Every Feeling Everyone Every Day

ย่ำสุพรรณ ยันอุทัย ให้ขาแข็ง



จบจากทริปแก่งกระจานสามร้อยยอดในเดือนพฤษภาคมได้ไม่กี่วัน บรรดาคณะสามแม่ครัว มอตานี ก็ริเริ่มวางแผนการเดินทางครั้งต่อไปในทันที หลังจากเสนอวนไปเวียนมาอยู่หลายที่ ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า เราจะไปห้วยขาแข้งกัน ประเดี๋ยวก็จะได้รู้กันว่าขาแข้งจะแข็งสักเพียงไหน จะไปขึ้นภูกระดึงไหวมั๊ย ไปเมื่อไหร่ ไปยังไง ใครจะไป ไปกับใคร ชีวิตนี้จะได้ไปมั๊ย ฯลฯ

และแล้ววันที่ ดญ เชอร์รี่ นั่งนับถอยหลังรอก็มาถึง เจ็ดโมงเช้ากว่าๆ ล้อหมุนออกจากบ้าน วันนี้วอลโว่วีแปดสิบสีน้ำเงิน ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ ขึ้นทางด่วนบางนา ไปลงแคราย แวะจุดนัดพบของเราที่ เทสโก้โลตัส สาขารัตนาธิเบศน์ พลพรรคไทยรักการท่องเที่ยวไทยมารอกันแล้วพร้อมพรัก วันนี้คุณนายกบถอยฟอจูเน่อป้ายทะเบียนเพชรบุรีมาลุยป่าเต็มที่ แถมท้ายรถแขวนป้าย PSU ENGINEER ระบุสถาบันการศึกษาเจ้าของรถอีกต่างหาก ทักทายกันริมถนนรัตนาธิเบศน์หน้าห้างเทสโก้โลตัสกันเป็นที่พอหอมปากหอมคอแล้ว ฟอจูเน่อก็นำทางเซอฟีโร่และวอลโว่ไปตลาดบางบัวทอง เพื่อแวะไหว้พระขอพร ณ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ กันก่อนเป็นแห่งแรก วัดนี้ใหญ่โตโอ่อ่ามาก เป็นการจำลองแบบสถาปัตยกรรมจีนจากพระราชวังต้องห้ามราชวงศ์หมิงชิงในปักกิ่งมา เดินแล้วมีความรู้สึกประมาณเหมือนได้เดินชมวัดเส้าหลินเลยทีเดียว สวยงามและยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างมากมาย รวบรวมพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ และเทพเจ้าจีน ไว้อย่างครับครัน มีทั้ง ไทเอี๊ยงแชกุง ไทอิมแชกุง จี่มุยแชกุง ตั่วเหล่าเอี๊ย ไฉ่ซิ้งเอี๊ย ไท่ส่วยเอี๊ย แป๊ะกง ฮั่วท้อเซียงซือ เจ้าแม่กวนอิม สิบแปดอรหันต์ ฯลฯ ได้ฟังเพลงสวดมนต์แบบจีนธิเบตแล้วรู้สึกสุขสงบใจมาก มองจากชั้นสองลงไปข้างวัดยังเห็นเป็นแปลงผักอยู่เลย ได้บรรยากาศเมืองจีนจริงๆ วัดนี้สร้างโดยคณะสงฆ์นิกายจีนจากวัดเล่งเน่ยยี่ เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี พศ ๒๕๓๘ เพิ่งมาเสร็จได้เมื่อต้นปีนี้เอง

ออกจากวัดเส้าหลินบางบัวทองแล้ว คราวนี้วอลโว่เป็นผู้นำบ้าง มุ่งหน้าสู่สุพรรณ แวะบางปลาม้าทานอาหารมื้อเช้าควบมื้อกลางวันร้านแม่บ๊วย กุ้งเผาขนาดตัวละ ๔ ขีดรสชาติเหนียวแน่นอร่อยกว่ากุ้งเผาทองชุบพรหมบุรีเสียอีกทว่าในราคาใกล้เคียงกัน ตอนเรียกเก็บตังค์เหลือบแว่บแรกเห็นตัวเลข ๑๒๘๐ แต่ช้าก่อน นั่นมันเป็นแค่ราคาค่ากุ้งเผาเท่านั้น!



จ่ายค่าความอิ่มอร่อยเรียบร้อยแล้วเราไปไหว้หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลย์ ชมจิตรกรรมฝาผนังเรื่องขุนช้างขุนแผนอันงดงาม วันนี้อากาศร้อนมั่กๆ มาตรวัดในรถวอลโว่วิ่งสูงถึง ๔๔ องศาเซลเซียส ตอนเราออกมาจากวัดป่าเลไลย์ ต่อไปเราแวะวัดพระนอนซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งใน Unseen Thailand เพราะพระพุทธรูปองค์นี้นอนหงายจริงๆ แบบคฤหัสถ์ทั่วไป ไม่ได้นอนตะแคงขวาสีหไสยาสน์ ขนาดองค์พระเท่าขนาดคนจริง ลักษณะเหมือนพระนอนเมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย บริเวณหน้าวัดริมแม่น้ำมีอุทยานมัจฉา เราไปให้อาหารปลากัน ปลาที่นี่ว่ายทวนกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก แม้จะมีปริมาณแค่หลักแสน ไม่มากมายมหาศาลเทียบเท่ากับวังปลาที่วัดหงษา ปทุมธานี แต่ก็น่าชมมากพอควร นอกจากปลาสวาย ปลาเทโพ ปลายี่สก อันดาษดื่นแล้ว ก็มีปลาตะเพียนหางแดงตัวเล็กที่มาแจมแย่งอาหารอย่างไม่กลัวเกรงปลาตัวโตเลย

จบจากการให้อาหารปลาแล้วเราไปเดินเล่นย้อนยุคที่ตลาดร้อยปีสามชุก ซื้อขนม ซื้อของเล่น ดญ ซายน์ ไปตักไข่น้ำ ได้กบเหลาดินสอโบราณที่ใช้แล้วจนเก่าเขรอะ กับขวดนมเด็กเล่นพลาสติกอันจิ๋วมา ทำหน้าตาอึ้งกิมกี่ไปหลายอึดใจ แล้วในที่สุดก็เอากบเหลาดินสอโบราณไปทิ้ง เสียดายเงินสิบบาทไหมนั่น สมัยพ่ออายุเท่าหนูเงินสิบบาทกินก๋วยเตี๋ยวได้ไม่รู้ตั้งกี่ชาม

เดินชมชิมดูจนทั่วตลาดแล้วเราก็กลับ อากาศวันนี้ก็ร้อนเหลือเหงื่อไหลซะจริง คุณพ่อซื้อซีดีเพลงโบราณมาแผ่นนึง มีเพลงหน้ากากเสือ เพลงโฆษณาถ่านไฟฉายตรากบ ร้าน ส.สะพานมอญ ฯลฯ แต่ที่เด็กๆ ฟังแล้วชอบใจคือเพลงของอินโนเซ้นท์ที่ร้องว่า “ดูตำราตั้งตีห้าตีหก มันก็ยังสอบตกเป็นเพราะเหตุอะไร” หัวเราะกันคิกคักตอนได้ฟังเฉลยท้ายเพลง

ออกจากตลาดสามชุก เรามุ่งหน้าสู่อำเภอด่านช้าง บรรยากาศจากที่ร้อนระอุตอนเที่ยงกลายเป็นเย็นฉ่ำด้วยฝนกระหน่ำมาตลอดทางตั้งแต่อำเภอหนองหญ้าไซ ยามเมื่อแรกฝนกระหน่ำลงบนพื้นยางมะตอยอันระอุ เห็นเปลวไอร้อนลอยวนม้วนตัวขึ้นมาจากพื้นถนนเป็นภาพอันงดงาม

เรามาถึงเขื่อนกระเสียวท่ามกลางละอองฝนปรอยบางๆ ตอนเย็นแล้ว ทิวทัศน์ยามเย็นที่ เขื่อนกระเสียวสวยงามสงบเงียบ เราเข้าพักที่เรือนรับรองขนาดใหญ่สองชั้น ขนาดนอนกันได้สักประมาณยี่สิบคน มีโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่นพรักพร้อม ในราคา ๑,๕๐๐ บาท แต่ขอโทษที เครื่องทำน้ำอุ่นไม่ทำงาน โชคดีที่ไม่หนาว คราวนี้เลยไม่มีวิศวกรท่านใดใส่ใจซ่อมแซมเหมือนคราวไปภูหลวง

หนึ่งทุ่ม เรารับประทานอาหารเย็นที่เรือนข้าหลวง ร้านอาหารเพียงแห่งเดียวของเขื่อน มีนักดนตรีเล่นกีต้าร์ร้องเพลงกล่อมไพรในสไตล์เพื่อชีวิต ค่ำนี้ ดญ แนนด์มีเซอร์ไพร๊ซ์ด้วยการที่นักร้องเล่นกีต้าร์ร้องเพลง happy birthday อวยพรให้ พร้อมทุกคนในโต๊ะอาหารก็ร่วมร้องเพลงปรบมือไปด้วย น้องแนนด์ทำหน้าตาเหรอหรายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ระคนเขินอายเพราะไม่เคยโดนมุขนี้มาก่อน เพลงจบยกมือไหว้ขอบคุณ แถมก่อนกลับยังทิปนักร้องไปหนึ่งร้อยด้วยตังค์แม่



เช้าวันที่สองตื่นมาวิ่งในละแวกเรือนรับรอง อากาศดีมั่กๆ คุณพ่อ ดช สะตูขับรถไปซื้ออาหารเช้าในตลาดมาหลายอย่าง พวกเราทานอาหารเช้าไป ดูโทรทัศน์ไป แล้วก็สลับกันไปอาบน้ำอันเข้มข้นไปด้วยสนิมจากถังเก็บน้ำ ที่ดูคล้ายโคลน แหงนหน้าดูสภาพถังเก็บน้ำเก่าแก่บนหอสูงใบนี้แล้วไม่น่าจะอยู่ได้อีกนานสักเท่าไรเพราะสนิมกินเกรอะไปทั้งถัง ไม่แน่ใจว่าวันใดจะถล่มลงมา ถ้ายังไงคราวหน้าจะมาพักที่นี่อีกคงต้องสอบถามดูก่อนว่าเปลี่ยนถังเก็บน้ำใหม่หรือยัง

เก็บข้าวของ (อันที่จริงมีข้าวอยู่กระสอบหนึ่งแต่ไม่ได้เก็บมา เก็บมาแต่ของ) ออกจากเขื่อนกระเสียว เราเดินทางไปวนอุทยานพุเตย ถึงสามแยกทางเข้า มีป้ายชี้ว่าเลี้ยวซ้ายไป ๑๘ กม พอเลี้ยวเข้ามาเจอป้ายที่สองบอกว่าอีก ๒๐ กม ถัดไปมีอีกป้ายห่างกันแค่ไม่กี่เมตร บอกว่าอีก ๒๑ กม คนมาเลยงง ไม่รู้ว่าจะเชื่อป้ายไหนดี แต่พอเข้าไปแล้วจับระยะดู ก็พบว่า ๑๘ กม นั้นถึงด่าน ส่วนที่ทำการวนอุทยานนั้นต้องเข้าไปอีก ๓ กม

เราประทับตราวนอุทยานพุเตยบนพาสปอร์ทที่คราวนี้ไม่ลืมติดมาเหมือนเมื่อคราวไปแก่งกระจาน แต่กลับเป็น ดญ แนนด์ และ ดญ ซายน์ ที่ลืม ส่วน ดญ ชมพู่ ดญ เชอร์รี่ ดช สะตอ ดช สะตู ยังไม่เคยลืมสักที จากด่านเราขับรถขึ้นเขาเข้าป่าไปอีก ๗ กม จนถึงจุดที่เครื่องบินเลาด้าห์แอร์ตกเมื่อ ๑๗ ปีที่แล้ว ทำให้มีคนตายทั้งลำ ๒๒๓ ศพ ส่งผลให้พุเตย และ สุพรรณบุรี โด่งดังไปทั้งโลก เพราะมีข่าวว่าชาวบ้านเข้าไปช่วยเก็บข้าวของผู้โดยสารกันยกใหญ่ พวกเราเดินไว้อาลัยให้กับโศกนาฎกรรมในครั้งนั้นแล้วก็กลับลงมา ขากลับสวนทางกับรถกระบะของชาวบ้านที่ต่างพากันมองวอลโว่แบบอึ้งทึ่งเสียวว่าขึ้นมาได้อย่างไร เพราะหนทาง uphill เป็นป่าเขาลูกรังแบบนี้ มันน่าจะเป็น four wheels มากกว่า ส่วนเซอฟีโร่นั้น play safe จอดรถแอบไว้ข้างล่างแล้วอพยพผู้โดยสารขึ้นฟอจูเน่อไป

ออกจากพุเตย เราเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่อำเภอบ้านไร่ เขตจังหวัดอุทัยธานี แวะทานข้าวเที่ยงที่ร้านบ้านสวน แล้วเดินทางต่อไปวัดเขาถ้ำวง ความโดดเด่นของวัดนี้เป็นอาคารไม้สถาปัตยกรรมแบบไทยผสมพม่า ล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินปูน มีสระน้ำใหญ่ มีปลาอยู่มากพอควร เราเดินชมวัดเก็บภาพกันจนจุใจแล้ว ก็ออกเดินทางต่อไปยังห้วยขาแข้งท่ามกลางสายฝนกระหน่ำอย่างหนักโดยไม่มีวี่แววว่าจะยอมอ่อนข้อให้เรา ในที่สุดเราก็ตัดสินใจยินยอมที่จะแค่ประทับตราเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งที่ด่านโดยไม่เข้าไปเยี่ยมชมกิจการภายใน นึกแล้วก็น่าเสียดาย เหยียบคันเร่งมาจนขาแข็งเป็นระยะทาง ๑๓๐ กม จากพุเตยมาถึงที่นี่เพียงเพื่อประทับตราลงบนพาสปอร์ทท่ามกลางสายฝนกระหน่ำเท่านั้นเอง

ถอยรถออกจากห้วยขาแข้ง เราย้อนกลับมาเยี่ยมชมหุบป่าตาดในบรรยากาศโลกล้านปีเหมือน Jurassic Park ก่อนมามีคนขู่ไว้ว่าให้ระวังยุงและทาก วันนี้เราเลยใส่ยีนส์ขายาวและรองเท้าไนกี้ รุ่น takao 4 mid (ทา-คา-โอะ-โฟร์-มิด) หุ้มข้อจนมิดป้องกันยุงและทากเต็มที่

หุบป่าตาดมีลักษณะเป็นถ้ำหินปูนสองถ้ำเชื่อมต่อถึงกัน ทางเดินเข้าถ้ำช่วงแรกมืดสนิทได้กลิ่นขี้ค้างคาวโชยมาหอมหวนชวนคลื่นเหียนเป็นอย่างยิ่ง ตรงกลางถ้ำเป็นปล่องมีแสงลอดลงมาได้บ้าง ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นลักษณะป่าดงดิบ ได้แก่ ต้นตาด ซึ่งเป็นไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม เต่าร้าง เปล้า คัดค้าวเล็ก เพราะภายในถ้ำค่อนข้างตัดขาดจากโลกภายนอก จึงยังคงสภาพเดิมไว้ได้ค่อนข้างดี เราเดินวนเวียนอยู่สองรอบไม่เจอทากสักตัว แต่ ดญ ซายน์ เจอกบตัวเบ้อเร่อ กระโดดจับจนเลอะโคลนไปทั้งตัว ดช สะตอ ก็โชว์รองเท้าไนกี้สีหวานแหวว แต่ไม่รู้ว่ารุ่นอะไร พร้อมชมไม่ขาดปากว่ารองเท้าไนกี้นี่ดีจริงๆ

ชมบรรยากาศโลกล้านปีจนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว เราก็เดินทางมุ่งสู่เมืองอุทัยธานี ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ ในที่สุดเราก็หาทางมาถึง พญาไม้รีสอร์ท จนได้ ขนของเข้าที่พักท่ามกลางสายฝนพรำกระหน่ำพสุธาเรียบร้อยแล้ว คณะสามแม่บ้านก็ออกตระเวนราตรีในตัวเมือง ปล่อยเด็กๆ ทั้งหลายเสวยสุขกับโทรทัศน์อยู่ในห้องพักกับองครักษ์คุณพ่อร่างใหญ่สองคน พวกเราตระเวนรถวนเวียนอยู่ในเมืองอุทัยสามรอบจึงได้เจอร้านเด็ด ฮั้วข้าวต้มปลา มีปลาลวก จับฉ่าย กู๋ช่ายขาว ต้มเลือดเป็ด แถมด้วย น้ำเต้าหู้ เต้าทึง ขนมปัง สังขยา และ ไก่ทอดหาดใหญ่ โถ... มาถึงอุทัยยังอุตส่าห์มีไก่ทอดหาดใหญ่ให้ซื้อกิน

ขนข้าวปลาอาหารกลับมาที่พัก ทานกันในห้องนอนหน้าทีวี เสร็จแล้วก็อาบน้ำนอนฟังเสียงฝนกันทั้งคืน...



เช้าวันที่สาม ตื่นมารับอากาศบริสุทธิ์ริมลำน้ำสะแกกรังหลังห้องพัก บรรยากาศเย็นฉ่ำพรำฝน โรแมนติคเหลือหลาย ในลำน้ำมีพุทธรักษาออกดอกชูช่อไสวเบียดแน่นเป็นกออยู่บนแพ ลำน้ำสะแกกรังสีน้ำตาลอ่อนสงบงามไหลเรื่อยจากเหนือลงใต้ ฝั่งตรงข้ามพญาไม้รีสอร์ทเป็นตลาดเทศบาลริมน้ำ เราขี่จักรยานข้ามสะพานเล็กๆ ไปตลาด ผ่านวัดอุโปสถารามอันเก่าแก่งดงาม วัดนี้ในหลวงรัชกาลที่ ๕ เคยเสด็จมาประทับอยู่หลายเพลา ทรงโปรดให้สร้างเรือนแปดเหลี่ยมหลังคาปั้นหยาไว้ริมน้ำ มีแพหลวงขนาดใหญ่ไว้จัดงานบุญและเป็นเสมือนหอประชุมเคลื่อนที่กลางน้ำอีกด้วย

ตลาดเทศบาลริมน้ำยังคงบรรยากาศกลิ่นอายท้องถิ่นกึ่งเมืองกึ่งชนบทไทยไว้เป็นอย่างดี เราได้ประจันหน้ากับปลาแรดในตลาดซึ่งบันดาลให้เกิดอารมณ์สองอย่างขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกัน คือ อยากปล่อยปลา และ อยากกินปลา ไม่รู้จะตัดสินใจเลือกอย่างไหนดี เลยปล่อยผ่านไปก่อน เดินวนรอบตลาดซื้อขนมจีน เห็ดโคนต้ม ผักกูด ข้าวโพดต้ม ขนกลับมาที่พักแล้ว ก็ยังคาใจอยู่ เลยตัดสินใจขี่จักรยานกลับไปใหม่อีกรอบ ยืนชั่งใจดูอยู่หนึ่งอึดใจ ก็ตัดสินใจชี้ปลาแรดสองตัวในกะละมังซื้อเอาไปปล่อย แล้วก็ชี้ปลาแรดทอดอีกหนึ่งตัวบนร้านเอาไปกิน ได้ปลาแล้วก็ขี่จักรยานข้ามสะพานกลับมา แวะท่าน้ำวัดอุโปสถารามหน้าพลับพลาปั้นหยา ปล่อยปลาแรดกลับสู่แม่น้ำสะแกกรังสองตัว อธิษฐานขออโหสิกรรมและอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร แล้วก็นำปลาแรดทอดหนึ่งตัวกลับที่พักมากินอย่างเอร็ดอร่อย เฮ้อ... อย่างนี้เรียก win-win solution ได้หรือเปล่า

จบรายการอาหารเช้าแล้ว เราไปนั่งเรือชมสองฝั่งลำน้ำสะแกกรัง โดยมีผู้ช่วยทันตแพทย์เจ้าของรีสอร์ท เป็นมัคคุเทศก์ฝึกหัด อธิบายประวัติศาสตร์เมืองอุทัย ลักษณะเรือนแพริมลำน้ำ การเลี้ยงปลาแรดในกระชังใต้แพ และการปลูกต้นพุทธรักษาบนแพในลำน้ำ นับว่าได้ความรู้ดีมาก จบการล่องเรือเราก็มาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของรีสอร์ทต่ออีกหน่อย และแอบชมการบรรยายเรื่องการดูนกของเจ้าหน้าที่จากห้วยขาแข้งที่พาน้องๆ มาออกทริปดูนกที่นี่ด้วย

อิ่มทั้งปลาทั้งนกแล้วเราก็เคลื่อนขบวนไปถวายสังฆทานที่วัดอุโปสถาราม ดช สะตอ นำสวดอาราธนาศีล เสียงดังฟังชัด ส่อแววจะเป็นว่าที่มัคทายกได้ในอนาคต กรวดน้ำรับพรร่วมกันแล้วเราก็ไปวัดสังกัสกันต่อ วอลโว่ขับนำมาจอดที่หน้าบันไดขึ้นวัดสังกัสรัตนคีรี คุณนายกบงงว่าพามาจอดทำไม พอรู้ว่าตั้งใจจะเดินขึ้นเขาก็รีบชี้แจงทันทีว่ามีทางรถขึ้นด้านหลังไม่ต้องเดินให้เมื่อยหรอก สุดท้ายก็มีการแบ่งขบวนออกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายพันธมิตร ขับรถขึ้นเขาด้านหลังวัดไป กับอีกฝ่ายเดินขึ้นบันไดหน้าวัดไป แล้วค่อยไปเจอกันที่ระฆังข้างบน บันไดมีทั้งหมด ๔๔๙ ขั้น มากกว่าพระธาตุดอยสุเทพ และมากกว่าเขาช่องกระจกที่เคยเดินขึ้น พวกเราใช้เวลาเดินขึ้นทั้งหมด ๘ นาที โดยมี ดญ ชมพู่ นำโด่งใช้เวลาแค่ ๕ นาทีเท่านั้นเอง ขึ้นไปถึงยอดเขาตีระฆังแล้วฝ่ายพันธมิตรยังมาไม่ถึงเลย ต่อมา ดช สะตอ ชี้แจงพัลวัลว่าที่จอดรถไกล ต้องใช้เวลาเดินมากกว่าจะมาถึง โธ่... แล้วจะไปภูกระดึง

ดื่มด่ำฉ่ำใจกับทิวทัศน์ตัวเมืองอุทัย เมืองชนกจักรี และฉ่ำลิ้นกับลูกมะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่ บนเขาแล้ว เราก็ลงเขามา คราวนี้มีคนอาสาเดินลงบันไดเพียบไปหมด พวกเราแวะตลาดซื้อของฝากจากอุทัย ขนมปังสังขยาร้านไพพรรณ เข้าใจว่าคงจะขายดีมาก คนขายหน้าตาบึ้งตึง พูดจาน้ำเสียงราวกับไปอ้อนวอนขอขนมกินฟรีเสียอย่างนั้น วิธีการทำขนมปังสังขยาก็ไม่มีอะไรพิศดาร ก็แค่เอาสังขยาฉีดเข้าไปในขนมปังใส้กลวงที่อบแล้วแค่นั้นเอง พอหายร้อนก็ไม่อร่อยแล้ว ไม่เห็นจะน่าซื้อไปฝากใคร ทิ้งไว้เย็นแล้วขนมปังก็ชืดเหนียว แถวนั้นก็มีขนมปังสังขยาขายกันอยู่สองสามเจ้า ไม่เห็นจะต้องยโสขนาดนั้น

กลับมาเช็คเอ้าท์ออกจากพญาไม้รีสอร์ทตอนบ่ายสามแล้ว ก็ไปวัดท่าซุงกันต่อ นมัสการหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ชมวิหารแก้ว วิหารทองคำ อันอลังการตระการตาน่าอัศจรรย์ ราวกับฉาบทาด้วยเพชรเกล็ดแก้วอันแวววาวไปทั้งวิหาร พวกเราถ่ายรูปหมู่ร่วมกันที่หน้าวิหารทองคำส่งท้าย แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ออกจากอุทัยใช้เส้นทางสายเอเชีย ผ่านชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา เลี้ยวซ้ายเข้าวงแหวนตะวันออก ผ่านปทุมธานี กรุงเทพ เข้าสู่สุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพฯ




ขอบคุณ คุณนายกบ และ คุณนายสายบัว อำนวยการเรื่องแผนการเดินทาง ที่พัก และเสบียง ตลอดการเดินทาง
ขอบคุณ วัดเส้าหลินบางบัวทอง ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง ดื่มด่ำราวเดินอยู่บนสรวงสวรรค์
ขอบคุณ รองเท้าไนกี้ รุ่น ทาคาโอะโฟร์มิด ปกป้องคุ้มครองเท้าจากทากและยุงจนมอมแมมไปด้วยโคลน
ขอบคุณ ลูกสาวเจ้าของร้านขนมปังสังขยาไพพรรณ ที่ทำให้ได้แง่คิดเรื่องของฝาก
ขอบคุณ พญาไม้รีสอร์ท อันสวยงามบนเกาะเทโพริมลำน้ำสะแกกรัง เตียงใหญ่กว้างขวาง สองเตียงต่อห้อง เพียงแต่ที่นอนแข็งไปหน่อยและลูกบิดติดขอบประตูมากเกินไปนิด
ขอบคุณเมืองอุทัยธานี เมืองชนกจักรี แห่งภาคเหนือตอนล่าง ที่คงความสงบงามไว้ได้อย่างน่าชื่นใจ จนอยากจะมาซื้อเรือนแพอยู่สักหลัง เลี้ยงปลาแรด ปลูกพุทธรักษา อยู่อย่างพอเพียง
น้องแนนด์ฝากขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิดทุกชิ้น หมวกสีชมพูหวานแหวว ตุ๊กตาโดราเอม่อนสีฟ้า กางเกงเล รวมทั้งบทเพลงวันเกิดที่เรือนข้าหลวงริมเขื่อนกระเสียว
ขอบคุณเด็กๆ และ ผู้ปกครองทุกท่าน ที่ร่วมกันย่ำสุพรรณ ยันอุทัย ให้ขาแข็ง ทริปหน้าไปไหน เมื่อไหร่ ดญ เชอร์รี่ จะนับวันรอ...





บันทึกการเดินทางโดย
Every Little Loves
๑๘ – ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑






 

Create Date : 11 กันยายน 2551
11 comments
Last Update : 17 กันยายน 2551 23:02:34 น.
Counter : 1243 Pageviews.

 

แวะมาเที่ยวด้วยคนจ๊ะ...น่าสนุกเน๊าะ...
สะใจ..เรื่องแม่ค้าขายขนมปังสังขยาจังเลย.. แต่ร้านอร่อยและไม่หยิ่ง...ก็มีนะจ๊ะ..กล่องสีส้มๆ อ่ะ เรากลับบ้านทีไรเราจะซื้อมาฝากคนกรุงเทพฯ..อยู่บ่อยๆก็มันอร่อยดีนะ แต่แนนอนไม่ใช่ร้านที่คุณเจอหหรอก..เราซื้อแถวร้านของฝากแถวๆ...ชัยนาท..เราคนชุมแสง..นครสวรรค์..เราเบื่อโมจิแล้ว..ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นขนมปังสังขยา นั่นแหล่ะ...

 

โดย: คนชุมแสง 11 กันยายน 2551 18:26:03 น.  

 

รับทราบค่ะเด่ว

จะ....รออ่าน

ไว้หยุดงานก่อนจ้าาาา

 

โดย: Opey 12 กันยายน 2551 8:39:27 น.  

 




สวัสดัค่ะ ....Have

a nice weekend.

 

โดย: Opey 14 กันยายน 2551 10:30:15 น.  

 

ก่อนอื่นใดขอบอกความในใจก่อนว่า
นี่คือกรอบคอมเม้นต์ที่สวยงามชวนเหงามาก

สนุกดีค่ะ เหมือนได้ร่วมทริบด้วยเลย
ตั้งแต่เริ่ม วัดเส้าหลิน ....จนถึงห้วยขาแข้ง...ถึงวัดท่าซุง


 

โดย: malarn cha 14 กันยายน 2551 13:57:20 น.  

 

 

โดย: chalawanman 14 กันยายน 2551 14:43:35 น.  

 

...
อิจฉาจังทั่นพี่

 

โดย: สิงห์อมบ๊วย 18 กันยายน 2551 2:10:25 น.  

 

สวัสดีค่ะ มาเยี่ยมค่ะ

 

โดย: Opey 18 กันยายน 2551 10:17:17 น.  

 

สวัสดีค่ะ..

วัดที่ไปมาอ้อมแอ้มก็เคยไปมาแล้วค่ะ

สวยมากๆค่ะ ..

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อ้อมแอ้มไปทำบุญวันเกิด

ของเพื่อนสนิทค่ะ ไปมา8วัดกะ1ศาลเจ้า

เลยแวะเอาบุญมาฝากด้วยค่ะ

ขอให้มีความสุขมากๆนะค่ะ

zwani.com myspace graphic comments
Myspace Candy Bar Dolls

 

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) 19 กันยายน 2551 17:19:25 น.  

 

ขอเกาะท้ายรถไปเที่ยวด้วยคนนะคะ

 

โดย: Suessapple 23 กันยายน 2551 18:45:43 น.  

 

น่าสนุกจัง เหลังคารถไปด้วยคนนะ

 

โดย: หวาน (Phumpanit ) 29 กันยายน 2551 17:19:04 น.  

 

แวะมาทักค่ะ

หวัดดีค่ะ

 

โดย: iceblue IP: 222.123.106.60 29 กันยายน 2551 21:13:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ณธีร์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




๏ กลั่นความรู้สึกวันละนิด
กรองความคิดวันละหน่อย
คั้นอารมณ์วันละน้อย
เรียงร้อยรอยลักษณ์อักษรา ฯ

Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
11 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ณธีร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.