เมื่อคืนฝันดีจัง
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
3 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
ตกหลุมรักฮ่องกง *2*





มาเที่ยวฝั่งฮ่องกงกันบ้างดีกว่า ทริปนี้ดิฉันถูกใจกับฝั่งฮ่องกงมากทีเดียว และก็ไม่วายประหลาดใจว่าทำไมเพื่อนๆถึงบอกว่าฝั่งฮ่องกงไม่มีอะไร พอคาดคั้นเอาเข้าจริงๆก็บอกว่าไม่เคยข้ามไปหรอก อยู่แต่ฝั่งเกาลูน เพราะได้ยินมาว่ามีแต่ตึกสำนักงาน ดิฉันว่าใครไปเที่ยวฮ่องกงแล้วไม่ได้ไปเดินฝั่งฮ่องกงนี่น่าเสียดายมากนะคะ เพราะดิฉันว่าฝั่งฮ่องกงมีสีสันกว่าฝั่งเกาลูนมากๆ เรียกว่าพอดิฉันได้เดินฝั่งฮ่องกง ก็แพลนทันทีว่าถ้ามาคราวหน้าขอนอนที่ฝั่งฮ่องกงบ้างสิน่า ย่านดังๆของฝั่งฮ่องกงก็ประกอบไปด้วยย่าน Causeway Bay ย่าน Wanchai และย่าน Central ค่ะ
(ปล. ณ ที่นี้ดิฉันจะเล่าถึงแค่ย่าน Causeway Bay และย่าน Central เท่านั้นนะคะ เนื่องจากไม่มีเวลาเพียงพอที่จะได้ไปยลย่าน Wanchai ค่ะ)

ย่าน Causeway Bay เป็นแหล่งรวมห้างหรูมากมาย ที่มีวัยรุ่นเดินกันขวักไขว่จนเรียกได้ว่าเป็นสยามสแคร์วฮ่องกงเลยทีเดียว แหล่งรวมห้างที่เป็นที่นิยมของย่านนี้คงหนีไม่พ้นตึก Timesqure และห้าง Sogo ที่ห้าง Sogo ช่วงที่ดิฉันไปเป็นช่วงที่มีสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นลดราคา รองเท้าเก๋ๆก็เยอะ (อ้อ..ลืมเล่าไปค่ะ ว่าที่ฮ่องกงเราสามารถเจอะเจอร้านรองเท้าได้เยอะมากๆ เพราะฮ่องกงเป็นเมืองที่คนใช้ MTR กับการเดินเป็นหลัก คนฮ่องกงเดินเยอะเลยมีร้านรองเท้ามากมาย คุณภาพดีแต่ราคาก็สูงตามไปด้วย) เสื้อแจ็คเก็ตสวยๆก็เพียบ กระเป๋าหนังเนี้ยบๆก็เยอะ ดิฉันเดินเพลินจนลืมเวลาเลย ย่าน causeway Bay นี่เป็นย่านที่ถ่ายรูปได้เก๋มากย่านหนึ่งค่ะ เนื่องจากถ้าใครพกกล้องดิจิตอลแสนธรรมดาอย่างดิฉัน เชื่อได้เลยว่ารูปถ่ายทุกรูปต้องมีอาการไม่ชัดเพราะคนที่นี่เคลื่อนไหวตลอดเวลาแน่ๆ แสดงความเป็นฮ่องกงได้เป็นอย่างดีทีเดียว และถ้าจะเห็นใครสักคนหยุดยืนอยู่ก็คงเป็นดิฉันนี่แหละค่ะ หยุดดูแผนที่บ้าง ถ่ายรูปเล่นบ้าง มองหาขนมกินบ้าง ย่าน Causeway Bay ร้านที่ดิฉันขอ recomment ว่าห้ามพลาดมีดังนี้ค่ะ

*หมายเหตุ : ร้านต่างๆที่ดิฉันเอ่ยถึงต่อไปนี้มีสาขาทั่วเกาะฮ่องกงนะคะ ไม่ได้กำจัดเฉพาะย่านคอสเวย์เบย์

Uniqlo ร้านยูนิโคล(หรือยูนิคิวโละ)แบรนด์เสื้อผ้ามาแรงจากญี่ปุ่น มีขายตั้งแต่ถุงเท้า ชุดชั้นใน เสื้อยืด กางเกงยืน สเว็ตเตอร์ เสื้อโค้ท ไปจนถึงผ้าพันคอ เข็มขัด หรือกระเป๋า ร้านนี้เน้นเสื้อผ้าแบบเรียบๆตัดเย็บสุดเนี้ยบหลากหลายสีสัน บางคนก็ว่าคล้ายเสื้อยืดสีๆห้างบิ๊กซีบ้านเรา ดิฉันไม่เถียงค่ะ แต่ขอบอกว่าผ้าเขาดีจริงๆ เรียกว่าถือกลับมาฝากเพื่อนๆที่เมืองไทยถูกใจรายไหนรายนั้น ถึงขั้นร่ำๆว่าถ้าไปอีกจะฝากซื้อกันเป็นเรื่องเป็นราวทีเดียว แบรนด์ยูนิโคลนี้ถ้าเป็นที่ลอนดอนต้องขอบอกว่าฮิปสุดๆขวัญใจวัยรุ่นเขาเลย เพราะเสื้อผ้าแบรนด์นี้มีปรัชญาที่ว่า นำเสนอเสื้อผ้าแบบเรียบ คุณภาพดีให้กับลูกค้า แต่ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นแล้วเขามองว่าแบรนด์นี้ถูกและเชย วัยรุ่นบางคนอายด้วยซ้ำที่คนอื่นรู้ว่าใส่ยูนิโคล คงอารมณ์เดียวกับเสื้อห่านคู่บ้านเรา แต่จะสนใจทำไมเนอะเพราะจะถูกจะเชยยังไง เจ้าของเสื้อผ้าแบรนด์ยูนิโคลก็รวยที่สุดในญี่ปุ่นล้มแชมป์เก่าอย่างอดีตประธานบริษัทเกมส์นินเทนโดได้ละกันน่า

นอกจากเสื้อยืดของฝากและใส่เองแล้ว ดิฉันชอบใจกางเกงยีนส์ที่นี่มากค่ะ เนื้อผ้านุ่มมือสุดๆที่สำคัญคือมีสารพัดสีสันให้เลือก สีหวานๆก็เยอะ เอิร์ธโทนเก๋ๆก็แยะ อย่างเอิร์ธโทนแบบน้ำเงิน(Blue)ม่วง(Purple)หรือแดง(Red)ของที่นี่ต้องทำให้สาวๆ แฟชั่นนิสตาหลายคนกรี๊ดแน่ๆ ราคาก็ไม่แพงนะคะ กางเกงยีนส์ก็ประมาณ 300 HKD หรือตกพันกว่าบาทไทย และกางเกงยีนส์ที่นี่เขามีทรงให้เลือกเยอะมากคือทั้งแบบ Skinny , Slim , Regular นอกจากนี้แต่ละประเภทยังแยกยิบย่อยออกไปอีก เรียกว่าใครชอบแบบรัดแบบยืดยังไงเลือกกันได้ถูกใจแน่นอน แบรนด์ดังแบรนด์ดีแบบนี้น่าประหลาดใจนะคะว่าไหงเมืองไทยไม่มีใครซื้อมาเปิดหว่า สาวๆหนุ่มๆผู้หลงรักแบรนด์ยูนิโคลก็คงต้องลงทุนบินไปซื้อที่ใกล้ๆอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกงแก้ขัดไปพลางๆก่อน



Muji แบรนด์นี้คงไม่ต้องอธิบายกันมาก เพราะเชื่อว่าสาวๆไทยหลายคนก็เป็นสาวกมูจิกันอยู่ ใช่แล้วค่ะ มูจินี้ก็อันเดียวกับที่เครือเซ็นทรัลบ้านเราซื้อมาเปิดนั่นแหละ แต่หากไปฮ่องกงแล้วดิฉันก็ขอแนะนำให้แวะมูจิฮ่องกงสักหน่อย เพราะมูจิที่นี่ใหญ่มาก เรียกได้ว่ายกชั้นกันเลยทีเดียว มูจิที่นี่มีความพิเศษมากตรงที่มีสินค้าหลายอย่างที่เมืองไทยไม่ได้นำเข้ามาค่ะ อาทิเช่น อาหาร เครื่องดื่ม หรือของใช้ในห้องน้ำจำพวกครีมอาบน้ำ แชมพู หรือแม้กระทั่งเครื่องสำอางแพคเกจสวยเรียบที่ห้างเซนบ้านเรานำเข้ามา ที่ฮ่องกงก็ยังมีให้เลือกละลานตากว่ามาก คนฮ่องกงก็เห่อมูจิไม่แพ้คนไทย ดังนั้นจึงเห็นว่าชอปมูจิมีคนเลือกหาสินค้ากันอย่างกับมีเทศกาลแจกฟรี ดิฉันแนะนำว่าสำหรับใครที่จะกลับแล้วยังหาของฝากถูกใจไม่ได้ ขนมของมูจิก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่เบานะคะ



G.O.D สินค้าใน G.O.D มีสไตล์ฮ่องกงร่วมสมัยค่ะ ที่นี่มีทั้ง Post Card (ซึ่งดิฉันซื้อมาฝากพี่ๆที่ทำงานถูกอกถูกใจไปหลายคน) กระเป๋าผ้าพิมพ์ลาย เครื่องครัว ของใช้ในห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งหน้ากากลายเก๋ไก๋สำหรับไอโฟนก็ยังมีให้เลือกสรร(ลายเฉพาะตัวของ G.O.D) ที่นี่ดิฉันยังได้กล่องใส่ทิชชูสุดเปรี้ยวไปเป็นของขวัญให้พี่สาวที่สนิทกันคนหนึ่ง เรียกว่าถูกใจทั้งคนให้และคนรับกันเลยทีเดียว ดังนั้นหากใครกำลังมองหาของฝากแบบฮ่องกงเก๋ๆ ดิฉันว่าร้านนี้ไม่ควรพลาดค่ะ



IKEA แบรนด์สุดกรี๊ดที่สุดแบรนด์หนึ่งของดิฉัน อีเกีย(บางคนอ่านไอเกีย แต่ที่สวีเดนต้นตำรับอ่านอีเกีย) เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสไตล์ D.I.Y ราคาประหยัด หลายคนที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆก็คงจะเป็นแฟนคลับของอีเกียกันอยู่ ก็เขาไม่ธรรมดาดังระดับที่ CEO รวยติด 10 อันดับแรกของโลกทีเดียว อีเกียฮ่องกงที่ดิฉันเดินเป็นสาขาที่อยู่ชั้นใต้ดินโรงแรมปาร์กเลน มีของใช้ของตกแต่งบ้านทุกหมวด หมวดเครื่องครัวก็มีสินค้าน่ารักน่าซื้อให้หยิบจับมากมาย เซทกล่องพลาสติกถนอมอาหารสีเปรี้ยว พิมพ์ทำขนมน่ารักสุดๆ หม้อ-กระทะรูปทรงสวยน่าใช้ แก้วน้ำจานชามสารพัดดีไซน์ หมวดเครื่องนอนนี่ยิ่งถูกใจดิฉันเข้าไปใหญ่ ชุดผ้าปูที่นอนสุดจี๊ดที่ดิฉันอดซื้อกลับมาไม่ได้ เพื่อนคนไทยที่นั่นหัวเราะชอบใจใหญ่ว่ามาฮ่องกงทั้งทีซื้อผ้าปูที่นอนกลับไปซะนี่ นอกจากข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว อีเกียยังมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆอย่างโต๊ะ ตู้เตียง โซฟาให้เลือกซื้อกันด้วย ดีไซน์สวยทันสมัยราคาไม่แพงจนอดที่จะจินตนาการว่าได้หิ้วกลับมาประดับห้องไม่ได้ ท้ายที่สุดดิฉันก็ขนเก้าอี้พลาสติกสีชมพูหวาน ชั้นวางของใช้ในห้องน้ำสีขาว และชั้นผ้าแบบแขวนสำหรับใส่เสื้อผ้า ( Shirt Holder ) แบบกลับมาประกอบเองที่เมืองไทยมาด้วย จนเกือบจะต้องทิ้งไว้ที่สนามบินเพราะไม่ผ่านช่อง security scan และข่าวดีค่ะอีเกียจะมาเปิดสาขาที่เมืองไทยแล้ว ได้ยินว่าปีหน้า 2554 ส่วนที่ตั้งอาจจะไกลหน่อยคือแถวบางนาตราดตัดกับวงแหวนตะวันออก แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านแล้ว ระยะทางคงไม่ใช่อุปสรรคใช่ใหมคะ



Jusco 10 $ Plaza ร้านนี้สไตล์เดียวกับไดโซะ 60 บาทบ้านเราค่ะ ข้าวของพิมพ์เดียวกันแป๊ะเลย แต่ด้วยดิฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้ของไดโซะเมืองไทย ดิฉันจึงไม่พลาดที่จะเดินเล่นที่ Jusco 10 $ ที่นี่นอกจากจะมีข้าวของจุกจิกน่ารักแล้ว ราคายังถูกกว่าเมืองไทยด้วย ก็ 10 เหรียญฮ่องกงประมาณ 40 กว่าบาทไทยเท่านั้นเอง งานนี้ดิฉันจึงได้ขวดแบ่งครีมกระจิ๋วหลิวลายน่ารัก ที่กดกระดาษสร้างลายรูปดอกไม้ กระต่ายน้อย-หมีน้อยกลับมาหลายชิ้น ถ้าใครมีเวลาเหลือ ลองไปเดินเล่นดูนะคะ เดินเพลินๆอาจได้ของกลับมาเยอะกว่าที่คาดไว้ก็ได้



HMV ดิฉันได้แผ่นเพลงสุดเพราะมาจากที่นี่ค่ะ ร้านเอชเอ็มวีเป็นร้านขายเพลงและหนังที่มีสาขาอยู่ทั่วเกาะฮ่องกง หนังสือของคุณพลอยแนะนำแผ่นเพลงแผ่นหนึ่งซึ่งเป็นการนำเพลงเก่ายุค 1930’s ของนักร้องหญิงในเซียงไฮ้ช่วงนั้นมาเรียบเรียงรีมิกซ์ใหม่ ชุดหนึ่งมีสองแผ่นคือแบบรีมิกซ์แล้วกับแบบดั้งเดิมชื่ออัลบัม ”Shanghai Lounge Divas” ถูกใจดิฉันมากมาย เรียกว่าอยู่เมืองไทย พอได้หลับตาฟังเพลง ก็เหมือนข้ามน้ำข้ามฟ้าไปยืนอยู่เกาะฮ่องกงกระนั้นเชียว นอกจากเอชเอ็มวีแล้ว ดิฉันยังชอบใจร้านขายหนัง-เพลงอีกร้านคือ Hongkong Record ที่นี่จะดูไม่อินเตอร์ขนาดเอชเอ็มวี แต่ดิฉันก็ได้แผ่นหนังหลายเรื่องจากร้านนี้ค่ะ หนังฮ่องกงเวอร์ชั่นฮ่องกง หรือแม้กระทั่งหนังไทยเวอร์ชั่นฮ่องกงที่เพจเกจสวยน่าเก็บสะสมก็มีให้เลือกสรร



Mak’s Noodle เปลี่ยนหมวดมาเป็นของกินกันบ้าง ทริปนี้ของดิฉัน ไม่ได้นั่งกินอะไรใหญ่โตเป็นเรื่องเป็นราวหรอกค่ะ ก็เมืองเขาน่าเดินออกอย่างนั้น ดิฉันจะเสียเวลาอ้อยอิ่งในร้านอาหารทำไม ร้านบะหมี่ Mak’s Noodle ดิฉันรู้จักมาจากหนังสือของคุณพลอยนี่แหละค่ะ สาขาที่ดิฉันทานคือตรงถนน Jardine’s Bazaar ย่านคอสเวย์เบย์ บะหมี่ของเขาถ้วยเล็ก แต่อร่อยมากจริงๆ อีกเมนูที่ขอเชียร์ให้สั่งคือผักราดน้ำมันหอย ผักกรอบน้ำราดรสเข้มถูกใจทีเดียว ที่สำคัญพ่อครัวพูดไทยได้นิดหน่อยด้วยนะคะ พอเดินเข้าร้านก็พูดภาษาไทยต้อนรับกันให้งง จนดิฉันต้องสอบถามกันวุ่นวายว่ารู้ได้อย่างไรว่าดิฉันเป็นคนไทย เขาก็บอกว่าเพราะคนไทยที่มาร้านนี้พกหนังสือเล่มนี้เข้ามาทุกคน ถ้าคุณพลอยรู้เข้าคงยิ้มแก้มปรินะคะ



City’ super อีกหนึ่งในสถานที่โปรดปรานของดิฉัน ซิตี้ซุปเปอร์เป็นซุปเปอร์มาเกตขนาดใหญ่ที่มีสาขาให้เลือกเดินหลายแห่งในฮ่องกง บรรยากาศจะออกแนวอบอุ่น มีของกินของใช้ให้เดินดูเดินชิมได้ไม่มีเบื่อ ทริปนี้ของดิฉันเอะอะอะไรก็ขอแวะซิตี้ซุปเปอร์หน่อย โซนอาหาร-ขนมน่ากินเหลือหลาย มีชอคโกแลตและเมล็ดกาแฟหน้าตาแปลกประหลาดให้หยิบฉวยมาเป็นของฝาก โซนของจุกจิกจากญี่ปุ่นก็น่ารักจนต้องหยุดเลือกหยุดชมอยู่นานสองนาน โซนอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวในห้องน้ำก็น่าจับน่าใช้ไปหมด กรณีที่คุณๆเป็นคนใจง่าย ดิฉันขอแนะนำว่าอย่ามาที่นี่ค่ะ มิฉะนั้นจะติดลมจนไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนต่อ





อ่านต่อ : ตกหลุมรักฮ่องกง *3*









Create Date : 03 กรกฎาคม 2553
Last Update : 26 ตุลาคม 2553 15:57:56 น. 0 comments
Counter : 2577 Pageviews.

Valentine's Month


 
Woman in the Dunes
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




TOP
Friends' blogs
[Add Woman in the Dunes's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.