ขอบคุณค่ะที่เข้ามาอ่าน^_^
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
เก็บไดอารี่

เป็นอีกวันหนึ่ง ที่ชีวิตดำเนินไปอย่างเดิมๆ เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกบล็อคโอปรแกรมเอาไว้ โดยที่ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้เลย นอกเหนือจากตามรางที่ถูกกำหนดมา
เริ่มต้นลงท้ายเหมือนเดิมทุกๆ 5 วัน ไม่สิ 7 วัน 1 อาทิตย์ต่างหาก
เช้า ฉันต้องตื่น ตี 5 ครึ่งทุกวัน เริ่มอาบน้ำ สระผม แต่งตัว แต่งหน้า ทำผม เบ็ดเสร็จ ออกจากบ้านได้ราวๆ 6 โมง 45 นับว่าฉันยังโชคดีกว่าคนที่ต้องออกบ้าน ตอน ตี 5 หรือ 6 โมงเช้า เพราะนั้นหมายความว่า เค้าต้องตื่นตั้งแต่ ตี 4 หรือไม่เกินตี 5
มันเป็นความทรมานใจเหลือเกิน ที่ต้องตื่นเช้าตั้งแต่ไก่โห่ ราวกับจะไปทำนา
ถึงที่ทำงานตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง เป็นประจำทุกวัน
ชงกาแฟ กินแซนวิสเดิมๆ แล้วแต่อารมณ์
เล่นเนทรอเวลางาน 8.30
8.30 ปิดเนท ปิด msn เพราะที่ทำงานห้ามเล่นเนท แต่ก็ห้ามฉันไม่สำเร็จหรอก
ทำงานเดิมๆ เยอะบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่วัน บางวันมันน้อยจนฉันรู้สึกว่า คงจะโดนไล่ออกเพราะงานมันน้อยแน่ๆ ทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อย ฉันนั่งมองเอกสารในมือ งานที่ฉันทำ มันมีคุณค่าอะไรบ้างนะ
ฉันรู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่าอะไรในบริษัทนี้เลย ทั้งๆที่ฉันทำอะไรได้มากกว่านี้ แต่ฉันก็ทำได้แค่ดูเอกสาร ถูกไม่ถูก มีไม่มี มันก็คืองานเอกสาร จุกจิกๆนั้นแหละ
ฉันทำอะไรได้บ้างนะ อยากไปเป็นอาสาสมัครบนดอย อยากทำอะไรที่ท้าทายและตื่นเต้นกว่านี้ จริงๆฉันมันสนใจงานเอ็นจีโอมากมาย อยากจะแบกเป้ ไปขออยู่กินนอนกับมูลนิธิสักที่ เป็นอาสาสมัครให้เค้า
ได้ทำงานที่มีโต๊ะทำงานตั้งอยู่กลางเขา กลางดง อากาศบริสุทธิ์ จะร้อนบ้างก็ได้ ฉันไม่เกี่ยงหรอก
แต่................มันเป็นแค่ความฝันเท่านั้น
ในความเป็นจริง ฉันนั่งในพื้นที่ราวๆ ครึ่งเมตร มีคอกกันราวกับวัวกับควาย ข้างๆมีเพื่อนร่วมงานจอมนินทา พูดเพราะหวานใส่กันตลอดเวลา แต่ภายในใจมันมีแต่ความระแวดระวังระแวงกัน และพร้อมจะแทงข้างหลังได้ทุกเมื่อ
ฉันได้แต่นั่งแหมะที่โต๊ะทั้งวัน เดินไปนั้นมานี่ได้เพียงแค่เข้าห้องน้ำ ทักเพื่อนโต๊ะอื่น กรอกน้ำ ชงกาแฟ ถ่านเอกสาร ปริ๊นเอกสาร
แค่นั้น
สุดท้าย ก็มานั่งลงที่เดิมอีกหลายชั่วโมง
จนกว่าจะเลิกกับบ้าน
ถึงกลับบ้านไป ก็ใช่ว่าฉันจะมีความสุข
ฉันยังคงใช้ชีวิตบนตารางหมากรุกที่เค้าเดินหมากไว้อย่างเดิมเช่นเคย
ชีวิตของฉัน มันถูกพันธนาการด้วยพันธะ ไม่ว่าจะเป็นพันธะทางบ้าน ทางสังคม เศรษฐกิจ ในเวลานี้ ยามนี้ ฉันต้องเล่นไปตามเกมเศรษฐกิจต่อไป และไม่รู้ว่ามันจะจบลงตรงไหน
เลิกงานถึงบ้าน ราวๆ 6 โมงเย็น
กินข้าวคนเดียว หน้าทีวี บนหอพักเล็กๆ
รอ และรอ รอเวลาละครเล่น รอเวลาอาบน้ำและเข้านอน
ฉันไม่สามารถตามใจตัวเองให้นอนดึกไม่ได้ ต้องรีบนอน เอาแรง เพราะวันพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ไปทำงาน
วงจรเดิมๆ แต่ก็ต้องทำ
จบไปแล้ว 1 วัน

อยากไปอยู่บนดอยจัง.....................................
ฉันได้แค่คิดดังๆในใจ
รู้ ว่ามันลำบาก ฉันรู้ดีกว่าใคร และฉันจะอยู่ได้รึเปล่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีอาจโหยหาชีวิตคนเมือง ชีวิตคนกรุงแบบเดิมๆก็ได้
แต่ฉันไม่อยากมีชิวิตแบบนี้ไปจนตาย
เพราะฉันคงตายเร็วขึ้น ถ้าต้องอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ
แต่พอนึกย้อนไปถึงพ่อแม่ ฉันเลยยังต้องอยู่ ไปตามอย่างที่ใจฝันไม่ได้
นี่แหละ ชีวิตที่เต็มไปด้วยพันธะ ภาระ ทางเลือกมันไม่มี ไม่มีเลยจริงๆ

ฉันเข้าใจและกำลังทำตาม



10/3/52
ณ ออฟฟิมเดิมๆ
วันอังคารที่เริ่มต้นด้วยความขี้เกียจตามเคย อะไรมันจะเป็นแรงจูงใจให้ฉันมาทำงานอย่างมีความสุขได้สักทีนะ
เมื่อคืนเข้านอน 5 ทุ่มเกือบๆเที่ยงคืน ก่อนนอนก็คิดรายจ่ายประจำวันจนหัวแทบระเบิด ไม่ใช่ว่าฉันคิดเลขไม่ลงตัวหรอกนะ มันไม่ได้ต้องวางเป็นระบบเป็นบัญชีขนาดนั้น แต่ฉันเครียดมากกว่า ว่าเงินเดือนของฉัน มันหายไปไหนหมดนา ฉันนี่มันใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ
ดันไปใจดีให้แฟนยืมเงิน 1500 บาทด้วย เค้ารับปากว่าจะคืนฉันในวันนี้นี่นา ไม่งั้นคงไม่ให้หรอก ตัวเองเลยเหลือเงินนิดเดียว สมน้ำหน้าตัวเองว่ะ
อยากโทรไปทวงเงินเว้ยยยยย
งานเคียร์หมดไปตั้งแต่เช้า เวรกรรม บ่ายนี้งานโหรงเหรง คงต้องว่างไปตลอดบ่าย หาอะไรทำแก้เก้อ ขืนนั่งว่างเล่นเนท หัวหน้าเหม็นหน้าตายห่า
ทำไม ทำไม และทำไม เราถึงจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้โกรธ ไม่ให้โมโห ไม่ให้รำคาญคนหว้า ยุ่งกับฉันจริงๆ ช่วยอยู่ใครอยู่มันได้ไหม ฉันยังไม่ไปยุ่งกับแกเลย มายุ่งกับฉันทำไม
สังคมออฟฟิท มันก็ยังงี้
ในรถตู้ตอนเช้า ฉันนั่งมองมนุษย์เงินเดือน หรืออาจจะเป็นมนุษย์นักศึกษา หรืออย่างอื่นก็ได้ แต่ให้เด้าอารมณ์คงไม่แตกต่างกัน คือ เบื่อ เบื่อการแข่งขัน แข่งเวลา ต้องรีบตาลีตาเหลือกมาให้ทันรถ แข่งกันขึ้นรถ แข่งกับรถติด แข่งกันเดิน แข่งกันซื้อกาแฟ ข้าวเช้า แข่งกันให้ทันตรอกบัตรเข้าทำงาน
จนรู้สึกหายใจไม่ค่อยจะออกเลยวันนี้ ทีจริงก็น่าจะชินได้แล้ว
ก็จริง ชิน ชินชา
ผจญรบราฆ่าฟันบนท้องถนน กทม..ไม่พอ ยังต้องมาเจอเรื่องงี่เง่า จุกจิก ในที่ทำงานอีก
โอ้ว ชีวิต นี่แหละ คนเราสมัยนี้มันถึงเป็นบ้า โรคจิตได้เป็นรายวัน
คนเป็นโรคเครียด โรคประสาท ไมเกรน จิตอ่อนๆ เฉลี่ย 1 วัน / 1 แสน คน ประมาณนี่
1 ในนั้น ก็มีฉันด้วยค่า.................................
เมื่อวานนี้
ไปเดินตระเวน หาซื้อรองเท้าฟุตบอลให้เลาซานมา ไปทำไม เพื่ออะไร ไม่รู้ รู้แต่ตัวเองยุ่งยากมากๆ คนเยอะ อากาศก็ร้อน หงุดหงิด หิวข้าว เจ็บเท้า รองเท้ากัด
สุดท้าย ก็ไม่ได้
และมาคิดได้ ว่าไม่ซื้อให้แล้ว เปลืองเงิน เก็บเงินไว้กินข้าวดีกว่า
เสียเวลากับเรื่องอีตานี่มาบ่อยแล้ว คิดว่าฉันเป็นโดเรมอนรึไง เสกอะไรให้แกได้ทุกอย่าง ถ้าฉันขอให้แกทำให้ฉันแบบนี้บ้าง แกจะทำไหม หา????? ตอบเองก็ได้ ไม่มีทาง
เบื่อผู้ชายเห็นแก่ตัว และเบื่อตัวเอง ทำไมไม่ตัดๆๆๆๆมันไปสักที
คงไม่ทนแบบนี้อีกนนานหรอก
ขี้บ่นจัง ฉัน

ฝ่าแดดเปรี้ยงไปกินข้าวกลางวันกับเพื่อนร่วมงาน แดดแรง จนแทบละลาย
แดดหน้าร้อน มันทำให้ฉันนึกถึงเรื่องอะไรน่า
แดดแรงในหน้าร้อน ปิดเทอม นักเรียน ใช่แล้ว ตอนเป็นนักเรียน ต้องนักเรียนด้วยนะ เพราะมหาลัย มันไม่ค่อยได้ฟีลปิดเทอม เพราะมีอิสระเกิน
แต่ตอนเราเป็นนักเรียน ตารางชีวิตของเราถูกกำหนดไว้เป๊ะๆ เหมือนตอนทำงานเลย แต่มันไม่นั่งแหง็กติดกับคอมพิวแตอร์แบบนี้
พอปิดเทอมที วันสุดท้ายของการสอบปลายภาค ฉันยังจำทางเดินกลับบ้านได้ดี
ทุกๆวันที่เดินกลับบ้านเส้นทางเดิมๆ ฉันจะเบื่อมาก ทำไมมันไกลจัง ร้อนก็ร้อน ต้องเดินๆๆๆๆ ร้องเพลงฆ่าเวลาก็แล้ว เส้นทางมันดูลาดยาวไกลเหลือเกิน ดูเหมือนมันไม่มีทางที่จะสิ้นสุดลงด้วย
แต่วันสุดท้ายที่สอบเสร็จ
และวันพรุ่งนี้ จะไม่ต้องไปโรงเรียนถึง 2 เดือน
มันจะอิ่มเอม สดชื่นเป็นที่สุด ทางเดินไม่ดูไกลอะไรเลย สองข้างทางบ้านเรือนน่าอยู่ มีคลองน้ำที่ดูใสสะอาด ดอกผักบุ้งขึ้นด้วย (รู้เลย ว่าเป็นบ้านนอก) ปลายทาง เป็นทุ่งนา มีดวงตะวันลอยอยู่ตรงหน้า ตอนนั้นเป็นเวลาราวๆ 10 โมงเทานั้นเอง
ฉันยิ้มให้กับตัวเอง
พักผ่อนสักทีนาเรา
กลับมาบ้าน
อย่างรวดเร็ว
เห็นพ่อทุกที ทั้งๆที่พ่อฉันเป็นตำรวจ แต่ทำไมอยู่บ้านทุกที
ข้าราชการสบายแบบพ่อฉันทุกคนรึเปล่าเนี่ย
แต่ก็เห็นจนชินแล้วละ
ฉันถอดชุดนักเรียน เปลี่ยนเป็นชุดเล่น
จะนอนกลางวันให้หนำใจ หลบแดดหน้าร้อน อบตัวให้ผิวขาวไปเลย เปิดเทอมมา เพื่อนๆจะได้ทักฉันเกรียวกราว ว่าฉันขาวขึ้นตั้งเยอะ
แต่ก็เพลิดเพลินกับวันหยุดปิดเทอมได้ไม่กี่วันหรอก
ในที่สุดก็เบื่อกับกิจกรรมเดิมๆ
ตื่นสาย
กิน ซักผ้า ทำงานบ้าน บางวัน
อาบน้ำ
กินข้าวกลางวัน
นอนดูตำนานรักดอกเหมย ดูละครไทยที่มาฉายซ้ำ ติดเอาเป็นเอาตาย
นอนกลางวัน หลับอุตุ ตื่นอีกทีก็ 4-5 โมงเย็น
ตกเย็น ถึงออกจากบ้านเป็น
เข้านอน ดึกโคตรๆ
วนไปวนมา จนอ้วน จนเบื่อ แต่ก็ไม่อยากให้เปิดเทอม ขี้เกียจ
นึกย้อนกลับไป แล้วมามองตัวเองในปัจจุบัน
ไม่มีปิดเทอมอีกแล้ว .....................
เศร้า……………………
ทำงาน.................................

11/3/2552 วันพุธ

วันนี้ ทำไมมันอับเฉาอย่างนี้นะ
เบื่อๆเซ็ง ไม่สดชื่นเอาซะเลย
เหมือนจะอารมณ์ไม่ดี
แต่ก็ยังควบคุมได้
แปลกเนอะ อารมณ์คนเรา มันขึ้นอยู่กับอะไร ทำไมอารมณ์แต่ละวันๆ มันไม่เหมือนกันสักวัน
บางวัน สดใสโคตรๆ ร่าเริง พูดคุย ทักทาย เล่นหัวคนนั้นคนนี้
บางวัน หน้านิ่งมาเชียว เงียบ อย่ามายุ่งกับกูนะ รำคาญ เสือกไรนี่
บางวัน ซึมเศร้า เซ็ง ไม่อยากแตะต้องอะไรสักอย่าง ไม่อยากทำงานอะไร ขี้เกียจ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกวันที่กล่าวมา ไม่มีเรื่องอะไรพิเศษสักวัน มันจะมาเริ่มที่ทำงาน น่าแปลก รถก็ไม่ได้ติดอะไร ตื่นก็เวลาเดิม เข้านอนเวลาเดิมๆ ไม่ได้ทะเลาะกับแฟน ไม่ได้ทะเลาะกับพี่ หรือกับใครๆ เงินก็พอมีใช้ ชีวิตมันก็ราบเรียบ เป็นกราฟนิ่งเหมือนเดิมทุกวัน
เอ.....................
หรือว่าเรา แอบเครียดอะไรอยู่โดยไม่รู้ตัว
ใช่แหละ
เราเบื่อที่ต้องมาทำงานแบบนี้ ทำอะไรซ้ำๆซากๆ รู้สึกเหมือนสมองจะฝ่อ ขาดแรงจูงใจ ขาดความกะปรี้กะเปร่าในการทำงาน สมองไม่ได้ครีเอทอะไร ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรือท้าทาย
แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ ออกไปทำงานที่ต้องการไม่ได้ เพราะชีวิตเราถูกเศรษฐกิจครอบงำ มีภาระ เราต้องมีรายรับที่มั่นคง และพอสมควร
เลยต้องกัดฟันทำต่อไป
เรื่องรายจ่ายเราด้วย
ช่างเป็นคนที่ใช้เงินได้ไร้สาระที่สุดในโลก
ตั้งแต่เงินเดือนออกล่าสุด เราก็ทำรายการการใช้เงินแต่ละวันๆ จดทุกๆอย่างที่เราใช้จ่าย วันหนึ่งเราใช้เงินกี่บาท
พอได้จด เฮ้อ ค่าครองชีพเรามันสูงจัง ค่ารถ ค่ากิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ
ไม่รวมค่าหาหมอสิว ค่าเครื่องสำอาง ค่าบัตรเครดิต ให้เงินพ่อแม่ ค่ารองเท้า จิปาถะ
..............................เราใช้เงินไปร่วม 7000 บาทกว่าๆตั้งแต่เงินเดือนออก พระเจ้า.............ลูกมันแย่
จดไว้ ก็ดีแล้ว ต่อไปนี้ จะได้ระวังตัวเองมากขึ้น
มันรู้สึกผิดนะ ที่ใช้จ่ายอะไรเกินตัวแบบนี้
เงินที่ฟุ่มเฟื่อยไป ผ่อนบ้านได้เลย ให้พ่อแมใช้ก็ได้
เงินเก็บก็ได้
แย่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมากๆๆ
เอาใหม่ สัญญาๆ จะประหยัดกว่านี้

วันที่ 12/3/52 เวลา 10.22 ณ ออฟฟิท เคทีบีลีสซิ่ง
เช้าวันนี้
เริ่มต้นเหมือนเดิมทุกวัน
แต่ไม่เซ็ง เหมือนเมื่อวาน
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร อารมณ์ของเรา มันขึ้นกับอะไรนะ ฮอร์โมนงั้นเหรอ ถึงได้แปรปรวนถึงเพียงนี้
เช้านี้ ตาร์ชวนไปเอาเอกสาร 2 กล่อง
ตาร์ เป็นเพื่อนผู้ชายในที่ทำงาน ที่ทำตัวจัดว่าหล่อมาก ขี้หลีไปทั่วจริงๆ
แต่มันไม่เคยทำแบบนั้นกับเราหรอก เพราะเราไม่สวย แถมดูแมนๆ มันจึงเห็นเราเป็นเหมือนเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง แต่ที่เขียนถึงมัน ก็ไม่ได้แปลว่าชอบมันนา แค่ลำดับเหตุการณ์ในตอนเช้าเท่านั้นเอง
เรานี่มันประหม่าจริงๆเวลาพูดกับผู้ชาย ไม่รู้ทำไม ไม่กล้าสบตาตรงๆ
เราไม่มั่นใจ ไม่มั่นใจในหน้าตา รูปร่าง ตัวเอง
ก็พยายามดูแลตัวเอง เพื่อความมั่นใจนะ ยังไม่พอใจเท่าไร

ทำไมน้า พอจะเขียนเรื่องอะไรสักเรื่อง มันจะเกิดอาการ คิดไม่ออก อยากจะเขียน แต่ไม่รู้จะเขียนยังไง พล็อตเรื่องแบบไหน เราต้องเอาจินตนาการจากที่ไหนนะ ความประทับใจอะไรตรงไหน
เรื่องที่เราอยากจะเล่า
ประสบการณ์ของเรา
ความรู้สึกของเรา
วางพล็อตเรื่องนี้มันยากจัง

เราคงต้องอ่านหนังสือมากกว่านี้ละมั้ง

อย่าง ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ท่านเขียนสี่แผ่นดิน ก็เกิดแรงบันดาลใจจากหม่อมแม่ หรือท่านผู้หญิงสักคนในวัง ประสมรวมกันกับเรื่องราวในวัง ปัญหาสมัยนั้น และการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง เนื้อเรื่องประจวบเหมาะเจาะ ลงตัวพอดี
กาเหวาที่บางเพลง ก็เกิดจากวิชาวิทยศาสตร์ และสิ่งลี้ลับ ที่สมัยนั้น เริ่มมีฝรั่งออกมาพูดถึงเรื่อง ยูเอฟโอ มนุษย์ต่างดาวกันแล้ว
เรื่องคู่กรรม ทมยันตี ก็หลบระเบิดอยู่ที่บางกอกน้อย

คนที่แต่งนิยาย จินตนาการเค้าล้ำเลิศจริงๆ นึกไม่ได้ขนาดเค้าว่ะ

เขียนจากประสบการณ์เหรอ

เรามีประสบการณ์อะไรบ้างนะ

อยากจะเล่าอะไร

ปวดหัว พักไว้ก่อน

เมื่อคืน เลาซานโทรมา บอกจะโอนตังค์วันเสาร์อาทิตย์ แห้งเหี่ยวทันตาเลย กลัวไม่ได้คืนน่ะสิ ดีนะ ยังไม่ซื้อรองเท้าให้มัน ร้านปิดพอดีเมื่อวาน ขืนใส่ให้ กดอีซี่บายแน่ๆ แค่นี้ก็หนี้บานแล้วกู
ไม่ยอมลำบากให้อีกแล้ว
เช้าวันศุกร์ ออฟฟิท ที่เดิม

เริ่มต้นแบบเดิมๆทุกวัน ชีวิตเราก็แบบนี้ ไม่มีอะไรแตกต่างจากเมื่อวาน
แค่เปลี่ยนจากกินกาแฟ เป็นโอเลี้ยง ขนมปัง เป็นข้าวเหนียวหมูทอด
มันเบื่อน่ะ
งานก็...............เดิมๆ
คนก็ โครตเดิมๆ
เฮ้อ..........................................................ต้องถอนหายใจบ่อยจัง

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552
ไม่ค่อยจะเช้าแล้ว 11 โมงแล้ว
วันนี้ยืนประชุมขาแข็งไปครึ่ง ชม. เบื่อ ประชุมแต่เรื่องฝ่ายอื่น ขี้เกียจฟัง ไม่เกี่ยวกับฉัน
ยอดขายน้อยมาก แต่ให้กูส่งใบสมัครเยอะโครตๆ
เอาไปพับจรวดเล่นกันรึไงน่า
แบงค์งี่เง่า
เมื่อวาน ไปเจอเพื่อนมา เจออีนก หนิง วรรณ
ไม่ค่อยคุ้นเลย ห่างๆ เป็นเพราะเราเองแหละ
แต่..........เป็นแบบนี้ ก็ดีแล้ว เพราะให้กลับไปตัวติดกันแบบเมื่อก่อน ก็เกินไป เราไม่ชอบหรอก
เบื่อเลาซานจังเลย สรุปก็ไม่คืนเงินเราจนได้ เบื่อที่สุดในโลก
วันศุกร์ ตอนเที่ยง อนงค์โทรมา ของงิน 500 ไม่มีให้หรอก ตอนนั้นเหลือเงินติดตัวราวๆ 300 บาท ก็ให้บ้านอนงค์ไปหมดแล้วนี่ เราก็บอกเลาซานไปตรงๆ ว่าเราเริ่มไม่ไหวแล้ว เราเหมือนโดนรุม เราไม่ได้ว่าอนงค์สักคำ ที่ขอเงินเรา 500 แต่องนค์เป็นไพ่ใบสุดท้าย ที่ทำให้เรา ไม่ไหวแล้ว ซวยที่มาขอคนสุดท้ายว่างั้นเถอะ
เราไม่ใช่พระเวนวันดร ไม่ใช่แม่พระที่มาแจกเงินนะโว้ย
กี่ครั้ง ที่ช่วยเลาซาน จนตัวเองเดือดร้อน
พอทีเถอะ เดือนหน้าไม่เอาแล้ว
เราจะเลิกกับมันจริงๆแล้ว เพราะเรื่องเงินนี่แหละ เห็นเราเป็นอะไรวะ ใช้ทำนั้นทำนี่ ถ้าเราขอให้ทำอะไรเพื่อเราบ้าง ทำได้รึเปล่า เอาแค่เราไหว้วานธุระอะไรสักอย่าง จะไปทำให้เรารึเปล่า
ตอบเอง ไม่ทำหรอก
แต่ถ้าเป็นเรานะ เค้าบอกให้ไปอีกจังหวัดหนึ่ง กูก็ไปมาแล้ว ไปสมุทรปราการ ไปสุวรรณภูมิ วู้ โง่
พอทีเถอะ.................................................
ทำไม ผู้ชาย ชอบใช้ผู้หญิงนะ หรือว่าเป็นแค่เลาซาน และพี่โจ้ เท่านั้น
ไม่สิ พ่อเราก็เป็น พี่อ้ำ และผู้ชายอีกหลายคนที่เรารู้จัก และไม่รู้จัก
ชอบใช้แฟน
ทำไม
แต่ก่อนที่จะมีแฟน มีชีวิตกันมาได้อย่างไร
เบื่อที่จะดูแลใคร อยากมีใครมาดูแลบ้าง ได้ไหม
ไม่มีหรอก ชีวิตนี้ เราต้องพึ่งพาตัวเอง ทุกอย่าง เรารู้ ไม่หวังจะพึ่งใครหรอก ผู้ชายมันห่วยแตก เจ้าชู้ มักมาก ไม่รู้จักพอ รักง่าย เลิกก็ง่าย เบื่อง่าย ทิ้งก็ง่าย มักง่าย

ขึ้นมาจากกินข้าวเที่ยง เบื่องานจัง พยายามทำเอื่อยๆ เดี๋ยวมันจะเสร็จเร็วไป แล้วต้องนั่งเก้อ ไม่มีอะไรทำ
เหตุการณ์แบบนี้ในบริษัท น่ากลัวน่ะเนี่ย

24/3/52

โอ้ย ร้อนชิบหาย
วันนี้โชคดีหน่อย ไม่มีงานอะไรมากมาย ขี้เกียจ ไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น
พรุ่งนี้เงินเดือนออกแว้วๆๆๆๆๆ
ง่วงแฮะ อากาศร้อนๆทีไร ง่วงนอนทุกที หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน อยากนอนกลางวันจัง
เมือคืนก็นอนไม่หลับ
25/3/52

โอ้ยยย เบื่อโว้ย ทไมน่าเบื่ออย่างนี้
มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันนะ
ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร
พอถึงเวลานอนก็ไม่อยากจะนอน


18/5/52

จะบ้า

การที่เราหมกมุ่นในเรื่องไม่เป็นเรื่อง รอคอยอะไรที่มันไร้ตัวต้นนี่ มันจะบ้าได้ง่ายๆเลย
เรารอโทรศัพท์ตั้ม เราอีเมลตั้ม รอทำซากอะไรก็ไม่รู้
เพื่ออะไร เราคาดหวังอะไร
หยุดบ้าสักทีเถอะ ยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เค้าเป็นแค่ความหลังสมัยมัธยม มันไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นนนน
เราเหมือนคนตกงานแล้วรอคนเรียกสัมภาษณ์ ตอนนี้สัมภาษณ์ผ่าน เหลืออย่างเดียวว่าจะได้เข้าทำงานหรือไม่
มันเลยนั่งกับที่ไม่ติด
ร้อนรน
รอคอย
ทำไม ทำไม ไม่ได้รับเมลเรารึไง
หรือไม่มีเวลาเชกเมล
หรือได้รับแล้ว
แต่............ไม่เอาดีกว่า

เฮ้อ.............พอทีเถอะ

มันเป็นไปไม่ได้โว้ยยยยยยยยยย

31/7/52 วันศุกร์ ที่ดูสบายๆ
จริงหรือเปล่า ไม่ค่อยสบายเท่าไร
วันนี้โดนแต่เช้า ทำผิด ต้องโทรตามเอกสารกับแบงค์ ดีนะ เค้าใจดี เป็นคนอื่นด่าหัวไปแล้ว ก็แก้ไขไป
เซ็งคนบางคน มายืมเงินกู กูมไม่ให้ ทำตึงๆใส่กูซะงั้น
ระแวงกูซะงั้น
เออ..............อยู่ๆดีก็ซวยหน้อกู กูก็อยู่ดีๆของกูน่ะเนี่ยยยยยยย
ช่างหัวมันเถอะ
เราไม่เคยไว้ใจคนที่นี่ ไม่เชื่อใจ และไม่อยากจะสนิทไปมากกว่านี้

ท่านแม่ครับ สบายดีหรือเปล่า
เมื่อคืนผมเห็นดาวดวงหนึ่งส่องแสงสุกใสงอยู่บนปลายยอดไม้ซีด้า
เมื่อจ้องมองดาวดวงนั้นผมรู้สึกถึงความอ่อนโยนของท่านแม่
ผมคุยกับดวงดาวนั้นว่าผมเป็นลูกผู้ชายจะไม่ท้อแท้
ถ้าเมื่อใดที่ผมเหงาผมจะมาคุยด้วยอีก
แค่นี้นะครับ แล้วจะเขียนจดหมายไปหาท่านแม่อีก อิ๊กคิว
ท่านแม่ครับ สบายดีหรือเปล่า
เมื่อวานนี้ที่วัดของเรามีคนจากหมู่บ้านข้างๆเอาลูกแมวตัวน้อยมาให้
เจ้าแมวน้อยร้องไห้เพราะว่ายังติดแม่ของมันอยู่
ผมบอกกับมันว่าอย่าร้องไห้ไปเจ้าจะไม่เหงาหรอก
เป็นลูกผู้ชายใช่ไหม แล้ววันหนึ่งเจ้าจะได้เจอแม่เอง
แค่นี้นะครับ แล้วจะเขียนจดหมายไปหาท่านแม่อีก อิ๊กคิว

ชอบๆๆๆ คำแปลเพลงตอนจขบ อิ๊คิวซัง อ่านแล้วจะร้องไห้

ทำไมตัวเราเอง คิดถึงพ่อถึงแม่
เราผูกพันกับพ่อมาก แม่อาจจะน้อยใจเราก็ได้ถ้ารู้ แต่เราเป็นเด็กติดพ่อมาแต่ไหนแต่ไร
แค่นึกถึงพ่อ ก็ร้องไห้ได้ง่ายๆ

ตอนเด็กๆเรากลัวผีก็มีแต่ไปหาพ่อ ไปนอนกับพ่อ ปวดฟันก็ลงไปนอนกับพ่อ ร้องไห้กับพ่อ โอยมากมาย
จนโตมาปานนี้ ฝันร้ายก็นึกถึงพ่อ เขียนเรื่องนี้แล้วมันจะร้องไห้ว่ะ
อยากอยู่กับพ่อ อยากให้พ่อได้สบายกาย สบายใจ มีลูกอยู่เป็นเพื่อน ไม่เหงาไม่อ้างว้าง โดดเดี่ยว
แต่เราอยู่ไกลกัน เราต้องทำงาน พ่อเลยต้องอยู่คนเดียว
อยากกลับไปทำงานที่บ้าน แต่มันไม่ได้หาได้ง่ายๆ


เช้าวันจันทร์ 3/8/52
เช้าวันหม่นหมอง เศร้าๆเซ็งๆโดยมามีสาเหตุ คงยังขี้เกียจอยู่

วันเสาร์ที่ผ่านมา ได้พบเจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าแล้ว คราวนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คิดแล้วขนลุกไม่หาย วันนี้ต้องไปดูหนิงกับนกสวดมนต์ ไม่รู้ว่า ปู่จะลงอีกรึเปล่า ครั้งก่อนเรายิงคำถามซะรัว ปู่ตอบไม่ทัน
อยากเรียนภาษาเพิ่มเติมจัง เค้ากำลังจะเปิดรับสมัคร
วันนี้เราเงียบแต่เช้า อาจเป็นเพราะ เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาตื่นเช้าทั้ง 2 วัน ไม่ค่อยจะได้นอน ตะลอนๆทั้ง 2 วัน เลยเหมือนไม่ได้พักผ่อนเต็มที่



Create Date : 21 ตุลาคม 2552
Last Update : 21 ตุลาคม 2552 12:42:12 น. 0 comments
Counter : 189 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

คุโระโกะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คุโระโกะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.