Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
7 กันยายน 2554
 
All Blogs
 

ซานตาเฟ่ นิวแม๊กซิโก สหรัฐอเมริกา

การที่ดิฉันได้วีซ่าประเทศอเมริกามาเกือบปีแล้วทำให้การตั้งใจที่อยากจะมาประเทศนี้เพิ่มขึ้น
เรื่องการขอวีซ่า อเมริกา จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ขอให้ไป search ดูได้จาก google เนื่องจากว่า คนที่เขียนเรื่องนี้มีมากแล้วค่ะ จุดมุ่งหมายที่จะไปคือ Santafe ใน New Mexico สนามบิน ABQ ค่ะ
ดิฉันต้องเลื่อนการเดินทางท้งหมดมาเกือบสี่ครั้ง ความตั้งใจครั้งแรก จะมาตั้งแต่ ธันวาคม 2010 แต่ก็ติดปัญหาเรื่องงาน เรื่องลูก เลื่อนมาเรื่อย ๆ จนเดือน เมษายน กรกฏาคม 2011 และก็มาลงตัวที่ กันยายน 2011 เนื่องจากเดือนกันยายน เป็นเดือนเกิดของดิฉันด้วย อยากจะทำอะไรพิเศษเพื่อตัวเองบ้าง เหนื่อยมากค่ะ กับการที่ต้องเตรียมความพร้อมก่อนมา หมายถึงว่า การเคลียร์ปัญหาหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรืองงาน เรื่องลูก กว่าจะลงตัวก็เล่นเอาเหนื่อย ดิฉันก็เลยได้วันที่เดินทางคือ เดินทางจากสนามบินสุวรรณกูมิ วันที่ 4 กันยายน และออกจากอเมริกา วันที่ 27 กันยายน เนื่องจากวันเกิดของดิฉันวันที่ 25 กันยายน
พอได้ตั๋วจากทางอเมริกา ก็ถึงคิวต้องจองตั๋วจากภูเก็ตเข้ากรุงเทพ เนื่องจากการที่ต้องบิน flight เช้ามากคือแปดโมงเช้า ทำให้ต้องมาพักที่กรุงเทพ หนึ่งคืน ดิฉัน จองตั๋วราคาถูกได้ orient thai และโชคดีที่มีบัตรเครดิตของธนาคารกรุงไทย จะมีรายการโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 ในราคา 1950 บาท แต่ต้องจองก่อนภายในเดือนสิงหาคม และต้องบินภายในเดือนกันยายน ทั้งไปและกลับ เวลาไม่เกินหนึ่งเดือน ดิฉันดีใจมาก ไม่อยากบินกับสายการบิน low cost อีกสายการบินหนึ่ง ที่มีสัญลักษณ์ สีแดงเยอะแยะ (คงทราบนะคะว่าของอะไร) เนื่องจากเขาเก็บเงินจุกจิกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโหลดกระเป๋าก็ต้องเสียเงิน อาหาร ต้องเสียเงินหมด เก็บเงินหยุบหยิบไปหมด ถ้าไม่มีความจำเป็นดิฉันจะไม่ใช้บริการเขาเลย แต่บางครั้งจำเป็นค่ะ เนื่องจากเที่ยวบินตรง จากภูเก็ตไปเชียงใหม่ มีเขาเพียงหนึ่งเดียวที่บินค่ะ
ดิฉันเตรียมตัวจัดกระเป๋า ก่อนการเดินทางสามวัน แต่เป็นอะไรที่ตลกมาก เนื่องจาก size กระเป๋าของดิฉันที่มีอยู่ เป็นขนาดเล็ก แต่ดิฉันต้องไปเป็นเวลาสามอาทิตย์ แล้วไม่ขอบการซักผ้าเวลาไปเที่ยว คือจะอัดมาซักที่บ้าน และไม่อยากใส่ซ้ำ ๆ ค่ะ (นิสัยผู้หญิงจะเป็นอย่างนี้ล่ะ) ต้องสวยไว้ก่อน ดิฉันก็ออกปากยืมกระเป๋าของเพื่อนสนิท เพื่อนก็น่ารักมาก นำมาให้ถึงที่ แต่กระเป๋าของเขายี่ห้อดีเกินไป ดิฉันกลัวว่า จะรักษาของเขาไม่ได้ ก็เลย ชวนเพื่อนอีกคนไปซื้อใบใหม่ เผอิญมีโปรโมชั้นพอดี

พอถึงเวลาต้องไปสนามบินภูเก็ต เฮ้ย เราไม่มีใครเลยเหรอ ไอ้ที่เวียนโทรมาก็ไม่ชอบเลย ไม่เอาดีกว่า เลยโทรหาอดีตสามี ยังไงเขาก็เป็นพ่อของลูกเรา โทรหาเขา ๆ ก็กระตือรือร้นดี ทั้งสามี ภรรยาเขา เอารถเขามารับและขับไปส่งเฝากเราที่สนามบิน เราก็เลยฝากทั้งกุญแจบ้าน กุญแจรถให้เขา เผื่อเขาได้ใช้ คิดเสียว่า ยังดีกว่า ไปคบคนอื่น เป็นมิตรกัน ดีกว่าเ ป็นศัตรูกัน
พอถึงสนามบินดอนเมือง ต้องนั่งแท๊กซี่ไปพักที่พักใกล้ ๆ สนามบินสุวรรณภูมิ ไอ้เราก็นึกอะไรไม่ออก เคยมีคอนโด อยู่แถวซีคอน สแควร์ ก็เลยบอกแท๊กซี่ไปนั่น อยากไปเดินเล่นที่ซีคอนสแควร์ด้วย ไปถึงที่พักราคา 1500 บาท โขดเราเลยหรือเปล่า หรือว่า ถือว่า เรา walk เข้าไป แต่เหนื่อยมาก กระเป๋าก็หนัก เอาก็เอา ช่างมันแค่คืนเดียว พอ check in ก็บอกพนักงานว่า ช่วย morning call พี่ด้วยนะ เนื่องจากพี่ต้องบิน flight เช้า เขาก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ บอกว่า อย่าลืมนะ ไม่งั้นพี่ตกเครื่อง จากนั้นก็ไปเดิน ช้อบ ที่ซีคอนสแควร์ เขามีเทศกาล เกาหลี พอดี มีการออกร้าน แนะนำผลิตภัณฑ์ และอาหาร น่าสนใจมากค่ะ เกาหลี ฟีเวอร์จริงๆ ส่วนดิฉันเน้นที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ค่ะ เนื่องจากราคาที่ภูเก็ตค่อนข้างสูงค่ะ จากนั้นก็เดินข้ามสะพานลอย แวะซื้อสินค้าที่วางขายบนสะพานลอย สงสัยนั่งนานไปหน่อย ปะกอบกับการที่พักผ่อนน้อย ก็เลยหน้ามืด ต้องจับราวบันได ขjavascript:edittext(document.newform.detail.value,16)อย้ำนะคะ ราวบันได ไม่ได้ ลาวที่บันได เข้าที่พัก เจ้ากรรมจริงๆ นอนไม่หลับทั้งคืน ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรหรอกค่ะ แต่ว่า ก่อนขึ้นเครื่องจากภูเก็ต ไปสั่งกาแฟเย็นที่ burger king มาดื่ม เข้มข้นมาก ๆ ค่ะ ทรมานมาก ลุกมาดูเวลาแล้ว ดูเวลาอีก ก่อนนอนไม่ค่อยแน่ใจเรื่องเวลาที่บอกทางโรงแรมไว้ ก็เลยตั้งนาฬิกาปลุกจากมือถือของเรา เอ๊ะ ตีสี่พอดี ทำไมได้ยินแต่เสียงาฬิกาลปลุกของเรา ก็ไปอาบน้ำแต่งตัว ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ลงมา check out ถามพนักงานเรื่อง morning call เขาบอกว่า ต้องขอโทษจริงๆ พอดีมีแขกของหาย ก็วุ่นกัน ไม่ได้ปลุกให้เรา (ถามว่ามันเกี่ยวกันไหม) โมโหมาก ถ้าเป็นฝรั่งเขาไว้วางใจพวกคุณ ถ้าเขาตกเครื่องคุณจะทำอย่างไร ดีนะที่ดิฉันมีก๊อกสองเผื่อไว้ ไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ ถึงสนามบินตีห้ากว่านิดหน่อย ก็รอสักพักก็ check in ที่ Japan airline เพื่อไปต่อเครื่องที่ นาริตะ เครืองของเขาไม่ค่อยใหญ่นะ สู้การบินไทยไม่ได้จริงๆ คับแคบไปนิด แต่เต็มค่ะ พยายามจะนอน หิวก็หิว พออาหารมาเสริฟ ก็ทานอย่างรวดเร็ว อยากฝากขอบคุณที่สุววรรภูมิด้วยค่ะ ด่านที่ตรวจพาสปอร์ตและตั๋ว ไม่ได้จำชื่อมาค่ะ น่ารัก และบริการดีมากค่ะ นี่ล่ะ คนไทย ไปไหนก็อบอุ่นใจ ขณะนี้ บินมาเป็นเวลา ห้าชั่วโมงแล้ว ตลกอีกล่ะ พนักงานสายการบิน คงเห็นหน้าเราเหมือนพวกญี่ปุ่นมั้ง มายื่นหนังสือตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นให้ เราก็บอกอ่านไม่ออก ก็ไปเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษมาให้ ปรากฏว่า เราถามว่า เราต้องไปต่อเครื่อง เขาเลยบอกว่า ไม่ต้องเขียน เฮ้อ ยากนะ ภาษาก็ฟังของเขาไม่รู้เรื่อง พอดีพอจะได้ภาษาอังกฤษนิดหน่อย แบบเอาตัวรอดไปได้ ไม่งั้นตายแน่


เช็คอินไปลงนาริตะ




คนเดียวก็ยังขอให้เขาถ่ายรูปให้ได้ 555




รอขึ้นเครื่อง เมื่อขึ้นไปแล้ว นี่ล่ะ อาหารของสายการบินเจแปนค่ะ



พอลงเครื่องที่ นาริตะ ก็ต้องรีบไปออกตั๋วเพื่อจะต่อไป Dallas เนื่องจากเราดีเลย์มาประมาณเกือบสี่สิบนาที แต่ยอมรับนิดนึง ตอนนี้เรื่องภาษาของเราก็พัฒนาขึ้นนะ คือไม่ต้องถามซ้ำและพูดซ้ำมากมาย สามารถสอบถามข้อมูลทั่วไปได้แล้ว แต่อยากไปเรียนเพิ่มเติมนะ ลงรอต่อเครื่องที่ ประตู 74 เครื่องที่จะออกเวลา 18.10 น. เวลาของญี่ปุ่นจะเร็วกว่าของเราน่าจะสองชั่วโมง แต่ว่าดิฉันไม่ได้ตั้งนาฬิกาเลยไม่ค่อยแน่ใจ เที่ยวบินที่มา ก็พบสามี ภรรยา คู่หนึ่ง ต้องการไปเยี่ยมลูกที่ อเมริกา โดยไปรวมสี่ครั้งแล้ว ลูกเปิดร้านอาหารอยู่ ไม่แน่ใจรัฐไหน แต่ต้องไปต่อเครื่องจากดอลัส เหมือนกัน ผู้โดยสารเต็มเครื่องอีกแล้ว จะอาศัยนอนไม่มีเลย ของอเมริกัน แอร์ไลน์ แอร์โฮสเตส และ สจ๊วต แก่ อ้วน ไม่มีหล่อ ไม่มีสวยเลย แต่ผู้ชายจะดูดี เห็นผู้หญิงคนหนึ่งน้ำหนักน่าจะสักร้อยกิโลกรัม แต่มาเป็นพนักงานต้อนรับไ ด้ เป็นที่เมืองไทยนะ อย่างนี้ ต้องออกไปเลี้ยงหลานอย่างเดียว หรือว่า อาชีพนี้ หนุ่มสาวของเขาไม่ค่อยอยากเป็นกัน เราได้ที่นั่ง 25E อยู่ตรงกลางเลย ลืมขอที่นั่งติดหน้าต่าง แต่คิดว่า น่าจะเต็มแต่แรก แถวเรามีห้าคน เราต้องนั่งตรงกลาง ปัญหาใหญ่ก็คือ เวลาปวดปัสสาวะ ออกไปลำบากมาก ๆ ต้องรอคนด้านข้าง ออกไป ก็ตามเขาไป คนสุดท้ายจะได้ลุกทีเดียว นอนไม่หลับอีกแล้ว นั่งมองเวลา เหลืออีกแปดชั่วโมงจะถึง โอ๊ย ไม่เคยบินไกลขนาดนี้ ตอนมาจากเมืองไทยถึงนาริตะ ก็หกชั่วโมง แต่นี่เกือบ สิบเอ็ดชั่วโมง ทรมานที่สุดเลย ต้องต่อจากดอลัสเพื่อไปที่สนามบิน ABQ อีก







ก่อนลงสนามบิน ABQ และที่พักราคา 60 เหรียญต่อคืนค่ะ ที่ซานตาเฟ่





เดี๋ยวมีเวลาแล้วจะถ่ายรูปสวย ๆ ที่ซานตาเฟ่มาฝากค่ะ เอาไว้ part 2 นะคะ




 

Create Date : 07 กันยายน 2554
4 comments
Last Update : 17 เมษายน 2555 21:26:23 น.
Counter : 799 Pageviews.

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่

ขอตามมาเที่ยวด้วยคนนะครับ
ชอบภาพทุ่งนาของเค้าจังเลยครับ
เหมือนงานศิลปะของปิกัสโซเลยครับ







 

โดย: กะว่าก๋า 8 กันยายน 2554 5:35:02 น.  

 

ฉะนั้นก็เลยชอ่บนั่งติดหน้าต่าง ชอบถ่ายรูปค่ะ เอาไว้จะลงรูปบ้านเรือนใน part 2 รับรองคุณต้องชอบแน่ บ้านเขาสวยมากค่ะ เป็นบ้านดิน

 

โดย: NathalieNoelle 12 กันยายน 2554 8:33:16 น.  

 

สวัสดียามสายครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 12 กันยายน 2554 8:59:25 น.  

 

โห..สวยมากเลย...วิวสวยมากครับ

 

โดย: สุพัฒน์ IP: 49.48.125.190 12 กันยายน 2554 23:35:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


NathalieNoelle
Location :
Houston Texas United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ชีวิตของคนเราก็เหมือนเพลง ทะเลใจ น่ะค่ะ ผ่านร้อนผ่านหนาว

มามาก แต่ก็ต้องสู้ค่ะ เพื่อลูกน้อยทั้งสาม
Friends' blogs
[Add NathalieNoelle's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.