Group Blog
 
 
ธันวาคม 2547
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
24 ธันวาคม 2547
 
All Blogs
 
เดอะ รีทเดอร์

ความมืดโรยตัวลงมานานแล้ว ทว่าความอบอ้าวรอบตัวยังไม่จางหาย ยิ่งในหัวใจของผมเวลานี้มันกลับยิ่งร้อนรุ่มราวกับสุมไฟ แม้อุณหภูมิภายในรถไฟลอยฟ้า ที่ผมอาศัยมันเพื่อเป็นพาหนะเดินทางกลับบ้านจะเย็นฉ่ำก็ตาม ผมซบใบหน้าลงกับฝ่ามือ ใต้ฝ่าเท้ารู้สึกถึงคลื่นสั่นสะเทือนจากล้อกระทบราง เสียงของมันดังซ้ำๆ วิ่งเข้าสู่สมอง ราวกับอยากสะกดจิตพาให้ผมเข้าสู่ภวังค์ ภายในส่วนลึกของจิตใจ น้ำเสียงของบรรณาธิการนิตยสารแม็ด-เมนยังคงฝักรากลึกอยู่ที่นั่น

“คุณต้องส่งต้นฉบับให้ทันภายในวันที่ 20 นี้นะ และก็ขอให้แนะนำหนังสือพวกอิโรติกด้วย ไอ้รวมเรื่องสั้นญี่ปุ่นคราวที่แล้วก็ดีอยู่หรอก แต่ครั้งนี้ผมอยากได้อะไรที่มันวาบหวามกว่านั้น!”

คำสั่งที่เหมือนแส้ฟาดเข้าไปกลางใจ ผมคุกเข่าลงและเกาะขาท่านแน่น อ้อนวอนปากคอสั่น

“ต.. ตะ แต่ท่านครับ! ผมยังเป็นหนุ่นน้อยเวอร์จิ้นอยู่เลย! ดูใบหน้าผมสิ ออกจะใสซื่อไร้เดียงสาซะขนาดนี้ ผะ.. ผมทำไม่ได้!”

“แต่คุณต้องทำให้ได้! รู้ไหมว่าทุกวันนี้แม็ด-เมนส่งถึงมือสมาชิกล่าช้าไปขนาดไหนแล้ว ฉบับเดือนกันยากลับดันส่งตอนเดือนพฤศจิกา!” ท่านบรรณาธิการกล่าวเสียงดัง

ที่มันเป็นอย่างนั้นก็เพราะเอ็งไม่ใช่เรอะ! ผมแอบสบถในใจไม่กล้าเอ่ยออกมา เพราะเหลือบไปเห็นขนาดของรองเท้าที่ท่านสวมใส่อยู่

วันกำหนดส่งงวดเข้ามา แต่ผมยังไม่มีหนังสือแนวอิโรติกน่าสนใจมาแนะนำในคอลัมน์เลย ขณะที่ผมกำลังว้าวุ่นใจจนแทบเป็นบ้าอยู่นั้นเอง สายตาผมพลันเหลือบไปเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยนางหนึ่ง เธอเป็นลูกครึ่ง ผมบอกกับตัวเอง จมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวเนียนอมชมพู ดวงตาสีน้ำตาลขนตางอนกำลังเพ่งอ่านหนังสือในมืออย่างจริงจัง ความงามตรงหน้าทำให้ผมตกตะลึง ยิ่งเห็นเธออยู่ในชุดเสื้อแขนกุดสีขาวเน้นช่วงอกที่อิ่มสวย กับกระโปรงยีนส์สั้นเต๋ออวดปลีน่องขาวผ่อง และเมื่อเห็นเธอขยับขาเปลี่ยนอิริยาบถมานั่งไขว่ห้าง ชายกระโปรงรั้งสูงขึ้นไปอีกนิด เกือบเผยให้เห็นดินแดนแห่งความลับของหญิงสาว หัวใจผมก็เต้นถี่และแรงขึ้น จนรู้สึกได้ถึงความตึงภายในเป้ากางเกง รู้ดีว่าเป็นการเสียมารยาท แต่ผมก็อดจ้องมองเธอไม่ได้ ร่างอวบอิ่มตรงหน้าตรึงผมให้หยุดนิ่ง ดั่งกาลเวลาไม่เคลื่อนคล้อย เหมือนเธอรู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องมอง เธอละสายตาจากหนังสือ จ้องมอง และยิ้มให้ผม! ผีตากใบช่วย! ยามเธอยิ้มดวงหน้าช่างหวานละไม! เป็นผมเองที่เกิดความละอาย เลยเลื่อนสายตามายังปกหนังสือในมือของเธอแทน

ปกหน้าเป็นภาพสีขาวดำของหนังสือเล่มหนึ่งเปิดกางและมีช่อดอกไม้วางคั่น ชื่อเรื่องพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษอย่างเรียบง่าย The Reader ถ้าความเข้าใจด้านภาษาที่เรียนมาอย่างดีจากโรงเรียนวัดหนองอีรักไม่ผิดเพี้ยน ประโยคข้างต้นน่าจะอ่านเป็นภาษาไทยได้ว่า ‘เดอะ หลีเด้อ’ ผมแปลกใจ? ทำไมสาวที่สวยและดูมีการศึกษาดีแบบเธอถึงได้มาอ่านหนังสือประเภทนี้ ผมไม่อาจเก็บงำความสงสัยได้อีกต่อไป ผมเลยลุกขึ้นยืนและเดินข้ามฟากไปนั่งยองๆ ตรงหน้าเธอ โดยไม่แยแสกับสายตาทุกคู่จากผู้คนทั้งขบวนที่พุ่งตรงมายังผม และไม่นำพากับดวงหน้าอันตื่นตระหนกของเธอ ผมไล่สายตาอย่างรวดเร็วไปที่ข้อความบนปกหลัง

คุณรู้ไหม… หนังสือบางเล่มร้ายกาจมากนะ นอกจากทำให้เราตกหลุมรักมันได้ตั้งแต่ภาพปกแล้ว เนื้อหาข้างในยิ่งทำให้ชวนลุ่มหลงคลั่งไคล้ เมื่อได้รู้ว่า หนังสือที่เปิดกางและช่อดอกไม้แสนซื่อบนภาพปก มีที่มาจากที่ไหนด้วยแล้ว ก็ยิ่งนึกรักมันมากขึ้น ฉันอยากเขียนหนังสือให้ได้อย่างนี้บ้าง
เดอะ รีดเดอร์ คือหนังสืองดงามที่สุดอีกเล่มหนึ่งในชีวิตการอ่านของฉัน
‘ ปราย พันแสง
จากนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์

ทันทีที่ได้อ่านคำนิยมจบ ผมก็ได้กระทำในสิ่งที่ไม่เคยนึกฝันมาก่อนในชีวิต ผมกระชากหนังสือออกจากมือเธอ และรีบวิ่งออกไปจากขบวนรถ ผ่านประตูเลื่อนอัตโนมัติซึ่งกำลังจะปิดตัวอยู่พอดี โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดของเธอ รวมถึงเสียงตะโกนคำบริภาษไล่หลัง ผมวิ่งสุดฝีเท้าลงจากสถานี หัวใจเต้นแรงเพื่อสูบฉีดเลือดและความระทึกให้แผ่ซ่านควบคู่ไปทั่วร่างกาย ความปีติพุ่งทะลักเป็นริ้วๆ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่ามีผีห่าตากใบตนใดเข้าสิง แต่ทว่า ผมสามารถยิงนกได้ถึงสองตัว! ตัวแรก คือเธอจะจดจำผมได้อย่างมิลืมเลือน ไม่ใช่แค่คนธรรมดาที่พบเห็นตามท้องถนน นกตัวที่สอง ผมได้หนังสือน่าสนใจเล่มนี้มาฟรีๆ และยังมีผลพลอยได้เมื่อนกตัวที่หนึ่งและตัวที่สองร่วมรักกัน จนเกิดนกตัวที่สาม คือผมมีหนังสืออิโรติกมาลงคอลัมน์แม็ด-เมนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

หลังจากอาบน้ำล้างคราบเหงื่อไคลที่เกาะตัวเหนียวเหนอะมาทั้งวัน พร้อมกับเพียรสร้างความหฤหรรษ์ส่วนตัว ด้วยการจินตนาการถึงผู้หญิงคนนั้นบนรถไฟลอยฟ้าประกอบกิจกามไปด้วย ผมจึงได้ฤกษ์เปิดอ่านหนังสือเล่มนี้เสียที หน้าแรกเต็มไปด้วยคำนิยมจากนิตยสารและหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ผมไม่รู้ว่าฝรั่งพวกนี้เยินยอหนังสือเรื่องนี้เกินไปหรือเปล่า เช่น

“น่าจับจิตตรึงใจ สง่างามด้วยปรัชญาและแง่มุมทางจริยธรรมที่ซับซ้อน ผู้ประพันธ์เดินเรื่องราวชวนฉงนในท่วงทีเรียบง่าย ไร้เดียงสา เรียงร้อยเงื่อนงำและเปลือยออกอย่างมีศิลปะและมีชีวิต” เดอะนิวยอร์ก ไทมส์

หรือ “นวนิยายแห่งสัมพันธภาพอันงดงาม ทว่าสั่นคลอนและทำลายศีลธรรม” ลอส แองเจิลลิส ไทมส์ เป็นต้น

แต่ไม่ว่าคำนิยมจะเลิศเลอเพียงใด คืนนั้นผมก็อ่านรวดเดียวจบ!

The Reader เป็นนวนิยายสัญชาติเยอรมัน ถูกเขียนขึ้นโดย นายเบิร์นฮาร์ด ชลิงค์ เขาเป็นศาตราจารย์ทางวิชากฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยกรุงเบอร์ลิน นิยมเขียนนวนิยายแนวสืบสวนและฆาตกรรม ได้รับการถอดความอย่างละเมียดจาก คุณสมชัย วิพิศมากูล ผู้สิงสถิตย์ใน เว็ป Bookcyber ผู้มีงานเขียนสม่ำเสมอ เป็นบทความกึ่งสารคดีเกี่ยวกับภาพยนตร์ในนิตยสารเครื่องเสียงของเครือจีเอ็ม (นามปากกา lotte)

The Reader น่าถูกแปลเป็นชื่อภาษาไทยว่า เรื่องรักของคนใจดำ! ก็เพราะแนวเรื่องเป็นดังนั้นจริงๆ
เนื้อหาถูกแบ่งออกเป็น 3 ภาค ตามช่วงอายุของพระเอก ภาคแรกเปรียบเสมือนปฐมบทเรื่องรักระหว่างเด็กหนุ่มอายุ ๑๕ กับสาวใหญ่วัย ๓๖ ช่องว่างระหว่างอายุของคนสองวัยไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เท่าระยะห่างระหว่างกัน ที่ต่างไม่ได้พยายามจะเข้าถึงกันให้มากขึ้น ฮันนา(นางเอกของเรื่อง)ชอบให้พระเอก หรือเด็กน้อยของเธออ่านหนังสือให้ฟังก่อนที่จะอาบน้ำและมีเซ็กส์ด้วยกัน จนเกือบจะเหมือนพิธีกรรมแห่งความรักของทั้งคู่ เรื่องที่อ่านจะเป็นวรรณกรรมระดับโลกอย่าง เฒ่าผจญทะเล ของเออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ หรือ มหากาพย์โอดิสซี ของโฮเมอร์ (เรื่องนี้เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจของอเล็กซานเดอร์มหาราช ผู้พิชิตโลกในอดีตอีกด้วย) และ สงครามกับสันติภาพ ของลีโอ ตอลสตอย นักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวรัสเซีย (ผมคาดว่าเขามีพื้นฐานในการแต่งเรื่องนี้จากสมัยที่ครั้งหนึ่งเคยรับราชการทหารไปรบในสงครามไครเมีย) แล้วเธอก็นั่งฟังอย่างมีความสุข บางหนมีพยักหน้าตามเรื่องราว บางคราวมีขัดเคืองใจในบทบาทตัวละคร และเนื้อเรื่องในภาคนี้เต็มไปด้วยสีสันในการรังสรรค์วรรณศิลป์ บรรยายภาพครบทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส บางช่วงเผยให้เห็นถึงความงามในท่วงท่าของอิสตรีให้เราๆ ท่านๆ ได้รู้สึกนุ่มลึกในอารมณ์ แม้ไม่เปลือยแต่ก็เหมือนถูกเปลือย เช่น

“ประตูปิดไม่สนิท จากรอยแง้มนั้นทำให้ผมมองเห็นเธอถอดเสื้อคลุมทำงานออก จนเหลือแต่ชุดชั้นในเป็นสลิปสีเขียวสดใส.. เธอหยิบถุงน่องขึ้นมาข้างหนึ่ง ค่อยๆ ม้วนจนเป็นก้อนกลม แล้วถือไว้ แล้วเธอจึงยกขาขึ้น ยืนทรงตัวอยู่ด้วยเท้าเพียงข้างเดียว.. เธอโน้มตัวลงข้างหน้าแล้วบรรจงสวมถุงน่องตั้งแต่ปลายเท้าไล่ไปตามเรียวขา เธอขยับขาไปวางบนเก้าอี้เพื่อดึงถุงน่องให้เรียบตึงเรื่อยไปตามน่อง.. เธอเอี้ยวตัวไปด้านข้างแล้วยึดถุงน่องเข้ากับยางรัดถุงน่องตรงโคนขา... ผมไม่อาจถอนสายตาไปจากเธอได้ ทุกสัดส่วนของเธอดูน่ามองไปหมด.. ทุกอิริยาบถในชุดชั้นในที่แนบลู่ไปกับลำตัว ดูเน้นส่วนสัดมากกว่าปิดบัง สะโพกกลมกลึงที่ดึงชุดชั้นในขนตึงเปรี๊ยะ.. ตอนที่เธอยกขาวางบนเก้าอี้ เผยให้เห็นช่วงขาขาวผ่องที่ดูเรียบเนียนเป็นประกายใต้ถุงน่องไหมคู่นั้น”

ภาคสอง เกิดจุดผกผัน เปลี่ยนแปร เมื่อทั้งคู่ต้องแยกจากกัน แล้วมาพบกันอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป จากเด็กน้อยเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่ ร่ำเรียนในมหาวิทยาลัย เขาได้พบเธออีกครั้งในสถานที่และในสถานะที่ทำให้เขาถึงกับช็อค เขาพบเธอในศาลฐานะจำเลย ในการพิจารณาคดีที่เธอและพวกเคยเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลและควบคุมนักโทษในค่ายกักกันของนาซี หรือหนึ่งในหน่วย เอส เอส อันลือชื่อ (หน่วยทหาร เอส เอส สังกัด Leibstandarte Adolf Hitler ซึ่งเป็นหน่วยองครักษ์ประจำตัวของฮิตเลอร์ ได้ชื่อว่า มีวินัย มีประสิทธิภาพในการรบ และเหี้ยมโหดที่สุดหน่วยหนึ่งของกองทัพเยอรมัน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ไม่ว่าสถานการณ์จะคับขันสักเพียงใด หน่วยเอส เอส จะถูกส่งเข้าไปแก้ไขวิกฤตินั้น และมักจะปฏิบัติภารกิจจนบรรลุผลสำเร็จอยู่เสมอ จนกระทั่งฮิตเลอร์เชื่อว่า หน่วยเอส เอส เป็นหน่วยทหารที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ทุกปัญหา สัญลักษณ์ประจำหน่วยนี้คือหัวกะโหลกไขว้)


ต้องบอกก่อนว่า ประเด็นหลักของ The Reader ไม่ได้ชูไปที่ความเป็นนวนิยายอิโรติก แต่มันเป็นเพียงเครื่องเสริมแต่งให้นวนิยายเรื่องนี้น่าอ่านขึ้น จุดใหญ่ของ The Reader เน้นไปที่เหตุการณ์หลังสงครามโลกสิ้นสุดลง กลุ่มคนผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับนาซีแห่งอาณาจักรไรซ์ที่ 3 ถูกนำไปไต่สวนพิจารณาความผิดในศาล ซึ่งรวมถึง ฮันนา นางเอกในเรื่องด้วย เธอถูกกล่าวหาว่า เธอเป็นผู้คัดเลือกและส่งนักโทษเชลยหญิงไปตายในค่าย Auschwitz (เอ๊าชวิทซ์) ประเทศโปแลนด์ ค่ายกักกันที่โหดร้ายและชื่อดังที่สุดในสมัยสงครามโลก มีผู้คนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ไม่ว่าเป็นชาย หรือหญิง ถูกจับรมแก็สตายเป็นจำนวนมาก (หาข้อมูลเพิ่มเอาเอง ขี้เกียจอธิบาย มันยาว) ผมพอมีรูปให้ดูเล็กน้อยตามแนบ และอีกข้อกล่าวหาหนึ่งคือ เธอละเลยหรือเพิกเฉยในการเข้าไปช่วยเหลือเชลยที่ถูกไฟคลอกหมู่ตาย เรื่องเกิดขึ้นขณะที่เธอและยามหน่วยเอส เอส ได้ทำการจับเชลยซึ่งเป็นผู้หญิงล้วนๆ หลายร้อยคนขังไว้ในโบสถ์ คืนนั้นมีการทิ้งระเบิด และสถานที่นั้นก็มิอาจรอดไปได้ ไฟนรกเผาผลาญนักโทษด้านใน พวกเธอพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด แต่ประตูถูกลั่นดาลไว้ ยามผู้ถือกุญแจอย่างพวกเธอกลับนิ่งเฉยดูดาย พระเอกของเรื่องไปศาลทุกวัน หนึ่งคือเพื่อให้ได้เจอเธอ และสอง มันเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมของวิชาที่เขาลงเรียน และด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้เขาค้นพบสิ่งสำคัญที่จะทำให้เธอสามารถหลุดพ้นคดีนี้ไปได้ (แต่เธอเองก็รู้ดีแต่ดื้อดึงไม่ยอมใช้)

สุดท้ายแล้วพระเอกมีส่วนเข้าไปช่วยเหลือเธอหรือไม่นั้น มันอยู่ในส่วนของภาคสาม ซึ่งถือเป็นบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด (ที่ทำให้น้ำตาท่วมและผู้คนต่างหลงรักเรื่องนี้) แต่ผมเองยังคงสนับสนุนอยู่เช่นเดิมว่าเรื่องนี้น่ามีชื่อเป็นภาษาไทยว่า “เรื่องรักของคนใจดำ!” แต่ว่ามีบทกวีหนึ่งเปรียบประดุจแก่นของเรื่องที่น่าอ่านและขบคิด

When we open ourselves
you yourself to me and I myself to you ,
when we submerge
you into me and I into you
when we vanish
you into me, and into you I

Then
am i me
and you are you .

เมื่อเราเปิดเผยตัวเรา
คุณเผยต่อฉัน ฉันเผยต่อคุณ
เมื่อเราต่างหลอมรวมเข้าด้วยกัน
คุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฉัน
และฉันกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณ
เมื่อนั้นเองที่ฉันเริ่มรู้จักฉัน
และคุณเริ่มรู้จักตัวเอง

เดอะ รีดเดอร์ เป็นหนังสือที่คุณสมควรจะควักเงินในกระเป๋าจ่ายออกไปโดยไม่ต้องคิดมาก (แม้จะต้องอดข้าวก็ตาม) เป็นหนังสือที่เยี่ยมมาก ถ้าคุณเป็นคอหนังสือ อยากให้ได้ลองอ่าน เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่เมื่อได้หยิบมาอ่านแล้ว อยากอ่านต่อเนื่อง และวางไม่ค่อยจะลง

ปัจฉิมลิขิต บ.ก. ครับ ผมส่งต้นฉบับนี้มาจากในห้องขัง ข้อหาลักทรัพย์ด้วยการฉกชิงวิ่งราว และ..กระทำอนาจารในที่สาธารณะ (ข้อหลังผมถูกใส่ความชัดๆ!) กรุณาช่วยไปประกันตัวผมด้วย พรีสสสสสส!!!!!



Create Date : 24 ธันวาคม 2547
Last Update : 24 ธันวาคม 2547 23:54:06 น. 0 comments
Counter : 401 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ณัฐกร
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ณัฐกร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.