Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
3 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Turkey (Istanbul) ตุรกี เมือง อิสตัลบุล













align="center">












TURKEY (ISTANBUL) (เดินทาง 31.5.2007-6.6.2007)

ฉันเริ่มอยากจะบันทึกการเดินทางให้พวกคุณได้อ่านกันบ้างแล้วล่ะ
เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาดิฉันเที่ยวมาเกือบ 20 ประเทศ นาน ๆ ทำให้ฉันลืมเรื่องราวต่างๆ
ใครที่สนใจอยากจะไปเที่ยวเมืองอีสตัลบูล ประเทศตุรกี ก็ลองเปิดอ่านกันได้นะ
จะได้เตรียมตัวก่อนการเดินทาง ที่สำคัญสำหรับสาวไทย (ทั้งโสดและไม่สดทั้งหลาย)
ที่ไปเที่ยวแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว ก็ต้องเตรียมตัวเอกสารเพื่อขอวีซ่า ดังนี้

1. พลาสปอร์ตตัวจริง พร้อมถ่ายเอกสาร
2. รูปถ่าย ขนาดใดก็ได้ จำนวน 1 ใบ
3. หนังสือรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ
4. หนังสือเชิญจากเจ้าของประเทศ พร้อมทั้งถ่ายสำเนาไอดีการ์ดส่งมาด้วย
5. ค่าทำวีซ่าประมาณ 1,200 บาท
6. booking ticket ไปกลับ

สถานที่ ก็ไปที่ ที่สี่แยกสุทธิสารแล้วเลี้ยวขวา ตรงเข้าไปประมาณ 1 กม สังเกต
ธงชาติตุรกี หรือจะตั้งต้นตรงบริเวณ ลาดพร้าว 64 ก็ได้นะ แล้วโทรไปสอบถามเส้นทาง
ที่ 02-2747262-3 ถ้าเอกสารคุณพร้อม คุณไปเพื่อการท่องเที่ยว ก็จะได้ ภายใน 3 วัน
ทำการ แต่ถ้าจะขอวีซ่าการทำงานก็ต้องสอบถามรายละเอียดที่เบอร์ดังกล่าวอีกครั้ง
การขอ Booking Ticket เพื่อขอวีซ่านั้น คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางกับสาย
การบินนั้นหรอกนะ เช่นอาจจะขอกับการบินไทย แต่เมื่อได้วีซ่าแล้วคุณอาจจะเดินทาง
กับสายการบินตุรกีก็ได้ เนื่องจากสะดวกกว่า เพราะว่าบินตรงไปอีสตัลบูลเลย
ค่าเครื่องก็ประมาณ 30,000 บาท (ทั้งไปและกลับ)
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมงก็ถึงสนามบิน Istanbul เป็นสนามบินที่ไม่
ใหญ่เหมือนสุวรรณภูมิหรอกนะ แต่ก็สะดวกดี มีร้านปลอดภาษี ไม่มากเหมือนบ้านเรา
ดิฉันเดินทาง ปลายเดือนพฤษภาคม อากาศที่ตุรกี ค่อนข้างร้อน ดิฉันไปพักที่อพาร์ทเม้นต์
ของเพื่อนระยะทางจากสนามบินประมาณเกือบ หนึ่งชั่วโมง ค่ารถแท๊กซี่ 35 ลิร่า ก็
ประมาณ 900 บาทไทยได้ เราพักที่เมือง Ortakoy เป็นอพาร์ทเม้นต์เนื้อที่ประมาณ
100 ตารางเมตร แต่ก็สะดวก มี สองห้องนอน มีห้องทำงาน ห้องครัว อากาศค่อนข้าง
ร้อน เสียดายไม่มีพัดลม มันเหมือนนั่งอยู่ในที่ค่อนข้างอึดอัด เพราะว่าเราไม่ชินนั่นเอง
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาจากสนามบิน เราผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เห็นท่าเรือ
และเรือมากมาย เส้นทางที่ผ่านมา จะเรียบชายฝั่งตลอด Istanbul เป็นเมืองใหญ่ และ
ค่อนข้างเก่ามาก แต่ผู้หญิงไทยต้องระวังนิดนึง เพราะว่าสายตาคนตุรกี ที่มองเขาจะคิด
ว่าผู้หญิงไทยสวยมาก เริ่มตั้งแต่ ต.ม. เลยล่ะ แต่เมืองนี้ค่อนข้างจะปลอดภัย

วันแรกของการเดินทาง (1.06.2007) ประมาณ 10 โมงเช้า เพื่อนดิฉันก็ต้อง
เดินทางไปสนามบินอีกรอบเพื่อรับเพื่อนเขาที่เป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับน้ำหอม เดินทาง
มาจากรัสเซีย จากนั้นเราก็ไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตหัวน้ำหอม เป็นโรงงานขนาดใหญ่
ที่สุดในตุรกี ชื่อ MG-GULCICEK IN AYAZAGA ในเมือง ISTANBUL เราเดินทางโดย
แท๊กซี่ สภาพเมือง ISTANBUL เป็นทะเลคั่นกลาง และสภาพบ้านเมืองปลูกบนที่สูง
บนภูเขา แท๊กซี่บอกว่าต้องใช้ความชำนาญในการขับขี่ตอนฤดูหนาว ดิฉันก็ได้รับการ
ต้อนรับอย่างดี จากคุณ ASLAN และ CHRISTIAN ก็พาดิฉันเยี่ยมชมโรงงาน ซึ่งมี
ขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อน ดิฉันก็ต้องอาศัยเวลาในการศึกษาอีกมาก อ้อ ดิฉันลืมบอก
จุดมุ่งหมายการเดินทางในครั้งนี้ ไม่ใช่การท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ดิฉันจะเที่ยวและ
ทำงานเล็กน้อยไปพร้อมกัน จากนั้นคุณ ASLAN ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทก็เชิญ
พวกเราทานอาหารค่ำ (แต่สำหรับคนไทย อาจเป็นอาหารมื้อดึกนะ) เพราะว่าที่นี่ สี่ทุ่ม
เพิ่งจะเริ่มมืด เราไปทานอาหารกันที่ร้านหรูมาก เป็นร้านที่มีลูกค้าเต็ม ต้องจอง ชื่อร้าน
VENGE IN LEVENT อร่อยมาก ๆ ถ้าชอบเนื้อ LAMP กินจนเต็มอิ่ม เขาเสิรฟ เนื้อ
หลายแบบ เรากินไวน์แดงนิดหน่อย เพื่อย่อยเนื้อ บรรยากาศที่ร้าน ถ้ามองขึ้นไปบนยอด
ตึกจะมองเห็น นกตัวใหญ่เป็นฝูง กำลังเล่นไฟยามราตรี สวยมาก ๆ เราเรียกว่า
SEAGULL อากาศค่อนข้างหนาว เขาจะมีผ้าขนาดเล็กให้เราห่มหรือพันคอ เราอยู่กัน
จนดึก กลับถึงที่พักก็ประมาณเกือบ ตี 1
วันที่สองของการเดินทาง เรา ทานอาหารเช้านิดหน่อยที่อพาร์ทเม้นต์ ก็เป็น
น้ำส้มสดคั้น และขนมปัง จากนั้นเราก็เดินทางโดยแท๊กซี่เพื่อไปขึ้นรถไฟ แต่ต้องมีการ
ลอดอุโมงค์เพื่อแลกเป็นเหรียญเพื่อหยอดผ่าน ประมาณ 1.5 ลิร่า (YTL) ต่อคน (หนึ่งลิร่า
ประมาณ 25.50 บาท) จากนั้นเราก็เดินทางโดยรถไฟติดแอร์ที่สะดวกสบาย เราไปลง
กันที่ Sultanahmet เป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกันมาก เพราะว่าจะมี
โบสถ์ของคริสเตียน แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว เพราะว่าที่ตุรกี ประมาณ
99% นับถือศาสนาอิสลาม แต่คุณไม่ต้องตกใจ เพราะว่าวิถีคนที่นี่ ไม่ได้เคร่งครัดเหมือน
คุณไปเที่ยวเมืองอาหรับ หรือดูไบ คุณจะเห็นหญิงชาย จับมือกันเดิน จูบกัน ซึ่งเป็น
ธรรมดาของคนยุโรป แต่ก็ไม่ถึงกับฟรีเหมือนยุโรป ซึ่งทั้งดูไบ และยุโรป ดิฉันได้ไป
มาหมดแล้ว จึงเห็นทั้งความเหมือนและความแตกต่าง ที่นี่จะมีเรื่องเล่ามากมาย เกี่ยวกับ
การทรมานพวกคริสเตียน ที่นักท่องเที่ยวชอบก็คือการที่ได้ถ่ายรูปกับโบสถ์ หรือมัสยิด
ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Mosque ของเมืองนี้จะสวยงามและใหญ่มาก
จากนั้น เราก็เดินทางไปเยี่ยมชม และ ช้อปปิ้งกันที่ ตลาดเก่าแก่มาก ๆ เมื่อ
คุณมองไปยังเพดาน จะเห็นภาพความเก่าแก่ ที่นี่คุณจะเห็นส่วนมาก มีแต่พ่อค้าผู้ชาย
เราจะไม่ค่อยเห็นผู้หญิงออกมาทำงาน ทุกคนจะตื้อนักท่องเที่ยวมาก ๆ โดยการชักชวน
ให้เข้าในร้านและดื่มชา เมื่อคุณเข้าไปแล้ว โอกาสที่คุณจะปฏิเสธการซื้อนั้นยากมาก
เพราะว่าเขาจะตื้อคุณ ถ้าบวกกับความเกรงใจ ดิฉันคิดว่า ไม่อย่างใดก็อย่างนึงคุณจะต้อง
หิ้วกลับมา เราเรียกตลาดนี้ว่า Kapali Carsi Bazaar แต่ที่ประหลาดใจก็คือที่ตลาดนี้
คุณจะเห็นเครื่องเงินหลากหลาย แต่งานเหมือนมาจากเมืองไทยบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า
เงินที่เหมือนทางเหนือบ้านเรา แต่ดิฉัน จับอะไรไม่ลงสักอย่าง เพราะว่าราคาค่อนข้าง
แพง แต่ KOSTIA จากรัสเซีย จะชอบช้อปปิ้งมาก เขาจะซื้อของแล้วไม่ค่อยต่อรองราคา
เพราะว่าเขาเปรียบเทียบกับราคาที่ มอสโค แล้วจะถูกกว่ามาก จะขอบอกคุณอย่าง ยิ่ง
คุณเป็นผู้หญิงแล้วก็ ต้องเตรียมรองเท้าเพื่อการเดินช้อปปิ้งโดยเฉพาะ เพราะว่าเดิน
ไกลมาก ๆ แล้วอย่าพยายามแยกตัวเพื่อเดินคนเดียว จะไม่ค่อยปลอดภัย
ตอนเย็นเราทานอาหารค่ำที่เมือง ORTAKOY เราจะมองเห็นสะพานที่สวยมาก
ยามค่ำคืน จะประดับด้วยไฟหลายสี แล้วเปลี่ยนสีทุกห้านาที จากน้ำเงิน ม่วง ชมพู
สวยมาก คนตุรกี จะชอบออกมาเดินเล่น และนั่งมองแสงสีจากไฟของสะพานซึ่งเป็น
สะพานที่สูงมากเพราะว่าจากยอดเขา และข้ามทะเลชื่อ Istanbul Bogazi ชื่อสะพาน
BOSPHORUS BRIDGE ยามค่ำคืนนั้นจะสวยมาก ที่เมืองนี้อาหารที่ขึ้นชื่อและค่อนข้าง
ขายดีชื่อ KUMPIR เป็นอาหารที่จะใช้มันฝรั่งหัวใหญ่ เผาในเตาเพื่อร้อนตลอดเวลา
พอลูกค้าสั่งเขาจะนำมาผ่ากลางแต่ไม่ให้ขาดนะ ผ่าเพื่อใส่ซีสแล้วบดกับเนื้อมันฝรั่ง
จากนั้นจะมีเครื่องเคียงจำนวนมาก เราเลือกได้ หรืออยากลองทั้งหมดก็ได้ จะมีข้าวโพด
หั่น มะกอกหั่น สลัดของเขาหลายอย่าง จากนั้นจะราดด้วยมายองเนส และน้ำมะเขือเทศ
ดิฉันลองแล้ว อร่อยดี แถมราคาไม่แพงด้วย จะเห็นคนตุรกีเข้าแถวซื้อเลยล่ะ
ราคาประมาณ 7 ytl หรือประมาณ 180 บาท
วันที่สามของการเดินทาง ช่างประจวบเหมาะจริง ๆ เพราะว่าตรงกับวันที่ 3 มิถุนายน
2550 เรากำลังจะเดินทางโดยเรือ โดยเรือเขาจะเริ่มบ่ายโมง และจะออกอีกทุก 40 นาที
ก่อนเดินทางเราก็วอร์มโดยการนั่งทานกาแฟ และไอศครีม จากนั้นก็เดินเลียบชายฝั่ง
เราจะเห็นบ้านที่อยู่บนเนิน ต้องเรียกว่าคฤหาสถ์มั้ง เพราะว่าคนที่จะอยู่ระดับ Sea side
ขนาดนี้ ต้องรวยจริงๆ เพราะว่าสามารถมองเห็นทะเล เห็นเรือ เห็น Location ของอีกฝั่ง
ได้ ร้านอาหารบริเวณนี้ คิดว่า ถ้าคุณมีเงินในกระเป๋าไม่ถึง 200 ยูโร อย่าเหยียบไปเด็ดขาด
ถ้าไปสองคน ก็ประมาณ 500 ยูโร (ขอโทษ ตัวเองก็ยังไม่ได้ไปนะ แต่ฟังเขาเล่ามาน่ะ)
จากนั้นก็ไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ Ortakoy คนละ 5 ytl โดยตั้งต้นจากสะพาน Bosphorus bridge
และไปกลับที่อีกสะพานหนึ่งชื่อ Fatih bridge ที่สะพานนี้จะมีคล้ายป้อมปราการสมัยโบราณ
คอยตักจับคนเดินเรือเพื่อชิงทรัพย์และฆ่าทิ้ง เรียกว่า Rumeli Hisari เป็นคล้ายกำแพงเมือง
ใช้เวลาเดินเรือประมาณ 1 ชั่วโมง อากาศดีมาก มีแดดแต่เย็น คนที่นี่ก็ชอบอาบแดด
เพราะผิวค่อนข้างขาว อาหารกลางวันของพวกเราก็อยู่บริเวณท่าเรือ Ortakoy นั่นแหล่ะ
เราสั่ง Manti มากิน เราเข้าใจว่าเป็นซีฟู้ด ที่ไหนได้ จะเป็นแป้งปั้นคล้ายหอยเชลส์ที่แกะแล้ว
เสริฟพร้อมกับโยเกริตและครีม ในความรู้สึกของเรา คือไม่ค่อยอร่อย จะเน้นอ้วนซะมากกว่า
อ้อ...ลืมบอกไป ขากลับจากเรือ ทางขึ้นเรือ เราจะพบแม่ค้าขายขนมชื่อว่า Gozleme
แป้งเน้นเป็นแผ่น คล้ายโรตีบ้านเรา แต่จะใหญ่กว่ามาก จากนั้นก็ใส่มันบด ชีส ไส้กรอก
มะกอก สลัด แล้วแต่จะสั่ง ราคาก็ประมาณ 5 tyl (ประมาณ 130 บาท) แต่ระวังปากพองนะ
เพราะว่าจะร้อนมาก แต่ถ้าพูดถึงความหลากหลาย อาหารที่ไหนก็สู้อาหารไทยเราไม่ได้
ทั้งอร่อย ราคาถูก และมีให้เลือกมากมายจริง ๆ นี่ล่ะนะ คนไทยไปเที่ยวที่ไหน ก็ต้อง
เดือดร้อนไกด์ที่ต้องเตรียมน้ำพริกไปทุกทัวร์เลยล่ะ ดิฉันอยู่ที่นี่จะค่อนข้างแน่นท้องมาก
เพราะว่าอาหารของเขาเลี่ยน และเต็มไปด้วยแป้ง (มิน่าล่ะ สาวเมืองนี้ถึงชอบไว้ห่วงยาง
เหมือนสาวไทยยามย่างวัยเลยเลขสี่) ดิฉันจะชอบมากก็คือ Cherry จะถูกมาก มีหลายเบอร์
อย่างดีก็ประมาณ 300 บาท ต่อกิโล อย่างทั่วไปก็เริ่มจาก 60 บาท แต่ถึงอย่างไรก็ถูกกว่า
บ้านเรามาก และของดีมีชื่อของที่นี่ก็คือ พรม แต่ต้องระวังให้ดี ดิฉันก็ดูไม่เป็นนะ ว่าแบบไหน
ดี แบบไหนของปลอม ราคาก็ค่อนข้างสูง
เย็นนี้ก็ประทับใจอาหารตุรกีมากๆ เราไปนั่งทานอาหารที่ริมทะเล Ortakoy เป็นร้านที่มี
บรรยากาศน่านั่งมาก ๆ แต่อากาศค่อนข้างเย็นและลมแรง แต่เขาจะมีผ้าห่มให้เราห่มเหมือนกัน
ออร์เดิร์ฟเขาน่าทานมาก เขาจะนำมาให้เราเลือกตามสบาย คล้ายเราเลือกติ่มซำบ้านเรา เราก็เลือก
ที่เราชอบทาน ก็มีแองโชวี่ อาติโชก และอีกมากมาย ที่ดิฉันจำชื่อไม่ได้ อาหารที่นี่จะเน้นแบบเย็น ๆ
แต่อร่อยนะ มีหลายรสชาด อาหารหลักของเขา ก็มีสลัด และก็พวกสเต็กต่าง ๆ อร่อยมาก ๆ ขอบอก
ปลาก็มีนะ จะเน้นแบบทอด และย่างเกลือคล้ายบ้านเรา
วันนี้ก็หยุดพักผ่อนหนึ่งวัน เพราะว่าคืนนี้ต้องลาแล้ว Istanbul โอกาสหน้า ดิฉันจะไปเที่ยว
ที่ต่าง ๆ และบันทึกให้คุณได้อ่านกันค่ะ
(รูปนี้เจ้า ลูกชายเจ้าของบริษัทหัวน้ำหอมคนที่สองจากขวา ถ่ายรูปร่วมกับผู้คิดค้นกลิ่นน้ำหอม หรือ Createur Parfumeur)



//www.bloggang.com/data/nathalienoelle/picture/1207649715.jpg>




































Create Date : 03 เมษายน 2551
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 1:11:53 น. 19 comments
Counter : 1497 Pageviews.

 
เคยไปแวะที่ Istanbul ครั้งหนึ่ง
เห็นคนตกปลาบนสะพานเต็มไปหมด
กับ...ธงชาติ ที่ประดับแต่งไปซะทุกที่


โดย: มิมิ (samita ) วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:16:23:47 น.  

 
มีรูปเดียวหรือคะ


โดย: Luktarn IP: 58.137.83.98 วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:11:55:47 น.  

 
เอารูปมาลงให้แล้วค่ะ (ชอบหรือเปล่า)


โดย: NathalieNoelle วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:17:22:32 น.  

 
จะไปเดือน พ.ค. นี้ค่ะ ถามนิดนึงค่ะ ที่ว่าในสายตาคนตุรกีมองสาวไทยสวยเนี่ย ถ้ารูปร่างอวบนิดหน่อยเค้าจะยังว่าสวยรึป่าว อิอิ


โดย: maminoi IP: 58.8.151.242 วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:15:42:00 น.  

 
หนูอยากไปบ้างง่ะ
ทำงานไรภึงจาได้ไปคะ
อิอิออิ


โดย: ..... IP: 203.158.220.212 วันที่: 16 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:01:39 น.  

 
หนูอยากไปบ้างง่ะ
ทำงานไรภึงจาได้ไปคะ
อิอิออิ


โดย: ..... IP: 203.158.220.212 วันที่: 16 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:01:41 น.  

 
เสาร์นี้จะไปจ๊ะ ว่าจะแวะไปสัก 1 อาทิตย์
ไปดูมั่งว่าเหมือน ชายแดนใต้หรือเปล่า


โดย: เร่ร่อน IP: 62.202.100.44 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:2:05:03 น.  

 
ขออภัยค่ะ ที่แม่นู๋แอลเข้ามาช้า เนื่องจากไม่มีแจ้งลาสคอมเม้นต์ก็เลยไม่ทราบ ลองไปเที่ยวดูค่ะ เมืองเขา พลเมืองน่ารักดีค่ะ เค๊าจะต้อนรับนักท่องเที่ยวนะคะ ไม่เหมือนชายแดนภาคใต้เราหรอกค่ะ การแต่งกายเค๊าก็ทันสมัยนะคะ


โดย: NathalieNoelle วันที่: 3 สิงหาคม 2551 เวลา:23:49:03 น.  

 
หนูไม่เคยไปประเทศตรุกีนะคะ
แต่หนูมีแฟนอยู่ที่นั่น หนูอยากรู้ว่าถ้าจะทำวีซ่าแบบไปทำงาน หรือไปอยู่กับสามี จะทำยังไงคะ รบกวนพี่ตอบนะคะ lady_pink_9@hotmail.com


โดย: nana IP: 124.121.187.102 วันที่: 21 สิงหาคม 2551 เวลา:11:02:13 น.  

 
อยากไปบ้างแต่กลัวไม่ผ่าน


โดย: nang IP: 202.91.19.205 วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:1:55:48 น.  

 
กำลังจะทำวีซ่าไปเทียวหาแฟนใต่ว่ายังไม่หย่ากับคนสามีไทย แต่ว่าเลิกกันแล้วไม่ทราบไปได้ไหมคะ ใครช่วยตอบด้วยคะ


โดย: supapit IP: 58.147.59.8 วันที่: 18 ธันวาคม 2551 เวลา:4:04:01 น.  

 
อยากไปมากค่ะประเทศนี้มีแฟนที่นั้นคบกันมานานแต่ไม่กล้าไปหาเพราะกลัว แล้วมันน่ากลัวอย่างที่คิดไหม เวลาไปต้องทำยังไงบ้างแล้วไปเองได้ไหม เงินที่ควรเตรียมไปมากแค่ไหนถึงจะพอต่อค่าใช้จ่าย ช่วยตอบด้วยนะค่ะได้คำตอบเร็วเดินทางเร็ว


โดย: ลี IP: 222.123.226.28 วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:05:23 น.  

 
เราเป็นพุทธแต่งงานกับอิสลามได้ไหมถ้าได้ต้องทำไงบ้าง


โดย: ลี IP: 222.123.226.28 วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:07:03 น.  

 
สวัสดีค่ะ Turkey เป็นประเทศที่สวยมากเลย พอดีเราจะเดินทางไปสวีเดน แต่แฟนเราเขาซื้อตั๋วเครื่องบินให้แล้วไปต่อเครื่องที่ Istanbul เพื่อไปสวีเดนแล้วเราจะต้องทำเรื่องขอวีซ่าที่นั้นหรือเปล่าค่ะ ต้องทำยังไง ขอบคุณค่ะคุณคนสวย


โดย: Jeab IP: 203.144.180.65 วันที่: 22 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:54:59 น.  

 
สวัสดีค่ะ
แอนอยู่ที่เมืองอีสตันบูลเพื่อนๆคนไหนอยากรู้เกี่ยวกับเมืองนี้ ลองส่งอีเมลล์มาคุยกับแอนได้นะค่ะ annbodega_@hotmail.com


โดย: ann IP: 88.233.28.242 วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:01:13 น.  

 
ฉันสมัครตบแต่งรูปภาพทุกรูปแบบ


โดย: สมหมาย รอดสา IP: 125.27.105.88 วันที่: 5 กันยายน 2552 เวลา:0:51:16 น.  

 
เคยไปเที่ยวมาแล้ว ทะเลสวยมาก ไปที่เยราบาตัล อ่างเก็บน้ำใต้ติน และที่ sutahamat สวยดี พูดว่า mahaba คือสวัสดี
อยากให้ทุกคนได้ไปเที่ยงบ้างแล้วจะชอบ


โดย: เจี๊ยบ-jiji IP: 124.120.38.188 วันที่: 31 ตุลาคม 2552 เวลา:8:47:01 น.  

 
กำลังคิดว่าจะไปเที่ยวคะ พอดีมีแฟนอยู่ที่นั้น แต่ไม่มั่นใจเรื่องการขอวีซ่า


โดย: nana IP: 223.207.197.68 วันที่: 6 พฤษภาคม 2556 เวลา:13:25:33 น.  

 
I am not sure now about visa//I am in USA right now ka//Thank you for all comment//


โดย: NathalieNoelle วันที่: 23 พฤษภาคม 2556 เวลา:8:26:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

NathalieNoelle
Location :
Houston Texas United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ชีวิตของคนเราก็เหมือนเพลง ทะเลใจ น่ะค่ะ ผ่านร้อนผ่านหนาว

มามาก แต่ก็ต้องสู้ค่ะ เพื่อลูกน้อยทั้งสาม
Friends' blogs
[Add NathalieNoelle's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.