Group Blog
 
 
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
7 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
การให้นมลูก

เชื่อได้เลยว่า หนึ่งในเรื่องที่คุณแม่เป็นกังวล ในช่วงหลังคลอด โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่นั้น คงหนีไม่พ้น เรื่อง 'การให้นมลูก' เพราะเป็นภารกิจสำคัญ ที่คุณแม่ทุกคนจำเป็นต้องให้ลูกทุกวัน

และแน่นอนว่า ระหว่างการให้นมลูก ย่อมต้องมีปัญหาเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย เห็นได้จากคุณแม่บางคน อาจเคยเกิดปัญหาขึ้นกับตัวเองมาบ้างแล้ว เช่น น้ำนมไม่ไหล น้ำนมน้อย เป็นต้น รวมไปถึงข้อปัญหาอื่นๆ ในบางเรื่อง ที่ไม่สามารถไขข้อสงสัยได้ด้วยตัวเอง

ดังนั้น เพื่อคลี่ทางออกให้กับคุณแม่มือใหม่ทุกคน ทีมงาน Life and Family จึงรวบรวมคำถาม ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการให้นมลูก พร้อมกับคำตอบ มาส่งต่อความรู้ให้ทราบกัน ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น ไปร่วมกันหาคำตอบพร้อมๆ กันเลยครับ

1. การให้นมลูกดีอย่างไรกับแม่

การให้นมลูก นอกจากจะดีกับลูกแล้ว ยังดีกับผู้เป็นแม่โดยตรงด้วย เพราะจะช่วยให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็ว ป้องกันการตกเลือด ลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง และที่สำคัญ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เพราะลูกจะไม่เจ็บป่วยบ่อย อีกทั้งยังประหยัดค่านมผงได้เดือนละมากกว่า 3,000 บาท


2. ทำไมต้องกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน

นั่นเพราะนมแม่ มีไขมันที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของสมองลูก สร้างภูมิคุ้มกันจากโรคภูมิแพ้ ท้องร่วง ท้องเสีย เป็นหวัด หรือปอดบวมได้ดี และนมแม่ยังช่วยการย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องอืด ท้องเฟ้อให้ลูกได้ดี


3. วิธีกระตุ้นให้น้ำนมไหล ทำอย่างไร

ให้คุณแม่ใช้หลัก 3 ดูด คือ 1.ให้ลูกดูดนมจากเต้าทันที ภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด 2. ให้ลูกดูดบ่อยๆ (ดูดทุกๆ 2 ชั่วโมงหลังคลอด) และ 3.ดูดอย่างถูกวิธี (ดูดไม่ให้หัวนมแตก และไม่ทรมานตัวเอง ขณะให้นมลูกน้อย หมายความว่า คุณแม่จะต้องให้ลูกงับบริเวณลานนม (วงกลมสีดำล้อมรอบหัวนม) ให้ลึกที่สุดเท่าที่ปากเด็กจะงับได้ เพราะจะไม่ทำให้หัวนมแตก


4. รู้ได้อย่างไรว่าลูกดูดถูกวิธี

ให้คุณแม่สังเกตลูกว่า อมเต้านมลึกถึงลานนมไหม โดยปากลูกครอบลานนม และการดูดการกลืนเป็นจังหวะ


5. ทำไมลูกเบือนหน้าหนีนมแม่

สาเหตุส่วนใหญ่เป็นเพราะน้ำนมแม่ไหลเร็ว หลังจากลูกดูดได้สักพักจนลูกดูดกลืนไม่ทัน เลยต้องถอยดีกว่า แสดงว่าคุณแม่ให้ลูกดูดนมในท่าที่ถูกต้องแล้ว จึงเกิดกลไกการไหลพุ่ง และมีการสร้างน้ำนมที่เพียงพอ เหลือแต่ว่า เจ้าตัวเล็กจะปรับตัวรับได้ทันหรือยัง ถ้าวันนี้ยังไม่ทัน สักพักก็จะทันเองครับ


6. ทำอย่างไรถ้าน้ำนมไหลเร็วเกินไป

ถ้าน้ำนมไหลเร็วเกินไป ลูกกินไม่ทัน แม่อาจเอานิ้วกดเบาๆ ที่เต้านมเหนือบริเวณที่ลูกดูด หรือหนีบรักแร้แน่นๆ ถ้าลูกทำท่าจะสำลัก ก็ให้หยุดพักก่อน แล้วค่อยเริ่มใหม่


7. ก่อนให้ลูกกินนมควรทำอย่างไร

ให้คุณแม่บีบน้ำนมออกเล็กน้อย เพื่อลดแรงดันในท่อน้ำนม น้ำนมจะได้ไหลช้าลง แล้วลูกก็จะมีความสุข กินอิ่ม และนอนหลับ


8. น้ำนมมี แต่ทำไมดูเหมือนไม่ไหล

สาเหตุมีด้วยกัน 2 อย่าง คือ รู้สึกว่าน้ำนมไม่ไหล ให้ลองสังเกตมุมปากของลูกเวลาดูดนม ว่ามีน้ำนมออกมาอยู่ในปากลูกหรือไม่ ซึ่งถ้ามี ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็แสดงว่า น้ำนมไหล ถ้าลูกกินแล้วหลับได้ ไม่งอแง ก็เลิกกังวลได้


9. เคล็ดลับที่ทำให้น้ำนมไหลดี

คุณแม่ต้องทำใจให้สบาย เปิดเพลงฟัง ดื่มน้ำอุ่น น้ำผลไม้ สร้างบรรยากาศให้หายเหนื่อย รับประทานอาหารเรียกน้ำนม


10. ทำไมสีน้ำนมแม่เปลี่ยนไป

น้ำนมแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของสี และลักษณะความข้นใสอยู่บ้างตามวัน เวลา เช่น ในระยะแรก จะเป็นหัวน้ำนมที่มีสีออกส้ม ค่อนข้างข้น มีจำนวนน้อย ระยะ 3-5 วันหลังคลอด จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีของน้ำนมมากขึ้น และปริมาณก็จะมีมากขึ้น


11. แม่ป่วยให้นมลูกได้หรือไม่

การป่วยเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด เป็นไข้ หรือท้องเสีย ยังคงให้ลูกกินนมได้ตามปกติ เพราะร่างกายของคุณแม่จะสร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายเชื้ อโรค ซึ่งระบบการคุ้มกันนี้ นอกจากจะทำให้คุณแม่หายป่วยแล้ว ยังทำให้ลูกได้รับเกราะป้องกันด้วย ถ้าต้องกินยาควรบอกแพทย์ว่าช่วงนี้กำลังให้นมลูกอยู่


12. รู้ได้อย่างไรว่าลูกกินนมพอ

จะรู้ได้อย่างไร ว่าลูกกินนมเพียงพอหรือไม่นั้น ดูได้จาก 1. ลูกกินนมไม่น้อยกว่า 10 ครั้งต่อวัน ในช่วง 2-3 เดือนแรก 2. ลูกปัสสาวะมากกว่า 6-8 ครั้งต่อวัน 3. ลูกถ่ายอุจจาระมากกว่าวันละ 1 ครั้ง ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก และ 4.น้ำหนักลูกเพิ่มขึ้นเป็นลำดับหลังจาก 3-4 วันหลังคลอด


13. ลูกมีอาการอย่างไรเมื่ออิ่มนม

หลับสบาย ไม่งอแง การร้องไห้ไม่ได้หมายความว่า ลูกจะหิวเสมอไป อาจจะเป็นเพราะไม่สบายตัว อยากให้อุ้ม หรือลูกตกใจก็ได้ คุณแม่ควรจะสัมผัส กอดลูกให้รู้สึกอุ่นใจอยู่ตลอดเวลา


14. น้ำนมน้อยเพราะอะไร

สาเหตุของน้ำนมน้อยนั้น มาจากการดูด หรือการกระตุ้นที่ไม่เพียงพอ ดูดมาก ดูดบ่อยก็มีน้ำนมมาก อย่างไรก็ดี ความวิตกกังวลของคุณแม่มีผลต่อการผลิตน้ำนมด้วย ดังนั้นทำใจให้สบาย ไม่เครียด จะช่วยให้น้ำนมไหลออกมาได้ดีขึ้น


15. คุณแม่ควรดูแลตัวเองอย่างไร

ถ้ากลัวน้ำนมไม่พอ ก็ให้ลูกดูดบ่อยๆ และดูดให้นานๆ ส่วนคุณแม่ก็รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอด้วย


16. กินนมแล้วลูกไม่เรอ ทำอย่างไรดี

สาเหตุน่าจะมาจากการอุ้มเรอไม่ถูกท่า คุณแม่ควรจับลูกอุ้มเรอนมทุกครั้งเวลาจะเปลี่ยนข้างใ ห้ลูกดูด


17. วิธีการอุ้มเรอนมที่ถูกตัอง ควรทำอย่างไร

สำหรับการอุ้มเรอนมทำได้หลายแบบ แต่ที่ง่ายที่สุดคือ จับลูกนั่งบนตักแม่ ประคองคางลูกไว้ โดยให้มือคุณแม่วางอยู่บริเวณหน้าอก และลิ้นปี่พอดี จากนั้นโน้มตัวลูกมาข้างหน้า ลูบหลังลูกเบาๆ หรือจะอุ้มพาดบ่าก็ได้เช่นกัน


18. ทำไมลูกกินนมน้อย และเอาแต่นอน

ธรรมชาติของทารกแรกเกิด ในเดือนแรกนั้น จะนอนประมาณวันละ 18-20 ชั่วโมง และจะตื่นก็ต่อเมื่อปวดปัสสาวะ ปวดท้องอุจจาระ หิว หรือไม่ก็สบายตัว เนื่องจากยังตัวเล็กอยู่ ลูกจึงกินได้ทีละน้อย แต่จะกินบ่อย


19. ถ้าลูกหลับควรปลุกลูกให้กินนมหรือไม่ อย่างไร

ช่วงแรกเกิด-2 สัปดาห์ คุณแม่ควรปลุกลูกขึ้นมาดูดนมทุกๆ 2-3 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงค่อยปล่อยให้ลูกกินตามเวลาที่รู้สึกหิ ว


20. เจ็บหัวนม ทำยังไงดี

ลองมาหาสาเหตุกันก่อนว่า อาการเจ็บมาจากอะไร เช่น ทำให้นมไม่ถูกต้อง ทำให้ลูกอม ไม่ลึกถึงลานนม ริมฝีปากจึงไม่บานพอที่จะครอบเต้านม หรืออาจจะเกิดจากลูกดูดแรงจนแม่รู้สึกเจ็บ แต่พอดูดไปสักพัก อาการเจ็บลดลง และหายไปเอง หรือเกิดจากหัวนมแฉะตลอดเวลา ทำให้ติดเชื้อราก็เป็นได้


21. ควรทำอย่างไร ถ้าหัวนมแฉะ

คุณแม่ควรใส่เสื้อชั้นใน และหมั่นเปลี่ยนผ้าซับน้ำนม แต่ถ้าหัวนมแตกให้บีบน้ำนมสีเหลืองทาที่หัวนม และลานนมทั้งสองข้าง อาการจะดีขึ้น


22. คุมกำเนิดอย่างไร ระหว่างให้นม

การให้นมแม่อย่างสม่ำเสมออย่างเดียวทุกๆ 3-4 ชั่วโมง จะทำให้เกิดภาวะระงับการหลั่งของฮอร์โมนที่ทำให้ผู้ห ญิงตกไข่ และไม่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ รวมทั้งไม่มีประจำเดือน ซึ่งมีงานวิจัยบอกว่า สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ เป็นวิธีการคุมกำเนิดตามธรรมชาติได้ 70 วันหลังคลอด


23. เมื่อคุณแม่ต้องกลับไปทำงาน จะให้นมลูกได้หรือไม่

เมื่อต้องกลับไปทำงานนอกบ้าน คุณแม่สามารถให้นมลูกได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าได้เรียนรู้ เข้าใจวิธีเก็บน้ำนมให้ลูก ขอรับคำปรึกษาได้ที่คลินิกนมแม่ในโรงพยาบาลต่างๆ


24. คุณแม่ควรเตรียมตัวอย่างไรช่วงคลอด

1. ให้ลูกดูดนมจากเต้านมแม่อย่างเดียวสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้สร้างน้ำนมได้เต็มที่
2. หลัง1-2 เดือน เมื่อมีน้ำนมมากพอ ให้เริ่มบีบเก็บน้ำนม
3. ฝึกคนเลี้ยงให้มีความชำนาญในการป้อนนมด้วยถ้วย
4. ในกรณีที่ไม่สามารถป้อนนมด้วยถ้วย จะเลือกป้อนจากขวด ควรเริ่มหลัง 1-2 เดือนเมื่อลูกดูดนมแม่ได้ดีแล้ว และ
5. 1-2 สัปดาห์ ก่อนกลับไปทำงาน ฝึกให้คนเลี้ยงคุ้นเคยกับลูก และเริ่มป้อนนมบีบให้ลูก


25. เมื่อไปทำงานควรทำอย่างไร

สิ่งแรกที่ควรทำคือ ให้ลูกดูดนมแม่ 1 มื้อหลังตื่นนอน จากนั้นก่อนไปทำงานให้ลูกดูดอีกครั้ง หรือบีบเก็บน้ำนม และเมื่ออยู่ที่ทำงาน ควรบีบน้ำนมอย่างน้อยทุกๆ 3 ชั่วโมงในช่วงสาย หลังอาหารเที่ยง และบ่าย สำหรับตอนกลางวันให้คนเลี้ยงป้อนนมที่บีบเก็บไว้ และสุดท้าย ให้ลูกกินนมจากอกอย่างเดียวขณะอยู่ที่บ้าน (เป็นวิธีการกระตุ้นที่ดีที่สุด ช่วยทำให้ร่างกายสร้างน้ำนมได้มาก)


26. การเก็บรักษาน้ำนม ควรทำอย่างไร

1. ถัาตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เก็บได้นาน 1 ชั่วโมง 2. ใส่ในกระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งตลอดเวลา ซึ่งจะเก็บได้ 1 วัน 3. เก็บในตู้ช่องเย็นธรรมดา จะเก็บได้นาน 1-3 วัน และถ้าเปิดตู้เย็นบ่อย ระยะเวลาที่เก็บจะสั้นลง 4. เก็บในช่องแช่แข็ง จะเก็บได้นานขึ้น และ 5. ตู้แช่ชนิดเย็นจัด เก็บได้นาน 6-12 เดือน


27. ภาชนะเก็บนมมีอะไรบ้าง

สำหรับภาชนะที่ใช้ใส่นมแม่ ควรมีฝาปิดมิดชิด ต้มในน้ำเดือด 10 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรค เช่น ขวดแก้วขนาด 120 ซีซี หรือแก้วยาขนาด 30 ซีซี หรือใช้ถุงเก็บน้ำนม


28. อุปกรณ์เสริมไม่พึ่งขวดนม มีอะไรบ้าง

1. ถ้วย สำหรับเทน้ำนมใส่ถ้วยแก้ว หรือถ้วยพลาสติกเล็กๆ อุ้มลูกวางบนตัก โดยให้ศีรษะสูง ค่อยๆ เอียงถ้วยให้น้ำนมแตะริมฝีปากลูก ห้ามเทนมใส่ปากลูกเด็ดขาด 2. ช้อน ใช้ช้อนเล็กป้อนนมทีละน้อย หรือ 3. กระบอกฉีดยาขนาด 5 ซีซี ทำได้โดย คุณแม่ค่อยๆ ฉีดน้ำนมใส่มุมปากลูกครั้งละน้อยๆ ให้ศีรษะอยู่สูง


29. ลูก 2 ขวบแล้ว ยังขอกินนมแม่ น้ำนมยังมีประโยชน์อยู่หรือไม่

นมแม่ ยังคงมีคุณค่า ตราบที่แม่รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ในขณะเดียวกัน นมแม่มีการปรับเปลี่ยนตามอายุของลูก สีสันอาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่เป็นของดีทั้งนั้น เป็นสูตรเฉพาะ ไม่ต้องเขย่า หรืออุ่น เพราะจะใหม่สดตลอดเวลา









จากคุณ : plubfamily






Free TextEditor


Create Date : 07 มกราคม 2553
Last Update : 7 มกราคม 2553 16:26:54 น. 2 comments
Counter : 1019 Pageviews.

 
แวะมาเยี่ยม...สวัสดีปีใหม่

บทความดีมีประโยชน์มากครับ


โดย: **mp5** วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:17:12:21 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ตามมาให้กำลังใจคนที่กำลังพยายามให้นมแม่

นมแม่ดีที่สุด

ต้องการคำปรึกษาถามได้นะคะ

นมแม่สู้ตายเช่นเดียวกัน


โดย: ตะวันหรรษา ทะเลอาแจ่มใส วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:18:51:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natalie_rabbit
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Natalie_rabbit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.