ตะวันส่องฟ้า...สาดแสงนาราคำ
Group Blog
 
 
มีนาคม 2549
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
~~วันวาน...ที่หวนคืน~~เรื่องสั้นเรื่องแรก...

หลังจากที่ได้จากไปนานหลังจากสำเร็จการศึกษาในชั้นประถมในชั้นประถมหก จนได้ไปเรียนต่อจนจบปริญญาแล้วแต่ความทรงจำในช่วงวัยเด็กทำให้ฉันอยากที่จะกลับไปยังบ้านหลังเก่าที่มีความทรงจำของฉันมากมาย

ใกล้จะถึงแล้วหากฉันข้ามผ่านถนนสายนี้ไป โดยที่ฉันมุ่งหน้าไปยังบ้านของฉัน หลังจากที่ฉันคล้อยหลังมาจากถนนเส้นนั้น ฉันก็ได้ยินคนร้องกันอย่างตกใจว่าเกิดอุบัติเหตุ ว่ามีรถชนคนตาย ฉันคิดในใจ “ใครหนอช่างโชคร้ายเสียจริง” แต่อย่างไรก็ตามฉันไม่ได้สนใจต่อสิ่งอื่นใด นอกเสียจากการมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านที่ฉันเคยอยู่เมื่อสมัยเด็ก

ในที่สุดฉันได้หวนคืนมาเพื่อดูสิ่งต่างๆที่บ้านหลังเก่าแห่งนี้ ที่ในปัจจุบันคงจะมีครอบครัวอื่นมาอาศัยอยู่แทน ซึ่งพวกเขาก็ได้จัดรอบบ้านได้สวยงามนัก เดิมตอนที่ฉันอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ก็เคยเป็นเช่นนี้ จัดโดยรอบและภายในได้สวยงามด้วยวัสดุที่ราคาไม่สูง มีของเล่นง่ายๆของฉันเยอะแยะไปหมด ชิงช้าที่พ่อใช้วัสดุที่มี มาสร้างให้ฉัน มีตุ๊กตาหลายตัวนักที่แม่เย็บให้ บ้านหลังน้อยที่มีความทรงจำมากมายที่ฉัน พ่อและแม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แม่ผู้ซึ่งเป็นแม่ที่แสนจะใจดี จะมีความรักและความอาทรต่อฉันเสมอมา เป็นภรรยาที่แสนจะอ่อนหวานและอ่อนโยน ส่วนพ่อก็เป็นเสาหลักทำงานหาเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด แต่หลังๆมาพ่อจะกลับค่ำทุกวันไม่ได้มีเวลามาเล่นกับฉันเหมือนสมัยก่อน เวลาพ่อกลับมาส่วนใหญ่แล้วฉันมักจะหลับไปแล้ว ส่วนแม่นั้นจะเฝ้ารอทุกคืน รอจนกว่าพ่อจะกลับมา บางวันพ่อก็เมามายกลับมา แม่ก็คอยดูแลเป็นอย่างดี และยังมีบางวันที่พ่อกลับมาตอนเช้าเลยก็มี แต่ถึงกระนั้นแม่ของฉันก็เฝ้ารอพ่อโดยไม่หลับไม่นอน รอจนพ่อกลับมา ยิ่งกว่านั้นบางวันฉันก็ตื่นขึ้นด้วยเสียงอันดังที่พ่อตะโกนดุว่าแม่ ว่าน่ารำคาญ น่าเบื่อ วุ่นวาย...

จนกระทั่งวันที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิดขึ้นก็มาถึง พ่อได้เดินออกจากบ้านไป พ่อมีภรรยาคนใหม่ ทิ้งฉันซึ่งตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวนักกับแม่ที่แสนดีคนนี้ไป ฉันนั้นได้แต่ร้องไห้ตอนที่พ่อของฉันเดินออกจากบ้านไปพร้อมพูดจาอันไร้ซึ่งความรับผิดชอบใดๆ ส่วนแม่ของฉันนั้นนั่งนิ่งดุจรูปปั้น น้ำตาไหลอาบทั่วแก้มเนียนๆซึ่งฉันเห็นแล้วได้เข้ามากอดแม่ไว้และแม่ก็กอดตอบ หลังจากพ่อไป ความเป็นอยู่ที่เคยสุขสบายของฉันและแม่ก็ได้เปลี่ยนไป แม่ซึ่งเรียนจบไม่สูงจึงต้องไปทำงานเป็นแม่ครัวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพื่อเอาเงินนั้นมาส่งเสียให้ฉันได้เรียนหนังสือต่อ แม่ที่เคยเป็นคนอ่อนโยน ใจดี ยิ้มง่ายจะมีรอยยิ้มให้ฉันและโอบกอดฉันด้วยความอ่อนโยนเสมอเมื่อฉันเข้าไปหา เดี๋ยวนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม่ไม่มีรอยยิ้มให้ฉัน คำพูดที่ได้ยินก็มีเพียงแต่ว่า “ลูกขยันเรียนให้เก่ง เรียนให้สูงเข้าไว้ จะได้ทำงานดีๆมีเงินเดือน ไม่ต้องพึ่งใคร อย่าให้เหมือนแม่….”

บ้านหลังน้อยที่ฉันเคยอยู่กันกับพ่อและแม่ เหลือเพียงแค่ฉันกับแม่เพียงสองคน และต่อมาในที่สุดเงินเก็บของแม่ก็หมดลง เราทั้งสองถูกไล่ให้ออกไปจากบ้านหลังนี้เพราะไม่สามารถจะจ่ายค่าเช่าให้เขาได้ แม่พาฉันไปอยู่ห้องเล็กๆในตึกใหญ่ๆ แม่บอกว่าค่าเช่าที่นี่ถูกและใกล้ที่ทำงานของแม่ แปลกที่สำหรับฉัน คนข้างห้องทะเลาะกันหนวกหู แต่สิ่งเหล่านี้หาได้สร้างความสนใจให้กับฉันไม่ เพราะฉันจะทำตามที่แม่พูดมาโดยตลอด ฉันมุ่งแต่เรียน เรียนอย่างเดียว เป็นที่หนึ่งมาตลอด จนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ฉันอยากให้แม่ภูมิใจที่ฉันสามารถทำได้ ฉันหวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความภูมิใจในตัวฉันเพราะฉันได้ทำตามที่แม่พูดจนสำเร็จ แต่แม่เมื่อได้รับรู้ถึงความสำเร็จของฉันก็ได้แต่นิ่งเฉย สิ่งที่ฉันคิดว่าจะได้เห็น รอยยิ้ม น้ำตา อะไรก็ตาม หาได้ปรากฏบนใบหน้าของแม่ไม่ ใบหน้าของแม่ยังคงเรียบเฉย ร่างกายไร้ซึ่งปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ แม่ไม่ได้โอบกอดฉันเหมือนอย่างที่ฉันนึกเอาไว้...

แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ฉันไม่สนใจแล้วเพราะตอนนี้ที่ฉันได้กลับมาที่บ้านหลังเดิมที่ฉันเคยอยู่ มาระลึกถึงรอยยิ้มที่แม่มีให้ฉันไม่ว่าฉันจะทำอะไรก็ตามแม่ก็จะยิ้มให้ฉันเสมอ โอบกอดฉันด้วยความนุ่มนวล ภาพต่างๆในอดีตในความทรงจำได้ผุดขึ้นมาตรงหน้าขณะที่ฉันก้าวเดินเข้าไปใกล้ๆบ้านหลังนั้นอย่างช้าๆ โดยที่ฉันมิทันได้รู้สึกว่าความมืดได้โรยตัวมาโดยรอบตัวฉันแล้ว แต่ยังดีที่ได้แสงไฟสลัวๆอันมาจากโคมไฟดวงเล็กๆ ฉันก้าวเดินไปอย่างช้าๆด้วยฝีเท้าที่สม่ำเสมอ โดยไปหยุดอยู่ที่ชิงช้า...” ชิงช้าไม่ได้เปลี่ยนที่ไปหรืออย่างไร” ฉันนึกในใจ และยิ่งไปกว่านั้นมีเด็กหญิงตัวเล็กๆนั่งอยู่ที่ชิงช้านั้น สายลมเบาๆกระทบผิวหน้าฉัน พร้อมกับได้ยินเพลงอันแผ่วเบาที่มาจากเด็กหญิงคนนั้น “ใครหนอ รักเราเท่าชีวี... ใครหนอปราณีให้เราขี่คอ คุณพ่อ คุณแม่....” เพลงที่ฉันร้องบ่อยๆสมัยเป็นเด็กนี่นา ฉันนึกในใจ แล้วฉันจึงเดินเช้าไปหาเด็กคนนั้นแล้วถามว่า

”ทำไมหนูถึงนั่งเล่นอยู่คนเดียว มืดแล้วนะคะ ทำไมยังไม่เข้าบ้าน...” แต่หาได้ยินเสียงตอบรับจากเด็กคนนั้นไม่ เด็กน้อยคนนั้นได้ใช้ปลายเท้าแตะกับพื้นเพื่อจะหยุดชิงช้า แล้วค่อยๆเงยหน้ามองดูฉัน ฉันเองก็มองดูเธอ และแล้วฉันก็เข้าใจทั้งหมด เด็กคนนั้นได้ยื่นมือเล็กๆของเธอมาให้ฉัน และฉันก็ได้จับมันเอาไว้อย่างมั่นคง ฉันจูงมือเด็กคนนั้น ก้าวเดินจากไปจากที่นั่น ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าฉันกับเด็กคนนี้ต้องไปไหน หากแต่รู้ว่าฉันกับเด็กน้อยต้องไปแล้ว ฉันทั้งคู่!!! “ฉันเป็นที่หนึ่งเสมอ ฉันคิดในใจ ” คราวนี้ฉันก็เป็นที่หนึ่งเหมือนเคยฉันไปก่อนคนแรก ฉันจะไปเป็นคนแรก คงอีกไม่นานหรอกพ่อกับแม่คงตามฉันมา...





Create Date : 10 มีนาคม 2549
Last Update : 12 มีนาคม 2549 21:44:55 น. 5 comments
Counter : 198 Pageviews.

 
ใช้คำและผูกประโยคได้กลมกล่อมดี หักมุมได้จังหวะ ต้องกลับมาอ่านใหม่เพราะไม่เก๊ตอ่ะ แบบว่าโง่ พยายามเข้า สู้ สู้


โดย: แสงดาว IP: 203.159.36.10 วันที่: 11 มีนาคม 2549 เวลา:17:35:05 น.  

 
ตรงย่อหน้า เว้นบรรทัดสักหน่อยดีไหมค่ะ จะได้ทำให้ไม่ตาลายอ่ะค่ะ

เป็นกำลังใจนะค่ะ อัพเรื่องสั้นในบล็อกเหมือนกัน ค่ะ


โดย: ปลากัด (LonelySeason ) วันที่: 11 มีนาคม 2549 เวลา:21:48:56 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
ดูไปอ่านยากจริงๆค่ะ ลายตามากๆ เดี๋ยวจะรีบแก้ไขนะคะ


โดย: นาราคำ วันที่: 12 มีนาคม 2549 เวลา:11:30:30 น.  

 
No new story today a ja? Waiting to see your progress na


โดย: sangdao IP: 203.159.36.10 วันที่: 12 มีนาคม 2549 เวลา:14:52:43 น.  

 
เพิ่งแปะอีกเรื่องไปน่ะ ที่ออกจาลายตา แก้คร่าวๆก่อนนะจ๊ะ อยากจะแต่งบล็อคต่ออ่ะ
แล้วจะรีบแก้ไขเน้อ


โดย: นาราคำ วันที่: 12 มีนาคม 2549 เวลา:21:51:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tiny_ja
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอสงวนลิขสิทธิ์งานเขียน เรื่องสั้นที่อยู่ในบล็อกนี้นะคะ :)

แวะชมบล็อค

ส่งข้อความถึงกันได้ที่นี่
Google
Friends' blogs
[Add tiny_ja's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.