Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 11





ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ตอนนี้อาการป่วยดีขึ้นมากค่ะ เหลือไออย่างเดียว พักผ่อนอีกหน่อยก็หายแล้วค่ะ 

.............

(11)

“บัดแมงปู่เจ้าแถนหลวงจักมาเข้าเฝ้าเพื่อปฤกษางานเมือง หมู่สูก่บ่ต้องกรายไปทางห้องลายสือ ไปเช็ดถูทางโพ้นก่อนประไร”

“เจ้าค่ะ” ข้าไทสองนางรับคำพร้อมกัน รอจนลับร่างของท้าวระสีผู้ควบคุมนางกำนัลพวกนางจึงระรี้ระริกพากันไปยืนหลบมุมเสาเพื่อลอบมองบุรุษที่กำลังเดินเข้าประตูมา ใบหน้าของทั้งสองภายในสุวรรณโคมคำจะเป็นรองก็แต่องค์สุวรรณมุขทวาร หากเปรียบกันและกันก็คงยากนักตัดสินว่าผู้ใดมีชัยกว่า น่ายินดีที่บุรุษคนแรกไม่อาจออกเรือน ส่วนบุรุษคนที่สองก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหมายตาบุตรีเรือนใด 

“ได้หันปู่เจ้าแถนหลวงกับท่านศรีสูรยะแต่รุ่งเปนบุญตาข้าแท้”

“ใคร่ไปถวายงานข้างในนักจักได้บ่ต้องลอบลักแลประนี้ ผิว่าข้าจักต้องตาท่านขุนศึก บ่ได้เปนเมียเอกได้เปนเมียรองก่ยังดี”

“เถิงได้ปรนนิบัติท่านศรีสูรยะก่บ่เสน่หาสูดอก” นางข้าไทคนแรกตวัดสายตาค้อนคนข้างหลัง “จำบ่ได้ฤา ครั้งกระโน้นมีคหบดีใคร่ยกบุตรีหื้อท่านก่ยังปัด แลบุตรีเสนาอำมาตย์ก่ประสบผลเดียวกัน”

“หญิงใดได้ออกเรือนด้วยท่านคงเปนบุญวงศา เสียแต่ทังธานีบ่มีผู้ใดกล้าทาบทามท่านหื้อบุตรีเสียแล้ว” 

“เปนข้าก่คงอับอายจนใคร่ผูกคอตาย” คนฟังเห็นพ้องว่าขุนศรีสูรยะมีความกระด้างเฉกชายชาตินักรบเกินกว่าจะคอยเอาใจผู้มีอำนาจในบ้านเมืองบางคนที่ต้องการดองกับเขาเพื่อขยายอำนาจในราชสำนัก

“แลปู่เจ้าแถนหลวงเถิด อย่างน้อยท่านก่บ่ทำหื้อผู้ใดช้ำอก”

“ว่าได้ฤา ข้ายินเสียงลือหนาหูว่าท่านเอาหญิงบ่มีหัวนอนปลายตีนมาอยู่ร่วมชายคา” 

“แท้รึ บ่หันข้าเคยได้ยิน” น้ำเสียงแปลกใจกระซิบถามกลับเบาๆ

“เฮย...สูบ่ไปอาปณะสถานก่บ่ได้ยินดอก ยินว่าคนเล่าเปนข้าไทเรือนท่านชื่อทุมมา ชาวบ้านแถบหั้นที่เคยหันนางก่ว่างามนัก”

“งามปานใด เทียบข้าไทในวังได้บ่” 

“ข้าก่ใคร่หันว่างามปานใดปู่เจ้าเถิงได้งำไว้บนเรือนเสียเปนขวบปลี บ่หื้อชายใดได้ยลโฉม”

“ฤาท่านจักเก็บไว้เอง”

“ท่านเปนปู่เจ้าบ่ข้องเกี่ยวอิสตรีดอก เจรจามากความไปจักบ่มีเงากบาลดอกสู” ผู้เล่าเป็นฝ่ายหันมาเอ็ดเสียเอง

“คุยอันใดกัน” เสียงระสีที่ย้อนกลับมาดังขึ้นข้างหลัง ข้าไทสาวสะดุ้งหน้าเผือดสี “มายืนส่องอันใดไยบ่ลงไปทำการทางโพ้น บัดแมงเถิดนินทาเจ้านายจักโดนน้ำร้อนกรอกปาก” 

“ขอสูมาเจ้าค่ะ พวกข้าจักไปบัดนี้” พอถูกเอ็ดพวกนางจึงรีบแจ้นออกจากห้องไป 

ระสีคาดโทษไว้ในใจว่าจะไปจัดการอบรมนางทั้งสองภายหลังจากเชิญภูษาฉลองพระองค์ไปยังพระตำหนักพระนางอุรสาเทวี  

“มีอันใดรึ” พระกรรโลงครรภ์ทอดพระเนตรเห็นนางทำหน้าไม่พอใจเข้ามาก็ทรงทัก 

ข้าไทสาวนำพับภูษาที่เพิ่งผ่านการอบร่ำหอมกรุ่นวางบนพระแท่นบรรทมเพื่อให้พระนางคัดเลือกผืนที่โปรดก่อนจะเก็บที่เหลือบรรจุใส่หีบ พอถูกตรัสถามนางจึงเล่าความพลางบ่น พระนางอุรสาได้สดับจึงขมวดพระขนงด้วยความประหลาดหทัย

“แม่นนางปกณที่เปนฉนวนหื้อเกิดความบาดหมางระหว่างพระองค์คำกับปู่เจ้าก่” 

เรื่องแถนหลวงถูกลงอาญาเป็นความใหญ่โตที่แม้แต่พระนางก็ยังไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ หนำซ้ำต่อมายังมีเสียงลืออื้ออึงว่าในระหว่างประพาสเมื่อปีก่อนคราวที่พาสุวรรณมุขทวารไปประทับพักฟื้น กษัตริย์หนุ่มได้มีเรื่องชิงตัวสตรีในอาณัติของแถนหลวงจนกระทั่งเขาต้องมาติดตามเอาคืน 

เวลานั้นพระนางแม้ทราบความแต่ก็ไม่มีเวลาได้ถามเอากับโอรสให้รู้เรื่องเพราะมีเหตุการณ์ปราบโจรมิลักขะเข้ามาแทรก แลความวุ่นวายพันตูรุมเร้าไม่หยุดหย่อนจึงทำให้ทรงลืมเลือนไปเสียสนิท มาวันนี้นางระสีได้เอ่ยถึงปกณนารีผู้นั้นจึงทำให้พระนางดำริขึ้นมาได้

“ข้าก่บ่แน่ใจดอกเจ้าค่ะว่าผู้เดียวกันฤาไม่ หันว่าเพลานี้นางอาศัยอยู่บนอาศรมดุจนายเรือน”

“อยู่บนเรือนเทียวรึ ในฐานะอันใด”

“หันว่าปู่เจ้าแถนหลวงเมตตาเอ็นดูนัก เถิงกับเสี้ยมสอนวิชาหื้อเจ้าค่ะ” แม้ไม่ได้ร่วมจับกลุ่มนินทาว่าข่าวลือต่างๆ ภายในรั้ววังนางก็สามารถเก็บมาได้หมดไม่ขาดตกบกพร่อง ข้าทาสบริพารย่อมต้องเป็นหูเป็นตาแทนนาย 

“เปนหญิงมีอันใดต้องร่ำเรียน หื้ออยู่ด้วยปู่เจ้าประนี้ผู้คนมันบ่ระบือไปทั่วเขตคามแล้วรึ” ดวงเนตรงามหลุบมองข้าไทข้างพระองค์ เห็นระสีก้มหน้าไม่กล้าสบพระเนตรจึงพอทราบความได้ว่าเรื่องหญิงชายอยู่ร่วมชายคาโดยไม่ได้ออกเรือนนี้เป็นที่ครหาไปไกลเกินแก้ไข

“ระบิลระบือบ่เท่าใดเจ้าค่ะ ข้ารึหวั่นใจวิมลากว่านางจักมีอาคมแก่กล้า ขนาดปู่เจ้าแถนหลวงยังแลลุ่มหลงนางจนยอมขัดพระกระแสรับสั่งในกัมรเตง อัญเถิงหลายหน”

“คำค่อนคนนินทาน่าบัดสี บ่หันมีอันใดน่าเชื่อถือ” พระนางอุรสาไม่ใช่คนหูเบา ถึงแม้คลางแคลงใจจนเอนเอียงไปไม่น้อย ทว่าพระนางเคยเป็นผู้ที่ต้องลำบากเพราะลมปากคนจึงไม่ทรงยินยอมตัดสินเชื่อเรื่องเล่าที่ยังไม่แน่ชัดในมูลง่ายๆ

“เอาเถิด ข้าก่ใคร่หันนางสักเทื่อ อาศรมปู่เจ้าก่เท่าหั้นบ่รู้กินนอนกันอย่างใด หื้อคนไปพามาเฝ้าวันพรุ่งข้าจักได้ถามเสียหื้อแจ้ง”



ขวัญอรุณรู้สึกเหมือนเป็นนักโทษที่ถูกควบคุมตัว เย็นวานหมู่โขลนสองนายนำพระประสงค์ของพระนางอุรสาเทวีมาแจ้งแก่ปู่เจ้าแถนหลวง มันไม่ใช่การขออนุญาตหากแต่เป็นการบอกกล่าวต่อผู้ปกครองของหญิงสาว ดังนั้นถึงไม่อยากให้ไปเขาก็ไม่อาจขัดขืน 

หัวรุ่งไทวะล่วงหน้าเข้าวังตามเวลาปกติ พอสายคนจากในวังมารับตัวขวัญอรุณขึ้นเรือ อาศัยชัยภูมิที่เป็นเกาะมีลำน้ำโขงล้อมรอบสุวรรณโคมคำจึงไม่จำเป็นต้องขุดคูเมืองหากแต่สร้างกำแพงและป้อมปราการไว้ล้อมรอบทดแทน 

ภายในบริเวณพระราชฐานชั้นนอกมีคนงานเดินกันพลุกพล่านเนื่องจากเป็นที่ตั้งโรงช้าง ที่พักของควาญช้าง โรงม้า คลังหลวงสำหรับเก็บอาวุธและของสำหรับเบิกจ่าย สวนเกษตร หมู่บ้านช่างงานฝีมือ 

พวกคนงานหยุดมือจากกิจกรรมที่กำลังทำชั่วขณะหันมาจับจ้องมองด้วยความสนใจ โขลนหญิงไม่ได้แสดงท่าใส่ใจเท่าใด ขณะที่ขวัญอรุณก็จ้องตอบพวกเขาอย่างใคร่รู้เช่นเดียวกัน 

เดินอยู่นานกว่าจะถึงกำแพงกั้นเขตพระราชฐานชั้นนอกและชั้นกลาง นายทวารผู้ยืนเฝ้าประตูกำแพงทักทายผู้นำทางหญิงสาวประสาคนคุ้นหน้าคุ้นตากัน ขวัญอรุณเห็นยอดปราสาทเด่นเป็นสง่าอยู่เหนือแนวอิฐ 

พอล่วงเข้าสู่ด้านในจึงสามารถเห็นหมู่ปราสาท มีท้องพระโรงอันเป็นที่ตั้งของพระราชบัลลังก์ สถานที่ออกว่าราชการและรับแขกเมือง มีชาลาสำหรับออกไปยังหน้าพระลานสำหรับให้ประชาชนเข้าเฝ้าตัดสินความด้านหลัง 

ราชมณเฑียรสถานหรือเรือนหลวงที่ประทับของพญาสุวรรณมุขทวารบดีศรีโคมคำนั้นอยู่ใกล้กับที่ตั้งพระตำหนักพระกรรโลงครรภ์ หากกั้นกลางด้วยสวนและต้นไม้ มีทางเดินเชื่อมภายนอก สามารถไปมาถึงกันได้อย่างรวดเร็ว มีเรือนเล็กเรือนน้อยและเรือนข้าราชบริพารหญิงปลูกแยกไปต่างหากเป็นสัดส่วน

ให้เทียบความใหญ่โตกับพระบรมมหาราชวังในรัตนโกสินทร์ สุวรรณโคมคำคงเทียบไม่ติด หากขวัญอรุณกลับรู้สึกตื่นเต้น หัวใจพองโตเมื่อได้มายืนในสถานที่แห่งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ซึ่งในอนาคตจะต้องถูกกระแสน้ำเปลี่ยนทิศพัดล่มสาบสูญ 

น้ำตาหญิงสาวเอ่อคลอหน่วยยามคิดว่าอีกฝั่งหนึ่งของเกาะคือผืนแผ่นดินที่เคยติดสอยห้อยตามศาสตราจารย์วารีมาขุดค้นซากโบราณสถาน แม้ได้มาอยู่ในสถานที่จริงต้นเค้าเรื่องราวทว่าเธอกลับไม่รู้ว่าสุสานมัมมี่ถูกสร้างขึ้นในสมัยใดของสุวรรณโคมคำ แต่จากการถามไทวะเขาไม่เคยทราบว่ามีหลุมศพลักษณะดังกล่าวมาก่อน 

พญาสุวรรณมุขทวารเพิ่งครองราชย์เป็นองค์ที่สองต่อจากพญาไอยที่เสด็จสวรรคตไป เป็นไปได้อย่างมากที่จะมีการก่อสร้างขึ้นในภายหลังเพราะยังไม่มีสตรีสูงศักดิ์คนใดเสียชีวิตนับตั้งแต่ตั้งเป็นราชธานีมา 

การรักษาสภาพซากศพด้วยการทำมัมมี่จำเป็นต้องใช้ศิลปะวิทยาขั้นสูง บางทีอาจไม่ได้ทำขึ้นในรัชกาลนี้แต่เป็นอีกหลายร้อยปีข้างหน้าเมื่อตอนที่สุวรรณโคมคำเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดก็เป็นได้ 

“สูรออยู่เพ้ บัดแมงพระกรรโลงครรภ์จักโปรดหื้อคนมาพาเข้าเฝ้า” โขลนทิ้งขวัญอรุณเอาไว้หน้าพระตำหนักผละไปเมื่อหน้าที่ของตนลุล่วง 


หญิงสาวยืนอยู่ตามลำพังท่ามกลางความร่มรื่นเขียวขจีของต้นไม้น้อยใหญ่ ในทีแรกเธอได้แต่มองสำรวจไปรอบๆ เพราะไม่กล้าขยับกายออกจากจุดที่โขลนสั่ง ครั้นเวลาผ่านไปนานสองนานไม่มีวี่แววว่า ‘คนข้างใน’ จะออกมาจึงเริ่มขยับไปทีละก้าวสองก้าว

เธอพยายามไม่ไปไกลจากทางเดินมากนักเพื่อที่จะได้มองเห็นและได้ยินเสียงเรียกหา แต่ผลสุกลูกไม้ที่ดกดื่นเต็มต้นก็เป็นสิ่งล่อตาล่อใจคนซุกซนอยู่ไม่น้อย มีอยู่ต้นหนึ่งส่งกลิ่นหอมมาแต่ไกลพอเสาะสายตาหาจึงเห็นว่ามาจากผลไม้สีเหลืองสุกที่ร่วงกราวอยู่บนพื้นใต้ต้น 

ขวัญอรุณกวาดมองรอบตัวพอไม่เห็นว่ามีใครอยู่จึงปรูดเข้าไปเก็บ ผลไม้สุกหอมหวนแต่น่าเสียดายที่ทุกลูกสุกจัดพอตกลงมาจึงช้ำไม่น่าดู เธอแหงนหน้าขึ้นข้างบนเห็นตามกิ่งยังมีพราวต้นทว่าพวกมันก็อยู่สูงเกินกว่าจะเอื้อมเก็บได้ หญิงสาวพยายามกระโดดเอื้อมหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จจึงตัดสินใจปีนขึ้นไปเก็บให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

โดยไม่สนใจผ้าซิ่นที่ถกขึ้นมาจนถึงหัวเข่า เจ้าหล่อนขึ้นไปนั่งอยู่บนคบไม้ใหญ่ เก็บผลไม้สุกที่ไม่รู้ว่าเป็นลูกอะไรอย่างสนุกมือ บางผลมีรอยสัตว์แทะและนกจิกกินจึงอนุมานได้ว่าปลอดภัย   

เธอพึมพำขณะลองแบะลูกไม้ในมือ น่าประหลาดที่ผลไม้จากต้นเดียวกันกลับมีรูปทรงต่างกัน มีทั้งแบบกลมและแบบเป็นแป้นแบนๆ คล้ายลูกพลับ แบบผลกลมมีเมล็ด แบบผลแป้นไม่มีเมล็ด ส่วนรสชาติฝาดปนหวานเหมือนกัน 

เอาไปฝากกทลีด้วยดีกว่า อันนี้มีเมล็ด อันนี้ไม่มีเมล็ด...ถ้ามันรสไม่ต่างก็เอาแบบไม่มีเมล็ดไปสิ....

เจ้าหล่อนคุ้ยโยนผลไม้ที่ ‘คัดทิ้ง’ ออกจากตักโดยไม่ทันก้มลงไปมองด้านล่าง พลันเสียงตุบตับก็เปลี่ยนเป็นเสียงร้องโอ๊ยของใครบางคนที่เพิ่งกลับออกมาจากตำหนักของพระมารดา สุรเสียงเกรี้ยวโกรธเปล่งถามทันควันว่าผู้ใดกล้าปาลูกไม้สุก 

มีหรือคนผิดจะขานตอบ ขวัญอรุณหน้าแหย เก็บแข้งเก็บขาหมอบอยู่บนต้นไม้ แทบกลั้นหายใจเสียด้วยซ้ำเมื่อเห็นร่างสูงก้าวตรงมาด้วยท่าทางทรงพลังเหมือนจะหักคอใครก็ตามที่ทำให้โกรธได้ด้วยมือเปล่า เพียงเห็นผ่านช่องใบไม้วับแวมคนบนต้นไม้ก็ใจฝ่ออยากโดดลงจากต้นไม้แล้ววิ่งหนีไปให้ไกล

ที่แย่คือหญิงสาวคิดว่าสามารถเอาตัวรอดหรือวิ่งหนีหมีป่าที่กำลังโกรธได้ แต่ไม่สามารถวิ่งหนีบุรุษผู้เป็นใหญ่แห่งสุวรรณโคมคำที่กำลังโกรธได้ ต่อให้เขาหน้าตาไม่เหมือนหมีป่าแต่อารมณ์ล่ะเธอเดาว่าคงพอฟัดพอเหวี่ยงไม่น้อยไปกว่ากัน 

“ข้าถามว่าผู้ใดอยู่บนหั้น ลงมาบัดนี้!” สุวรรณมุขทวารตรัสสุรเสียงดัง

แม้เจ้าตัวจะทำหน้าเรียบเฉยยามถือผลไม้สุกในมือแล้วเหลือบมองขึ้นมา แต่ด้วยน้ำเสียงและแววตาข่มขวัญ ขวัญอรุณคิดว่าพระองค์ช่างเป็นบุคคลที่ทำให้ชาวบ้านขวัญหนีดีฝ่อได้เก่งจริงๆ ไม่เจอหนึ่งปียังน่ากลัวเหมือนเดิมไม่มีผิด

โอย...จะทำยังไงล่ะทีนี้ พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย!

“จักลงฤาบ่ลง”  

เรื่องอะไรจะยอมลง ไม่มีทาง!

ขวัญอรุณหลับตาปี๋ทำตัวเป็นตุ๊กแกเกาะต้นไม้พรางตัวอยู่ในพุ่ม ไม่ยอมโผล่แพลมร่างกายส่วนหนึ่งส่วนใดให้อีกฝ่ายเห็น นึกถึงประสบการณ์อันเลวร้ายเมื่อครั้งสุดท้ายที่พบกันก็ยิ่งทำให้เธอไม่กล้าลงไป 

หลักฐานเต็มเหนี่ยวขนาดนี้อาจถึงขั้นถูกตัดมือข้อหาขโมยก็ได้ คราวนี้จะร้องให้ใครช่วยก็คงไม่ได้แล้ว ไม่น่ารนหาเรื่องเพราะเห็นแก่กินเลย ฮือ...

โอ๊ย! 

หญิงสาวคร่ำครวญในใจยังไม่ทันจบ จู่ๆ ก็มีก้อนอะไรบางอย่างลอยทะลุพุ่มไม้เข้ามาโดนตัว จากนั้นก็ตามมาติดๆ อีกลูก พอก้มมองเธอจึงเห็นว่าคนข้างล่างหยิบผลไม้ที่ตกบนพื้นปาขึ้นมาไม่ออมแรง ครั้นโดนตุบตับเข้าจังๆ เป้านิ่งจึงเผลอร้องออกมาเสียงโอย ขวัญอรุณกัดปาก ลูบศีรษะน้ำตาเล็ด

เจ็บนะ! คนบ้าแรงวัวแรงควายมาเกิด ปามาได้เกิดหัวแตกขึ้นมาจะทำไง!

คนถูกทำอยู่ฝ่ายเดียวเริ่มโมโหจนลืมไปว่ากำลังโต้ตอบอยู่กับใคร ร่างบางหยัดกายขึ้นยืนแล้วเริ่มขย่มกิ่งไม้ให้เจ้าผลลูกไม้หล่นกราวตกใส่ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างล่างเหมือนห่าฝน

“หยุด! ข้าปรามหื้อสูหยุดบัดนี้!” พญาสุวรรณมุขทวารยกพระกรขึ้นป้องนลาฏ ผู้เป็นใหญ่เหนือมวลทหารสามารถหลบหลีผลลูกไม้พลางปัดได้อย่างแคล่วคล่องผิดจากกิริยายามก้าวย่างในบางคราที่แลเนิบนาบเย็นใจ 

สิ้นเสียงตวาดทุกสิ่งจึงเงียบกริบบัดดล!

กว่าขวัญอรุณจะรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปทุกอย่างก็สายเสียแล้ว เธอหน้าซีดตัวสั่นกลัวเขาไม่ต่างจากจิ้งจกดวงกุดที่ถูกแมวหมายหัว 

คนบนต้นไม้ทิ้งความคิดที่จะมอบตัวไปในแวบแรก ไม่ใช่หนทางที่ดีแน่ ยิ่งเห็นเขาจ้องตาวาวอยู่ข้างล่างเหมือนรอคิดบัญชีอยู่เธอจึงตัดสินใจหนีดีกว่า... 

ร่างบางค่อยๆ ไต่ขึ้นไปบนต้นไม้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ หวังอย่างเดียวว่าเขาจะไม่ปีนตามเธอขึ้นมา แต่ด้วยความร้อนรนรีบเร่งทำให้หญิงสาวไม่ทันระวังตัวเหยียบพลาดจนร่างไถลลื่นลงมาเกือบพลัดตก

โอ้แม่เจ้า...กรี๊ดดด...! 

ขวัญอรุณกรีดร้องเสียงหลง โชคยังดีที่มือเหนียวตีนเหนียวคว้ากิ่งไม้เอาไว้ได้ก่อนจะตกจริง พอลืมตาอีกครั้งหญิงสาวจึงพบว่าตนเองกำลังห้อยหัวต่องแต่งอยู่กับกิ่งไม้ใหญ่ ครั้นแหงนหน้าเหลือบตามองเหนือศีรษะจึงสบเข้ากับสายตาคมเข้มของบุรุษที่ยืนอยู่ใกล้เพียงแค่คืบ

คนโหนตัวเบิกตากว้างเสียยิ่งกว่าเห็นผี เจ้าหล่อนกรีดร้องเสียงแหลม ปล่อยตัวจากที่ยึดด้วยความตระหนกหล่นจากต้นไม้ตกกระแทกใส่ชายหนุ่มล้มลงไปนอนเค้กองอยู่กับพื้นด้วยกันทั้งสอง ความเงียบงันเคลื่อนตัวเข้ามาแทนที่เสียงโหวกเหวก 

หายนะ...ฉิบหาย...บรรลัย...วินาศ...เลือกใช้คำไหนก็มีค่าเท่ากัน ไม่มีนาทีไหนที่เธออยากจะหายตัวกลับโลกอนาคตเท่าเวลานี้อีกแล้ว!



สุวรรณมุขทวารสูดอัสสาสะปัสสาสะโดยแรงจนพระอุระกระเพื่อมขึ้นลง ร่างอ่อนนุ่มของอิสตรีที่แนบชิดอยู่บนพระวรกายแข็งแกร่งทำให้พระองค์ถึงกับนิ่งขึงไปอึดใจใหญ่ 

เหตุใดผู้ที่หล่นลงมาจึงไม่ใช่เด็กทโมนดังที่พระองค์ทรงดำริไว้ในหทัยแต่แรก ทว่ากลับกลายเป็นหญิงสาวผู้มีผิวกายละมุนดุจกลีบบงกช แผ่นหลังนวลเนียนสีดอกลำดวนทำให้ทรงนึกอยากเอื้อมหัตถ์ไปลูบไล้ปลอบประโลมให้เจ้าของร่างน้อยคลายอาการสั่นเทา

นางคงไม่ใช่ข้าพนักงานนางกำนัลภายในวัง หาไม่แล้วเพียงได้เห็นชายพระภูษาโผล่พ้นจากทวารพระตำหนัก ข้าทั้งหลายเหล่านั้นจะต้องเร้นกายให้พ้นพระเนตร ไม่ขวางทางพระดำเนินหากเลี่ยงไม่พ้นก็ต้องหมอบลงกับพื้นรอให้พระองค์เสด็จผ่านไปก่อนจึงจะกระทำหน้าที่ของตนต่อ 

แล้วนางผู้นี้มาจากที่ใดเล่า ฤาจักเป็นนางไม้อารักต้นจัน กลิ่นกายจึงได้จรุงหอมเสมือนนางนั้นเป็นผลจันเสียเองกระนั้น...

ขวัญอรุณรู้สึกประหลาดที่อยู่ดีๆ ต้องมานอนอยู่บนร่างของผู้ชายตัวใหญ่ เธอเองก็อยากยันกายลุกขึ้นอยู่หรอกแต่สัญชาตญาณเตือนว่ามีอะไรบางอย่างไม่ปกติ ไม่ใช่ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ข้างหู หรือมือร้อนผ่าวที่แตะอยู่บนแผ่นหลังเปลือยเปล่า

ใช่...เปลือยเปล่านั่นถูกต้องแล้ว เธอรู้สึกเหมือน...เหมือนร่างกายท่อนบนโล่งโจ้งไม่ได้ห่มอะไรเลย...!

“จักทับข้าอีกนานเท่าใด”  

เสียงกระซิบที่ดังขึ้นข้างหูทำให้คนฟังถึงกับขนลุกเกรียวตั้งแต่ท้ายทอยลงไปตามแนวไขสันหลังจนถึงก้นกบ ลมเย็นๆ พัดมาระผิวกายวูบใหญ่ยิ่งทำให้แน่ใจว่ามีอะไรบางอย่างหายไปจากร่างกายท่อนบน 

ดวงตาดำกลมเหลือบขึ้นมองเหนือศีรษะอย่างหวาดๆ ผ้าแถบผืนยาวทิ้งชายปลิวสะบัดอยู่ไหวๆ ติดอยู่บนกิ่งไม้ ขวัญอรุณสะอึกกลืนน้ำลายลงคอรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอก

“เจ็บที่ใดบ่ลุก” ยิ่งเห็นหญิงสาวก้มหน้างุดไม่ยอมเงยพระองค์จึงยิ่งสงสัย 

“ผ้าเจ้าค่ะ! ผ้า!” นิ้วเรียวชี้โบ้ชี้เบ้ไปทางต้นไม้ สุวรรณมุขทวารเงยพระพักตร์มองตามยังไม่เข้าพระทัย  

“ผ้าสูมีอันใด” 

ขวัญอรุณช้อนตาขึ้นมองด้วยใบหน้าแดงก่ำ กระมิดกระเมี้ยนยามต้องร้องขอให้เขาช่วยหยิบผ้าผืนนั้นลงมาให้

ปกติการแต่งกายของหญิงชาวสุวรรณโคมคำทั่วไปมีทั้งนุ่งห่มท่อนบน และมีทั้งที่เปิดเผยทรวงอกเปลือยเปล่า แต่ด้วยสภาพอากาศที่หนาวจนถึงเย็นเกือบตลอดทั้งปีทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ยังไม่ออกเรือนนิยมนุ่งห่มท่อนบน ถ้าไม่ด้วยพันผ้าแถบก็ยังต้องมีผ้าคล้องบ่าสักผืนเอาไว้ป้องกันลมกันแดด 

หญิงทำงานหนักมักนุ่งห่มมิดชิดกว่าหญิงที่ทำงานเบา อย่างโขลนหญิงก็แต่งกายทะมัดทะแมงทั้งบนล่าง รัดกุมกว่านางกำนัลซึ่งเดินเปลือยอกกรีดกรายไปทั่วเหมือนนางสวรรค์ ยกเว้นหญิงมีลูกแล้วจะนิยมเปลือยอกเพราะสะดวกกับการให้นมบุตร

สำหรับขวัญอรุณที่ถูกเลี้ยงดูมาคนละแบบ ย่อมไม่สามารถเปลือยร่างกายในที่สาธารณะได้เหมือนเป็นเรื่องปกติ แม้พยายามปรับตัวตามสภาพแวดล้อมแต่เธอก็ไม่ใช่คนที่เกิดและเติบโตมากับวัฒนธรรมเช่นนี้โดยกำเนิดจะให้ปฏิบัติเหมือนคนท้องถิ่นก็ออกจะประดักประเดิดอยู่ไม่น้อย

“กรรุณาหยิบผ้าหื้อข้าได้ก่เจ้าคะ” 

ดูเถิดแผ่นดินนี้มีใครกล้าใช้สอยพระองค์ซึ่งเป็นถึงท้าวพญามหากษัตริย์ ทว่าเห็นแก่ใบหน้าแดงก่ำของนาง พญาสุวรรณมุขทวารจึงเอื้อมพระหัตถ์ขึ้นจับชายผ้าแล้วดึงลงมาให้โดยไม่ค้านติง

“ขอบพระทัย” ขวัญอรุณเงยหน้าขึ้นมองผ้าในอุ้งหัตถ์ใหญ่ องคุลียาวเรียวดั่งลำเทียนคลึงปั้น พอเลื่อนสายตาขึ้นตามพระศอ สบดวงเนตรคมเข้ม ดวงหน้างามจึงยิ่งร้อนราวกับถูกไฟโหมไหม้จนใกล้กลายเป็นฝุ่นผง  

“เราเคยประสบพบกันที่ใดมาก่อน ฤา ไม่” พระองค์ยึดผ้าเอาไว้พลางนิ่วพระพักตร์ เจ้าหล่อนรีบสั่นหน้าเร็วไว ตอบเสียงสูงหนักแน่น

“บ่เคยเจ้าค่ะ!”


 ....................

จบตอน







Create Date : 06 ธันวาคม 2558
Last Update : 17 มกราคม 2560 17:25:51 น. 22 comments
Counter : 3003 Pageviews.

 
เอาแล้วไงๆ ขอให้จำได้ด้วยเถ้อออ พระเอกของเราเจอร่างหอมๆแล้วโกรธไม่ออกเลย


โดย: DekDoi IP: 1.47.2.133 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:4:59:13 น.  

 
เขินนนนนน พระองค์คำน่ารักมาก อ่านเพลินๆจบตอนอีกแล้ว ขอเดาว่าขุนศรีสูรยะคือราหุ์ที่กลับชาติมาเกิดหรือเปล่าคะ? สนุกมาก เป็นกำลังใจให้นะคะ คุณเกตต์หายไวๆ


โดย: เวย์ IP: 27.55.64.141 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:5:00:45 น.  

 
อัยยะ แค่นี้ก็ฟินได้
ทำเหมือนไม่เคยอ่าน กลับมาอ่าน ยังเขินแทนขวัญอรุณอยู่ดี คริๆ รอตอนต่อไปเน้อคุณเกตต์


โดย: First IP: 94.23.252.21 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:5:56:21 น.  

 
ตกใส่ไม่พอ..ผ้าหลุดด้วย..เคราะห์ซ้ำกรรมซัดนะหนูขวัญ 555
พี่เกตต์พักผ่อนเยอะๆนะคะ :)


โดย: Pinkc IP: 94.23.252.21 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:6:05:37 น.  

 
น่ารักเกินไปแล้วเจ้าขวัญ เขินตามไปด้วยเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะคุณเกตต์


โดย: patch IP: 49.229.33.85 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:6:25:45 น.  

 
ห่างกันเป็นปี จะเจอหน้ากันแต่ละที ต้องมีวีรกรรมเด็ดๆให้ต้องอึ้งได้ตลอดนะขวัญอรุณ
เจอคนที่จะเอาไปเป็นแม่ของลูกแล้วนะ จะเป็นยังไงต่อหละทีนี้


โดย: Nok IP: 223.24.9.216 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:8:19:59 น.  

 
เห็นด้วยคะขุนศรีคือราห์แน่นอน ตอนนี้อ่านไปเขินไป


โดย: นงนง IP: 49.229.29.52 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:8:27:54 น.  

 
นึกตอนต่อไปไม่ออก แถมเจ้าขวัญยังมีหน้าโกหกต่ออีก
บ่เคยเจ้าคะ
55555 ยอมจริงๆ แม่หญิงทะโมนผู้นี้


โดย: เจ้าแต้ม IP: 49.237.199.148 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:8:37:14 น.  

 
ขอบคุณ คุณเกตต์ ที่อุตสาห์เอามาลูกจันมาให้ยลนะคะเนี่ย เยอะแยะเชียว



โดย: kira IP: 49.229.96.22 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:8:56:32 น.  

 
ชอบตอนนี้มากค่ะเป็นตอนที่ทำให้อดขำไม่ได้รีบมาต่อนะคะ


โดย: ปิ่นปินัทธ์ IP: 202.28.119.251 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:9:27:37 น.  

 
อ่านแล้วยิ้ม


โดย: Beerbeer IP: 171.101.224.196 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:12:35:03 น.  

 
ซนจนได้เรื่องนะขวัญ จะได้กลับออกจากวังมั้ยล่ะคราวนี้ :)


โดย: Neung IP: 49.230.227.213 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:13:03:11 น.  

 
^___^
รักษาสุขภาพมากๆน้าาา


โดย: ตัวอ้วน IP: 1.46.174.252 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:15:32:45 น.  

 
ชอบตอนนี้มากค่ะเป็นตอนที่ทำให้อดขำไม่ได้รีบมาต่อนะคะ


โดย: ปิ่นปินัทธ์ IP: 202.28.119.251 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:15:49:10 น.  

 
พอจะเดาออกแล้วว่าพี่ราห์คือใครในยุคสุวรรณโคมคำ เขินหนักมากกับฉากสุดท้าย พี่เกตต์อาการดีขึ้นแล้ว ดีใจจัง รักษาสุขภาพนะคะ บทที่12จะได้มาไวไว อิอิ


โดย: Kawee IP: 49.229.99.239 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:16:34:27 น.  

 
โอมมมม ... สต๊อคจงมาๆ

เขินแทนหนูขวัญอ่ะ เจอกันก็โป๊ใส่ซะแล้ว


โดย: ทราย IP: 118.173.61.89 วันที่: 6 ธันวาคม 2558 เวลา:18:22:32 น.  

 
ง่า......กรี๊ดดดดด ไม่น่ารีบมาอ่านเลยค่า รอให้คุณเกตต์อัพต่ออีกตอนคงดีกว่า แบบว่ามันคาใจ อยากอ่านต่อแล้วอ๊ากส์!!!!!!


โดย: Khunprawn IP: 27.55.5.166 วันที่: 7 ธันวาคม 2558 เวลา:6:45:41 น.  

 
5555ใช้เก็บผ้าสะด้วย นางแจ่มมาก


โดย: sakeena IP: 125.24.248.61 วันที่: 8 ธันวาคม 2558 เวลา:8:54:05 น.  

 
เอ๊ะ ทำไมมาถึงตอนนี้เร็วจัง ตอนหน้าองค์คำคงจะเอาผลจันทน์มากำนัลแล้วสิ


โดย: กรรดึก IP: 180.183.4.24 วันที่: 11 ธันวาคม 2558 เวลา:1:28:25 น.  

 
องค์คำทรงมัวตะลึงพรึงเพลิดกับกลิ่นกายของขวัญอยู่เป็นแน่


โดย: อุษาสะพรั่ง IP: 192.99.14.36 วันที่: 14 ธันวาคม 2558 เวลา:16:54:02 น.  

 
เหมาะสมกันมากเลยค่ะ
คนนึงขย่มกิ่งให้ผลหล่นใส่หัว อีกคนโยนผลใส่คนบนต้นไม้ 555


โดย: ณกานต์ IP: 223.206.244.53 วันที่: 22 ธันวาคม 2558 เวลา:19:30:25 น.  

 
อ่ะหืมมมมม
กำลังแก่นๆ กุ๊งกิ๊งๆ อยู่ดีๆ หนังเปลี่ยนม้วน กลายเป็นโนแมนติก เซ็กซี่ซะงั้นนนนนนน

โอ้ยชอบมากๆเลยค่ะะะะะะะ เขินนนนนนนนน


โดย: หนูแรคคูน IP: 1.1.176.189 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:22:17:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 67 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.