ความคิดเปลี่ยนชีวิต #71 จะเจอเพื่อนแท้ก็ตอนยากลำบากนี่เอง...
วิกฤตการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 ทำให้เราได้ประสบการณ์ใหม่หลายอย่างโดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องของภัยพิบัติที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงไม่ใช่เป็นเพียงแค่การคิดพิจารณาความเสี่ยงบนกระดาษเท่านั้น

ช่วงเวลานั้นผู้เขียนเป็นผู้จัดการแผนกไอทีที่ต้องดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัททั้งหมดเตรียมแผนการสำหรับทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องเอาไว้ก่อนแล้วเมื่อผู้บริหารตัดสินใจย้ายสำนักงานและการประมวลผลไปยังศูนย์สำรองเราก็พร้อมจะดำเนินการทันที

ในช่วงนั้นทั้งหมดเป็นแผนอยู่บนกระดาษเท่านั้นเราเริ่มตื่นตัวเมื่อมีเจ้าหน้าที่ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรายหนึ่งขับรถโฟร์วิวไดรฟ์มาถึงบริษัทเราแล้วบอกว่า
"ยินดีจะช่วยทุกอย่างขอให้เราเรียกใช้"
เป็นการทำการตลาดอย่างดีเยี่ยม
แต่ผมบอกกับทีมงานตรงนั้นเลยว่า
"เค้ามาเตือนเราแล้ว"

ช่วงนั้นพฤติกรรมส่วนใหญ่ของคนในบริษัทก็คือการเช็คระดับน้ำและสอบถามความเป็นไปได้ว่าน้ำจะท่วมถึงจุดที่เราอยู่หรือไม่

พวกเราเริ่มประชุมกันแล้วคิดวิธีว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเราจะดำเนินการกันอย่างไรบ้างต้องทำอะไรและต้องพึ่งพาใครบ้างเราเริ่มตรวจสอบความพร้อมและโทรหาผู้ให้บริการต่างๆตั้งแต่ตอนนั้น

ก่อนที่น้ำจะท่วมหนึ่งวันผมเดินสำรวจเขื่อนกั้นน้ำรอบรั้วบริษัทที่เราพยามทำกันอย่างลวกๆเหมือนกับว่าถ้าไม่ทำก็จะรู้สึกผิด แต่มันใช้การได้หรือไม่ไม่มีใครรู้

ในวันเดียวกันการเตรียมการเป็นไปอย่างฉุกละหุกโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมถูกเตรียมมาให้ผู้บริหาร การประชุมเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมจัดขึ้น กระทันหันเพื่อสอบถามว่าเราพร้อมในระดับไหน
การตกลงเพื่อใช้บริการศูนย์สำรองเป็นไปอย่างไม่เคลียร์เหมือนยังมีคำถามในใจ "ทำไมต้องมี" และทำไมต้องเป็นที่นี่" แต่วันนั้นก็ถือว่าเราพร้อมในการรับสถานการณ์น้ำท่วมในระดับหนึ่งแล้วโดยมีห้องสำหรับวางอุปกรณ์ Server และมีห้องประชุมสองห้อง สำหรับฟังก์ชันงานหลัก เช่นฝ่ายบัญชีฝ่ายบุคคลฝ่ายขาย และห้องประชุมสำหรับผู้บริหาร

วันรุ่งขึ้นเมื่อผมตื่นมาตอนเช้าลูกน้องโทรมาบอกว่า"พี่ไม่ต้องเข้ามาที่โรงงานแล้วครับน้ำมาแล้ว"
ผมจึงตรงไปที่ศูนย์สำรองทันทีจากวันนั้นอีกเกือบสองเดือนผมไม่ได้ไปที่โรงงานอีกเลยแม้แต่วันเดียว

ผมรออยู่ที่ศูนย์สำรองและต้อนรับผู้บริหารระดับสูงและพนักงานที่เป็นคีย์แมนสำคัญตามที่เราเลือกกันเพื่อมาทำงานต่อในสำนักงานที่เตรียมไว้ สำหรับสถานการณ์นี้

สิ่งที่เราเตรียมไว้สำหรับรับสถานการณ์นี้ไม่พออย่างที่คาดไว้และความเป็นเพื่อนแท้ก็ปรากฏบริษัทไอเน็ตได้ให้เราใช้พื้นที่สำนักงานย่านเพชรบุรีตัดใหม่ทำเป็นสำนักงานของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาชั่วคราวออกแบบผลิตภัณฑ์แล้วส่งแบบออกไปขายลูกค้าทั้งในและนอกประเทศทำรายได้เข้าบริษัทได้เหมือนเดิมในช่วงเวลาน้ำท่วมโดยไม่คิด ค่าเช่าสถานที่เลยแม้แต่บาทเดียวโดยให้เหตุผลว่า


"ต้องการมีประสบการณ์ในสถานการณ์นี้
และอยากช่วยเหลือเรา"

ผมได้ห้องพักเป็นห้องชุดขนาดสองห้องนอนใกล้กับศูนย์สำรองด้วยความอนุเคราะห์จากบริษัทที่ผมไปทำงานฟรีแลนให้สมัย ทำงานใหม่ๆ นี่ก็ถือเป็น เพื่อนแท้อีกหนึ่งคน

ศูนย์สำรองที่บริษัทซีเอสล็อกอินโฟถูกเราเหมาห้องประชุมทั้งชั้น รวมถึงห้องประชุมชั้น 12 ที่เราเช่าจากบริษัททีซีซีที่ถูกเปลี่ยนเป็นสำนักงานสำหรับทุกฟังก์ชั่นงานของบริษัทรองรับทีมงาน 300 กว่าชีวิตและเป็นห้องประชุมสำหรับผู้บริหารเพื่อรายงานการตอบโต้สถานการณ์ไปยังบริษัทแม่

ไม่มีใครเคยมีประสบการณ์เรื่องนี้แต่ทุกคนช่วยเหลือและพยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีมากจนพวกเราผ่านสถานการณ์วันนั้นมาได้ทำให้เราเข้าใจว่าเมื่อเวลาที่เราเดือดร้อนเพื่อนแท้ก็จะปรากฏขึ้นมาเพื่อช่วยเราให้ผ่านสถานการณ์นั้นไปได้ด้วยดี



Create Date : 30 พฤษภาคม 2560
Last Update : 30 พฤษภาคม 2560 21:25:48 น.
Counter : 395 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2372514
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



พฤษภาคม 2560

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
19
20
21
22
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog