5 กุญแจสำคัญที่ต้องรู้ ไขประตูอิสรภาพในวัยเกษียณฯ




5 กุญแจสำคัญที่ต้องรู้
ไขประตูอิสรภาพในวัยเกษียณฯ





และทั้งหมดคือกุญแจสำคัญของ การวางแผนเกษียณฯ ที่ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ อย่าลืมว่า ทุกวันนี้เรายังทำงาน เพื่อหาเลี้ยงปากท้องของเราและคนในครอบครัวอยู่ เมื่อถึงวันที่เราหยุดทุกอย่างแล้ว เราควรจะมีเงินสะสมไว้ใช้เอง จะได้ไม่ต้องรบกวนลูกหลาน หรือถ้าเป็นโสด ก็สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ในยามแก่ได้อย่างสบาย

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องสำคัญของคนไทยทุกคน

“อยากเป็น 3% ของคนไทยที่มีความสุขในยามชราภาพ หรืออยากเป็น 97% ที่ล้มเหลวในการวางแผน ก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ”

***********

ในตอนที่แล้ว “5 กุญแจสำคัญที่ต้องรู้ ไขประตูอิสรภาพในวัยเกษียณฯ (ภาคแรก)”


ผมได้พูดถึงกุณแจสองดอกแรกที่มีผลต่อแผนการเกษียณฯมากที่สุด นั่นก็คือ “เวลา” และ “เงินเฟ้อ” ( อ่านข้างบน) และนั่นพอจะทำให้หลายๆคนตระหนักถึงแผนการเกษียณของตัวเองกันไปบ้างแล้ว

และในบทความสุดท้ายของซีรีส์นี้ (มีแค่สองตอน พูดเหมือนเยอะ) ผมขอกล่าวถึงปัจจัยที่จะทำให้แผนของทุกคนนั้นเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย !!

กุญแจสำคัญดอกที่ 3: วางแผนเกษียณฯนะคุณ ต้องมีเงินลงทุนนะครับ!!


อย่างที่ได้บอกไปว่า“เงินเฟ้อ”จะทำให้มูลค่าในอนาคตของเงินจำนวนเท่ากันในปัจจุบันมีค่าน้อยลง

จริงอยู่ว่าการลงทุนมีความเสี่ยงที่เงินลงทุนเริ่มต้นอาจจะหายไปบางส่วน แต่ถ้าลองคิดดู จะฝากเงินทั้งชีวิตไว้ในออมทรัพย์เพื่อกินดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว มันดีแล้วหรอ!? เพราะผลตอบแทนสุทธิหลังจากหักเงินเฟ้อจะติดลบนะครับ !!!

กลายเป็นว่า การไม่ลงทุน มีความเสี่ยงยิ่งกว่า หากมองภาพในระยะยาว

ดังนั้นใครที่ยังไม่เริ่มลงทุน ผมขอร้องเหอะ ลองศึกษา แล้วลงทุน “ให้เร็วที่สุด” ถ้ารีรอหรือยังกล้าๆกลัวๆ เท่ากับคุณมีสิทธิ์เสียโอกาสที่จะได้รับเงินจำนวนมากในอนาคตก็ได้นะ

ถ้ายังไม่เห็นภาพ ผมมีตัวอย่างเรื่องการเสียโอกาสในการลงทุนของปู่วอเรนต์ บัฟเฟตต์ นักลงทุนเบอร์หนึ่งของโลก มาเล่าให้ฟัง

ในปี 2003 ปู่ได้เปิดเผยให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทฟัง เมื่อถูกถามถึงเคสการลงทุนที่แย่ที่สุดในหลายปีที่ผ่านมา ว่า…”การลงทุนที่แย่ที่สุดงั้นหรอ? อืมม…ปู่เคยคิดว่าจะซื้อหุ้น Walmart (หุ้นค้าปลีกชื่อดังของอเมริกา) ซัก 100 ล้านเหรียญฯ ตอนนั้นราคาหุ้นอยู่ที่ 23 เหรียญฯ ปู่เลยซื้อไปนิดๆหน่อยๆ พอซื้อปุ๊ปราคามันก็ขยับขึ้น!! ปู่ก็เสียดายไง รู้สึกว่าถ้าซื้ออีกเดี๋ยวจะซื้อแพง..อยากให้ราคาหุ้นมันลงมาต่ำกว่านี้อีกหน่อยแล้วค่อยซื้ออีกรอบ..

สรุป..ราคามันวิ่งขึ้นไปและไม่กลับลงมาให้ปู่ได้ซื้ออีกเลย..อดไปดิ ปู่พลาด ไม่ลงทุนไปตามแผนที่วางไว้ คิดดูแล้วมูลค่าความเสียหายเหล่านั้น ถ้าเทียบเป็นเงินในปัจจุบันก็ราวๆ 10,000ล้านเหรียญฯได้ !!!”

ขนาดนักลงทุนระดับโลกยังพลาดกันได้..แล้วโอกาสการลงทุนของคุณล่ะ? ถ้ายังไม่คิดจะเริ่ม เท่ากับคุณทิ้งเงินที่จะได้รับจากการลงทุนไปเท่าไหร่? คำตอบนี้ต้องลองหามันด้วยตัวเองแล้วแหละ!!!

ในการวางแผน เงินที่จะใช้ภายหลังเกษียณฯของแต่ละคนต่างกัน มูลค่ารวมของเงินที่ต้องใช้นั่นแหละ คือ “เป้าหมายของแผนการเงิน” (ของใคร มีมูลค่าเท่าไหร่ ก็ลองกรอกตัวเลขลงในตารางที่ผมเคยแจกไปดูนะ)

เมื่อได้เป้าหมายแล้ว สิ่งต่อมาคือ “วางแผนการลงทุน” เงินที่ควรจะใช้เริ่มต้นลงทุน (ในปัจจุบัน หรือ ปีที่ 0) ควรจะมีเท่าไหร่? หลังจากนี้ควรจะเก็บเงินให้ได้อย่างน้อยปีละเท่าไหร่? หรือ จะใส่เงินลงทุนเข้าพอร์ตสำหรับการเกษียณฯเท่าไหร่ และเมื่อไหร่บ้าง? สิ่งเหล่านี้เราสามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง


แจสำคัญดอกที่ 4: อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน


และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่อการวางแผนการเกษียณฯ คือ “อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน” ซึ่งปัจจัยนี้มันไม่ค่อยแน่นอน เป็นเรื่องที่เรากำหนดได้ยาก เพราะเราไม่รู้ว่าเงินที่เราลงทุนไปจะได้ผลตอบแทนหรือขาดทุน อย่างมากก็ทำได้แค่ประมาณการผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีเท่านั้น

ผลตอบแทนจากการลงทุน จะช่วยให้เงินลงทุนเติบโตยิ่งขึ้น บางครั้งผลตอบแทนก็มาในรูปแบบ Fixed Income คือ ดอกเบี้ย หรือเงินปันผลจากกองทุนรวมบางประเภท

ยิ่งได้ผลตอบแทนทบต้นที่สูง เงินลงทุนก็เติบโตได้ไว เหมือนกับปุ๋ย ที่เป็นตัวเร่งให้เงินลงทุนเจริญงอกงาม


งั้นลองมาดูผลตอบแทนที่คาดหวังจากสินทรัพย์ชนิดต่างๆกัน ผมเก็บข้อมูลย้อนหลัง 10 ปีที่ผ่านมา (มีนาคม 2007-2017) พบว่า…



อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน เฉลี่ยอยู่ที่ 2.35% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ยจากพันธบัตรรัฐบาล 1-3 ปี เฉลี่ยได้ผลตอบแทน 2.94% ต่อปี

หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 6.24% ต่อปี

ทองคำ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.75% ต่อปี

ตลาดหุ้น ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 17% ต่อปี


จะเห็นได้ว่าสินทรัพย์แต่ละชนิดให้ผลตอบแทนที่ต่างกัน และมีความเสี่ยงที่ต่างกันด้วย ซึ่งความเสี่ยงนั้นมาจากความผันผวนของสินทรัพย์แต่ละชนิด

เช่น ในปี 2008 ในช่วงที่อเมริกาเกิด Hamburger Crisis ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ตลาดหุ้นไทย (SET) ได้รับอานิสงค์ ผลตอบแทนในปีนั้น ติดลบ 40% กว่า และปีต่อมาก็กลับมาทำกำไรให้นักลงทุนได้ถึง 60% แต่ในขณะเดียวกัน หุ้นกู้ภาคเอกชนกลับมีความผันผวนน้อยกว่า หุ้นกู้ทำผลตอบแทนให้นักลงทุนเป็นบวกอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่ขาดทุน แต่ผลตอบแทนก็ไม่ได้เยอะเท่ากับตลาดหุ้น ในช่วงที่เป็นขาขึ้น



ถือเป็นเรื่องยาก ในการกำหนดผลตอบแทนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนมากๆ เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำ แล้ว..ถ้าอยากกำหนดผลตอบแทนโดยเฉลี่ยให้ใกล้เคียงกับแผนที่วางไว้ล่ะ พอจะมีวิธีไหนบ้าง?


การลงทุนโดยจัดสัดส่วนสินทรัพย์ หรือ Asset Allocation เป็นวิธีลดความผันผวนในการลงทุน ด้วยการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ชนิดต่างๆ เพราะความเสี่ยงที่ต่างกัน เมื่อสินทรัพย์ชนิดหนึ่งให้ผลตอบแทนติดลบ แต่อีกชนิดหนึ่งจะสร้างผลกำไรให้ ทำให้พอร์ตฯการลงทุนไม่ติดลบมากจนเกินไป



เหมือนการวางไข่ไว้ในตระกร้าหลายๆใบ หากตระกร้าใบหนึ่งหล่น ไข่แตกเสียหาย เราก็ยังมีไข่จากตระกร้าใบอื่นๆเหลืออยู่ เพียงแต่ว่าเราเลือกที่จะวางไข่ลงในตระกร้าแต่ละใบด้วยสัดส่วนเท่าไหร่?


ถ้าไม่สามารถรับความเสี่ยงได้เยอะ ก็ให้ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Fixed Income อย่าง พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ กองทุนรวมตราสารหนี้ หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เป็นสัดส่วนใหญ่ แต่ถ้าชอบผลตอบแทนเยอะๆ รับความเสี่ยงได้สูง ก็จัดสัดส่วนเงินลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ว่าจะเป็น ซื้อกองทุนรวมในหุ้น หรือ ซื้อหุ้นเป็นรายตัวก็ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนแล้วล่ะครับ

อัตราผลตอบแทนของเงินลงทุน ควรจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับระยะเวลา และความสามารถในการรับความเสี่ยง อย่างที่บอกไปในตอนแรก ฉะนั้น จัดพอร์ตฯให้เหมาะสมกับปัจจัยอื่นๆด้วยนะครับ



กุญแจสำคัญดอกสุดท้าย: ป้องกันความเสี่ยงในยามฉุกเฉิน ด้วยประกันสุขภาพ



ทั้งหมดที่กล่าวมาตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ ผมให้ความสำคัญกับเรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นหลัก เพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด แต่ถ้าเงินก้อนนั้นมีโอกาสที่จะถูกรบกวนด้วยปัจจัยอื่นๆล่ะ !?

จากตัวอย่างในข้อแรก

นายทุเรียนอายุ 40 ปี มีเงินลงทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท เงินออมเดือนละ 20,000 บาท มีค่าใช้จ่าย 20,000 บาทต่อเดือน และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกจนถึง 90 ปี ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 7% ต่อปี อัตราเงินเฟ้อ 2.10% ต่อปี อยากจะออกจากงาน ตอนอายุ 50 ปี

หากนายทุเรียน ตั้งใจจะเกษียณฯตามแผนนั้น จะต้องใช้เงินภายหลังเกษียณฯทั้งหมด 240,000 x 40 = 9,600,000 บาท เมื่อคิดอัตราเงินเฟ้อที่ 2.10% ต่อปีเงินที่ต้องมีจะกลายเป็น 19 ล้าน บาท เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าตัว !!!


ซึ่งวิธีเตรียมเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ไม่ยาก! หากเริ่มลงทุนก้อนแรก 1 ล้านบาท ออมเงินได้ปีละ 240,000 บาท และจัดพอร์ตลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 7% ตามแผนที่วางไว้

เงินทั้งหมดที่เตรียมไว้ ก็จะเพียงพอต่อการเกษียณฯ โดยมีวินัยในการใช้จ่ายตามแผนที่วางไว้ และต้องไม่มี”ค่าใช้จ่ายพิเศษ” อื่นๆมารบกวนเงินก้อนนี้อีกด้วย

หากวันข้างหน้า มีค่าใช้จ่ายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น แล้วเรา “พอจะคาดเดาได้” อย่างเช่น ซื้อบ้านใหม่ ซื้อรถคันใหม่ ให้ญาติกู้ยืม ให้เราลองประมาณการค่าใช้จ่ายเหล่านี้คร่าวๆแล้วเตรียมเพิ่มจากเงินก้อนเดิมอีกทีก็ได้

แต่อย่าลืมว่า ยังมีค่าใช้จ่ายที่เรา “คาดไม่ถึง” เช่น อุบัติเหตุ หรือ โรคภัยไข้เจ็บร้ายแรง มักจะมาหาเราโดยไม่รู้ตัว ซึ่งผลกระทบด้านการเงินจากเหตุการณ์เหล่านี้ค่อนข้างรุนแรง

เมื่อดูข้อมูลจากโรงพยาบาลเอกชนระดับกลาง พบว่า

ค่ารักษาโรคกระดูกพรุน 1 แสนบาท ค่าผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม โรคหลอดเลือดสมองแตกเฉียบพลัน 2.5 แสนบาท ผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ 6 แสนบาท และโรคมะเร็งมากกว่า 1 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งยังไม่รวมค่าห้อง ค่าแพทย์ ที่ใช้ในการรักษาตัวเฉลี่ยคืนละ 7,000-10,000 บาทอีกต่างหาก


คงไม่มีใครอยากเสียเงินไปกับการรักษาตัวแพงขนาดนี้ และคงไม่มีใครอยากใช้บริการสถานพยาบาลของรัฐที่มีคนไข้รอต่อคิวเยอะมาก ไม่ว่าใครก็อยากเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

ทางที่จะป้องกันเรื่องนี้ได้ คือการทำ “ประกันสุขภาพ” ซึ่งเป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปให้กับบริษัทประกันภัย โดยใช้เงินก้อนเล็ก (เบี้ยประกัน) แลกกับเงินก้อนใหญ่ (ค่ารักษาพยาบาล) เป็น การสร้างเกราะคุ้มกันเงินสำหรับใช้ในยามเกษียณ อีกที แบบที่หลายคนพูดกันว่า

“ประกันสุขภาพทำไป แม้จะไม่ได้ใช้ แต่มีไว้อุ่นใจกว่า!”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
//www.aommoney.com/Retirement+planning+part+2#gs.pGvCPc0

newyorknurse



Create Date : 10 เมษายน 2560
Last Update : 11 เมษายน 2560 6:02:20 น. 0 comments
Counter : 350 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

BlogGang Popular Award#13


 
newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 128 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy, a time to spend time with your family and a time to be with your friends – all comes with retirement"

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ
BlogGang Popular Award # 12 - 2559


BlogGang Popular Award # 11 - 2558



BlogGang Popular Award # 10 - 2557



BlogGang Popular Award # 9 - 2556



BlogGang Popular Award # 8 - 2555





ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2559
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
10 เมษายน 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.