณร นาค ณัฐหนุ่มน้อย ........ หน่ายเนื้อนางนวล

๏ ดวลดับ เดือดดุ่มด้น ......... เดียว die
เต่า ติดตัวตน ตาย ................ ตกใต้
ถุงถม ถ่ม ถูไถ ................... แถแถก
ทานทบทวน ถ้อยไท้ ........... เที่ยงแท้ไทยทำ ๚ะ๛ (อิอิ) .... นกโก๊ก

08.42 น.

~ ธารธมธรรมธาตุแท้ ......... ธีรธร
เหนือน่านน้ำเนานอน .......... นึกนั้น
บัวบงก์เบียดใบบอน ............ บานเบ่ง
ปลาปราดเปรียวแปลงปั้น ..... ปลุกปลื้มเป็นไป

~ ไผ่แผงผายผ่ายผ้าย ........ แผ่ผัน
ฝนฝากเฝ้าแฝงฝัน .............. ฝ่าฝ้า
พฤกษ์ไพรพร่องโพยพันธุ์ ..... เพียรแพร่
ฟูเฟื่องฟองฟอกฟ้า ............. ฟ่องเฟื้อเฟื่อเฟือ .... พจน์รำพัน

07.37 น.

๏ ภาพเผือ เภา ภู่ ผึ้ง ........ เพื่อนภา
แม่มอบมาม่ามา ................. ใหม่มื้อ
ยามยากอยู่เยียวยา ............. เย็นย่ำ
รังรักร้อนเร่ารื้อ ................... ร่อนร้องร้าวราน

๏ ลูกหลานลิงแหลกแล้ว ...... หลงเลศน์
หวังเหวิดหวาดวิทย์เวทย์ ....... หวีดเว้า
ศูนย์ศาลศักด์ศรี-เศษ .......... ศอก-ศัพท์
ษิต-ษัฏ-เษม-ศัพท์เศร้า ....... สุ่มสร้าง-ษี-ษา

๏ สะสมส่วนเสี่ยง เส้น .......... สายเสีย
หวนหก หักหอกเหีย ............. หื่นไห้
อ่างอี่งโอด เอียะเอีย .............อวบอิ่ม
ฮ่าฮ่า ฮูกฮก ไฮ้ .................. ฮื่อฮื้อฮูโฮ ๚ะ๛ (อิอิ ... นกโก๊กจบกัน)

08.32 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 9 มิ.ย. 53 08:38:19
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:8:58:33 น.  

 
19.16 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ พันทิพต๋อย ถ้อยตีบ ถีบไม่ออก
ต้องเล่นบล็อก ล็อคเบน เข็นขึ้นฟ้า
วัคซีนตอก ซอกตีน เกี่ยวบินมา
บ้านก่อนรา การ่อน กลอนโคลงเคลง ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

19.27 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ อาศรมชาวโคลง ๒๒๐ ๏ ๏ จรูญจรัสรัศมีพราว พร่างพร้อย ๏ ... ของ คุณ: ศาลายา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9346694/W9346694.html
-----------------------------------------------------------

ไม้บรรทัดที่ ๔ กลบท ๒ ชนิด

อักษรสลับ+กินนรเก็บบัว

18.05 น.

๏ คำอำค่ำอำค้อน .... เอียงคอ <-------------------- บาทโคลงอำแทนเอก
ไม้ขัดหม้อขัดหมอ ... แข่งโม้ <--------------------- บาทโคลงรกโท
แน่ะติดนี่ติดหนอ ...... ตีน่า ตายแน <--------------- บาทโคลงเอกโทษโท-หนี้-หน้า
โทษนั่นโทษนี่โถ้ ..... โทษเหน้าโทษหนอง ๚ะ๛ <- บาทโคลงโทโทษเอก-โธ่-เน่า (แง่มแง่ม)

18.32 น.

-----------------------------------------------------------

กำ ... PANTIP.COM

ด้วยเว็บ Pantip.com-Cafe จะทำการแก้ปัญหาทางด้านเทคนิค จึงจำเป็นต้องงดให้บริการชั่วคราว
ในช่วงเวลาประมาณ 18.00 - 19.00 น. ของวันพุธที่ 9 มิ.ย. นี้ ขออภัยในความไม่สะดวกครับ

ระหว่างนี้ท่านสามารถใช้งานเว็บไซต์ในเครือได้ตามปกติ
Tech Exchange
Pantipmarket.com
Pantown.com
Bloggang.com
Chat Room
ใหม่ล่าสุด !!! เกมทายผลฟุตบอลโลก 2010

ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเว็บ Pantip.com มาโดยตลอด
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:19:28:14 น.  

 
หวัดดีพี่ใหญ่
โดนยึดพาสปอร์ต30วัน
ยังไม่ครบนิ
เลยโพสบ่ได่ เด้อ 55

O ฝน,ปรอยปรอยตกครั้งหลายจังหวะ
ตามสาระหลากมุมคือชุ่มฉ่ำ
เสริมลมป่าฝนโปรยเพื่อโรยบำ-
บวง,เพลงร่ำบอกคืนที่ตื่นตา

O คือ..คืนเริง..ไอรัก..ที่อุ่นลึก
ในยามดึก ยลโฉมประโลมฝ่า-
ฝันร่วมทางเราถวิลเพื่อจินตนา
ในคืนป่าฝนพรำที่ฉ่ำใจ



โดย: คนสาธารณะ วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:0:13:32 น.  

 
08.40 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ผวนบ่น ผลบ้วนน้ำ....................... คำคิด
เสียงผิด สิทธิ์เพียงจิต ..................... ผิดเพี้ยน
นวลพลั้ง นั่งผวนบิด ........................ ผิดกระ-บวนใด
ผิดกระหม่อม พร้อมกระมิดกระเมี้ยน ... มอบไม้เท้ายัน

๏ เพื่อนกัน ผันเกลื่อนกลุ้ม ............... กลัวใจ
อ๋องร่าย อ้ายรองไย ........................ ยากย้อน
กลับถิ่น กลิ่นทัพไถ ......................... นาพ่อ
ปลูกเพาะ เปลาะผูกซ้อน ................... ทรัพย์ข้าวในนา ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

08.58 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** ฝน *** *** ... ของ คุณ: หนึ่ง [ ๑ ]

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9333843/W9333843.html#35
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 41

07.35 น.

กลโคลงผวน 'พยัคฆ์ย่องยามสาม' (ผวนคู่คำสามคู่ในแต่ละบาทคำกลโคลง)

๏ เจตน์นำ จำเนตรจ้าว......... น้าวเจตน์
พลั้งดุ่ม พุ่มดั้งเพศ ............. เดชพลั้ง
ห่าแดก แหกด่าเหตุ ............ เดชห่า
เย้าคู่ อยู่เค้ายั้ง .................. คลั่งเย้าคำหยัน

๏ จิตปั่น จั่นปิดจ้อง ............ ป้องจิต
บ้าจุก บุกจ้าบิด ................. จิตบ้า
ทรัพย์คู่ สู่คลับศิษย์ ........... คิดศัพท์
เล่าผ่อน ร่อนเผ่าล้า ............ ผ่าเหล้าเพิ่มแรง

๏ ผันแกร่ง แผงกลั่นเพ้อ .... เก้อผัน
ยั้งคู่ อยู่ครั้งยัน.................. คั่นยั้ง ------>(คั่น เอกโทษโท ขั้น)
หวาดคิด หวิดฆาตวัน .......... คันหวาด
ร้องเป่า เหล่าป้องรั้ง ........... ปลั่งร้องเปลืองหลาย

๏ ใครเล่า เขาไร้ค่า .............. ล่าใคร
จ้างคิด จิตข้างใจ ................. ใคร่จ้าง
เปล่าค่า ป่าเข้าไป ............... ไขเปล่า
คว้ากระจับ ควับกระจ่าคว้าง ... กระจ่างฟ้ากระจายฝน ๚ะ๛(คริคริ)

08.28 น.



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 10 มิ.ย. 53 08:31:59
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:9:00:24 น.  

 
10.06 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ กู้คำ กรรมคู่สร้าง .......... คู่สม
เขี้ยวกุด ขุดเกลียวกลม ..... เกลื่อนกลิ้ง
โตงแข่ง แต่งโคลงขม ....... ขื่นขัด
กันใหญ่ ไก่ยันปิ้ง ............. ยิ่งปล้ำยิ่งเป๋อ ๚ะ๛ (อิอิ)

10.12น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#80
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 80

09.41 น.

๏ เล่นพอ รอเพ่นบ้าน ....... โคลงผวน
รอพ่น รนพ่อครวญ .......... ค่ำเช้า
รอเผ่น เล่นผอผวน .......... หวนหก
แรงจ่อ รอแจ้งเจ้า ........... นกเฝ้าสวนคอย ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

09.53 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** ฝน *** *** ... ของ คุณ: หนึ่ง [ ๑ ]

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9333843/W9333843.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 43

09.21 น.

(กลโคลงผวนเลือกคู่เล่นคำ ตามที่เห็นสมควรฮา)

๏ ฝน - ไล่ช้าง ล้างใช่ ............ไขว่ลน-ลานเวย
ปรอย - หล่นคำ ร่ำคน ............ ป่นร้อย
ฝอย - ป่นย่ำ ปล้ำยล ............ ฝนปล่อย-น้ำตา
ปรน - กร่อยเหี่ยว เกี่ยวห้อย .... ปล่อยก้นรับหวาย-เรียวครู เเลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

09.33 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ อาศรมชาวโคลง ๒๒๐ ๏ ๏ จรูญจรัสรัศมีพราว พร่างพร้อย ๏ ... ของ คุณ: ศาลายา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9346694/W9346694.html#46
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 46

09.00 น.

๏ ตู - ร้าย ตายรู้แน่ ............ แท้จริง
กลัว - พ่อ ก่อ poor ลิง ........ ค่างล้ม
ตัว - แม่ แต่มัวขิง ............... ภาระ-ยันเต
กู - เล่า เก๊ารู้ ก้ม ................ น่าเลี้ยงหมาแมว ๚ะ๛(คริคริ - น่า เอกโทษโท หน้า)

09.15 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 09:13:41
-----------------------------------------------------------
แก้ไขเมื่อ 11 มิ.ย. 53 09:46:44



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 09:32:11
----------------------------------------------------------

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 09:57:20
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 11 มิถุนายน 2553 เวลา:10:13:01 น.  

 
20.02 น.

กะนอนลงกลอนค่ำ<>กระหน่ำลงกลอนคลอน

๏ คำคู่ใจ ใครจู้ จี้ถูไถ
ออดอ้อนใคร ไอค้อน งอนป่องนั่น
รู้กรรมคน กลคำ ความเพ้อฝัน
เช้ายันค่ำ ย่ำขัน ปั่นคำกล ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

20.12 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** สติ *** *** ... ของ คุณ: y@mie

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9354202/W9354202.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 10

วิถีกลบทโคลง เหมือนวิถีเล่นคู่คำกล ... คำกลสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนกลมากมายนักหรือ

วิถีคำไทย เป็นวิถีคำง่ายๆ เริ่มจากคำโดด ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายเด่นชัด

วิถีการเลือกคู่คำมาเล่น เหมือนวิถีเลือกคู่สร้างคู่สม ... คำคู่สร้างคู่สมซับซ้อนซ่อนเงื่อนงำมากมายนัก

อดนอน -- สื่อความหมายว่า --- ไม่ได้นอน ... เราตีความกันแบบไหนนิ
อดตาย -- สื่อความหมายว่า --- ไม่ได้ตาย ... เรา-ตีความ*ตามฟรี-หรือ

คำคู่*คู่คำ ... สลับหน้าสลับหลัง ... ผันผวนป่วนปั่นสลับซับซ้อนมากมายหลายชั้นหลายเชิงนัก

วิถีคำคู่สร้างคู่สม ... ส่งผลให้วิถีคู่ของคนเราสับสนวุ่นวายจริงหนอ

-----------------------------------------------------------------------------
รักจะเล่นโคลงกลบท ... ขอลองแบบสุดๆ ไปเลยจั๊กหน่อยแน้
-----------------------------------------------------------------------------

ขอเล่นด้วย โคลงกลบทกินนรเก็บบัว+ตลบนกกลางหาว

17.10 น.

๏ ยวน คู่ยั้ง คู่ย้อน ........... คู่ญาติ คู่ยา
คิด แม่ขลาด แม่ฆาต ....... แม่ค้อน
ค้อนแม่ ฆาตแม่ ขลาด ..... แม่คิด
ยา คู่ญาติ คู่ย้อน ............ คู๋ยั้ง,คู่ยวน ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

17.30 น.

แก้ไขเมื่อ 11 มิ.ย. 53 17:49:01



จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 17:46:27
ถูกใจ : หนึ่ง [ ๑ ]

***

ความคิดเห็นที่ 12

-----------------------------------------------------------
รักจะเล่นโคลงกลบท ... ขอลองแบบสุดๆ ไปเลยจั๊กหน่อยแน้
-----------------------------------------------------------

ขอเล่นด้วย โคลงกลบทกินนรเก็บบัว+ตลบนกกลางหาว

17.10 น.

๏ ยวน คู่ยั้ง คู่ย้อน ........... คู่ญาติ คู่ยา
คิด แม่ขลาด แม่ฆาต ....... แม่ค้อน
ค้อนแม่ ฆาตแม่ ขลาด ..... แม่คิด
ยา คู่ญาติ คู่ย้อน ............ คู๋ยั้ง,คู่ยวน ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

17.30 น.
จาก คุณ : นกโก๊ก

ติดตามมาตลอดต้องยอมครับ คุณนกสร้างสรรค์สุดๆ

~ ไพรนกพร้อมนกพร้อง ........ นกพลอด นกพ่อ
เทียบคู่ถอดคู่ทอด ................ คู่ท้อง
ท้องคู่ทอดคู่ถอด ................. คู่เทียบ
พ่อนกพลอดนกพร้อง ............ นกพร้อมนกไพร

พจน์รำพัน

.

จากคุณ : หนึ่ง [ ๑ ]
เขียนเมื่อ : 11 มิ.ย. 53 18:50:24
: นกโก๊ก
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 11 มิถุนายน 2553 เวลา:20:14:29 น.  

 
12.30 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ อดกิน อินกฎ-เจ้า ....... นาย-กัน
ท่าแดก แทกด่ายัน ........ yes แหม้
เป็นหลัก ปักเลนดัน ........ หลุด-ยาก
จน-หมด จดมนต์แก้ ....... แค่กู้มากิน-กันเท่านั้นหรือ แลนา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

12.38 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** สติ *** *** ... ของ คุณ: y@mie

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9354202/W9354202.html#23
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 21

.

สำหรับโคลงสี่สุภาพ
กลบทที่ซ้ำคำ แบบคำเว้นคำ โดยกำหนดตำแหน่งก็มี กินนรเก็บบัว ซ้ำคำ ๒ - ๔
ยังไม่เห็นกลบท ที่กำหนดให้ซ้ำคำ ๑ - ๓ หรือ ๔ - ๖ .. จะลองเล่นดูก็ได้นะครับ

แต่ลอง " นกกางปีก ( แบบที่ ๑ )" ท่านอาจสนุกอย่างมีอิสระเหมือนโบยบิน
เพราะเป็นกลบทที่ซ้ำคำแบบ คำเว้นคำ ในทุกบาท โดยไม่กำหนดตำแหน่ง


~ ดาวเอยดาวดาษเรื้อง ..... ราตรี
แลต่างแสงต่างสี .............. ส่องสล้าง
ราวสว่างทุกที .................. ทุกที่
แท้มากบ้างน้อยบ้าง .......... บอดรู้ดาวเอง

พจน์รำพัน

.

แก้ไขเมื่อ 12 มิ.ย. 53 12:19:39



จากคุณ : หนึ่ง [ ๑ ]
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 10:12:21
: นกโก๊ก



ความคิดเห็นที่ 22

" นกกางปีก " แบบที่๑ (น้องมี่บอก อิอิ) ลองเล่นครับ



~ ดาวเอยดาวดาษเรื้อง ..... ราตรี
แลต่างแสงต่างสี .............. ส่องสล้าง
ราวสว่างทุกที .................. ทุกที่
แท้มากบ้างน้อยบ้าง .......... บอดรู้ดาวเอง

พจน์รำพัน

.

สาวเอยสาวช่างพร้อม ..... งามตา
ให้ห่วงให้ใจหา.............. บ่อยครั้ง
ครายามห่างทุกข์คา ..........ทุกข์แน่น
ใจบ่เคยกล้ารั้ง.................คาดรั้งชีพวาย
ฟองไฟ.


แก้ไขเมื่อ 12 มิ.ย. 53 12:08:26

จากคุณ : ฟองไฟ
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 12:07:29
ถูกใจ : หนึ่ง [ ๑ ], นกโก๊ก



ความคิดเห็นที่ 23

ลองมาเล่น " นกกางปีก " ... บินร่อนถลาหาอาหารกิน

วิหคมันต้องผกผิน บินป่วนปั่นผันผวนกันทำไมนะนี่ ... อ๋อ ที่แท้ท่าบินไล่จับแมลงกินนี่เอง ... อิอิ

11.43 น.

๏ สตางค์ผลิ สติพลั้ง ........... สตางค์เผลอ
จ่ายหนัก จักหน่าย เกลอ ....... จ่ายกลุ้ม
นวลผก นกผวน เจอ ............. นกจิก
คำซ่อน คอนซ้ำ คุ้ม ............. นกเค้นคำผวน

๏ คำป่วน ควรปล้ำ จาก ......... ป่วนใจ
ไร้สติ ริสไตร๊ค์ ไย ............... สติยั้ง
ผวนคิด ผิดควร ไป ............... คิดปรับ
คำใหม่ ใครหม่ำ ตั้ง .............. สติแล้วหม่ำเลย ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

12.16 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 12:20:42
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 12 มิถุนายน 2553 เวลา:12:39:17 น.  

 
19.30 น.

๏ ปรองดอง-เน่า เป้าดอง-หนองน้ำแห้ง
อัด-งบแบ่ง แอ่งงบ-bud ซบแหม่ม
ทิ้ง-คนป่า ท่าคน-ปิ้งป่นแหนม
อยู่เมือง-แช่ม แย้มเมือง-ชูเรื่องกิน

๏ ข้าว-ขาดน้ำ คล้ำขาด-น้าวบาทย่ำ
หยุดปลูกซ้ำ ย้ำปลูก-ทรุดทุกถิ่น
น้ำ-เลี้ยงเมือง เนืองเลี้ยง-หม่ำเกลี้ยงสิน
ทรัพย์ในดิน สินใน-ดับไทยโว้ยยย! ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

20.02 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#85
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 82

testing

๐ คงแว่วเพลงวาดฝันคืนพรั่นพฤกษ์
ลมแรงดึกล้อมป่าเป็นห่าใหญ่
บ้างแรงพักเบาหย่อนเพื่อผ่อนใบ-
ลู่พรมไหวเริงเหวี่ยง..ด้วยเสียงรัว.......(บางบริบท..ในคืน..ฝน)

*********************

เย้........
โพสได้แล้วขอรับ
ต่อไปจะไม่โพส
- รูปคนหล่อให้ตาเหล่
- รูปคนพูดแล้วแลบลิ้นเหมือนงู
- รูปคนปากห้อย
- รูปคนหัวหมุ
- และรูปอำหมา ด ทอละลาด
ทั้งหลายทั้งสิ้นแล้วขอรับ อิอิ
แต่จะโพสแต่รูปสาวๆสวยๆ (ในสายตาเรา อิอิ)


จากคุณ : คนสาธารณะ
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 01:59:02
ถูกใจ : นกโก๊ก


ความคิดเห็นที่ 83

08.50 น.

๏ รวยหม้อ รอม้วย ฮ่า ...... ห้าฮา
ว่ากะไอ ไวกา ................ อะกร้า
หมอลาก มาร์ครอ ยา ....... โด่ไม่-รู้ล้มโวบ
รอนิ ริหนอ ข้า ................ ว่าแล้วลืมผวน ๚ะ๛ (อิอิ)

09..05 น.

ลูกหมามันจะเกิด ก็ปล่อยให่มันเกิดไปเด๊อ
อย่าไปห้ามมันเล้ย อ้ายรอง ... เด๋วหมัดคู่ทุกข๋คู่ยากก็รุมกัดมันตายเองแร่ะ


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 09:17:05
ถูกใจ : คนสาธารณะ


ความคิดเห็นที่ 84

รวยมาร์ค ลากหมวย, หม้อ..........แมลงตรึม
ตอมหึ่ง ตึงหอม, ซึม..................ดั่งส้วม
ยามฝนหม่นเมฆครึม..................คืนป่วน
ดังส่งเมืองกลบ*ถ้วม.................ถั่งขี้โคลนเหลว ฯ

หวัด ดอ อี ดี พี่ใหญ่(นก(โก๊ก)พี่ใหญ่) อิอิ อย่าคิดหลายชั้น
มันไม่ใช่กลบท ขอรับพี่น้อง 555

แหมคันมือมานาน

ไงๆจะมาช่วยตั้งกระทู้ให้คึก เร็วๆนี้ นะขอรับ อิอิ



จากคุณ : คนสาธารณะ
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 10:39:23
: นกโก๊ก


ความคิดเห็นที่ 85

18.52 น.

๏ ใกล้ร้อย ก้อย-ไร้ร่อง ............ รอย-รอ
ทู้ใหม่ ไถ่-หมูยอ ..................... ลาบก้อย
ผักลวก พวกลักขอ .................. ไปหมด
ซีฟูด สูตรฟรี ข้อย ................... หยอดน้ำเกลือแหล

๏ รอแม่ แลหม้อหวด ................ ดำปี๋
จานคว่ำ จ้ำขวานตี ................... เขียดปิ้ง
ย่างไฟ ใหญ่ฟางมี ................... ควันจับ หอมโวย
จิ้มพริก จิกพริ้มกลิ้ง ................. ยอดข้าวกลั้วคอ

๏ รอหม่ำ รำหม้อเล่น ................ ลูกเดียว
พอเร่ง เพ่งรอ-เขียว .................. ขาด-น้ำ
เงิน-ดับ งับเดินเซียว ................. ซีดซูบ
ดำแกร่ง แดงก่ำปล้ำ ................. อัดหน้าเเหลืองอ๋อย ๚ะ๛ (อิอิ)

09.31 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 12 มิ.ย. 53 19:30:50
----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 12 มิถุนายน 2553 เวลา:20:12:29 น.  

 
06.57 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ว่อนกัน วันก่อนแกล้ง ........... กิ๊กก๊อก
ป้าน bird เปิดบ้าน blog ........... บ่ได้
เซ็งเป็ด เสร็จเป็ง knock ........... นกป่า
ไข้หวัด ขัดไว้ ใช้ ................... กฎ 'เศร้า out ฉุน'

๏ ใครวุ่น ขุนไว้กัด ................. ใครกัน
อำนาจ อาจนำวัน ................... พลาดล้ม
ใช่เล่น เช่นไล่ฟัน ................... กันมั่ว
ชั่งแหม่ม แช่มมั่งต้ม ............... ย่างปิ้งตามสบาย

๏ เช้าสาย ชายเศร้าแถก .......... ไถงาน
ใช่มั่ว ชั่วไม่นาน ..................... เหงื่อเยิ้ม
คนบ้า ค่าบนบาน .................... ศาลกล่าว
ก็แค่ แก้เคราะห์เคลิ้ม .............. หลับค้อนคืนแหล ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

07.29 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 89

16.10 น.

๏ รออู้ รูอ้อ-เสร็จ ................. ศูนย์อับ-เฉากู
รอเพ่น เล่นพ่อ ดับ ................ แดกข้า
ป้านบิด ปิดบ้าน งับ ................ สลักล็อค กุญแจแล
บังพล่าน บ้านพัง บ้า .............. แหม่มบล้อกบ้านตู ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

16.29 น.

-----------------------------------------------------------
การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวนี้ ถูกระงับเป็นการชั่วคราว

โดยอาศัยอำนาจตาม

พระราชกำหนดการบริหารราชการ

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

ตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
----------------------------------------------------------



จากคุณ : นกโก๊ก
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:7:31:00 น.  

 




ดีใจด้วยพี่ใหญ่ที่โพสได้
อ้ายรองมาช้าไปนิดขอรับ
ขออำไพด้วย555


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:9:28:31 น.  

 
09.25 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ ขับร่ำ ค่ำหลับล้ม ........... ลืมบิน
รวยร่ำ ร่ำรวยริน ............... รับน้ำ
ฝนฝึก ฝึกฝนกวินทร์ ......... กระวีกระวาด
ปักกวาด ปราดฟัดปล้ำ ....... ป่นปี้กวีกู ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

09.32 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

*** *** สติ *** *** ... ของ คุณ: y@mie

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9354202/W9354202.html#46
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 46

08.56 น.

๏ ผลิสตังค์ พลังสติ สร้าง ........... สับสน
สติพ่อ สะตอผลิ ผล .................. ดอกห้อย
เป็นพวง ป่วงเพ็ญ ชน ................. ชอบกลิ่น ฉุนแล
ฉุนหนัก ชักหนุน-ต้อย ................ ติ่ง-น้ำแตกตัว

๏ ยั่วสติ ยิซะตั้ว ........................ ตัวยวน
มอบสติ มิ stop ดวล .................. ดับดิ้น
ริสตึ ฤ สติ ผวน ........................ ป่วนปั่น
สตางค์จิ สติจาง-สิ้น ................... kid-สร้างทรัพย์เผือ-เพื่อผู้ใด แลนาบารนี ๚ะ๛ (คริคริ)

09.17 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ อาศรมชาวโคลง ๒๒๐ ๏ ๏ จรูญจรัสรัศมีพราว พร่างพร้อย ๏ ... ของ คุณ: ศาลายา

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9346694/W9346694.html#95
-----------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 95

08.26 น.

๏ ฝากแมะ แขวะ mark ทึ้ง ............ ถล่ม-เถียง นา-แล
นาไร่ ในหล้า เพียง ....................... เรียก-น้ำ
ใจ-แหม่ม แจ่มไหม เสียง ............... ฝน-สาด
ห่า-ใหญ่ ให้หญ้า ช้ำ ..................... ชอกฟื้นคืน-ฝน

๏ ฟ้า-หล่น ฝนล่า ข้าว ................... โหยหา
ช้าเน่า ชาวนา ตา .......................... เหลือกค้าง
น้ำปาก นาคปล้ำ-นา ...................... วา-เหาะ รัว-ฤๅ (เหาะรัว : หัวเราะ)
ฝากถ่าย ฝ่ายถาก สร้าง ................. ทรัพย์ล้วนปากแหล ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

08.46 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

๏ บ้านโคลงผวน [ ๒๙ ] ... รอ ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9151717/W9151717.html#93
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 93

08.08 น.

๏ หลงห้อ รอฮ้ง เห่า ................... ห้องราช เดินนำ
รอเหอะ เลอะ หอปราชญ์ ............. ป่วนไส้
รอเทือก เลือก ทอทาส ............... ถูกกด
รอกฎ ลด กอใกล้ ...................... หมดแล้วกฎหมาย-กลาย,กาย,guy-หมด เลยนาบารนี ๚ะ๛ (แง่มแง่ม)

08.16 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ห้องราชดำเนิน

๏ ... ครกแตก แขกตกห้อง - ราชดำ-เนินฮา ... ๏ ... ของ คุณ: นกโก๊ก

//www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9369299/P9369299.html
-----------------------------------------------------------

๏ ... ครกแตก แขกตกห้อง - ราชดำ-เนินฮา ... ๏

07.30 น.

๏ ครกแตก แขกตกห้อง .............. ราชดำ-เนินฮา
มั่วสาก 'mark' สั่วยำ .................. ญาติยิ้ม
เลือกเถอะ เลอะ 'เทือก' ทำ ......... ทางรอด
แต๊หน่าย ต๊ายแหน่ ซิ้ม ............... ส่ง 'ลิ้ม' หวอ 'ปอ-เต็กตึ๊ง' มาช่วยดึงกลับได้ไหมนา บารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

07.41 น.

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 16 มิ.ย. 53 07:44:29 A:110.49.205.132 X:
-----------------------------------------------------------------------------
เรียนท่านสมาชิก

ก่อนอื่นต้องขออภัยในความไม่สะดวกต่อทุกท่านอีกครั้ง ที่ปิดบริการโต๊ะราชดำเนินไปเป็นเวลานาน การที่เราทิ้งเวลาไว้นานเช่นนี้ ก็เพราะคิดว่าหากมีการเปิดขึ้นมาใหม่ ควรต้องมีอะไรที่ต่างไป และต้อง เป็นอะไรที่ไม่ทำให้สถานะการณ์มันย้อนกลับไปที่เดิม

วันนี้เราจึงขอนำเสนอโต๊ะราชดำเนินแบบใหม่ เป็นโต๊ะราชดำเนินที่ยกระดับจากพื้นที่ชุมนุมเป็นพื้นที่อภิปราย แบบเดียวกับในสภา

โต๊ะราชดำเนินแบบใหม่นี้ จะเป็นพื้นที่ซึ่งเปิดให้ท่านที่ต้องการแสดงความคิดเห็น สามารถเขียนเป็นบทความอภิปราย ของท่านให้เพื่อนๆอ่านได้ วันละ 1 บทความ ส่วนท่านผู้อ่านจะเห็นด้วยหรือต้องการโต้แย้งจะไม่สามารถเขียน ต่อด้านล่างโดยตรงแบบเดิมได้ แต่ท่านต้องโต้แย้งหรือสนับสนุนด้วยการเปิดบทความอภิปรายของท่านเองขึ้นมา ซึ่งก็เขียนได้วันละ 1 บทความเช่นกัน

ทั้งนี้หากท่านถูกใจกับบทความอภิปรายของเพื่อนสมาชิกท่านใด ท่านก็สามารถให้ Give เพื่อเป็นกำลังใจ กับบทความอภิปรายนั้นได้เช่นเดียวกับการให้ Give ผู้เขียนกระทู้ตามปรกติ

เขียนข้อความอภิปรายของท่านคลิกที่นี่
-----------------------------------------------------------


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 16 มิ.ย. 53 08:19:22
-----------------------------------------------------------


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 16 มิ.ย. 53 08:43:54
-----------------------------------------------------------

จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 16 มิ.ย. 53 09:18:47
-----------------------------------------------------------


โดย: นกโก๊ก วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:9:33:04 น.  

 
ข้อความดังกล่าวคือ จขบ.ได้อ่านตอนเปิดบล๊อก
wm.ช่วยแจ้งทาง จขบ. ด้วยขอรับว่าจากสาเหตุอะไร
ในเนื้อหาที่ห้ามเพราะ จขบ. ไม่ทราบขอรับ

---------------------------------------------------------
การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวนี้ ถูกระงับเป็นการชั่วคราว

โดยอาศัยอำนาจตาม

พระราชกำหนดการบริหารราชการ

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

ตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
-----------------------------------------------------------

๐ เพลงรักต่อ..ตรึงหลัก...พร้อมปักปิด
ที่ว่างมิดเติมใหม่เพื่อใฝ่ฝัน
สู่โลกสวยรุ้ง-ฝนระคนกัน
ต้องหวิวสั่นไหวส่วนทุกถ้วนตัว...........




โดย: คราซน..ของ.. (คนสาธารณะ ) วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:7:25:56 น.  

 
08.36 น.

๏ รวนหม้อ รอม้วน กลับ .......... บ้าน blog
รอเบ่ง เร่งบอ บอก ................. แหม่มห้าม
บ่เร่ง เบ่งรอ ดอก ................... คว้าเพื่อน
ฝากแปะ แขวะปาก ด้าม .......... หอกกระทุ้ง 'ศูนย์อับเฉา' ๚ะ๛ (อิอิ)

08.44 น.

เช้านี้ ข้อย 'กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น' บ่ได้แหลอีกแร่ะ
-----------------------------------------------------------
การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวนี้ ถูกระงับเป็นการชั่วคราว

โดยอาศัยอำนาจตาม

พระราชกำหนดการบริหารราชการ

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

ตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
----------------------------------------------------------

ใครเปิดบ้านบล้อกตูได้ ... ช่วยเอาโคลงโล้โต้คลื่นชุดนี้ไปเก็บไว้ในวัคซีนหวัดนกทีโว้ย

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

ท้าทายความสามารถ ภาพธรรมชาติกับกลอนสิบแบบสองคลื่น ... ของ คุณ: แสงแรก ประดับดิน

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9371208/W9371208.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 16

ลองเล่นจังหวะแปลกใหม่ที่อาจไม่เหมือนใครเค้าหน่อยน้า

กลอน-แปด-เก้า-สิบ-ไม่รู้ว่าเข้าหลัก 'ฉันทลักษณ์' กี่ลูกคลื่นคร้าบบ

07.16 น.

๏ กลอนแปดสุ-ภาพภู่ ภาพครูกลอน
สร้างสลัก อักษร อักขระถ้อย
สุภาพนำ คำทอง คำกรองร้อย
ปูทางน้อย ลอยเลื่อน ลอยเคลื่อนคำ

๏ กลอนเก้าขั้น เก้ามั่นก้าว เก้าดั้นไป
รอดทางใด ทางไหนสร้าง ทางนั้นซ้ำ
ส่งใจฝัน ใจท่านใส่ ใจมองธรรม
ใส่คำกลอน คำสอนนำ คำครูเตือน

๏ กลอนนับสิบ นับสิบนับ คำนับตัดสิน
เป็นตายสิ้น ตายดิ้นตาย ดีตายร้ายเกลื่อน
หนึ่งคลื่นสอง คลื่นสามคลื่น สี่คลื่นขืนเคลื่อน
ล่องลอยเหมือน ลอยเลื่อนลอย ใจลอยตามลม ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

08.07 น.


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 17 มิ.ย. 53 08:21:47
-----------------------------------------------------------------------------


ราตรีสวาท ขอรับพี่ใหญ่ อิอิ




โดย: คนสาธารณะ วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:23:53:21 น.  

 
08.07 น.

๏ แท้กรรม ทำแก้ มั่ว ......... กลัวมัน
ธรรมนั่น ทั่นนำ กัน ............ ก่อนแก้
กรรมน้อย กร่อยนำ ฝัน ....... ไม่มั่น คงฤๅ
ทำใหญ่ ไทย ย่ำแหย้ .......... ที่แท้ท่านเห็น-ธรรมมาภิบาล ตุลาการภิวัฒน์ หรือวิบัติ แลนาบารนี ๚ะ๛ (ฮี่ฮี่)

08.13 น.

-----------------------------------------------------------
จากกระทู้ถนนนักเขียน (บทกวี)

.... " ปั่นป่วน .. ทางธรรม " ... ของ คุณ: sarasiri

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W9365429/W9365429.html
-----------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 5

07.31 น.

๏ ขอเพียงเล่น เพ็ญเลี่ยง รำเคียงข้าง
หากห่างไว้ ให้ว่าง วางที่ไหน
ให้คำหนึ่ง ขึ้งนำ คำป่วนใจ
หากใกล้ดับ กลับได้ ดีให้ธรรม

๏ ศูนย์อับเฉา เอาฉับ หับบ้านนก
ลามกผวน มวลผก ผันหกคว่ำ
เป็นเก้านำ กรรมน้าว เข้าตารำ
ตำราจำ รำจา-รนัยตรอง

๏ เล่นทำแก้ แท้กรรม ทำเราป่วน
รู้กันม่วน กวนมั่น ดันหมางหมอง
ชี้ทางแก้ แท้กลาง ทางปรองดอง
กลับไล่ถอง ร้อง 'ไท' ก่อการร้าย-ทำลายความมั่นคงเจ้านายฤๅ แลนาบารนี ๚ะ๛

07.54 น.

-----------------------------------------------------------------------------
สิทธิ์เสรีภาพในการฝันหาทางอยู่รอด ... เป็นพิษเป็นภัยแก่ใครหรือ
หรือว่า ... พวกท่านมีสิทธิ์ฝันหาทางอยู่รอดเพียงพวกท่านเท่านั้นแล

มีอำนาจล้นฟ้า ... บ้านนอกคอกนาไร้อำนาจวาสนามาต่อรอง
ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ... พันทิบ ถีบขวัญหาย ... นกผีเข้าบล้อกบ้านไม่ได้

นกผีชั่วร้ายนักหรือ
-----------------------------------------------------------------------------
การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวนี้ ถูกระงับเป็นการชั่วคราว

โดยอาศัยอำนาจตาม

พระราชกำหนดการบริหารราชการ

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
-----------------------------------------------------------------------------

แก้ไขเมื่อ 18 มิ.ย. 53 08:01:02


จากคุณ : นกโก๊ก
เขียนเมื่อ : 18 มิ.ย. 53 07:58:14
-----------------------------------------------------------------------------


โดย: คราซน ฯ IP: 110.164.163.235 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:10:15:31 น.  

 
06.21 น.

กะตื่นเช้าโล้โคลงเคลง<>กะเตงเช้าโล้โคลงขื่น

๏ เช้ามา ชา-เม้า จิบ ....... ชา-กา แฟ-แล
แฟล์ดับ ควับแด ฮา ....... บ่ได้
แท้ฟรี ที่แฟร์ หา ........... ได้บ่
เช้ามืด ชืดเม้า ไฮ้ .......... ไม่เม้าเจ้าเย็น-ชาฤๅแลนาบารนี ๚ะ๛ (แฮ่แฮ่)

06.39 น.

-----------------------------------------------------------
ขอบคุณหลายเด๊อ ... อ้ายรอง 'สองต้องห้าม' ... คู่คำผวนผัน*คัน คำผวน ผู้ ... ผู้ใดห้ามหรือ

ใกล้ถึงวันสุนทรภู่พ่อครูกลอน ... วอนกวีใจระวังมือที่มองไม่เห็นแล

ถูกเตือนครั้งที่หนึ่ง-หนึ่งพึงประสงค์อะไรไม่รู้-โดนไปหนึ่งวัน

ถูกเตือนครั้งที่สอง-สองวัน-คำผวนผันในภาษาไทยเราต้องถูกห้ามเรียนรู้ฤๅ
-----------------------------------------------------------



โดย: นกโก๊ก วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:7:03:14 น.  

 

เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ พี่นกฯ

มีความสุขมาก ๆ เช่นกัน รักษาสุขภาพนะครับ


โดย: เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง วันที่: 20 มิถุนายน 2553 เวลา:7:59:20 น.  

 
Wow! After all I got a weblog from where I be able to truly obtain useful facts regarding my study and knowledge.
cyber monday deals uk //www.eddiemotorsports.com/wp-content/uploads/shopping15/OxkXpGv2ur/


โดย: cyber monday deals uk IP: 192.99.14.36 วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:20:30:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นกโก๊ก
Location :
จันทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




เด็กเดือนอ้าย สองขวัญ "พันธุ์เจ้าโลก"
นกโก๊ก ปีระกาไก่ "ใจหมาบ้ามหากาฬ"
แหกปากลั่น วันตกฟาก "ว้าก! ตกฝัน"
กินทุกวัน ปณิธาน "ฝันหาทางอยู่รอด"
Friends' blogs
[Add นกโก๊ก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.