Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
1 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 
ร้ายสาระ

ศึกระหว่างสัตว์
สัตว์สามารถดำรงสายพันธุ์อยู่ได้ก็เพราะมีวิวัฒนาการปรับตัวเองไม่ให้ตกอยู่เบื้องล่างของห่วงโซ่อาหาร

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนค่ะว่า เรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ ได้คัดลอกมาจากในหนังสือ การศึกษาวันนี้ ฉบับวันที่ 10-17 พ.ย.48 เราอ่านมาแล้วมันทั้งสงสารทั้งขำๆดีอ่ะ เลยเอามาเขียนต่อเก็บไว้จ้า


ธรรมชาติสร้างให้สัตว์แต่ละชนิดมีอาวุธเพื่อใช้ล่าที่แตกต่างกันไป แต่การประเมินความสามารถของเหยื่อที่ต่ำเกินไปทำให้บางครั้งผู้ล่ากลายเป็นเหยื่อเสียเอง

คนที่เลี้ยงสุนัขหรือแมวมักเคยเห็นสัตว์เลี้ยงของตนไล่ล่าสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่า เช่น สุนัขไล่กัดแมว หรือแมวไล่จับหนู ซึ่งเป็นสัญชาตญาณของสัตว์ที่เป็นนักล่า ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ตามชนบทอาจได้เห็นสัตว์เลี้ยงของตนไล่ล่าสัตว์ป่า แปลก ๆ ไปกว่านั้น อย่างเช่นเม่น ทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ค่อยจะน่าดูเท่าไรนัก


สุนัขปะทะเม่น
เมืองอัลเบอร์ต้า (Alberta) ประเทศแคนาดา เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของตัวเม่น ผู้คนในเมืองนี้จึงคุ้นเคยกับสัตว์ตัวน้อยที่มีขนแหลมชนิดนี้เป็นอย่างดี แต่ดูเหมือนว่าสุนัขที่พวกเขาเลี้ยงเอาไว้จะแยกความแตกต่างระหว่างเม่นกับกระต่ายไม่ออก ทำให้บ่อยครั้งที่พวกมันต้องซื้อประสบการณ์ด้วยราคาที่แพงอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส

บ่อยครั้งที่ตัวเม่นเข้ามาเพ่นพ่านใกล้กับบริเวณบ้านพักอาศัย สุนัขซึ่งมีประสาทสัมผัสไวต่อความเคลื่อนไหวและกลิ่นแปลกปลอมมักจะตรงเข้าจู่โจมผู้บุกรุกโดยทันที

ในขณะที่โดยสัญชาตญาณแล้ว สุนัขส่วนใหญ่จะถอยห่างออกจากเม่นเพราะรู้ว่ามันมีอันตราย แต่สัญญาณเตือนภัยของสุนัขบางตัวอาจเกิดขัดข้อง จึงทำให้มันตรงเข้าไปหมายจะขย้ำเหยื่อและต้องพบกับสิ่งประหลาดใจที่คาดไม่ถึง

อีกวันอันเงียบสงบในชนบท สุนัขรีบกระโจนออกจากบ้านตรงไปยังพุ่มไม้ที่สั่นไหวเหมือนมีอะไรสักอย่างอยู่ตรงนั้น มันหายเข้าไปในพุ่มไม้ชั่วอัดใจ ไม่นานนักมันก็ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พร้อมกับโกยสี่ขาวิ่งกลับมาบ้านแบบไม่คิดชีวิต และสิ่งที่เห็นคือใบหน้าของสุนัขเต็มไปด้วยหนามแหลมของขนเม่น

บทเรียนราคาแพง
เหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในเมืองอัลเบอร์ต้า อย่างเช่นที่บางคนอาจเคยเห็นภาพมาบ้างแล้วจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นภาพสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย (Bull Terrier) ที่มีขนเม่นปักอยู่เต็มทั่วใบหน้าและตามลำตัว

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในขณะที่เม่นตัวหนึ่งเดินเข้ามาใกล้กับถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้คน อินคา (Inca) สุนัขเพศเมียผู้โชคร้ายตัวหนึ่งพุ่งเข้าขย้ำตัวเม่นเพราะคิดว่ามันเป็นกระต่ายป่า มันจึงถูกตอบโต้ด้วยขนที่ยาวแหลม

เม่นแต่ละตัวจะมีขนแหลมราวสามหมื่นเส้นเป็นอาวุธป้องกันตัว ซึ่งจะถูกซ่อนอยู่ใต้ขนนุ่มๆ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่สัตว์ขาดประสบการณ์อย่างอินคาจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดดเข้าใส่สัตว์อันตรายชนิดนี้

โดยปรกติขนแหลมของเม่นจะนอนราบแนบกับลำตัว มันจะตั้งชันขึ้นกลายเป็นเกราะป้องกันตัวเมื่อมันตกใจ โกรธ หรือถูกทำร้าย แม้มันไม่สามารถดีดขนแหลมเข้าใส่ศัตรูได้เหมือนที่เห็นในการ์ตูน แต่มันสามารถสะบัดหางด้วยความเร็วสูงจนทำให้ขนแหลมทิ่มฝังลึกลงไปในร่างของผู้ที่คิดจะทำร้ายมันได้


อินคากับใบหน้าที่ยับเยินเหมือนเพิ่งผ่านสงครามโลก


ตัวทั้งตัวเต็มไปด้วยขนเม่น


ใบหน้าเนียนสวยของสุนัขพันธุ์เดียวกับ Inca

ร้ายแรงถึงชีวิต
โชคดีที่อินคาไม่ถูกขนแหลมแทงลงไปในผิวหนังลึกมากนัก สัตวแพทย์จึงสามารถใช้คีมดึงขนเม่นออกมาได้ทั้งหมด แต่สุนัขบางตัวตกใจและพยายามที่จะเอาขาปัดขนเหล่านี้ออกด้วยตัวเอง ทำให้ขนบางเส้นหักติดแน่นจนต้องเอาออกได้ด้วยการผ่าตัดเท่านั้น

เมื่อปี 2000 เอเซอร์ (Acer) สุนัขโชคร้ายตัวหนึ่งถูกเม่นแทงเข้าในจุดสำคัญๆ ของร่างกายมากมาย เช่น หน้าท้อง จมูก ลิ้น เหงือก และรอบดวงตา ด้วยความเจ็บปวดทำให้มันพยายามใช้ขาปัดขนเม่นออก ทำให้ขนเม่นบางเส้นหักและยิ่งฝังลึกลงไปใต้ผิวหนัง

แม้ว่าสัตวแพทย์จะสามารถดึงขนเม่นที่มองเห็นออกได้จนหมด แต่ก็มีขนเม่นจำนวนมากยังคงฝังอยู่ในร่าง ความเจ็บปวดทำให้มันช็อก จนสัตวแพทย์ต้องให้ยากล่อมประสาทและสเตียรอยด์

เอเซอร์ทนทรมานกับบาดแผลนานหนึ่งปีเต็ม มันอาการทรุดลง ไม่สามารถแม้แต่จะยืน ได้แต่นอนอยู่กับที่จวนเจียนจะสิ้นลม สัตวแพทย์พยายามอัดยากล่อมประสาทและสารสเตียรอยด์ช่วยชีวิตมันอย่างเต็มที่ จนในที่สุดมันก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด


ความพยายามใช้ขาปัดออกทำให้ขนเม่นบางอันหักติดใต้ผิวหนัง


ใบหน้าอันยับเยินของเอเซอร์


สภาพของเอเซอร์ระหว่างการรักษา

งูเหลือมยักษ์ปะทะจระเข้ใหญ่
จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่า บางครั้งจระเข้อาจจะจับงูเหลือมขนาดใหญ่กินเป็นเหยื่อได้โดยไม่ยากนัก เพราะจระเข้มีฟันที่แหลมคมและมีขากรรไกรที่แข็งแรงจนสามารถฉีกร่างงูเหลือมได้อย่างง่ายดาย

แต่แล้วนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบงูเหลือมยักษ์ขนาดยาว 4 เมตรกลืนจระเข้ตัวยาว 2 เมตรลงไปในท้องของมันทั้งตัว

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่ไมเคิล บาร์รอน (Michael Barron) เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของอุทยานแห่งชาติ เอเวอร์เกรดส์ (Everglades) รัฐฟลอริดา ขับเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจรอบ ๆ บึงเอเวอร์เกรดส์ พลันก็เหลือบไปเห็นงูเหลือมพม่าขนาดยักษ์ในบึง

งูเหลือมพม่า (Burmese Python) ไม่ใช่สัตว์ท้องถิ่นของฟลอริดา นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เดิมทีมีพวกนิยมเลี้ยงสัตว์แปลกๆ นำมันมาเลี้ยงตอนที่มันยังตัวเล็กๆ แต่ภายหลังเมื่อเห็นว่ามันเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นขนาดยาว 2 เมตรภายในปีเดียวก็เปลี่ยนใจ เพราะเกิดกลัวขึ้นมาจึงนำไปปล่อยไว้ในป่า

งูเหลือมวางไข่มากถึงครั้งละ 100 ฟอง ทำให้มันสามารถแพร่พันธุ์ออกลูกหลานได้อย่างรวดเร็ว และอาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกรดส์ ซึ่งเคยเป็นเขตของจระเข้

แต่สิ่งที่ทำให้ไมเคิลประหลาดใจกว่าเห็นงูเหลือมพม่ากลางบึงเอเวอร์เกรดส์ก็คือ เขาเห็นหางจระเข้โผล่ออกมาจากท้องของงูเหลือม

ดูเหมือนเจ้างูเหลือมยักษ์ตัวนี้จะตายเพราะความตะกละ กินจนท้องแตกตาย หรืออย่างน้อยมันก็ไม่รู้จักประเมินคุณค่าทางอาหารของสิ่งที่กินลงไปเหมือนกับที่ร้านอาหารดังๆ ในกรุงเทพฯ ชอบทำกัน เนื่องจากมันนอนท้องแตก มีลำตัวจระเข้ทะลักออกมาข้างนอก

ชิงความเป็นเจ้าแห่งหนองน้ำ
โดยปรกติงูเหลือมพม่าจะอาศัยอยู่บนบกมากกว่าที่จะอยู่ในหนองน้ำซึ่งเป็นเขตของจระเข้ แต่เมื่อ 3 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์พบว่างูเหลือมพม่าเริ่มลุกล้ำมาหากินตามหนองน้ำ มีการต่อสู้ระหว่างงูเหลือมยักษ์ตัวยาว 5 เมตร กับจระเข้ขนาด 3 เมตร ทั้งคู่โรมรันพันตูกันอยู่นานถึง 24 ชม. โดยไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำจนต้องเลิกราจากกันไปเองเพราะความอ่อนล้า

ปรากฏการณ์นี้ทำให้เชื่อได้ว่างูเหลือมพม่ากำลังพัฒนาเพื่อถีบตัวเองให้อยู่ยอดสุดของห่วงโซ่อาหาร เปลี่ยนตัวเองจากการเคยเป็นเหยื่อของจระเข้ให้กลับกลายเป็นผู้ล่าจระเข้เสียเอง

จากการพิสูจน์ซากศพจระเข้เคราะห์ร้ายพบว่า ตามผิวหนังมีร่องรอยของการถูกรัดและบิดอย่างแรงจนหมดสติ ร่างการแหลกเหลวก่อนที่เจ้างูเหลือมยักษ์จะกลืนมันลงไปทั้งตัว

แต่เนื่องจากจระเข้มีขนาดใหญ่มากเช่นกัน ทำให้เจ้างูเหลือมเคลื่อนไหวได้อย่างเชื่องช้า ขณะที่ให้จระเข้อีกตัวมาพบเข้าโดยบังเอิญมันจึงถูกจระเข้ตัวนั้นสังหารด้วยการขย้ำเข้าที่หัวจนขาดหายไป หรือไม่จระเข้ตัวที่มันกลืนลงไปนั้นยังไม่ตายสนิท มันใช้ขาทั้งสี่ข้างตะเกียกตะกายอยู่ภายในท้องงูเหลือมจนกระทั่งผนังท้องฉีกขาดเป็นแผลกว้าง


งูเหลือมยักษ์กลืนจระเข้ทั้งตัวลงท้อง

ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม อย่างน้องเหตุการณ์งูเหลือมกลืนจระเข้ลองไปในท้องทั้งตัวเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จะต้องจับตาดูวิวัฒนาการเอาตัวรอดของงูเหลือมยักษ์อย่างใกล้ชิด


Create Date : 01 ธันวาคม 2548
Last Update : 1 ธันวาคม 2548 17:52:10 น. 24 comments
Counter : 4457 Pageviews.

 
ยาวหน่อยนะคะ แหะๆ


โดย: Nazis (Nazis ) วันที่: 1 ธันวาคม 2548 เวลา:17:54:01 น.  

 
อึ๋ย น่ากลัวครับ เรื่อง หมากับเม่นอ่ะ


โดย: Culture วันที่: 20 ธันวาคม 2548 เวลา:1:37:24 น.  

 
แฉผู้ชายฉาวนาย ย.ย.ทำให้ไอซ์ต้องเสียใจ


โดย: ไอซ์ IP: 203.172.202.18 วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:16:14:43 น.  

 
หน้ากลัว


โดย: คนกันเอง IP: 58.9.25.142 วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:10:48:56 น.  

 
โคตะระน่ากลัววววววววววเยยพูดแล้วขนลุก


โดย: หนิง IP: 58.181.145.220 วันที่: 25 กันยายน 2550 เวลา:11:32:25 น.  

 
ผมรักหมู


โดย: หมู IP: 125.26.57.140 วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:13:18:07 น.  

 
ผมรักหมู


โดย: หมู IP: 125.26.57.140 วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:13:18:07 น.  

 
ดูมันทําสิ


โดย: เเม็ก IP: 203.172.199.254 วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:8:58:30 น.  

 
ผมรัก...........


โดย: แม็ก IP: 203.172.199.254 วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:9:00:18 น.  

 
น่ากลัวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: มิ้นท์ IP: 58.8.172.213 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:14:58:58 น.  

 
ทําไปได้


โดย: ไก่ IP: 124.120.50.72 วันที่: 11 ตุลาคม 2550 เวลา:13:04:25 น.  

 
AHHHHHHHHHHHHHHHHHHHH!!!!!!!!!!!!! MY EYES!!!!!!!!!!!!!

THE DOG WILL NOT FORGIVE YOU!!!


โดย: HENRY ZHANG IP: 203.194.5.218 วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:23:31:42 น.  

 
ACTUALLY I LIKE IT MAN
KEEP UP THE GOOD WORK


โดย: HENRY ZHANG IP: 203.194.5.218 วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:23:35:29 น.  

 
น่ากลัว


โดย: ใบเฟิร์น IP: 118.172.211.143 วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:11:40:16 น.  

 
อยากเห็นจังเลยงะ อิอิอิ........


โดย: คนหล่อ IP: 125.26.124.240 วันที่: 10 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:20:31 น.  

 
ชอบ


โดย: พล IP: 125.24.96.22 วันที่: 19 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:59:07 น.  

 
น่าสงสาร จัง


โดย: YAYA IP: 203.121.134.38 วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:34:38 น.  

 
โคตรรรรรรรรรรเสี้ยววววววววววววววว


โดย: ข้าวสวย IP: 124.121.37.33 วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:9:50:47 น.  

 
หน้ารักจัง


โดย: ลิงค้อน IP: 125.27.112.131 วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:11:40:46 น.  

 
ทำไปได้


โดย: ไม่ขอบอก IP: 118.172.206.71 วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:16:29:14 น.  

 
หมาคงเข็ดไปอีกนาน


โดย: oll IP: 182.52.109.247 วันที่: 10 มกราคม 2554 เวลา:20:59:36 น.  

 
สยองจัง


โดย: เห็ด IP: 182.52.109.247 วันที่: 10 มกราคม 2554 เวลา:21:10:52 น.  

 
สงสารหมาอ่ะ


โดย: เตย IP: 118.172.44.41 วันที่: 15 กันยายน 2554 เวลา:20:38:58 น.  

 
น่ากลัวมาก


โดย: พาย IP: 202.47.224.210 วันที่: 15 พฤษภาคม 2557 เวลา:9:02:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Nazis
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Nazis's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.