Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
2 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
แม่นู๋แอลบ่น โรคเล็กน้อย แต่ต้องจ่ายเกินครึ่งแสน


















align="center">
















เช้าวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2551 ดิฉันตื่นมาก็ต้องตกใจ เพราะว่าบ้านหมุน ลุกไม่ได้ ตกใจมาก เคยมีอาการนี้มาประมาณ 3-4 ครั้ง แต่ไม่รุนแรงเหมือนครั้งนี้ คือนอนนิ่ง ๆ ก็หาย แต่นี่เป็นนานมาก เกือบ 20 นาที ก็โทรหาเพื่อนที่เป็นนายแพทย์ และเล่าอาการให้ฟัง เพื่อนก็บอกว่า สาเหตุ อาจเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ แคลเซียมในหูหลุด เราก็ตกใจ เพื่อนก็บอกว่าสามารถแก้ไขได้ (แต่หมออยู่ต่างจังหวัด แต่เผอิญดิฉันป่วยที่กรุงเทพ) ก็เลยโทรหาเพื่อนที่เป็นหัวหน้าแผนกโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เพื่อนก็น่ารักมาก เป็นวันหยุดก็จัดการทำประวัติให้เรียบร้อย ดิฉันก็ไปโรงพยาบาลนี้พร้อมเพื่อนที่ไปส่ง อาการก็พะอืดพะอม อยากอาเจียร และเหนื่อย อีกอย่างก็มีความตั้งใจจะเช็คสุขภาพที่โรงพยาบาลแห่งนี้อยู่แล้วด้วย (เนื่องจากเพื่อนอยู่ก็มั่นใจ) ไปถึงพยาบาลก็บริการอย่างดี ไปพบหมอท่านหนึ่ง ทราบว่าท่านทำงานที่นี่เป็น part time จะประจำที่โรงพยาบาลรัฐบาลที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพ เป็นหมอเกรดเอ (เพื่อนบอก) พอพบหมอ ก็ถามอาการ ก็เล่าให้ฟัง ท่านก็ให้ดูนิ้วมือท่าน โดยการชูนิ้วชี้แล้วให้เรามองตาม ท่านก็สรุปว่าตากระตุก เกิดจากเชื้อไวรัส น้ำในหูไม่เท่ากัน แล้วเคาะที่หัวเข่าเราสองข้าง แล้วก็บอก ไม่ต้องตกใจ เป็นกันมาก กินยาต่อเนื่องก็หาย แต่อาการคุณน่าจะนอนรักษาที่นี่สักคืนสองคืนนะ มีประกันไหม (ท่านถาม) ก็ตอบว่า มี แต่ซื้อค่าห้องไว้นิดหน่อย ท่านก็บอกพยาบาลว่า เอาห้องที่ถูกที่สุดนะ แต่ตอนนั้นดิฉันไม่ชอบวิธีการวินิจฉัยของท่านเลย แค่นี้เหรอ รู้แล้วว่าเราเป็นอะไร ก็เลยแย้งว่า ขอโทษนะคะ ดิฉันก็มีเพื่อนเป็นหมอ ท่านบอกว่า สาเหตุนี้อาจเกิดจากแคลเซียมในหูหลุดก็ได้ หมอท่านนั้นสวนกลับมาทันที ไม่จริงหรอก คุณอายุขนาดนี้ 42 ปี เป็นไปไม่ได้ ต้องแก่กว่านี้ ดิฉันก็ยังไม่เชื่อ ยังโทรไปแจ้งเพื่อนคนเดิมที่เป็นแพทย์ ว่าหมอวินิจฉัยว่าเกิดจากไวรัส และเล่าการวินิจฉัยให้ฟัง เพื่อนก็ปลอบใจ เพราะว่าไม่เห็นอาการดิฉันโดยตรง ก็บอกว่า ก็ต้องฟังหมอเขาไปก่อน เสร็จแล้วก็ต้องนอนให้น้ำเกลือ พยาบาลก็ต้องแทงดิฉันสองครั้ง บอกว่าเส้นเลือดเล็กมองไม่ค่อยเห็น แล้วก็ให้ยาที่น้ำเกลือ ดิฉันก็ไม่ทราบว่ายาอะไรบ้าง สองคืนที่นอน อาการก็ไม่ดีขึ้นยังมึน ๆ รู้ตัวว่าไม่ดีขึ้นเลย เพื่อนดิฉันที่เป็นหัวหน้าพยาบาลเข้ามาเยี่ยมก็ไม่สบายใจ ดิฉันก็ถามว่า หมอท่านนี้เก่งด้านไหน เพื่อนก็บอกว่า เป็นหมอเกรดเอ แต่ดิฉันก็บอกว่าไม่ดีขึ้นเลย เพื่อนก็ไปเช็คค่ารักษาเกือบสี่หมื่นบาท ตายล่ะ ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนหมอให้ดิฉัน ที่เฉพาะทางด้านนี้ ปรากฏว่า ท่านเข้ามาหาดิฉัน แล้วเช็คอาการ หลายอย่าง แล้วก็ถามว่า แพทย์ท่านก่อนไม่ทำอย่างนี้เหรอ แล้วจับดิฉันให้ล้มบนเตียงด้านข้างอย่างเร็ว ปรากฏว่าดิฉันเกือบตาย ห้องหมุนจนน่าตกใจ ท่านบอกว่าอาการนี้แคลเซียมในหูหลุด (แต่แพทย์ท่านก่อนบอกว่าเป็นไปไม่ได้) แถมแพทย์ท่านแรกยังบอกว่า เมื่อกลับไปบ้านให้ทานยาต่อเนื่อง แล้วอย่าหมุนซ้ายขวา ดูนก ดูไม้ จะเป็นอีก (แล้วชีวิตจริงของคนจะทำอย่างนี้ได้เหรอ) แต่แพทย์ท่านที่สองบอกว่า ทานยาแค่สองวัน แล้วก็ทำทุกอย่างได้ปกติ (มันต่างกันจริงๆ ) ไหน ๆ มาโรงพยาบาลแล้ว ดิฉันก็ถือโอกาสเช็คสุขภาพ เช็ค MRI สมอง (10,000 บาท) ดิฉันก็โอเค หลังจากนั้น แพทย์ท่านที่สองก็ส่งนักกายภาพบำบัดมาจับดิฉันล้มตะแคงข้าง ซ้าย ขวา สองครั้ง อาการก็หายเป็นปลิดทิ้ง ดิฉันอยู่โรงพยาบาล รวม ค่ารักษา 3 คืน 61,000 บาท ดิฉันเคลมประกัน ต้องจ่ายส่วนตัว 39,700 บาท ดิฉันโมโหมาก กับแพทย์คนแรก ถ้าท่านลองฟังคนไข้สักนิด ว่าน่าเกิดจากแคลเซียม ในหูหลุด แค่จับดิฉันตะแคงซ้าย ขวา ก็จะทราบแล้ว แต่นี่ท่าน เชื่อมั่นตัวเองเกินไป แต่เงินที่ดิฉันจ่ายไปมันไม่ใช่น้อย ดิฉันเสียทั้งเงินทั้งเวลา ถ้าดิฉันพบแพทย์ท่านที่สองแต่แรก เหตุการณ์ก็คงไม่บานปลายจนสามสี่วันอย่างนี้ และจำนวนเงินไม่ใช่น้อยที่ต้องเสีย ดิฉันเขียนร้องเรียนถึงท่านผู้อำนวยการ แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร อยากร้องเรียงหนังสือพิมพ์กับเขาบ้าง แต่ก็เห็นแก่เพื่อน เพราะว่าเพื่อนจะลำบาก เพื่อนดิฉันน่ารักมาก บริการอย่างดี
ดิฉันอยากเขียนเพื่อให้ประสบการณ์แก่ท่านที่อ่านว่า เราผู้ป่วย ไม่ได้เรียนแพทย์ ไม่มีความรู้ในการวินิจฉัย เหมือนต้องตกเป็นเหยื่อหรือเปล่า? ดิฉันเจ็บใจจริง ๆ ดิฉันจำชื่อแพทย์ท่านนั้นขึ้นใจ แถมมีนามบัตรท่านด้วย อยากทราบว่า เมื่อเพื่อนดิฉันเปลี่ยนแพทย์ให้ ท่านจะรู้สึกว่าบ้างไหม ว่าท่านผิดพลาดอะไรบ้าง? คิดบ้างไหมว่า ทำไมคนไข้ถึงขอเปลี่ยนหมอที่รักษาน่ะ ???? ฝากรูปคนเฝ้าไข้ให้ดูดีกว่าค่ะ



Create Date : 02 เมษายน 2551
Last Update : 12 มกราคม 2558 7:15:58 น. 3 comments
Counter : 350 Pageviews.

 
โอยน่ากลัวนะ รพ.เอกชนปรกติก็แพงมากอยู่แล้ว นี่มาวินิจฉัยผิดอีก ยังดีที่คุณเปลี่ยนหมอทันเวลานะคะ ถ้าเป็นอย่างดิฉันไม่มีความรู้ด้านนี้ ได้แต่เชื่อหมออย่างเดียวคงเสียเป็นแสน แถมอาการไม่ดีขึ้นอีกต่างหาก เฮ้อ!


โดย: coffee princess (Shuhan^_^ ) วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:9:44:58 น.  

 
เป็นอาการเดียวกันเลย บ้านหมุน นอนตะแคงไม่ได้
เป็นปีละ 2-3 ครั้ง

เพิ่งไปหาหมอมาค่ะ แต่หมอเช็คแล้วเป็นเพราะประสาทหูเสื่อม

อืมม .. ทำไมไม่เห็นหมอบอกว่ามีโรคแคลเซียมในหูหลุดบ้างเรย บางที unsa อาจเป็นโรคนี้เหมือนคุณแม่นู๋แอลก้อได้นะนเนี่ย


โดย: unsa วันที่: 9 เมษายน 2551 เวลา:17:29:35 น.  

 
อาการแบบนี้ตัวเองเป็นเช่นกันค่ะ เวียนหัวอยากอาเจียนเคยกองกับพื้นที่ธนาคารมาแล้ว หลังๆพอเริ่มมีอาการจะรีบลงนั่งเลยเพราะล้มฟาดมาหลายครั้งแล้ว หมอให้ยาขยายหลอดเลือในสมองมา ยิ่งเมื่อปลายปี49ไปเที่ยวเชียงใหม่มาเป้นหวัดอย่างแรงด้วยตัวเองเป็นภูมิแพ้ น้ำมูกไหลระบบหูคอจมูกแย่จนแก้วหูทะลุ กว่าจะทราบก็หลายเดือนเลยไปหาหมอดูหนองออกจากโพรงหูทั้ง2ข้าง แต่ด้านซ้ายแก้วหูไม่ยอมปิด ด้านขวาทานยาและหยอดยาแก้วหูปิดเอง ตอนหยอดยาลงไปอยากบอกว่าปวดและแสบสุดๆถึงขนาดว่าเกร็งไปหมดทั้งตัวเลยหยอดยาก่อนนอนไว้ตรงช่วงหูด้านนอกค่อยๆให้ยาไหลเข้าไปในโพรงหู พอเคลิ้มจะหลับโอยปวดหูมากๆๆๆจนตื่นน้ำตาไหลพรากเลยทนไม่ไหวต้องเอาคอตตอนบัดซับออกตะแคงหูให้ยาไหลออกมา ผ่านมาปีกว่าแล้วหูด้านซ้ายยังทำอะไรไม่ได้เพราะไปน้ำเข้าตอนสระผมประจำขนาดระวังแล้ว หูยังผ่าตัดปะเยื่อแก้วหูไม่ได้สักที เป็นหวัดตลอดเลย หมออยากให้ปะเพราะประสาทหูยังดีทั้งสองข้าง แย่ตอนที่เสียงอะไรดังมากจะก้องในกระโหลกศีรษะบ้านหมุนบ่อย หมอบอกน้ำในหูกับความดันมีปัญหาจากหวัด จากแก้วหู เสียการทรงตัวง่าย


โดย: CANNOU วันที่: 7 มิถุนายน 2551 เวลา:2:15:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

NathalieNoelle
Location :
Houston Texas United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ชีวิตของคนเราก็เหมือนเพลง ทะเลใจ น่ะค่ะ ผ่านร้อนผ่านหนาว

มามาก แต่ก็ต้องสู้ค่ะ เพื่อลูกน้อยทั้งสาม
Friends' blogs
[Add NathalieNoelle's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.