ความคิดเปลี่ยนชีวิต #89 คิด 3 อย่างก่อนพูด
"พูดเก่งอย่างนี้เป็นนักขายที่ดีได้แน่นอน"

นั่นคือคำพูดที่สร้างทัศนคติผมมาตั้งแต่เด็กแต่พอโตขึ้นมาเรื่อยเรื่อยเข้าสู่สังคมของการทำงานและเริ่มรู้เริ่มพบประผู้คนมากขึ้นในเรื่อยๆจะเริ่มเข้าใจว่าคำพูดนางไม่ใช่จริงทั้งหมด 100%

นักขายมือทองก็ไม่ใช่เป็นคนที่พูดน้ำไหลไฟดับแต่จะพูดได้จังหวะจะโคนรู้จักพูดในสิ่งที่ควรพูดรู้ว่าลูกค้าต้องการจะฟังอะไรและตอบคำถามลูกค้าได้ดีตอบข้อโต้แย้งของลูกค้าได้ชัดเจนและที่สำคัญต้องสามารถบอกได้ว่าสินค้าชิ้นนั้นช่วยให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นได้อย่างไร

และเราก็มักจะ ได้พบเจอ เสมอในชีวิตประจำวันว่าจะมีคนที่พูดเก่งบางคนใช้ทักษะนี้ไปกับการพูดถึงเรื่องของคนอื่นหรือที่เราเรียกกันว่าเป็นการพูดนินทาพูดลงรายละเอียดได้จนเราเห็นภาพเลยทีเดียวเล่าเรื่องราวเสียอย่างกับว่าตัวเองไปอยู่ข้างๆ ของเจ้าของเรื่องนั้น ตลอดเวลาเลยทีเดียว ถ้าใครเคยอ่านหนังสือพิมพ์ผู้จัดการช่วงเวลาหนึ่งอาจจะพอจำได้ว่ามีคอลัมน์ซ้อเจ็ดที่บรรยายถึงเรื่องราวของคนในแวดวงบันเทิงหรือแวดวงไฮโซได้อย่างละเอียดยิบเลย

ผมเคยสังเกตว่าเมื่อเราเราอายุมากขึ้น มาพบประกับคนที่เคยรู้จักกันไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเก่า
ญาติพี่น้องหรือเพื่อนร่วมงานในโอกาสสำคัญต่างๆเช่นงานเลี้ยงหรือการ ไปงานสังสรรค์ต่างๆเรามักจะหาสิ่งที่มาพูดคุยกันได้ยากเนื่องจากพอเริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เราเริ่มคิดมากขึ้นและไตร่ตรองมากขึ้นว่าจะพูดหรือไม่พูดอะไรออกไปดีบางครั้งกลายเป็นว่าเราไม่รู้จะพูดอะไรกันและยิ่งสังคมปัจจุบันทุกคนมีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือแล้วกลับกลายเป็นว่าพอไปเจอกันต่างคนก็ต่างเล่นโทรศัพท์คุยกับคนที่อยู่อีกสถานที่ไปซะอย่างนั้น

บางพวกก็มั่นใจมากคุยแต่เรื่องของตัวเองชีวิตส่วนตัวลูกหลานที่ประสบความสำเร็จหรือแม้แต่ความทรงจำดีดีที่ตัวเองเก็บเอาไว้มาตลอดเวลาแต่นั่นก็ทำให้เป็นที่อึดอัดของคนรอบข้างเพราะใครเล่าจะชอบฟังแต่เรื่องของคนอื่นอยู่ตลอด

ที่แย่ไปกว่านั้นและมีมากเสียด้วยในสังคมคือเธอรู้เรื่องราวที่ไม่ดีของฝ่ายตรงข้ามมาบ้างพอพบเจอหน้ากันก็ถามเลยเช่นสามีเป็นยังไงบ้าง ลูกชายเรียนอะไร งานเป็นอย่างไรบ้างคำถามเหล่านี้แม้ว่าดูผลเผินเหมือนกับการถามความคืบหน้าโทรไปก็จริงแต่สำหรับบางคนแล้วบางทีก็ไม่เต็มใจ นักที่จะตอบเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวอีกทั้งสถานการณ์ปัจจุบันอาจจะมีปัญหาซึ่งทำให้ลำบากใจที่จะเล่าให้ใครๆฟัง

ประเภทที่ผมชอบกลับกลายเป็นคนที่พูดเก่งก็จริงแต่มักจะหยิบยกเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนส่วนใหญ่ในขนาดนั้นมาพูดแล้วผนวกเข้าไปกับหลักธรรมะของศาสนาพุทธทำให้คนได้เรียนรู้และจดจำจากเรื่องราวที่เล่ามากลายเป็นหลักและคติในการดำเนินชีวิตทำให้กลายเป็นคนมีเสน่ห์เมื่อพบเจอกันเมื่อไหร่ก็เป็นคนที่ผูกขาดการพูด ได้อย่างน่าสนใจอยู่เสมอ

ในศีลห้าพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ในเรื่องของการงดเว้นพูดเท็จซึ่งหมายรวมไปถึงการพูดเพ้อเจ้อและการพูดส่อเสียดคนอื่นที่ให้เกิดความทุกข์ใจด้วย

ในช่วงที่เปลี่ยนจากวัยรุ่นมาเป็นผู้ใหญ่ผมมักจะได้รับคำแนะนำเสมอว่าให้คิดก่อนพูดเพราะก่อนพูดเราจะเป็นนายคำพูดแต่เมื่อพูดไปแล้วคำพูดจะเป็นนายเรา

มีหลักง่าย ๆให้พิจารณาเพียงสามข้อ

1.เป็นความจริงหรือไม่
2.ผู้ฟังได้ประโยชน์หรือไม่
3.ผู้ฟังมีความสุขหรือไม่

ทำได้ไม่ยากเลยเพราะฉะนั้นเวลาจะพูดเรื่องอะไรกับใครไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเพื่อนฝูงหรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบเจอมานานใช้หลักสามข้อนี้คุณก็จะสามารถพูดได้อย่างสบายใจแล้วครับ คุณจะกลายเป็นคนที่มีเสน่ห์ในความรู้สึกของคนรอบข้างเลยทีเดียว

"อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด
อยู่กับมิตรให้ระวังคำพูด"



Create Date : 01 สิงหาคม 2560
Last Update : 1 สิงหาคม 2560 8:07:24 น.
Counter : 59 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



สมาชิกหมายเลข 2372514
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สิงหาคม 2560

 
 
2
3
4
5
6
7
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
24
27
28
29
30
31
 
 
All Blog