Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 8







เพิ่งจะสร่างไข้ ตื่นมาไม่มีอาหารนี่มัน...(เหลือข้าวกะมายองเนส)

.......

(8)

แสงตะวันลอดผ่านช่องว่างใบไม้ลงมาต้องผิวเนื้อเปลือยเปล่าและมัดกล้ามเนื้อแข็งแรง เขาไม่ได้สวมเสื้อเช่นเดียวกับคนอื่นๆ สะพายกระบอกบรรจุลูกศรไว้ด้านหลัง ดวงตาสีเข้ม ผิวสีแทนดุจสีของแม่น้ำในฤดูน้ำหลาก ทว่าใบหน้ากลับคมคายแลปราดเปรียวทรงพลัง

“ท่านขุนศรีสูรยะ” ทหารผู้น้อยหน้าถอดสีรีบรายงานแข็งขัน “อีผู้นี้ผวาโถมเข้ามาขวางกระบวนเสลี่ยง ข้าจับตัวมาหื้อท่านขอรับ” 

“กล้าขวางกระบวนดำเนินพระนางอุรสาเทวี พระกรรโลงครรภ์แห่งพญาสุวรรณมุขทวารบดีศรีโคมคำเชียวรึ แลนางมาแต่หนใด” ศรีสูรยะพินิจหญิงสาวที่กำลังยืนหายใจไม่ทั่วท้องด้วยสายตาคมกริบ 

“เปนหญิงต่างเมืองขอรับ เจรจาภาษาใดข้าก่บ่รู้ความ ราญศึกมาหลายสมรภูมิก่บ่เคยได้ยินสักเทื่อ”

ชายหนุ่มคิดว่าตนเคยเห็นหน้าของนางมาก่อน ทบทวนอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ใด พอถูกถามซ้ำว่าจะให้ทำเช่นไรกับนาง ผู้บังคับกองทหารจึงสั่งเรียบๆ 

“กระบวนม้าล่วงหน้าไปเถิงริมธารโพ้นแล้ว แลคงตั้งพลับพลาที่จักค้างแรมใกล้ลุล่วง จงไปเร่งทหารเลวนางในทังหลายหื้อซอยตีนไวไว พระกรรโลงครรภ์จักได้สรงสนานก่อนฟ้ามืด ส่วนหญิงผู้บ่รู้กาลเทศะก่หื้อเอาฟืนแดงนาบน่องแลขับมันไปหื้อไกลบ่หื้อมาทางเพ้อีก”

ศรีสูรยะสั่งการแล้วเสร็จจึงบ่ายหน้าชักม้ากลับไปยังทางเดิม ขวัญอรุณโล่งใจได้เพียงประเดี๋ยวเดียวก็ถูกลากให้เดินตามแพขบวนขึ้นไปบนเขา 

เสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังซู่ซ่ามาแต่ไกล หญิงสาวแน่ใจว่าข้างหน้าคือน้ำตก คงเป็นน้ำตกสายเดียวกับที่ไปตักน้ำเมื่อครู่แต่คงอยู่สูงกว่าคนละชั้นกัน เธอสะอื้นในลำคอเมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มที่ผละหายไปหากเขากลับมาไม่พบก็คงเป็นห่วง 

...ถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนี้คงไม่วิ่งมาหาเรื่องหรอก ผิดคำของยายเสียเมื่อไร ยัยขวัญ!

ขวัญอรุณอยากยกแขนขึ้นปาดเหงื่อแต่ก็ยากจะทำได้ถนัด กลุ่มคนซึ่งเคยเข้าใจว่าเป็นนักแสดงกำลังตั้งค่ายพักแรมใกล้กับน้ำตกที่โปรยตัวลงมาจากผาสูงกระแทกโขดหินแตกฟองเป็นละอองขาวฟุ้ง

ถ้าบอกว่านี่คือหิมพานต์เธอก็คงจะเชื่อโดยไม่ลังเล ทั้งที่น้ำตกสวยงามบรรยากาศดีกลางขุนเขาน่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมได้ไม่ยาก ทว่าหญิงสาวกลับไม่เห็นนักท่องเที่ยวสักคน

กระท่อมไม้สร้างจากฝาขัดแตะ หลังคามุงจาก ปิดช่องประตูหน้าต่างด้วยผ้าทอผืนยาวสีขาว ลักษณะคล้ายสร้างไว้พักชั่วคราวสองหลังตั้งอยู่ไม่ห่างจากน้ำตกมากนัก ขนาดของมันใหญ่พอจุคนได้ราวหลังละยี่สิบคน ภายในบริเวณเดียวกันมีคนจำนวนหนึ่งกำลังทำหน้าที่ของตนอย่างขมีขมัน ทั้งตัดฟืน หุงหาอาหาร เลี้ยงม้า มีคนแต่งกายแบบเดียวกับชายที่จับเธอมาเดินถืออาวุธกันให้ขวักไขว่

ชายคนดังกล่าวพาขวัญอรุณผ่านหน้ากระท่อมหลังหนึ่ง ข้างประตูมีเสาไม้ไผ่สูงที่เรียกว่า ‘โคมค้าง’ ตั้งอยู่ บนปลายยอดยามปกติจะแขวนไว้แต่โคมไฟเพื่อจุดบูชาหรือให้แสงสว่าง หากโคมค้างเสานี้กลับแขวนบางสิ่งแตกต่างออกไป

จากการคะเนด้วยสายตาสิ่งที่คล้องอยู่ปลายยอดนั้นคือแผ่นโลหะกลมแบนลักษณะคล้ายจานถูกตีให้โป่งเป็นหลุมตรงกลาง ศาสตราจารย์วารีอธิบายถึงฆ้องของคนโบราณซึ่งไม่ใช่ฆ้องอย่างเครื่องดนตรีไทย แม้ตีได้เสียงดังเหมือนกันแต่การทำหน้าที่นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

เครื่องดนตรีฆ้องนั้นให้ความบันเทิงเริงรมย์ ทว่าฆ้องที่เรียกว่า ‘พาน’ เป็นเครื่องบ่งบอกถึงยศศักดิ์อำนาจ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ใครจะมีไว้กับตัวได้ตามใจชอบ ต้องเป็นผู้มีบุญบารมีระดับเจ้าผู้ครองนครหรือผู้ครองแคว้นจึงจะมีสิทธิ์ครอบครองเป็นเจ้าของ  

ขวัญอรุณตัวสั่นขณะถูกลากดึงให้เดินหน้าต่อไป ผ่านไปอีกด้านหนึ่งของค่ายพักแรมคือบริเวณก่อฟืนหุงหาอาหาร ชายฉกรรจ์จับแขนเธอโอบรอบต้นไม้แล้วมัดเอาไว้ หญิงสาวต่อสู้ขัดขืนแต่ไม่อาจต้านทานพละกำลังของคนแข็งแรงกว่า 

เธอเหลียวมองตามชายคนดังกล่าว น้ำตาไหลซึมจากหางตาทันทีที่เห็นเขาเดินกลับไปเลือกหยิบไม้ติดไฟซึ่งกำลังคุโชนออกมาจากกองฟืน

นั่นเขาคิดจะหยิบฟืนมาทำอะไร ไม่นะ!

ขวัญอรุณร้องไห้พลางดิ้นรนสุดกำลังเพื่อให้หลุดพ้นออกจากการถูกมัด ชายคนดังกล่าวสั่งหญิงสาวอีกสองคนในที่นั้นให้ช่วยกันจับตรึงข้อเท้าเธอให้อยู่นิ่งแล้วถลกชายผ้านุ่งขึ้นเผยให้เห็นปลีน่อง คนถูกพันธนาการล่วงรู้ด้วยตนเองว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

เขาคิดจะใช้ฟืนนาบน่องมนุษย์หรือนี่! 

ร่างบางหวีดร้องอย่างเสียขวัญสุดเสียง มือลงทัณฑ์ใช้ให้หญิงหนึ่งในสองหาอะไรมายัดอุดปากขวัญอรุณเอาไว้ให้เงียบ แต่ไม่เป็นผลเพราะเธอทั้งสะบัดและกัดโต้ตอบ เสียงเอะอะวุ่นวายลั่นป่าแข่งกับเสียงน้ำกระแทกตกจากตาดผาก่อนทุกอย่างจะหยุดชะงักลงเพราะเสียงเพ้ยเอ็ดรำคาญดังออกมาจากผู้ที่อยู่ในกระท่อมหลังใหญ่

กลุ่มคนชายหญิงที่กำลังรุมเธออยู่พากันทรุดกายหมอบนั่งบนพื้นลนลาน กระทั่งขวัญอรุณก็ไม่กล้าปริปากส่งเสียง ความเงียบกริบมาเยือนให้เผลอกลั้นลมหายใจจนอึดอัด หัวใจหญิงสาวเต้นถี่รัวขณะมองชายม่านเพยิบไหว 

หวาดหวั่นว่าใครบางคนที่คนเหล่านี้เกรงกลัวจนตัวสั่นจะเป็นคนใจคอทมิฬเหี้ยมโหดอำมหิตเสียยิ่งกว่าทุกคน ถ้าเป็นตามนั้นเธอจะทำอย่างไร 

ขวัญอรุณเลื่อนสายตาจากปลายนิ้วเท้าได้รูปซึ่งโผล่พ้นชายผ้านุ่งยาวกรอมข้อเท้า ผ้าทอเนื้อประณีตบางเบาแม้ทบจีบหลายครั้งก็ยังสามารถมองเห็นกล้ามเนื้อต้นขาอันอุดมกล้ามเนื้อเป็นเงาลางๆ จังหวะก้าวย่างดุจอุสภเยื้องกราย หากท่วงท่าสง่าน่าเกรงขามเปรียบปานราชสีห์ ปราศจากกิริยาของอิสตรีโดยสิ้นเชิง

เหนือบั้นเอวขึ้นมาคือสรีระร่างกำยำเกือบไร้ที่ติหากไม่มีแถบผ้าผืนยาวพันแผลเอาไว้ กระนั้นผิวกายละเอียดดั่งประพรมด้วยละอองผงทองก็ขับรัศมีออกมาผุดผ่อง แกนกายตั้งตรงประหนึ่งท้าวมหาพรหมผู้ทรงธรรม 

ขวัญอรุณนิ่งงันเหมือนโดนมนตร์สะกดคราได้เห็นดวงหน้าของบุรุษผู้ก้าวออกมาจากพลับพลา นับแต่เส้นคิ้วหนาพาดยาวเป็นแนวเส้นตรงยาวสุดหางตาปลายตวัดโค้งลง กระบอกตาเรียวยาวล้อมกรอบด้วยแพขนตาเหยียดตรง ดวงตาสุกใสดั่งน้ำค้างบนใบบัว จมูกโด่งคมสัน ฐานได้รูปบริบูรณ์ไม่มากไม่น้อย ริมฝีปากเท่ากันทั้งบนและล่าง มีสีพรรณแดงประหนึ่งผลตำลึงสุก เส้นผมเงาดำเกล้ามวยสูงเป็นเมาลี สวมต่างหูและเครื่องทรงอย่างกษัตริย์โบราณ

หากไม่นับการแต่งองค์ทรงเครื่องที่ผิดหูผิดตา เธอก็อยากคิดว่าเขาเป็นคนเดียวกับที่เคยพบเมื่อหลายเดือนก่อน ดวงหน้าซึ่งยังตรึงตราอยู่ในความทรงจำ 

เขาคือผู้ชายที่ดูราวหลุดลอยออกมาจากภาพเขียนในจินตนาการคนนั้น!



ขวัญอรุณกลืนน้ำลายลงคอ บุคลิกทรงอำนาจของเขาทำให้เธอรู้สึกครั่นคร้ามแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับมีความกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ปกคลุมอยู่รอบกายสูงใหญ่ 

“ข้าเพิ่งมาเถิงจักเอนหลังสักน้อยก่บ่ได้!” ผู้มาพักฟื้นอาการเจ็บกวาดดวงเนตรมองบริวารเบื้องพื้นตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนไปยังร่างซึ่งโอบมัดอยู่กับต้นไม้ “แล้วหั้นไปจับคนมาด้วยการใด”

“อีผู้นี้มันมาขวางกระบวนดำเนินพระกรรโลงครรภ์ ขุนศรีสูรยะจิ่งหื้อข้าพระบาทลงทัณฑ์มันขอรับ” 

“แม่ข้ายังมาบ่เถิงอีกรึ” ยามตรัสถามถึงพระมารดาสุรเสียงแลพระเนตรของผู้เป็นใหญ่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด 

เป็นที่รู้กันทั่วทั้งเขตคามว่านอกเหนือจากพญาไอยกุมารผู้เป็นพระอัยกาแล้ว พญาสุวรรณมุขทวารทรงรักเทิดทูนพระนางอุรสาเทวียิ่งกว่าผู้ใด การเสด็จประพาสป่าครานี้ก็ด้วยพระนางเป็นผู้ร้องขอ เนื่องต้องการให้โอรสได้ยั้งงานเมืองจนกว่าบาดแผลธนูจะบรรเทา

“โปรดทอดพระเนตรชมพรรณไม้ระหว่างประพาส สักพักคงเถิง ขุนศรีสูรยะก่กำกับทหารอารักษ์พระเทวีอยู่ขอรับ” 

“หั้นก่ดี แลศรีสูรยะหื้อหมู่สูลงทัณฑ์อันใด”

“หื้อเอาฟืนนาบขาเปนที่หลาบจำขอรับ”

“แลไต่ความนางก่อนแล้วก่ว่ามาแต่หนใดจิ่งมาขวางวิถีดำเนิน” ตามวิสัยชาวบ้านทั่วไปที่เห็นขบวนทหารย่อมมีความหวาดกลัวไม่กล้าย่างกรายเข้ามาใกล้ ทว่านางผู้นี้โผล่โพล่งออกมาราวกับไม่รู้การบังควร อาจมีเบื้องหลังเป็นมาไม่ชอบใจ

“ทูลพระบาทเจ้า ข้าพระบาทหันว่าความผิดประจักษ์แก่ตาแลเปนคนต่างบ้านต่างภาษาจิ่งบ่ได้ไต่ความขอรับ”

“สูบ่ถ้วนถี่ ฤาข้าจักต้องถ้วนถี่เสียเอง” ทรงตวาดสุรเสียงดัง พานให้คนทั้งหมดรวมถึงขวัญอรุณสะดุ้งไปด้วย “แม้นนางจักพลัดที่นาคาที่อยู่มาแต่เมืองอื่น เกลือกบัดนี้อยู่ในสุวรรณโคมคำสีมาแห่งข้าก่เปนข้าไทไพร่ฟ้าคนหนึ่ง”

“ป่าแถบนี้ยังมีชนมิลักขะอยู่โข เถิงพระกรรโลงครรภ์จักใคร่หื้อข้ามาพัก แต่ยินความเดือดร้อนของชาวบ้านเรื่องโจรป่า ใจข้าจิ่งบ่อาจสำราญได้ดังประสงค์ของแม่ ตั้งมั่นออกค้นหาซ่องโจรเหล่าหั้นจักได้กำจัดหื้อเสี้ยงเสียในคราเดียว อุบัตินางเร้นภัยจากโจรหมู่หั้นมาไซร้ สูจักใจดำลงทัณฑ์หรือไร” 

ไม่จำเป็นต้องทรงงานอยู่เพียงในพระบรมมหาราชวัง เป็นกลางป่ากลางเขาพระองค์ก็สามารถชำระสะสางราชกิจได้ทุกสถาน แม้แต่พระนางอุรสาเทวีก็ไม่อาจห้ามปรามพระโอรสได้สำเร็จ 

ถึงไพร่ฟ้าทั้งหลายจะเคารพในพระเจ้าแผ่นดิน เชื่อมั่นปฏิบัติตามโดยปราศจากข้อโต้แย้ง โดยพระองค์จะเสวยสุขแห่งกองราชสมบัติแต่อย่างเดียวก็ย่อมได้ กระนั้นทุกลมหายใจในพระราชหฤทัยกลับคำนึงความผาสุกของราษฎร์ยิ่งกว่าตัวพระองค์เอง

“ม...หมู่ข้าพระบาทขอประทานอภัยที่บ่พิเคราะห์หื้อดีขอรับ” 

“ปล่อยตัวนาง ข้าจักไต่ถามว่ามาได้อย่างใด” สุวรรณมุขทวารทรุดพระวรกายลงประทับนั่งบนตั่งไม้หน้าพลับพลา  

ขวัญอรุณลูบข้อมือที่ยังเจ็บด้วยความงุนงงหลังถูกปล่อย แต่เธอก็ยังไม่ได้รับอิสรภาพเพราะชายฉกรรจ์พาตัวมานั่งเบื้องหน้าชายหนุ่มและบังคับกดหัวให้หมอบก้มลง หญิงสาวไม่เห็นสิ่งใดนอกจากปลายเท้าของผู้นั่งอยู่สูงกว่า 

ละเมิดสิทธิมนุษยชน! กดขี่ทางเพศ!

แม้ใจคิดทว่าขวัญอรุณก็ฉลาดพอจะไม่พูดออกไป เธอเก็บงำปากคำพลางเหลือบสายตากวาดมองไปทางด้านข้างเพื่อมองหาทางหนีทีไล่หากเกิดเหตุการณ์ไม่สู้ดีแบบเมื่อครู่ ด้วยมัวแต่วางแผนในสมองดังนั้นเธอจึงไม่ได้ใส่ใจบทสนทนาภาษาต่างด้าวรอบตัว กระทั่งเสียงหนักแน่นเปี่ยมอำนาจหยุดเสียห้วนๆ ทำให้ต้องเงยหน้าช้อนตามอง

ดวงตากลมโตดำขลับดั่งผลมะเกลือตรึงให้สุวรรณมุขทวารถึงกับกลั้นลมอัสสาสะไปเฮือกหนึ่ง ใบหน้านางมอมแมมเปรอะคราบเหงื่อน้ำตา ผมเผ้าหรือก็ยุ่งเหยิงอย่างผีป่า หากผิวพรรณวรรณะกลับไม่เหมือนหญิงชาวบ้านธรรมดา จะคิดว่าเป็นหญิงผู้ดีย่อมได้ ทว่าความกล้าไร้การบ่มเพาะกิริยาเช่นการจ้องหน้าบุรุษเพศโดยปราศจากความกระดากอาย ย่อมเรียกว่าหญิงผู้ดีมิได้อีก

“ข้าเจรจากับสู บ่ได้ยินดอกรึ สันดานเหล่ากออยู่หนใด อันใดมาผู้เดียว” เมื่อเห็นหญิงสาวไม่ตอบพระองค์จึงตรัสกับเหล่าข้าราชบริพารที่นั่งอยู่ “นางเปนใบ้รึ” 

“บ่ขอรับ เมือครู่ยังกระโวยกระวายลั่นทาย ” ผู้เป็นทหารตอบด้วยความซื่อ “ฤา จักบ่เข้าใจความ”

“ข้าวิสัชนาแก่นางด้วยภาษากลุ่มชนอารยะแลอนารยะทังน้อยทังหลวงหมดเสี้ยงภูมิ ก่บ่หันนางปริปากสักน้อย” 

ไม่ใช่เพียงภาษาที่ใช้กันภายในพระนคร ทั้งภาษาต่างเมืองใกล้ไกลพระองค์ก็มีปรีชาตรัสได้แตกฉาน ด้วยชัยภูมิของเมืองสุวรรณโคมคำตั้งอยู่ริมท่าขรนทีจึงเป็นที่สัญจรผ่านของเหล่าวาณิชหลายเชื้อชาติ เปิดโอกาสให้พระองค์ได้ศึกษาภาษาและติดต่อการค้ากับนครอื่นๆ พาความเจริญมาสู่บ้านเมือง

จากเมืองเล็กๆ ไม่กี่ครัวเรือน บัดนี้สุวรรณโคมคำเปลี่ยนแปลงไปอักโข ไพร่ฟ้าอยู่ดีกินดีจนชักชวนกันย้ายครัวมาตั้งรกรากอาศัย แผ่นดินซึ่งเคยรกร้างมีแต่ดงพงไพรจึงเต็มไปด้วยผู้คนมาจับจองที่ดินทำกิน อันตัวหญิงสาวเองก็อาจเป็นหนึ่งในคนที่อพยพเข้ามา

น่าพิศวงใจตรงนางไม่เข้าใจภาษาใดๆ แม้แต่คำเดียว หรือบ้านเมืองนั้นจะอยู่ไกลเสียจนพระองค์ไม่รู้จัก ถ้าเช่นนั้นก็น่าสนใจอย่างยิ่ง สุวรรณมุขทวารสนพระทัยเกี่ยวกับแว่นแคว้นธานีต่างๆ ไม่ว่าใกล้หรือไกล อยากรู้ถึงความเจริญ วัฒนธรรมอันแตกต่าง เพื่อให้สุวรรณโคมคำได้เท่าทันทัดเทียม หาไม่พระองค์คงรักษาเอกราชไว้มิได้

“แท้แล้วสูมาแต่หนใดกัน”  

ขวัญอรุณฟังที่เขาพูดไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว เธออยากหนีไปจากตรงนี้ติดแต่ชายฉกรรจ์ยังนั่งขนาบอยู่ด้านหลังทำให้หญิงสาวไม่กล้าขยับตัวออกจากที่ ท่าทางพินอบพิเทาของคนรอบข้างทำให้รู้สึกได้ถึงความมีอำนาจบารมีของผู้สูงศักดิ์เบื้องหน้า

ขวัญอรุณไม่รู้ว่าตนเองกำลังอยู่ที่ไหน ใช่เมืองลับแลอย่างในเรื่องเล่าสืบต่อกันมาหรือไม่ รู้แต่เธออยากหนีไปให้พ้นจากตรงนี้หรืออย่างน้อยกลับไปหาเด็กหนุ่มท่าทางเป็นมิตรคนที่นำทางมาก็ยังดีเสียกว่า 

“จักหื้อข้าพระบาทลงทัณฑ์นาง แลเสือกไสไปก่ขอรับ”

ดวงเนตรดำขลับหลุบมองร่างบางคล้ายกำลังพินิจชั่งหทัย ขวัญอรุณอ่านแววตาเขาแล้วจู่ๆ ก็พรั่นพรึงขึ้นมาในใจ สัญชาตญาณบ่งบอกว่าได้เวลาที่เธอควรจะหนี แต่ไม่รู้ควรไปทางไหน ดังนั้นก่อนทุกคนจะทันตั้งตัวร่างบางจึงผุดลุกขึ้นวิ่งไปยังทางปลอดคนที่สุดนั่นก็คือน้ำตก

“เฮ้ย จับอีผู้หั้นไว้!” เสียงตะโกนจากกลุ่มคนดังไล่หลัง 

เธอวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ไต่ไปตามโขดหินด้วยความคล่องแคล่ว เรื่องวิ่งปีนป่ายขวัญอรุณไม่เป็นรองใครเนื่องจากมีทักษะทางด้านกีฬาดีพอตัว ร่างบางกระโดดไปมาขณะที่ผู้ติดตามนับสิบก็มีความคล่องแข็งแรงสมกับเป็นชายฉกรรจ์

หญิงสาวไม่เสียเวลาแม้แต่จะเหลียวมองด้านหลัง วิ่งบนหินสลับบนตลิ่งไปเรื่อยๆ เธอไม่คิดว่าตนเองจะสามารถวิ่งทะลุป่าสำเร็จโดยไม่หลงทาง ทว่าหากเป็นการวิ่งไปตามธารน้ำอย่างนี้ ไม่ช้าคงลงไปถึงตีนเขา เมื่อไปถึงแม่น้ำคงหาเรือจ้างได้ หลังจากวิ่งมาได้สักพักจนทิ้งห่างเธอจึงหยุดถลกชายผ้านุ่งให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้เกะกะ 

“หันกิริยาซึมเซื่อง บ่นึกว่าจักไวปานทโมนไพร” 

เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้คนหลบหนีตระหนก เหลียวกลับไปมองจึงพบว่าเป็นร่างสูงตามติดตามเธอมา หญิงสาวผงะถอยหลัง มองข้ามไหล่กว้างไปด้วยความหวาดระแวงว่าคนทั้งโขยงตามมาทันด้วยหรือไม่ 

ไม่น่าเชื่อว่าชายหนุ่มจะตามกวดทันทั้งยังบาดเจ็บ ฝีเท้าเบาและรวดเร็วเกินเธอทันตั้งตัว!

“ออกกำลังเปนครั้งคราบ้างก่ดี” 

แม้บุรุษผู้ยืนอยู่บนโขดหินจะดูราวกับเทวบุตรผู้ยืนอยู่เหนือนทีใสระริน หากหญิงสาวก็ไม่ไว้วางใจให้เข้ามาใกล้ เธอหลุบสายตามองมือหนาซึ่งยืนออกมาหา ครั้นร่างสูงขยับเท้าก้าวเข้ามาเพียงครึ่งก้าว ร่างบางก็พลันถอยจนก้าวพลาดลื่นหล่นลงไปในน้ำ 

ขวัญอรุณพยายามว่ายหนีร่างสูงข้ามไปอีกฝั่ง กระนั้นกระแสธารอันเชี่ยวกรากกลับพัดพาร่างไหลไปไกลจากจุดหมายมากยิ่งขึ้น เธอกัดฟันสู้ความเหนื่อยอ่อนในชั่วขณะที่ถีบตัวขึ้นจากน้ำเพื่อโผไปคว้าก้อนหิน โดยไม่คาดคิดมีบางสิ่งลึกลับตวัดพันเข้ากับข้อเท้าของหญิงสาว ซ้ำยังลากดึงให้จมลงสู่ก้นท้องน้ำในจุดที่ลึกสุดหยั่ง!

ร่างบางกลั้นลมหายใจดำลงไปใต้น้ำเพื่อดึงสิ่งที่พันข้อเท้าอยู่ออก แต่น่าประหลาด...

บริเวณพื้นเบื้องล่างคือผืนทรายกว้างเนื้อละเอียด น้ำใสดุจกระจกสามารถมองเห็นแสงแดดส่องลอดลงมาเป็นประกายไม่มีแม้แต่พืชน้ำหรือเถาวัลย์สักเส้น กระนั้นสิ่งที่ปรากฏกลับกลายเป็นร่างสูงซึ่งว่ายตรงเข้ามาหา 

ร่างเปลือยครึ่งท่อนโอบประคองเธอเอาไว้ในอ้อมแขน ราวกับไม่ต้องอาศัยแรงพยุงก็สามารถนำหญิงสาวขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างง่ายดาย 

ขวัญอรุณสำลักน้ำจนแสบคอแสบจมูกคว้าก้อนหินใหญ่เอาไว้เป็นหลักยึด มือหนาวางทาบลงบนหินก้อนเดียวกันรั้งให้ได้สติว่าเธอกำลังตกอยู่ในอ้อมแขนของชายแปลกหน้า หญิงสาวยืนตัวแข็งชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า กัดริมฝีปากตัวเองด้วยความเจ็บใจ 

โธ่เอ๊ย...หนีไม่พ้นอีก บ้าจริงเชียว! 

“โพ้นโน้นเปนเวิ้งน้ำวนใคร่ฆ่าตัวตายนักหรืออย่างใด” สุวรรณมุขทวารทรงเอ็ดพลางถอนปัสสาสะ 

ขวัญอรุณจับความอบอุ่นได้ในน้ำเสียง เธอผินใบหน้ากลับไปมองด้านหลังช้าๆ แม้สีหน้าของเขาจะดูขมวดนิ่วเคร่งขรึมหากสายตากลับไม่ได้น่ากลัวเสียทีเดียว

ดวงหน้าเนียนเปียกน้ำหยดปรอยกระจ่างหมดจดดั่งดวงมณีกลางหาว เครื่องหน้าพริ้มเพรารับกันเหมาะเจาะมีเสน่ห์ดึงดูดใจบุรุษทุกผู้ที่พบเห็น แม้นไม่ใช่สาวงามอย่างขนบนิยมในราชสำนัก แต่พญาสุวรรณมุขทวารก็ต้องยอมรับว่านางเป็นผู้มีความงามอันเป็นธรรมชาติปราศจากข้อตำหนิ หญิงเช่นนางเหตุใดจึงมาอยู่กลางป่าเขาเพียงลำพัง พระองค์ฉงนพระทัยนัก

“ครั้นสรงน้ำแล้วก่เสด็จขึ้นฝั่งเถิด” 

เพียงได้สดับเสียงซึ่งเอ่ยมาจากบนฝั่ง บุรุษผู้อยู่ในลำธารก็ทราบว่าเป็นผู้ใดโดยไม่ต้องเหลียวพระเนตรมอง “มีการใดจิ่งดั้นด้นมาเถิงเพ้ ฤา แถนหลวง”

บุรุษในชุดขาวยืนอยู่พร้อมเด็กหนุ่มข้าไท กทลีนั่งหมอบเกาะข้อเท้าแอบอยู่ด้านหลังด้วยความหวาดกลัว ทหารที่เพิ่งตามมาถึงเตรียมพร้อมเข้าไปจับกุมหญิงนักโทษในทันทีที่ผู้เป็นใหญ่ตรัสออกคำสั่ง

“คนของข้าพระบาทพลัดหลงจากเด็กนำทางจิ่งมาขอพระราชทานอนุญาตนำตัวกลับอาศรม” 

“คนผู้นี้ท่าจักสำคัญอักโข ปู่เจ้าแถนหลวงที่ยังเจ็บจิ่งต้องมาด้วยตนเอง อย่างใดหื้อทหารช่วยหาก่ได้” 

“ขอบพระทัย แต่คงบ่ต้องด้วยข้าพบคนผู้หั้นแล้ว พระบาทเจ้า” เขาตอบอย่างสงบ

“อยู่ที่ใดเล่า” ทรงย้อน

“ในอ้อมพระพาหาของพระองค์”


....................

จบตอน

เชิงอรรถ

ทาย = ป่า






Create Date : 03 ธันวาคม 2558
Last Update : 17 มกราคม 2560 17:34:48 น. 24 comments
Counter : 1435 Pageviews.

 
ขอกรี้ดดด เขินแทนขวัญอรุณ รอตอนต่อไปนะคะ แอบมาอ่านตลอดแต่ไม่เคยเม้นท์เลย เป็นกำลังใจให้นะคะ


โดย: เวย์ IP: 27.55.229.68 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:5:53:13 น.  

 
ตื่นเช้าจังเลยคร้า ขอให้แข็งแรงขึ้นไวๆ นะคะ
มาตามต่อแล้วก็สนุกเหมี๊ยนเดิม 😁


โดย: เจ้าแต้ม IP: 49.237.205.218 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:6:37:12 น.  

 
ขอกรี้ดด้วยคนค่า อ่านไปเขินไป สรุปนี่ใครเป็นพระเอกค้า ใครรู้บอกหน่อยนะคะ


โดย: นงนง IP: 49.229.81.24 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:6:41:05 น.  

 
อ่านเพลินๆจบตอนเร็วมากกก เดี๋ยวนะคะ เรื่องนี้องค์คำเป็นพระเอกรึเปล่า แถนหลวงโผล่มาทีไรรู้สึกปันใจเรื่อยเลย 555+


โดย: Pinkc IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:7:08:31 น.  

 
ขอให้หายไวๆนะ สนุก ลุ้น ว่าแต่ใครพระเอกคะนี่


โดย: นกเล็ก IP: 27.55.224.85 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:7:32:00 น.  

 
เห้อ แถนหลวงฟื้นซะที หนูขวัญของเราจะเป็นยังไงต่อนะ แล้วพระยาสุวรรณมุขทวารจะยอมคืนเธอให้กับแถนหลวงรึเปล่า


โดย: Nok IP: 223.24.8.233 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:7:55:58 น.  

 
จะคืนให้ไหมหนอออออ ยิ่งถ้ารู้ว่าเป็นหญิงสาวที่แถนหลวงช่วยมาจนโดน ลงทัณฑ์ จะเป็นยังไง

ปล. หายไวๆนะคะ


โดย: Sugar IP: 49.230.242.240 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:8:46:14 น.  

 
กี๊ซซ.. แถนหลวงโอ้ปป้าฟื้นแล้ว


โดย: ทราย IP: 223.207.243.47 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:8:48:40 น.  

 
เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว
555555555555555


โดย: ตัวอ้วน IP: 171.7.202.253 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:8:59:59 น.  

 
คือจะว่ายังไงดี เขิน อิจฉา มโน อ่านเรื่องนี้แล้วจิดคำพูดออกมาเลยค่ะ ทำชาวบ้านงงกันไปเลย 5555


โดย: patch IP: 1.0.178.228 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:9:02:21 น.  

 
กรี๊ด!!! แหมอยากเป็นนางเอกตอนตกน้ำ 55+
คุณเกตต์บรรยายองค์คำซะ จากที่เชียร์แถนหลวงชักเริ่มปันใจ


โดย: khunprawn IP: 203.172.173.252 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:9:55:45 น.  

 
เจอกันแล้ววววววว เขิน


โดย: Beerbeer IP: 171.101.224.196 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:11:06:03 น.  

 
เชียร์แถนหลวงค่ะ เพราะเป็นหมอ เหตุผลแค่นี้แหละ ฮ่าๆ


โดย: Neung IP: 210.213.58.167 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:11:13:02 น.  

 
อ่านไป มโนไป ขอผู้หญิงของกระผมที่อยู่ในวงเเขนของคุณคืนด้วยคับ 555
ชอบมากเลยอ่าพี่เกด # ทีมเเถนหลวง
ป.ล. คงต้องตื่นเเล้วสินะ ต่อจากนี้องคำจะเด่นกว่าซะเเว้วชิมิคะ


โดย: ดา IP: 119.42.70.36 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:12:16:34 น.  

 
อ่านตอนนี้สองรอบ บอกเลยน่ารักมากค่ะ เป็นไรไม่รู้ อ่านไปเขินไป


โดย: patch IP: 49.229.5.130 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:12:37:47 น.  

 
น่ารักน่าเอ็นดู วันละสองตอนเถอะน่ะค่ะ พลีสสสสสส
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะคุณเกตต์


โดย: ปิ่นปินัทธ์ IP: 202.28.119.226 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:13:40:07 น.  

 
แถนหลวงมาทำไมตอนนี้คะ 55


โดย: Meko IP: 27.55.151.158 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:14:23:28 น.  

 
แถนหลวงมาทำไมตอนนี้คะ 55


โดย: Meko IP: 27.55.151.158 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:14:24:04 น.  

 
ตัดสินใจยากจริงว่าจะเชียร์ใคร แต่เอียงไปทางองค์คำแล้วเพราะชอบลุ๊กแบ๊ดบอย เก๊กๆ พระองค์จะคืนสาวให้ปู่เจ้ามั้ยนี่


โดย: nasa IP: 110.77.248.83 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:14:46:44 น.  

 
อ่านรวดเดียว 8 ตอนเลย พระเอกของเราดุมาก สมชายชาตรี
รอเรื่องมามานานแล้ว มาอัพอีกไวๆนะพี่เกตต์


โดย: KAWEE IP: 116.68.149.234 วันที่: 3 ธันวาคม 2558 เวลา:17:27:31 น.  

 
จะเลือกใครดีหน่า อิอิ


โดย: sakeena IP: 125.25.178.46 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:9:33:17 น.  

 
โอยย แค่อ่านก็ระทวยแล้วววว อ้อมกอดอันบึกบึนขององค์คำ อยากสิงร่างขวัญทันที


โดย: อุษาสะพรั่ง IP: 192.99.14.34 วันที่: 14 ธันวาคม 2558 เวลา:15:08:15 น.  

 
ตอนแรกแอบปันใจให้แถนหลวง มาตอนนี้เริ่มเทใจให้องค์คำ ^_^
บอกไปประดุจว่าตัวเองเป็นหนูขวัญ 555


โดย: ณกานต์ IP: 223.206.244.53 วันที่: 22 ธันวาคม 2558 เวลา:18:18:42 น.  

 
เนื้อหายังไม่ทันได้รักๆใคร่ๆเลย แต่ทำไมอ่านแล้วมันโรแมนติกจังคะตอนนี้
คือฟิวลิ่งนี่ได้มากกกกกกกกก

เขินแรงงงงงงงง

ศึกชิงนางรึเปล่าาาาาาาน๊าาาาาาาาาาาา


โดย: หนูแรคคูน IP: 1.1.176.189 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:16:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 68 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.