*ขอบคุณ..ที่ผ่านมาให้กำลังใจกัน*
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
8 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 

สราทไทย..วันที่คนไทย...ลืม...

วันนี้เป็นวัน ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐
ตามปฏิทินที่เราแขวนไว้ฝาบ้าน
พิมพ์ว่า..เริ่มต้นเทศกาลกินเจ..

และเช่นกัน...ในวันอื่นๆ
เช่น สราท จีน ตรุษจีน คริสมาสต์
ปฏิทินก็ระบุไว้ขชัดเจน...

แต่ไหงวันสารทไทย..ไม่ยักกะบอกแจ้ง...





วันสารทไทย ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐
เป็นเทศกาลทำบุญในเดือน ๑๐ ของไทย
ซึ่งเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ตามหลักฐานพบว่ามีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี
(โอว....นานคอด...)


สารทเป็นคำที่มาจากภาษาอินเดีย
แปลว่า ฤดู ซึ่งฤดูสารทนี้เป็นฤดูที่ต้นไม้เริ่มออกผล
เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยผู้ที่ต้องการให้พืชพันธุ์ธัญญาหารของตนเจริญงอกงามดี
ก็ได้นำพืชพันธุ์เหล่านั้นไปถวายสิ่งที่ตนนับถือ
ซึ่งประเทศต่างๆ นั้นก็นิยมทำเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว
เช่น ในประเทศจีน เมื่อมีการเก็บเกี่ยวผลิตผลในครั้งแรกนั้น
ประเพณีนิยมที่ต้องนำผลไม้ที่เก็บเกี่ยวในครั้งแรกนี้
ถวายสักการะแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา
ทั้งนี้เพื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นจะได้ดลบันดาลให้พืชผลเจริญงอกงามดี
แม้แต่ในประเทศแถบตอนเหนือของยุโรป
ก็มีหลักฐานปรากฏว่ามีการนำพืชพันธุ์ธัญญาหารไปถวาย
เพื่อให้ผลิตผลอุดมสมบูรณ์เช่นกัน



ส่วนในประเทศไทยประเพณีการทำบุญวันสารท
เป็นพิธีกรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
ตามที่ปรากฏหลักฐานในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์
เนื่องจากศาสนาพราหมณ์เผยแพร่เข้ามาในประเทศไทย
คนไทยจึงรับประเพณีนี้มาจากศาสนาพราหมณ์ด้วย
ดังที่ปรากฏหลักฐานในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน
ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


"เมื่อพราหมณ์มีสืบเนื่องกันมาช้านนานหลายพันปีเช่นนี้
จึงเป็นที่นับถือของคนทั้งปวง ในหนังสือต่าง ๆ
ซึ่งชนที่นับถือพระพุทฐศาสนาแต่ง
ที่สุดจนธัมมจักกับปปวัตนสูตรเป็นต้น
ซึ่งอ้างว่าเป็นพุทธภาษิตแท้ก็ยังเรียกสมณะกับพราหมณ์เป็นคู่กัน
พราหมณ์เป็นที่นับถือไม่มีผู้ใดอาจหมิน่ประมาท
ถ้าพราหมณ์เหมือนอย่างเช่นบ้านเราอย่างนี้แล้ว
ก็เห็นจะไม่ยกขึ้นเป็นคู่กับสมณะ
พราหมณ์เป็นที่นับถืออย่างเอกอย่างนับถือพระสงฆ์เช่นนี้
จึงได้เป็นสำหรับผู้ซึ่งปรารถนาความเจริญ
คือ อยากจะให้ข้าวในนาบริบูรณ์จึงเอาข้าวที่กำลังท้อง
มาทำยาคูเลี้ยงพราหมณ์ และกวนข้าวปายาสเลี้ยงพราหมณ์....


ทำบุญสารท คือ ฤดูข้าวรวงเป็นน้ำนมนี้แก่พราหมณ์
เมื่อการพระราชพิธีของพราหมณ์ตกข้าวมาในแผ่นดินสยาม
ก็พลอยประพฤติตามลัทธิพราหมาณ์ด้วย
สมคำซึ่งนางนพมาศได้กล่าวไว้ว่า เป็ฤดูที่ชนทั้งปวงกวนข้าวปายาส
และทำยาคูเลี้ยงพราหมณ์ เมื่อสมณะพราหมณ์เป็นคู่กันเช่นนั้น
ผู้ซึ่งนับถือพระพุทธศาสนาในชั้นแรกที่เข้ารึตใหม่เคยถือพราหมณ์
เดิมได้ทำบุญตามฤดูกาลแก่พราหมณ์เดิมมาอย่างไร
ครั้นเมื่อมาเข้ารึตถือพุทธศาสนาแล้ว เมื่อถึงกำหนดที่ตัวเคยทำบุญ
ผู้ใดละเลยจะนิ่งเสียไม่ทำ เมื่อเชื่อว่าพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์
เป็นเนื้อนาบุญอันวิเศษยิ่งขึ้นไปกว่าพราหมณ์
ก็ต้องมาถวายพระสงฆ์เหมือนเช่นเคยทำอยู่แก่พราหมณ์
ถ้าผู้ใดจละทิ้งศาสนาพราหมาณ์เดิมของตัวให้ขาดไม่ได้
เพราะความเกรงใจก็ลงเป็นทำทั้งสองฝ่าย
ถวายทานแก่สมณะด้วยพราหมณ์ด้วย....."


ทำบุญสารทมิได้มีปรากฏแต่ในศาสนาพราหมณ์เท่านั้น
การทำบุญสารทเพื่อให้เกิดสิริมงคแก่พืชพันธ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์
ในศาสนาพุทธนั้นก็มีปรากฏในหนังสือพระธรรมบทเล่มหนึ่ง
พอสรุปใจความได้ดังนี้


เมื่อพระพุทธวิปัสสี่ ได้เกิดขึ้นในโลก มีพี่น้องสองคนชื่อ
มหากาลเป็นพี่ และจุลกาลเป็นน้องทำการเกษตรกรรมร่วมกันปลูกข้าวสาลี
บนที่ผืนเดียวกัน จุลกาลนั้นเห็นว่าข้าวสาลีที่กำลังท้องนั้นมีรสหวานอร่อย
เห็นว่าควรนำข้าวนั้นไปถวายแด่พระสงฆ์
จึงนำความไปปรึกษากับมหากาลพี่ชาย แต่มหากาลไม่เห็นด้วย
เนื่องจากไม่เคยมีผู้ใดเคยทำมาก่อน อีกทั้งก็ไม่เห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น
แต่จุบกาลมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะนำข้าวไปถวายแด่พระภิกษุ
มหากาลจึงแบ่งที่ดินออกเป็น ๒ ส่วน ของตนส่วนหนึ่ง
และของจุลกาลส่วนหนึ่ง ซึ่งจะนำข้าวส่วนนั้นไปใช้กิจอันใดก็ได้
จุลกาลจึงนำเมล็ดข้าวที่กำลังตั้งท้องมาผ่านำเมล็ดข้าวต้มกับน้านมสด
ใส่เนยใส น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายกรวด เมื่อเสร็จแล้วจึงนำไปถวายแด่พระสงฆ์
เมื่อถวายภัตตาหารเหล่านี้แด่พระสงฆ์
จุลกาลได้ทูลความปราถนาของตนกับพระพุทธเจ้าว่า

"ด้วยศัพภสลีทานนี้จงเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าบรรลุธรรมวิเศษก่อนชนทั้งปวง"

เมื่อจุลกาลเสร็จธุระจากการถวายภัตตาหารแด่ภิกษุจึงกลับไปดูนาของตน
ก็พบว่าข้าวสาลีในนานั้นมีความเจริญงอกงามสมบูรณ์เป็นอย่างมาก
ต่อมาเมื่อข้าวสาลีเจริญขึ้นจนเป็นข้าวเม่า
จุลกาลก็นำไปถวายพระสงฆ์อีก และได้ทำต่อมาอีกหลายครั้ง
คือเมื่อเก็บเกี่ยวข้าว เมื่อทำเขน็ด เมื่อทำฟ่อน เมื่อขนไว้ในลาน
เมื่อนวดข้าว เมื่อรวมเมล็ดข้าว เมื่อขนขึ้นฉาง รวมทั้งหมด ๙ ครั้ง
แต่ข้าวในนาของจุลกาลกลับอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นมิได้ขาดหายไป
ต่อมาจุลกาลได้มาเกิดเป็นพระอัญญาโกณฑัญญะ
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประกาศศาสนาด้วยผลบุญห่งการถวายข้าวแด่พระสงฆ์
ท่านอัญญาโกณฑัญญะจึงเป็นบุคคลแรก
ที่สำเร็จมรรคผลบรรลุธรรมวิเศษก่อนคนทั้งปวง
ตามที่ได้ปรารถนาไว้ในแต่ชาติจุลกาล


การทำบุญสารทนั้นมิได้สำคัญว่ามาจากศาสนาใด
เพียงแต่เป็นการทำบุญเพื่อส่งเสริมขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร
ผู้ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร เพื่อให้พืขพันธุ์มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
อีกทั้งการทำบุญมิใช่เรื่องเสียหายหรือแปลกประหลาดแต่ประการใด
ด้วยเหตุนี้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงนิยมทำบุญทำทานอยู่เป็นนิจ
มิได้ถือวันใดเป็นพิเศษ แต่การทำบุญสารทนั้น
ด้วยเหตุว่าเป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยว
จึงถือโอกาสทำบุญทำทานให้เป็นของขวัญแก่ไร่นาของตนเท่านั้น
ต่อมาประเพณีสารทได้เปลี่ยนความเชื่อถือ
ไปตามกาลเวลาและความเชื่อตามท้องถิ่นของตน
บางแห่งเชื่อว่าเป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
บางแห่งก็เป็นประเพณีการทำบุญเนื่องจากว่างจากภารกิจไร่นา
จึงถือโอกาสทำบุญครั้งใหญ่เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง
และครอบครัว เป็นต้น


การกำหนดทำบุญวันสารท มีความคลาดเคลื่อนกันบ้างในแต่ละท้องถิ่นของไทย เช่น

ภาคกลาง กำหนดในวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐
ภาคใต้ กำหนดในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ เป็นวันรับตายาย และวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ เป็นวันส่งตายาย
ชาวมอญ กำหนดวันขึ้น ๑๕ ค่ ำ เดือน ๑๑
อย่างไรก็ตาม สารทไทยโดยทั่วไป ในวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ เนื่องจากนับถัดจากวันสงกรานต์ ตามจันทรคติจนถึงวันสารทจะครบ ๖ เดือน พอดี


ข้อมูลจาก..www.tungsong.com




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2553
10 comments
Last Update : 8 ตุลาคม 2553 12:58:08 น.
Counter : 955 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับโปสการ์ดใบที่สอง (แอบดีใจมากๆ อิอิ)
คุณรถซุงสบายดีนะคะ
ขอให้อิ่มบุญในเทศกาลกินเจค่ะ

 

โดย: ณ ปลายฉัตร 8 ตุลาคม 2553 17:20:04 น.  

 

กินเจป่าวเนี่ยะ

 

โดย: nupaew 9 ตุลาคม 2553 0:39:09 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับบีแอล

เพิ่งรู้ความหมายของวันสารทวันนี้เองครับ 555







 

โดย: กะว่าก๋า 9 ตุลาคม 2553 6:20:14 น.  

 

สวัสดีวันเสาร์ค่ะ
พี่บิ๊ก

 

โดย: มิลเม 9 ตุลาคม 2553 10:23:17 น.  

 

เข้ามาแล้วได้ความรู้เลยอ่ะ ดีจัง
ขอบคุณในข้อมูลดีๆที่นำมาฝากนะครับ
ส่วนใหญ่คนไทยจะลืมหรือไม่รู้ แต่ถ้าบอกสารทจีนนี่รู้อ่ะ 555
แวะมาทักทายครับ พอดีอัพภาพเก่าๆที่หายไป
เลยเห็นคอมเมทน์คุณรถซุงนานแล้ว
ไม่ได้ตอบเลยเพราะไม่ได้เข้านานมากกก
มีความสุขในวันหยุดครับ ทานเจมั้ยเอ่ย

 

โดย: ZeeBlue-Melody 10 ตุลาคม 2553 1:56:41 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณรถซุง
แวะมาบอกว่า ราตรีสวัสดิ์ และขอให้คืนี้นอนหลับฝันดีค่ะ

+1 โหวตเช่นเคย ^ ^

 

โดย: ณ ปลายฉัตร 10 ตุลาคม 2553 23:00:23 น.  

 

ชื่อหัวมันผิดอ่ะ สราท เลยเหรอ

 

โดย: อาบูด 12 ตุลาคม 2553 8:00:42 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 8 สิงหาคม 2554 11:03:26 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 8 สิงหาคม 2554 12:02:56 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 12 สิงหาคม 2554 12:57:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นายรถซุง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




หัวใจดวงน้อย
ที่คอยจะมอบความรัก
ให้กับใครซักคน..หมดหัวใจ

(โอ้ว..น้ำเน่าคอด..คอด..)


* ข้อควรระวัง *

เจ้าของบ้านสันดานเสีย
ไม่ค่อยชอบตอบบล๊อกนะครับ


start 8 Dec.08
free counters คุณชลอ ครับผม

Friends' blogs
[Add นายรถซุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.