always forgive your enemies---nothing annoys them so much. จงให้อภัยศัตรูของท่านเสมอ ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้เขาไม่สบายใจเท่ากับ การให้อภัยของท่าน.
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2548
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
29 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 

สุสานหิ่งห้อย

Grave to the fireflies
สุสานหิ่งห้อย
ญาเฮ ดา
มีเรื่องราวเกี่ยวกับแมลงมีแสงหรือหิ่งห้อยที่ผูกพันอยู่กับตำนานความเชื่อของผู้คนอยู่มากมาย อย่างเช่น ชาวจีนในอดีตเชื่อว่าหิ่งห้อยเกิดขึ้นจากหญ้าที่กำลังไหม้ไฟ ในขณะที่ตำนานทางยุโรปเล่าสืบต่อกันมาว่าเมื่อใดหิ่งห้อยบินเข้ามาที่หน้าต่าง นั่นเป็นสัญญานเตือนว่ากำลังจะมีคนตาย และมีบางความเชื่อบอกเราว่าจริงๆแล้วแสงระยิบระยับจากหิ่งห้อยเหล่านี้ส่องสว่างเพื่อปลุกเราให้ตื่นขึ้นจากความไม่รู้และความมืดมิดในโลกใบนี้เท่านั้นเอง

"วันที่21กันยายน2488,ผมตายในคืนนั้น" วิญญานของเด็กชายเซอิตะกล่าวบอกเรา หลังจากตะวันลับขอบฟ้า แสงวิบวับตามพงหญ้าล่องลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า ห้อมล้อมเด็กหญิงวัย4ขวบเซทสุโกะและเซอิตะพี่ชายวัย14ขวบ ที่ปรากฏกายขึ้นยืนในพงหญ้าข้างนอกสถานีรถไฟเมืองโกเบ ทั้งสองขึ้นรถไฟและมองออกไปนอกหน้าต่างภายใต้ท้องฟ้าสีแดงฉานโดยระเบิดปรมาณู ทิวทัศน์กำลังเคลื่อนขบวนย้อนเวลากลับไปสู่อดีตเริ่มต้น
เด็กชายกำลังกลบฝังเสบียงกรังลงหลุมในลานบ้าน แม่ให้เซอิตะพาเอาน้องสาวผูกหลังไปที่หลบภัยด้วยกัน แต่ในระหว่างทางเครื่องบินอเมริกันทิ้งลูกระเบิดบี-29ลงมา ทำให้ทั้งสองพลัดหลงกับแม่ เส้นทางที่ไปหลุมหลบภัยก็ถูกระเบิดเพลิงลง เขาจึงพาน้องไปหลบอยู่ที่กำแพงหินริมทะเล แล้วจึงย้อนกลับมาหาทางไปบ้าน ซึ่งทุกแห่งในบริเวณนั้นถูกทำลายย่อยยับ ทั้งสองพยายามเดินตามหาแม่ที่โรงเรียน เซอิตะพบแม่ถูกไฟลวกสาหัส สิ่งที่ทำให้จำแม่ได้ก็คือแหวนที่แม่สวม

หลายวันต่อมาแม่ถูกเอาไปเผารวมกับซากศพอื่นๆ เขาปิดบังน้องสาวไม่ให้รู้ว่าแม่ตายแล้ว และพากันไปอยู่กับป้าซึ่งแต่แรกนั้นดูแลต้อนรับดี เซอิตะนำเสบียงกรังที่ฝังเก็บไว้มาให้ป้าทำอาหาร และเอาลูกอมรสผลไม้มาให้เซทสุโกะ น้องสาวอยากไปหาแม่ แต่พี่ชายบ่ายเบี่ยง เขาพาน้องสาวไปเที่ยวเล่นเพื่อให้ลืม และหวนนึกถึงอดีตเมื่อครอบครัวอยู่พร้อมหน้า แต่เมื่อป้าคุยถามถึงอาการบาดเจ็บของแม่อีก เขาจึงบอกความจริง
หลังจากอาหารเริ่มร่อยหรอ ป้าบังคับให้เอาชุดกิโมโนของแม่ไปแลกข้าวสาร ถามหาญาติพี่น้องทางฝ่ายแม่ เซอิตะพยายามเขียนจดหมายหาพ่อแต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ เซทสุโกะอยากกินลูกอมรสผลไม้แต่เหลืออยู่2-3ลูกในกล่อง เซทสุโกะเลียกินเศษๆแล้วเอา3ลูกนั้นใส่กลับคืน เซอิตะจึงเอากล่องลูกอมใส่น้ำแล้วเขย่าเทน้ำออกมาให้น้องสาวดื่ม เขาคอยดูแลเซทสุโกะพาไปเที่ยวทะเลแช่น้ำเค็ม หวังว่าจะช่วยทุเลาอาการคันที่ผิวหนังของน้องสาวบ้าง ป้าดุด่าว่ากล่าวทั้งสองบ่อยครั้ง เพราะเซอิตะไม่สนใจไปหางานทำ ป้าพูดว่าอาหารมีไว้สำหรับคนมีค่า เด็กอย่างเธอไม่มีประโยชน์เอาแต่กิน เด็กสองคนจึงทำครัวกินเอง
และในที่สุดทั้งสองก็ทนไม่ไหวหนีออกมาจากบ้านป้า และเลือกเอาที่หลบภัยซึ่งเป็นเหมืองเก่าไม่ใช้แล้วเป็นที่อยู่ เซทสุโกะกลัวความมืด พี่ชายจึงจับเอาหิ่งห้อยมาปล่อยในมุ้งเต็มไปหมด มันสว่างไสวเหมือนเรือรบของพ่อในยามค่ำคืนที่เขาเคยเห็น แต่เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เขาเห็นเซทสุโกะกำลังฝังหิ่งห้อยลงในหลุมและพูดกับพี่ชายว่า "ป้าบอกว่าแม่ตายแล้วและอยู่ในหลุม" เซอิตะจึงไม่อาจสะกดกลั้นความเศร้าโศกเอาไว้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ชีวิตในวันต่อๆมายิ่งยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีอาหารให้แลกอีกต่อไป ความอดอยากและความป่วยไข้มาเยือนเซทสุโกะ จนกระทั่งเซอิตะจำต้องไปขโมยอาหารในตอนกลางคืนและในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่หวาดกลัวระเบิดหลบซ่อนในที่หลบภัย แต่เขาไม่กลัวระเบิดเพลิง สิ่งที่เขาทำก็คือวิ่งเข้าไปตามบ้านคนอื่นๆท่ามกลางเปลวเพลิงสีแดงเพื่ออาศัยเวลาช่วงขณะนั้นหาอาหารหรือสิ่งของที่มีค่าที่พอจะช่วยประทังชีวิตสองพี่น้องต่อไปได้ เซทสุโกะป่วยเป็นโรคขาดอาหารและท้องเสียเรื้อรัง เขาพาน้องสาวไปหาหมอแต่หมอไม่มียาให้ไม่มีการช่วยเหลือใดใด เซอิตะจึงเข้าไปในเมืองเพื่อถอนเงินที่เหลือของแม่ ทำให้ทราบข่าวญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ สงครามโลกครั้งที่สองจึงได้ยุติลง เรือรบทุกลำถูกจมลงทะเล ความหวังว่าพ่อจะยังคงมีชีวิตอยู่จบสิ้นแล้ว
เขากลับไปที่เหมืองเก่านั้น เซทสุโกะกำลังนอนอมลูกหินและกระดุมอยู่ในปาก มีดินโคลนปั้นเหมือนก้อนข้าววางอยู่ เซอิตะป้อนแตงโมให้น้องและวางเอาไว้ เขาไปทำอาหารและปล่อยให้เธอนอนต่อไป ตั้งแต่นั้นเซทสุโกะก็ไม่เคยตื่นขึ้นอีกเลย เขานอนกอดน้องสาวในคืนฝนตกและหนาวเย็น รุ่งเช้าหลังจากการเผาศพน้องสาว เซอิตะเก็บเถ้าอัฐิของเซทสุโกะใส่ลงในกล่องลูกอมและพกติดตัวไปด้วย
หิ่งห้อยและแสงไฟวูบไหวของมันในยามมีชีวิตมีความหมายเปรียบเสมือนความหวังในยามมืดมน แม้ว่าจะเป็นความหวังริบหรี่ก็ตาม เช่นเดียวกับลูกระเบิดบี-29 ที่ร่วงพรูติดไฟในท้องฟ้าก็ดูเหมือนจะเป็นประกายความหวังอันรวยริน เพื่อที่จะต่อชีวิตของทั้งเซอิตะและเซทสุโกะ จากอาหารที่ขโมยมาเล็กๆน้อยๆ แต่อีกนัยหนึ่งมันก็ริดรอนความหวังในชีวิตไปทีละน้อยด้วยเหมือนกัน เมื่อหิ่งห้อยในมุ้งดับแสงตายไปทีละตัวๆจนกระทั่งมืดสนิท เหมือนกับหลังระเบิดเพลิงผลาญทุกสิ่งหมดสิ้นคงเหลือไว้เพียงเถ้าธุลีในทรากปรักหักพังและเด็กน้อยที่ไม่มีใครเหลียวแลและหมดหวังจะเติบโตมีชีวิตต่อไป ในตอนจบเรื่อง วิญญานของเด็กทั้งสองเทลูกอมแบ่งกันกินจากในกล่อง ในขณะเดียวกันวิญญานเซอิตะบอกวิญญานเซทสุโกะว่าถึงเวลานอนแล้ว
ไม่ว่าวิญญานของเด็กทั้งสองไปไหนก็จะปรากฏเป็นหิ่งห้อยโบยบินอยู่ไม่ห่าง แสงระยิบระยับชองมันมีขึ้นพร้อมๆกับวิญญานของเด็กน้อยทั้งสอง ซึ่งเป็นตัวแทนของความตายก่อนวัยอันควรของเด็กๆอีกมากมายที่ถูกทอดทิ้งในสภาวะสงคราม การปรากฏตัวของมันอาจเป็นการมาเตือนให้ระวังอันตรายที่รอคอยอยู่ ความน่ากลัวในสงครามอาจไม่ใช่แค่ลูกระเบิดเพลิงและปรมาณูเท่านั้น ลูกระเบิดเหล่านั้นมันไม่มีชีวิตจิตใจจึงประหัตประหารทุกชีวิตได้ตามกลไกที่มีติดมา แต่มันกลับช่วยถอดสลักระเบิดที่มีลมหายใจทิ้งเอาไว้ให้ฆ่าฟันกันเองเพื่อแย่งชิงทรัพยากรที่เหลืออยู่อย่างจำกัดต่อไป ซึ่งเราทุกชีวิตต่างก็เป็นเหยื่อในหายนะตัวนี้ ทุกชีวิตต่างก็ได้รับความสูญเสียไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน สงครามจึงไม่ใช่แค่พรากบุคคลอันเป็นที่รักให้ตายจากกันไปเท่านั้น แต่มันยังพรากสายสัมพันธ์ของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ให้ขาดหายไปหรือให้กลายเป็นปฏิปักษ์ต่อกันอีกด้วย เมื่อไหร่?จะถึงเวลาที่เซทสุโกะจะนอนหลับอย่างเป็นสุขเสียที

ที่มา //www.budpage.com/bm07.shtml




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2548
6 comments
Last Update : 29 ตุลาคม 2548 23:06:14 น.
Counter : 415 Pageviews.

 

สงครามไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาอะนะ

 

โดย: อินทรีทองคำ 29 ตุลาคม 2548 23:43:11 น.  

 

สงคราม เหยื่อสงคราม คำที่ทำให้หดหู่มาก

 

โดย: Frontier (Farm Girl in High Sierra ) 21 พฤศจิกายน 2548 1:44:27 น.  

 

เอ้อหนังการ์ตูนเรื่องนี้
บอกตามตรงทำให้ผมน้ำตาซึมไปเหมือนกัน
คนเขียนบทกับคนวาดภาพทำให้
สองพี่น้องเซอิตะกับเซตสึโกะ
แสดงได้เหมือนคนแสดงจริงจริง
และมีความรู้สึกร่วมไปได้โดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่เข้มแข็งที่สุดคือจิตใจที่อ่อนโยนของเด็กน้อย
ที่ถูกทอดทิ้งในสภาวะสงคราม
จนหมดลมหายใจสุดท้าย

 

โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า 21 พฤศจิกายน 2548 11:00:58 น.  

 

ตั้งแต่ดูเรื่องนี้ก็ทำให้รู้สึกหวิวๆ ในหัวใจ ยังไงก็ไม่รู้ แต่เป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ อยากให้ทุกคนได้มีโอกาสดูค่ะ

 

โดย: GHIBLI'S LOVER IP: 203.153.171.214 27 มิถุนายน 2549 22:33:58 น.  

 

เป็นภาพยนตร์ต่อต้านสงครามน้อยนักที่เป็นการ์ตูน เรื่องนี้มีสัญญะซ่อนไว้มาก ผมเคยใช้มันเป็นสื่อการสอนนักศึกษาสิ่งแวดล้อมด้วยหละ อยากเล่าให้ฟัง
ผมเลือกที่จะฉายมันในพื้นที่น้ำกร่อยทีมีหิ่งห้อยอยู่มากเป็นสวนมะพร้าว ต้องฉายกลางคืนยุงก็เลยมาก ต้องสุมควันจากกาบมะพร้าว ในขณะที่ในภาพยนตร์ฝรั่งกำลังทิ่งระเบิดเพลิงเผาเมืองเมือง กลิ่นคว้น ทำงานร่วมกับภาพยนตร์ งานนั้นรู้เลยว่าถ้าเลือกกาลเทศะให้ภาพยนตร์ได้มันจะทวีอานุภาพเลยหละ ผมเองดูมาตั้งหลายรอบยังไม่อินเท่าวันนั้นเลย

 

โดย: saran10600@yahoo.com IP: 158.108.87.114 4 ตุลาคม 2549 9:19:01 น.  

 

//f6ee15e1a220c2fea7f7ebf395434418-t.fb4pfgd.info f6ee15e1a220c2fea7f7ebf395434418 [url]//f6ee15e1a220c2fea7f7ebf395434418-b1.fb4pfgd.info[/url] [url=//f6ee15e1a220c2fea7f7ebf395434418-b2.fb4pfgd.info]f6ee15e1a220c2fea7f7ebf395434418[/url] [u]//f6ee15e1a220c2fea7f7ebf395434418-b3.fb4pfgd.info[/u] 57d12818c724def9553d777cb035c034

 

โดย: Orion IP: 83.36.10.157 19 มีนาคม 2550 16:05:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


neoheart
Location :
ราชบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สนใจเรื่องราวในอดีต การเมือง สังคม ประวัติศาสตร์
งานอดิเรก ชอบอ่านหนังสือจำพวก นวนิยายแปล แนวลึกลับ สยองขวัญ
Friends' blogs
[Add neoheart's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.