|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
ตามล่าหาของอร่อยที่ตลาดสามชุก สุพรรณบุรี ตอนจบ
ตามมาเที่ยวต่อเลยค่ะ
ตามล่าหาของอร่อยที่ตลาดสามชุก สุพรรณบุรี ตอนแรก
ตลาดสามชุก เป็นตลาดเก่าแก่อายุกว่า ๑๐๐ ปี ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้นี่เลยนะคะ //www.samchuk.in.th
หรือถ้าวัยจ๊าบหน่อยก็ไปนี่เลยค่ะ สามชุก hi5

บ้านหลังเก่าในชุมชน ถูกจัดให้เป็นศูนย์ประสานงานชุมชน

บรรยากาศตลาดที่นี่คึกคักตลอดเวลา ....เลือกรูปไม่ถูก เพราะชอบเกือบทุกรูป ก็เลยใส่ภาพแบบโปสการ์ดให้ดูบ้างนะคะ รูปอาจเล็กไปหน่อยแต่ก็อยากให้เห็นบรรยากาศแยะที่สุด

เริ่มสายแล้วคนเริ่มแยะแล้วค่ะ เดินไปอีกหน่อยมีข้าวหลามในลูกมะพร้าว แต่มุดเข้าไม่ถึง ก็เลยได้กระบอกนี้มาแทน...หลามปลาช่อน

ปลาแนม.....ถึงไม่มีไส้กรอกแต่ก็ขายดี เพราะทำได้น่ากินจัง

เดินผ่านร้านนี้ก็น่ากิน...5..5.. ขนาดเพิ่งจะอิ่มมาแหมบๆ ...ขนมผักกาดเตาถ่าน

ของโปรดค่ะ กินแล้วปากเหม็นแต่อร่อย...

ปลาช่อนนาแดดเดียวจืดอร่อย ปลาช่อนตัวเล็กๆ แบบนี้มีที่สุพรรณที่เดียว 

ผักข้างรั้ว เก็บมาใส่จานขาย เห็นมะดันแล้วเปรี้ยวปากอยากกินยำปูเค็มใส่มะดัน 

เข้ามาในซอยตลาดเถ้าแก่เบี้ยวริมน้ำ มีขนมขายแยะเลยค่ะ

ทำกันใหม่ๆ ขนมดอกจอก

ส่วนนี่ขนมกงหรือขนมกงเกวียน ขนมโบราณตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น เดี๋ยวนี้หากินยากเหมือนกัน เป็นขนมมงคลอย่างนึงที่ใช้เป็นขนมขันหมาก ด้วยเชื่อว่าจะทำให้คู่บ่าวสาวมีใจคอหนักแน่นและครองรักกันตลอดไปเหมือนกงล้อของเกวียนที่หมุนไปเรื่อย

มาขนมไทยแบบสดบ้าง จำได้มั๊ยขนมขี้หนู...บางทีก็เรียกกันเองว่าขนมขี้มือ ก็ความที่มันร่วนๆ เวลากินจะร่วงก็เลยเอามาปั้นเป็นก้อนๆ ก่อนกิน (จริงๆ แล้วจะเล่นมากกว่า) แล้วยังมีทองหยิบ ทางหยอดฝอยทอง ขนมมัน ขนมเผือก ขนมกล้วย ขนมฟักทอง ขนมตาล แต่มีขนมแปลกที่ไม่เคยเห็นสีเหลืองๆ ตัวเล็กๆ นั่นเรียกขนมไข่ปลาทำจากลูกตาลผสมแป้งข้าวเหนียวต้มคล้ายขนมเหนียวกินกับมะพร้าวขูดคลุก

หมี่กะทิ หมี่หมีกรอบ ทอดมัน ฯลฯ อีกมากมาย....

ข้าวหมูกรอบหมูแดงเจ้านี้แม่ค้าหลายคนในตลาดบอกว่าอร่อยเด็ด ใกล้ๆ กันมีร้านบะหมี่เจ๊กอ้าว เป็นร้านบะหมี่เก่าแก่เปิดมานานกว่า 70ปี มีบะหมี่สีเหลืองอ่อนนุ่มนอนรอลูกค้าอยู่ในลิ้นชักตู้ก๋วยเตี๋ยว

สะเต๊ะสักไม้มั๊ยคะ...

ข้าวอบกุ้งห่อใบตอง ใส่กุ้งสด เม็ดบัว เห็ดหอมและแห้ว

ตลาดนี้ไม่ใช่มีแต่ของกินอย่างเดียวนะคะ มีข้าวของเครื่องใช้ด้วย เห็นปิ่นโตกับหม้อหูหิ้วแล้วนึกถึงตอนเด็กๆ แต่ที่เด็ดสุดก็ใบสีขาวข้างบนสองใบนั่น หม้อเอนกประสงค์ไว้ใช้ตอนกลางคืน...อิ..อิ..

เห็นจานแบบนี้จะนึกถึงวัดตามต่างจังหวัด

เสื้อยืดที่ระลึก รับรองว่าแต่ละตัวไม่เหมือนกันแน่นอนเพราะนั่งเพนท์กันสดๆ

กล่องทิชชู่เก๋ไก๋ไม่โบราณ

น้องๆ มาตั้งวงร้องเพลงเพราะๆ หารายได้พิเศษในวันหยุด

บ้านขุนจำนง จีนารักษ์ นายภาษีอากรคนแรกและเจ้าของตลาดสามชุก ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ของชุมชน บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2459

ร้านนี้ขายของที่ระลึก น่ารักๆ แต่เราติดใจสาวน้อยแม่ค้าหน้าหวานที่อยู่หน้าร้านมากกว่า

บ้านโค๊ก สำหรับคนรัก Coke แวะซื้อโปสการ์ดส่งให้คนทางไกลหน่อย ค่าแสตมป์ 15 บาท น้องคนขายมีแต่ 3 บาทส่งในประเทศ เลยต้องแปะแสตมป์ซะพรึด

ร้าน ถ่ายรูป ชื่อ ร้านศิลป์ธรรมชาติ เป็นร้านถ่ายรูป เก่าแก่แห่งที่ 2 ของตลาดสามชุก เปิดบริการมาเป็นเวลา กว่า 54 ปี แล้ว โดยภายในร้านไม่มีเครื่องอัดภาพด้วยระบบดิจิตอลอันทันสมัยเหมือนปัจจุบัน กล้องที่ใช้ตอนนี้คือกล้องที่ใช้เมื่อสมัยเปิดครั้งแรก เป็นกล้องที่นำเข้ามาจากเยอรมัน ราคาประมาณ 8000 บาท
ในร้านยังคงใช้อุปกรณ์ดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็นกล้องที่แต่งภาพ อุปกรณ์ในห้องมืดในสตูดิโอ มีฉากและเครื่องแต่งการในอดีต รับถ่ายรูปย้อนอดีตสมัยคุณแม่ยังสาว มีคนดังๆ มาถ่ายแยะเชียว ใครอยากมีรูปที่ใช้ฉากแบบโบราณก็มาแวะถ่ายรูปที่นี่ได้เลย
ร้านถ่ายภาพ "ศิลป์ธรรมชาติ" เปิดทุกวัน ยกเว้น วันอาทิตย์ ปิดร้านคริ่งวันเช้า

ร้านโปสการ์ดเก๋ไก๋ร้านนี้ เจ้าของร้านคงเป็นรุ่นหลานเจ้าของบ้านแล้วล่ะค่ะ เพราะเห็นยังเด็กอยู่เลย

ขนมและของเล่นมีที่เป่าลูกโป่งที่เป็นหลอดเล็กๆ มีแผงจับฉลากที่ชอบเล่นตอนเด็กๆ ด้วย

ตระกร้าสานกระเป๋าสานสวยๆ สาวๆ มุงหน้าร้านกันเพียบ นอกจากนั้นก็ยังมีแผงขายเสื้อผ้าสำหรับคนสูงวัยประเภทผ้าถุง เสื้อคอกระเช้า ผ้าห่ม ที่นอน หมอน มุ้ง

...เดินผ่านตรงนี้ทีไรก็เห็นคนมุงกันยังกะมีแจกของฟรี

ไหนๆ ก็จะกลับอยู่แล้วอดไม่ได้เลยขอมุดดูหน่อยว่ามุงอะไรกันนักหนา อิ..อิ..หมูย่าง ซี่โครงหมูย่าง และก็หมูกรอบค่ะ แย่งกันซื้อกันคนละเส้นสองเส้น


เป็ดย่างจ่าเฉิดเจ้าแรกในสามชุกตั้งแต่ปี 2518 เป็ดย่างที่ใครๆ บอกว่ามาตลาดสามชุกต้องเป็ดย่ายจ่าเฉิด ปะทะกับเป็ดพะโล้เป็ดย่างเจ๊ตี๋สูตรใหหลำแท้ ต้นตำหรับมาจากเมืองจีนที่ขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติเป็ดพะโล้ เนื้อนุ่ม หอม กรอบ พร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด 4 รสชาติ เข้มข้น ใช้ผลิตภัณฑ์สด ใหม่ และเครื่องปรุงสมุนไพรจีนคุณภาพดี ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2499 ปัจจุบันสืบทอดโดยเจ๊ตี๋
ไม่ได้ชิมทั้งสองเจ้าเลยฟันธงให้ไม่ได้ว่าเจ้าไหนเด็ดกว่ากัน 

ยังมีอีกหลายร้านที่ยังไม่ได้แวะอย่าง ร้านกาแฟเจ๊หมวยเล็ก ซึ่งมีกาแฟสูตรโบราณ ที่คั่วกันเห็นๆ บริเวณริมน้ำ เครื่องดื่มที่ขึ้นชื่อของร้านนี้คือ "จ้ำบะ" 
แล้วยังข้าวห่อใบบัวสูตรดั้งเดิม ร้านหรั่งศรีโรจน์อยู่บริเวณตีนสะพาน "พรประชา" นอกจากข้าวห่อใบบัวแล้วยังมีก๋วยเตี๋ยวยำบก
แล้วยังมี.....อิ่วก้วยขนมโบราณต้นตำหรับจากจีน ขนมไข่สูตรดั้งเดิม น้ำพริกแม่กิมลั้ง ขนมกุยช่ายโบราณ ข้าวเกรียบโบราณ ข้าวหมากข้าวเหนียวตัด ฯลฯ อีกมากมายสาธยายไม่หมด อย่างงี้ต้องไปพิสูจน์กันดีกว่าค่ะ 
ก่อนจะลงเรือ กินน้ำจรวดกันคนละแก้ว สมัยก่อนตอนเด็กๆ เวลาไปสนามหลวงชอบกินน้ำเขียวประจำ ตอนนั้นรู้สึกว่ามันเอร็ดอร่อยชื่นใจเสียเหลือเกิน แต่เดี๋ยวนี้กินความรู้สึกอร่อยมันไม่ยักเหมือนเดิมแฮะ...

อิ่มตาอิ่มท้องแล้วลงเรือกลับ (ไปตั้งหลักก่อนแล้วคราวหน้าจะมาใหม่จ้า...)

ทั้งที่ซื้อของกินจากตลาดมาเยอะแยะ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแวะซื้อขนมที่ร้านเอกชัย ติดใจขนมเปี๊ยะนมข้นกับขนมลูกเต๋าไส้เผือกใส่แห้ว

สำหรับคนที่ไม่มีรถไปเอง มีคิวรถตู้ไปถึงหน้าตลาดเลยค่ะ รถจอดอยู่ตรงข้ามกองสลาก ถนนราชดำเนิน ค่ารถคนละ 110 บาท
|
| Create Date : 14 มกราคม 2551 |
| Last Update : 14 มกราคม 2551 18:11:42 น. |
|
20 comments
|
| Counter : 24597 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: Malee30 วันที่: 14 มกราคม 2551 เวลา:18:32:47 น. |
|
|
|
โดย: กะตุ้งนิ้ง วันที่: 14 มกราคม 2551 เวลา:21:16:49 น. |
|
|
|
| โดย: pemaew IP: 222.123.169.46 วันที่: 14 มกราคม 2551 เวลา:22:34:03 น. |
|
|
|
โดย: thaispicy วันที่: 15 มกราคม 2551 เวลา:2:06:33 น. |
|
|
|
โดย: bluecomet วันที่: 15 มกราคม 2551 เวลา:5:05:13 น. |
|
|
|
โดย: null (Nachtigall ) วันที่: 15 มกราคม 2551 เวลา:22:48:12 น. |
|
|
|
โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 15 มกราคม 2551 เวลา:23:11:07 น. |
|
|
|
โดย: ป้า (ลักกี้ ) วันที่: 16 มกราคม 2551 เวลา:21:18:04 น. |
|
|
|
โดย: dogamania วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:1:10:59 น. |
|
|
|
โดย: Candydolls วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:5:57:43 น. |
|
|
|
โดย: jjbd วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:16:37:48 น. |
|
|
|
| โดย: นองหญิงนครสวรรค์ IP: 117.47.88.174 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:48:01 น. |
|
|
|
| โดย: อชิ IP: 58.9.98.174 วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:20:22:16 น. |
|
|
|
| โดย: jtee IP: 125.26.56.104 วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:19:56:42 น. |
|
|
|
| โดย: naimeng IP: 222.123.172.206 วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:11:33:30 น. |
|
|
|
| โดย: nai thaichef IP: 114.128.6.97 วันที่: 30 สิงหาคม 2552 เวลา:15:55:03 น. |
|
|
|
| โดย: กวาง IP: 222.123.250.100 วันที่: 1 กันยายน 2552 เวลา:2:49:41 น. |
|
|
|
| โดย: nobody IP: 58.9.163.213 วันที่: 5 กรกฎาคม 2555 เวลา:18:49:21 น. |
|
|
|
|
|
|
|
เป็นสถานที่ๆ ฝนอยากไปบ้างจังเลยค่ะ แถมยังมีอายุเก่าแก่อีก สนใจๆ
อาหารแต่ละอย่างที่มีขายที่นั่นก็สุดยอดไปเลยนะคะ ตอนกลับไทยฝนน่ะไม่ได้ไปไหนเยอะอย่างที่หวังเลยค่ะ เพราะว่าแพ้ท้องมาก เสียดายจริงๆ
ไม่เป็นไว้หนหน้าเอาใหม่
เห็นสเต๊ะแล้วน้ำลายสอ ฝนชอบกินมากๆ ค่ะ ดีหน่อยที่ว่ากลับไทยหนนี้ได้กิน ฝนสั่งมาเป็นร้อยไม้เลยล่ะ เจ้าประจำน่ะค่ะ ไม่ได้กินคนเดียวหรอกน๊า กินกับญาติๆ ค่ะ
ขอบคุณที่พาชมสถานที่งามๆ นะคะ