เมื่อคราวที่ไปภูชี้ฟ้า ฉันเคยบอกใครคนนึงว่าจะปีนขี้นไปดูพระอาทิตย์ตกไปทำไม เหนื่อยจะตายชัก ดูที่บ้านเราก็ได้ แต่ใครคนนั้นบอกฉันว่า พระอาทิตย์ตกแต่ละที่ สวยไม่เท่ากัน เพราะเส้นสายที่ปรายฟ้ามันต่างกัน
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
1 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
การซักรีดเสื้อผ้า

การซักผ้าให้ถูกวิธีควรปฎิบัติตามดังนี้
๑. ก่อนการซักผ้า ให้ล้วงกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกงทุกตัว หากมีวัตถุสิ่งของตกค้างอยู่ให้เอาออกจากกระเป๋า หากมีเสื้อที่ชำรุดให้แยกออก และซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนนำไปซัก
๒. แยกผ้าขาว ผ้าสี ออกจากกัน เสื้อเด็กและเสื้อผู้ใหญ่ควรแยกซัก เพราะเสื้อเด็กจะสกปรกมากกว่าเสื้อผู้ใหญ่
๓. นำน้ำเปล่าผสมสารซักฟอกอย่างอ่อนใส่กะละมัง แช่ผ้าทิ้งไว้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาที โดยแยกระหว่างผ้าสีและผ้าขาว เพื่อให้น้ำผสมสารซักฟอกซึมเข้าไปในเนื้อผ้าและใยผ้าคายความสกปรกออกมา ในการแช่ผ้าไม่ควรนำกางเกงใน ถุงเท้า แช่ปนกับเสื้อ
๔. ขยี้หรือแปรงเสื้อผ้าให้ทั่ว ส่วนที่สกปรกมากได้แก่ ปกเสื้อ ส่วนพับปลายแขน ขอบกางเกง ปากกระเป๋าให้แปรงขยี้จนสะอาด
๕. บีบผ้าเอาน้ำสารซักฟอกออกมาควรบิดผ้าแรง ๆ
๖. ซักผ้าที่แปรงแล้ว ๓-๔ ครั้ง จนหมดน้ำสารซักฟอก


ในปัจจุบันการซักผ้าสามารถทำได้ ๒ วิธี คือ ซักด้วยมือและซักด้วยเครื่องซักผ้า โดยมีวิธีการซักที่แตกต่างกัน ดังนี้


๑)การซักผ้าด้วยมือ เป็นการซักผ้าที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม เป็นวิธีซักผ้าที่ต้องออกแรงขยี้หรือแปรงผ้าที่ซัก เหมาะสำหรับผ้าที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษหรือผ้าที่สกปรกมาก แต่วิธีนี้ใช้เวลา แรงงานมากกว่าซักด้วยเครื่องซักผ้าซึ่งข้อดีของการซักผ้าด้วยมือ คือ สามารถทำความสะอาดเฉพาะส่วนได้ดี
เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการซักผ้าโดยทั่วไปแล้วในการซักผ้าด้วมือจะใช้เครื่องมืออุปกรณ์ดังนี้

๑.ถังหรืออ่างสำหรับแช่และซักผ้าอย่างน้อย ๒ ใบ
๒.แปรงซักผ้า ใช้แปรงผ้าในส่วนที่สกปรกมาก เช่น ปกเสื้อ ขอบแขน เป็นต้น
๓.กระดานแปรงผ้า ให้ใช้คู่กับแปรงสำหรับรองผ้าขณะแปรงผ้า
๔.สารซักฟอก ได้แก่ ผงซักฟอก สบู่ และสารฟอกขาวใช้ซักผ้าโดยสารฟอกขาวจะใช้ในกรณีซักผ้าขาว หรือผ้าสกปรกที่ต้องการฟอกเฉพาะส่วน
๕.สารแต่งผ้า ได้แก่ คราม แป้งลงผ้า เยลลี่
- คราม ใช้สำหรับแต่งสีผ้าขาวให้สดใส ทำได้โดยนำครามละลายกับน้ำ และนำผ้าที่ซักสะอาดแล้วไปแช่และขยำในน้ำครามให้ทั่ว บิดและนำไปตาก
- แป้งลงผ้า ใช้สำหรับลงผ้าให้มีความคงรูป ใช้ได้ทั้งผ้าสีและผ้าขาวโดยทั่วไปแล้วจะใช้กับผ้าฝ้าย ผ้าไหม โดยใช้แป้งมันสำปะหลังต้มกับน้ำ พอน้ำแป้งสุกจะมีลักษณะข้นใส และก่อนที่จะนำไปลงผ้าควรกรองน้ำแป้งด้วยผ้าขาวบาง เพื่อนำเศษฝุ่นละอองและแป้งที่จับเป็นลูกออกจากน้ำแป้ง น้ำแป้งไม่ควรให้ข้นมาก พอแป้งสุกให้นำมาผสมน้ำคนให้ทั่ว แล้วนำผ้าลงแช่ให้ทั่ว จึงบิดและนำไปตาก
- เยลลี่ลงผ้า ใช้สำหรับตกแต่งผ้าให้คงรูปเช่นกัน มีขายอยู่ทั่วไปลักษณะเป็นแผ่นบางเป็นเส้น วิธีการแต่งผ้าให้นำไปต้มผสมกับน้ำและกรองเช่นเดียวกับแป้งลงผ้า


๒) การซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า เครื่องซักผ้าในมีอยู่หลายรูปแบบ เหมาะสำหรับผ้าที่ไม่พิถีพิถันในการซักหรือผ้าที่ไม่สกปรกมาก แต่ถ้าต้องการซักผ้าที่สกปรกมากด้วย ก่อนการใช้เครื่องซักผ้าควรแปรงหรือขยี้ผ้าด้วยมือ หรือทาด้วยน้ำยาขจัดรอยเปื้อน เฉพาะส่วนที่สกปรกมาก เช่น ปก ปลายแขน เป็นต้น การใช้เครื่องซักผ้าต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาด และจะต้องปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าได้ยาวนาน
สำหรับวิธีการในการซักผ้าควรปฎิบัติดังนี้
 
๑. ก่อนการซักผ้า ให้ตรวจดูกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกงทุกตัวหากมีวัตถุสิ่งของตกค้างอยู่ให้เอาออก
๒. กลับเสื้อผ้าทุกตัวโดยเอาด้านในออกก่อนการซักผ้า
๓. เพื่อให้ผ้าสะอาดอย่างทั่วถึงควรทำความสะอาดด้วยมือ หรือผสมสารซักฟอกเฉพาะที่ก่อนการซักด้วยเครื่อง เช่น ปกเสื้อ ขอบปลายแขนเสื้อ เป็นต้น
๔. นำผ้าใส่ลงในเครื่องซักผ้าตามขนาดละความจุ หรือน้ำหนักที่บอกรายละเอียดไว้
๕. นำสารซักฟอกและสารอื่น ๆ ใส่ในเครื่องซักผ้า ตามข้อแนะนำของเครื่องซักผ้าแต่ละชนิด
๖. เพื่อให้เสื้อผ้าสะอาดยิ่งขึ้น ควรแช่ผ้าทิ้งไว้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาที เช่นเดียวกันกับการซักด้วยมือ
๗. ตั้งรายการซักผ้าตามคำแนะนำของเครื่องซักผ้า
๘. เมื่อซักเสร็จแล้ว ให้นำผ้าออกจากเครื่องซักผ้า

๓)การซักผ้าขาว ในการซักผ้าขาวควรแยกซักจากผ้าสีเพราะการซักรวมกันกับผ้าสีจะทำให้ผ้าขาวสีหมองคล้ำ หรือมีสีด่างดำจากสีของผ้าสีได้ ในการซักควรปฎิบัติดังนี้

๑. นำน้ำเปล่าหรือน้ำผสมผงซักฟอกอ่อน ๆใส่กะละมัง แช่ทิ้งไว้ประมาณ๑๕-๒๐ นาที
๒. ศึกษาคุณสมบัติของผ้าก่อนซัก ผ้าบางชนิดผสมใยสังเคราะห์ เมื่อถูกสารฟอกขาวจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอ่อน ผ้าบางชนิดเมื่อขยี้แรง ๆหรือถูไปมาแรง ๆเนื้อผ้าจะเสียรูปทรง
ดังนั้น ควรทดลองโดยใส่เศษผ้าหรือหากไม่มีก็ทดลองโดยใช้เสื้อผ้าส่วนที่มองเห็นไม่ชัดเจนเมื่อสวมใส่เช่นใต้วงแขน สาบเสื้อด้านใน เป็นต้น
๓. สำหรับเสื้อผ้าที่สามารถแปรงได้ ให้ใช้แปรงเบา ๆ หลายครั้งในส่วนที่สกปรกมากให้ทั่ว ถ้าเป็นเสื้อเชิ้ตผู้ชายควรใช้วิธีแปรง ถ้าใช้วิธีขยี้จะทำให้ปกเสื้อเสียรูปทรง และในการแปรงผ้าถ้าแปรงแรงมากจะทำให้ผ้าขาดง่ายและเสียรูปทรง ส่วนผ้าที่เนื้อบางให้ใช้วิธีขยำ ถ้าจำเป็นต้องขยี้จะต้องขยี้ให้เบามือที่สุด
๔. เมื่อซักสะอาดโดยการซักให้หมดสารซักฟอกแล้ว จึงลงสารแต่งผ้าตามต้องการและนำไปตากแดดโดยกลับเอาด้านในออก

๔)การซักผ้าสี ควรปฏิบัติดังนี้

๑. เพื่อป้องกันสีตกและทำให้ผ้ามีสีสดใสขึ้น ให้นำน้ำเปล่าผสมเกลือ คนให้เกลือละลาย และนำผ้าลงแช่ประมาณ ๑ ชั่วโมงโดยใช้น้ำประมาณ ๔ ลิตรต่อเกลือ ๑ ช้อนโต๊ะ
๒. นำผ้าไปแช่ในน้ำผสมสารซักฟอกอ่อน ๆในกะละมัง แช่ทิ้งไว้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาที
๓. ซักวิธีเดียวกันกับการซักผ้าขาว แต่ไม่ต้องลงคราม ส่วนการตกแต่งผ้าให้แข็งก็สามารถทำได้ตามต้องการ





Free TextEditor

การรีดผ้าโดยใช้เตารีด โดยทั่วไป มี ๒ วิธี คือ

การรีดทับ ซึ่งเป็นวิธีการรีดโดยใช้เตารีดยกทับผ้าทีละส่วน วิธีการนี้จะทำให้ผ้าเรียบ เหมาะสำหรับผ้าที่พิถีพิถันและเสียรูปทรงได้ง่าย

การไถ เป็นวิธีรีดผ้าโดยใช้มือไถไปมาส่วนบริเวณที่ต้องการรีด วิธีนี้จะทำให้รีดได้รวดเร็ว ถ้ารีดด้วยไฟแรงหรือรีดแรง ๆ พื้นผิวของผ้าอาจเสียหายหรือเกิดรอยตำหนิได้ หรือทำให้ผ้าเป็นมันเฉพาะส่วนที่เป็นรอยพับ เช่น ปลายแขน ชายกระโปรง เป็นต้น


การรีดผ้าให้เรียบและมีอายุการใช้งานยาวนาน ควรยึดหลักการดังนี้

๑. ในการรีดผ้า ควรรีดผ้าที่มีความชื้น จะทำให้ผ้าเรียบกว่าการรีดผ้าแห้ง เพราะความชื้นจะทำให้เส้นใยอ่อนตัว เมื่อถูกความร้อนจึงทำให้ผ้าเรียบ
๒. เตรียมผ้าให้พร้อม เสื้อผ้าใดที่ต้องพรมน้ำก่อนการรีดให้พรมน้ำและม้วนไว้ เพื่อจะได้สะดวกในการรีด และไม่เสียเวลาขณะการรีดผ้า
๓. เตรียมอุปกรณ์ในการรีดผ้าให้พร้อม เช่น ไม้แขวนสำหรับแขวนเสื้อที่รีดแล้ว ที่รองแขนเสื้อ
กระบอกฉีดน้ำ สเปรย์เพิ่มความแข็งของผ้าเป็นต้น
๔. เมื่อเสียบเตาไฟฟ้าใหม่ ๆ อุณหภูมิเตรีดยังไม่ร้อนมาก เราสามารถรีดผ้าบาง ๆ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ก่อนได้
๕. อย่าวางเตารีดที่มีความร้อนทิ้งไว้บนผ้ารองรีด หรือบนเสื้อที่กำลังรีด เพราะจะทำให้ผ้าเกิดรอยไหม้ได้
๖. ก่อนการรีดผ้าควรปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับชนิดของผ้า เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าลินิน ซึ่งมีเนื้อหนาปานกลางให้รีดด้วยความร้อนปานกลาง หรือผ้าใยสังเคราะห์ควรรีดด้วยความร้อนต่ำ เป็นต้น
๗. ในการรีดผ้าสีควรรีดด้านในเพื่อป้องกันสีซีดหรือเก่าเร็ว ผ้าชนิดใดที่รีดด้านในแล้วผ้านั้นเรียบถึงด้านนอกก็ควรรีดด้านในจะทำให้เนื้อผ้าไม่สึกหรอ สีผ้าไม่ซีดเร็ว ผ้าบางชนิดเมื่อรีดด้านนอกบ่อย ๆความร้อนจากเตารีดจะทำให้เกิดความมันเป็นแนวตามรอยตะเข็บ มองดูแล้วไม่สวยงาม
๘. ก่อนการรีดผ้าขนสัตว์ ผ้าสักราด หรือเสื้อที่ทำด้วยไหมพรม ควรใช้ผ้าขาวปิดทับ เช่น ผ้ามัสลิน ผ้าสาลู ถ้าใช้เตาไฟฟ้าแบบธรรมดาที่ไม่ใช้เตารีดไอน้ำ ให้ชุบผ้าขาวที่บิดหมาดปิดทับด้านบนแล้วใช้เตารีดที่มีควมร้อนรีดโดยวิธีกดทับ ถ้ารีดโดยวิธีไถไปมาจะทำให้ผ้าเสียรูปทรง แต่ถ้าเป็นเตารีดไอน้ำให้ใช้ผ้าขาวปิดทับโดยไม่ต้องชุบน้ำ และเมื่อจะรีดให้พ่นไอน้ำผ่านน้ำจะทำให้ผ้าเรียบโดยไม่ต้องชุบน้ำ
๙. เมื่อรีดผ้า ควรรีดส่วนประกอบทีละส่วนตามลำดับ ดังนี้
- เมื่อรีดเสื้อ ควรรีดปก รีดตะเข็บ รีดตัว เสื้อด้านหน้า เสื้อด้านหลัง และแขนเสื้อ
- การรีดกางเกง ควรรีดขอบเอว กระเป๋าขา และตัวด้านหน้าและหลัง
- การรีดกระโปรง ควรรีดซับใน ขอบตะเข็บ และตัวระโปรงด้านหน้าและด้านหลัง
๑๐. รีดผ้าครั้งเดียวหลายชิ้นหรือรีดครั้งละมาก ๆเป็นการช่วยประหยัดกระแสไฟฟ้ามากกว่าการรีดครั้งละตัวหรือน้อยชิ้น
๑๑. ถอดปลั๊กเตารีดเมื่อเสร็จแล้วทุกครั้ง โดยหลังจากถอดปลั๊กซึ่งเตารีดยังมีความร้อนอยู่ควรรีดผ้าที่ไม่ต้องการความประณีตมากนัก และสามารถรีดได้ประมาณ ๑-๒ ตัว เช่น ผ้าใส่อยู่กับบ้าน ชุดนอน เสื้อเด็กอ่อน เป็นต้น


การรีดเสื้อผ้าโดยใช้เตารีดต่างชนิดกัน

๑.) การรีดผ้าด้วยเตารีดไฟฟ้าธรรมดา เตารีดไฟฟ้าธรรมดาเป็นเตารีดไฟฟ้าที่ใช้กันทั่วไปราคาไม่แพง วิธีการรีดด้วยเตาไฟฟ้าธรรมดาที่รีดโดยการพรมน้ำและม้วนไว้ เพื่อให้ผ้าชื้นและรีดให้เรียบได้ง่าย
๒.) การรีดผ้าด้วยเตารีดไฟฟ้าแบบพ่นไอน้ำ เตารีดสมัยใหม่มีขายอยู่ทั่วไป แต่มีราคาแพงกว่าเตารีดไฟฟ้าแบบธรรมดา บางชนิดเมื่อต้องการรีดผ้าสามารถกดปุ่ม และมีไอน้ำพุ่งออกมาขณะรีดทำให้ผ้าเรียบเตารีดไอน้ำบางยี่ห้อพัฒนาก้าวไกล สามารถรีดผ้าด้านเดียว แต่ผ้าเรียบทั้ง ๒ ด้าน เพราะไอน้ำที่พ่นจากเตาผ่านไปถึงผ้าชั้นล่างและผ่านลงไปยังที่รองรีด ซึ่งเป็นตะแกรงเหล็กไอน้ำสามารถผ่านได้เตารีดชนิดนี้นับว่าเป็นเตารีดที่มีประสิทธิภาพที่ดีมาก นอกจากนั้น ยังมีเตารีดไอน้ำบางชนิด สามารถพ่นไอน้ำสู่ผ้าที่แขวนไว้ให้เรียบได้ นิยมใช้กันตามร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป เหมาะสำหรับรีดผ้าที่ยับจากการแขวน








Free TextEditor


Create Date : 01 ธันวาคม 2553
Last Update : 1 ธันวาคม 2553 16:49:38 น. 0 comments
Counter : 6627 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

nidhiporn
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Share
Friends' blogs
[Add nidhiporn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.