*ขอบคุณ..ที่ผ่านมาให้กำลังใจกัน*
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
19 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
เชียงใหม่...เที่ยวแบบคนจนจำต้องทนปั่นรถถีบ




หลังจากพักผ่อนนอนหลับ..
และข่มขืนแมวที่บ้านอ้ายหล้าแล้ว
(ด้วยจรรยาบรรณเราไม่อาจเปิดเผยโฉมหน้าแมวน้อยผู้เสียหายได้)




เอ๊ย....มะช่าย.......
หลังจากนอนหลับอย่างสุขสราญที่บ้านอ้ายหล้า...
มีแมวน้อยกลอยใจมาออดอ้อนออเซาะคลอเคลีย


ตื่นเช้ามาเราก็ต้องหาอะไรยัดลงท้องกันซะก่อน...เอาแรง...
มื้อเช้าวันนี้ก็เริ่มด้วย...น้ำเต้าหู้ คนละแก้ว...ข้าวเหนียวคนละห่อ...
กับหมูปิ้ง...๑๔ ไม้...หารสามยังไง๊...ยังไง...มันก้ไม่ลงตัว
ไอ้ส่นที่เป็นเศษเลยเสร็จนุ้งหมา..ที่มานั่งทำตาแป๋ว...ไปตามระเบียบ..
เบ็ดเสร็จค่าเลียหายมื้อเช้า... ๘๐ บาท...ประหยัด...อิ่ม.....มากมาย


กลับมาอาบน้ำอาบท่า...แต่งตัวให้ดูดีมีชาติตระกูล...
แล้วก็ยืมรถจ๊ากกกกายาน...เน้น....ยืม...


คนจนก็งี้แหละ...น้องเขาก็แสนจะใจดี...ให้เรายืมจักรยาน สามคัน พร้อมแผนที่เมืองเชียงใหม่
และอธิบายเส้นทางให้ฟังคร่าวๆ....
ฟังไป...เคลิ้มไป...
แบบว่า...น้องเค้าน่ารักเจงเจงนะ....
ไม่มีรูปมาให้ดูหรอก...อยากเห็นหน้าค่าตา...
ไปดูกันเอาเองที่บ้านอ้ายหล้าเด้อ.....


ได้รถถีบสมใจแล้วเราก็ออกเดินทางกันเลย...
ออกจากบ้านอ้ายหล้ามาตามถนนโสตศึกษา พุ่งตรงไปถนนเทวฤทธิ์...
ทะลุจ๊ากกกก...ออกไปถนนซุปเปอร์ไฮเวย์
เพื่อที่จาไปวัดเน้เลย....




วัดเจ็ดยอด..หรือ..วัดวัดโพธารามมหาวิหาร
ซึ่งมีพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีมะเส็ง...งูเล็ก...

สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเส็ง ที่มีพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา
เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำปีเกิด
แต่...เนื่องจากสถานที่ประดิษฐานโพธิบัลลังก์อยู่ไกล
นอกเขตพระราชอาณาจักร จึงอนุโลมเป็นพระเจดีย์ที่มีลักษณะใกล้เคียงวิหารมหา โพธิเจดีย์
ได้แก่ พระเจดีย์วัดโพธารามมหาวิหาร จ.เชียงใหม่
หรือต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ปลูกตามวัดทั่วไปก็ได้



โดยที่วัดโพธารามมหาวิหาร เชียงใหม่นี้
เป็นวัดสำคัญที่มีการสังคยานาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก
และพระเจ้าติโลกราชผู้สร้างวัด ทรงให้นำต้นโพธิ์จากลังกามาปลูก
พร้อมทั้งจำลองสัตตมหาสถาน คือสถานที่ ๗ แห่งที่พระพุทธเจ้า
ได้เสวยวิมุตติสุขก่อนเผยแผ่ศาสนา


ออกจากวัดโพธาราม หรือวัดเจ็ดยอด...ก็เลี้ยวขวาไปตามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์
จนกระทั่งถึงถนนสุเทพ เลี้ยวขวาอีกที..ขี่ไปอีกหน่อย..จะเจอป้ายบอกทางเข้า..วัดอุโมงค์...
อยู่ทางขวามือ...



วัดเน้เนี่ย...เขาเล่าลือกันว่า..สร้างมาแต่สมัยพระเจ้าติโลกราชเชียวนะ...
เก่าแก่น่าดู....

ที่เรียกว่าวัดอุโมงค์เนี่ย...ก็เพราะเหตุว่า
มีอุโมงค์ที่เอาไว้ให้พระคุณเจ้าเดินจงกรมทำสมาธิ
เนื่องในการวิปัสนาธุระ




ที่วัดอุโมงค์เนี่ย..มีศูนย์วิปัสนากรรมฐานด้วยนะ
หากท่านใดจิตตกหมกมุ่นครุ่นคิด
ชีวิตไม่เป็นดังหวัง ก้อมานั่งวิปัสนากันได้....
มีธรรมะของท่านพุทธทาสเปิดให้ฟังกันท๊างงงงงงงวัน...
บรรยากาศก็สงบร่มรื่น...มามะ...มามะ...มาฟังธรรม..ฟังธรรม....





ออกจากวัดอุโมงค์...เราก้อปั่นรถถีบตรงปี๊ดมาตามถนนสุเทพ
เราก้อจะเห็นวัเน้เด่นเป็นสง่าอยู่ด้านขวามือ
นั่นก้อคือ...วัดสวนดอก.....




วัดสวนดอกแห่งเน้...เป็นวัดที่ประดิษฐานกู่พระอัฏฐิของเจ้านายฝ่ายเหนือ...
เปรียบง่ายๆก็เหมือนสุสานหลวงที่วัดราชบพิตรนั่นเอง....






ออกจากวัดสวนดอก ปั่นจ๊ากกกกกายานตรงปิ๊ด...ออกประตูวัดสวนดอกมา...
ตามถนนสุเทพ...รงดิ่งเข้าประตูสวนดอก
เราก้อมาโผล่ที่วัดเน้....
วัดพระสิงห์...หงิง...หงิง...หงิง....(อ่านแล้วทำเสียงแอ๊คคคคโค่ด้วย...เพื่อเพิ่มความเข้มขลัง)



วัดพระสิงห์...แน่นอนล้านแปดเปอร์เซ็นต์...
ก็ต้องประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์...หรือพระสิงห์..
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอันเป็นที่เคารพนับถือของชาวเชียงใหม่
กล่าวกันว่า..เป็นพระพุทธรูปที่พระร่วงองค์หนึ่งแห่งกรุงสุโขทัยท่านให้ไปอัญเชิญมาจากเกาะลังกาพู๊นนนนนนนนน
เท็จจริงประการใดเกิดมะทัน.... เลยไม่รู้ว่าพระร่วงองค์ไหน...





แล้วก้อไม่ต้องถาม...
ว่าพระพุทธสิหิงค์เห็นมีทั่วบ้านทั่วเมือง...
แล้วองค์ไหนจริง...องค์ไหนปลอม....
เอาละเซ่......อันนี้ต้องเอาคำพระท่านมาอ้าง....
พระท่านว่า..."ไม่ต้องสงกาสัยหรอกโยม...จริงทุกองค์นั่นแหละ...เพราะพระท่านเกิดจากความศรัทธาเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา ของพุทธบริษัทจึงสร้างองค์พระมาเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว"

สาธุ...สาธุ.....




ที่สำมะคัญอีกอย่างนึง...
ลืมมะได้เด๊ดดดดดดดดดดดขาด....
วัดพระสิงห์แห่งเน้...เป็นพระธาตุประจำปีเกิด
ผู้ที่เกิดปีมะโรง..งูหย่ายยยยยยยยยยยย
ตามคติความเชื่อของชาวล้านนา...ใครมะเชื่อก็ไม่ได้ว่าอะไร...
แต่มาสักการะไว้ก็เป็นสิริมงคลแก่ตัวเด้อ...พี่น้อง....




ออกจากวัดพระสิงห์..ก็เที่ยงพดี...
พญาธิ..พระวงศ์..ในท้องมานก็ก่อม๊อบประท้วง...
ร้องกันโครกคราก...โครก..คราก...
จำเราจะต้องหาอะไรยัดใส่ลงไป..ให้ท้องไส้มานสงบ...

ร้านเน้ก้อ..อยู่ไม่ห่างจากวัดพระสิงห์มามากนัก...
ออกจากประตูวัด...แล้วเลี้ยวขวามาตามถนนสงหราชหน้าวัด...
ก่อนถึงสี่แยก...จะเห็นรานส้มตำสุดไฮโซ...อยู่ทางซ้ายมือ..ติดกับร้านอินเตอร์เน็ต...
ซื่อร้าน....ส้มตำขอนแก่น....มั๊ง....จำมะได้....
รูป....ไม่มีให้ดู...อารามหิว...ซัดโฮกกันอย่างเดียว...
แต่ขอบอก..รสชาติเด็ดดวงควงสว่านมากเรยครับพี่น้อง....
และก็ไม่ต้องสงกาสัย...ว่าเงยหน้าขึ้นไปที่ฝาผนัง
จาเต็มไปด้วยกรอบรูปที่ลงหนังสือเล่มโน้น...เล่มนี้..มากมายติดโชว์อยู่....
เมนูมื้อเที่ยงก็ประกอบด้วย..ส้มตำไทย ลาบหมู หมูแดดเดียว ไก่ย่าง ข้าวเหนียว แล้วก้อ
น้ำส้มคั้นสด...กินแล้วฉกชื่งงงงงงงงงงงงงง...
สนนราคามื้อนีฟาดฟัดกันไป..๒๘๕ บาท...
อิ่มจนอืดเลยทีเดียวเชียว

อิ่มหนำสำราญบานใจแล้ว...ก็ออกจากร้านเลี้ยวขวาเพื่อตรงไปสักการะพระธาตุเจดีย์ที่วัดหมื่นเงินกอง




ออกจากวัดหมื่นเงินกอง ก็ปั่นไปตามถนนราชมรรคา อีกนิ๊ดดดดดดดนึง
ก็จะเจอวัดพระเจ้าเม็งราย...
อยู่ทางด้านขวามือ..แวะสักการะกันซ๊ากกกกกกหน่อย...




เสร็จแล้วก็ขี่ออกมาอีกนิดเลี้ยวซ้ายก็จะจ๊ะเอ๋กับ...
วัดเจดีย์หลวง



ที่วัดเจดีย์หลวงแห่งเน้....
มีวิหารประดิษฐานอัฏฐิธาตุและรูปปั้นของหลวงปู่มั่นด้วย




ถัดมาอีกหน่อย..
วิหารหลังถัดมาประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
และพระอัฏฐิธาตุของพระอริยสงฆ์ชื่อดังของเมืองไทย



กระถดจากวัดเจดีย์หลวงมาอีกนิ๊ดดดดดดดดนึง
กำแพงเกือบจะติดกัน...
ก็เป็นวัดพันเตา...
เห็นว่าแต่เดิมชื่อวัดพันเต้า...(พันเท่า)

แต่ชื่อมานคงฟังแล้วจั๊กกะเดียม...
เลยตัดไม้โทออกเหลือแค่พันเตา....






จากวัดพันเตา...
ก็มุ่งหน้าออกไปทางถนนราชดำเนิน....
ออกประตูท่าแพไป...ก็จะเจอวัดมหาวัน




แต่.....ปิด...สงกาสัยหลวงพ่อมะอยู่...
อดชื่นชมความงามเลย...
ได้แค่ดูจากข้างนอก....แล้วก้อนั่งพักเหนื่อยกันซักครู่


หายเหนื่อยแล้วก็ไปกันต่อ...
วัดถัดมาที่แวะเยี่ยมชมคือ..
วัดบุพผาราม...



วัดเน้เป็นวัดเล็กๆแต่รูปแบบสถาปัตยกรรมก็งามตาดีอยู่นะ....

ออกจากวัดบุพผารามข้ามถนนมาเป็นวัดแสนฝาง....
ปิดอีก...ตามระเบียบ...อดดูเลย...

ไม่เป็ไร..วัดอื่นยังคอยอยู่ข้างหน้า...
ออกแรงกันอีกนิด...ปั่นตรงมาตามถนนช้างม่อย..เข้าเมืองมา
แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนราชภาคิไนย ไปวัดเชียงมั่น






ออกจากวัดเชียงมั่นเลี้ยวซ้ายขี่ไปตามถนนราชภาคิไนย เจอถนนศรีภูมิ..เลี้ยวซ้ายอีกที...ผ่านวัดหม้อคำตวง....ปิด...
วัดควรค่าม้า....ปิด....

จนกระทั่งมาถึงวัดมณเฑียร





ออกจากวัดมณเฑียร ข้ามคลองคูเมืองไปก็จ๊ะเอ๋กับ...วัดโลกโมลี






จากวัดโลกโมลี ปั่นเลียบคลองไปตามถนนมณีนพรัตน์ ก็จะถึงวัดเชียงยืน....




ตอนย่อรูปงง...จำไม่ได้วัดไหนเชียงมั่น..วัดไหนเชียงยืน...
เลยใส่เชียงมั่นไปหมดเลย
อย่าถือสาเด้อ...
อันเน้วัดเชียงยืนเด้อ...





จากน๊าน....ก็ปั่นรถถีบด้วยความอ่อนล้า....
เริ่มเย็นแระ...แรงเริ่มหมด...
ไปตามถนนสนามกีฬา...
ลัดเลาะซ้ายขวา...เพื่อไปวัดกู่เต้า...



ที่เรียกว่าวัดกู่เต้าเนี่ย...
เพราะว่ากู่...หรือเจดีย์...
มีรูปทรงคล้ายผลน้ำเต้า...
แต่บ้างก็ว่า..คล้ายลูกมะเต้า...หรือลูกแตงโมวางซ้อนกัน
(มะเต้า รึบ่าเต้าฟระ...คนเหนือช่วยหน่อยเร้ววววว)
ชาวบ้านร้านถิ่นเลยเรียกวัดกู่เต้า....



ออกจากวัดกู่เต้าก็ถึงขั้นหมดเรี่ยวหมดแรง...
เลยตรงดิ่งเข้าร้านอาหารตามสั่งหน้าวัด...
ซัดโฮกข้าวเย็น...คนละจาน...
กับน้ำปั่นคนละแก้ว...หมดทรัพย์ไป ๑๒๐ บาท...
อิ่มมากมาย...


แล้วก้อปั่นออกจากซอยวัดกู่เต้าทะลุถนนช้างเผือก...
เลียวเข้าตลาดธานินทร์...
กลับสู่บ้ายอ้ายหล้าโดยสวัสดิภาพ...
แต่.......หมดเรี่ยวหมดแรงกันเลยทีเดียว...


อาบน้ำอาบท่ากันพอสดชื่น...
ไปเดินถนนคนเดินที่ประตูท่าแพกันต่ออีกนะ....ไม่ธรรมดา....





Create Date : 19 พฤษภาคม 2552
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 12:20:34 น. 13 comments
Counter : 2355 Pageviews.

 


โดย: butbbj วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:28:39 น.  

 
อยากไปเที่ยวเชียงใหม่จัง ยังไม่ได้ไปชมเลย


โดย: พนมรุ้ง12 วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:38:54 น.  

 
โอ๊ยไม่ทัน เซ็งแมว

แค่อ่านยังเหนื่อย แล้วไปปั่นกันเนี่ย เหนื่อยไหม ดีนะไม่หลวมตัวไปด้วย

ว่าแต่ กลางคืนก็เจอศึกหนักแล้ว ยังมีแรงไปปั่นรถถีบกันอีกก่า


โดย: butbbj วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:42:36 น.  

 
ออกจากวัดเจ็ดยอดนึกว่าจะเลี้ยวขวาปั่นรถถีบ ไปวัดพระธาตุดอยสุเทพซะแล้ว


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:11:22 น.  

 
ผมชอบวัดสวนดอกแบบเจดีย์ยังไ่ม่ทองมากกว่า


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:16:45 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

โห ... อีตาบิ๊ก แอบหนีไปเที่ยวเชียงใหม่ต่ออีกแล้ว เมื่อวันก่อน(วันไหนหว่า?)เพิ่งเห็นว่าแอบไปเที่ยวปายมาไม่ใช่เหรอ? วันนี้หนีไปเที่ยวเชียงใหม่ต่ออีกแล้ว

ไปปั่นจักรยานเที่ยว หรือว่าตกอับจนต้องไปรับจ้างปั่นรถสามล้อกันแน่ฟ่ะ? จนขนาดไม่มีเศษตังค์กลับบ้านเลยเหรอ?

ดูจากภาพแล้ว สถานที่ต่าง ๆ ในเชียงใหม่ก็สวยงามเหมือนกันนะเนี่ย น่าไปเที่ยวบ้างจังเลย ไปเที่ยวแต่ไม่ไปปั่นสามล้อนะโฟ้ย

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:00:36 น.  

 
ถึงว่า...เพื่อนชวนไปไหนม่ะค่อยจาไป..ที่แท้ ไปเที่ยวกะคู่เกย์มืงนี่เอง 555+++


โดย: อีผึ้งเพื่อนมรึง.. IP: 192.168.212.213, 110.76.153.3 วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:16:08 น.  

 
^
^
^
55556666

โอ๊ะ โอ เพื่อนเด็ดขาดไปเรยยยยยยย


โดย: butbbj วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:22:07 น.  

 
มีแต่กินแล้วก็วัด

ปล.ได้โปสการ์ดแล้วนะวันนี้
แต่ไม่เห็นมันจะสื่อถึงเมืองปายตรงไหนเลย


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:29:30 น.  

 
อี๋...คนจน


โดย: ป้าคนงาม (เหนือฟ้า พาไป ) วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:39:02 น.  

 
ไปเชียงใหม่แต่กินส้มตำขอนแก่น...อืมมม...

ถ้าจะเอาประหยัดกว่านี้แน่ะนำให้ซื้อกล้วยหนึ่งหวี ขนมเปี๊ยะ น้ำปล่าว รับรองพอ

มันสิแค้นนำพุ่นล่ะ


โดย: ซซ วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:29:16 น.  

 
บล็อกวันนี้ เขียนเล่าได้สนุกมาก สนุกแต้ๆ สมกับเป็นกูรูด้านภาษา รูปก็สวย ถ่ายได้มุมแปลกดี

ได้คะแนนเต็มสิบเลยครับ



โดย: yyswim วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:38:10 น.  

 
+ เอ่อ ... วัดทั้งหมดทั้งปวงที่ซังกุงนำเที่ยวมา ผมได้เคยไปเยือนแค่ประมาณครึ่งนึงเองอ่ะครับ (นี่ขนาดเคยเป็นคนแถวนั้นนะ) สรุปว่าวัดทั่วเมืองเจียงใหม่นี่กวาดเรียบมาหมดแล้วชิมิเนี่ย?

+ กร๊ากกก ขำอ่ะ! โดนคุณเพื่อนผึ้งมากระชากหน้ากากแก้ว เอ่ยมธุรสวาจาไว้ใน #7 ซะล่วยอ่า เอิ๊กๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:39:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นายรถซุง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




หัวใจดวงน้อย
ที่คอยจะมอบความรัก
ให้กับใครซักคน..หมดหัวใจ

(โอ้ว..น้ำเน่าคอด..คอด..)


* ข้อควรระวัง *

เจ้าของบ้านสันดานเสีย
ไม่ค่อยชอบตอบบล๊อกนะครับ


start 8 Dec.08
free counters คุณชลอ ครับผม

Friends' blogs
[Add นายรถซุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.