lozocat
ใส่ข้อความที่ต้องการให้เลื่อนๆๆที่นี่
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
หนีแม่เที่ยว ไปเปรี้ยวอิตาลี ตอนที่หนึ่ง

“ฮัลโหล แม่เหรอ อืม สบายดี”
เสียงใส ๆ บอกใส่โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ บางเฉียบ อุปกรณ์สื่อสารอันทันสมัย ที่เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนรับสารที่อยู่ในเมืองไทย กับคนส่งสารที่อยู่ไกลกันคนละฟากฟ้า
“กำลังจะไปทำงานเหรอลูก....” เสียงนุ่มถามกลับมาอย่างห่วงใย
“เอ่อ...” คนโทรไปหากำลังจะอ้าปากพูดต่อ ก็ต้องยั้งไว้เนื่องจากคนปลายสายไวกว่าหลายเท่าตัว
“...ตั้งใจทำงานล่ะ แล้วกินข้าวหรือยัง.....อย่าปล่อยให้หิวนะ... อากาศที่โน่นเป็นไง ...ฯลฯ... เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวต่อนะ แค่นี้นะ ดูแลตัวเองล่ะ”
“....??? ..... อืม คิดถึงแม่นะ แค่นี้ล่ะ บายจ้า” ประโยคที่สรุปบทสนทนาคราวนี้ ยังไม่ทันได้บอกอะไรเลย ด้วยความที่เป็นห่วงลูกสาวสุดที่รักสิ้นเปลืองเงินทองในการโทรทางไกล เลยรีบพูดไม่หยุด เฮ้อ... แม่จะรู้ไหมเนี่ยว่ามันโปรโมชั่นโทรฟรี แต่ก็ไหนๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่บอกก็ไม่เป็นไรมั้ง ไว้กลับมาค่อยบอก ถึงตอนนั้นอาจแปลกใจเล็กน้อย ทำเป็นตกอกตกใจนิดหน่อย แล้วเดี๋ยวก็ชวนคุยเองว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร
เป็นเวลากว่าสิบปีแล้วที่ทำอะไรไม่ต้องขออนุญาตผู้ปกครองทางบ้าน เนื่องจากอยู่ไกลกัน แค่โทรบอกว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหน ให้คนที่รักและห่วงใยเราได้รู้ความเคลื่อนไหวบ้าง แค่นั้นก็คลายความเป็นห่วงกังวลจากท่านทั้งสอง เนื่องจากรู้จักนิสัยกันดีอยู่ ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ จึงทำให้โลกที่ฉันมีมันกว้างขึ้นมาก อิสระภายในขอบเขตของตัวเองที่กำหนดโดยจิตสำนึกที่มี กับเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้คนไกลบ้านอย่างฉัน ทำตัวเสมือนอยู่ใกล้กับครอบครัวได้ไม่ยาก
เวลา 9 โมง 9 นาที เสียงประกาศเป็นภาษาเยอรมันดังขึ้นทั้งสถานีรถไฟ พร้อมกับขบวนรถไฟยาวหลายตู้เริ่มเคลื่อนตัวออกจากชานชลาอย่างช้าๆ รถไฟจากซูริค ไปมิลาน หรือ Milano ตามภาษาอิตาลี
หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้
“แก ฉันจะไป บูดาเปสต์ ได้ข้อมูลเยอะเลยในอินเตอร์เนต สวยมากเลยนะ ว่าจะไปสปาบาธที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป...”
“ทำไมไม่ไปอิตาลีล่ะ ได้เช็งเกนทั้งทีเที่ยวแถวใกล้ๆนี่ไม่ดีกว่าเหรอ เวนิสอ่ะสวยนะ” คำปรึกษาจากเพื่อนสาวคนสนิทที่เคยไปสัมผัสอิตาลีถึงสิบวันเต็ม
“ไม่เอาหรอก อ่านในกระทู้เขาบอกว่ามีขโมยเยอะ ไม่น่าไปคนเดียว น่ากลัว แล้วอีกอย่างฉันกลัวหน้าตาคนอิตาลี มันออกแขกๆ ยังไงไม่รู้ ไม่อุ่นใจ ทำไมไม่หน้าตาเป็นฝรั่งนะ อยู่ติดกันแค่นี้เอง”
“ตามใจแก อยากไปไหนก็ไป มีวันหยุดตั้งหลายวันนี่ แล้วอีกอย่างวีซ่าแกก็กำลังจะหมดอาทิตย์หน้า ไปไหนก็รีบไปเถอะ” คำบอกปัดรำคาญจากเพื่อน ที่ทำให้เราพอใจอยู่เล็กๆ ว่ามันเห็นด้วย
หนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้านี้
“ฉันว่าจะตรงไปฮังการีเลยแล้วขากลับค่อยมาต่อทางออสเตรีย แกว่าดีมะ” คำเปรยขึ้นอย่างต้องการแค่ให้คนฟังรับรู้ ไม่ได้ต้องการคำตอบ ซึ่งคนได้ยินก็พยักหน้าหงึกหงัก ทำเป็นเออออ เนื่องจากไม่รู้จะให้คำปรึกษาอะไรได้เพราะไม่เคยไป ส่วนมันก็พูดอยู่ได้ รู้อยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นอยากไปไหนก็ไปเถอะ
สี่วันก่อนหน้านี้
“แกแน่ใจนะ ว่าฮังการีอยู่ในเช็งเกน” ฉันถามเพื่อนเพื่อต้องการความคิดเห็นที่ตรงกัน
“แน่ใจ” ข้อความที่พิมพ์กลับมาหาในเอ็มเอสเอ็ม บ่งบอกให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง หลังจากสับสนมานานหลายวันว่าฮังการีอยู่ในกลุ่มเช็งเกนหรือไม่ เนื่องจากเป็นประเทศที่เพิ่งเข้าร่วม จึงไม่แน่ใจว่าพาสปอร์ตไทยของเราสามารถเข้าประเทศฮังการีได้โดยใช้วีซ่าเช็งเกนได้หรือไม่
“ชัวร์?” พิมพ์ถามกลับไปอย่างอยากเพิ่มความมั่นใจ
“ร้อยเปอร์เซ็นต์” มันตอบอย่างหนักแน่นแล้วจากไป จบการสนทนาทางเอ็มเอสเอ็นวันนั้น
สามวันก่อนหน้านี้
“เจ๊ อันนี้มันแปลว่าอะไรอ่ะ” เวปไซต์สถานทูตฮังการี ถูกเผยขึ้นมาให้เพื่อนวัยวุฒิมากกว่าและเก่งการอ่านมากกว่าแปลให้ฟังอย่างชัดเจน
“เขาบอกว่าแกต้องไปขอวีซ่าว่ะ”
“อะไรฟระ ตัวหนังสือทั้งหน้า แปลมาได้แค่เนี้ย ถ้าสรุปสั้นๆ แบบนี้ก็แปลออกเหมือนกัน โธ่เจ๊ ขอรายละเอียดหน่อยดิว่าทำไม” โอดครวญอย่างน่ารำคาญ จนคนฟังทนไม่ได้ต้องสงเคราะห์
“เขาบอกว่า...แกต้องไปขอวีซ่าว่ะ...แค่นี้นะไปล่ะ”
“อ้าว...เฮ้ย..???” เซ็งจิตอย่างแรง สถานทูตโทรไปก็ไม่รับสายข้อมูลในอินเตอร์เนตก็มีทั้งเชื่อถือได้และไม่ได้ ถ้าเกิดเดินทางไปแล้วเขาไม่ให้เข้าประเทศ ก็ซวยกันพอดี เสียเวลาและกำลังทรัพย์อันน้อยนิด ว่าแล้วก็เปลี่ยนแผนในบัดดล
สองวันก่อนหน้านี้
“แกจองที่พักนี่ให้หน่อยดิ ไม่แพง ห้าสิบยูโรเอง มันบอกว่าอยู่หน้าสถานีรถไฟที่มิลาน เอาคืนนึงนะ...แค่คืนเดียวพอ....เออ....แต้งกิ้ว.....เดี๋ยวส่งเอ็มไปให้ แกออนไลน์สิ...โอเค ได้ออนเร็วๆ นะ เดี๋ยวห้องเต็ม”
สิ้นเสียงสนทนา สายก็ถูกตัดอย่างรวดเร็ว พร้อมสัญญาณจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ว่าเพื่อนตัวดีกำลังเข้าสู่ระบบ
หนึ่งวันก่อนหน้านี้
“ขอซื้อตั๋วไปมิลานที่นึงค่ะ รอบเช้า สำหรับพรุ่งนี้ มีบัตรลดครึ่งราคา”
ตั๋วเดินทางไปมิลานถูกยื่นส่งให้พร้อมเงินที่ถูกส่งไป เนื่องจากต้องเอาเงินวางบนจานกลมๆ ที่เจ้าหน้าที่จะนำตั๋วใส่ไว้ในอีกด้าน เมื่อเราเอาเงินใส่ไว้เรียบร้อย เขาก็จะหมุนจานกลมนั้นให้ตั๋วกับเราโดยที่เงินเราก็ถึงมือเขาพร้อมกัน เหมือนการยื่นหมูยื่นแมว เงินมาของไป
สองชั่วโมงก่อนหน้านี้
06.40 ตื่นนอนตอนเช้าอย่างสบายใจ แกมตื่นเต้น
07.10 เดินทางออกจากบ้านเพื่อไปรอรถรถเมล์
ระหว่างทางที่เดินไปป้ายรถเมล์ เกิดการอาการช๊อคสุดขีด อยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ หลายๆ นาที โอ้แม่เจ้า....ตั๋วที่ซื้อไว้เมื่อวาน เวลารถออกเจ็ดโมงเก้านาที แล้วตอนนี้มันเลยมากี่หลายนาทีแล้วเนี่ย ซวย!!! ดันตั้งเวลาปลุกผิด จากตีห้า เป็นหกโมง บัดซบ!! ทำไมความรู้สึกช้าอย่างนี้ฟระ
รถเมล์คันใหญ่แล่นมาจอดที่ป้ายตรงเวลาเหมือนเคย ไม่ทำให้ผิดหวัง แต่คนบางคนกำลังนั่งผิดหวังและจิตตกอยู่อย่างนึกโกรธตัวเอง ว่าไม่เคยพลาดอะไรแบบนี้มาก่อน ยิ่งเรื่องเงินที่สูญไปนั้นยิ่ง....โมโห
แต่นึกไปนึกมา นานๆ จะได้หยุดหลายวันแบบนี้สักที ปล่อยชีวิตให้ธรรมชาติและพรหมลิขิตกำหนดบ้างก็คงจะดีไม่น้อย นิ่งทำสมาธิ(แต่จริงๆ แล้วทำใจ)อยู่สักพัก รถเมล์ก็พามาถึงสถานีรถไฟย่อย เพื่อต่อรถไฟไปสู่สถานีรถไฟหลักในเมือง
วิ่งลงบันไดหลายขั้นด้วยความกลัวว่าจะพลาดรถไฟขบวนนี้ แต่ป้ายบอกเวลารถไฟเข้าสถานีว่า รถไฟขบวนที่แล้วมาช้าสิบสามนาที บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เพราะอีกสามนาทีขบวนถัดไปกำลังมา ช่างขบวนที่แล้วมัน อยากมาช้าเอง ใครจะรอตั้งสิบสามนาที.....แต่....รอแล้วรอเล่าเจ้าก็ไม่มา และแล้วใครคนนั้นก็ต้องรอถึงสิบสามนาทีเพื่อขึ้นรถไฟขบวนที่มาช้า ซะงั้น
เกือบแปดโมงที่มาถึงสถานีรถไฟหลัก ดิ่งตรงไปซื้อตั๋วรอบสอง เพราะคิดว่าอย่างไรเสียตั๋วใบนั้นก็ใช้ไม่ได้แล้ว เนื่องจากระบุวันเดินทางและที่นั่งเรียบร้อย (ตอนหลังเพื่อนบอกว่าสามารถใช้ต่อได้ ไม่ต้องซื้อใหม่ แต่เราว่ามันเป็นความผิดพลาดที่เกิดจากเราเอง ไม่สมควรที่จะได้รับโอกาสนั้น มันไม่ยุติธรรมกับตั๋ว เออ เอาเข้าไป) ตรงเข้าไปต่อแถวซื้อตั๋วอีกครั้ง คราวนี้ได้ราคาถูกกว่า ได้ไงฟระ ไม่เข้าใจ แต่ก็เอาเถอะ ดีกว่าซื้อในราคาเดิม เวลารถออก เก้าโมง เก้านาที แหม่ เหมือนสวรรค์จงใจให้ฤกษ์เดินทางมาซะอย่างนั้น ว่าแล้วก็มีเวลาเกือบชั่วโมง หันซ้ายหันขวา ยังมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะ อันดับแรก ไปหาอะไรกินรองท้องก่อน เช้าๆ แบบนี้ขอครัวซองกับโกโก้ร้อนสักแก้วก็พอ หาที่นั่งเหมาะ ชมวิวทิวทัศน์รถไฟในสถานี นั่งชิวๆ จากนั้นเดินไปกดเงิน กำลังทรัพย์ระหว่างประเทศ ตามจำนวนพอกินพอใช้และพอช้อป ปิดท้ายภารกิจด้วยเข้าห้องน้ำ ด้วยความที่รู้ดีว่าห้องน้ำชั้นล่างจะมีราคาถูกกว่าห้องน้ำที่อยู่ชั้นบน จึงตรงดิ่งไปอย่างคุ้นเคย แค่สามภารกิจรอรถไฟ ก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงตามเวลาที่มีอยู่ ก็อย่างว่าล่ะน้า ปล่อยให้โชคชะตากำหนดชีวิตสักช่วงหนึ่ง แล้วทุกอย่างจะลงตัว
เก้าโมงตรง เดินไปดูกระดานยักษ์ที่บอกว่ารถไฟขบวนไหน อยู่ชานชลาไหน หลังจากยืนไล่สายตากับตัวหนังสือภาษาเยอรมันอยู่หนึ่งนาทีก็ปรี่ไปชานชลาตามที่แสดงอยู่บนประกาศ ขี้นรถไฟปุ๊บ ก็ออกเดินหาที่นั่งทันที ที่ตั๋วจะมีบอกเลขที่ขบวน และชั้น รถไฟที่นี่มีชั้นหนึ่งหรือเฟิร์สคลาส <1st> และ ชั้นสอง< 2nd> คือชั้นธรรมดา แต่ถือว่าหรูทีเดียวสำหรับคนไทยที่เพิ่งเคยสัมผัสรถไฟในยุโรปอย่างฉัน ที่นั่งของรถไฟขบวนนี้เป็นห้องหลายๆ ห้อง แต่ละห้องมีที่นั่งสองฝั่ง แบ่งนั่งฝั่งละสามคน มีหมายเลขกำกับพร้อม ฉันเอาสัมภาระอันน้อยนิดวางบนชั้นวางบนศีรษะแล้วนั่งมองโน่นมองนี่ไปเรื่อย นึกเปรียบเทียบรถไฟขบวนนี้กับขบวนที่พลาดไปเมื่อเช้า ถ้าเป็นรถไปขบวนเมื่อเช้าจะเป็นรถที่ดูสภาพดีกว่านี้มาก น่าจะเป็นรถไฟรุ่นใหม่ ที่นั่งเรียงกันเหมือนรถไฟปกติ ไม่ได้เป็นห้องๆ แบบนี้ ที่พอเปรียบเทียบได้ก็เพราะเคยนั่งจากซูริคไปลูกาโน่ ขบวนรถในวันนั้นเป็นขบวนที่ไปอิตาลีเช่นเดียวกัน
....เวลา 9 โมง 9 นาที เสียงประกาศเป็นภาษาเยอรมันตังขึ้นทั้งสถานีรถไฟ พร้อมกับขบวนรถไฟยาวหลายตู้เริ่มเคลื่อนตัวออกจากชานชลาอย่างช้าๆ รถไฟจากซูริค ไปมิลาน หรือ Milano ตามภาษาอิตาลี





Create Date : 08 พฤษภาคม 2553
Last Update : 3 มิถุนายน 2554 18:50:28 น. 5 comments
Counter : 516 Pageviews.

 
..โอ้โห..คนรายเขียนหนุกมากเรยอะ..กะลังมันส์ๆ..แย้วไงต่ออะ...คนเปงแม่...รมณ์ค้างเยย...ฮ่า ฮ่า ฮ่า ....


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:56:44 น.  

 
ขอบคุณค่า หุ หุ


โดย: naririn วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:0:52:13 น.  

 
เก่งจังเนอะ ขึ้นในประเทศไทยแท้ๆยังผิดขบวนบ่อยๆ
ยัยอ๋ออย่ามาอ่านเจอเชียว อายฟร่ะ5555


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:38:04 น.  

 
..กีาก กีาก ก๊าก .. ป้าแอม..ลื้อคิดว่าจาหนีสายตาอันยาวววไกลลลของอั้วพ้นหรอ..


โดย: อ๋อซ่าส์ วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:39:12 น.  

 
555


โดย: naririn วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:54:27 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

naririn
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะคะ.....

lozocat

ข้อความและรูปภาพทั้งหมดในBlog นี้ขอสงวนลิขสิทธิ์นะคะ ไม่นำออกเผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตนะคะตัวเอง

เพลง
MusicPlaylistView Profile
Create a playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add naririn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.