โรคกรดไหลย้อน ท้องอืด ท้องเฟ้อ - ล้างลำไส้



 
โรคกรดไหลย้อน ท้องอืด ท้องเฟ้อ - ล้างลำไส้

โดย

ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์เกียรติกุล นายแพทย์สวัสดิ์ หิตะนันท์


 





ศาสตราจารย์นายแพทย์เกียรติกุล นายแพทย์สวัสดิ์ หิตะนันท์
MD., FACG., FACG.,FACP.,(Edin.)
อาจารย์พิเศษโรคระบบทางเดินอาหาร
ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช




ระบบทางเดินอาหาร


การดูแลผู้ป่วยอาหารท้องอืด ท้องเฟ้อ
ต้องมีความเข้าใจถึงระบบทางเดินอาหารก่อน (ตามรูปข้างบน)


กระเพาะส่วนบน
จะมีลม ลมทำให้จุกเสียด แน่น
มีเมือกๆส่วนบน ทำให้คลื่นใส้ อาเจียร เบื่ออาหาร


กระเพาะส่วนกลาง
มีกรดทำให้ปวดท้องแสบท้อง


กระเพาะ ส่วนที่สาม
มีอาหารที่รับประทานค้างในกระเพาะส่วนล่าง ที่ชาวบ้านเรียกว่าอาหารไม่ย่อย แท้จริงแล้วเป็นอาหารที่ค้างอยู่ทำให้มีอาการท้องอืด แสบท้อง

เมื่ออาหารในกะเพาะและน้ำย่อยต่างๆไหลลงสู่ลำไส้เล็กซี่งมีความยาวเป็นเมตร เมตร น้ำย่อยมีหน้าที่ในการย่อยและดูดซึมอาหารกลับเข้าสู้ร่างกาย
โดยอาศัยน้ำย่อยจากที่ต่างๆ

ก.จากตับก็น้ำดี
ข.น้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร
ค.น้ำย่อยจากตับอ่อน

ทั้งสามส่วนนี้ไหลลงมาลำไส้เล็กประมาณ 5-6 ลิตรต่อวัน จึงไหลลงสู่ลำไส้เล็กได้ยินเสียงโครกคราก หรือชาวบ้านเรียกว่า ท้องร้องโครกคราก ในลำใส้เล็ก ถ้าบีบตัวแรงก็ทำให้มีอาการเสียดท้อง ถ้าบีบตัวน้อย ทำให้มีอาการท้องอืดแน่นท้องได้

เมื่อขบวนการย่อยและดูดซึมจากลำใส้เล็กแล้วก็จะเหลือแค่กากอาหาร ก็คืออุจจาระ ซึ่งเป็นคล้ายๆของ ผักเน่า อาหารเน่าๆ ทั้งหลายที่ร่างกายไม่ต้องการ ก็จะถูกขับถ่ายมาทางลำใส้ใหญ่ประมาณ 1 เมตร ทอดมาจากด้านขวาของหน้าท้อง ตามใต้ชายโครงขวาและซ้ายลงมาในช่องท้องด้านซ้ายซี่งยาวประมาณ 1 เมตร และขับถ่ายออกมาเป็นอุจจาระ

คนปกติจะขับถ่ายอุจจาระออกมา ครั้งละประมาณ 20-30 เซ็นติเมตร เพราะฉนั้นอุจจาระที่เป็นของสกปรกจะเหลืออยู่ในลำใส้ประมาณ 60-70 เซนติเมตร ซี่งเสมือนหนี่งเราล้างมือแล้วท่ออุดตัน น้ำก็จะไหลเอ่ออยู่ในอ่างน้ำ เช่นเดียวกัน ในลำใส้ใหญ่ พี่ยังมีอุจจาระค้างอยู่ประมาณ 60-70% ทำให้ส่วนที่ค้างในกระเพาะอาหารไม่สามารถไหลลงมาสู้ลำไส้ได้ ดังนั้นจึงทำให้ของค้างในกระเพาะอาหารย้อนขีันไป อาจจะไปถึงหลอดอาหาร หน้าอก ลำคอทำให้มีอาการอับเสบ และเจ็บหน้าอก ทำให้คลื่นไส้ อาเจียร ได้และทำให้กรดในกระเพาะอาหารที่ค้างอยู่ รวมทั้งน้ำย่อยน้ำเมือก ขย้อนขีันมาที่ปาก ทำให้เจ็บคอ มีเสมหะมาก เราเรียกว่า "กรดไหลย้อน"ซี่งไม่ได้หมายความว่าเป็นโรค หรือเป็นแผล หรือมะเร็ง เพียงแต่เป็นชื่อตามอาหาร

หลักการการปฏิบัติดังนี้

1. พยายามไล่เอาของที่รับประทานเข้าไปลงไปสู่ลำไส้โดยเร็ว เช่นการออกกำลังกาย เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวของกระเพาะและลำไส้ และทำให้ลมเลอออกมา หรือออกทางทวาร และอาหารที่ไม่ย่อยที่อยู่ในกระเพาะรวมทั้งกรดในกระเพาะ ที่ทำให้ท้องอืด แน่นท้องและปวดกระเพาะ การออกกำลังกายในช่วงเช้าก่อนลุกจากเตียงใช้เวลา 5 นาที


เราควรดื่มน้ำ 1 แก้วหลังจากอาหารกลางวัน 1 ชั่วโมง และอีก 1 แก้วหลังอาหารกลางวัน 2 ชม. อนึ่งตอนเช้า หรืออาหารค่ำ เมื่อเรารับประทานอาหารเช่นข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง เนี้อสัตว์ต่างๆ ยกเว้นปลา เวลาจะนอน อาหารที่ยังค้างอยู่ในกะเพาะ ยังย่อยไม่หมด ทำให้มีการจุกเสียดแน่นหน้าอก และปวดท้องได้ และเนื้อสัตว์จะทำให้เพิ่มปริมาณน้ำหลั่งและกรดออกมาจนเกือบเต็มกระเพาะทำให้มีอาการต่างๆ เช่น จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และบางครั้งมีคลื่นใส่อาเจียร ดังนั้นการดื่มน้ำดังกล่าว จะช่วยทำให้ของที่เรารับประทานรวมทั้งน้ำย่อยและลมไหลลงสู้ลำไส้เร็วขีัน ทำให้ท้องว่างจรากลม กรด น้ำย่อย น้ำเมือกและอาหารจะทำให้เรารู้สีกสบายขีันอย่างมาก


ดังนั้นจำเป็นให้รับประทานอาหารมื้อเย็นให้น้อย และเป็นน้ำๆ เช่น ซุบ
หนี่งชาม แกงจืดผักกาดขาว แกงจืดวุ้นเส้น หรือโจ๊ก ข้าวต้มปลา สลัด ผลไม้ เช่นส้มโอ กล้วย และนมที่มีแคลเซี่ยมสูง ไขมันต่ำ ซึ่งหาซื้อได้ที่ร้าน 7-11 และซุบเป้อร์มาร์เกต ดื่มประมาณ หนี่งส่วนสามแก้ว ก่อนนอน
ซี่งมีประโยชน์สามประกาณ

1. ทำให้ภาวะกรดในกระเพาะน้อยลง

2. มีการขับถ่ายดีขี้น

3. ทำให้กระดูกพรุนน้อยลงและทำให้หลับง่าย

การปฏิบุติที่สำคัญอีกอย่างหนี่งคือ เกี่ยวข้องกับการ "ขับถ่าย" โดยปกติลำไส้ใหญ่มีความยาว 1 เมตร มีอุจจาระและลมคั่งค้างอยู่ในนั้น ดังนั้น ถ้ามีการขับถ่ายในแต่ละครั้งจะมีอุจจาระและน้ำออกมาประมาณ 20-30 เซ็นติเมตร และทำให้ 70-80 เซ็นติเมตรในลำใส้ใหญ่เต็มไปด้วยอุจจาระ ลม และน้ำสกปรก ในอุจจาระที่เหลือ 70-80 เซ็นติเมตรในลำใส้ใหญ่ เมื่อคั่งค้างอยู่เป็นเวลาหลายๆปีจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งในลำใส้ได้


ดังนั้นเราต้องกำจัดอุจจาระที่เหลือออกไปให้มากที่สุดโดยการรับประทานอาหาร และ ยาต่างๆหรือผักและผลไม้ให้มากเพื่อการขับถ่ายอุจจาระให้มากว่าหนี่งครั้งในแต่ละวันเช่นการให้ยา Milk Of Magnesia ชนิดเม็ดรับประทาน 5-10 เม็ดเวลา21.00-22.00 น. หรือเวลา 14.00-18.00 น.ตามด้วยน้ำ 1 แก้ว และให้ถ่ายอุจจาระในวันรุ่งขี้น อย่างน้อย 2 ครั้ง

จำนวนยาจะเพิ่มหรือลดลงแล้วแต่กรณีท้องผูกมากหรือถ่ายน้อย ซี่งถ้าใช้เวลา 3-7 วันถ่ายครั้งหนี่ง อาจจะต้องเพิ่มยาที่ทำให้ลำใส้มีแรงหรือบีบตัวให้มากขี้นด้วยยา senokot 3-8 เม็ด หลังจากรับประทาน Milk Of Magnesia แล้วครี่งชั่วโมง

จำนวน Senokot ให้เพิ่มขี้นหรือลดลง เพื่อให้ถ่ายได้อย่างน้อยวันละสองครั้งคือตื่นนอนเช้าหนี่งครั้ง และหลังอาหารเช้าอีกหนี่งครั้ง ถ้าถ่ายได้ 3-4 ครั้งต่อวันก็ยิ่งมีประโยชน์มากขีัน

ตัวอย่าง ผู้สูงอายุอยู่กับบ้านการเคลื่อนไหว ออกกำลังกายน้อยและดื่มน้ำน้อย ทำให้เกิดอาการท้องผูก แน่นท้อง ปวดท้อง และคลื่นไส้อาเจียร รับประทานอาหารไม่ได้ เนื่องจากเหตุต่างๆที่กล่าวมา จะทำให้อุจจาระค้างอยู่ในลำไส้ จีงเป็นเหตุให้ของต่างๆในกระเพาะไม่สามารถลงมาสู้ในลำใส้ได้ เป็นเหตุให้น้ำย่อยที่เพิ่มขี้นในกระเพาะเกิดล้นออกมา เกิดภาวะคลื่นไส้ อาเจียร ในผู้สูงอายุดังกล่าว

ดังนั้นการแก้ไขของผู้สูงอายุก็ด้วยวิธีการต่างๆดังกล่าวมาแล้ว เช่นเดียวกันกับกรณีเด็กนักเรียนรีบไปโรงเรียนแต่เช้า ไม่ได้ถ่ายอุจจาระ เมื่อถึงโรงเรียนห้องน้ำไม่ค่อยสะอาด ทำให้ไม่อยากถ่ายอุจจาระ เมื่อเป็นเช่นนี้ 2-3 วัน ต่อมาเด็กนักเรียนคนนั้นก็จะบ่นปวดท้อง กลัวว่าจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร
จีงต้องแก้ไขตามวิธีต่างๆ

การรับประทานยา Milk Of Magnesia 3-4 เม็ดเวลาบ่ายสองโมง เพื่อจะได้มาขับถ่ายที่บ้านประมาณ 2-3 ทุ่ม


ในกรณีที่ไม่อยากรับประทานยาทุกวัน ขอให้ใช้ผัก ผลไม้แทนวันนั้นให้มากๆเช่นส้มโอ กล้วยและนมที่มีแคลเซี่ยมสูง ไขมันต่ำ ดังนั้นในกรณีที่มีลมในท้อง จุกเสียดแน่นท้อง เลอ อาการไม่ย่อย ส่วนมากเรามักจะเรียกว่ากระเพาะอาหารและลำไส้แปรปรวน

สรุปในกรณีที่เป็นกรดไหลย้อนไหลย้อน หลักใหญ่ก็คือของในกระเพาะรวมทั้งน้ำย่อย ลงลำไส้ ไม่พอเพียงที่จะที่จะขับอุจจาระออกไป ดังนั้นการล้างลำไส้ด้วย MOM และหรือรวมกับ Senokot จึงเป็นส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นอาการท้องเสีย หรือผิดปกติของการขับถ่าย เพราะจุดประสงค์ เราต้องการของสกปรกตางๆในลำไส้ใหญ่ออกให้มากที่สุด อันจะเป็นการรักษากรดไหลย้อน ท้องอืด ท้องเฟ้อ เลอเหม็นเปรียว ได้อย่างดี ดังน้้นการส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่อาจจะไม่จำเป็นในระยะแรก ขอให้ปฏิบัตตามดังกล่าว 1-2 เดือน เพื่อศึกษาอาการตางๆ
ดังกล่าวว่าดีขี้นอย่างไร



ในกรณีที่สงสัยว่าการกิน MOM จะทำให้ติดนิสัยหรือไม้?

ขอให้เข้าใจว่าเรามีรถยนต์ก็ต้องให้น้ำมันเพื่อการขับรถเคลื่อนไปได้ เช่นเดียวกับความจำเป็นของการใช้วิธีต่างๆ ดังที่กล่าว รวมทั้งยาจะทำให้เรามีสุขภาพดีขีันและไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะทำให้เรามีความเคยชิน อาจจะรับประทานวันเว้นวัน หรือเว้นสองวันก็ได้

ยา MOM ชนิดเม็ดนี้มีอายุสามารถเก็บได้ถึง 4 ปี และสามารถหาซื้อได้ที่ ร้านขายยาและร้าน 7-11 แถวรพ.ศิริราช ส่วนยา MOM ชนิดน้ำมีขายตามร้านขายยาทั่วไป รับประทานครั้งละ 30-60 C. หรืออาจจะถึง 90 cc. หรือกินร่วมกับ Senokot ยาที่มีแรงบีบลำไส้


เราจะปฏิบัติต้วอย่างไร ในกรณีที่มีท้องผูก ท้องเสีย หรือท้องอืดแน่นท้อง กรดไหลย้อน คลื่นไส้ อาเจียร รับประทานอาหารไม่ได้

วิธีการต่างๆ ที่กล่าวมาจะเป็นการคล้ายกับเราทำ Detox หรือการล้างลำไส้เสมือนหนี่งเราฉีดน้ำไปในท่อสกปรกบ้านเรา ไม่ได้หมายความว่าเราท้องเสีย ถึงแม้จะถ่ายสาม สี่ครั้ง บางที่ก็ทำ Detox ตัวเองด้วยสารต่างๆเข้าทางทวาร ได้ผลของการขับถ่ายเพียง 1/3 ของลำไส้ใหญ่ ส่วนวิธีการต่างๆที่กล่าวมาจะได้ผลทั้งหมดของลำไส้



จขบ.ขอบพระคุณ
ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์เกียรติกุล นายแพทย์สวัสดิ์ หิตะนันท์
ที่กรุณานำวิทยาทานมาแบ่งปันกับเพื่อนๆค่ะ

 


 




 
newyorknurse



Create Date : 02 มิถุนายน 2568
Last Update : 2 มิถุนายน 2568 3:57:40 น. 6 comments
Counter : 662 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
มิน่า หลังผ่าตัดไส้เลื่อนมา วันรุ่งขึ้น หมอมาบังคับให้เดินเลยเชียว
ลำไส้จะได้เคลื่อนไหวนี่เองนะครับ
ยา MOM หมอก็จ่ายให้มากินทุกวัน ห้ามท้องผูก
กินมาเดือนนึงแล้วครับ ท้องไม่เคยผูกเลย
ของอาจารย์เต๊ะ เป็นแบบยาน้ำ ชื่อEmulax
กินง่าย ถ่ายคล่องทุกวันเลยครับ 555



โดย: multiple วันที่: 2 มิถุนายน 2568 เวลา:5:25:43 น.  

 
พี่น้อยน่าจะมีรูปยา MOM มาฝาก
เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละค่ะ



โดย: หอมกร วันที่: 2 มิถุนายน 2568 เวลา:7:52:04 น.  

 
สวัสดีครับ คุณnewyorknurse


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 2 มิถุนายน 2568 เวลา:10:04:32 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
แวะมาส่งกำลังใจนะคะ ยังคงไม่ขึ้นเหมือนเดิมค่ะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 2 มิถุนายน 2568 เวลา:10:18:42 น.  

 
น่ากลัวเหมือนกันนะคะโรคนี้


โดย: Devastar วันที่: 2 มิถุนายน 2568 เวลา:17:05:03 น.  

 
สวัสดีครับ

ขอบคุณข้อมูลสุขภาพครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 2 มิถุนายน 2568 เวลา:17:27:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#21


 
newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy,
a time to spend time with your family
and a time to be with your friends
all comes with retirement"


*****


"Live The Moment"

อยู่กับปัจจุบันขณะ หยุดเสียใจกับสิ่งที่เกิดขี้น
ในอดีตและกลัวหรือกังวล
สิ่งทีเกิดขี้นในอนาคต "วันนี้" และ "ขณะนี้"
คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคุณ !!
ใช้มันให้ดีที่สุดให้เป็นช่วงเวลาทีมีคุณค่า
น่าจดจำเพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่ผ่านมา
และผ่านเลยไป เอาคืนไม่ได้และ
หาเพิ่มก็ไม่ได้เช่นกัน

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ


*********


ขอบคุณ Bloggang ทำให้เราได้เขียนบล็อกต่างๆ
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนน นะคะ


BG Popular Award # 20

BG Popular Award # 19


BG Popular Award # 18


BG Popular Award # 17


BG Popular Award # 16


BG Popular Award # 15


BG Popular Award # 14


BG Popular Award # 13


BG Popular Award # 12


BG Popular Award # 11


BG Popular Award # 10


BG Popular Award # 9


BG Popular Award # 8

**********



ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2561
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ


ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2560
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2568
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
2 มิถุนายน 2568
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.