Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
23 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
อุษาโคมคำ ตอนที่ 15





ต่อไปนี้จะหั่นตอนมาแปะนะคะ ช้าบ้างเร็วบ้างตามที่ปั่นได้ แต่จะมาโพสต์ให้อ่านกันเร็วขึ้น ใครไม่อยากอ่านแบบกระท่อนกระแท่นก็รอแปะจบบทก่อนก็ได้ค่ะ ถ้าจบจะขึ้นว่าจบตอน แต่ถ้าไม่จบจะขึ้นว่ามีต่อนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ติดตามเสมอมาค่า 

 ....... 

 (15)

อินถาไต่ขึ้นไปตามเนินดินผ่านพื้นหินขรุขระดงไม้หนา ไม่ระย่อกิ่งหนามเกี่ยวชายผ้านุ่ง คมหญ้าคาเกี่ยวบาดผิวเนื้อเป็นแผลแสบในทุกย่างก้าวที่นางแหวกเดินเข้าไป แสงจันทร์ซึ่งถูกเมฆบดบังไปเมื่อชั่วยามเริ่มคลายจากการบดบัง เผยแสงนวลสว่างส่องลงมานำทาง

นางเดินมาได้อึดใจใหญ่จึงถึงยอดเนินเขาซึ่งเป็นลานหินโล่ง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากทว่าหญิงสาวกลับรู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นเงาร่างของนักรบผู้หนึ่งยืนอยู่ในความมืด แม้มีเพียงแสงจันทร์อ่อนโอบล้อมลงมาให้เห็นเส้นแสงและเงา แค่เห็นแผ่นหลังกว้างคาดกระบอกกำพตอินถาก็จำได้ไม่คลาดในทันทีว่าเป็นผู้ใด

“เปนท่านมาช่วยข้าแม่นแล้ว” นางกล่าวด้วยความยินดี ตื่นเต้นเสียจนหัวใจแทบกระดอนออกมานอกอก ร่างสูงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ใบหน้าคร้ามเข้มแบบบุรุษเมินหน้าหนี หันมองออกไปยังทิวไม้เบื้องล่าง 

“ข้าจำวิธีพันหัวกำพตของท่านได้ ศรีสูรยะ” อินถามองเกาทัณฑ์ที่ยังอยู่ในมือใหญ่ บุรุษเจ้าของกำพตปริศนาผินใบหน้ากลับมามองหญิงสาว ท่าทางเรียบนิ่งเช่นเดียวกับสีหน้า ไม่แสดงความยินดีต่อการพบหน้ากันครั้งนี้สักเท่าไร

“เมือเสียเถิด อินถา” ศรีสูรยะเอ่ยตอบเพียงสั้นๆ หมุนตัวจะก้าวลงจากเนินเขาหากร่างงามกลับรี่ตามมารั้งไว้

“บ่ ข้ามารับท่านเมือบ้านเจ้าค่ะ” 

“มาเถิงเพ้ก่บ่มีประโยชน์ผลอันใด ข้าบ่เมือไปตวยสูเจ้าดอก”

“อั้นข้าก่บ่เมือ” สู้อุตส่าห์ตามมาถึงเพียงนี้ เขายังจะให้นางกลับไปผู้เดียวอีกหรือ

“ยังบ่แจ้งฤาว่าพยัคฆ์เสกฤทธิ์แรงเท่าใด ผิว่าเปนข้าก่คงมาค้านบ่ทันทุกเทื่อ” 

ศรีสูรยะหันขวับมาว่าเสียงหนัก ย้ำเตือนให้นางรู้ว่าเมื่อครู่อันตรายมากมายเพียงไหน เขาไล่เสือขาวตัวนั้นไปได้ในครั้งนี้ แต่ในครั้งหน้าก็ไม่รู้ว่าจะโชคดีเอาชนะได้เช่นนี้อีกหรือไม่ ดูท่าวิชาของผู้ส่งมันมามีฤทธิ์เดชกล้าแข็งไม่น้อย ขนาดหญิงสาวผู้สืบเชื้อสายพาหิรพราหมณ์ มหาปุโรหิตแห่งแคว้นโพธิสารหลวงยังไม่สามารถงัดง้างกำราบมันได้

“หั้นท่านก่เมือโพธิสารหลวงตวยข้า” อินถาไม่ลดละความพยายาม เรื่องนั้นอินถาก็เข้าใจอยู่ ผู้ใช้วิชาอาคมข่มเหนือนางได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา การอยู่เป็นเป้านิ่งให้เห็นอยู่กลางแจ้งฝ่ายเดียวโดยไม่รู้ว่าศัตรูเป็นผู้ใดนั้นอันตรายนัก 

“สุวรรณโคมคำมีดีอันใดจุ่งทำหื้อท่านปักใจทิ้งบ้านทิ้งเมืองมา โปรดเถิดศรีสูรยะ พระนางตัณฑุลาเทวีก่ยังรอท่าท่านอยู่”

“นำความบอกแม่ว่าข้าสบายดี” 

ศรีสูรยะผละจากไปโดยไม่สนใจหยุดฟังคำทัดทานร้องเรียก อินถาอยากเข้าไปฉุดรั้งเขาไว้หากจารีตประเพณีไม่อนุญาตให้อิสตรีกระทำการเช่นนั้นได้ นางจึงได้แต่ยืนมองชายหนุ่มเดินหายลับตาไปในเงามืดด้วยความอาลัย 

ศิถีคลี่ยิ้มอย่างดีใจที่เห็นนายสาวของตนกลับมาอย่างปลอดภัยพลางรายงานว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากการถูกกัด มีเพียงรอยฟกช้ำดำเขียวจากการสะดุดล้มหรือวิ่งชนเท่านั้น หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ สั่งให้นางข้าไทตระเตรียมผ้าที่จะนำไปขายยังอาปนะสถานวันพรุ่งนี้ นางตัดสินใจว่าจะเข้าเมืองไปด้วย เผื่อจะสามารถสืบเสาะหาทางเข้าวังแล้วพบศรีสูรยะอีกสักครั้งหนึ่งเพื่อโน้มน้าวใจเขา

อย่างน้อยนางก็ไม่ควรให้การรอนแรมมาด้วยความยากลำบากครั้งนี้เสียเปล่า กว่าจะเอาใจบิดาให้เห็นชอบเสนอชื่อนางขึ้นไปให้พญาอินทปฐมส่งนางมาในฐานะทูตไม่ใช่เรื่องง่าย นางต้องแสดงโวหารในท้องพระโรงให้เป็นที่ประจักษ์ต่อเหล่าเสนาอำมาตย์ ทั้งยังต้องใช้คำสนับสนุนจากพระนางตัณฑุลาจึงสำเร็จบรรลุผล อินถาจะไม่ยอมให้โอกาสนี้หลุดลอยไปเด็ดขาด 

อย่างไรเสียนางจะต้องตามเจ้าชายศรีสูรยะกลับไปพร้อมกันให้จงได้!


อินถา ศิถีและข้าไทอีกสองนางช่วยกันขนผ้าที่ต้องการขายขึ้นเกวียนและต่อด้วยลงเรือล่องขึ้นไปตามขรนที เพื่อไปยังตลาดที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรสุวรรณโคมคำ อันมีชื่อว่า จูฬานีนคร มันเป็นเมืองที่คลาดคล่ำไปด้วยประชากร มีท่วยปั่วท่วยนางสร้างบ้านแปงเมืองอยู่กันเนืองแน่น มีอาปนะเกิดขึ้นมากมายหลายสิบแห่ง เล็กบ้างใหญ่บ้างตามขนาดหมู่บ้าน มีบ้านเรือนสร้างบนโป๊ะแพริมน้ำเรียงรายสองฝั่ง บ้างสร้างอยู่บนตลิ่งมีเสาเรือนสูง อาปนะไหนอยู่ไกลออกไปก็อาศัยขึ้นเรือที่ท่าแล้วลำเลียงต่อด้วยเกวียน หรือแบกต่างด้วยแรงงานคนขนไป วานิชย์ต่างแว่นแคว้นล้วนเดินทางมาอาศัยเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าระหว่างกัน สร้างความคึกคักเป็นอันมาก

อินถาทำใบผ่านด่านหลังขึ้นฝั่ง มีการเรียกเก็บภาษีจากพ่อค้าที่นำสินค้าผ่านเข้าออก อาปนะสถานจอแจไปด้วยผู้คนทั้งชายหญิง บ้างใช้พวกสัตว์เท้ากีบช่วยต่างของเดินสวนกันไปมาตามถนน ของที่นำมาขายมีตั้งแต่เครื่องปั้นดินเผา หม้อข้าวหม้อแกง ตะเกียง ไต้ ตะคัน เชิงไฟ บาตรดิน กระโถนดิน ตุ๊กตาหุ่นปั้น ไปจนถึงตุ่มไห น้ำมันงา น้ำมันลูกกระเบา น้ำมันสำโรง ผอบยา เต้าปูน หวายตะค้า ชัน น้ำมันยาง น้ำอ้อย น้ำรัก ยาสูบ ขี้ผึ้ง เขา หนังเนื้อ เอ็นเนื้อ เนื้อแผ่น ครั่ง ไหม กำยาน ดีบุก หน่อ งา ของป่าต่างๆ

“ใหญ่โตอักโขแท้” 

“โพธิสารหลวงยังบ่มั่งคั่งปานฉะนี้เลยเจ้าค่ะ”  

อินถาไม่แสดงอาการตื่นเต้นดีใจอย่างนางข้าไททั้งสอง การที่สุวรรณโคมคำมั่งคั่งไม่เป็นผลดีต่อโพธิสารหลวงของนางเลยแม้แต่น้อย กลับทำให้หญิงสาวรู้สึกหวาดระแวงและไม่มั่นใจต่อพระบาทกมรเตงผไทโกรมสุวรรณมุขทวารบดีศรีโคมคำ ว่าจะมีเล่ห์กลอันใดต่อโพธิสารหลวงที่พระองค์ไม่นับเป็นพระญาติหรือแม้กระทั่งมิตร ยิ่งกิจการค้ารุ่งเรือง จัดเก็บภาษีเข้าหลวงได้มาก กองทหารแห่งสุวรรณโคมคำก็ยิ่งแข็งแกร่ง ยากที่โพธิสารหลวงจะโรมรันได้ชนะโดยง่าย 

ไหนจะมีผู้มีอาคมแก่กล้าซึ่งไม่อาจประมาท นางอยากให้ศรีสูรยะกลับไปช่วยบ้านเมืองของตนมากกว่าจะมาอยู่เมืองพระเชษฐาผู้ตัดขาดวงศ์วานเช่นนี้ 

“จักขายกันที่ใดดีเจ้าคะแม่นาย” ศิถีจับต้นชนปลายไม่ถูก มองไปรอบตัว นางทำงานอยู่แต่ในราชสำนัก ไม่เคยออกมาค้าขายสักที

“หมู่เราบ่มีนั่งร้านก่คงต้องเร่ขาย” 

“ข้าจักลองเร่ขายดูเจ้าค่ะ” นางข้าไทสองนางช่วยกันหยิบผ้าออกมาคลี่ ประกาศเสียงดังเพื่อดึงความสนใจให้คนเดินผ่านไปมาหันมอง “เอ้า ผ้าจ้าผ้า ผ้างามๆ จ้าราคาบ่แพง อั้ว คนงามสนใจบ่จ๊ะ แม่ใหญ่เล่า ผ้าเนื้อดีแต่เมืองโพธิสารหลวงพู้นเน้อ” 

“แม่ค้างามแท้เนาะ บ่เคยหันหน้า มาแต่เรือนใดเล่าแม่” หญิงชาวสุวรรณโคมคำให้ความสนใจในสินค้า หยุดโอภาปราศรัยอย่างมีอัธยาศัยไมตรี ด้วยเห็นว่าสินค้างามแถมแม่ค้ายังหน้าตาหมดจด หนึ่งในนั้นมีเนตรดำนิลดั่งนัยนาเนื้อทราย ปากสีกลีบบัวแดง วงหน้ามีสง่าราศรีดุจแสงจันทร์ฉาย งามเสียจนพวกนางซึ่งเป็นหญิงด้วยกันยังอดตะลึงงัน หยุดเพ่งพิศด้วยความชื่นชมไม่ได้ 

“เรือนอยู่โพธิสารหลวงจ้ะ” 

“แลมาทำอันใดกัน คงบ่แม่นค้าขายอย่างเดียวเปนแน่แท้”

“บ่จ้ะ หมู่เผือมากับคณะทูตโพธิสารหลวง อ้าว อั้วจักไปไหนเล่าจ้ะ บ่แลผ้างามๆ ก่อน” 

พวกนางได้แต่ยืนงง หันกลับมามองฟ้องด้วยความไม่เข้าใจว่าอยู่ดีๆ ทำไมชาวบ้านถึงเดินหนีแตกกระจายกันไปคนละทางอย่างนั้น ครั้นเพียรเรียกให้ใครต่อใครมาซื้อก็ไม่มีใครสนใจ เร่อยู่นานก็ขายไม่ได้สักผืน 

“อันใดมาเมิน หมู่ข้าพูดอันใดผิดรึเจ้าคะแม่นาย”

“สูบ่ได้ผิดอันใดดอก มาเถิด ข้าจักหาผู้มีแรงซื้อผ้าหั้น” อินถารู้ว่าผ้าของนางล้วนเป็นผ้าทอเนื้อดี ลวดลายวิจิตรเกินกว่าชาวบ้านทั่วไปจะซื้อหามานุ่งห่ม ดังนั้นนางจึงสืบเสาะเอาจากผู้คนแถวนั้นว่ามีบ้านใดเป็นบ้านคหบดี นางจะได้นำผ้าไปเสนอขาย

“โอย บ่ต้องไป” ชายคนหนึ่งตอบกลับมาเสียงสูง “ทางการร้องป่าวบ่หื้อผู้ใดแลกเปลี่ยนซื้อขาย รึช่วยเหลือหมู่ทูตโพธิสารหลวง ผู้ใดขัดขืนจักต้องอาญา บ่มีผู้ใดกล้าซื้อผ้าเจ้าดอก”

“เหตุใดจิ่งเปนอย่างหั้น” ศิถีอุทาน 

“สุวรรณมุขทวารใคร่บีบคั้นหื้อเราเมือโพธิสารหลวง” อินถากำมือแน่นจนสั่นระริกด้วยโทสะ โกรธจนแทบเป็นลม มิคาดว่าจะโดนบีบบังคับทุกทางเพื่อไม่ให้อยู่ต่อ

“แลจักทำอย่างใดดีเจ้าคะ” 

“ข้าบ่เชื่อดอกว่าผ้างามจักบ่มีผู้ใดใคร่ได้” 

หญิงสาวเดินนำคนของตนออกจากตลาด ไล่ถามไปตามบ้านเรือนแต่ละหลัง เจ้าเรือนหลายหน้าโผล่แย้มออกมาดู ทว่าไม่มีใครซื้อหาหรือยอมแลกกับข้าวปลาแม้สักคน ทั้งสี่เริ่มอ่อนล้าเมื่อเดินมาจนถึงเรือนแห่งหนึ่ง แลเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเก็บกระด้งตากของแห้ง พอเข้าไปทักทายหญิงคนดังกล่าวจึงหันมามองด้วยสีหน้าสงสัยไม่ไว้ใจ กระนั้นนางก็ตาวาวทันทีที่เห็นผ้าเนื้อทอฝีมือดีเหล่านั้น

“ผ้าสูก่บ่ได้งามสักเท่าใด ผืนหนึ่งก่แลกได้ข้าวดิบสักเคริ่งกระเชอ” คนอยากได้จนมือสั่นแสร้งว่าพลางเบ้ปาก 

“เคริ่งกระเชอ! อันใดน้อยนัก ผืนหนึ่งควรได้สักสองเถิงสามกระเชอบ่แม่นรึ” ศิถีแย้งตระหนกใจ ผ้าผืนหนึ่งกว่าจะทอได้ต้องใช้เวลาเป็นเดือน แล้วยิ่งลวดลายทอยากแบบนี้ยิ่งต้องใช้เวลาขั้นตอนยุ่งยากกว่าผ้าทอสีพื้น เป็นไปไม่ได้ที่มันแลกข้าวได้เพียงแค่นี้

“ข้าช่วยซื้อก่ดีเท่าใด บ่แคล้วเสี่ยงอาญาหลวงเพราะสูเขา จักเอาบ่เอามีหื้อเท่าหั้น บ่เอาก่เมือ” 

“เอาจ้ะเอา เคริ่งกระเชอก่ยังดี” อินถารีบรับข้อเสนอ 

“แม่นาย” ศิถีมอง ‘ลูกค้า’ ที่รีบมาฉวยคว้าผ้าไปจากมือด้วยความละโมบ เอาคลี่กางออกชื่นชมท่าทางดีใจจนเนื้อเต้นระริกระรี้

“เอาเถิด บ่เมือเสียเที่ยวบ่ได้อันใด” หญิงสาวปลอบชี้ให้ทุกคนมองเห็นแง่ดีของการไม่ต้องกลับไปมือเปล่า

“ข้าเอาผืนนี้ กับผืนนี้ สองผืนก่หนึ่งกระเชอพอดีเนาะ” นางสรุปเสร็จจึงบอกทั้งสี่คนให้รออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวจะไปเอาข้าวมาให้ตามที่ตกลง ทว่ายังไม่ทันได้ไปถึงไหนเสียงเรียกจากหญิงผู้มากวัยกว่าก็ดังขึ้นจากทางด้านบนเรือน

“อีทุมมา ข้าบอกหื้อไปเก็บยา มึงมัวไปทำอีล่อยป่อยแอที่ใด” นางเสื่องชะโงกหน้าลงมา ทุมมารีบเอาผ้าซ่อนไว้ด้านหลัง กลบเกลื่อนว่าเก็บใกล้เสร็จกำลังจะยกขึ้นไปให้บนเรือน 

“สูก่บ่ต้องเอ็ดอึงไป บัดแมงข้ามา” นางหันมากระซิบห้วน แล้วตะโกนกลับไป “มาแล้วๆ โอย เร่งอยู่หั้น” 

ศิถีมองตามร่างทะมัดทะแมงย่ำเท้าหายขึ้นกระไดเรือนไป ได้ยินเสียงลงส้นเท้าหนักๆ ดังกระเทือนอยู่จนลับหู ในฐานะนางข้าหลวงผู้ไม่เคยพบเจอหญิงหยาบกระด้างเช่นนี้มาก่อนจึงถึงกับยกมือทาบอก 

“อีนังผู้นี้! ข้าบ่เคยหันหญิงใดใจคับแคบประนี้มาก่อนเลยเจ้าค่ะ หันผู้อื่นทุกข์ร้อนมาบ่มีน้ำมิตรช่วยกลับทับถม ใจดำนัก”

“คนเราก่มีหลายเหล่ากอเกิดมาบ่เท่ากัน จักหื้อมีน้ำใจเสมอกันบ่ได้ดอก อันใดดีก่หื้อรู้ว่าดี อันใดชั่วก่หื้อรู้ว่าชั่ว แลเลือกแต่สิ่งที่เขาดี สิ่งที่เขาชั่วก่ขว้างไปเสีย อย่างนางทุมมาผู้นี้ แม้นเบียดค่าผ้าหื้อราคาน้อย แต่นางก่เปนผู้เดียวที่บ่คร้ามอาญา ยอมซื้อผ้าหมู่เราบ่แม่นฤา เราควรขอบใจน้ำใจนางเถิงจักถูก” ร่างงามทรุดนั่งลงบนแคร่ใต้ถุนเรือน สำรวมมือวางประสานไว้บนตัก 

“โลภจ่นย่ามใจ บ่หวั่นโทษภัยมากกว่าเจ้าค่ะ” 

“ได้ข้าวดิบมาหนึ่งกระเชอจักพอกินอันใดเจ้าคะ ตั้งกี่ปากกี่ท้อง ขายหมดหีดก่บ่รู้จักพอก่” ข้าไททั้งสองน้ำตาคลอ 

“บ่เปนอันใดดอก บัดแมงก่ขายได้” 

อินถาเหลือบมองไปทั่วตัวเรือนอันร่มรื่น เจ้าของไม่น่าใช่ทุมมา ดูจากผ้าผ่อนอย่างหยาบของนาง เรือนใหญ่แข็งแรงอย่างนี้คงเกินฐานะอยู่มาก จะว่าหญิงที่อยู่ข้างบนเป็นนายเรือนก็คงไม่น่าใช่ เพราะหากเป็นเช่นนั้นทุมมาคงไม่ตอบเสียงกระโชกกลับไปเต็มอารมณ์โดยไม่กริ่งเกรง

“มีอันใดเจ้าคะ” 

“ข้ากำลังใคร่ครวญว่า เรือนนี้เปนเรือนผู้ใด” ใต้ถุนเรือนมีสมุนไพรแห้งตากหลายอย่าง บ้างเป็นเหง้าเป็นหัวสดอยู่ในกระบุงยังไม่ได้หั่นผ่าล้าง บ้างเป็นเปลือกเป็นต้นหั่นซอยไว้แล้ว เรือนนี้ถ้าเจ้าของมิได้เป็นหมอยาก็ต้องเป็นหมอผีประจำกำปงแน่แท้  

“เรือนปู่เจ้าแถนหลวง” ทุมมาลงเรือนมาทันได้ยินกลุ่มคนข้างล่างสนทนาจึงตอบแทรกเสียงห้วน อินถาพยักหน้าให้นางข้าไทรับกระเชอมา เทข้าวดิบที่ได้ใส่ห่อผ้าแล้วแบ่งกันถือ “เอ้าได้ข้าวดิบแล้วก่เมือหื้อไวไว บัดแมงผู้ใดมาหัน ข้าจักเถิงเคราะห์ไปตวยสู”

เมื่อทั้งสี่เดินคล้อยออกมาได้ระยะหนึ่ง ศิถีจึงเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “ปู่เจ้า...หมายเถิงหมอธรรมบ่เจ้าคะ เรือนใหญ่ประนี้คงอาคมแก่กล้าบ่น้อย แม่นาย! ตรึกว่าจักเกี่ยวข้องเสือเผือกเมื่อแต่คืนก่เจ้าคะ!”  

อินถาเหลียวกลับไปมองเรือนหลังใหญ่ที่เห็นยอดหลังคาอยู่พ้นเหนือแนวไม้ 

เรื่องนั้นนางก็สงสัยเช่นกัน...


........

จบตอน

เชิงอรรถ

อั้ว -  พี่, เอื้อย
เคริ่ง - ครึ่ง
ย่ามใจ – เหิมใจ,ได้ใจ, ชะล่าใจ, กำเริบ



Create Date : 23 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 17 มกราคม 2560 17:24:01 น. 16 comments
Counter : 2150 Pageviews.

 
🎉🎉🎉
คุณเกตุทำแต้มติดจริงๆ นะคร้า
เราจิรอเป็นเจ้าของหนังสือ อิอิอิ


โดย: เจ้าแต้ม IP: 223.24.77.55 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:16:12:19 น.  

 
เจ้าแต้ม - มีความไว...แปะยังไม่ทันเสร็จเล้ย สิงอยู่แถวนี้เหรอคะ ไวม๊าก


โดย: นราเกตต์ วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:16:17:20 น.  

 
หนูก็เกาะblogพี่เกตต์แบบติดขอบนะคะ เปิดไว้ทุกวัน ทั้งวัน
วันนี้และเมื่อวานสุขสุดๆ อิอิ แอบคิดไว้แล้วเชียวว่า ขุนศรีสูรยะต้องสายเลือดเดียวกับพระองค์คำแน่แท้


โดย: kawee IP: 116.68.149.234 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:16:48:29 น.  

 
kawee - อุ่ย เปิดทุกวันเลยเหรอคะ รู้สึกผิดอ่า ศรีสูรยะก็ดี พระองค์คำก็ใช่ อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน 55555+


โดย: นราเกตต์ วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:17:04:36 น.  

 
เข้ามาตาม. รอ รอ รอ


โดย: mooda IP: 171.5.243.114 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:17:30:06 น.  

 
ติดตามอยู่ค่ะ นึกว่าจะไม่ได้อ่านต่อซะแล้ว


โดย: blog pu วันที่: 24 พฤศจิกายน 2559 เวลา:13:38:01 น.  

 
สิงเฉพาะเวลาเสียงเตือนการอัพเดตบล็อคดังอะคะ 55555
เสียงติ๊งงงง ปุ๊บ...หยิบมือถือปั๊บ 😁
ลงรอบหน้าเจอกันอีกนะคร้า


โดย: เจ้าแต้ม IP: 27.55.65.241 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2559 เวลา:15:50:42 น.  

 
รอมานาน สมหวังซักที แถมมีพระนางคู่ใหม่มาแย่งซีนด้วย


โดย: nasa IP: 110.78.186.79 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2559 เวลา:21:22:07 น.  

 
mooda - ขอบคุณที่รอค่า

blog pu - ช้าแต่จบแน่ค่ะ เสียแต่ว่าวันไหนนี่สิ

เจ้าแต้ม - ยกนิ้วให้เลยค่ะ กดติดตามไว้ไม่พลาดแน่นอน เตือนไวว่องอีกตะหาก บางทียังแก้ไม่เสร็จ จัดหน้าเพี้ยนงี้ ไวไปนะ 5555

nasa - อินถาทั้งตอนเล้ย ทีแรกจะตัดเอาขวัญอรุณคั่น แต่หาจุดเชื่อมฉากไม่ได้ อินถายาวไปจนจบเลยค่ะ ต้องให้คิวนางจริงๆ หนูขวัญมาตอนหน้า


โดย: นราเกตต์ วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:16:32:48 น.  

 
พอบอกจบตอน รีบวิ่งเข้ามาอ่านเลยค่ะ
ปล ทำคนอ่านติดอีกแล้วอาะคุณเกตต์


โดย: First IP: 188.165.240.145 วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:17:03:49 น.  

 
มาต่อๆ รอบนี้มาช้ามัวแต่ปิดบัญชี เกือบพลาดซะแล้ว 😁
เกาะติดรอตอนหน้ากันต่อปายยยยย 😘


โดย: เจ้าแต้ม IP: 27.55.239.152 วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:18:47:12 น.  

 
เย้ เย้ เย้ มาแล้วๆ อ่านแล้วนึกขำทุมมา ไม่ได้ออกฉากนานแล้วเหมือนกัน สู้ๆค่ะพี่เกตต์ รอขวัญอรุณตอนหน้าอยู่นะคะ


โดย: Kawee IP: 182.232.91.37 วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:20:28:43 น.  

 
ดีใจที่ได้อ่านต่อ. นั่งรอตอนหน้าต่อไป. คุณเกตุสู้ๆ


โดย: mooda IP: 171.5.238.228 วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:21:57:25 น.  

 
First - ติดไม่กลัว กลัวไม่ติดค่ะ คอมเมนต์น้อยเหลือเกิน นึกว่าจะไม่มีใครอ่านแร๊ว

เจ้าแต้ม - ขอบคุณค่า ไวซำเหมอ เลิฟๆ เลยคนนี้

Kawee - ทุมมานี่นางอิจฉาแบบบ้านๆ ค่ะร้ายโต้งๆ 5555

mooda - รื้อจนกว่าจะอ่านเองแล้วรู้สึกว่านี่แหละสนุก ถ้าอ่านแล้วงั้นๆ น่าเบื่อก็แก้ต่อไปจนกว่าจะผ่าน ขอบคุณที่ติดตามค่า


โดย: นราเกตต์ วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:5:24:32 น.  

 
อินถานี่เหมือนจะได้ฟิลลิ่งนางเอกเหมือนกันค่ะ
แต่ตอนนี้คิดถึงขวัญอรุณสุดๆ
ว่าแล้วก็กดอ่านตอนต่อไปจ้า


โดย: หนูแรคคูน IP: 49.228.98.67 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:22:53:15 น.  

 
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:18:25:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 68 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.