-: Kamui :- & -: Fuma :-
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
28 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
ใครที่มีแต่การเรียนรู้

ตั้งแต่เกิดมา เติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น อุ่นจนบางทีก็ร้อน ๆ เหมือนกัน อิอิ ในช่วงหลายหนาวที่ผ่านมา ชีวิตก็มีแต่การเรียน เสมือนไม่มีอะไรแปลกใหม่ที่จะเข้ามาสู่ให้เกิดความชุ่มชื่นเลย แต่กระนั้น มันก็ไม่ได้ลำบากอะไรไม่ใช่เหรอ

เมื่อจบมัธยม ก็ได้เรียนต่อในระดับชั้นปริญญาในมหา'ลัยทันที และเมื่อจบปริญญาตรี ก็ได้ต่อในระดับปริญญาโท เหมือนชีวิตไม่เคยได้ว่างเว้นจากการเรียน ไม่เคยต้องอยู่เฉย ๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย งานเปรียบเสมือนอีกชีวิตหนึ่งของข้าเจ้า ถึงแม้บางครั้งจะขี้เกียจไปบ้างก็ตาม แต่ก็ไม่เคยที่จะหยุดงานเป็นเวลานาน ๆ

ชีวิตในห้องแลปเคมี มีอะไรหลายหลากให้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับเครื่องแก้ว เครื่องมือวิเคราะห์ หรือแม้กระทั่งการทำงานกับคน ไม่ว่าจะเป็นคนในแลปหรือว่า ต้องติดต่อเพื่อซื้อของเข้าแลป ลักษณะการดูแลก็จะแตกต่างกันออกไป กล่าวคือ

การใช้เครื่องแก้ว ขึ้นชื่อว่าแก้ว ทุกคนอาจจะมองว่ามันบอบบาง แต่ความจริงมันก็ซ่อนความแข็งแกรงไว้ข้างใน ถ้าคุณรู้จักมัน แก้วสามารถทนไฟได้หลายร้อยองศาเซลเซียส ทนความเย็นได้ในระดับติดลบ มันไม่ได้แตกกันง่าย ๆ อย่างที่ทุกคนเข้าใจ ข้าเจ้าคนนึง ที่เป็นคนใช้เครื่องแก้วได้นานพอตัว ซึ่งบอกตามตรงว่าข้าเจ้าก็ไม่ใช่เป็นคนใช้ของถนอมซักเท่าไหร่ แต่ทำไมเครื่องแก้วของข้าเจ้ามันถึงทนไม้ทนมือข้าเจ้านัก ก็คงเพราะว่า ข้าเจ้ารู้จักที่จะใช้มันล่ะมั้ง ว่าใช้แบบนี้มันจะปลอดภัย

การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือหาปริมาณ หรือว่าเชิงคุณภาพ แต่ละเครื่องมีความอ่อนแอและความอ่อนไหวไม่เท่ากัน บางเครื่องแข็งแกร่ง โขกสับมันไปเถอะ มันไม่เป็นไรหรอก บางเครื่องอ่อนแอมาก ๆ สะกิดนิดสะกิดหน่อยก็ร้องไห้แหกปากลั่นห้อง บางเครื่องแข็งแรง แต่เซ็นซ์การรับรู้ดีแล้วแกล้งตอแหลเหมือนจะพังเพื่อเรียกร้องความสนใจ หลายเครื่องที่ข้าเจ้าได้สัมผัสมากับมือ ซึ่งเป็นโชคดีที่ได้สัมผัสเอง ได้ทำเอง ไม่เหมือนสถาบันอื่น ๆ ที่จะต้องมีคนคอยดูแลเครื่องมือ แล้วก็คอยให้ชาวบ้านทำให้ มันทำให้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเครื่องมือนั้นเลย เหมือนกับว่า รู้เนื่องจากการบอกเล่าเก้าสิบหรือปากต่อปาก ไม่ใช่รู้เพราะว่าได้สัมผัสและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งผมคิดว่า การเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นการเรียนรู้ที่ได้คุณภาพมากกว่าที่จะฟัง ฟัง แล้วก็ฟังจากขี้ปากชาวบ้าน มันจะเข้าถึงแก่นของสิ่งที่เราสนใจได้มากกว่า

การทำงานกับคน ต่างคนก็ต่างจิตต่างใจ ควรที่จะรู้ว่า คนประเภทนี้ควรทำอย่างไร ให้เข้าใกล้ตัวได้มากแค่ไหน ข้าเจ้าคนนึงที่เป็นคนเปิดใจรับทุกคนเข้ามาในชีวิตได้อย่างง่ายดาย เหมือนประตูที่เปิดอยู่ พร้อมจะต้อนรับแขกอยู่ทุกเวลา แต่เมื่อเข้าบ้านแล้ว แขกผู้นั้น ควรอยู่หรือว่ารับรองได้แค่ห้องไหน บางคนได้แค่ห้องรับแขก บางคนสามารถใช้ห้องครัวได้ บางคนเดินไปหลังบ้านได้ บางคนเข้าห้องนอนได้ (เอ๋ เข้าไปทำอาไรหว่า อิอิ ) ก็เหมือนกับการคบคนนั่นเอง แล้วคนในแลป ก็ทำให้ข้าเจ้าได้เรียนรู้ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร เช่น เมื่อข้าเจ้าต้องการคนแนะนำว่า ควรทำอย่างไรก็การวิเคราะห์ตัวอย่าง ถึงแม้เค้าจะไม่รู้ แต่เค้าก็พยายามที่จะเสนอไอเดีย บางทีอาจจะเป็นได้หรือไม่ก็ตาม คนลักษณะเช่นนี้มีทั้งให้คุณและให้โทษ คือว่า คุณก็คือ เค้าเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่โทษก็คือ ในการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้น อาจจะแฝงโทษที่เค้าไม่ได้ตั้งใจ (ย้ำ ไม่ได้ตั้งใจ) มาให้ เหมือนกับว่า ทำเพื่อความหวังดี แต่กลับกลายเป็นร้ายโดยไม่ตั้งใจ ประมาณนั้น อย่างไรหรือ........ ก็คือ .... เค้าพยายามช่วยเราหาหนทาง นั่นก็คือ เค้าคอยเอาใจใส่และดูแลห่วงไย และอีกทางคือ ในขณะที่เค้าไม่รู้แล้วก็ยังพยายาม ก็คือ ในความไม่รู้ของเค้านั่นแหล่ะ ที่จะทำร้ายเราได้ เพราะว่า ในเชิงวิทยาศาสตร์ ถ้าไม่รู้อะไร ก็ควรที่จะบอกว่า ไม่รู้ ถ้าไม่รู้แล้วทำเป็นรู้ พวกนี้น่ากลัวเสียยิ่งกว่า ไม่รู้แล้วก็บอกว่าไม่รู้ เพราะผลร้ายมันจะเกิดได้ง่ายกว่า ก็คือตัวอย่างเช่น ถ้าไม่รู้ว่าการผสมน้ำกับกรด ควรเทน้ำใส่ในกรดหรือว่าเทกรดใส่ในน้ำ ถ้าไม่รู้จริง ๆ ก็ควรจะอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องบอก ไม่เช่นนั้น ถ้าทำผิดวิธี คนทำนั่นแหล่ะ จะได้รับอันตราย (สรุป เทกรดใส่ในน้ำนะขอรับ) นั่นเป็นตัวอย่างแรก นอกจากนี้ยังไม่พวกปรสิต คือ พวกไม่ให้คุณแล้วยังให้โทษอีก คือ พวกที่คอยสูบและใช้ของ ๆ ชาวบ้านไม่พอ ยังทำของ ๆ เค้าพังอีก พวกนี้ควรเลี่ยงให้ห่าง ไม่เช่นนั้นคุณจะไม่เป็นอันกินอันนอนเลยทีเดียว นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง .... แต่คนดี ๆ ก็มี ข้าเจ้าก็โชคดี ที่ได้เจอแต่คนดี ๆ ที่คอยให้คำแนะนำทั้งในแลป และการใช้ชีวิต การเรียนรู้จักคนให้เป็น แต่ถึงกระนั้น ข้าเจ้าก็ยังต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ใช่ว่าจะเชื่อเค้าไปเสียทุกอย่าง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นคนไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง

หลังจากเรียนจบ ข้าเจ้าก็ได้มีโอกาสทำงานต่างบ้านต่างเมือง การใช้ชีวิตกับชาวต่างชาติ ก็แตกต่างกับคนไทยออกไปอีก ต้องไปเรียนรู้ว่า ลักษณะนิสัยเค้าเป็นอย่างไร การกระทำแบบไหนถึงจะเรียกว่า ดี แบบไหนถึงจะเรียกว่า ไม่ดี เช่น การยืนถ่ายเบาของชาย ถ้าเป็นคนไทยบ้านเมืองไทย ยังงัยก็ยืนตลอด ไม่ว่าจะเป็นโถหรือเป็นชักโครก แต่ที่บ้านโน้นเมืองโน้นไม่ได้ ถ้าเป็นโถ คุณจะยืนหรือจะนั่งก็ช่างคุณ แต่เมื่อไหร่ที่คุณเจอชักโครก คุณต้องนั่ง เพราะมันจะกระเด็น ข้าเจ้าก็ไม่มีปัญหา แต่รุ่นน้องข้าเจ้าคนนึง มันไม่ยอมนั่ง ทุกครั้งที่มันเข้าห้องน้ำ มักจะได้ยินเสียงดังในการเล่งเป้าได้อย่างแม่นยำลงบนผืนน้ำอันน้อยนิดในชักโครก จนทำให้เพื่อนฝาหรั่งของข้าเจ้า ต้องออกจากห้องนอนมายืนรอที่หน้าห้องน้ำ เพื่อที่จะเทศนาทันทีที่รุ่นน้องคนนั้นก้าวออกมาจากห้องน้ำ แล้วรุ่นน้องก็มาบ่นว่า โดนด่า ข้าเจ้าก็บอกไปแล้วว่า ก็นั่งซะก็หมดเรื่อง มันยังไม่ทำ ก็สมควรที่จะโดนด่าอีกหลายรอบ นี่แหล่ะ นิสัยบางอย่างที่เรียกว่า ไม้แก่ดัดยาก (แสดงว่าข้าเจ้าเป็นไม้อ่อนน่ะสิ ถึงดัดง่าย เอิ้ก ๆ ๆ) นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก การเยียดเชื้อชาติเอย การเข้าสังคมเอย สิทธิของการพูดจา แตกต่างจากบ้านเราเมืองเราพอสมควร แต่ถ้าคุณเป็นคนปรับตัวง่าย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คุณก็อยู่ได้ การทำงานที่ต่างบ้านต่างเมืองก็เช่นกัน เวลาทำงานก็คือเวลาทำงาน เวลาเล่นก็คือเล่น ไม่เหมือนเมืองไทย มักจะแยกไม่ออกว่า นี่คือเวลาอะไร ข้าเจ้าอาจจะโดนด่าก็ได้ แต่อยากจะกล่าวให้ฟังเช่น เวลาทำงานก็ต้องทำงาน ไม่ใช่โทรศัพท์ไปขอเพลงฟังในเวลางาน อันนี้ข้าเจ้าก็ว่า คนพวกนี้ยังแยกไม่ออกว่า การแบ่งเวลาให้ถูกต้องนั้นมันอยู่ตรงไหน แต่ถ้าจะฟังเพลงไปด้วยขณะทำงาน ก็เป็นการดี ถือว่าเป็นการผ่อนคลายความเครียดได้ แต่ก็ไม่ควรที่จะเอาเวลา แม้เสี้ยวเวลานิดเดียวก็ตามเถอะ ไปโทรขอเพลง เสียเวลาไม่พอ แถมยังต้องเสียตังค์อีก เสียตังค์เสียเวลากับเพลงหนึ่งเพลง ถ้าอยากฟังมากนัก ก็ไปซื้อแผ่นมาเปิดฟังเข้าสิ ฟังได้ตลอดชีวิต (ถ้ารักษาแผ่นนั้นดีดี) นี่ข้าเจ้าพูดตรงไปหรือเปล่าเนี่ย สงสัยจะโดนติงใครต่อใครมิใช่น้อย แหะ ๆ ๆ โทษทีนะขอรับ ที่บังเอิญไปด่าใครเข้า

โลกใบนี้ การเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในกระดาษสี่เหลี่ยมเท่านั้น การท่องโลกกว้างก็ถือเป็นการเรียนรู้อย่างนึง ดั่งตัวอย่างที่ว่า มีความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด มันก็คงจะจริง ไม่งั้นคงไม่มีข่าวคนฆ่าตัวตายเพราะอกหักหรือไม่ก็เป็นหนี้หรือไม่ก็เครียดจากงานมากเกินไปหรือไม่ก็สอบตก จิปาถะ คุณต้องเรียนรู้ว่า ชีวิต มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อุปสรรค ทำให้คนแกร่งขึ้น ใคร ๆ เค้าก็พูดกัน แต่ทำไมถึงมีแต่คนทำไม่ได้ พอเจออุปสรรคก็ท้อก็หมดหวัง เลิกล้มและหันหลังให้สิ่งดีดีที่จะเกิดขึ้นเมื่ออุปสรรคผ่านไป แต่ก็เถอะมันก็ว่าไม่ได้ เพราะข้าเจ้าเอง บางครั้งก็เลี่ยงปัญหา (ไม่อยากใช้คำว่าหนี เพราะถ้าหนี ข้าเจ้าจะหมายถึงถอยหลัง แต่เลี่ยงหมายถึง ยังก้าวไปข้างหน้าแต่ใช้ทางเบี่ยง) ถ้ารู้จักที่จะต่อกรกับปัญหา ก็คงจะดีมิใช่น้อย คงจะทำให้ชีวิตสดใสและพร้อมที่จะก้าวต่อไปเพื่ออนาคตข้างหน้า

เฮ้อ พล่ามมานาน มีใครอ่านจบบ้างเป่าขอรับ

ยังงัยก็ขอขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาบล๊อกเครียด ๆ นี้นะขอรับ

ไปแระ





Create Date : 28 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2548 19:56:31 น. 4 comments
Counter : 282 Pageviews.

 
แวะมาอ่านบล็อกคนเครียดๆ ค่ะ

เรายังไม่มีเพื่อนที่เป็นเกาหลีจริงจังเลยจ้ะ ไม่งั้นคงจะรู้จักคนเกาหลีดียิ่งกว่านี้


อ่านบล็อกคุณแล้วนึกถึงสมัยตัวเองยังเรียนมัธยมเลยอ้ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 29 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:28:11 น.  

 
เวียนหัว @_@

เข้ามายอมรับว่าอ่านไม่จบง่ะ

ปล.เคลียร์บ้านเรียบร้อยและ รอโดนกดขี่เต็มที่เลย = =" ช่วงนี้ยิ่งเปลี่ยว ๆ อยู่


โดย: <Strawberry Milk Shake> วันที่: 29 พฤศจิกายน 2548 เวลา:17:08:21 น.  

 
คุณสาวไกด์ใจซื่อ - หลายพ่อพันแม่หลายเชื้อชาติ ยังงัยก็ต่างกันอยู่แล้วล่ะขอรับ แต่ถ้าเทียบระหว่างเกาหลีกับจีน ข้าเจ้าเลือกคนไทย (เกี่ยวอะไรหว่า) ก็คุยกันรู้เรื่องมากกว่า อย่างน้อยนะขอรับ อิอิ

คุณสะตอนมเขย่า - ไม่อยากจะบอกเหมือนกัน ว่าถ้าเป็นข้าเจ้า ข้าเจ้าก็อ่านไม่จบเหมือนกันแหล่ะ เอิ้ก ๆ ๆ เอาล่ะ พร้อมจะไปกดขี่แล้วขอรับ


โดย: neopattaum วันที่: 30 พฤศจิกายน 2548 เวลา:4:53:36 น.  

 
เป็นหลักเป็นการเลย...
อ่านไม่จบเหมือนกันอ่ะ


โดย: วันพุธ (HeLLaS ) วันที่: 30 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:29:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

neopattaum
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







สัญชาตญาณโบกสะบัด

เสียงโหยหวนคำราม

อิทธิพลทมินคืบครานเข้าใกล้

นั่นเป็นสัญญาณอันตรายที่ส่งข่าวให้รู้ว่า

ถ้าผมเผลอ............ แล้วเธอจะว่างัย ^^












Friends' blogs
[Add neopattaum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.